ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทางผ่านกามเทพ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ประโยชน์พยายามหาคนที่จะมารับตำแหน่งซีอีโอให้อรรณพพิจารณา แต่ไม่มีใครผ่านการพิจารณาของเขา ประโยชน์บอกว่าแล้วตนจะไปหามาใหม่

    แต่แล้วก็เกิดปรากฏการณ์ที่คาดไม่ถึง เมื่อจู่ๆเช้านี้ไตรภพก็แต่งสูทผูกไทสะอาดหล่อเนี้ยบเข้ามาสมัครเป็นซีอีโอต่อหน้าประโยชน์และอรรณพ

    ไตรภพเอาเอกสารและวุฒิการศึกษามายื่นด้วย อรรณพที่ไม่เคยมองเขาขึ้น ปรามาสว่าถึงเขาจะเป็นลูกตนก็อย่าคิดมาเล่นเส้นกัน แต่พอดูวุฒิการศึกษาที่เขาจบวิศวะจากเอ็มไอที และเอ็มบีเอจากเอ็นวายยู ก็อึ้ง

    “เคยเป็นผู้บริหารบริษัทที่อเมริกา แล้วก็คุมงานสร้างตึกระฟ้าที่ดูไบ” ประโยชน์ทบทวนประวัติการทำงานของไตรภพ บอกอรรณพอย่างตื่นเต้นว่า “นี่ตรงตามที่ท่านต้องการเลยนี่ครับ ผ่านงานบริหาร มีความรู้เรื่องอสังหาฯ แล้วก็ไว้ใจได้แน่ๆ เพราะเป็นลูกชายท่าน”

    อรณณพมองหน้าไตรภพถามอย่างไม่เชื่อถือว่าปลอมเอกสารพวกนี้มาหรือเปล่า ทำไมตนไม่เคยรู้เรื่องเลย ไตรภพบอกว่าถ้าไม่เชื่อก็ตรวจสอบดูได้ พูดเหน็บว่า

    “ผมก็ไม่เห็นท่านจะรู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมสักอย่างอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

    ภัทรลดาที่ดูแลอรรณพอยู่ เธอรู้สึกดีที่ไตรภพยอมทำงาน

    เมื่อไตรภพออกมาที่รถของเขา ภัทรลดาเดินตามมา เขาถามว่าตามมาทำไม

    “ฉันจะมาแสดงความยินดีที่คุณเริ่มต้นทำงาน”

    “งั้นรู้ไว้เลยนะ ว่าสิ่งแรกที่ผมจะทำคือดีดพี่สาวคุณออกจากบริษัท” ไตรภพยิ้มร้าย

    ภัทรลดาบอกว่าตนก็ไม่ได้หวังว่าคนงี่เง่าอย่างเขาจะเข้าใจได้เลยว่าพี่สาวตนไม่เคยคิดร้ายอะไรกับครอบครัวเขา

    ไตรภพมองหน้าถามว่า นึกยังไงถึงมาแสดงความยินดีกับตน

    “ฉันคิดมานานแล้วว่าคุณควรจะละทิฐิแล้วหันมาดูแลบริษัทของคุณเอง คุณอาจจะมีปัญหากับพ่อคุณหรือว่าคุณอาจจะเกลียดพี่พิม แต่คุณก็ไม่ควรเอาความเกลียดมาทำลายบริษัทของพ่อคุณเอง”

    “พูดเหมือนพี่สาเปี๊ยบ เอาเหอะ ยังไงก็ขอบใจที่คุณอุตส่าห์มาแสดงความยินดี...ผมขอตอบแทนด้วยการเตือนคุณไว้ก็แล้วกัน ถ้าคุณไม่ได้ตะเภาเดียวกัน ผมก็ขอให้คุณห่างพี่คุณไว้จะดีกว่า เขาไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก”

    “อคติ! งั้นฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองว่า พี่พิมไม่ใช่คนแบบนั้น” ภัทรลดาสะบัดหน้าเดินไป

    ไตรภพมองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิดอยากรู้ว่าภัทรลดาจะแตกต่างจากพิมลภาจริงหรือไม่

    วันนี้อาทรเอาเอกสารที่ท่านอธิบดีฝากให้ยงยุทธให้เขา คุยกันเรื่องคดีครู่หนึ่งอาทรชมว่ายงยุทธเป็นคนพูดตรงดี ถามเหน็บว่าเวลาพูดกับภัทรลดาตรงแบบนี้หรือเปล่า

    ยงยุทธดีใจที่พักนี้ตนเจอคนที่เป็นเพื่อนภัทรลดาหลายคน อาทรบอกว่าพราวเป็นเพื่อนแต่ตนไม่ใช่ ตนสนิทกับภัทรลดามาตั้งแต่เล็ก ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับภัทรลดาที่ตนไม่รู้ ถามว่าหมวดเดาได้ใช่ไหมว่าเป็นอะไร ยงยุทธเดาได้ว่าอาทรหึง พูดยิ้มๆว่าตนเข้าใจแล้ว อาทรถามว่าหมวดเข้าใจว่ายังไง

    “ก็แล้วคุณอาทรอยากให้ผมเข้าใจว่าไงล่ะครับ ผมก็เข้าใจตามนั้นแหละ” เป็นคำตอบที่อาทรยิ่งไม่พอใจ

    ooooooo

    อาทรเล่าเรื่องที่เขาคุยข่มหมวดยงยุทธว่าสนิทสนมกับภัทรลดาขนาดไหนให้พราวฟัง พราวอุทานทึ่งถามว่าเขาเปิดศึกชิงนางกับหมวดแล้วหรือ ถามตรงๆว่า

    “พี่อาทชอบยัยภัทรจริงๆเหรอ” อาทรถามเสียงขุ่นว่าถามแบบนี้คิดว่าตนหลอกภัทรลดาหรือ พราวบอกว่าเปล่าแค่คิดว่าเขาชอบภัทรลดาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีท่าทีเลย

    อาทรบอกว่าตนชอบภัทรลดาเพราะเธอดีกับตนเสมอต้นเสมอปลายแล้วก็เป็นห่วงตน พราวพลั้งปากบอกว่าแค่นี้คนอื่นก็ทำได้ แต่เขาไม่เห็นเองต่างหาก พออาทรถามว่าหมายความว่ายังไง พราวรู้ตัวว่าพลั้งปากไปรีบปฏิเสธเสธว่าไม่มีอะไร

    อารมณ์พราวสะดุดไป อาทรเปลี่ยนเรื่องถามว่ารู้เรื่องงานการกุศลหาเงินช่วยภัยแล้งหรือเปล่า พราวบอกว่ารู้ ตนต้องไปทำข่าวด้วย อาทรบอกว่าตนจะชวนภัทรลดาไปงาน เธอจะได้รู้ว่าตนจริงใจ บอกพราวว่า ถึงพ่อแม่เขาไม่เต็มใจแต่ตนก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่ พราวฟังแล้วบอกเขายิ้มๆอย่างแอบสมใจว่า

    “แต่งานนี้พี่อาทคงต้องยอมแพ้แล้วล่ะค่ะ เพราะแม่ยัยภัทรเขาบังคับให้ยัยภัทรไปงานกับหมวดแล้ว”

    อาทรหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่ถูกคู่แข่งตัดหน้า

    ooooooo

    เพียงวันแรกที่ไตรภพได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นซีอีโอของบริษัท เขาจัดการปรับย้ายทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมจนมาลาตีแอบนินทาว่ามาวันแรกก็ล้างบางเลย

    คำรณไม่พอใจถามพิมลภาว่าจะปล่อยไปอย่างนี้หรือ ก็พอดีไตรภพเข้ามาในห้องทำงาน ทำทีหันมองป้ายหน้าห้องถามว่าเขาเขียนว่าห้องซีอีโอไม่ใช่หรือ คำรณฉุนถามว่าเขาคงไม่ให้พิมลภาย้ายห้องหรอกนะ! ไตรภพไม่พูดแต่มองหน้าพิมลภาอย่างท้าทาย พิมลภาปั้นยิ้มบอกว่าเดี๋ยวตนจะย้ายออกไปเอง แล้วสั่งมาลาตีให้ช่วยเอาของของตนไปให้ด้วย

    แล้วคืนนี้ ไตรภพก็ถูกดักทำร้ายขณะขับรถกลับบ้าน มีรถตู้มาปาดหน้าแล้วชายฉกรรจ์ก็กรูกันลงมาเล่นงานเขา แต่คนอย่างไตรภพเคี้ยวไม่ง่าย เขามีเพียงไม้เหมาะมืออันเดียวก็หวดกระหน่ำพวกวายร้ายจนหนีกระเจิง คำรณที่นั่งอยู่ในรถตู้ดูอย่างผิดคาดที่ไตรภพบู๊แหลกได้ขนาดนี้ พอพวกชายฉกรรจ์ตั้งหลักได้กรูกันเข้าหาไตรภพอีกครั้ง ก็มีรถผ่านมา คนขับรถรีบหยิบมือถือขึ้นถ่ายคลิป คำรณเห็นดังนั้นสั่งลูกน้องให้รีบหนีไป ไตรภพเลยได้แต่ยืนมองมันหนีไปอย่างเจ็บใจ

    นินันท์ไปเยี่ยมอรรณพ เธอได้รับโทรศัพท์จากไตรภพบอกว่าตนถูกทำร้าย นินันท์ตกใจรีบไปดู ภัทรลดาตามไปด้วย

    เมื่อไปแจ้งความที่โรงพัก หมวดยงยุทธถามไตรภพว่าเขาสงสัยใครไหม ไตรภพบอกว่าตนเพิ่งกลับจากอเมริกาไม่มีศัตรูที่ไหน ไตรภพจำหมวดยงยุทธได้ บอกว่าเคยเจอหมวดที่บ้านภัทรดา หมวดยิ้มกว้างขอโทษที่ตนจำไม่ได้

    ขณะนั้นเองนินันท์กับภัทรลดามาถึงโรงพักอย่างตระหนก ไตรภพบอกว่าตนแค่โทร.ไปบอกเพื่อจะได้บอกลูกเกดว่าวันนี้ตนคงกลับช้า รับไปส่งที่สระว่ายน้ำไม่ได้ แต่เหล่ใส่ภัทรลดาถามว่าเธอมาได้ไง? ภัทรลดาบอกว่านินันท์ไปเยี่ยมอรรณพตนเลยติดรถมาด้วย ถูกไตรภพเหน็บว่า เลยถือโอกาสมาดูหน้าหมวดด้วยล่ะสิ

    ภัทรลดาที่เป็นห่วงเขา โมโหที่ถูกเหน็บประชดคืนไปว่า

    “แหม...คุณนี่ก็พูดอะไรก็ไม่รู้” แล้วหันไปฉอเลาะกับหมวด “น่าเสียดายนะคะ ที่วันนี้หมวดอยู่เวร เลยอดไปกินข้าวเย็นด้วยกันเลย”

    หมวดฟังแล้วงงแต่ก็เออออไปตามน้ำ นินันท์เองก็งง ได้แต่มองหน้าภัทรลดากับไตรภพไปมา เห็นไตรภพเบ้ปากใส่ภัทรลดาอย่างหมั่นไส้ ในขณะที่ภัทรลดาก็เชิดใส่อย่างไม่แคร์

    นินันท์ชวนภัทรลดาไปทานข้าวที่บ้านตอบแทนที่เธอช่วยดูแลอรรณพ ภัทรลดาอึกอัก แต่พอถูกไตรภพพูดประชดว่าบ้านเรามันเล็กอย่าไปเลย อึดอัด เธอก็ตอบรับนินันท์ทันที แล้วพากันเดินไป

    ไตรภพเบ้ปากอย่างหมั่นไส้งึมงำใส่ “กวนนี่หว่า...”

    ooooooo

    ภัทรลดาเกร็งๆ เมื่อร่วมโต๊ะอาหารและถูกจับตาดู แต่ความน่ารักและช่างพูดของลูกเกดทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ลูกเกดมองภัทรลดาถามว่า

    “เป็นแฟนกับลุงภพมานานแล้วเหรอคะ” ทั้งไตรภพและภัทรลดาปฏิเสธพร้อมกันว่า ไม่ใช่แฟน

    ธนาธิปปรามลูกเกดว่าแก่แดดมากไปแล้ว ลูกเกดถามว่า “ก็ลูกเกิดมีสิทธิ์ที่จะรู้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าใครจะมาดูแลลุงภพแทนลูกเกด”

    ทั้งธนาธิปและนินันท์บ่นว่าลูกเกดดูละครมากไปแล้ว สามพ่อแม่ลูกหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานร่าเริง จนภัทรลดาที่ดูและฟังอยู่หัวเราะอย่างผ่อนคลายไปด้วย

    การมากินข้าวบ้านนินันท์ครั้งนี้ ภัทรลดาขอโทษแทนพิมลภาที่ทำให้วิสาเครียดจนกินยาเกินขนาด วิสาบอกว่าเรื่องผ่านไปแล้วอย่าไปสนใจเลย และตนก็ต้องขอโทษเธอแทนไตรภพด้วย ภัทรลดาตกใจถามว่าไตรภพเล่าให้ฟังด้วยหรือ?

    “คุณภพไม่ใช่คนเก็บความลับเก่งนักหรอกค่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกผิด” แล้ววิสาก็เล่าเรื่องราวของไตรภพให้ฟังว่า...

    “คุณภพเป็นเด็กมีปัญหาค่ะ คุณแม่เสียตั้งแต่ที่คุณภพยังจำความไม่ได้ คุณพ่อก็ทำแต่งานไม่มีเวลาดูแล” ภัทรลดาพูดยิ้มๆว่าเขาเลยรักคุณน้ามาก “ค่ะ...รักมาก แต่ไม่ใช่ที่สุด คนที่คุณภพรักมากที่สุดก็คือคุณพ่อ”

    ภัทรลดาฟังแล้วทำหน้างง เพราะที่เธอเห็นไม่ใช่อย่างที่วิสาเล่าเลย

    “คุณภพโกรธคุณพ่อมากที่ส่งเขาไปอเมริกา ก็เลยไม่ยอมเรียกคุณพ่อมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่รู้อะไรไหมคะว่าทั้งหมดมันเกิดมาจากความรัก คุณภพพยายามเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อ แต่คุณพ่อก็ไม่เข้าใจ แถมตัดปัญหาด้วยการส่งคุณภพไปไกลๆ ก็เลยยิ่งทำให้คุณภพว้าเหว่ แล้วก็ก้าวร้าวหนักขึ้นไปอีก”

    ภัทรลดาหน้าขรึมเมื่อได้ฟังเรื่องราวของไตรภพจากน้าที่เลี้ยงเขามาแต่เล็ก ทำให้เธอเริ่มเข้าใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ...

    ooooooo

    เมื่อภัทรลดาจะกลับ นินันท์อาสาไปส่ง เธอเกรงใจไม่อยากรบกวนให้นินันท์ไปส่งจึงไปกับไตรภพ

    ทั้งสองต่างนั่งนิ่งเงียบแต่ก็แอบชำเลืองกัน จังหวะที่ตาสบตากันต่างก็เขินเมินไปทางอื่น

    จนภัทรลดาถามขึ้นว่า คิดว่าใครเป็นคนทำร้ายเขา ไตรภพบอกว่าพี่สาวเธอ! เธอถามว่ามีหลักฐานหรือเปล่า

    “ไม่จำเป็น ผมเพิ่งกลับจากอเมริกา ไม่เคยมีปัญหากับใครนอกจากพี่คุณ” ภัทรลดาแย้งว่าเป็นเพราะนิสัยเขามากกว่า ขนาดตนยังเคยฝันว่าจับเขาไปเชือดล้างแค้นเลย ไตรภพได้ทีอำว่าตนก็เคยฝันถึงเธอเหมือนกันแล้วทำหน้ากรุ้มกริ่มบอกว่า “แต่...ผมฝันว่า...จุ๊บๆๆๆ”

    ภัทรลดาเขินเลยทุบเขาไปหลายที ไตรภพสนุกกับการได้ยั่วเธอ ภัทรลดายิ่งเขินยิ่งทุบตีไตรภพก็ยิ่งสนุก จนไตรภพขับรถส่ายไปมา คุมรถไม่ถนัด เขาตกใจรีบเบรก แรงเบรกทำให้ภัทรลดาถลาเข้าสู่อ้อมอกเขา หน้ากับหน้าห่างกันแค่ฝ่ามือกั้นจนต่างตกอยู่ในภวังค์ พอได้สติต่างก็เขินรีบผละจากกัน แล้วเหล่แอบมองกัน ดั๊นนนน...สบตากันเข้าอย่างจังอีก คราวนี้เลยเขินหนักต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่นทำอะไรไม่ถูก พูดอะไรไม่ออก...

    ooooooo

    คำรณถูกไตรภพสั่งย้ายไปอยู่นิคมอุตสาหกรรม คำรณรับไม่ได้ขอให้พิมลภาช่วย แต่เธอเองก็ตกที่นั่งลำบาก บอกคำรณให้ทำๆไปก่อนสักสามสี่เดือนแล้วตนจะหาทางย้ายเขากลับมาเอง

    พิมลภาถูกตัดแขนไปข้างหนึ่งแล้ว ยังเหลือมาลาตีที่เหมือนแขนอีกข้างที่ไตรภพจะต้องจัดการ

    ประโยชน์บอกไตรภพว่างานการกุศลของกระทรวงที่อาทรสังกัดอยู่จะจัดขึ้น เขาควรไป ไตรภพไม่อยากไปเห็นหน้าบางคนในงาน

    “ถ้าไม่หนักหนาอะไร ผมก็อยากให้ไปนะครับ คุณภพเพิ่งเป็นซีอีโอของบริษัท รู้กันแต่วงใน น่าจะไปเปิดตัวบ้าง แล้วกระทรวงที่เป็นแม่งานนี้ก็มีคอนเน็กกับทางเราอยู่ ถือว่าไปขอบคุณลูกค้าก็แล้วกันครับ”

    ขณะไตรภพกำลังคิดหนัก เห็นมาลาตีเดินผ่านมา ประโยชน์บอกว่า “ยังเหลือแขนอีกข้างนะครับ” ไตรภพจึงเร่ไปหามาลาตีถามว่าว่างไหมตนจะชวนไปงานเลี้ยง มาลาตีอึ้งอย่างคาดไม่ถึง พลันก็ส่งสายตากรุ้มกริ่มเป็นการตอบรับในที ไตรภพยิ้มกริ่มอย่างมีแผน

    ถึงวันงาน ยงยุทธไปรับภัทรลดาตามแผนตบตาแม่ตนและแม่เธอ แต่เขาก็ชวนทาริกาไปด้วยแต่นัดไปพบกันที่งานหลังจากที่เขาส่งภัทรลดาถึงงานแล้ว แผนการทุกอย่างถูกวางไว้อย่างดี แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อคุณหญิงนวลสวาทแม่ของหมวดยงยุทธที่ไปอีกงานหนึ่งแต่เพื่อนเกิดไม่สบายต้องกลับก่อน คุณหญิงจึงมางานนี้ต่อ

    ทาริกามาในงาน เธอพยายามมองหายงยุทธที่นัดกันไว้ แต่ยงยุทธถูกคุณหญิงจับไปถ่ายรูปคู่กับภัทรลดาเป็นที่ฮือฮา พราวที่มาถ่ายรูปทำข่าวในงานเห็นดังนั้นบอกอาทรที่กำลังรับแขกอยู่ว่าขอไปถ่ายรูปก่อนกลัวตกข่าว

    ทาริกายืนหลบๆอยู่ในงาน ในที่สุดเธอก็ต้องอยู่กับยงยุทธอย่างปิดบังต่อไป เธอหันไปบอกอาทรที่เมื่อครู่นี้มาเชิญให้ไปนั่งแต่เธอบอกว่ารอเพื่อนอยู่ว่า เพื่อนคงไม่มาแล้ว ไม่ทราบว่าพอจะมีที่นั่งเหลือหรือเปล่า อาทรจึงเชิญเข้าไปในงาน

    ooooooo

    เมื่อถึงเวลาประมูลของเพื่อหาเงินสมทบทุนช่วยภัยแล้ง อาทรขึ้นเวทีดำเนินการประมูล

    คุณหญิงนวลสวาทคุมยงยุทธกับภัทรลดาไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะ ทาริกานั่งอยู่อีกโต๊ะใกล้กัน ทั้งยงยุทธและทาริกาได้แต่นั่งแอบมองกัน ยงยุทธนั่งเกร็งไม่กล้าทำอะไรเพราะเกรงใจแม่

    เมื่อเปิดประมูลกำไลเพชร คุณหญิงนวลสวาทกระซิบบอกยงยุทธว่าต้องประมูลให้ได้เพื่อเป็นของขวัญให้ภัทรลดา ยงยุทธกระซิบว่าท่าทางมีคนอยากได้หลายคนสงสัยจะสู้กันดุเดือด คุณหญิงบอกว่าดุเดือดยังไงก็ต้องสู้ มางานนี้ทั้งทีไม่ประมูลอะไรเลยแล้วจะมาทำไม

    ราคาเริ่มต้นที่หกหมื่น ประมูลแข่งกันจนยงยุทธสู้ถึงหนึ่งแสน ทุกคนชะงักกันหมด

    ทาริกานั่งหน้าตึง รู้ดีว่าที่ยงยุทธได้แต่แอบมองมาทางตนเพราะไม่กล้าฝืนแม่ ส่วนพราวมองยงยุทธที่นั่งคู่กับภัทรลดาแล้วหันมองอาทรที่รับแขกอยู่ พึมพำยิ้มๆ “ศึกหนักแล้วพี่อาท” อาทรทำหน้าที่บนเวทีไป ตาก็คอยชำเลืองมองยงยุทธกับภัทรลดาไปอย่างไม่พอใจ

    แล้วไตรภพก็ทำเซอร์ไพรส์ เมื่อเขาเสนอราคาพรวดเดียวขึ้นเป็นสองแสน คุณหญิงนวลสวาทหน้าตึงกำชับยงยุทธว่ายังไงก็ต้องเอาชนะให้ได้ ยงยุทธเสนอเป็นสองแสนห้า ไตรภพสู้อย่างดุเดือด ต่างเสนอราคาแข่งกัน จนสุดท้ายไตรภพเสนอ ห้าแสน คุณหญิงบอกให้ยงยุทธสู้ แต่เขาบอกแม่ว่ายังไงเราก็รวยสู้เขาไม่ได้

    ในที่สุดไตรภพก็ประมูลกำไลเพชรได้ในราคาห้าแสน เขาขอกำไลเพชรนำไปสวมให้มาลาตีทันที มาลาตีดีใจสุดๆขอบคุณและหอมแก้มไตรภพสร้างความฮือฮาไปทั้งงานอีกครั้ง ภัทรลดานั่งหน้าตึง ไตรภพเห็นเธอไม่พอใจก็ยิ่งสะใจ

    ขณะที่ในงานกำลังตื่นเต้นสนุกสนานกันเต็มที่นั้น พิมลภากลับต้องอยู่ดูแลอรรณพที่บ้าน เธอไม่พอใจมากเพราะแทนที่ตนจะได้ไปเฉิดฉายในฐานะซีอีโอของบริษัท กลับต้องคอยดูแลคนแก่ที่ช่วยตัวเองไม่ได้อยู่บ้าน!

    ส่วนในงาน...ยงยุทธถูกคุณหญิงคุมแจบงการเสียจนเขาขยับตัวไม่ได้ ทาริกาเสียความรู้สึกมากที่ถูกทอดทิ้งในงานจนเมื่อยงยุทธถูกคุณหญิงสั่งให้ไปเต้นรำกับภัทรลดา เธอก็ทนไม่ได้ลุกขึ้นจะกลับทันที

    “เร็วๆสิคะ ถ้าไม่ทำอะไรเลยแล้วคิดว่าคุณริกาจะต้องทนฝ่ายเดียวมันก็ไม่ไหวแล้วนะคะ” ภัทรลดาเตือน

    ยงยุทธเห็นทาริกาลุกไปก็ตกใจ ขอบคุณภัทรลดาแล้วรีบตามทาริกาไป อาทรจับตาดูอยู่ พอยงยุทธผละจากภัทรลดาเขาก็เข้าเสียบทันที ขอเต้นรำกับภัทรลดาให้จบเพลง

    พราวเห็นอาทรเต้นรำกับภัทรลดาก็ไม่พอใจที่เขาทำแบบนี้ ไตรภพก็หน้าตึงเมื่อเห็นอาทรกับภัทรลดาแสดงความสนิทสนมกันมากขณะเต้นรำด้วยกัน

    ยงยุทธตามทาริกาออกไป เขาแก้ตัวว่าไม่คิดว่าคุณแม่จะมาทุกอย่างเลยผิดแผนไปหมด

    “มันไม่เกี่ยวกับคุณแม่คุณหรอกค่ะ แต่มันเป็นที่คุณต่างหาก ถ้าคุณพยายามทำอะไรบ้างมันก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่นี่พอมีปัญหาเกิดขึ้นคุณก็หนีปัญหาทุกที” ยงยุทธขอเวลาเพราะไม่อยากทำให้คุณแม่เสียใจ ทุกวันนี้ตนก็พยายามทำให้ท่านค่อยๆยอมรับเรื่องของเราแต่ต้องใช้เวลาบ้าง ทาริกาถามสวนไปว่า

    “ด้วยการหลอกคุณแม่คุณไปวันๆน่ะเหรอคะ ยอมรับเถอะค่ะถึงตอนนี้เราจะได้คุณภัทรคอยช่วย แต่ก็คงช่วยไม่ได้ตลอด ตราบที่คุณยังไม่กล้าคุยกับคุณแม่คุณเรื่องของเรามันก็คงต้องอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีทางที่แม่คุณจะยอมรับริกาหรอกค่ะ”

    ทาริกาเดินหนีไป ยงยุทธจับมือเธอไว้ แต่เธอดึงมือออกแล้วเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลังเลย

    ภัทรลดาเลี่ยงไปเดินเล่นที่สวนในโรงแรม ไตรภพตามมา ต่างมีอารมณ์ค้างในใจ พูดกันไม่กี่คำก็กระแนะกระแหนประชดประชันกัน ไตรภพประชดภัทรลดาว่า เต้นรำเสียพลิ้วเดี๋ยวกับคนโน้นเดี๋ยวกับคนนี้

    ภัทรลดาโมโหที่เขาพูดเหมือนดูถูก แล้วเดี๋ยวก็คงลากไปว่าพิมลภาอีก บอกว่าคนอย่างเขาไม่เคยมองใครในแง่ดี พูดแล้วจะเดินหนี ถูกไตรภพคว้าไว้เลยถลำเข้าไปในอ้อมกอดเขา ต่างตะลึงอึ้งไปชั่วขณะ พอได้สติก็ผละจากกัน ภัทรลดาเดินหนีไปทันที ไตรภพมองตามพึมพำอย่างหมายมาด

    “ฉันไม่มีทางไว้ใจเธอง่ายๆหรอก!”

    ooooooo

    งานเลิกแล้ว พราวนั่งรถไปกับอาทร เธอเปรยๆ ว่างานนี้คงได้เงินช่วยภัยแล้งเยอะ อาทรตอบอย่างกระแทกกระทั้นว่าทำไมจะไม่เยอะล่ะเฉพาะของไตรภพก็ห้าแสนเข้าไปแล้ว

    พราวอ่านอารมณ์อาทรออก บอกเขาว่าให้ทำใจเถอะ เพราะภัทรลดาคิดกับเขาอย่างพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น แต่อาทรไม่ยอมแพ้เชื่อว่าตอนนี้เป็นอย่างนี้แต่ต่อไปไม่แน่ พราวถามว่าจะตื๊อต่อไปใช่ไหม อาทรของขึ้นเสียงดังว่า

    “ก็ใช่สิ ฉันไม่ใช่นายตำรวจไฮโซที่เธอคอยเชียร์อยู่นี่ คนอย่างฉันมันก็แค่ข้าราชการธรรมดาๆคนนึงจะไปสู้พวกเศรษฐีไฮโซได้ยังไง” พราวตกใจบอกว่าตนไม่ได้หมายความอย่างนั้น “คนมีเงินมันก็ดีทั้งนั้นแหละทำดีแทบตายก็แพ้เงินอยู่ดี อย่างนั้นใช่ไหมที่เธอต้องการบอกฉัน จะตอกย้ำว่าคนอย่างฉันมันไม่มีอะไรดีพอ
    สักอย่างที่ผู้หญิงจะมารักใช่ไหมล่ะ!”

    พราวอ่อนใจบอกว่าถ้าเขาเป็นอย่างนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วขอลงจะขึ้นแท็กซี่กลับเอง อาทรไม่แยแสจอดรถข้างทางบอกให้ลงไปเสียแล้วไม่ต้องมานั่งรถตนอีก ผู้หญิงอย่างเธอถ้าสวยเหมือนคนอื่นก็คงหาผู้ชายรวยๆเกาะไปแล้วใช่ไหม แล้วอาทรก็ยิ่งอารมณ์เสียเมื่อถูกพราวมองว่าเขาพลาดจากพี่ก็หันมาหาน้องเพราะคิดว่าภัทรลดาคงไม่ดูถูกตัวเองเหมือนพิมลภา พูดเย้ยว่า

    “คิดได้แค่เนี้ย...น่าสมเพช!”

    ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงจนอาทรปรามาสว่าเธอพูดอย่างนี้เพราะอิจฉาภัทรลดาที่มีคนจีบแต่ตัวเองไม่มีใครมองเลยเชียร์ให้ภัทรลดามีแฟนเร็วๆ เผื่อจะมีใครมาสนใจตัวเองบ้าง พราวฉุนขาดตบหน้าเขาร้องไห้น้ำตาไหลพราก อาทรจึงรู้สึกผิดรีบขอโทษ แต่พราวเปิดประตูรถเดินร้องไห้ไปแล้ว อาทรนึกตำหนิตัวเองว่าไม่ควรทำอย่างนั้นเลย...

    ooooooo

    ไตรภพประคองมาลาตีไปส่งที่คอนโดของเธอ มาลาตีเมาอ้อแอ้อ่อนปวกเปียก พอเขาพาเธอเข้าห้องเธอก็คว้าตัวเขาไปกอดไม่ยอมให้กลับ อ่อยจนไตรภพเผลอเคลิ้ม แต่พอจะจูบก็นึกถึงใบหน้าภัทรลดา เขาผละออกทันที

    นที่สุดไตรภพก็กลับจนได้ พอเขาออกจากห้อง มาลาตีก็กรี๊ดอย่างเจ็บใจที่จับเขาไม่ติดที่แท้เธอเมาดิบ!

    ปิ่นมณีดูหนังสือพิมพ์ที่ลงภาพและข่าวยงยุทธถ่ายรูปคู่กับภัทรลดาอย่างดีอกดีใจ ศราภัทรติงว่ามันเป็นการมัดมือชกกัน ถามประชดว่าถ้าจับให้ภัทรลดาคู่กับหมวดไม่สำเร็จยังจะจับคู่ให้ภัทรลดาอีกไหม

    “ทำไมจะไม่ได้ ฉันมั่นใจว่าหมวดยงยุทธกับยัยภัทรต้องไปกันได้ แต่สมมติว่ามันเป็นอย่างที่คุณต้องการจริงๆ ฉันจะยอมเลิกจับคู่ให้ลูกรักคุณก็ได้ ต้องการอย่างนี้ไหมล่ะคะคุณศรา”

    “แล้วอย่าลืมที่พูดล่ะคุณปิ่น” ศราภัทรพูดยิ้มขำๆ แล้วหันตัดแต่งต้นไม้ต่อ ส่วนปิ่นมณีก็ดูรูปในหนังสือพิมพ์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปมา

    วันเดียวกัน ยงยุทธไปหาทาริกาเพื่อชี้แจงเรื่องเมื่อคืนและขอความเห็นใจขอเวลาอีกสักพัก ทาริกา บอกว่าเมื่อคืนตนคิดเรื่องนี้ทั้งคืน ตัดสินใจแล้วว่าเราเลิกกันดีกว่า เพราะมันยังมีอีกหลายอย่างที่สะสมมาหลายปีแล้วและตนก็คิดว่ามันน่าจะจบได้ ยงยุทธหน้าเสีย เธอตัดบทว่า

    “ฉันคงไม่ดีพอสำหรับคุณหรอกค่ะ หยุดตรงนี้ อย่างน้อยยังมีความเป็นเพื่อนเหลืออยู่นะคะ” แล้วทาริกาก็เดินเลี่ยงไปทางหลังร้าน ยงยุทธนั่งเครียด ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

    ผ่านเหตุการณ์เมื่อคืน พิมลภาดูกำไลเพชรที่ไตรภพประมูลให้มาลาตีแล้วติงว่าห้าแสนมันแพงไป มาลาตีบอกว่าราคาประมูลก็ต้องแพงกว่าปกติอยู่แล้ว พิมลภาบอกว่าแสดงว่าไตรภพหลงเธอมากถึงได้ทุ่มเสียขนาดนี้ แล้วประชดว่า

    “ต่อไปฉันคงต้องฝากเนื้อฝากตัวกับเธอแล้วมั้ง” มาลาตีหน้าเจื่อนติงว่าพูดอะไรอย่างนั้น คำรณถามแทรกขึ้นว่า แล้วระหว่างเพื่อนกับผู้ชายอันไหนสำคัญกว่ากันเหรอ ถูกมาลาตีที่เมื่อก่อนเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแว้ดใส่ว่า

    “ไม่ต้องมาเสี้ยมเลยนะ ถูกย้ายไปอยู่หลังเขาแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ไปซะทีล่ะ” คำรณบอกว่า

    วันที่หนึ่งถึงจะไปแต่ตอนนี้อยู่ทำงานให้คุณพิมก่อนไม่เหมือนเธอที่ตัวอยู่กับคุณพิมแต่ไม่รู้ใจอยู่กับใคร มาลาตีรีบหันประจบพิมลภาว่า “อย่าไปฟังพวกของเหลือใช้ ยังไงเราก็เพื่อนกัน ฉันไม่มีวันหักหลังเธอหรอก”

    “แล้วถ้าต่อไปเธอกับคุณไตรภพเกิดจริงจังกันขึ้นมา เธอก็ยังเห็นแก่ฉันมากกว่าคุณไตรภพใช่ไหมจ๊ะ”

    มาลาตีอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนบอกพิมลภาว่าต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ผู้ชายจะหาสักเท่าไรก็ได้ไม่สำคัญไปกว่าเพื่อนหรอก เธอพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับใจคิด พิมลภายิ้มแย้มบอกว่าดีใจที่ได้ยินเธอพูดแบบนี้

    พิมลภาดูมาลาตีออกว่าเพื่อนไม่เหมือนเดิมแล้ว เธอจึงวางแผนให้ภัทรลดาไปเป็นเลขาไตรภพเพื่อคอยจับตาดูเขา แม้ภัทรลดาจะไม่อยากไปอยู่ใกล้ไตรภพ แต่ก็ถูกทั้งพี่สาวและแม่ขอร้องแกมบังคับเธอจึงจำต้องไปทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ

    วันนี้ขณะพราวไปหาภัทรลดา ก็ได้รับไลน์จากอาทรส่งมาง้อขอให้ยกโทษให้ตนด้วย พราวตอบคำเดียวว่าไม่ แต่เมื่อถูกตื๊อหนักเข้าก็มีเงื่อนไขว่าจะยอมให้อภัยก็ต่อเมื่อเขายอมคุกเข่าขอโทษตนต่อหน้าทุกคน อาทรถามว่ามากไปหรือเปล่าแต่ก็คิดหนักว่าทำอย่างไรถึงจะง้อพราวได้สำเร็จ

    ooooooo

    เพียงเดือนกว่าที่ไตรภพมาบริหารบริษัท ก็ทำกำไรได้เป็นที่น่าพอใจ อรรณพพูดกับประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงว่า

    “นึกว่ามันจะไม่เอาถ่าน เก่งเหมือนกันนี่หว่า”

    อรรณพกับประโยชน์ร่วมกันคิดให้ภัทรลดามาเป็นเลขาไตรภพอ้างว่าเพราะเขายังไม่มีเลขา ไตรภพบ่นว่าตนไม่เห็นรู้เรื่อง พาลคิดไปว่าเป็นการส่งภัทรลดามาเป็นไส้ศึกมากกว่า

    รุ่งขึ้นเมื่อภัทรลดาไปทำงาน ไตรภพให้เธอเรียกตนว่า “บอส” และมอบหมายให้สุดใจสาวใหญ่ที่เป็นเลขาของประโยชน์สอนงานให้

    พอสุดใจพาภัทรลดาเดินไปแนะนำแผนกต่างๆ ของบริษัท พวกพนักงานสาวๆต่างมองเขม่นที่มีคนสาวและสวยกว่ามาทำให้พวกตนด้อยไป ส่วนพวกผู้ชายต่างดี๊ด๊าหมายตาจะแย่งกันจีบแต่พอรู้ว่าเธอมาเป็นเลขาของไตรภพก็ต่างพากันหัวหด

    คนที่คับแค้นใจที่สุดคือมาลาตี นอกจากหาทางแกล้งภัทรลดาแล้ว ยังปรามไม่ให้ยุ่งกับไตรภพเพราะ “เขาเป็นของฉัน ฉันเล็งมานานแล้ว” ภัทรลดาถูกคุกคามมากก็นึกโมโห พึมพำ “ไอ้บ้าสมภพ เพราะคุณคนเดียว!”

    เมื่ออาทรถูกพราวมีข้อแม้ว่าจะให้อภัยก็ต่อเมื่อเขาคุกเข่าขอโทษตนต่อหน้าทุกคน อาทรคิดไม่ตกไปปรึกษาภัทรลดา เธอแนะว่าถ้าเคลียร์ไม่ได้ก็เลิกกันเสีย อาทรทำใจเลิกไม่ได้ แต่ไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ ภัทรลดาก็ได้รับโทรศัพท์จากไตรภพถามว่าไฟล์งานบริษัทเอ็นเออยู่ไหนตนหาไม่เจอ และสั่งให้ทำรายงานการประชุมเมื่อตอนบ่ายให้ด้วย

    ภัทรลดาจำต้องแยกจากอาทรไปทำงานให้ไตรภพ แต่หารู้ไม่ว่าไตรภพแอบดูอยู่ พอเห็นเธอแยกกับอาทรเขายิ้มพอใจเพราะที่แท้เขาต้องการกันเธอออกจากอาทรนั่นเอง!

    ooooooo

    พิมลภานับวันหมางเมินกับอรรณพ วันนี้ก็กลับมาบ้านแต่งตัวเตรียมไปงานวันเกิดคุณดี้ อรรณพติงว่าพวกไฮโซว่างงานจะไปสุงสิงด้วยทำไม พิมลภาบอกว่าตนก็ว่างงานเหมือนกัน วันนี้ทั้งวันไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้ว

    พิมลภาไปงานวันเกิดคุณดี้ สนุกเฮฮากันสุดเหวี่ยงจนดึก อรรณพไม่ยอมนอนนั่งรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง

    ฝ่ายภัทรลดาไปทำงานให้ไตรภพตามที่เขาสั่งจนดึกเช่นกัน เขาเลยพาไปเลี้ยงข้าวต้มริมทาง ภัทรลดากินอย่างอร่อยมาก ถามทึ่งว่าเขารู้ได้อย่างไรว่ามีร้านข้าวต้มอร่อยอยู่ตรงนี้

    ระหว่างกินข้าวต้ม ภัทรลดาเล่าว่านุ้ยเขียนจดหมายมา บอกไตรภพว่าถ้านุ้ยโตอีกหน่อยและพ่อแม่อยากให้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตนจะรับนุ้ยมาอยู่ด้วย

    พูดถึงนุ้ยแล้วก็คุยกันถึงเรื่องราวที่อยู่และได้แกล้งกันที่เกาะไข่หงส์ ภัทรลดาพูดถึงพิมลภาที่ไตรภพถือเป็นไม้เบื่อไม้เมาว่า ที่จริงพิมลภาเป็นคนอ่อนหวาน น่ารัก และเคยช่วยชีวิตตนตอนจมน้ำตอนเด็กๆด้วย คุยกันถึงต้มยำโป๊ะแตกที่ภัทรลดาแกล้งใส่พริกเป็นกำลงไป ไตรภพยอมรับว่าวันนั้นเผ็ดจนเกือบตายแต่ไม่แสดงอาการเพราะกลัวเสียฟอร์มแล้วถูกเธอหัวเราะเยาะ เล่ากันถึงเรื่องราวที่เกาะไข่หงส์แล้วก็พากันหัวเราะทั้งขำทั้งสนุก

    ส่งภัทรลดากลับบ้านแล้ว พอเตรียมตัวเข้านอนเขาส่งไลน์บอกเธอว่าพรุ่งนี้ตนต้องไปดูงานที่ไซต์งานก่อสร้างจะเข้าบริษัทสายๆ อนุญาตให้เธอมาสายได้เพราะเมื่อคืนทำงานดึกแล้ว ส่งไลน์และสติกเกอร์ให้กันแล้วภัทรลดาบอกว่าตนจะนอนแล้ว ไตรภพอวยพร “ฝันดีนะ”

    ก่อนนอน ไตรภพมองไปที่นอกบ้านเห็นยังเงียบกริบ ไม่มีวี่แววว่าพิมลภาจะกลับ เขาส่ายหน้าพึมพำ

    “ป่านนี้แล้วยังไม่กลับ...ฉลาดมาทั้งชีวิต ไม่ควรเล้ย...ท่านอรรณพ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:27 น.