ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทางผ่านกามเทพ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    มาลาตีประคองพิมลภาไปอาเจียนในห้องน้ำ ภัทรลดาคอยพี่สาวที่ห้องนอน พอออกมามาลาตีเดินพลางบ่นพลาง

    “ค่อยๆเดินนะพิม แล้วทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ นี่ถ้าฉันมาไม่ทัน ป่านนี้เธอตายไปแล้วรู้ไหม”

    พอมานั่งที่เตียง พิมลภาปั้นหน้าเศร้าขอโทษภัทรลดาที่ทำให้เธอเดือดร้อน ตำหนิตัวเองว่าทำตัวเองยังไม่พอยังทำร้ายมาลาตีกับน้องอีก ภัทรลดาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ พิมลภาร้องไห้เล่าว่า

    “ก็เรื่องที่พี่รับปากว่าจะหาเงินห้าล้านมาคืนภัทรไงจ๊ะ คนที่ซื้อที่พี่เขาโทร.มาแคนเซิลแล้ว” พิมลภาดึงภัทรลดาเข้าไปกอดร้องไห้สะอึกสะอื้น “พี่ขอโทษนะภัทร...พี่ขอโทษ...”

    ในขณะที่ภัทรลดาเครียดหนัก มาลาตีกลับบอกว่าเรื่องแค่นี้เองก็ถึงกับจะฆ่าตัวตายเลยหรือ พิมลภาโทษว่าตนทำให้น้องต้องเสียหาย น้องอุตส่าห์ไปยืมเงินคนอื่นมาแต่ตนผิดสัญญาหาเงินมาคืนให้ไม่ได้

    “พี่น้องกัน แค่นี้ไม่เป็นไรหรอกน่าพิม” แล้วหันไปทางภัทรลดา “พี่เธอก็รู้สึกผิดจนถึงกับฆ่าตัวตายแล้วนะ เธอคงไม่คิดจะกดดันกันมากไปกว่านี้ใช่ไหม” ภัทรลดาจำต้องบอกพิมลภาว่าอย่าคิดมากตนหาทางออกได้ “ได้ยินแล้วใช่ไหมพิม เธออย่าคิดอะไรสั้นๆอีกนะ” มาลาตีรวบรัด พิมลภารีบจับมือภัทรลดาสัญญาว่าได้เงินมาเมื่อไรจะรีบเอามาคืนทันที

    “ค่ะ...”

    ภัทรลดาเสียงอ่อยอย่างไม่มีทางเลือก รับปากทั้งที่ยังมืดแปดด้าน จนไม่ได้สังเกตว่าพิมลภากับมาลาตีแอบมองกันอย่างสมใจกับแผนที่เตี๊ยมกันมาสำเร็จอย่างง่ายดายมาก

    แต่พอภัทรลดากลับไป มาลาตีถามว่าภัทรลดาจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ บ่นเพื่อนว่าเธอนี่โหดจริงๆเลย แต่พิมลภากลับรู้สึกสบายใจ บอกว่าเมื่อภัทรลดารับปากแล้วก็ปล่อยเขาไปแก้ปัญหาแล้วกัน ตัดบทว่าจบนะแล้วเดินเข้าห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มาลาตีมองตามหลังพึมพำ

    “เทียบกับยัยนี่ ฉันกลายเป็นนางฟ้าไปเลย”

    ooooooo

    ภัทรลดาเดินซึมๆเข้าบ้าน เห็นศราภัทรนั่งดูข้อมูลเกี่ยวกับกล้วยไม้จากไอแพด เธอตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง ถามว่าพ่อว่างหรือเปล่า

    ศราภัทรบอกว่าว่าง ตอนนี้กำลังหาความรู้เรื่องกล้วยไม้เพิ่มเติม ออกจากงานแล้วจะได้มีอะไรทำ ไม่ฟุ้งซ่านและมีรายได้เข้าบ้านด้วย ภัทรลดาจึงรู้ว่าวันนี้พ่อได้ฝากใบลาออกให้เพื่อนไปยื่นให้แล้ว เปรยๆ บ่นๆ ว่าดีเหมือนกันจะได้มีโอกาสอยู่บ้านมากหน่อย ไม่อย่างนั้นก็ทำแต่งานไม่ได้พักสักที

    ปิ่นมณียกถาดยากับน้ำเข้ามาให้ พูดเหน็บว่าจะคอยดูว่าจะอยู่ติดบ้านได้สักกี่วัน เอายาให้ศราภัทรแล้วปิ่นมณีตอกย้ำกับภัทรลดาอีกว่า

    “ตอนนี้รายได้หลักของพ่อกับแม่ก็อยู่ที่ดอกเบี้ยเงินฝากแล้วนะ ต่อไปจะทำอะไรก็ระวังตัวด้วย ไหนๆ ก็ไม่เชื่อฟังแม่แล้วก็อย่าหาเรื่องมาให้แม่ก็แล้วกัน”

    เรื่องพ่อลาออกจากราชการและแม่ก็ตอกย้ำเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ทำให้ภัทรลดาไม่กล้าเล่าเรื่องเงินห้าล้านให้พ่อฟัง

    ขณะภัทรลดาคิดเครียดเก็บกด ไตรภพก็โทร.มา เธอบอกตัวเองว่าจะทำให้ไตรภพรู้ว่าตนกำลังจนตรอกไม่ได้ พอเขาทวงถามเรื่องเงินว่าได้หรือยัง เธอบอกว่ากำลังพยายามหาอยู่ ถูกเขาดักคอว่า

    “ไม่ใช่กำลังพยายามหนีอยู่ล่ะ บอกไว้ก่อนนะ ว่าคุณหนีผมไม่พ้นหรอก หรือถึงพ้นพ่อแม่คุณก็ต้องรับผิดชอบเงินจำนวนนี้แทน จำเอาไว้” ภัทรลดาเสียงแข็งว่าตนรู้ “ผมก็ต้องเตือนไว้ก่อน ขึ้นชื่อว่าโจรมันไว้ใจไม่ได้หรอก”

    พอไตรภพวางสาย ภัทรลดาทิ้งตัวพิงพนักอย่างหมดแรง เจ็บใจที่ถูกไตรภพดูถูกและมืดแปดด้านเรื่องเงินห้าล้าน...

    ooooooo

    แต่ไตรภพก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอย่างที่พูดกับภัทรลดา เขาช่วยแก้สถานการณ์ โดยโทร.ไปคุยกับวิสาว่าเกิดการเข้าใจผิดกัน ตอนนี้เช็คอยู่ที่ตนเดี๋ยววันโอนจะไปจัดการให้

    วิสาบอกว่าตนไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่เห็นทางคนขายกับภัทรลดาบอกไม่ตรงกันจึงโทร.มา บอกไตรภพว่าไม่ต้องไปเองก็ได้ตนเกรงใจ

    “อย่าเกรงใจเลยครับ เรื่องเงินๆทองๆ ไว้ใจตัวเองดีที่สุด จะได้ไม่เสียใจที่ไว้ใจคนผิด” ไตรภพประชดตัวเอง

    เพียงสายวันต่อมา ภัทรลดาก็เอาเช็คหนึ่งล้านกับซองใส่เงินจำนวนหนึ่งไปให้ไตรภพ เขาถามว่าตนให้เวลาสามวันไม่ใช่หรือ

    “ต่อให้สามปีฉันก็หาเงินมาคืนคุณไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันคืนแคชเชียร์เช็คให้คุณก่อนล้านนึง ส่วนเงินในซอง เป็นเงินเก็บทั้งหมดของฉันบวกกับเงินที่ฉันขายรถ...” ไตรภพคิดแล้วบอกว่ายังขาดอีกสี่ล้านกว่า “ยังพูดไม่จบค่ะ เงินส่วนที่เหลือ ฉันจะทำงานใช้หนี้คุณ ให้คุณหักจากเงินเดือนฉันได้ทุกเดือนจนกว่าจะครบ”

    ไตรภพหัวเราะพูดขำๆว่าเงินเดือนเธอก็เงินจากบริษัทของตน แล้วจะให้ตนหักใช้หนี้ตัวเองอีกเนี่ยนะ? ภัทรลดาฉุนขาดบอกว่างั้นตนจะลาออกจากที่นี่แล้วไปหางานทำเอาเงินมาใช้คืนเขา

    “กี่ปี ยี่สิบหรือว่าสามสิบปีกว่าคุณจะใช้หนี้ผมหมด พ่อคุณเป็นอดีตพลโทแล้วยังเป็น ส.ว.อีก เงินแค่สี่ล้านกว่าน่าจะมีไม่ใช่เหรอ” ภัทรลดาตัดบทว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างเขากับตนไม่เกี่ยวกับคุณพ่อ “ลูกขี้โกงพ่อแม่รับรู้ก็ถูกต้องแล้วนี่ ไม่เกี่ยวได้ยังไง”

    “คุณพ่อฉันไม่สบายคุณก็เห็นกับตา ถ้าเกิดคุณบอกคุณพ่อแล้วคุณพ่อเครียดจนเป็นอะไรขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบยังไง”

    ไตรภพยักไหล่อย่างไม่แคร์ ถามว่าทำไมตนต้องรับผิดชอบด้วย ถ้าพ่อเธอเป็นอะไรไปก็เธอนั่นแหละต้องรับผิดชอบอย่ามาเที่ยวโทษคนอื่น ภัทรลดาฮึดขึ้นมาบอกว่าก็ได้ ยังมีเวลาอีกสองวันตนจะหาเงินที่เหลือมาคืน ต่อให้ต้องขายตัวตนก็ยอมแต่อย่ายุ่งกับพ่อตน ไตรภพถามเยาะๆว่าสติปัญญาเธอมีแค่นี้หรือ?! ภัทรลดาสวนทันควันว่า ตนทำอะไรก็ได้ถ้าเขาเลิกดูถูกตนและเลิกวุ่นวายกับคุณพ่อตน

    “อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม ได้...งั้นผมซื้อคุณเอง ผมจะซื้อคุณมาเป็นเมียผมสองปี แล้วถือว่าเราหมดหนี้กัน แล้วอย่าคิดนะว่าผมจะยกย่องหรือโง่จดทะเบียน อะไรกับคุณ ในเมื่อคุณอยากเป็นสินค้าให้คนเขาประเมินราคานัก ผมก็จะใช้สินค้าอย่างคุณให้คุ้มเอง”

    ภัทรลดาอึ้ง พูดไม่ออกเพราะตัวพลั้งปากพูดไปเองไม่คิดว่าไตรภพจะรวบรัดมัดมือชกแบบนี้

    ooooooo

    แล้วก็กลายเป็นเรื่องช็อกวงการ เมื่อวันนี้พราวกับอาทรชวนภัทรลดาไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ไตรภพก็มาขัดว่าไปไม่ได้เพราะตนกับภัทรลดามีเรื่องต้องรีบกราบเรียนผู้หลักผู้ใหญ่ให้ทราบเรื่องของเรา พลางโอบบ่าภัทรลดาอย่างสนิทสนม

    อาทรกับพราวตกใจกับคำพูดและท่าทางของไตรภพ ภัทรลดาอึดอัดแต่ไม่กล้าขัดขืน อาทรถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ภัทรลดาอึกอัก ไตรภพชิงตอบแทนว่า

    “มันก็ไม่มีอะไรยากนี่ครับคุณอาทร ผมกับภัทรกำลังจะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่คงต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ เพราะเราคงไม่มีงานเลี้ยงอะไร พวกเราเป็นคนชอบชีวิตเรียบง่ายน่ะครับ” แล้วหันชวนภัทรลดา “ไปกันเถอะจ้ะภัทร ขอตัวก่อนนะครับ” ว่าแล้วก็โอบบ่าภัทรลดาเดินแนบชิดกันไป

    อาทรมองตามช็อก ตั้งหลักไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูก

    แต่คนที่ช็อกยิ่งกว่าคือศราภัทรกับปิ่นมณี ศราภัทรถามว่าตนหูฝาดไปหรือเปล่า ภัทรลดาข่มความรู้สึกทั้งมวล บอกพ่อด้วยสีหน้าปกติว่า ตนกับไตรภพตกลงกันแล้วว่าเราจะใช้ชีวิตร่วมกัน ปิ่นมณีถามว่าแล้วรักใคร่ชอบพอกันตั้งแต่เมื่อไหร่แม่ไม่เห็นรู้เรื่อง

    “ผมกับภัทรคบหากันมาได้ระยะนึงแล้วล่ะครับ แล้วเราก็มีความพร้อมพอที่จะใช้ชีวิตคู่กันได้ เราก็เลยตัดสินใจมากราบเรียนให้ท่านกับคุณปิ่นมณีทราบน่ะครับ” ศราภัทรถามภัทรลดาว่าจริงหรือ เธอตอบรับไม่กล้าสบตา

    “ต๊ายตาย แล้วนี่จะลำดับญาติกันยังไงเนี่ย พ่อแต่งกับพี่สาว ลูกแต่งกับน้องสาว พี่เขยกลายเป็นพ่อสามี มีลูกขึ้นมาไม่รู้จะเรียกกันยังไงเลย” ปิ่นมณีโวยวาย

    ศราภัทรเห็นท่าทางอึกอักของภัทรลดาก็ระแวง บอกไตรภพว่า ตนต้องการคุยกับลูก ให้เขาช่วยออกไปรอข้างนอกก่อนได้ไหม พอไตรภพลุกออกไป ศราภัทรบอกภัทรลดาว่า

    “ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว บอกพ่อมาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

    ภัทรลดาหน้าเสียแต่ก็อยู่ในสภาวะที่ต้องตกกระไดพลอยโจน โกหกว่าไม่มีอะไร ตนกับไตรภพรักกัน เราก็เลยอยากใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้นเอง ศราภัทรเชื่อว่าลูกที่ตนเลี้ยงมาไม่ใช่คนใจเร็วด่วนได้ ไม่ใช่คนที่ตัดสินใจปุบปับแบบนี้ ภัทรลดาไหว้ขอโทษพ่อกับแม่ ยืนยันว่าตนไม่มีอะไรจริงๆ

    ปิ่นมณีบ่นกระปอดกระแปดว่าเด็กสมัยนี้เห็นผู้ใหญ่เป็นหัวหลักหัวตออย่างนี้แหละ ถามว่าแล้วไปดูฤกษ์ดูยามมาหรือยัง ภัทรลดาบอกว่าพวกตนไม่ได้สนใจเรื่องฤกษ์ และไม่อยากมีพิธีรีตองอะไรวุ่นวายด้วย แค่รักกันใช้ชีวิตคู่ร่วมกันก็น่าจะพอแล้ว

    กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที พออรรณพรู้ก็ไม่ยอม อย่างไรเสียก็ต้องมีพิธีจะทำเล็กหรือใหญ่ก็ไม่ว่าแต่ต้องมีพิธีแต่งงาน ไตรภพเสียงแข็งกับอรรณพว่า ตนแค่มาเรียนให้ท่านทราบแต่ไม่ใช่มาขออนุญาต แล้วรวบรัดตัดบทว่า

    “สรุปว่าผมจะพาภัทรลดามาอยู่ที่นี่วันเสาร์นี้แค่นี้นะครับ”

    “ฉันจะบอกน้าสาแก ว่าแกไม่ให้เกียรติหนูภัทร จะพาเข้ามาอยู่บ้านเฉยๆโดยไม่จัดพิธีอะไรทั้งนั้น ฉันว่าคงเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีก็ได้มั้ง ที่น้าแกกับฉันเห็นตรงกัน แกอวดดีกับฉันได้แต่ฉันอยากดูน้ำหน้าแกนักว่า แกจะกล้าพูดกับน้าสาของแกแบบที่พูดกับฉันไหม”

    พออรรณพเอาน้าสามากดดัน ไตรภพก็พูดไม่ออก และเมื่อวิสารู้ก็เป็นอย่างที่อรรณพคาด คือยังไงก็ต้องมีพิธี อีกทั้งธนาธิปและนินันท์ก็เห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันหมด นินันท์จัดการแบ่งหน้าที่กัน ตัวเองจะเป็นคนดูแลเรื่องสถานที่ ธนาธิปให้ดูแลเรื่องชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ส่วนวิสาดูแลเรื่องอาหารการกิน วิสาพยักหน้าเห็นด้วยบอกไตรภพว่า

    “ทุกอย่างพวกเราจัดการให้ คุณภพเตรียมตัวให้พร้อมก็พอ อย่างนี้คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะคะ” ไตรภพทำท่าจะแย้ง ถูกธนาธิปขัดว่า ไม่มีแต่ เขาจะแต่งงานทั้งทีพวกเราดีใจเพราะฉะนั้นอย่ามีปัญหาอะไรมาก

    ไตรภพพูดไม่ออก เครียด เมื่อเรื่องที่จะให้ภัทรลดามาอยู่กับตนเป็นการหักหนี้กลายเป็นเรื่องจริงจังเลยเถิดไปไกล

    ooooooo

    คืนนี้ภัทรลดาโทร.คุยกับพราวอยากให้พราวมาอยู่กับตนในวันนั้น พราวไม่มีปัญหาแต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ เมื่อจู่ๆเพื่อนรักก็ลุกขึ้นมาจะแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ ถามว่าท้องหรือเปล่า ภัทรลดาตอบเสียงแข็งว่าตนไม่ทำอย่างนั้นหรอก

    แล้วการสนทนาก็ต้องหยุดเมื่อเสียงออดหน้าบ้านกระหน่ำรัวอย่างไม่เกรงใจใคร ภัทรลดาไปดูที่หน้าต่าง เธออุทาน

    “พี่อาท!”

    อาทรมาในสภาพเมาเหล้า ภัทรลดาชงกาแฟดำมาให้ดื่มจะได้สร่างเมา โดยมีปิ่นมณีนั่งปึ่งกันท่าอยู่

    ภัทรลดาบอกแม่ว่าขอคุยกับอาทร ปิ่นมณีถามว่าทำไมต้องมีความลับด้วย เธอบอกว่าไม่มีความลับ ตนแค่อยากจะให้อาทรได้พูดเต็มที่เท่านั้น ปิ่นมณีจึงลุกไปอย่างฮึดฮัดขัดใจ

    อาทรถามภัทรลดาว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าตนอยากพูดเรื่องอะไร ตนอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ภัทรลดาตัดสินใจพูดความรู้สึกแท้จริงของตนว่า ตลอดเวลา

    ตนรักเคารพเขาเหมือนพี่ชายคนหนึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกนี้ของตนได้ อาทรถามว่าแล้วเธอรักไตรภพหรือเปล่า ภัทรลดาตัดสินใจตอบว่า

    “ค่ะ...ภัทรรักเขา” อาทรพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเจ็บปวดแล้วลุกเดินคอตกออกไป ภัทรลดามองตาม ถอนใจออกมาอย่างโล่งอกที่จบปัญหาเรื่องอาทรไปได้

    ประโยชน์รับรู้เรื่องการแต่งงานของไตรภพอย่างอึ้งๆทึ่งๆ แต่ก็จะมางานให้ได้

    ไตรภพสร้างเซอร์ไพรส์อีก เมื่อเขาบอกประโยชน์ว่าให้ภัทรลดาออกจากงานและให้มาลาตีมาเป็นเลขาของตนแทน

    ขณะนั้นเองมาลาตีเดินสะดิ้งมา ประโยชน์ถึงกับพูดไม่ออก พอเขาขอตัวไปทำงาน ไตรภพบอกมาลาตีว่าตนจะสอนงานเธอเอง ทั้งคู่มองตากันวิบวับตลอดเวลา

    ฝ่ายปิ่นมณีก็ขอโทษยงยุทธที่ภัทรลดาจะแต่งงานกับไตรภพทั้งที่ตนกับคุณแม่เขาคุยกันมาอย่างดีแล้ว แต่แทนที่จะเห็นยงยุทธผิดหวังเขากลับแสดงความยินดีด้วย

    หารู้ไม่ หมวดยงยุทธรับรู้เรื่องนี้ด้วยความโล่งอกที่ไตรภพแต่งงานกับภัทรลดาจะได้ไม่ต้องมาวอแวกับทาริกาอีก

    เมื่อหมวดยงยุทธมาบอกทาริกาและแสดงความเสียใจกับเธอ ทาริกาบอกว่าตนรู้แล้ว จนนาทีนี้หมวดยงยุทธจึงรู้ว่าที่แท้ทาริกาไม่ได้มีอะไรกับไตรภพเลย ต่างรับรู้กันด้วยสายตาและสัญชาตญาณของคนที่เคยรักกันว่า ต่างก็ยังมีใจให้กันอยู่เหมือนเดิม

    และที่พิเศษคือทาริการับอาสาจะจัดทำของหวานทั้งหมดในงานเอง

    ส่วนการถ่ายรูปและวีดิโอในงาน ก็ได้มืออาชีพอย่างพราวเป็นผู้ดูแลทั้งหมด

    ooooooo

    พิมลภามาหาภัทรลดาที่ห้องนอน ภัทรลดาร้องไห้อย่างอัดอั้นเมื่อเล่าถึงเหตุที่ตนตัดสินใจแต่งงานกับไตรภพให้ฟัง พิมลภาปลอบโยนน้องว่า อย่าคิดว่าการแต่งงานจะเลวร้ายอย่างที่คิด

    ภัทรลดากลัวว่าจะถูกไตรภพแก้แค้นเพราะเขาเกลียดตนมาก

    “แต่ภัทรก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเขานะจ๊ะถึงจะเกลียดยังไง งานนี้ก็คงได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้างแหละ”

    “พี่พิม...แค่ต้องแต่งงานใช้หนี้ภัทรก็ไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรแล้ว พี่พิมยังจะให้ภัทรเอาเงินเขาอีกเหรอคะ”

    พิมลภายุให้เธอต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ไหนๆ ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว มีช่องทางไหนที่จะทำอะไรให้ได้คืนมาบ้างก็ทำไปเถอะ ภัทรลดาอัดอั้นจนร้องไห้ถามว่า

    “พี่พิมยังจะพูดอย่างนี้อีกเหรอคะ ภัทรยังไม่รู้เลยว่าเขาจะหาวิธีไหนมาทรมานภัทร รู้ไหมคะว่าเขาใช้เรื่องสุขภาพของคุณพ่อมาขู่ภัทรด้วยนะ เลวร้ายที่สุด”

    พิมลภากลัวเรื่องจะลามมาถึงตนรีบบอกภัทรลดาว่าอย่ายอมให้คุณพ่อรู้เด็ดขาดว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ถ้าภัทรยอม ภัทรจะแต่งงานกับเขาเหรอคะ”

    “ดีแล้วล่ะจ้ะ พี่กลัวว่าคุณพ่อจะทรุดหนักลงไม่อยากให้ท่านรับรู้เรื่องพวกนี้น่ะ ส่วนเรื่องหนี้สิน ภัทรไม่ต้องกลัวนะ พี่จะพยายามหาเงินมาใช้ให้เร็วที่สุด ไม่ให้ภัทรต้องทนอยู่กับคุณไตรภพนานๆหรอก” พิมลภาหยอดคำหวานให้ตามเคย

    ภัทรลดาพาซื่อกอดพี่สาวขออย่าทิ้งตนไป ตนกลัวจริงๆ “พี่มีน้องคนเดียว แล้วภัทรก็ต้องมาเดือดร้อนเพราะพี่ พี่จะทิ้งภัทรได้ยังไงล่ะจ๊ะ”

    ภัทรลดาหลงอุ่นใจ ทั้งที่พิมลภาพูดแค่เอาตัวรอดจากสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อถ่วงเวลาไปเท่านั้นเอง

    ooooooo

    คืนก่อนวันงาน สวนที่เป็นสถานที่จัดงานได้รับการตบแต่งอย่างสวยงาม รถเครื่องเสียงมาจอดอยู่เต็มไปหมด รถทุกคันเปิดเพลงจังหวะเทคโนแดนซ์ดังกระหึ่ม มีโคโยตี้เต้นกันกระจาย

    ไตรภพเองก็กำลังเต้นอยู่กับมาลาตีสุดเหวี่ยง

    ธนาธิปหน้าตื่นมาเตือนไตรภพว่าทำอะไรน่ะ แทนที่ธนาธิปจะหยุดความคึกคะนองของไตรภพได้ เขากลับถูกไตรภพให้โคโยตี้มาต้อนไปเต้นอย่างเมามันไปอีกคน

    มาลาตีเต้นสุดเหวี่ยงพูดกับไตรภพว่า

    “พรุ่งนี้จะแต่งอยู่แล้ว คุณนี่มันช่างแซ่บจริงๆ” ไตรภพถามว่าเธอไม่ชอบหรือ “ชอบสิคะ ว่าแต่คุณไม่กลัวยัยภัทรรู้เหรอ ไตรภพบอกว่าตนผมอยากให้รู้จะตายไป พูดแล้วหัวเราะร่าเข้าโอบเอวมาลาตีไว้แน่น

    ภัทรลดาร้องไห้อยู่ในห้องกับงานแต่งงานที่จะมาถึงวันพรุ่งนี้ แล้วจู่ๆก็มีสัญญาณว่ามีคนส่งวีดิโอเข้ามา เธอเปิดดูเห็นไตรภพกำลังวาดลวดลายเต้นอย่างลืมตาย

    อยู่กับมาลาตี ที่แท้ไตรภพเป็นคนส่งภาพนั้นมาให้เธอดูหมายเยาะเย้ย เท่านั้นไม่พอ ยังเอาน้ำฉีดใส่กัน ทั้งไตรภพและมาลาตีต่างเปียกกันฉ่ำแฉะ หัวเราะกันอย่างคึกคะนองเต็มที่

    “ทำกันขนาดนี้เลยเหรอ” ภัทรลดากดปิดมือถือ แช่งอย่างแค้นใจ “ไอ้บ้า ขอให้เป็นปอดบวมตายไปเลย”

    ooooooo

    สายวันต่อมาอันเป็นวันงานแต่ง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมากันพร้อมแล้ว เจ้าสาวในชุดสวยก็มาแล้วแต่ยังไร้วี่แววเจ้าบ่าว

    อรรณพเร่งให้เริ่มพิธีเลยช้าไปจะเสียฤกษ์ ศราภัทรถามหน้าตึงว่าจะเริ่มพิธีแล้วเจ้าบ่าวมาหรือยัง เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นหน้าเลย อรรณพถามนินันท์ว่าพี่ชายเธออยู่ไหน นินันท์บอกว่าโทร.เร่งแล้วเดี๋ยวคงมาถึง

    นินันท์พูดไม่ทันสิ้นเสียงก็มีเสียงรถชนอะไรโครมใหญ่ ธนาธิปบอกว่าคงมาแล้วกระมัง อรรณพหันมองสบถอย่างหัวเสีย

    “ไอ้เวรเอ๊ย!”

    ภัทรลดาถอนใจหนักๆ นึกในใจว่ายังไม่ทันแต่งไตรภพก็สร้างเรื่องเสียแล้ว ทั้งพราวและทาริกาที่อยู่กับภัทรลดาพยายามสร้างบรรยากาศให้ดี บอกว่ายังไงเขาก็มาแล้วรีบไปหากันเถิด

    “รออยู่นี่ดีกว่าค่ะ เขาเป็นคนอยากแต่งงาน เดี๋ยวเขาก็มาเองล่ะค่ะ”

    ภัทรลดาตอบหน้านิ่ง พราวกับทาริกามองหน้ากันแบบ มันยังไงกันเนี่ย?

    ภัทรลดานั่งหน้าเศร้า ขรึม เพราะไม่ทันไรชีวิตแต่งงานก็ส่อเค้ายุ่งยากเสียแล้ว

    ooooooo

    งานแต่งเกือบล่ม เมื่อไตรภพเมาไม่พอยังพามาลาตีมาจู๋จี๋กันในงานอีก วิสาต้องไหว้ขอโทษปิ่นมณีกับศราภัทรยอมรับว่าไตรภพทำไม่ถูกแต่ขอให้เห็นแก่ความรักของไตรภพกับภัทรลดาด้วยเถิด อย่ายกเลิกงานแต่งเลย

    อรรณพก็ขอร้องและสัญญาว่าจะไม่ให้ไตรภพก่อเรื่องมากไปกว่านี้ แล้วให้นินันท์กับธนาธิปรีบพาไตรภพไปแต่งตัวกลัวจะไม่ทันฤกษ์

    กว่าจะเอาตัวไตรภพไปแต่งตัวบนรถแต่งตัวได้ก็ทำเอาธนาธิปกับนินันท์เหนื่อย ยงยุทธที่ดูอยู่ถามภัทรลดาว่า

    “ยังไม่ทันไรเลย จะไหวไหมเนี่ยคุณภัทร”

    อินทรเฝ้าดูไตรภพอยู่อย่างไม่พอใจ เขารับไม่ได้ที่ไตรภพทำกับภัทรลดาอย่างนี้

    พอลากไตรภพแยกจากมาลาตีแล้ว ธนาธิปบ่นว่าเป็นเจ้าบ่าวทำไมทำตัวแบบนี้ ไตรภพโต้เสียงเมาๆ ว่าตนไม่ได้อยากเป็นเสียหน่อย ตั้งใจแค่ย้ายมาอยู่ด้วยกันเฉยๆ ท่านต่างหากที่เป็นคนบังคับให้ตนจัดงานแต่ง อาทรฉุนขาดเดินเข้ามาท้าไตรภพว่า

    “งั้นคุณก็ยกเลิกงานแต่งเสียสิ ในเมื่อคุณไม่ให้เกียรติภัทร แล้วจะมาแต่งกับภัทรทำไม”

    “หวงก้างเหรอ??” ไตรภพสะเงาะสะแงะ “คุณไม่มีสิทธิ์แล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม ผมจะทำอะไรก็ได้ คุณทำได้ก็แค่ดูเท่านั้นแหละ”

    อาทฟิวส์ขาดกระชากคอเสื้อไตรภพจะชก ถูกยงยุทธเข้ามาล็อกตัวจากด้านหลัง ไตรภพโวยวายจนยงยุทธเข้ามาหย่าศึกว่า

    “ใจเย็นๆก่อนสิคุณ นี่มันงานมงคลนะ”

    “ก็แล้วมันคิดบ้างไหมล่ะ ดูสิ่งที่มันทำสิ เสียแรงเคยคิดว่าเป็นคนดี ที่ไหนได้ไอ้ชั่วเอ๊ย” อาทรโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง ยงยุทธเตือนสติว่าถึงเขาชกหน้าไตรภพก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่จะวุ่นวายหนักขึ้นเท่านั้นเอง แล้วล็อกตัวอาทรพาออกไป

    ธนาธิปกับนินันท์มองไตรภพอย่างไม่พอใจ นินันท์ถามไตรภพว่ามีอะไรจะอธิบายไหม ไตรภพหัวเราะกวนๆ ไม่ตอบ แล้วเดินเมาๆไปที่รถเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

    ooooooo

    ตลอดเวลาที่อยู่ในพิธีแต่งงาน ไตรภพทำอะไรที่ทั้งทุเรศและน่าสมเพชจนงานเกือบล่ม

    มาลาตีในสภาพที่เมาพอกับไตรภพก็แวะเวียนมาออดอ้อนเขาตลอดเวลา จนศราภัทรบอกปิ่นมณีว่าตนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อยากล้มเลิกงานเสียตอนนี้เลย

    “นึกว่าเห็นแก่คุณอรรณพแล้วกันค่ะ ลูกเราก็ดันเลือกมาเอง น้ำท่วมปากจริงๆ” ปิ่นมณีกระซิบปลอบ ศราภัทรบ่นว่าแล้วทำไมพิมลภายังไม่มา ทั้งที่เป็นงานแต่งน้องแท้ๆ “คงจะรู้มังคะว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ยัยพิมเลยไม่มาให้ขายขี้หน้า”

    ที่แท้พิมลภายังนอนอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงในโรงแรมหรูกับหนุ่มหล่อล่ำที่แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามก็ยังไม่รู้จักกัน พอหนุ่มถามชื่อ พิมลภายิ้มเจ้าชู้ โอบคอหนุ่มให้ล้มลงบนเตียงกระซิบบอกว่า

    “ไม่รู้จักชื่ออย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ ถ้าโชคเข้าข้าง เดี๋ยวเราก็คงได้เจอกันอีก”

    ที่มุมจัดงานแต่งงานดำเนินไปอย่างทุลักทุเลจนใกล้จะเสร็จพิธี เมื่อไตรภพกับภัทรลดาเข้าไปกราบพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายที่นั่งเป็นพยาน อรรณพกับวิสาอวยพรให้อย่างพ่อแม่ที่รักและคาดหวังกับชีวิตครอบครัวของลูก แต่ศราภัทรนั่งหน้าตึงตลอดเวลา ปิ่นมณีสะกิดเตือนจึงอวยพรไปตามธรรมเนียมว่า

    “สามีภรรยามันก็เหมือนลิ้นกับฟัน หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันแล้วกันนะ”

    ส่วนปิ่นมณีอวยพรเชิงเตือนสติว่า

    “ทุกอย่างเราสองคนตัดสินใจเอง แม่ก็ขออวยพรให้เราสองคนโชคดีก็แล้วกัน”

    คู่บ่าวสาวไหว้รับคำอวยพร อรรณพยิ้มแย้มบอกไตรภพว่าถึงเวลาสวมแหวนให้ภัทรลดาแล้ว ไตรภพหยิบแหวนวงเล็กออกมาจะสวมให้ภัทรลดา อรรณพพูดสวนทันทีว่าไม่ใช่วงนั้น วงนี้ต่างหากแล้วหยิบแหวนอีกวงขึ้นมา เป็นแหวนเก่าของแม่ไตรภพเอง เพชรน้ำงามมาก ไตรภพจำได้ว่าเป็นแหวนเก่าของแม่ โวยทันทีว่า

    “ไม่ได้นะครับ ให้แหวนวงนี้ไม่ได้”

    “ทำไมจะไม่ได้ หนูภัทรเป็นภรรยาแก เป็นลูกสะใภ้ฉัน คู่ควรกับแหวนวงนี้ทุกอย่าง”

    “น้าเห็นด้วยค่ะ คุณแม่ของคุณภพ ตั้งใจจะให้แหวนวงนี้กับคนที่คุณภพจะแต่งงานด้วย เพราะฉะนั้น หนูภัทรสวมแหวนวงนี้ ถูกต้องแล้วค่ะ”

    ไตรภพเจ็บใจที่ถูกทั้งพ่อและแม่เลี้ยงที่บัดนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยบีบคั้น เลยสวมแหวนวงนั้นให้ภัทรลดาอย่างเสียไม่ได้ ภัทรลดาไหว้ขอบคุณ เขารับไหว้เซ็งๆ

    ooooooo

    เมื่อเข้าห้องหอ ภัทรลดาถอดแหวนคืนให้เขาทันที บอกว่าเป็นแหวนคุณแม่เขาเอาคืนไปเถอะ ไตรภพรับคืนไม่พอยังพูดให้เจ็บใจว่า

    “รู้ตัวเหมือนกันเหรอว่าคุณไม่คู่ควร สินค้าชั่วคราวอย่างคุณ มีงานแต่งงานให้ก็ถือว่าได้กำไรแล้ว อย่าคิดว่าจะได้มากไปกว่านี้เลย” ภัทรลดาตอบประชดว่าตนรู้ตัวว่ามาในฐานะลูกหนี้เขา มีหน้าที่ใช้หนี้เขาจนกว่าจะหมดเท่านั้น “รู้ก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้น คุณก็เริ่มผ่อนชำระหนี้ให้ผมเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยก็แล้วกัน” ไตรภพทำท่าหื่นเข้าหา

    ภัทรลดาตกใจกลัวสุดขีด ถูกเขาเย้ยว่าอย่าทำแอ๊บแบ๊วไปหน่อยเลย เราตกลงกันแล้วไงว่าเธอจะขายตัวใช้หนี้ ฉะนั้นตนจะทำอะไรเธอตอนนี้ก็ได้ทั้งนั้น แม้ภัทรลดาจะกลัวแทบขาดใจแต่ก็ไม่ยอมอ้อนวอนขอร้องแม้แต่คำเดียว เธอกำหมัดกัดฟันสะกดกลั้นสุดชีวิต

    ไตรภพเข้าหาเธอทำท่าหื่น แต่แล้วก็ชะงักถอนใจบ่นอย่างเสียอารมณ์

    “ไม่ไหว...ไม่ไหวจริง ๆ พอนึกว่าคุณโกงเงินน้าสายังไงแล้ว ผมสะอิดสะเอียนเกินกว่าจะทำอะไรต่อไปได้ โทษทีนะที่ทำให้อารมณ์ค้าง เอาไว้คราวหน้าผมจะกินเหล้าบิ๊วต์อารมณ์ก่อน ไม่งั้นผมคงทำไม่ได้จริงๆ”

    ไตรภพเดินออกไปอย่างสะใจ ภัทรลดาร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น แค่วันแรก ไตรภพก็ดูถูกเหยียดหยามเธอจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว...

    ooooooo

    พราวยังคงใกล้ชิดกับอาทรเหมือนเดิม วันนี้ขณะนั่งกินข้าวด้วยกัน อาทรมีไข้ เธอถามแซวๆว่าอกหักถึงกับเป็นไข้เลยหรือ พูดเป็นนัยว่า

    “หักอกหักใจเสียบ้างเถอะพี่อาท เดี๋ยวเป็นอะไรไป พราวเสียใจแย่”

    อาทรบอกว่าตนตัดใจได้ตั้งแต่ตอนที่ภัทรลดาบอกว่ารักไตรภพแล้ว แต่สิ่งที่ไตรภพทำกับภัทรลดาไม่เหมือนคนที่รักกันเลยและตนก็จะไม่มียอมให้ภัทรลดาต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย

    “ยัยภัทรไม่ใช่คนที่ยอมคนโดยไม่มีเหตุผลหรอก ที่เป็นแบบนี้มันก็คงมีอะไรสักอย่าง แต่คงไม่พร้อมบอกเราตอนนี้เท่านั้นเอง”

    “ไม่ว่าจะมีอะไร ถ้าภัทรไม่มีความสุข พี่ก็จะดึงภัทรออกมา ถึงภัทรจะไม่มีใจให้พี่ แต่ภัทรก็เป็นเหมือนน้องสาวพี่คนนึง พี่ไม่อยากเห็นภัทรทำหน้าเหมือนตอนอยู่ในงานอีกแล้ว”

    พราวยิ้มปลื้มกับความมีน้ำใจ อันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ตนแอบชอบเขามานาน แต่ก็แกล้งพูดว่า

    “อื้อหือ...พระเอ๊ก...พระเอก... เสียดาย พระเอกเป็นได้แค่พี่ชายที่แสนดี”

    “กินๆเข้าไปเลย จะได้เงียบๆ” อาทรพูดกับพราวอย่างเพื่อนสนิท พราวทำลอยหน้ากวนๆ แต่พออาทรเผลอเธอก็แอบมองเขาปลื้มๆ

    ooooooo

    คืนนี้ภัทรลดาในชุดนอนนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่นบ้านอรรณพถ่วงเวลาไม่อยากขึ้นห้องนอนไปเจอหน้าไตรภพ แม้จะง่วงก็อดทน จนสาวใช้ที่นั่งเป็นเพื่อนง่วงจัดเธอจึงให้ไปนอนบอกว่าตนไม่ต้องการอะไรแล้ว

    สาวใช้ไปไม่นาน ภัทรลดาก็ทนไม่ได้ เหลือบดูนาฬิกาข้างฝาเห็นเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว คาดว่าไตรภพคงนอนหลับแล้วจึงย่องขึ้นห้องนอน

    แอบดูเห็นไตรภพนอนเหมือนหลับสนิท แอบชะโงกดูเห็นหายใจหนักๆ สม่ำเสมอ ก็มั่นใจว่าหลับแล้วจริงๆ จึงค่อยๆล้มตัวลงนอนพยายามให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้เขารู้สึกตัว

    แต่พอนอนไปไม่นาน มือไม้ไตรภพก็เกะกะระรานมาพาดที่ตัว ภัทรลดาค่อยๆหยิบมือเขาออก แต่อึดใจเดียวทั้งมือและเท้าก็พาดก่ายมาที่ตัว เธอกระเถิบหนี จนกระทั่งตกเตียง เลยนอนที่ข้างเตียงเสียเลย

    ที่แท้ไตรภพไม่ได้หลับ พอแกล้งจนภัทรลดาตกลงไปนอนข้างเตียงแล้วก็ยิ้มสมใจที่แกล้งเธอได้

    เช้าวันรุ่งขึ้น ภัทรลดาลงมาที่โต๊ะอาหารเห็นอรรณพนั่งอยู่แล้ว เขาชวนนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน ภัทรลดาถามถึงพิมลภา

    “เขายังไม่ตื่นหรอก กลับดึกก็เลยตื่นสาย กว่าจะกลับคนก็นอนกันหมดแล้ว บางทีวันทั้งวันยังไม่ได้เห็นหน้าเขาเลย”

    ฟังน้ำเสียงอรรณพแล้ว ภัทรลดารู้สึกไม่ดีที่พี่สาวทำเหมือนไม่มีความรับผิดชอบต่อสามี ระหว่างนั้นภัทรลดาบิดตัวแก้เมื่อยเพราะเมื่อคืนนอนพื้นข้างเตียงทั้งคืน แต่อรรณพกลับคิดไปอีกอย่าง พูดยิ้มๆว่าเตือนไตรภพบ้างว่าอย่าขยันเก็บคะแนนนัก เพลาๆบ้างก็ได้ แต่ภัทรลดาซื่อจนไม่เข้าใจ ก็พอดีไตรภพเดินลงมาในชุดลำลองเพราะเป็นวันหยุด

    “พรุ่งนี้ตอนบ่ายอย่าลืมไปไซต์งานที่รัชดาด้วยล่ะ ผมมีงานให้คุณทำ” ไตรภพเอ่ยลอยๆหน้าบึ้งๆ

    ภัทรลดารับคำอย่างรู้ตัว อรรณพติงว่าเพิ่งแต่งงานยังไม่ทันได้ฮันนีมูน จะให้เข้าไปทำงานเลยหรือ

    “แต่งงานก็ต้องช่วยกันทำมาหากิน ไม่ได้ให้มานั่งงอมืองอเท้านี่ครับ” พูดแล้วหันมองหน้าภัทรลดาถาม “จริงไหม”

    “ค่ะ” ภัทรลดาตอบได้คำเดียวตามเคย ไตรภพยิ้มพอใจ

    ขณะคนรับใช้เอาอาหารเช้ามาเสิร์ฟ อรรณพสังเกตเห็นแหวนแต่งงานที่นิ้วภัทรลดาหายไป ถามว่าแหวนหายไปไหน ทั้งไตรภพและภัทรลดาหน้าเสีย ภัทรลดาตอบอึกอักว่าตนกลัวหายเลยถอดเก็บไว้

    “ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนนะ หนูไม่ต้องช่วยแก้ตัวแทนไอ้ภพมันหรอก” แล้วหันไปพูดกับไตรภพอย่างรู้สถานการณ์ดีว่า “แหวนวงนี้ ฉันตั้งใจให้หนูภัทรแล้ว แกไม่มีสิทธิเอาคืน”

    “แต่นี่เป็นแหวนของแม่ผม ผมควรจะมีสิทธิยกให้คนที่ผมพอใจเท่านั้น ไม่ใช่คนที่ผมไม่เต็มใจยกให้”

    อรรณพหน้าตึงทันทีพูดเสียงดุหน้าตาจริงจังว่า “แม่แกให้แหวนวงนี้กับฉันก่อนตาย บอกว่าถ้าแกแต่งงานเมื่อไหร่ให้เอาไว้รับไหว้ลูกสะใภ้ และลูกสะใภ้ฉันก็คือหนูภัทร แกไม่มีสิทธิยกให้คนที่ฉันไม่เห็นด้วย”

    “เอ่อ...ภัทรว่า...” ภัทรลดาไม่สบายใจพยายามจะชี้แจง ถูกอรรณพห้ามไว้ แต่จ้องหน้าไตรภพเขม็ง ไตรภพจ้องหน้าตอบอย่างโกรธจัดเช่นกัน

    ooooooo

    ตกสาย ภัทรลดาเข็นรถพาอรรณพไปพักผ่อนที่สวนสาธารณะ ที่นิ้วเธอมีแหวนแต่งงานแล้ว อรรณพพูดขำๆว่า

    “ไอ้ภพมันต้องโดนอย่างนี้ หนูอย่าไปอ่อนข้อให้มัน ไม่อย่างงั้นมันจะยิ่งได้ใจรู้ไหม” ภัทรลดาพูดอย่างเจียมตนว่าไตรภพคงจะหวงแหวนวงนี้มาก เลยอยากจะเก็บไว้ให้คนที่คู่ควรมากกว่า “แล้วหนูไม่คู่ควรตรงไหน ถึงจะไม่ได้จดทะเบียนหรือมีงานเลี้ยงใหญ่โต แต่หนูก็ได้ชื่อว่าแต่งงานกับมันแล้ว แม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะมีเบื้องหลังบางอย่างซ่อนอยู่ก็เถอะ”

    “ท่านรู้ด้วยเหรอคะ” ภัทรลดาหน้าเสีย

    “คุณพ่อ” อรรณพสวนทันควันให้เรียกเสียใหม่ พอภัทรลดาเรียกคุณพ่อ เขายิ้มบางๆอย่างพอใจ “ฉันอ่านทางไอ้ภพมันออกหมดน่ะแหละ แต่ที่ไม่อยากซักไซ้ไล่เลียงอะไรมันมาก เพราะฉันอยากได้หนูเป็นลูกสะใภ้ ถึงแม้ไอ้ภพมันจะมีแต้มต่อในมือ ทำให้หนูต้องทำตามที่มันต้องการ แต่หนูมีฉันอยู่ฉันจะจัดการดัดหลังมันเอง”

    ภัทรลดายิ้มบางๆอย่างอุ่นใจขึ้น ถามอรรณพว่าจะลองเดินดูบ้างไหม เดี๋ยวตนจะจับให้ไม่ล้ม อรรณพถามอย่างไม่แน่ใจว่าเดินที่นี่น่ะเหรอ

    “ค่ะ...ภัทรเคยได้ยินมาว่า แพทย์ทางเลือกเขาให้คนที่มีอาการอย่างคุณพ่อเดินเหยียบน้ำค้างยอดหญ้าตอนเช้าๆทุกวัน แล้วอาการจะดีขึ้นค่ะ ถึงตอนนี้จะไม่เช้าเท่าไหร่แล้ว แต่ยังมีน้ำค้างอยู่ คุณพ่อลองเดินดูไหมคะ”

    อรรณพซึ้งใจในความห่วงใยของภัทรลดา เขาหน้าจ๋อยเมื่อนึกถึงพิมลภา รำพึงว่า

    “นี่ถ้าพิมเขาห่วงใยฉันอย่างนี้บ้าง ก็คงจะดีนะ” พูดแล้วเห็นภัทรลดาเงียบไป เขาตัดบท “โทษที...โทษที...

    ฉันไม่น่าพูดให้เสียบรรยากาศเลย ลองเดินดูดีกว่า”

    ภัทรลดาล็อกรถไม่ให้เคลื่อนที่แล้วก้มถอดรองเท้าให้ จากนั้นประคองให้ลุกจากรถ จับเข็มขัดจากข้างหลังอย่างถูกต้องตามแบบแผน ค่อยๆพาอรรณพเดินไปบนพื้นหญ้าที่มีน้ำค้างชื้นๆอยู่ เธอดูแลอรรณพให้ก้าวไปทีละก้าว...ทีละก้าว...อย่างระมัดระวังทุกก้าว...

    ooooooo

    เช้าวันนี้ พิมลภาหิ้วถุงของว่างไปทานที่บ้านพ่อกับแม่ ศราภัทรถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมไม่ไปงานแต่งของน้อง

    “แล้วคุณพ่อจะให้พิมมาทนดูพฤติกรรมเถื่อนๆ ของคุณไตรภพอย่างนั้นเหรอคะ พิมไม่อยากให้เรื่องบานปลายถึงได้เลี่ยงไม่มา คุณพ่อน่าจะเข้าใจพิมนะคะ”

    ศราภัทรพูดไม่ออกเพราะความจริงก็เป็นอย่างที่พิมลภาพูด แต่ปิ่นมณีเห็นด้วยกับพิมลภาเต็มที่ บอกว่านึกแล้วว่าลูกต้องมีเหตุผล ดีที่เราไม่ได้เชิญแขกเหรื่อ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน พิมลภาได้ทีใส่ไฟทันทีว่า

    “พิมเคยบอกแล้วไงคะว่าคนคนนี้ไว้ใจไม่ได้ แต่ยัยภัทรคงจะหลงเขามาก ไม่งั้นคงไม่ยอมถึงขนาดเอาหน้าตาของครอบครัวเราไปแลกหรอกค่ะ”

    “แต่พ่อว่าน้องคงมีความจำเป็นอะไรสักอย่างมากกว่า เราพอจะรู้อะไรบ้างไหมล่ะ” ศราภัทรถาม พิมลภาบอกว่าตนไม่ทราบแต่จะลองเลียบเคียงถามดู อยู่บ้านเดียวกันแล้วคงคุยไม่ยาก “งั้นพ่อฝากด้วยนะ พ่อไม่สบายใจเลยจริงๆ ที่น้องแต่งงานกับคนแบบนี้”

    “ก็ถ้าคุณเชื่อฉันตั้งแต่แรกช่วยกันเชียร์หมวดยงยุทธ ป่านนี้ก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอกค่ะ มาบ่นตอนนี้ก็สายไปแล้ว” ปิ่นมณีค้อนสามีอย่างขัดเคืองใจ ขณะนั้นเอง มือถือพิมลภาดังขึ้น เธอดูเบอร์แล้วกดรับ

    “สวัสดีค่ะ...ค่ะ...มีอะไรคะ...” พิมลภาหยุดฟังปลายสายแล้วหน้าเครียดขึ้นมาทันที

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 09:44 น.