ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะพดโลกันตร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: พอร์ช-เคลลี่ โชว์บู๊อีกครั้งใน "ตะพดโลกันตร์"


โบสถ์ร้างตั้งอยู่โดดเดี่ยวรอบด้านเห็นเป็นป่าโปร่ง แต่ที่น่าเเปลกคือลานด้านหน้ากลับมีชิงช้าสวรรค์เก่าๆ ม้าหมุน ร้านยิงปืน ซุ้มปาเป้า ทุกอย่างถูกทิ้งไว้รกร้างหยากไย่ขึ้นกรังคล้ายไม่เคยมีใครผ่านมาหลายปี หรือไม่มันก็คือสถานที่ต้องคำสาปที่ไม่มีใครอยากเอ่ยถึงอีกต่อไป

แต่วันนี้พรานบุญเดินถือหน้าไม้ผ่านมาเห็นบรรยากาศรอบด้านถึงกับกลืนน้ำลายหวาดหวั่น หยั่งรู้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่ปกคลุมอยู่ ณ ที่แห่งนั้น

ลมแรงพัดกรูเกรียวใบไม้ปลิวว่อน เครื่องเล่นแกว่งเบาๆดังเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวแล้วหยุดลงพร้อมๆกับสาวสวยหุ่นสะโอดสะองปรากฏตัว ถามนายพรานเสียงดังกังวานว่าล่าสัตว์อะไรได้บ้างหรือยัง

พรานบุญสบตาหญิงสาวแล้วส่ายหน้า เขาพอจะรู้ชะตากรรมของตนเองจึงเดินหนี แต่เธอยังก้าวตามด้วยท่าทีหงุดหงิด ตั้งคำถามอีกครั้งว่าเห็นสามีของตนบ้างไหม

“ชื่ออะไรล่ะ”

“กาลิกิณี...”

“ไม่ใช่ เอาชื่อผัวน่ะ”

“ผัวข้าชื่อ...เวตาล”

ตอบคำถามแล้วหญิงสาวกระโดดเข้าใส่พรานบุญ... ย่ามสีฝาดของพรานหล่นลงพื้นชุ่มไปด้วยเลือดแดงฉาน เขาถูกฟัดกัดทึ้งโดยสัตว์ร้ายตัวใหญ่แต่สุดจะคาดเดาว่ามันคือตัวอะไร

ooooooo

ที่บ้านหลังหนึ่ง ไม้กำลังต้มน้ำอยู่บนเตาอั้งโล่ด้วยอาการร้อนรนเป็นห่วงอบเชยที่ร้องโอดโอยอยู่ในห้องจะคลอดลูก

ชาญกับจันทร์สองหนุ่มเพื่อนรักลุ้นระทึกและสงสัยว่าทำไมไม้ไม่ใช้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าต้มน้ำ หรือนึกว่าตัวเองอยู่ในยุคแม่นาคพระโขนง ไม้รับฟังแต่ไม่ใส่ใจ คว้ากาน้ำร้อนที่เดือดจัดจะเข้าไปในห้อง ชาญกับจันทร์จะก้าวตามแต่โดนไม้หันมาห้ามเพราะหวงเมียไม่อยากให้ใครเห็นเธอโป๊

พอเข้ามาในห้องเห็นศรนารายณ์พ่อตายืนยิ้มแป้นรอดูหน้าหลานและเตรียมถ่ายวีดิโอ ไม้ไม่เล่นด้วย ไล่พ่อตาไปรอข้างนอกด้วยเหตุผลเดียวกับที่ห้ามเพื่อนทั้งสองคนเข้ามา

ศรนารายณ์ถูกผลักดันออกไปนอกห้อง เจ๊กีซึ่งทำหน้าที่ไม่ต่างจากหมอตำแยเรียกไม้มาช่วยกัน อบเชยกรีดร้องเจ็บปวด ไม้ใจคอไม่ดี โพล่งขึ้นอย่างนึกได้ว่า “นี่มันยุคไหนแล้วทำไมไม่ไปโรงพยาบาล”

ไม่มีคำตอบ นอกจากเสียงกรี๊ดของอบเชยดังลั่น ตามด้วยเสียงเด็กร้อง เจ๊กียิ้มกว้างบอกไม้ว่าลูกของเอ็งคลอดแล้ว ไม้ยิ้มร่าดีใจ แต่พอเพ่งมองทารกในมือเจ๊กีที่เหมือนกึ่งคนกึ่งสัตว์ดิ้นด่อกแด่กมีสายสะดือลากยาวหายเข้าไปใต้ผ้าห่มคลุมตัวอบเชย ไม้ถึงกับร้องเฮ้ยด้วยความตกใจสุดขีด!

ไม้สะดุ้งตื่นลืมตามองรอบด้านเลิ่กลั่กก่อนพบว่าตัวเองฝันไป ได้ยินเสียงอบเชยเดินบ่นเข้ามาว่าเขาอู้งานเอาแต่นอนกลางวัน แทนที่ไม้จะสลดกลับลุกพรวดจับท้องเธอเหมือนจะลวนลาม

“นี่ๆ อะไรกัน ยังไม่ได้แต่งงานอย่ามาทำแบบนี้นะ รักก็ส่วนรัก อย่ามาหาเศษหาเลย”

“พี่ฝัน...”

“ไม่บอกก็รู้ กรนดังไปถึงท้ายฟาร์มโน่น...จะต้องรอให้ธนาคารเขาเอาหมายศาลมาแปะหน้าฟาร์มก่อนใช่มั้ย ถึงจะขยันได้”

“ก็บอกแล้วว่ามันเหนื่อย ตัวเองก็อยากอะไรนักหนาก็ไม่รู้”

“ใครจะไปคิดล่ะว่ามันจะเหนื่อยขนาดนี้ ก็กะว่าอยู่ฟาร์มตื่นเช้ามามองแกะ มีคนงานเอาฟางมาเรียงสวยๆ มองไปเจอว่าที่สามีชงกาแฟให้...ไม่ใช่กรนคร่อก”

“เค้าต้องให้ตัวเองดูละครไทยเยอะๆ จะได้รู้ว่าความจริงมันเป็นไง”

“ว่าเค้าดีแต่ฝันงั้นเหรอ เดี๋ยวเหอะ”

อบเชยเงื้อง่า ไม้รีบเข้ามากอดคอเธอเอาใจ จู่ๆอบเชยชวนเขาไปกู้เงินแบงก์ทำร้านกาแฟ ไม้ถึงกับส่ายหน้าละเหี่ยใจ บอกว่าฟาร์มแกะยังไม่เคลียร์จะเอาร้านกาแฟอีกแล้วเหรอ

“งั้นทำสปาก็ได้”

“ต้องใช้เงินทั้งนั้น ไม่เอาหรอก ทีละอย่าง จะลงทุนไปทำไมนักหนา”

“ก็อีกหน่อยมีลูก ลูกจะได้ไม่ลำบากไง”

“ลูก?!!” ไม้ทวนคำสีหน้าหวาดหวั่น นึกถึงลูกในฝันแล้วสยองจนขนลุกขนพอง

ooooooo

ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวภายในหมู่บ้าน กลุ่มของเจ๊กีกำลังเปียแชร์อย่างคึกคัก เมฆนั่งกินก๋วยเตี๋ยวมองเฉย ไม่สนใจร่วมวงเมื่อถูกเจ๊กีชักชวน เปรยว่าแบบนี้

ไม่ต่างจากหนี้นอกระบบ จันทร์กับชาญลูกแชร์ของเจ๊กีค้านว่าไม่ใช่...มันเหมือนเล่นหุ้นแบบบ้านๆ แถมดอกเบี้ยดีกว่าธนาคารอีกต่างหาก

“สนไหมล่ะ เผื่อจะเอาเงินไปโปะฟาร์มแกะของนังอบเชยกับไอ้ไม้มันมั่ง”

“ไม่ล่ะ เค้าลงทุนกันเองก็ว่ากันเอง”

เมฆก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวกันต่อ วงเเชร์กำลังเคลียร์เงินสดเป็นฟ่อน ผู้ชายท่าทางมีพิรุธเดินเข้ามานั่งในร้าน เมฆมองหนักใจ รู้ว่าอีกเดี๋ยวคงเกิดเรื่องแน่ แต่ไม่สนใจลุกเดินจากไป

ชายฉกรรจ์ที่เพิ่งเข้ามาถามพวกวงแชร์ว่า “นับเงินกันแบบนี้ไม่กลัวโดนปล้นเหรอ”

“แถวนี้เขามีลูกผู้ชายไม้ตะพดดูแลอยู่”

“อ้าว...แล้วที่เขาลือกันว่าตะพดหักคราวต่อสู้กะใครนะ พันเทพอะไรนั่น ไม่จริงเหรอ”

“หักแต่ไม้...ใจยังแกร่ง”

คำตอบของพวกเจ๊กีทำให้ชายคนนั้นนิ่งเงียบไป...แล้วเจ๊กีก็ไม่อยากเสียเวลา เร่งลูกแชร์เปิดดอกจะได้รู้เสียทีว่างวดนี้ใครได้

ขาดคำของเจ๊กี ชายคนนั้นแสดงตัวเป็นโจรทันที กระชากเงินฟ่อนใหญ่จากมือเจ๊กี พร้อมกับเพื่อนโจรในร้านอีกสองสามคนลุกพรวดถือปืนข่มขู่ทั้งกลุ่มไม่ให้เสียดายเงิน เอาชีวิตรอดไว้ก่อนดีกว่า

จันทร์กับชาญทำทีเชื่อฟังแต่เอาเข้าจริงก็สู้ยิบตา แย่งเงินคืนมาท่ามกลางเสียงหวีดร้องของวงแชร์ แต่แล้วสองหนุ่มก็ชะงัก เพราะมีชายร่างสูงใหญ่ใส่หน้ากากปิดบังหน้าตาท่าทางคล้ายคนแก่เดินอาดๆเข้ามา

ชายใส่หน้ากากเล่นงานจันทร์กับชาญจนสลบแล้วจะพาลูกน้องพร้อมเงินฟ่อนใหญ่จากไป ทันใดเมฆในคราบลูกผู้ชายไม้ตะพดปรากฏตัวดักหน้าพวกเขาไว้

“มาก็ดีแล้ว จะได้แจ้งเกิดซะวันนี้เลย”

ชายใส่หน้ากากเอ่ยอย่างถือดี แต่เมฆตอบโต้เสียงเรียบว่า

“การเหยียบหัวคนอื่นไม่ได้ทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาหรอก”

“แต่เหยียบหน้าลูกผู้ชายไม้ตะพดนี่มันอีกเรื่องนึงเลยนะ”

ว่าแล้วชายใส่หน้ากากพยักหน้าให้ลูกน้องเข้าไปรุมเมฆก่อน เมฆต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว ทุกครั้งที่ไม้ตะพดฟาดเหมือนจะมีรอยหักกลางทุกทีไป

“ที่เค้าลือกันว่าตะพดหักก็เรื่องจริงน่ะสิ”

“แกเป็นใคร”

“ถ้าอยากให้รู้จะใส่หน้ากากมั้ยเนี่ย หึๆๆ ไม้ตะพดด้ามต่อ สิ้นฤทธิ์ซะแล้วมั้ง”

“เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า มันหักหรือจงใจแยกเป็นสองท่อน”

เมฆไม่มีท่าทีกลัวเกรงแล้วไปยืนแอ็กท่าสุดเท่ บิดไม้ตะพดที่รอยต่อตรงกลางแยกออกจากกัน แต่

มีโซ่ร้อยติดทั้งสองท่อนไว้ด้วยกัน กลุ่มคนร้ายเห็นแล้วตกตะลึง จ้องตาไม่กะพริบ

เมฆควงไม้ตะพดคล่องแคล่วว่องไวราวกับอดีตดาราดังบรู๊ซลีควงกระบองสองท่อน พวกคนร้ายเข้ามาฟาดฟันแต่ก็พ่ายแพ้ต่อกระบวนท่าตะพดสองท่อนที่พวกมันไม่เคยเจอ แม้แต่ตัวหัวหน้าแก๊งที่ใส่หน้ากากก็สู้ไม่ได้ จนกระทั่งต้องทิ้งเงินแล้วล่าถอยไปพร้อมถ้อยคำอาฆาต

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าจะกลับไปบอกอาจารย์ข้า”

“อาจารย์?”

เมฆทวนคำงงๆ ควงตะพดสองท่อนแล้วบิดกลับให้โซ่ซ่อนอยู่ภายในเป็นไม้ตะพดด้ามเดิม ฝ่ายเจ๊กีที่ยังตกใจไม่หาย พุ่งมาถามเมฆว่าพวกมันเป็นใคร?

เมฆไม่รู้ ส่ายหน้าเป็นกังวลก่อนบอกว่าปัญหาคืออาจารย์ของมันเป็นใครมากกว่า

ooooooo

หลังจากสังหารพรานบุญแล้วกาลิกิณีได้นำ สมุนไพรในย่ามของเขามารักษาพันเทพที่บาดเจ็บสาหัสทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และไม่รู้ด้วยว่าเขาโดนอะไรหรือใครทำร้ายมา เห็นเพียงรอยเล็บที่กลางหลังซึ่งคุ้นมากถึงกับรำพึงออกมาด้วยความตกใจว่า...เจ้าเคยเจอกับเวตาลผัวข้าด้วยเหรอเนี่ย!

พันเทพพ่อของแพรวาหายสาบสูญไปในครั้งที่เวตาลถูกกำจัด ซึ่งแพรวาและคนในหมู่บ้านไม่รู้ชะตากรรม บัดนี้เขาได้รับการดูแลรักษาจากสาวสวยนามกาลิกิณีด้วยสมุนไพรจนอาการดีขึ้นและอาจมีพละกำลังเหนือมนุษย์ธรรมดาก็เป็นได้

ตฤณคือชายหนุ่มที่มาผูกสมัครรักใคร่แพรวา เขาอาสาช่วยสืบเรื่องราวของพันเทพและพร้อมที่จะรับฟังและเชื่อทุกเรื่องที่แพรวาเล่า โดยเฉพาะเรื่องเวตาล...

มะลิ หญิงสาวผู้มาใหม่ในหมู่บ้านสร้างความหงุดหงิดหัวใจให้อบเชยไม่น้อยเลย หล่อนแสดงความพึงพอใจไม้ทั้งที่รู้ว่าเขากำลังจะเป็นเจ้าบ่าวของอบเชย แต่กลับไม่ค่อยสนใจชาญกับจันทร์ที่พยายามเข้ามาทำความรู้จักด้วยไมตรี

ความก๋ากั่นของมะลิทำให้เธอมีเรื่องกระทบกระทั่งกับอบเชยหลายครั้ง อบเชยทั้งเบื่อและรำคาญจึงชวนไม้ไปหาฤกษ์แต่งงานให้รู้แล้วรู้รอด แถมยังพูดต่อหน้ามะลิและชาวบ้านเหมือนกับว่าตัวเองท้องกับไม้แล้วด้วย

เป็นประเด็นขึ้นมาทันที เมื่อวันวิวาห์ของไม้กับอบเชยจะถูกจัดขึ้นอย่างฉุกละหุก หลายคนในอำเภอพากันเม้าท์ว่าเป็นเพราะอบเชยท้องก่อนแต่ง ร้อนถึงว่าที่เจ้าสาวต้องไปจัดการกับพวกปากหอยปากปูจนมีเรื่องเกือบเสียฤกษ์

สาเหตุแท้จริงที่ต้องรีบจัดงานแต่งงานก็คืออบเชยกับไม้เอาวันเดือนปีเกิดไปให้พระดูแล้วพระให้ฤกษ์แต่งมาในคืนวันสุริยุปราคาที่กำลังจะมาถึงในอาทิตย์หน้า ถ้าไม่แต่งก็ต้องรอไปอีก 75 ปี แล้วคนอย่างอบเชยมีหรือจะยอม เธอทำทุกอย่างเพื่อจะให้ได้แต่งงานทันฤกษ์ ส่วนไม้ที่รักอบเชยอยู่แล้วก็ยินยอม ขณะที่เมฆพ่อของไม้และศรนารายณ์พ่อของอบเชยก็ตามใจ หากทั้งคู่คิดว่าเตรียมงานทัน

ยังไม่ทันถึงวันแต่งงาน อบเชยกับมะลิมีปากเสียงกันหน้าตลาดอีกครั้ง มะลิกระแซะเข้ามาจะทำบุญตักบาตรร่วมขันกับไม้ อบเชยแทบปรี๊ดแตกถ้าไม่เกรงใจพระสงฆ์องค์เจ้า แต่พอพระเดินพ้นไปแล้วมะลิยังไม่หยุดเจ๊าะแจ๊ะแฟนหนุ่มของตน อบเชยก็เตรียมจะฟ้อนเล็บ

มะลิกลัวซะที่ไหน ทำปากยื่นปากยาวจนอบเชยต้องตอกย้ำให้ชัดเต็มสองหูหล่อนว่า

“งานแต่งจะมีอาทิตย์หน้า ยังไงก็ขอเชิญ ส่วนลูกในท้องอีกไม่กี่เดือนก็คลอดแล้ว”

“เคยได้ยินไหม ผู้หญิงที่เคยมีลูกแล้วอะไรๆก็ไม่เหมือนเดิม มันจะไปสู้สาวๆซิงๆได้ยังไง”

“อีนี่” อบเชยเงื้อมือจะตบมะลิ ไม้ตกใจรีบดึงคนรักของตนออกมา เตือนไม่ให้ยุ่งกับคนแบบนั้น อบเชยฮึดฮัดบ่นอุบ “ก็ดูมันสิ มันมายุ่งกับฉันก่อน ฉันไม่ถูกชะตากับยายคนนี้เลยให้ตาย”

ไม้ส่ายหน้า ลากอบเชยเดินผ่านกลุ่มชาวบ้าน ได้ยินเสียงซุบซิบบางอย่างชวนให้สนใจใคร่รู้

“จริงๆนะ ฉันเห็นเดินหายแวบเข้าไปในป่าเลย”

“ฉันก็เคยเห็นเวลาไปเก็บของป่าตอนเช้าๆน่ะ”

ไม้อดรนทนไม่ได้เข้าไปถามชาวบ้านว่ามีเรื่องอะไรกัน

“มีคนเคยเจอผู้หญิงสวยมากคนหนึ่งชอบมายืนรอคนอยู่ริมถนนตรงทางออกหมู่บ้านโน่น แล้วก็เดินหายเข้าไปในป่า”

“สวยมาก สวยอย่างกับนางไม้”

“สวยเท่าฉันได้หรือเปล่า” อบเชยแทรกขึ้น ชาวบ้านมองเธอด้วยสีหน้ารำคาญ อยากเม้าท์กันเองมากกว่า

“แล้วเขาเป็นใครมาจากไหน” ไม้ซัก

“ไม่มีใครรู้หรอก ไม่เคยเห็นหน้าแถวนี้”

“สงสัยจะเป็นผีซะล่ะมั้ง”

“นี่เค้าก็ลือกันไปทั้งหมู่บ้านแล้วเนี่ย มีคนเจอตลอด”

ชาวบ้านกำลังเม้าท์กันมัน จู่ๆมะลิแทรกเข้ามา

กลางวง จีบปากผสมโรงอย่างออกรส

“เคยได้ยินตำนานโบราณเขาเล่ากันมั้ย เกี่ยวกับผู้หญิงสวยที่มารอคอยคนรัก”

“นี่ยังตามมาอีกเหรอ” อบเชยแว้ดใส่มะลิ แต่ชาวบ้านรีบปรามให้เธออยู่เฉยเพราะเรื่องที่มะลิโปรยออกมานั้นน่าสนใจไม่น้อย

ooooooo

เสียงร่ำลือของชาวบ้านได้ยินถึงหูจันทร์กับชาญในวันหนึ่งที่ท่ารถ ชาญให้ความสนใจเป็นพิเศษ ขณะที่จันทร์รับรู้ด้วยท่าทีเฉยๆ ถามชาญให้แน่ใจว่า

“นี่พี่จะไปดูผู้หญิงคนนั้นให้เห็นกับตาเลยเนี่ยนะ”

“เออสิวะ เอ็งจะไปกับข้ารึเปล่าล่ะ เขาว่าชาวบ้านเจอแถวทางไปบ้านพันเทพ”

“ฉันว่ามันแปลกๆนะ ใช่คนแน่เหรอ”

“ชาวบ้านเห็นกันทั่ว ก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาสิวะ แกมันชอบทดลองดีนักไม่ใช่เหรอ”

“แล้วพี่ล่ะ ทำไมอยู่ๆก็อยากจะเห็นขึ้นมา”

“ข้าอยากมีเมียเว้ย เข้าใจรึยัง คนทุกคนมันต้องมีคู่สิวะ”

ชาญแพ็กกระเป๋าเสร็จโยนขึ้นรถ “ไปเร็ว เดี๋ยวพี่เมฆก็มาหรอก ฉันไปวิ่งรถแล้วก็จะเลยออกไปเลย”

จันทร์ลังเลแต่ก็กระโดดขึ้นรถตามชาญไป...

เมื่อเสร็จภารกิจแล้วไปถึงจุดหมายริมถนนสายเปลี่ยว สองหนุ่มชะเง้อหาสาวสวยที่ชาวบ้านเล่าลือ แต่ก็ไม่เห็นมีแม้แต่เงา

“ไหนวะ รอมาตั้งนานแล้วสาวสวย หมาซักตัวฉันยังไม่เห็นเลย”

“พี่ก็ไปเชื่อคำพูดชาวบ้าน เขาเล่ามาปากต่อปาก จะเชื่อได้ยังไง”

สิ้นเสียงบ่นของจันทร์ ชาญได้ยินเสียงคนย่ำเท้ากับหญ้าแห้ง รีบส่งสัญญาณให้ชาญเงียบ

“ได้ยินเสียงคนเดินมั้ย” ว่าแล้วชาญเดินนำไปทันที

กาลิกิณีเดินหันหลังกำลังจะเข้าป่า สองหนุ่มเห็นแค่ข้างหลังยังไม่เห็นหน้าถึงกับตะลึงในรูปร่างสมส่วนสวยงามของเธอ

“แม่เจ้า! ข้างหลังยังสวยขนาดนี้” ชาญอุทานแล้วเร่งฝีเท้าตามไป จันทร์ก้าวตามท่าทีลุ้นๆไปด้วย

สาวสวยรับรู้ทั้งที่ไม่หันมามอง เธอยิ้มมุมปากที่มีเหยื่อตามมา แต่พอสองหนุ่มเข้าใกล้ เธอรีบเดินเข้าไปในป่า ชาญร้องเรียกก็ไม่ฟัง ขณะที่จันทร์รู้สึกแปลกๆ มองรอบทิศแล้วใจคอไม่ดีเอาเสียเลย คว้าแขนชาญให้หยุดเดิน

“พี่ชาญอย่าเข้าไป”

“อะไรวะ ไม่ไปก็ไปรอที่รถเลย” ชาญตวาดจันทร์แล้วหงุดหงิดงุ่นง่านเมื่อมองไปไม่เห็นร่างสาวสวยคนนั้น “เห็นมั้ย เธอหายไปแล้ว พร้อมๆกับโอกาสมีเมียของฉัน เพราะแกคนเดียว”

“พี่ไม่รู้สึกว่ามันแปลกๆบ้างรึไง”

“แกสิแปลก บ้าอยู่คนเดียว”

“ไปเหอะพี่ ไปเร็ว”

“โอ๊ย...รำคาญจริงๆ ไม่น่าชวนมาเลยเว้ย”

“ถ้าไม่รีบกลับ เดี๋ยวก็โดนอาเมฆด่าหรอก”

ได้ยินชื่อเมฆ...ชาญยินยอมให้จันทร์ดึงแขนออกมา แล้วชนกับมะลิที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาอย่างจัง มะลิล้มไม่เป็นท่า ชาญเห็นเธอก็ปิ๊งทันทีทันใด

“ในที่สุดก็ได้เจอ สวยจริงๆด้วย...นึกว่าจะคลาดกันไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่ถ้าเป็นเนื้อคู่ยังไงก็คงไม่คลาดแคล้ว”

“พูดบ้าอะไรน่ะ” มะลิแว้ดใส่ชาญที่ทำตาหวานเยิ้ม จันทร์มองเธอไม่ไว้ใจถามว่ารีบร้อนไปไหน มะลิท่าทีหวาดกลัวบอกว่าตนจะรีบกลับบ้าน

“มายืนรอใครอยู่ทุกวันเหรอ” ชาญรุกเร้าอยากผูกมิตร แต่มะลิชักสีหน้ารำคาญ กระแทกเสียงใส่ว่าพูดบ้าอะไรเนี่ย ก่อนถามพวกเขาบ้างว่ามาทำอะไรที่ป่าแถวนี้

“มาหาเธอนั่นแหละ”

“พี่ชาญ! หยุดซักทีได้ไหมเนี่ย เขาไม่ใช่ผู้หญิงคนเมื่อกี้ซักหน่อย”

“อ้าว...คนละคนหรอกเหรอ”

“ผู้หญิง? ผู้หญิงที่ไหน” มะลิเลิ่กลั่ก จันทร์บอกว่าเธอหายเข้าไปในป่าแล้ว มะลินึกถึงเรื่องที่ชาวบ้านลือจึงถามพวกเขาว่าตามเข้าไปหรือเปล่า

“ไม่ได้ตาม ฉันว่ามันแปลกๆ”

“ที่ไม่ได้ตามเพราะพรหมลิขิตบอกว่าเนื้อคู่อยู่ตรงนี้” ชาญจีบมะลิซึ่งหน้า แต่สาวเจ้ากลับไม่สนใจ...รู้สึกถูกชะตากับจันทร์มากกว่า

ooooooo

ชาญขับรถกระบะของตนออกจากถนนสายเปลี่ยวโดยมีจันทร์กับมะลินั่งมาด้วย

“เคยได้ยินเรื่องนางพญาเวตาลรึเปล่าล่ะ”

มะลิเปิดประเด็นจนสองหนุ่มตกใจหน้าเหลอหลา เหมือนไม่เชื่อว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นมีจริง เธอจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านางพญาเวตาลเป็นลูกสาวของปิศาจจากขุมนรก จะปรากฏตัวที่โลกทุก 100 ปี สองหนุ่มมองหน้ากันสงสัย จันทร์ถามมะลิว่าทำไมต้อง 100 ปี

“จริงๆนางก็มาบนโลกทุกๆวันของนรกนั่นแหละ แต่หนึ่งวันของนรกน่ะเท่ากับ 100 ปีบนโลกมนุษย์”

“อยู่นรกก็ดีอยู่แล้วจะขึ้นมาทำไม”

“ก็นางนัดเจอกับคนรักของนางน่ะสิ”

“โห...มันโรแมนติกสยองๆยังไงไม่รู้เนอะ ว่าแต่เธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ไง เธอเป็นใครกันแน่เนี่ย”

มะลิอมยิ้มไม่ตอบอะไร ชาญหาเรื่องแทรกจะคุยด้วย “ที่บอกว่าเพิ่งย้ายมาอยู่นี่ อยู่กับใครเหรอ” ปรากฏว่ามะลิเมินชาญหันไปคุยกับจันทร์ต่อ ทำเหมือนชาญไม่มีตัวตน

“แถวบ้านฉันน่ะเล่าเรื่องนี้สืบต่อกันมาหลายรุ่น บอกว่าถ้าเมื่อไหร่เจอแผ่นดินแยกออกจากกันเป็นทางยาว ให้ระวังไว้ให้ดี เพราะแปลว่านางกลับมาแล้ว พอฉันได้ยินคนในหมู่บ้านเล่าว่ามีผู้หญิงสวยที่ชายป่า ฉันก็เลยมาดูอยากรู้ว่าใช่นางรึเปล่า”

“แต่เขาออกจะสวย จะเป็นนางพญาเวตาลได้ยังไง” ชาญขัดคอ มะลิถามเขาว่าเคยเห็นหน้าหล่อนแล้วงั้นหรือ ชาญตอบเสียงอ่อยว่ายัง เธอเลยค้อนวงใหญ่แล้วเล่าต่อไปว่า “ยิ่งสวยเท่าไหร่แปลว่ายิ่งมีพลังอำนาจเยอะเท่านั้น”

“มาดูแล้วเจออะไรมั้ย”

“ไม่...แค่รู้สึก”

“แปลก”

มะลิพยักหน้าเห็นด้วยกับจันทร์...ชาญรอจังหวะได้โอกาสจีบมะลิไปอีกดอก

“พี่ก็รู้สึกแปลกๆนะ ตั้งแต่ได้เจอหน้ามะลิน่ะ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย”

มะลิกับจันทร์ฟังแล้วสบตากันสีหน้าเบื่อชาญเต็มที

ooooooo

พันเทพถูกขังอยู่ในชิงช้าสวรรค์ที่ล็อกแน่นหนาตรงหน้าโบสถ์ ร่างเขาลอยเคว้งอยู่บนสุดโดยปราศจากกาลิกิณีหลังจากบุ่มบ่ามไปจูบเธอ

“ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก อย่าขังฉันไว้บนนี้เลย”

กาลิกิณีเดินอยู่ด้านล่าง แหงนมองชิงช้าสวรรค์ด้านบน ส่งเสียงทรงพลังออกไป

“คนอ่อนแออย่างแกไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวฉันจำไว้”

พันเทพอยู่ในชิงช้าสวรรค์สะดุ้งตกใจที่เห็นใบหน้ากาลิกิณีมาตะโกนอยู่ข้างหูตน ทั้งที่เขาอยู่สูงลิ่วขนาดนั้น... สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่น่ากลัวมาก

“ฉันไม่ทำอีกแล้ว ไว้ชีวิตฉันด้วยเถอะ”

“ฉันไว้ชีวิตแกแน่ ถ้าแกบอกฉันว่าเวตาลอยู่ที่ไหน”

“เวตาล...คือเวตาล...”

“คืออะไร”

“เวตาลตายไปแล้ว”

ทันใดนั้น ท้องฟ้าสว่างกลายเป็นมืดครึ้มไปหมด ผืนป่าสั่นสะเทือนด้วยเสียงคำรามของกาลิกิณีอย่างตกใจและกราดเกรี้ยว

ผู้คนในหมู่บ้านรับรู้ได้ ต่างพากันแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น หลวงพ่อกำลังกวาดลานวัดถึงกับหยุดมือ แหงนมองท้องฟ้าบ่นพึมพำว่าเกิดอาเพศอะไรกัน?

รถของชาญแล่นเข้ามาจอดที่ท่ารถ ทั้งสามคนในรถลงมาแหงนดูท้องฟ้าพร้อมเพรียงกัน มะลิคาดเดาว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ๆ จันทร์ฟังแล้วนิ่งหน้าก่อนถามว่า

“เรื่องอะไรล่ะ”

“ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ”

“บรรยากาศเหมือนตอนที่เวตาลยังอยู่เลย” คำพูดของชาญทำให้มะลิหันขวับมาจ้องหน้า ถามว่าเวตาลเคยมาปรากฏตัวที่นี่แล้วงั้นหรือจันทร์และชาญพยักหน้ารับ มะลิมีท่าทีเสียวสยอง พูดโพล่งว่า

“คราวนี้ล่ะเตรียมตัวตั้งรับกันไว้ให้ดีเถอะ นางจะต้องมาที่นี่แน่”

จันทร์กับชาญมองหน้ากันเครียดไม่น้อย จันทร์หยั่งเชิงว่าเราจะเชื่อได้ยังไงว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง มะลิเริ่มไม่พอใจ ตอบเสียงกระด้างว่า

“ความจริงมันจะดำเนินของมันไปอย่างนั้น ไม่ว่า จะมีคนเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็ตาม”

ooooooo

หลังจากแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธ กาลิกิณีจับพันเทพเหวี่ยงลงบนพื้นโบสถ์ด้วยมือใหญ่โต ของสัตว์ประหลาดพร้อมเสียงหายใจครืดคราด ออกคำสั่งว่า “เล่ามาให้หมด”

พันเทพทั้งเจ็บทั้งกลัว เล่าย้อนอดีตตั้งแต่เจอเวตาลครั้งแรก

“ฉันเจอเวตาลครั้งแรกตั้งแต่เขายังอ่อนแอเหมือนเด็กทารก เขาหลุดออกมาจากไม้ตะพดเลือดที่เป็นมรดกสืบทอดมาเป็นร้อยปีจากรุ่นปู่ เวตาลถูกฤาษีฆ่าแล้วดูดวิญญาณอยู่ในไม้ตะพด และกลับมาอีกครั้งในคืนเดือนมืดคืนหนึ่ง ไม่มีใครรู้เหตุผลของความกระหายการมีชีวิตอยู่ของมัน ฉันค่อยๆเลี้ยงดูเวตาลอย่างดี จนมันแข็งแรงมีพลังเหนือมนุษย์ แต่กลับมีคนมาฆ่ามันอีก”

“ใคร? ใครฆ่าผัวข้า”

พันเทพนึกถึงการต่อสู้ในถ้ำที่ตนแทงไม้ตะพดใส่เวตาลจนโดนกรงเล็บเวตาลที่หน้าอก แล้วกระชากหูเวตาลติดมือมา...ไม้กับเมฆต่อสู้กับเวตาล ไม้ฆ่าเวตาล แล้วทุกคนก็จากไปก่อนถ้ำถล่ม

“แม้ฉันจะพยายามช่วยเวตาลไว้แค่ไหน ลูกผู้ชายก็ฆ่ามันจนได้ ฉันมีเพียงสิ่งนี้ที่ติดมือมาเท่านั้น อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” พันเทพยื่นใบหูของเวตาลมาตรงหน้า กาลิกิณีรับมันมาไว้ในมือ กำแน่นด้วยความโกรธ

“ไม่ว่าไอ้คนคนนั้นจะเป็นใคร ฉันจะแล่หัวใจมันด้วยมือฉันเอง”

พันเทพเล่าแล้วก็เหงื่อตก กลัวกาลิกิณีสงสัยตน แล้วนางปิศาจร้ายก็สงสัยจริงๆ ตั้งคำถามเสียงดุดันว่า

“แกบอกว่าแกช่วยผัวข้าไว้ แล้วทำไมกรงเล็บของผัวข้าจึงอยู่บนตัวเจ้าได้”

พันเทพรีบแต่งคำโกหกทันที “เพราะลูกผู้ชายมันแต่งเรื่องโกหกให้ท่านเวตาลเข้าใจฉันผิด คิดว่าฉันจะหักหลัง ท่านเวตาลเลยหันมาทำร้ายข้า แล้วลูกผู้ชายมันก็ถือโอกาสนี้ฆ่าท่านเวตาล”

“คราวนี้ถึงเวลาที่ข้าจะล้างแค้นให้ผัวข้า...แล้วเจ้าก็ต้องเป็นคนไปเอาตัวไอ้ลูกผู้ชายมาที่นี่”

“เพื่ออะไร”

“มันฆ่าผัวข้า ข้าจะเอามันทำผัว”

พันเทพอึกอัก มองเรือนร่างกาลิกิณีอย่างปรารถนา เธอจ้องตอบแล้วเยาะหยันว่า

“เจ้ายังไม่รู้สินะ กายหยาบของเจ้ากำลังจะแตกดับ เลือดเจ้ามันสกปรก”

“ข้า...ข้าเป็นโรคอะไร”

กาลิกิณีไม่ตอบ เงานางกลายเป็นสัตว์ประหลาดเดินหายเข้าไปในเงามืดของโบสถ์ พลันมีเสียงฟ้าร้องครืนๆเหมือนฝนจะตก...

ศรนารายณ์ขนข้าวของที่หยิบยืมมาสำหรับงานแต่งงานลูกสาวเข้าบ้านด้วยความรีบร้อน อบเชยตื่นเต้นดีใจ มองพ่อด้วยแววตาขอบคุณ

“อะไรที่พอจะขนมาก่อนได้ก็ขนมาให้ นี่ไม่ได้ขนมาง่ายๆนะบอกก่อน”

“ดีจังเลยพ่อ งั้นเรามาจัดงานจำลองซ้อมกันดีกว่า”

“ใครเขาซ้อมกันล่ะ มันไม่เป็นมงคล อากาศยิ่งแปรปรวนแบบนี้อยู่ ลูกจะไม่เลื่อนไปจริงๆเหรออบเชย”

“ไม่มีทาง ยังไงฉันก็จะแต่ง ฉันอยากแต่งให้เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ”

“เฮ้ย...นี่มันก็อีกไม่กี่วันแล้วนะ”

“นั่นแหละพ่อ...มันก็ยังช้าไปอยู่ดี ฉันรู้สึกแปลกๆ

ยังไงก็ไม่รู้ กลัวว่าอะไรๆจะไม่เหมือนเดิมอีก”

“เวลาคนจะแต่งงานมันก็จะกังวลแบบนี้แหละ เป็นเรื่องธรรมดา”

“ขอให้มันเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆเถอะ” อบเชยถอนหายใจ รู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก...แล้วคืนนั้นเธอก็ฝันเห็นพันเทพที่โบสถ์ร้าง ในมือเขามีตัวอ่อนของสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัว!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:11 น.