ตอนที่ 8
ไตรภพ ภัทรลดา และทาริกา แยกย้ายกันออกตามหาแคท ทาริกาไปหาเจ้าหน้าที่ให้ช่วยประกาศออกไมค์ตามหาแคท สีหน้าเธอเต็มไปด้วยความร้อนใจ และห่วงใยแคทมาก
ภัทรลดาตามไปเห็นแคทยืนอยู่ริมถนนใหญ่ที่มีรถขวักไขว่ เธอรีบไปหา พอแคทเห็นเธอก็วิ่งข้ามถนนไปทันที แคทถูกรถชนสลบ เมื่อพาไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าแคทแค่ถลอกปอกเปิกเท่านั้น ที่หมดสติคงเพราะตกใจ
ความลับถูกเปิดเผยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อหมอถามไตรภพว่าแคทเลือดกรุ๊ปอะไร มีโรคประจำตัวอะไรไหม แพ้ยาอะไรหรือเปล่า ไตรภพไม่รู้เลยสักอย่าง จนภัทรลดาโมโหถามว่าเป็นพ่อประสาอะไรไม่รู้อะไรสักอย่าง ไตรภพจึงยอมรับว่า
“ผมไม่ใช่พ่อของยัยแคทหรอก”
ทั้งภัทรลดาและทาริกาต่างอึ้ง มองเขาเป็นตาเดียว ในที่สุดไตรภพก็ยอมรับกับสองสาว เล่าเรื่องของแคทให้ฟังอย่างไม่ปิดบังว่า
แคทเป็นลูกของจักรเพื่อนคนไทยของตน คืนหนึ่งหิมะตกหนัก จักรทะเลาะกับแมรี่แม่ของแคทที่ยังแบเบาะอยู่ แมรี่หนีไป จักรจึงขับรถออกไปตามหาเพื่อเคลียร์กัน ให้รู้เรื่องทั้งที่คืนนั้นหิมะตกหนัก ไตรภพให้รอก่อน แต่จักรก็ร้อนใจเกินกว่าจะรอถึงเช้า เขาฝากแคทไว้กับตน
“ไอ้จักรเคลียร์กับแมรี่ได้ เลยขับรถกลับมารับยัยแคท แต่หิมะตกหนักและก็มืดด้วย เลยเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่”
ทาริกาถามว่าแล้วญาติคนอื่นๆของแคทล่ะ? “ญาติของแมรี่จนมาก เขาก็เลยไม่ยอมรับแคทไปเลี้ยง ส่วนไอ้จักรมันเป็นโรบินฮู้ด ไม่มีญาติพี่น้องที่เมืองไทย ผมก็เลยยื่นเรื่องต่อศาลรับแกมาเป็นลูก”
ไตรภพมองแคทที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่อย่างสงสารจับใจว่าแคทอาจคิดว่าตนเป็นพ่อจริงๆ จึงทั้งรักและหวงกลัวใครจะมาแย่งพ่อไป บอกสองสาวว่า “แต่สำหรับผม แกเป็นลูกผม” ทำให้ภัทรลดาเห็นมุมที่อ่อนโยนของเขา
ขณะนั้นเองมือถือทาริกาดังขึ้น เธอบอกปลายสายว่าเรียบร้อยแล้วและตนจะกลับไปเดี๋ยวนี้ พอวางสายภัทรลดาถามว่าจะกลับแล้วหรือ งั้นตนกลับด้วย แต่ขณะที่กำลังเดินออกไป ภัทรลดาหันมองไตรภพเดินกลับมาหาเขาจับมือขึ้นใช้นิ้วเขียนที่ฝ่ามือเขา ไตรภพอ่านจากสัมผัสได้ว่า
“คุณทำถูกแล้ว ฉันเอาใจช่วยนะ”
เขียนเสร็จทั้งคู่สบตากันนิ่ง แล้วไตรภพก็พูดแซวๆ ว่า “เลียนแบบ” ภัทรลดายิ้มขำๆ บอกว่าทีหลังก็จดลิขสิทธิ์ไว้สิ ค้อนให้ทีหนึ่งแล้วเดินออกไป ไตรภพมองตามแล้วยิ้มอย่างสุขใจ...
พออรรณพรู้เรื่องแคทก็โมโหบ่นไตรภพว่าเลี้ยงลูกยังไงปล่อยให้ถูกรถเฉี่ยว พอดีเห็นพิมลภาแต่งตัวสวยกำลังจะออกไป อรรณพชวนไปเยี่ยมแคทกัน ตนเป็นห่วงหลานเพราะไตรภพก็ยิ่งไม่มีความรับผิดชอบอยู่ด้วย
พิมลภาปั้นหน้าผิดหวังอ้างว่าวันนี้ตนมีนัดสัมมนาการเทรดหุ้นระยะสั้น วิทยากรเป็นปรมาจารย์หุ้นจากสหรัฐฯด้วยทำเป็นหนักใจถามว่าจะเอาอย่างไรดี อรรณพตัดบทว่าเธอไม่ว่างก็ไม่เป็นไรตนไปคนเดียวก็ได้
“งั้นพิมไปก่อนนะคะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว” พิมลภาทำเป็นเร่งรีบไปงาน แต่ที่แท้เธอกำลังจะไปเที่ยวกลางคืน!
ที่หน้าบ้านอรรณพ คำรณจอดรถซุ่มอยู่ พอเห็นพิมลภาขับรถออกไป คำรณมองตามอย่างอาฆาตแล้วชับรถตามไปทันที
ooooooo
อรรณพไปถึงโรงพยาบาล เห็นแคทตัวร้อนก็รีบเช็ดตัวให้อย่างทะมัดทะแมง ตำหนิไตรภพว่าไข้ขึ้นอย่างนี้กินยาอย่างเดียวไม่ได้ต้องเช็ดตัวด้วย อย่าคิดว่าอยู่โรงพยาบาลมีหมอมีพยาบาลดูแลแล้วไม่ต้องทำอะไรเลย
ไตรภพยิ้มๆ พูดเหน็บว่ารู้ดีจังเลยตนยังไม่เคยเห็นท่านดูแลใครสักคน
“ทำไมจะไม่เคย ฉันก็เฝ้าไข้แกไง...” ไตรภพทำหน้าอำถามว่าตอนไหน? “ก็ตอนที่แกยังเด็กไงวะ ตอนนั้น ฉันยังไม่มีน้าสาของแก แม่แกก็เจ็บออดๆแอดๆ แถมแก ก็ป่วยบ่อย เงินก็ไม่ค่อยมี ถ้าไม่ใช่ฉันดูแลแกแล้วใครจะดู”
ฟังแล้วไตรภพขรึมลง รับรู้ถึงความรักและห่วงใยของพ่อที่มีต่อตน อรรณพเช็ดตัวให้แคทพลางถามว่าทำไมป่านนี้น้าเขายังไม่มา ไตรภพเหน็บว่า “รู้ว่าท่านมามั้งเลยไม่อยากมา”
“ไอ้ภพ!” อรรณพหันตวาดอย่างหงุดหงิด ไตรภพหัวเราะขำๆ เล่าว่า
“วันนี้ไอ้ธิปมันมีสัมมนาที่ระยองก็เลยขนกันไปทั้งครอบครัวตั้งแต่เช้าแล้ว พรุ่งนี้ถึงจะกลับ” อรรณพบ่นว่าแค่ระยองเอง ถ้าห่วงหลานจริงมันก็น่าจะมาได้ “ท่านทำกับเขาเสียขนาดนั้น แค่ทุกวันนี้น้าสายังเลี้ยงลูกให้ผมก็บุญเท่าไหร่แล้ว” พูดแล้วเห็นอรรณพหน้าเสีย ไตรภพรู้สึกไม่สบายใจเลยเปลี่ยนเรื่อง “ทุ่มนึงแล้ว ท่านจะกินอะไรเดี๋ยวผมสั่งให้”
“อะไรก็ได้ ฉันกินได้ทั้งนั้น” อรรณพตอบอย่างไม่สนใจแล้วหันไปดูแลแคทอย่างเป็นห่วง สีหน้าเศร้าหมองด้วยความรู้สึกผิดกับเรื่องวิสาแต่ก็สายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้แล้ว
ooooooo
ที่ผับ...คำรณแอบดูพิมลภาอยู่อย่างคิดร้าย ในขณะที่พิมลภากำลังคลั่งไคล้กับหนุ่มๆ และเสียงเพลงที่อึกทึกครึกโครม เธอออกไปเต้นอย่างเมามัน คำรณยิ้มร้าย หยิบขวดเล็กๆออกจากกระเป๋าเสื้อ
พิมลภารู้สึกตัวตอนเช้าที่ห้องแคบๆในคอนโดของคำรณ พอเธอพบว่าตัวเองเปลือยอยู่ใต้ผ้าห่มก็ตกใจสุดขีด คำรณเดินเข้ามาในสภาพนุ่งกางเกงยีนส์ตัวเดียว ทักทายอย่างอ่อนหวานแต่แววตาร้าย
“อ้าว...ตื่นแล้วเหรอจ๊ะที่รัก” พิมลภาโมโหสุดขีดด่าไอ้สารเลว จะลุกไปทำร้ายเขาก็ออกจากผ้าห่มไม่ได้ คำรณหัวเราะร่า เข้าไปนั่งใกล้ๆ เชยคางเธอหยอกว่าเช้าๆ อย่าอารมณ์เสียมันไม่ดีรู้ไหม พิมลภาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ คำรณไม่สะทกสะท้าน หยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงออกมาเปิดคลิปให้ดู
พิมลภากรี๊ดสุดเสียงพยายามจะแย่งมือถือแต่แย่งไม่ได้ คำรณหัวเราะชอบใจบอกว่า
“ผมชอบฟังคุณด่าจังเลย มันช่างสวนทางกับท่าทางหวานๆ ดูเป็นผู้ดี๊...ผู้ดีของคุณจัง แต่ที่ชอบมากกว่าคือ...” คำรณมองทั่วร่างพิมลภายิ้มหื่น พิมลภาแค้นสุดขีดหยิบของอะไรใกล้มือได้ก็ขว้างปาเขาไม่ยั้ง
ทีแรกคำรณก็หัวเราะยั่ว แต่พอโดนหนักเข้าก็ตวาด
“หยุดนะโว้ย ไม่งั้นฉันตบแกคว่ำแน่” พิมลภาด่า ไอ้เนรคุณ ตนดีกับมันทุกอย่าง แล้วทำกับตนอย่างนี้
ได้ยังไง คำรณก้มไปตะคอกใส่หน้า “แกถีบหัวฉันส่ง นึกว่าฉันไม่รู้เหรอ คดีฉันเต็มตัว แถมยังตกงานอีกต่างหาก ถ้าไม่เป็นเพราะช่วยแก ฉันจะโดนอย่างนี้เหรอ!”
พิมลภาถามว่าแล้วจะเอายังไง คำรณยิ้มเยาะสะใจบอกว่า เข้าประเด็นง่ายอย่างนี้ตนรักแย่เลย พิมลภาทำได้แค่จ้องคำรณอย่างเกลียดชังเจ็บใจ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตนเหมือนลูกไก่ในกำมือคำรณแล้ว
ooooooo
แคทดีขึ้นแล้วและหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ ไตรภพลูบหัวแคทถามว่ายังโกรธแดดดี้อยู่เหรือ?
“ก็แดดดี้ไม่รักแคทแล้ว” แคทหน้าง้ำไม่หายงอน ไตรภพชี้แจงว่าไม่ว่าแคทจะโกรธอย่างไรก็ตามแต่จะว่าแดดดี้ไม่รักแคทไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ความจริง แคท ถามอ้อนว่า “ถ้าแดดดี้รักแคท แล้วแดดดี้ดุแคททำไม”
ไตรภพบอกว่าเพราะแคททำไม่ถูกที่ไปแกล้งพี่ภัทร แคทบอกว่าเพราะพี่ภัทรจะมาแย่งแดดดี้ไปจากตน
“ไม่มีใครแย่งแดดดี้ไปจากแคทได้หรอก เพราะความรักที่แดดดี้มีต่อแคท มันจะเป็นของแคทตลอดไป ไม่มีใครเอาไปได้ แคทรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนช่วยแคทไว้” แคทส่ายหน้าตาแป๋ว “พี่ภัทรคนที่แคทไปแกล้งเขาไง ถ้าเขาไม่เอาแคทไปปฐมพยาบาลแล้วรีบโทร.ตามแดดดี้พาแคทมาส่งโรงพยาบาล ป่านนี้แคทอาจจะอาการหนักกว่านี้ก็ได้ แคทลองคิดดูนะว่าที่แคททำมันถูกไหม”
แคทหน้าจ๋อยเสียงอ่อยว่า ตนไม่อยากเสียแดดดี้ไป ไตรภพกอดแคทไว้แนบอก
“แดดดี้จะอยู่กับแคทเสมอ ไม่ว่าภายหน้าจะเกิดอะไรขึ้นหรือว่าแดดดี้จะแต่งงานใหม่ มีลูกใหม่ ความรักที่แดดดี้มีต่อแคทจะไม่มีวันเปลี่ยนไป” แคทบอกให้สัญญา ไตรภพหอมแคท “สัญญาจ้ะ แล้วแดดดี้ก็ไม่เคยผิดสัญญาด้วย”
สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรัก...
ooooooo
พิมลภาเดินหน้าเครียดเข้าบ้าน อรรณพถามว่า สัมมนาหุ้นสนุกไหม พิมลภาหันมองเห็นอรรณพกดปุ่มเข็นรถเข้ามาเธอทำหน้าจ๋อยทันที
“พิมขอโทษนะคะ พอดีสัมมนาเสร็จ เพื่อนๆ เขาชวนกันไปปาร์ตี้ต่อ พิมขัดไม่ได้น่ะค่ะ ก็เลยจำเป็นต้องไป ทีนี้พอพิมดื่มเหล้าเข้าไปมันมึนๆ พิมไม่อยากขับรถกลับก็เลยเปิดโรงแรมนอนน่ะค่ะ” เห็นอรรณพพยักหน้า เธอรีบเปลี่ยนเรื่องเอาใจ ถามว่า “แล้วหลานคุณเป็นยังไงบ้างคะ”
อรรณพบอกว่าหมอให้กลับบ้านแล้ว โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก พิมลภาฉอเลาะว่าเดี๋ยวเราหาเวลาไปเยี่ยมกันดีไหม
“คุณมีเวลาว่างด้วยเหรอพิม ธุรกิจคุณมันรัดตัวออกจะตายไป” พิมลภารู้ว่าถูกประชด แต่พอดีพยาบาลเดินมาบอกอรรณพว่าได้เวลากายภาพแล้ว “งั้นผมไปกายภาพก่อนนะ คุณเองก็ไปพักผ่อนได้แล้วล่ะ”
พิมลภามองตามอรรณพที่เข็นรถออกไปด้วยสายตาไม่พอใจ เพราะนับวันอรรณพก็เย็นชากับตนมากขึ้นทุกที
ooooooo
สามสัปดาห์ต่อมา...
มาลาตีกำลังเต้นและอ่อยบรรดาหนุ่มหล่อทั้งส่งสายตาส่งจูบพัลวัน ในขณะที่พิมลภานั่งหน้าบึ้งอยู่ มาลาตีแถเข้าไปชวน
“ทำตัวให้มันเฟรชหน่อยสิพิม มีคนมองเธอตา เป็นมันเต็มไปหมดเลยนะ” พิมลภาบอกว่าไม่มีอารมณ์ ที่จริงไม่อยากมาด้วยซ้ำแต่อยู่บ้านก็ยิ่งเซ็ง “ไหนๆก็มาแล้ว อย่าไปคิดเรื่องซีเรียสสิจ๊ะ หันมาสร้างแลนด์มาร์กกันดีกว่า” พลางมองหนุ่มหล่อล่ำที่เดินผ่านไปมา พิมลภาได้แต่ถอนใจ พลันก็มีเสียงโทรศัพท์เข้า พอดูเบอร์เธอก็หน้าเครียดลุกเดินไปทันที
มาลาตีมองตามเพื่อนด้วยความสงสัยท่าทางแปลกๆของพิมลภา
พิมลภาไปหลังผับพลางคุยโทรศัพท์ไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“แสนนึง! ฉันเพิ่งโอนให้แกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองนะ จะเอาอะไรอีก...ไม่ให้! ฉันก็มีแค่เงินเดือนกับเงินประจำตำแหน่งเท่านั้นเองจะมีอะไรให้แกนักหนา”
คำรณก็เดินคุยโทรศัพท์ออกจากอีกมุมหนึ่ง น้ำเสียงแข็งกร้าว
“ถ้าอย่างนั้น ว่างๆก็ลองเข้าไปดูในเฟซบุ๊กผมบ้างนะครับ เผื่อผมจะอัพคลิปอะไรใหม่ๆ” พลางเดินเข้ามายิ้มกวนๆ
พิมลภากดตัดสายตวาดอย่างโมโหจัด “กล้าก็ทำเลย แกทำวันไหน แกก็ติดคุกวันนั้น”
“คนไร้อนาคตอย่างผม ติดคุกไปก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอก แต่คุณพิมลภามีหน้ามีตาทางสังคม ไหนจะสามี ไหนจะพ่อแม่คุณ ถ้าคิดว่าคุ้มจะลองดูก็ได้นะครับ” คำรณกระชากมือพิมลภาไว้ เธอสะบัดหลุดตบหน้าตวาดว่า ฉันจะฆ่าแก คำรณไวกว่าตบหน้าเธอพร้อมกับบิดข้อมืออย่างแรงจนพิมลภาร้องลั่น
คำรณข่มขู่ว่าถ้าไม่เอาเงินมาให้ตนจะทำรุนแรงกว่านี้อีก เธอเป็นเมียเศรษฐีจะมีเงินติดบัญชีแค่ไม่กี่แสนได้ไง ถ้าตัวเองไม่มีก็ให้ไปเอากับผัวแก่สิ!
“ถ้าเรื่องรู้ถึงคุณอรรณพ เขาก็ต้องถาม แล้วถ้าเขารู้ความจริงขึ้นมา ด้วยอิทธิพลขนาดนั้น แกคิดว่าแกจะอยู่ได้หรือ!”
“งั้นเอางี้...ฉันไม่ขอเงินแกบ่อยๆแล้วก็ได้ ฉันขายคลิปให้แกห้าล้าน แกจะไปหลอกใครก็เรื่องของแก แต่แค่ครั้งเดียวจบ โอเคไหมล่ะ”
พลันทั้งสองก็ชะงักตกใจเมื่อมีเสียงขวดแก้วล้ม! ที่แท้มาลาตีมาแอบฟังอยู่ ตกใจเผลอเหยียบขวดแก้วเปล่าล้ม มาลาตีจะหนี แต่พอหันก็เจอคำรณกับพิมลภายืนจ้องถมึงทึงอยู่แล้ว!
ooooooo
พิมลภาหาวิธีที่จะหาเงินมาห้าล้านซื้อคลิปจากคำรณตามเงื่อนไข เธอฉอเลาะอรรณพ เล่าถึงโครงการธุรกิจของตนว่า
“พิมไปดูทำเลมาแล้ว ทำเลดีมากๆเลยนะคะพิมกลัวว่าคนอื่นจะตัดหน้าไปเสียก่อน คุณให้พิมยืมเงินสักห้าล้านไปลงทุนกับเพื่อนได้ไหมคะ พิมไม่อยากพลาดงานนี้เลยจริงๆค่ะ”
อรรณพไม่ตอบเพราะกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ เธอเรียกถามอย่างน้อยใจว่าไม่ได้ฟังตนพูดเลยใช่ไหม อรรณพวางหนังสือพิมพ์บอกเธอว่า
“ฟังสิจ๊ะ คุณจะเข้าหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านจิวเวลลี่ แต่ผมว่าตอนนี้เศรษฐกิจโลกกำลังผันผวน เมืองไทยก็ได้รับผลกระทบไปด้วย สินค้าฟุ่มเฟือยอย่างนี้มันเสี่ยงเกินไป เอาไว้รอเศรษฐกิจมันนิ่งกว่านี้ดีกว่านะจ๊ะ” พิมลภาอ้อนว่าถ้ารอถึงเวลานั้นเราจะเสียทำเลดีๆไปก็ได้ “พวกเครื่องประดับเพชรพลอยเปิดเอาในห้างก็ได้ไม่ต้องพึ่งทำเลร้านหรอก เชื่อผมสิ”
อรรณพกดปุ่มรถเข็นเลี่ยงไป พิมลภามองตามอย่างเจ็บใจ พลันก็เหลือบเห็นหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจที่อรรณพวางไว้ เธอสะดุดตาพาดหัวที่ว่า “ครม.อนุมัติเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะไข่หงส์” เธอฉุกคิดแผนการบรรเจิดขึ้นมาทันที
พิมลภาไปหาไตรภพที่บริษัท ไตรภพทักยิ้มๆว่าใจร้อนจัง คุยกันที่บ้านก็ได้แต่อุตส่าห์มาหาตนถึงที่นี่
“ฉันถือว่าเป็นเรื่องของธุรกิจค่ะ คุยกันที่ทำงานน่าจะเหมาะสมกว่า” ไตรภพพยักหน้าหงึกหงักทำท่าเหมือนพยายามจะเชื่อ พิมลภาดูออก พยายามข่มอารมณ์หว่านล้อม “ฉันมีที่อยู่หลายแปลง เชื่อว่าถ้าตีราคารวมกันแล้ว คงไม่น้อยกว่าเกาะไข่หงส์แน่ ถ้าคุณโอเค ฉันพร้อมที่จะแลกกับเกาะของคุณ”
ไตรภพยิ้มกวนๆ ถามว่าใครเป็นคนตีราคาถึงได้บอกว่าไม่น้อยกว่าเกาะไข่หงส์ของตน เพราะตอนนี้เกาะไข่หงส์ราคาพุ่งไปไม่รู้กี่สิบเท่าตัวแล้ว
“แต่คุณก็ไม่เคยคิดจะทำอะไร นอกจากปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นไม่ใช่เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นสู้ให้พิมเอามาพัฒนาดีกว่า”
“ผม-ไม่-ขาย ชัดเจนนะครับ ไม่ว่าคุณจะเอาอะไรมาแลกหรือเงินมากขาดไหนก็ตาม แล้วถ้าผมเดาไม่ผิด หนึ่งในที่ดินหลายแปลงที่คุณคิดจะเอามาแลกกับเกาะของผม มันคือสินสอดที่ท่านอรรณพให้คุณใช่ไหมล่ะ คุณลงทุนหน่อยสิ อย่าค้ากำไรเกินควรนัก มันทุเรศ”
พิมลภาขบกรามแน่นเจ็บใจที่ไตรภพรู้ทัน ลุกจะออกจากห้อง แต่พอเปิดประตูก็ชะงักเมื่อภัทรลดากำลังเข้ามาพอดี
ooooooo
พิมลภากลับไปร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่ห้องทำงานของตัวเอง มีมาลาตีคอยปลอบและภัทรลดายืนมองพี่สาวอย่างกระอักกระอ่วน สงสารแต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ทำได้แค่ปลอบใจว่า
“พี่พิมอย่าร้องไห้เลยค่ะ คุณไตรภพเขาก็เป็นอย่างนี้แหละนิสัยมันเกินจะเยียวยาแล้ว อย่าถือสาเขาเลยนะคะ” พิมลภายิ่งบีบน้ำตาว่าตนไม่เคยถูกใครดูถูกอย่างนี้มาก่อนเลย ทำไมพวกเรามันต่ำต้อยน่ารังเกียจตรงไหน “พี่พิมอย่าเอาความคิดแย่ๆของคนอื่นมาทำให้ตัวเองไม่สบายใจเลยนะคะ”
“จริงด้วย” มาลาตีสอดขึ้นอย่างรู้จังหวะ “เรามาคิดกันเรื่องจิวเวลรี่ของเธอดีกว่า นี่ก็ใกล้จะได้เวลาเรียกเงินค่าหุ้นแล้ว ถ้าเธอไม่มีไปให้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” พิมลภาร้องไห้โฮคร่ำครวญว่าตนพยายามแล้วแต่ไม่มีใครเชื่อใจไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว มาลาตีทำทีปลอบพิมลภาแล้วหันจี้ภัทรลดา “อย่ามัวแต่ยืนนิ่งสิยัยภัทร ช่วยกันคิดหน่อยว่าจะเอาไงดี”
“เงินตั้งห้าล้าน ภัทรจะช่วยอะไรได้คะ ถ้าพี่พิมอยากได้ก็คงต้องขอคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น”
“ไม่ได้นะ พี่ไม่อยากดึงคุณพ่อคุณแม่เข้ามาเกี่ยว” พิมลภารีบห้าม จับมือภัทรลดาไว้ “ภัทรจ๊ะ ช่วยพี่หน่อยเถอะนะ ตอนนี้มีคนสนใจจะซื้อที่ของพี่แล้ว ถ้าตกลงกันได้ไม่เกินอาทิตย์ก็มีเงินมาใช้คืนแล้ว ช่วยพี่หน่อยนะ”
ภัทรลดาถูกทั้งพิมลภาและมาลาตีช่วยกันกดดันจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
แต่...หารู้ไม่ว่าพี่สาวกับเพื่อนพี่แอบเหล่ดูท่าทีและช่วยกันกดดันต่อไป
ooooooo
ไตรภพพยายามที่จะทำให้แคทสนิทสนมและยอมรับภัทรลดาเผื่อว่าถ้าความสัมพันธ์ของตนกับภัทรลดาพัฒนาไปได้จะได้ไม่มีปัญหา เขาจึงเตือนเธอว่าเย็นนี้อย่าลืมไปงานวันเกิดแคท
ทาริกาเป็นอีกคนที่นอกจากไตรภพจะไปสั่งทำเค้กวันเกิดแล้วยังย้ำให้เธอไปงานวันเกิดแคทเย็นนี้ด้วย แต่ทาริกาขอตัวเพราะไปไม่ได้จริงๆ เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน ส่วนเค้กวันเกิดก็ลดราคาให้ถือว่าตอบแทนลูกค้าคนสำคัญของร้าน ไตรภพติงว่าตนไม่ได้สั่งเยอะคงไม่สำคัญขนาดนั้นหรอก
“คุณภพสั่งไม่เยอะ แต่คุณภัทรสั่งทีละเป็นพันเลยนะคะ แถมสั่งเกือบทุกวันแน่ะ” ไตรภพพึมพำว่าตนไม่ยักรู้
พอดียงยุทธเอารถมาจอด เขาเห็นไตรภพกับทาริกายิ้มแย้มแจ่มใสกันก็โมโหหึง เขาเดินเข้าร้านพร้อมกับพลิกป้ายจาก “OPEN” เป็น “CLOSE” เพื่อไม่ให้ใครมารบกวน บอกทาริกาว่า “ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ” ทาริกาบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุยด้วยแล้วเดินไปพลิกป้าย เป็น “OPEN” ทั้งสองแย่งกันพลิกป้ายไปมาจนลูกค้าที่จะเข้าร้านหันรีหันขวางทนไม่ได้ก็ตะโกนถามว่า จะเปิดหรือปิดก็เอาให้แน่สักอย่าง รำคาญมากเลยไม่ซื้อเสียเลย
ยงยุทธถามทาริกาว่าเธอคบหากับไตรภพอยู่หรือ ทาริกาย้อนถามว่าเขาหายไปตั้งนานแล้วมาป่วนตนเพื่อจะพูดเรื่องนี้เองหรือ ยงยุทธถามว่า
“รู้หรือเปล่าว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว” ทาริกาได้ช่องตอบยั่วว่าตนไปเที่ยวกับน้องแคทมาแล้วและแม่เด็กก็เสียชีวิตไปแล้ว “อ๋อ...คุณก็เลยอยากจะเป็นแม่ใหม่แทนว่างั้นเถอะ ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าคนอย่างคุณจะเห็นแก่เงินจนทำได้ทุกอย่าง”
ทาริกาถามประชดว่าตนจะเป็นคนดีได้ก็ต้องรักผู้ชายจนๆเท่านั้นหรือ ย้ำว่าเราเลิกกันนานแล้วเขาไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับตนอีก ยงยุทธอ้างว่าเธอเลิกฝ่ายเดียวตนไม่ได้เลิกด้วย ทาริกาฉุนถามว่า “แล้วจะเอายังไง?”
“ถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าคุณไตรภพรักคุณมากกว่าผม ผมถึงจะยอมไป” ยงยุทธทิ้งไพ่ตาย ทำเอาทาริกาหลบตาเขิน จากนั้นยงยุทธจึงไปพลิกป้ายเป็น “OPEN” แล้วออกจากร้านไปด้วยสีหน้าตึงเครียด
ทาริกามองตามแววตาอ่อนลง...เพราะจริงๆ แล้วเธอก็ยังรักเขาอยู่เช่นกัน
ooooooo
ที่ห้องนั่งเล่นบ้านนินันท์ ไตรภพถือเค้กวันเกิดเดินเข้ามาในห้องที่ปิดไฟมืด ทุกคนกำลังร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อวยพรแคทอยู่ ไตรภพเอาเค้กวันเกิดมาวางที่โต๊ะ พอแคทเป่าเทียนเสร็จทุกคนปรบมือกันกราวพร้อมกับไฟเปิดสว่างพรึ่บขึ้น
นินันท์เอามีดให้แคทตัดเค้กแจก คนแรกที่ได้รับคือไตรภพ เขารับเค้กพร้อมกับมอบของขวัญให้แต่ให้เอาไว้เปิดก่อนนอน ก้อนที่สองให้ลูกเกด ต่อมาให้คุณปู่กับคุณย่า พอรับเค้กไปอรรณพบ่นว่าไม่ยุติธรรมเพราะก้อนที่ให้คุณย่ามีตุ๊กตาด้วย วิสาเลยบอกว่าแลกกันก็ได้ แต่อรรณพไม่แลกพูดอ้อนๆว่า “ผมว่าเรากินด้วยกันดีกว่า” วิสาบอกว่าตนทานของหวานมากไม่ค่อยได้ แลกจานเค้กให้แล้วเดินเลี่ยงไป อรรณพมองตามตาละห้อย
ธนาธิปกับนินันท์หยอกแคทว่า ชิ้นต่อไปจะให้ใครก่อน ปรากฏว่าแคททำเซอร์ไพรส์ หยิบจานเค้กส่งให้ภัทรลดา
“แคทให้พี่ค่ะ”
ภัทรลดานึกไม่ถึง ยิ้มดีใจรีบขอบใจแคท ไตรภพเองเห็นแล้วก็ยิ้มอารมณ์ดีที่ความหวังของตนดูท่าจะไปได้สวย
ขณะนั้นเอง มือถือภัทรลดาดังขึ้น เธอดูหน้าจอแล้วเดินเลี่ยงไปรับสายโดยไม่ทันมีใครได้สังเกตอะไร
ooooooo
เป็นสายจากพิมลภาโทร.มาร้องไห้สะอึกสะอื้นขอให้ภัทรลดาช่วยตนด้วย เพราะเป็นเรื่องเครดิตตนรับปากเขาแล้ว ถ้าไม่ทำต่อไปก็คงมองหน้าใครไม่ได้ ถามว่าอยากเห็นตนเป็นคนล้มเหลวซ้ำซากอย่างนั้นหรือ
แต่ที่แท้พิมลภาโทรศัพท์ไปก็กินเชอรี่สลับกับเสียงร้องไห้เป็นระยะ กดดันจนภัทรลดาเครียดหนัก
มาลาตีติงพิมลภาว่าจะหวังอะไรกับภัทรลดา เงินตั้งห้าล้าน เธอไม่มีทางหามาให้ได้หรอก
“เธอยังไม่รู้จักน้องสาวฉันดีพอ ฉันรู้ ต้องทำยังไงยัยภัทรถึงจะหาเงินมาให้ฉันได้”
ที่บ้านนินันท์ หลังทานอาหารกันแล้ว ภัทรลดาเข้าครัวไปล้างจานชาม ไตรภพเข้าไปช่วย เขาบอกเธอว่าพรุ่งนี้ให้ไปเบิกเงินหกล้าน ไม่ได้ถอนเป็นเงินสดแต่ให้ถอนแล้วเอาไปซื้อแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคนขาย เธอถามว่าเขาจะซื้ออะไร
“ไม่ใช่ผม น้าสาต้องการซื้อตึกแถวน่ะ แต่บัญชีของผมกับน้าสาฝากร่วมกันอยู่ ความจริงผมต้องจัดการ แต่อาทิตย์หน้าผมไม่ว่างทั้งอาทิตย์ แล้วยังต้องเตรียมตัวไปเกาะไข่หงส์อีก เพราะตั้งแต่เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษก็เลยมีปัญหาบนเกาะนิดหน่อย” ถามว่าเธอจะไปกับตนไหม
ภัทรลดาถามเขินๆว่าแล้วเขาจะหลอกตนไปขังไว้บนเกาะอีกไหม ไตรภพบอกว่าถ้าเธอไม่ชอบตนก็จะไม่ทำ แล้ววาดหวังอย่างมีความสุขที่อีกไม่กี่วันก็จะได้ไปเที่ยวเกาะไข่หงส์กับภัทรลดาแล้ว
เพื่อให้ภัทรลดาหาเงินให้ตน พิมลภาวางแผนขับรถชนเสาไฟฟ้าทำเป็นอุบัติเหตุ มาลาตีนั่งอยู่ในรถด้วย เธอตกใจกลัวไม่ขอเสี่ยงด้วย พิมลภาพูดนิ่งหน้าเหี้ยมว่า
“ก็ใครใช้ให้เธอมาสาระแนเรื่องของฉันล่ะ เมื่อเธอรู้หมดแล้วว่าฉันโดนไอ้อัปรีย์นั่นมันทำอะไรบ้าง เธอก็ต้องช่วยฉันถึงที่สุด”
พิมลภาขับรถพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าเสียงสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างตกใจสุดขีดของมาลาตี
ooooooo
ได้ผล! เมื่อภัทรลดาไปเห็นสภาพพิมลภา ฟกช้ำดำเขียว มีมาลาตีคอยทายาให้ เธอถามว่าทำไมถึงขับรถชนได้ ปกติพี่พิมเป็นคนขับรถไม่เร็ว มาลาตีชิงตอบทันทีว่าเพราะเครียดเรื่องเงิน
ภัทรลดาถูกพิมลภาและมาลาตีร่วมกันกดดันบีบคั้น จะไม่ช่วยก็นึกถึงที่พิมลภาเคยช่วยชีวิตตนเมื่อวัยเด็ก ในที่สุดเธอตัดสินใจทำผิดครั้งสำคัญ
เมื่อไปเบิกเงินหกล้าน เธอสั่งซื้อแคชเชียร์เช็คเป็นสองใบ ใบหนึ่งห้าล้านบาทสั่งจ่ายคุณพิมลภา อีกหนึ่งล้านสั่งจ่ายคุณผดุง บุญสัมพันธ์ จากนั้นเธอโทร.ถึงคุณผดุงตามที่ไตรภพไลน์บอกเบอร์ไว้
“ต้องขอโทษคุณผดุงด้วยนะคะ แต่ทางคุณวิสา
ติดธุระสำคัญจริงๆค่ะ...ขอบคุณมากเลยค่ะ แล้วไม่ทราบว่าศุกร์หน้าสิบโมงสะดวกไหมคะ...งั้นศุกร์หน้าสิบโมงเช้าเจอกันที่ที่ดินนะคะ แล้วเดี๋ยวใกล้ๆ ดิฉันจะโทร.คอนเฟิร์มอีกทีค่ะ...สวัสดีค่ะ”
หลังจากนั้นก็โทร.ถึงวิสา วิสาฟังภัทลดาแล้วบอกว่าตนไม่มีปัญหา ย้ำศุกร์หน้าสิบโมง ขอบใจภัทรลดาแล้วจึงเอะใจ
“แปลก...จะเลื่อนแทนที่จะโทร.มาบอก กลับโทร.หาหนูภัทร?”
ภัทรลดาวางสายจากวิสาแล้ว เอ่ยอย่างรู้สึกผิดมาก “ขอโทษนะคะน้าสา”
พอภัทรลดายื่นแคชเชียร์เช็คห้าล้านบาทให้พิมลภา เธอทำทีไม่สบายใจบอกภัทรลดาว่า
“ภายในหนึ่งอาทิตย์ พี่พิมต้องหาเงินมาคืนให้ได้จริงๆนะคะ ไม่อย่างนั้นภัทรคงไม่มีหน้าไปมองใครอีกแล้ว”
“พี่สัญญาจ้ะ นี่เขาก็ทำสัญญาวางมัดจำจะซื้อที่ดินพี่แล้ว ภัทรไม่ต้องห่วงนะ พี่มีคืนภัทรแน่” พิมลภาชมภัทรลดาว่าเก่งจริงๆ ถามว่าไปยืมใครมาหรือ ภัทรลดาอึกอัก เพราะตนทำผิด พิมลภาตัดบทว่าช่างเถอะ ไม่ต้องบอกก็ได้ แล้วขอตัวจะรีบเอาเงินไปลงหุ้น ทุกคนจะได้หมดความสงสัยตน
ขณะที่พิมลภาออกไปอย่างร่าเริงมีความสุขนั้น ภัทรลดามองตามพี่สาวไปด้วยความรู้สึกผิด แต่ก็ทำไปแล้ว
พิมลภาเอาแคชเชียร์เช็คไปให้คำรณแลกกับคลิปจากเขา รับมือถือมีคลิปแล้วส่งให้มาลาตีเอาไปทำลายทิ้งเสีย พิมลภาถามคำรณอย่างไม่ไว้ใจว่า
“หวังว่าคงมีแค่นี้ ไม่แอบเก็บอะไรเอาไว้นะ ไม่อย่างนั้นนี่จะเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของแก”
พอคำรณไป มาลาตีถามพิมลภาว่า “เธอจะเอายังไงเรื่องยัยภัทร แค่อาทิตย์เดียวเธอจะไปหาเงินที่ไหนมาตั้งห้าล้าน”
“เรื่องนั้นฉันจัดการได้ เพราะยัยภัทรยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่สาวคนนี้อยู่แล้ว”
ooooooo
ไตรภพกับภัทรลดาไปถึงเกาะไข่หงส์แล้ว สมชายมารับด้วยความดีใจบอกว่าตอนนี้ที่เกาะคึกคักมาก ชาวบ้านจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าจะทำอะไรดี ไตรภพจึงให้ชาวบ้านช่วยกันโหวต
ปรากฏว่าการโหวตให้เกาะเหมือนเดิมกับเปลี่ยนแปลงเกาะคะแนนเท่ากัน ไตรภพจึงเสนอให้ทำรีสอร์ตเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับเนิร์สซิ่งโฮมที่รับดูแลผู้สูงอายุจากต่างประเทศ ให้เหตุผลว่า
“ชาวบ้านทุกคนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องทำลายธรรมชาติ แล้วก็ใช้พื้นที่เพียงแค่บางส่วนของเกาะด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ ทุกคนสนใจไหม” ชาวบ้านฮือฮา อย่างถูกใจ เพราะชาวบ้านก็มีรายได้ เกาะก็ไม่เสียหาย ไตรภพบอกว่าการจะทำโครงการก็ไม่ยาก เพราะตนเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างอยู่แล้ว ส่วนคนงานก็ใช้คนบนเกาะเป็นหลัก
พอตัดสินใจกันว่าจะทำตามแผนการของไตรภพ ภัทรลดาก็เอารายละเอียดคร่าวๆของรีสอร์ตกับเนิร์สซิ่งโฮมให้ชาวบ้านดู ไตรภพถามทึ่งว่าทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่
“เมื่อคืน ฉันนึกแล้วว่าคุณต้องหาทางออกแบบนี้ก็เลยเตรียมไว้”
“ผมบอกแล้ว ว่าเรารู้ใจกันมากขึ้นทุกที” ไตรภพยิ้มกรุ้มกริ่มจนภัทรลดาต้องหลบสายตาเขา
ooooooo
แม้จะได้มาเกาะที่คุ้นเคยและผูกพัน แต่ตลอดเวลาภัทรลดาก็อดคิดถึงสิ่งที่ตนทำผิดกับไตรภพไว้ไม่ได้ จนนุ้ยถามว่ามีอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าตาไม่ค่อยสบายเลย
ภัทรลดาบอกว่าตนเพิ่งทำเรื่องไม่ดีมา เป็นเรื่อง เลวร้ายที่สุด แต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว นุ้ยถามว่าตนช่วยได้ไหม
“ไม่ได้หรอกจ้ะ คนที่จะช่วยพี่ได้มีแต่พี่สาวพี่เท่านั้น ถ้าเขารักษาสัญญา ก็คงไม่มีปัญหาอะไร” นุ้ยถามว่าแล้วเขา จะผิดสัญญาไหม “ไม่จ้ะ ต้องไม่เป็นอย่างนั้นเขาเป็นพี่สาวพี่ มีบุญคุณช่วยชีวิตพี่ไว้ด้วย เขาไม่มีวันทำร้ายพี่หรอก”
ความจริงในนาทีเดียวกันนี้คือ...พิมลภากำลังสำเริงสำราญกับหนุ่มๆไม่ซ้ำหน้า มาลาตีถามว่ามีคนสนใจที่ดินแล้วถ้าไม่แพงมากนักเขาพร้อมจ่ายเงินสดเลย ตนจะขอค่านายหน้านิดหน่อยเธอโอเคไหม
“ที่ดินพวกนั้น คุณอรรณพเป็นคนคัดมาให้ฉันกับมือ ถ้าเก็บเอาไว้ยังไงก็มีแต่จะราคาเพิ่มขึ้น แล้วฉันจะต้องขายถูกๆทำไม” มาลาตีตกใจถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้คืนภัทรลดาล่ะ “เธออย่าห่วงเรื่องนี้นักเลยมาลาตี ยัยภัทรเป็นน้องฉันแท้ๆ ยังไม่เดือดร้อนเหมือนเธอเลย” พูดแล้วเดินไปลั้ลลากับหนุ่มๆต่อ
มาลาตีมองตามไปหวาดๆกับนิสัยของพิมลภาที่น่ากลัวมากขึ้นทุกวัน
วันนี้ขณะพราวนั่งพิมพ์งานอยู่ที่ร้านกาแฟโรงแรมหรู อาทรส่งไลน์มาคุย ทักทายกันแล้วบ่นว่าติดต่อภัทรไม่ได้เลย พอพราวบอกว่าภัทรไปเกาะไข่หงส์ อาทรบ่นว่าจะไปทำไมไม่บอกตน แล้วชวนพราวไปดูละครเวทีกันไหมได้ตั๋วมาสองใบ พราวหน้างองึมงำว่าไม่ใช่ตัวสำรองของใครนะโว้ย แต่ไลน์ตอบไปว่า “ไม่ว่างค่ะ ช่วงนี้งานยุ่ง”
และที่นี่เอง พราวก็ได้เห็นความน่ากลัวของพิมลภา เมื่อเห็นพิมลภาควงชายหนุ่มเดินหัวร่อต่อกระซิกเหมือนคนรักเดินผ่านไป
หลังจากนั้นไม่นาน พราวก็ส่งรูปพิมลภาควงหนุ่มไปให้อาทรดู ธนาธิปที่ยืนคุยอยู่กับอาทรเลยได้ดูด้วย เขาอุทาน “เวรล่ะ งานเข้า” ส่วนอาทรถอนใจโล่งอก เมื่อคิดถึงตอนที่ตนรักจนหลงพิมลภา เมื่อถูกเธอสลัดรักเขาเสียใจจนขับรถเกิดอุบัติเหตุเกือบตาย คิดแล้วบ่นตัวเองอย่างสมเพชว่า “เกือบตายเพราะผู้หญิงนี่ โง่จริงๆว่ะอาท”
ooooooo
หลังจากวางโครงการพัฒนาเกาะไข่หงส์แล้ว ไตรภพกับภัทรลดาจะกลับ นุ้ยบ่นว่าทำไมรีบกลับ นึกว่าจะได้อยู่กันนานๆ ไตรภพปลอบใจนุ้ยว่าเดี๋ยวพอเริ่มโครงการแล้วพี่ภัทรเขาก็จะมาหาเราบ่อยๆเองแหละ
ยังไม่ทันลงเรือ ไตรภพก็ได้รับโทรศัพท์จากน้าสา เขาฟังปลายสายแล้วหน้าเครียดขึ้นทุกที พอคุยเสร็จก็หน้าบึ้งจนน่ากลัว ภัทรลดาที่มัวเล่นและลากับนุ้ยอยู่ไม่รู้ว่าเขาคุยโทรศัพท์กับน้าสา พอกลับมาเธอถามเขาว่าจะซื้ออะไรไว้กินกลางทางไหม
ไม่ว่าภัทรลดาจะถามจะคุยอะไรแม้กระทั่งบอกว่าถ้าเขาไม่ซื้ออะไรตนขอไปซื้อหมากฝรั่งก่อน ไตรภพก็ไม่สนใจ พอภัทรลดาเดินไปซื้อของ เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ถึงประโยชน์ พูดเครียด
“คุณประโยชน์ครับ ผมมีเรื่องอยากจะให้ช่วยหน่อย”
ooooooo
พอกลับถึงบ้าน ภัทรลดาตกใจสุดขีดเมื่อเห็นศราภัทรผู้เป็นพ่อกำลังคุกเข่ากับพื้น มือกุมหน้าอกอย่างเจ็บปวด
ภัทรลดาตะโกนเรียกแม่หรือใครก็ได้ให้มาช่วยคุณพ่อหน่อย ปิ่นมณีเดินออกมาพอเห็นสภาพศราภัทรก็ตกใจสุดขีดบอกภัทรลดาให้รีบพาคุณพ่อไปนั่งก่อน ตนจะไปหยิบยา
ภัทรลดาประคองพ่อไปนั่งที่โซฟา ปิ่นมณีไปเอายาออกมารีบจัดให้กิน ศราภัทรพยายามกลืนยาลงไปและพยายามหายใจเข้าลึกๆ ปิ่นมณีบ่นอย่างร้อนใจว่าคุมเด็กทำงานแป๊บเดียวเป็นอย่างนี้ไปเสียแล้ว ศราภัทรพูดอย่างอ่อนเพลียว่า
“ผมก็แค่เดินออกกำลังกายรอบบ้านเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะปวดหน้าอกขึ้นมาอย่างนี้”
“ทีหลังคุณพ่อห้ามออกกำลังกายหรือทำอะไรคนเดียวแล้วนะคะ เดี๋ยวนี้คุณพ่อไม่ได้แข็งแรงเหมือนเก่าแล้ว”
ทั้งภัทรลดาและปิ่นมณีต่างเฝ้าศราภัทรอยู่ด้วยความห่วงใย
ooooooo
เมื่อศราภัทรหลับแล้ว ปิ่นมณีเรียกภัทรลดาออกไปคุยกันนอกห้อง
ปิ่นมณีเอ่ยหน้าเครียดว่า ถ้าพ่อออกจากราชการก็คงเหลือแต่บำนาญที่กินใช้กันในครอบครัวและบ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก จึงอยากให้เธอจริงจังกับหมวดยงยุทธเสียที ย้ำว่าที่แม่เคี่ยวเข็ญเรื่องนี้เพราะอยากให้เธอสบาย แม่กับพ่อก็จะได้หมดห่วง เห็นภัทรลดาหน้าเสีย ปิ่นมณีถามว่า “แค่นี้ทำให้พ่อแม่ไม่ได้รึไง”
“เราเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรไม่ใช่เหรอคะ แล้วภัทรเองก็ทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เห็นต้องพึ่งใครเลย” ภัทรลดาติง ปิ่นมณีพูดอย่างขัดใจว่าแม่อาบน้ำร้อนมาก่อน พูดอะไรก็ฟังกันบ้าง “แต่ภัทรยังไม่พร้อมนี่คะ”
“เรามันดื้อตาใส นึกว่าฉันไม่รู้รึไง ฉันอยากให้เราสบายเหมือนพี่สาวเรา เมื่ออวดดีนักก็ตามใจ ถึงเวลาลำบากขึ้นมาอย่ามาโอดครวญก็แล้วกัน” ปิ่นมณีลุกไปอย่างหงุดหงิด ภัทรลดาเครียดที่แม่เริ่มเร่งรัดตนในเรื่องนี้มากขึ้นทุกที
ooooooo
วันรุ่งขึ้นเมื่อภัทรลดาไปทำงาน เธอเคาะประตูห้องทำงานของไตรภพเข้าไปเห็นเขายืนหันหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงแจ่มใสว่า
“มีอะไรจะให้รับใช้หรือคะบอส” ไตรภพหันกลับมามองหน้าเธอนิ่ง ภัทรลดาหน้าเจื่อนถามว่า “มีอะไรรึเปล่าคะ”
“เงินที่ผมให้คุณไปถอนเอามาซื้อแคชเชียร์เช็คอยู่ไหน”
เป็นคำถามที่เหมือนสายฟ้าฟาดลงมาตรงหน้า ภัทรลดาหน้าเสีย แต่ยังตั้งสติได้ปดว่าคนขายเขาโทร.มาเลื่อน ตนเลยยังไม่ได้ถอนออกมา เป็นคำตอบที่ทำให้ไตรภพยิ่งโมโห ถึงกับทุบโต๊ะปัง ตวาดลั่น
“โกหก!! น้าสาผิดสังเกตก็เลยโทร.ไปคุยกับคนขาย ถึงได้รู้ว่าคุณต่างหากที่เป็นคนโทร.ไปเลื่อนทั้งสองฝ่าย ผมก็เลยให้คุณประโยชน์เช็กกับทางธนาคาร ถึงได้รู้ว่าคุณถอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว เอาเงินน้าสาคืนมาเดี๋ยวนี้”
ภัทรลดาน้ำตาคลอเบ้า ทั้งเสียใจกับสิ่งที่ทำไปและรู้สึกผิดมากที่ทรยศต่อความไว้ใจตนของไตรภพ เอ่ยเสียงเครือ
“ขอเวลาฉันอาทิตย์นึงนะคะ แล้วฉันจะเอามาคืนให้คุณ”
ไตรภพโกรธและผิดหวังในตัวเธอมาก ถามว่า ยังมีหน้ามาขอเวลาอีกหรือ ตนจะจับเธอส่งตำรวจตอนนี้เลยก็ได้
ภัทรลดาบอกว่าตนไม่มีอะไรจะแก้ตัวทั้งนั้นแต่ขออย่าจับตนส่งตำรวจเลย ตนไม่ได้กลัวติดคุกแต่ตอนนี้พ่อไม่สบาย กลัวว่าท่านจะทรุดลงไปถ้ารู้เรื่องนี้ ไตรภพเย้ยว่าอย่าเอาพ่อมาอ้างถึงจะเจ็บป่วยแต่ก็ต้องรู้ความเลวของลูกตัวเอง
“คุณใจร้ายมาก คุณไตรภพ” ภัทรลดาน้ำตาเต็มตา จ้องเขาเขม็งเสียงสะท้านอย่างสะเทือนใจ
แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไตรภพใจอ่อนเลย กลับถูกเขาตวาด รื้อฟื้นเรื่องที่พิมลภาทำกับน้าสาของตน ด่าว่าหิวเงินทั้งพี่ทั้งน้อง ภัทรลดาสวนไปว่าจะด่าก็ด่าตนคนเดียว อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ไตรภพยังด่าตัวเองประชดเธอว่า
“ผมมันโง่เองที่รู้สึกดีๆกับคุณ แต่ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว ผมให้เวลาคุณสามวัน เอาเงินมาคืนผมทุกบาททุกสตางค์ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่โดนแค่จับส่งตำรวจ แต่ผมจะแฉความทุเรศของคุณให้สังคมได้รับรู้ ชนิดที่ ครอบครัวคุณจะไม่กล้าออกนอกบ้านอีกเลย” ไตรภพดุดันเหี้ยมเกรียม ในขณะที่ภัทรลดาอัดอั้นกลั้นน้ำตา และ ไม่เถียงแม้แต่คำเดียว
พอออกจากห้องไตรภพน้ำตาก็ไหลทะลัก เธอโทร.ไปหาพิมลภากลั้นสะอื้นบอกว่าตนจำเป็นต้องขอเงินคืนแล้ว
หลังจากนั้นมาลาตีก็พาภัทรลดาไปที่คอนโดของตน บ่นว่าไหนว่าหนึ่งอาทิตย์นี่แค่ไม่กี่วันก็ทวงแล้วพลางจะเปิดประตูแต่เปิดไม่ออก คาดว่าพิมลภาคงยังไม่มา จึงไขกุญแจเข้าไป ทั้งสองช็อกเมื่อเห็นพิมลภานอนหมดสติที่พื้นยาตกเกลื่อน
“พี่พิม! พี่พิม...อย่าเป็นอะไรนะคะพี่พิม” ภัทรลดาถลาเข้าไปหาพิมลภา ตกใจสุดขีด
ooooooo










