ข่าว

วิดีโอ



ตะพดโลกันตร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น - ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพะเพลิง

กำกับการแสดงโดย: เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศรัณย์ ศิริลักษณ์,ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร,วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร,เคลลี่ ธนะพัฒน์,มิกค์ ทองระย้า,

อัลบั้ม: พอร์ช-เคลลี่ โชว์บู๊อีกครั้งใน "ตะพดโลกันตร์"

ความแค้นแน่นอกแทบระเบิด นางพญาเวตาลต้องเอาคืนพวกมนุษย์ให้สาสม!

นางทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณผีเร่ร่อนมาเพื่อจัดการกับพวกไม้ และดวงวิญญาณที่จะพาเหล่าผีเร่ร่อนไปหาไม้ได้ก็คืออบเชย

เมื่ออบเชยยังไม่ฟื้น ไม้ตั้งสมาธิออกตามหาดวงจิตของเธอตามที่หลวงพ่อแนะนำแต่ก็ไม่พบ กาลิกิณีหรือนางพญาเวตาลพาอบเชยมาข่มขู่เมฆเพื่อให้แลกชีวิต นางต้องการตัวเมฆกลับไปแล้วจะยอมปล่อยดวงวิญญาณของอบเชย เมฆตกลงเพราะอยากให้ไม้กับอบเชยกลับมามีความสุขอีกครั้ง

ไม่มีใครรู้ว่าเมฆหายไปไหน ไม้พยายามตั้งสติลำดับเหตุการณ์แล้วบอกทุกคนว่าตนเจอวิญญาณอบเชย

“อะไรนะ!” ศรนารายณ์อุทานตกใจ

“ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่วิญญาณอบเชยอยู่กับพวกวิญญาณเร่ร่อนของนางเวตาล”

“นี่นางเวตาลมันเอาวิญญาณอบเชยไปเป็นทาสทั้งที่ร่างของอบเชยก็ยังหายใจอยู่เนี่ยนะ”

“ที่มันวางยาชาวบ้านที่วัดตอนนั้น เราอาจไปหลงคิดว่ามันตั้งใจจะฆ่าคนของเราให้หมด แต่จริงๆแล้วมันต้องการวิญญาณคนของเราแค่คนเดียว นางเวตาลมันวางแผนไว้ทุกอย่าง”

“คิดอยู่แล้ว เรื่องมันต้องไม่จบแค่นั้นแน่”

“มันมีพวกเป็นวิญญาณเร่ร่อนไม่รู้เท่าไหร่ มันพร้อมที่จะส่งพวกนั้นมาเล่นงานเราได้ตลอดเวลา แม้ว่าตัวมันจะบาดเจ็บก็ตาม”

“หรือเพราะที่เมฆหายไปเป็นเพราะเรื่องนี้”

“ฉันก็ยังไม่แน่ใจ” ไม้หน้าเครียด ทั้งกังวลและสับสนไปหมด

ooooooo

โบสถ์ร้างถูกปิดทึบจนแทบไม่มีแสงลอดออกมา ร่างเวตาลที่บาดเจ็บนอนไร้สติ นางพญาเวตาลเอาสมุนไพรประคบแผลให้ลูกของตนด้วยความเป็นห่วง

ห่างออกไป เมฆค่อยๆรู้สึกตัวลืมตา นางพญาเวตาลจ้องมองเยาะหยัน

“รู้สึกตัวแล้วเหรอ สุดท้ายแกก็ตัดสินใจมายืนตรงนี้กับข้า...กับลูกเวตาลของเจ้า”

“ฉันมาเพราะไม่อยากให้แกทำร้ายจิตใจไม้ ด้วยการให้อบเชยไปฆ่าเขาต่างหาก”

“จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เจ้าก็มาอยู่ตรงนี้กับข้าแล้ว”

“แกทำอะไรกับอบเชย”

“ข้าก็แค่เอาวิญญาณของมันมาขังไว้ก็แค่นั้น เงื่อนไขของดวงวิญญาณที่มนุษย์หน้าโง่อย่างพวกเจ้าไม่เคยรู้ก็คือ...ถ้ามันออกจากร่างเดิมยิ่งนานเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งลืมสิ่งที่มันเคยเป็น เหมือนกับที่มนุษย์เวียนว่ายตายเกิด โดยลืมไปว่าชาติก่อนเคยเป็นใคร ทำอะไรไว้ นังนี่ก็ไม่ต่างกัน”

เมฆตะลึง อ้าปากจะด่าแต่นางพญาเวตาลไม่เปิดโอกาส พรั่งพรูวิธีการแก้แค้นต่อไป

“ข้าขังดวงวิญญาณมันไว้ไม่กี่วัน มันก็ลืมชื่อมันไปแล้วด้วยซ้ำ ปล่อยให้คนที่ยังจำได้เจ็บปวด ไม่ว่าพวกเจ้าจะพูดยังไงนังนี่ก็จะไม่กลับไปเป็นคนของเจ้าได้อีก เพราะความทรงจำของมันตอนนี้จำได้แค่ว่ามันเป็นทาสของข้า คนที่ให้อาหารมันเท่านั้น...แบบนี้เจ้าคงพอจะนึกได้แล้วสินะว่าข้าจะทำให้ลูกชายของเจ้าดิ้นพล่านมาขอตายแทบเท้าข้าได้ยังไง”

“แกทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยแบบนี้ได้ยังไง อบเชยไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย”

“ข้าทำได้มากกว่าที่เจ้าคิดเสมอ แต่ตอนนี้เจ้าก็เลือกที่จะมากับข้าดีๆ แทนที่จะปล่อยให้ลูกชายที่รักของเจ้าถูกคนรักของมันเองฆ่าตาย”

“หวังว่าแกจะไม่ละเมิดสัญญา”

กาลิกิณีไม่ตอบแต่หัวเราะชอบใจ เมฆคิดหนักไม่แน่ใจว่าตนตัดสินใจถูกหรือผิด

ooooooo

ไม้ร้อนใจเป็นห่วงอบเชยที่ตกเป็นทาสของกาลิกิณีและคาดว่าการหายตัวไปของเมฆอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงหาทางช่วยพ่อกับคนรักกลับมาให้ได้ โดยให้มะลิพาไปที่รังของเวตาลเพราะเธอคือคนเดียวที่ยังต้องคำสาปของเวตาลอยู่

เมื่อกาลิกิณีได้ตัวเมฆไปก็ถ่ายพลังชีวิตของเขามาให้ลูกเวตาลของเธอ เวตาลฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งด้วยพลังที่แข็งแกร่งเหมือนเดิม ขณะที่เมฆอ่อนแรงลงไปมาก ลากสังขารตัวเองออกจากรังเวตาลเพื่อกลับไปหาไม้ แต่กาลิกิณีก็ให้เวตาลรีบจัดการเมฆเสีย

ระหว่างนั้นไม้ ศรนารายณ์ จันทร์ และมะลิตามมาช่วยเมฆไว้ได้ทัน สมรภูมิรบระหว่างพวกไม้กับเวตาลจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ไม้จัดการเวตาลจนสิ้นฤทธิ์และเมฆก็ลงมือฆ่าเวตาลด้วยมือของเขาเอง จันทร์กับมะลิประจันหน้ากับนางพญาเวตาลแต่นางก็หาทางหนีไปได้

เมื่อนางพญาเวตาลรู้ว่าลูกซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของตนตายแล้วก็โกรธแค้นมากมาล้างแค้นไม้อย่างบ้าคลั่ง โดยมีสมุนคือผีเร่ร่อนจำนวนมาก แต่พวกศรนารายณ์ก็กำจัดพวกผีหมดสิ้น ขณะที่ไม้จัดการกับนางพญาเวตาลด้วยไม้ตะพดลงได้ แต่เขาก็เสียใจที่ยังไม่ได้อบเชยกลับคืนมา
เมื่อนางพญาเวตาลดับสูญคำสาปของนางก็ดับสูญไปด้วย ลูกในท้องแพรวาที่เธอตัดสินใจไม่ทำแท้งจึงกลับมาเป็นปกติ

ศรนารายณ์เสียใจไม่น้อยไปกว่าไม้ที่ไม่สามารถพาอบเชยกลับคืนมาได้ แต่แล้วเมื่อทุกคนพาเมฆกลับมารักษาตัวที่บ้านก็พบว่าอบเชยตัวเป็นๆมารออยู่

“อบเชยลูกพ่อ”

“ทำไมไม่มีใครกลับไปที่บ้านเลยล่ะ รอตั้งนาน”

ไม้โผเข้ากอดอบเชยด้วยความดีใจสุดๆ “อบเชย ฉันนึกว่าเธอ...”

“ขอบคุณนะไม้ ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอฉันจำได้...ฉันรู้สึกตัวอีกทีฉันก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงที่บ้านแล้ว”

“ช่างเถอะ เธอกลับมาก็ดีมากแล้ว”

ศรนารายณ์โผเข้ากอดอบเชยเช่นกัน พร่ำพูดขอบใจลูกสาวที่กลับมาหาพ่อ อบเชยเลยกระเซ้ายิ้มๆว่า

“ถ้าหนูไม่กลับมาแล้วใครจะทำกับข้าวให้พ่อกินล่ะ”

ศรนารายณ์ดีใจ หัวเราะทั้งน้ำตาที่รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

คืนนั้น ไม้กับอบเชยได้นั่งดูดาวด้วยกันอีกครั้ง ต่างคนต่างสารภาพรักก่อนที่ไม้จะขออบเชยแต่งงานและครั้งนี้พิธีการต้องสมบูรณ์ เขาและเธอจะอยู่ด้วยกันตลอดกาลอย่างมีความสุข

รุ่งขึ้นไม้พาอบเชยไปที่ฟาร์มแกะ อบเชยสงสัยว่าเขาพามาทำไมเพราะที่ดินผืนนี้เราขายไปแล้ว

“ขายแล้วก็ซื้อกลับมาแล้ว”

“หา!! ซื้อมาทำไมอีก แล้วทีนี้ใครจะดูแล”

“ก็นี่เป็นของขวัญวันแต่งงานของเรา”

อบเชยดีใจหอมแก้มไม้เป็นรางวัล พอไม้ถามว่าหอมในโอกาสอะไร เธอบอกว่าขอบคุณแทนแกะ

“แต่แกะมีตั้งสิบตัวนะ หอมทีเดียวได้เหรอ”

“เดี๋ยวนี้พูดจาแบบนี้เป็นด้วยเหรอ”

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย”

พูดจบไม้ยื่นแก้มให้อบเชยหอม ยิ้มแก้มป่องหลับตารอ แต่อบเชยกลับไปเอาลูกแกะน้อยมาหอมเขาแทนแล้วสองคนก็หัวเราะสนุกสนานไปด้วยกัน

ooooooo

จันทร์พามะลิมากราบเจ๊กีที่ท่ารถโดยสาร บอกกล่าวว่าเราสองคนจะแต่งงาน เชิญเจ๊กีไปร่วมงานด้วย

“อะไรมันจะเร็วปานนั้น ลื้อท้องเหรออามะลิ”

“ไม่ใช่นะเจ๊ พอดีว่าคุณตฤณเขาวางแผนจะจัดงานแต่งให้เราไว้แล้ว แล้วฉันก็คิดว่ามันก็พอดี”
“ไปงานกับอาตฤณ อย่าคิดเลยว่าอั๊วจะไป”

“ไปเถอะนะคะ เรานับถือเจ๊กีเหมือนญาติผู้ใหญ่ แล้วเราสองคนก็ไม่มีญาติที่ไหน” มะลิอ้อนสุดฤทธิ์แต่เจ๊กีกลับถามย้อนจนเธอแทบหงายหลังว่าเราไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไปเถอะนะเจ๊นะ” จันทร์อ้อนอีกแรง

“จะให้อั๊วไปก็ได้ แต่ยังไงก็ให้อามะลิมาช่วยทำงานอยู่อู่ได้ไหมล่ะ อั๊วก็ขาดผู้ช่วยอยู่”

“ได้สิคะ ฉันอยากทำมากเลย” มะลิรับคำด้วยความเต็มใจแล้วยิ้มหน้าบานกับจันทร์ เจ๊กียังวางฟอร์มนิ่งแต่ความจริงลอบยิ้มไปกับทั้งสองคนด้วย

และแล้ววันแต่งงานก็มาถึงซึ่งจัดทีเดียวสามคู่พร้อมกัน อบเชยกับไม้ แพรวากับตฤณ และมะลิกับจันทร์

ขบวนขันหมากแห่กันมาเสียงดัง มีชาวบ้านร้องรำสนุกสนาน เจ้าบ่าวรูปหล่อสามคนเดินโปรยยิ้มตลอดทางจนถึงบ้านศรนารายณ์ที่เจ้าสาวทั้งสามรออยู่

พิธีการเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่อบอวลไปด้วยความสุขสนุกสนาน ทุกคนล้วนมีแต่รอยยิ้มกับงานมงคล และที่สำคัญบัดนี้หมู่บ้านได้กลับมาสงบสุขอีกครั้งหลังหมดสิ้นพวกเวตาล

ooooooo

หลังแต่งงาน มะลิเข้ามาทำงานที่อู่เป็นผู้ช่วยเจ๊กี จันทร์จากเด็กรถก็ได้เลื่อนขั้นเป็นคนขับ เขาขยันขันแข็งเพื่อสร้างครอบครัวให้มั่นคง

กิจการของเจ๊กีเจริญรุ่งเรืองโดยมีศรนารายณ์คอยให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจ แต่ความงกของเจ๊กียังคงอยู่อย่างเดิม จนบางทีศรนารายณ์กับจันทร์ก็อดแซวเธอไม่ได้...

หลายเดือนผ่านไป แพรวาคลอดลูกชายร่างกายแข็งแรง ซึ่งตอนแรกทั้งเธอและตฤณก็แอบลุ้นเหมือนกันว่าเด็กจะปกติดีไหม หรือจะเป็นตัวประหลาดอย่างที่แพรวาเคยฝันเห็น

เมื่อลูกชายอ้วนท้วนแข็งแรงดี พ่อแม่มือใหม่เลยยิ้มสุขใจหายห่วง คนอื่นๆที่มาเยี่ยมต่างแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า

ไม้กับอบเชยใช้ชีวิตคู่ที่ฟาร์มแกะอย่างมีความสุข ฟาร์มแห่งนี้เป็นความฝันและความหวังของทั้งคู่ที่จะสร้างรากฐานครอบครัวให้มั่นคงสืบต่อไป ที่สำคัญอบเชยได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ นั่นเท่ากับความสุขย่อมบังเกิด

สองคนพอใจกับความเป็นอยู่พอเพียงและชอบมากเวลาที่หมู่บ้านสงบแบบนี้ อบเชยภาวนาอย่าให้มีเรื่องอะไรมาทำให้ลูกผู้ชายต้องปรากฏตัวขึ้นมาอีก

“ฉันก็ขอให้เป็นแบบนั้น อยากมีเวลาอยู่กับเมียอย่างเดียว เดี๋ยวจะมีลูกสักสิบคนเลย”

“นี่ ถามกันซักคำมั้ย”

“อ้าว...ไม่อยากมีลูกเหมือนคุณตฤณกับแพรวาเหรอ”

อบเชยอมยิ้มแล้วพูดเขินๆว่า “สักสิบสองคนดีกว่า”

ไม้แทบไม่เชื่อหู ยิ้มทะเล้นแล้วบอกว่าว่างๆ แบบนี้ไปทำเลยดีไหม อบเชยยิ่งเขินอายไปกันใหญ่ แต่ก็ยอมให้เขาทั้งหอมและกอดโดยดี

ooooooo

-อวสาน-


ละครตะพดโลกันตร์ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านตะพดโลกันตร์ ติดตามตะพดโลกันตร์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศรัณย์ ศิริลักษณ์,ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร,วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร,เคลลี่ ธนะพัฒน์,มิกค์ ทองระย้า, 15 พ.ย. 2558 06:54 2015-11-16T01:43:27+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ