ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทางผ่านกามเทพ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังจากพิมลภารู้ว่าอรรณพมีลูกชายอีกคนคือไตรภพ เธอระแวงว่าไตรภพจะเป็นอุปสรรคแผนการของตน ถามภัทรลดาว่าไตรภพเป็นคนอย่างไร อยู่ๆก็โผล่มาตนไม่ไว้ใจเลย

    ภัทรลดาโล่งใจที่พี่สาวระแวงเรื่องอื่น ไม่ได้สงสัยความสัมพันธ์ของตนกับไตรภพ ถามว่ากลัวไตรภพจะมาสร้างปัญหาให้พี่หรือ

    “พี่ไม่ได้กลัวอะไรหรอก แต่พี่ห่วงว่าเขาจะมา วุ่นวายแล้วทำให้สุขภาพคุณอรรณพทรุดลงต่างหาก

    พูดกับภัทรไปภัทรก็ไม่เข้าใจ พี่ไปคุยกับมาลาตีดีกว่า” พิมลภาเดินหงุดหงิดไป ภัทรลดามองตามงงๆ ว่าพิมลภาไม่พอใจเรื่องอะไร

    ภัทรลดาเข้าไปดูแลอรรณพที่หลับไปแล้ว เธอมองอย่างสงสาร เขาเป็นคนแก่ที่ร่ำรวย แต่กลับอ้างว้างไม่มีใครเลย ขณะเดียวกันก็ไม่เข้าใจเลยว่าพิมลภาทำเหมือนห่วงอรรณพแต่ก็ไม่ได้ดูแลเท่าที่ควร

    มองอรรณพแล้วอดคิดถึงไตรภพไม่ได้ เมื่อรู้ว่าไตรภพเป็นลูกอรรณพ เธอนึกเสียดายว่า

    “เป็นนายสมภพเสียยังจะดีกว่า ต่อไปจะมองหน้ากันยังไงเนี่ยคุณไตรภพ”

    ooooooo

    อาทรเริ่มสนใจภัทรลดาแต่มามีคู่แข่งอย่าง ยงยุทธนายตำรวจหนุ่มรูปหล่อแถมยังขยันทำคะแนนรับส่งภัทรลดามาดูแลอรรณพเช้าเย็นและพาไปกินข้าวกันบ่อยๆ เลียบเคียงถามพราวว่า

    “พราว...เอ่อ...ภัทรเขาเล่าเรื่องหมวดยงยุทธอะไรนั่นให้พราวฟังบ้างหรือเปล่า” พราวบอกว่าก็มีบ้างถามว่าถามทำไมหรือ “เอ่อ...แล้ว...แล้วพราวคิดว่าภัทรจะชอบคนที่แม่หามาให้รึเปล่า”

    “เรื่องนี้ไม่รู้หรอก ต้องถามยัยภัทรเอง แต่ที่แน่ๆ ผู้หมวดอะไรเนี่ย ขยันทำคะแนนเว่อร์ ขนาดเมื่อคืนยัยภัทรค้างที่โรงพยาบาล ยังอุตส่าห์ไปกินข้าวเช้ากับยัยภัทรที่โรงพยาบาลอีกนะ”

    อาทรเหยียดปากยิ้มบอกว่ารักโปรโมตก็อย่างนี้แหละ หมดโปรเมื่อไหร่ก็หายหัว

    “ไม่ละมั้ง...รายนี้แม่เขาจอยกันไม่หมดโปรง่ายๆ หรอก แล้วพราวก็แอบไปดูรูปหมวดในเว็บของตำรวจแล้วด้วย หล่อบาดใจเสียขนาดนี้ ถ้าหมดโปรจริง จะเชียร์ให้ยัยภัทรต่อโปรขาดใจเลย”

    ฟังพราวแล้วอาทรยิ่งเครียดเมื่อรู้ว่าคู่แข่งกำลังรุกหนัก

    แต่หารู้ไม่ว่า ยงยุทธทำเพื่อเอาใจแม่ วันนี้เขาถามภัทรลดาว่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลอีกนานไหม เธอบอกว่าจนกว่าอรรณพจะออกจากโรงพยาบาลกระมัง บอกเขาอย่างเกรงใจว่าไม่ต้องมาหาตนทุกวันก็ได้เพราะเป็นตำรวจงานยุ่งมาก ยงยุทธปากหวานว่ามาหาเธอก็เป็นการพักผ่อนในตัว

    “จะเหมือนได้ยังไงคะ บ้านคุณยุทธกับโรงพยาบาลอยู่กันคนละทางเลยนะคะ”

    “แต่โรงพยาบาลอยู่ใกล้โรงพักนะครับ เดินมายังได้เลย”

    ภัทรลดากระอักกระอ่วนใจ แต่พอเธอขอตัวไปดูแลอรรณพ หมวดยงยุทธก็ถอนใจโล่งอกที่ผ่านไปได้อีกวัน...

    แต่พอภัทรลดากลับเข้าไปในห้องพักอรรณพ เธอแปลกใจที่มาลาตีกำลังชี้นิ้วให้คนรับใช้เก็บโน่นเก็บนี่ ภัทรลดาถามว่าแล้วคุณอรรณพล่ะ มาลาตีบอกว่ากลับบ้านไปแล้ว

    ภัทรลดาตกใจถามว่ากลับไปได้อย่างไรเพราะอรรณพต้องอยู่รักษาตัวที่นี่อีกนาน มาลาตีย้อนถามหน้าตึงว่า

    “ทำไมจะกลับไม่ได้ก็คนที่เอากลับคือเมียเขา เธอมันแค่น้องเมียอย่าวุ่นวายนักเลยนะยัยภัทร” ภัทรลดาบอกว่าอรรณพจำเป็นต้องอยู่ใกล้หมอ “แล้วรู้รึเปล่าว่าพี่สาวเธอจ้างพยาบาลดูแลยี่สิบสี่ชั่วโมง ให้หมอไปตรวจวันเว้นวัน ทำบ้านจนเกือบเหมือนโรงพยาบาลอยู่แล้ว ไม่พอใจรึไง” แล้วมาลาตีก็ชี้นิ้วให้คนใช้เก็บของให้หมดอย่าให้เหลือ ไม่อย่างนั้นตนจะบอกพิมลภาให้หักเงินเดือน

    ภัทรลดาได้แต่ยืนดูอย่างเป็นห่วงอรรณพ ไม่สบายใจที่พิมลภาตัดสินใจแบบนี้

    ooooooo

    เมื่อรับอรรณพกลับไปอยู่บ้านแล้ว ไม่ว่าใครจะมาหาอรรณพก็ถูกมาลาตีกีดกันไม่ให้พบอ้างว่าท่านต้องพักผ่อน

    ประโยชน์ร้อนใจมากที่พิมลภาเข้ามาบริหารบริษัทสั่งปลดย้ายพนักงานจนปั่นป่วนไปหมด เขาพยายามโทร.คุยกับอรรณพก็โทร.ไม่ติด เลยตัดสินใจไปหาที่บ้าน ก็ถูกมาลาตีกีดกันไม่ให้พบอ้างว่าท่านต้องพักผ่อน ประโยชน์ฉุนขาดบอกว่าตนมีเรื่องสำคัญต้องพบท่าน มาลาตีวางมาดบอกว่าฝากตนไว้ก็ได้ หรือไม่ก็คุยกับพิมลภาที่บริษัท พูดประชดว่าเว้นแต่เขามีเรื่องที่บอกพิมลภาไม่ได้

    ประโยชน์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างคับแค้นใจ จำต้องกลับไป มาลาตีมองตามพึมพำยิ้มเยาะ

    “ไม่ทันไรก็กินรวบซะแล้ว ฉันไม่เกาะเธอแล้วจะเกาะใครจ๊ะพิม”

    หลังจากพาอรรณพกลับมาอยู่บ้านแล้ว พิมลภาทำทีดูแลเอาอกเอาใจเขา อรรณพเองก็พอใจมาก แต่พอถามว่าที่บริษัทเป็นอย่างไรบ้าง พิมลภาบอกว่าเรียบร้อยดีไม่ต้องห่วง

    “คุณมีปัญหาอะไรก็ถามประโยชน์เขานะ ประโยชน์เป็นคนซื่อสัตย์ไว้ใจได้ ถ้ามีเขาอยู่คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

    “พิมจะจำที่คุณบอกนะคะ แต่ทางที่ดีคุณรีบๆ หายดีกว่าค่ะ บริษัทของคุณถึงคนอื่นจะเก่งยังไง ก็สู้คุณไม่ได้หรอกค่ะ แล้วพิมก็อยากมีชีวิตครอบครัวกับคุณจริงๆเสียที”

    พิมลภาฉอเลาะเสียจนอรรณพยิ่งรักและหลง พูดอย่างสงสารจับใจว่า

    “ผมขอโทษนะพิม เพิ่งแต่งงานกันแท้ๆ คุณก็ต้องมารับภาระหนัก ไหนจะเรื่องงานแล้วยังต้องมาดูแลคนป่วยอย่างผมอีก สักวัน...ผมจะชดเชยให้คุณเอง”

    พิมลภายิ้มบางๆ อย่างอ่อนหวาน...สีหน้าสดชื่นแจ่มใสมาก

    ooooooo

    ประโยชน์ร้อนใจ ไปหานินันท์ปรึกษาเรื่องที่พิมลภาไปบริหารบริษัทจนวุ่นวายไปหมด

    “นิคิดไม่ผิดเลย ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาดีจริงๆ” นินันท์หนักใจ ยิ่งเมื่อประโยชน์บอกว่าป่านนี้ไม่รู้ยักยอกบริษัทไปเท่าไรแล้ว นินันท์ก็ยิ่งเครียด บอกว่า

    “แต่ที่นิห่วงที่สุดคือเรื่องคุณพ่อค่ะ พอเกิดเรื่องเขาก็หนีกลับมาคนเดียว แถมพอคุณพ่อตามกลับมาแทนที่จะให้คุณพ่อรักษาตัวต่อเนื่องที่โรงพยาบาล เขาก็เอาคุณพ่อกลับไปที่บ้านอีก แล้วพอนิไปเยี่ยมก็ส่งคนของเขามากีดกันเหมือนที่คุณประโยชน์โดนวันนี้ล่ะค่ะ”

    ประโยชน์บอกว่าแบบนี้ไม่ได้แล้ว ขืนปล่อยไว้อย่างนี้นอกจากบริษัทจะแย่แล้วคุณท่านก็อาจไม่ปลอดภัยด้วย นินันท์อัดอั้นถึงกับน้ำตาร่วง ปรับทุกข์ว่า

    “นิไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ คุณธิปต้องทำงานจะช่วยเหลืออะไรนิมากก็ไม่ได้ ส่วนคุณแม่ก็โกรธคุณพ่อจนไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น คุณภพเป็นคนเดียวที่นิหวังพึ่งมากที่สุด แต่คุณภพก็ไม่ใส่ใจเลย”

    ไตรภพแอบดูแอบฟังอยู่ เห็นนินันท์ร้องไห้อย่างอัดอั้น ก็ยิ่งแค้นพิมลภา

    ooooooo

    ยงยุทธภายใต้การบงการบัญชาของคุณหญิงผู้เป็นแม่ นอกจากทำคะแนนกับภัทรลดาโดยตรงแล้ว คุณหญิงยังฝากโสมจากเมืองจีนไปให้ปิ่นมณีด้วย

    ปิ่นมณียิ้มแย้มดีใจฝากขอบคุณคุณหญิงด้วย

    ศราภัทรถามยงยุทธว่ามาทุกวันอย่างนี้ไม่เบื่อบ้างหรือ เลยถูกปิ่นมณีดุว่าพูดอะไรอย่างนั้น! แล้วพูดแก้เกี้ยวกับยงยุทธว่าอย่าไปสนใจคนแก่หวงลูกสาวเลย ให้พาภัทรลดาไปดูหนังกันดีกว่า

    พอยงยุทธพาภัทรลดาออกไป ปิ่นมณีก็จิกศราภัทรทันทีว่ารู้ไม่ใช่หรือว่าทำไมตนถึงต้องพยายามจับยงยุทธให้ภัทรลดา ศราภัทรพูดอย่างดูออกว่า ทั้งยงยุทธและภัทรลดาอยู่ในสภาพจำใจด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ภัทรลดาเก็บอารมณ์ไม่เก่งเท่ายงยุทธเท่านั้นเอง

    ปิ่นมณีค้อนศราภัทรอย่างหงุดหงิดที่คอยขัดใจตนอยู่ตลอดเวลา

    ooooooo

    เพราะที่ยงยุทธและภัทรลดาต่างก็ไม่ได้มีใจให้กัน ทุกอย่างที่ทำไปจึงเซ็งๆฝืนๆ จนวันนี้ขณะพากันไปดูหนัง ภัทรลดาตัดสินใจคุยกันตรงๆว่า

    “ถึงคุณแม่ของเราพยายามจะจับคู่ให้เราแค่ไหน แต่ชีวิตเป็นของเรานะคะ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญแบบนี้ แล้วที่ผ่านมา ภัทรก็ว่ามันไม่เวิร์กหรอกค่ะ เราเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้นเอง”

    “คุณภัทร...” ยงยุทธมองหน้าภัทรลดานิ่ง “คุณรู้ไหมว่า คุณพูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูด แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะพูด”

    แล้วยงยุทธก็เล่าความจริงทั้งหมดของตนให้ภัทรลดาฟัง โดยเฉพาะเรื่องกับทาริกา ไม่เพียงเล่าให้ฟังเขายังพาเธอไปพบกับทาริกาที่ร้านเบเกอรี่ของเธอด้วย

    ภัทรลดาถามว่าทำไมยงยุทธกับทาริกาต้องปิดบังเรื่องของพวกเขาไว้ถึงห้าปี ทาริกาบอกว่าเพราะคุณแม่ของยงยุทธไม่ยอมรับตน เพราะตนเป็นคนธรรมดาไม่รวยและไม่มีเชื้อสายอะไร ตนจึงต้องปิดเรื่องนี้ตลอดมา แม้ยงยุทธจะเคยพยายามบอกคุณแม่แต่พอหยั่งเชิงดูคุณแม่เขาไม่พอใจมาก ก็เลยยังไม่กล้าบอก

    ยงยุทธขอให้ภัทรลดาช่วยเก็บเป็นความลับด้วย เธอถามว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ไปถึงเมื่อไหร่?

    “ผมตั้งใจว่าจะแกล้งตบตาคุณแม่ไปสักพัก แล้วค่อยบอกว่าผมกับคุณภัทรไปกันไม่ได้ จากนั้นก็ค่อยพาทาริกาไปแนะนำให้คุณแม่รู้จัก คุณแม่อาจจะเห็นว่าผมรักทาริกา

    จริงๆ แล้วก็ไม่มีเป้าหมายไหนอีกแล้ว ถึงตอนนั้นท่านอาจจะยอมรับก็ได้ครับ”

    ภัทรลดาขอเป็นกำลังใจให้และถ้ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอก ทาริกาพูดอย่างชื่นชมว่าถ้ารู้ว่าคุยกันตรงๆ แล้วสบายใจอย่างนี้ ตนคุยกับภัทรลดาตั้งนานแล้วไม่แอบเครียดอยู่ตั้งหลายวันหรอก ยงยุทธแซวว่าหึงตนล่ะสิ ทาริกาตีเขาเบาๆแล้วต่างก็หัวเราะ

    ภัทรลดามองทั้งสองอดยิ้มไม่ได้ รู้สึกว่าเพื่อนใหม่ของตนน่ารักน่าเอ็นดูทั้งคู่

    ooooooo

    แล้วความปั่นป่วนก็เกิดขึ้นที่บ้านอรรณพ เมื่อเช้านี้ไตรภพสะพายเป้มาถึงก็นั่งที่โต๊ะอาหารหน้าตาเฉย

    อรรณพถามอย่างไม่พอใจว่ามาทำไม ไตรภพบอก ว่าตนจะย้ายมาอยู่ที่นี่ อรรณพถามว่าทำไมไม่อยู่บ้านน้าแก!

    “ละอายใจน่ะครับ” ไตรภพพูดพลางหยิบกับข้าวกินเล่น “น้าสาเพิ่งถูกแย่งสามีไป แล้วลูกสามีเก่ายังไปเกาะอีก ทุเรศตัวเองยังไงไม่รู้ ก็เลยย้ายมาที่นี่”

    พิมลภาหน้าตึงที่ถูกไตรภพแขวะ ส่วนอรรณพโมโหหาว่าไตรภพจงใจหาเรื่องตนใช่ไหม ด่าอย่างเกรี้ยวกราด

    “เมื่อไหร่แกจะเลิกจองเวรฉันเสียทีวะไอ้ลูกทรพี!”

    “ก็...จนกว่าจะตายไปข้างนึงมั้งครับ” ไตรภพพูดพลางหยิบของกินอย่างไม่สะทกสะท้าน ทำให้อรรณพยิ่งโมโหมากตวาดว่าแช่งตนหรือ พิมลภาบอกให้ใจเย็น แล้วพูดดีกับไตรภพแต่แสดงความเป็นใหญ่ในทีว่า

    “ที่นี่เป็นบ้านคุณไตรภพอยู่แล้ว คุณจะมาอยู่เมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้นล่ะค่ะ เดี๋ยวพิมจะให้คนจัดห้องให้นะคะ”

    “ไม่ต้องรบกวนหรอกครับคุณแม่ ผมดูแลตัวเองได้ แล้วผมก็คงอยู่ที่นี่อีกนาน ต่อไปเราคงได้เจอกันเกือบทุกวัน” ไตรภพเอามือที่หยิบกับข้าวกินเช็ดกับแขนเสื้อแล้วยื่นมือออกไปเอ่ย “แนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกทีนะครับคุณแม่เลี้ยงแสนสวย ผมไตรภพ”

    “ฉันพิมลภาค่ะ แต่เรียกพิมดีกว่านะคะ อย่าเรียกพิมว่าแม่เลี้ยงเลย แล้วพิมก็ดีใจนะคะที่ต่อไปเราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน” พิมลภาสัมผัสมือยิ้มแย้ม

    ขณะมือสัมผัสกันอย่างเป็นมิตรนั้น แววตาของทั้งสองที่มองกันเขม็ง เครียด เหมือนประกาศสงครามกันในที

    ooooooo

    มาลาตียังไม่รู้ว่าไตรภพมาอยู่ที่บ้าน เธอดื่มจนเมาแล้วตะโกนเรียกคนใช้ให้เอาน้ำมาให้ ไม่ทันใจก็ด่าว่าหายหัวไปไหน ตายกันหมดแล้วรึไง

    ไตรภพเอาน้ำไปให้บอกว่าน้ำเย็น คงไม่หายเมา ยังไงกินชาร้อนๆเข้มๆจะดีกว่า

    พอมาลาตีเห็นไตรภพก็เคลิ้ม ทักอย่างเย้ายวนว่าคุณนี่เอง มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเดินเซๆเข้าไปอ่อยบอกว่า

    “ก็ยัยพิมน่ะสิคะ ให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน ฉันก็เลยย้ายมา...อุ๊ย...” มาลาตีทำเป็นเซเข้าหาไตรภพ เลยเข้าไปอยู่ในอ้อมอกเขาแล้วยิ้มยั่วกระซิบอะไรสองสามคำกับเขา ไตรภพบอกให้เธอหลับตา มาลาตีรีบหลับตาพริ้มหัวเราะคิกคัก ไตรภพย้ำว่าอย่าเพิ่งลืมตาจนกว่าตนจะบอกมาลาตีจินตนาการเตลิดไปไกล กอดคอไตรภพเอาหน้าซุกเขาอย่างยั่วยวน ไตรภพอุ้มมาลาตีไปครู่หนึ่งก็บอกให้เธอลืมตาได้แล้ว

    พอมาลาตีลืมตา แทนที่จะเห็นเตียงกลับพบว่าไตรภพอุ้มเธอมาที่ประตูรั้วหน้าบ้านแล้วโยนโครมออกไปนอกบ้านตามด้วยเงินอีกสามร้อยบาท บอกว่าเป็นค่ารถแล้วอย่ามาให้เห็นหน้าที่นี่อีก

    มาลาตีแทบหายเมา เสียงดังใส่ไตรภพว่าเขาไม่มีสิทธิ์ไล่ตน ไตรภพท้าว่างั้นเธอก็ไปบอกเพื่อนตัวเองสิ ดูซิว่าตนจะลากคอเธอออกไปได้ไหม มาลาตีร้องกรี๊ดๆ ขว้างเงินสามร้อยบาทคืนไปด้วยความแค้น

    เช้าวันใหม่ พิมลภาก็ไปเล่าเรื่องนี้ให้ที่บ้านฟัง ปิ่นมณีอุทานว่าไตรภพร้ายกาจอย่างนี้เลยหรือ

    “ค่ะคุณแม่ มาลาตีโทร.มาร้องไห้กับหนูกลางดึกเลยค่ะ สงสัยจะไม่กล้าอยู่ที่บ้านอีกแล้วล่ะค่ะ”

    ภัทรลดาแอบนึกในใจว่ารู้ฤทธิ์ไตรภพน้อยไปแล้วภัทรลดาก็ถูกพิมลภาใช้ให้ไปดูแลอรรณพแทนมาลาตี ภัทรลดาไม่อยากไปเผชิญหน้ากับไตรภพพยายามเลี่ยง พิมลภาบอกว่าให้อยู่ดูแลเฉพาะเวลาที่ตนไม่อยู่เท่านั้น กอปรกับปิ่นมณีช่วยหว่านล้อม ในที่สุดเธอก็จำต้องไป

    ฝ่ายอาทรเมื่อคิดว่าตัวเองมีคู่แข่งที่น่ากลัว ก็หา ทางที่จะบอกความในใจกับภัทรลดา สบโอกาสเมื่อยงยุทธมาส่งภัทรลดาใกล้ที่ทำงานของอาทร เขาทักทายและชวนคุยอย่างสนิทสนม ชื่นชมความเรียบง่ายของภัทรลดาที่กินอาหารข้างทางอย่างไม่รังเกียจ แล้วทำใจกล้าสารภาพกับเธอว่า “พี่ขอพูดตรงๆนะ พี่...ชอบภัทร” และขอโอกาสตนสักครั้ง

    ภัทรลดาอึ้งคิดไม่ถึงว่าอาทรจะคิดกับตนอย่างนี้ เมื่อไปเล่าให้พราวฟังพราวแอบเครียด แต่พอภัทรลดาบอกว่าตนคิดเป็นอย่างอื่นกับอาทรไม่ได้นอกจากรักเขาอย่างพี่ชาย พราวฟังแล้วก็ถอนใจโล่งอก ในขณะที่ภัทรลดาก็คิดถึงใครอีกคนหนึ่ง

    ooooooo

    ไตรภพไปอยู่ที่บ้านอรรณพ เขาให้ฝ่ายบัญชีเอาข้อมูลรายจ่ายของพิมลภาไปดู เธอไม่พอใจมาก บอกว่าถ้าอยากรู้ถามตนก็ได้เพราะมันไม่ใช่ความลับอะไร

    “ถ้าผมคุยตรงๆ คุณจะเล่าเรื่องส่งไลน์ไปบอกเลิกอาทรแฟนเก่าคุณให้ผมฟังไหมล่ะ? ยังมีอีกนะ เรื่องที่คุณส่งน้องสาวคุณไปเกาะไข่หงส์เพราะรู้ว่ามันจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษอีก เรื่องแบบนี้คุณจะเล่าให้ผม
    ฟังไหมล่ะ?”

    พิมลภาตกใจที่เขารู้เรื่องของตนค่อนข้างลึก ถามอย่างหาเรื่องว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ไตรภพถามว่าเธอพาอรรณพไปไหนแต่เช้า เธอบอกว่าอรรณพมีนัดพบหมอ

    “โกหก! คุณเป็นฝ่ายโทร.ไปนัดหมอเองต่างหาก คุณจงใจกีดกันไม่ให้ผมคุยกับท่านอรรณพ เพราะคุณกลัวว่าผมจะฟ้องท่าน” ไตรภพยิ้มเยาะบอกว่าเธอกลัวมากไป ที่จริงตนไม่สนใจว่าเธอจะสูบเงินสามีแก่ของเธอไปเท่าไร เพราะไหนๆเธอก็เอาความสาวเข้าแลกแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มหน่อย

    พิมลภาโมโหปรามว่ามันจะมากไปแล้ว ไตรภพย้ำว่าตนไม่สนใจว่าเธอจะทำอะไรกับท่าน แต่...“อย่ามายุ่งกับคนที่ผมรัก ไม่อย่านั้นผมจองเวรคุณไม่เลิกแน่”

    ไตรภพเดินออกไปทิ้งให้พิมลภากำหมัดกัดฟันอย่างแค้นใจอยู่ตรงนั้น

    พิมลภาเล่าให้ภัทรลดาฟัง เธอถามว่าเขาร้ายขนาดนั้นเลยหรือ พิมลภาบอกว่าเข้าขั้นเลวเลยล่ะ กำชับภัทรลดาอย่าให้เขาเข้าใกล้อรรณพเด็ดขาด แล้วเดินไปที่รถ มาลาตีรออยู่แล้ว ถามพิมลภาว่าภัทรลดาคนเดียวจะเอาไตรภพอยู่หรือ พิมลภาถามว่าหรือเธอจะไปช่วยด้วย มาลาตียังแหยงที่ถูกจับโยนออกไปนอกบ้านบอกว่าขอเวลาตั้งตัวก่อน ถูกโยนออกมายังเจ็บสะโพกไม่หายเลย

    “งั้นก็ปล่อยเป็นหน้าที่ยัยภัทรไปก่อน แล้วฉันจะค่อยๆสอนบทเรียนให้ลูกชายคุณอรรณพเอง ให้เขาจำไปชั่วชีวิตเลย” พิมลภาพูดอย่างหมายมาดแล้วขึ้นรถไปทำงาน

    ooooooo

    ภัทรลดาเองก็รู้สึกว่าพี่สาวกีดกันอรรณพไม่ให้พบใคร แต่อรรณพกลับมองในแง่ดีว่าพิมลภาต้องการให้ตนพักผ่อนมากๆ

    ไตรภพเดินมาเจอภัทรลดา เขาพูดอย่างสมใจว่า รออยู่พอดีเลยว่าเมื่อไหร่พิมลภาจะส่งเธอมา ภัทรลดาบอกว่าแต่ตนไม่อยากเจอเขาเลย

    “ตรงข้ามกับผมเลยนะ ตั้งแต่จากกัน ไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่คิดถึงคุณเลย เฝ้ารอมาตลอดด้วยซ้ำ ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอคุณอีกครั้ง” ภัทรลดาคิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดอย่างนี้ เธอหลบสายตาเขาเขิน ๆ ไตรภพยิ้มเยาะพูดต่อว่า “จะได้สาวไส้ทั้งคุณ ทั้งพี่คุณไปพร้อมๆกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคอยไง”

    “ไอ้บ้า!” ภัทรลดาเปลี่ยนเป็นโกรธจี๊ด ด่าว่าเขาเลวเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ “คุณหลอกฉันขังผิดตัวยังไม่ได้ขอโทษสักคำ แล้วยังคิดจะทำร้ายพี่ฉันอีกเหรอ?”

    ไตรภพพูดกวนๆ ว่าทีแรกก็รู้สึกผิดนิดๆ แต่พอรู้ว่าเธอรับแผนพี่สาวไปดูลาดเลาเพื่อยึดเกาะก็ถือว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร เรื่องที่เกาะถือว่าจบไปแล้ว ถึงตนหลอกเธอแต่ก็ช่วยเธอ เรามาพูดเรื่องตอนนี้ดีกว่า ถามว่าพิมลภาส่งเธอมาทำไม?

    พอภัทรลดาบอกว่าส่งมาดูแลพ่อเขา ไตรภพสวนเสียงดังว่า พี่สาวเธออยากได้สมบัติเลยอาศัยช่วงที่ท่านป่วยยึดสมบัติและอำนาจในการบริหารบริษัท แต่กลัวตนจะแฉเลยส่งเธอมาประกบไว้ พูดเย้ยอย่างรู้ทันว่า

    “ทำงานเป็นทีมทั้งพี่ทั้งน้อง คราวหน้าจะจับเศรษฐีแก่คนไหนอีกล่ะ”

    ภัทรลดาตบหน้าเขาทันทีแต่ไตรภพระวังตัวอยู่แล้วจับมือเธอไว้ ภัทรลดาด่าว่าคนคิดแต่เรื่องทุเรศตลอดเวลาอย่างเขาสมควรแล้วที่ต้องขังตัวเองไว้บนเกาะไกลผู้คน ถูกไตรภพยั่วว่าเธอลืมเรื่องที่เกาะไม่ลงเลยใช่ไหม เรื่องที่เรานอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เรื่องที่ตนเห็นเธออาบน้ำในลำธาร ภัทรลดาแค้นใจกระทืบเท้าเขาแล้วเดินหนีไป ไตรภพมองถามตะโกนตามหลัง

    “ยัยตัวแสบ!” แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ที่ได้มาเจอเธออีกครั้ง

    ooooooo

    ยงยุทธมาหาภัทรลดาแต่เช้าบอกว่าคุณแม่อยากชวนเธอกินข้าวเย็นเลยต้องมารบกวนเธอ

    ไตรภพนอนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นมองยงยุทธถามภัทรลดาว่าใครน่ะ ภัทรลดาถามว่าทำไมต้องบอกคุณแล้วชวนยงยุทธไปคุยกันที่อื่นดีกว่า ไตรภพหมั่นไส้พูด ประชดแฝงอารมณ์หึงว่า

    “มีผู้ชายมาหาถึงที่ เสน่ห์แรงจริ๊ง...แม่คุณ”

    ภัทรลดาโทร.ไปเล่าให้พราวฟัง พออาทรรู้ว่าภัทรลดาโทร.มาก็บ่นว่าหมวดอะไรนี่ตื๊อไม่เลิก ชวนพราวเย็นนี้ไปเราไปกินข้าวกันสามคนไหมตนเลี้ยงเอง พราวติงว่าอย่าเรียกว่าตื๊อเลย เรียกว่าใครดีใครได้ดีกว่า อาทรเดินเลี่ยงไปอย่างไม่พอใจ

    “ทำเป็นทนฟังไม่ได้ แทงใจดำล่ะสิ” พราวเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้

    ooooooo

    นับแต่พิมลภาเข้ามาบริหารบริษัท นอกจากสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายเพราะย้ายพนักงานตามใจชอบแล้ว เช้านี้คำรณก็หน้าตื่นมารายงานว่า บริษัทที่เธอเซ็นสัญญาไว้เมื่อวันก่อนก็ปิดบริษัทหนีไปแถมยังเบิกเงินงวดแรกไปด้วย

    มาลาตีถามว่าเงินงวดแรกนั้นเท่าไร? คำรณบอกว่าประมาณยี่สิบล้าน พิมลภาเครียดหนักที่เพิ่งมาบริหารบริษัทก็ทำให้บริษัทเสียหายไปเป็นล้านแล้ว

    เมื่อนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ประโยชน์พูดกับที่ประชุมว่าตอนนี้เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทเสียหายน้อยที่สุดก็พอแล้วคำรณกินปูนร้อนท้องบอกว่าไม่ใช่ความผิดของตน ใครจะไปรู้ว่าเซ็นสัญญาปุ๊บก็เจ๊งปั๊บอย่างนี้

    “ใครว่าอะไรคุณหรือยัง” ประโยชน์ถาม คำรณหน้าจ๋อย ประโยชน์แจ้งแก่ที่ประชุมว่า “เรื่องใครผิดไว้สอบสวนกันทีหลัง แต่ตอนนี้ตนต้องการรายงานเรื่องนี้ให้ท่านทราบจะได้หาทางแก้ไขกันต่อไป”

    พิมลภาบอกว่าเรื่องนี้ตนจะบอกท่านเองประโยชน์ไม่ต้องเป็นห่วง มาลาตีรีบเห็นด้วย แต่ประโยชน์ยืนยันว่าตนต้องการพบท่าน พิมลภาจะท้วงติง ประโยชน์จึงขอเสียงในที่ประชุม กรรมการทุกคนยกมือให้ประโยชน์ไปรายงานอรรณพโดยตรง

    แต่พอประโยชน์ไปคุย อรรณพกลับบอกว่า พิมลภายังไม่มีประสบการณ์จะโทษเธอทั้งหมดไม่ได้ อย่างมากก็ขาดทุนนิดหน่อย ประโยชน์ติงว่าไม่มีประสบการณ์ก็ต้องค่อยๆเรียนรู้งานไม่ใช่เริ่มต้นที่ตำแหน่งซีอีโอ

    “ผมจะลดตำแหน่งเขาเหลือแค่กรรมการบริษัทแล้วก็ไม่ให้อำนาจในการตัดสินใจคนเดียว จะเซ็นอะไรต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนเซ็นด้วย คุณโอเคไหม” ประโยชน์พูดออกตัวว่าตนไม่ได้บีบท่านถือผลประโยชน์ของบริษัทสำคัญที่สุด “ผมรู้ว่าคุณเป็นคนยังไง ไม่ต้องห่วงหรอกนะ”

    ประโยชน์เสนอให้ตั้งซีอีโอคนใหม่ทันทีเพื่อกู้ความเชื่อมั่นของบริษัทกลับคืนมา ประโยชน์ติงว่าจะหาคนที่ไว้ใจได้ไม่ใช่ง่าย ประโยชน์เสนอว่า

    “ถ้าพูดถึงเรื่องไว้ใจ ท่านมีลูกอยู่สองคนนะครับ” อรรณพอึ้งไปอย่างคิดไม่ถึง แต่ทั้งหมดนี้พิมลภาแอบฟังอยู่ที่ประตู เธอเครียดที่ความพยายามกันลูกของอรรณพออกไปจากสมบัติทั้งปวงกำลังสั่นคลอน

    ไตรภพเดินกินแซนด์วิชผ่านมาเห็น เขาแกล้งเข้าไปยื่นแซนด์วิชให้ถามยั่วว่า “เอาหน่อยไหมคุณ”

    พิมลภาอารมณ์เสียที่แอบฟังแล้วรู้ว่าตนจะถูกปลดจากซีอีโอ พอมาถูกไตรภพกวนประสาทเข้าอีก เลยทะเลาะกัน เธอปรามาสไตรภพว่า อย่าหวังว่าจะได้มาเป็นซีอีโอแทนตนง่ายๆ ไตรภพหัวเราะร่าบอกว่าตนไม่เคยสนใจเลยอย่างห่วงตนไม่แย่งเก้าอี้เธอที่อุตส่าห์เอาความสาวเข้าแลกหรอก

    ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง ภัทรลดาได้ยิน เธอเข้ามาช่วยพี่สาวว่าถึงไตรภพจะไม่ชอบพี่สาวตนยังไงก็ไม่มีสิทธิ์มาดูถูกกันอย่างนี้ เมื่อมาเจอคู่ปรับเก่า ไตรภพหันมาว่าภัทรลดาว่าเธอก็พวกเดียวกับพี่สาวนั่นแหละ

    อรรณพได้ยินเสียงทะเลาะกันเขารีบเข็นรถมาตวาดไตรภพให้หยุดและเฉดหัวออกไปจากบ้านตนเดี๋ยวนี้

    ทะเลาะกับพิมลภาและภัทรลดาก็พอทำเนา แต่พอมาเจออรรณพเข้ามาแทรก ไล่ตนและปกป้องพิมลภาเช่นนี้ ไตรภพฮึดขึ้นมา โต้ว่าบ้านนี้สร้างบนที่ดินของแม่ถ้าจะไล่ตนออกก็ต้องแจกแจงเรื่องกรรมสิทธิ์กันหน่อย

    เจอไม้นี้ อรรณพก็อึ้ง พูดไม่ออก ไตรภพหัวเราะขำๆ แล้วเดินไปท่ามกลางความงุนงงหนักใจกับท่าทีของเขา

    ooooooo

    แล้วก็มีเรื่องให้อาทรขัดใจกับพราว เมื่อพราวถูกคนเมายาจับเป็นตัวประกันและยงยุทธเอาตัวเข้าไปแลกเพื่อช่วยเธอ จนจับคนเมายาได้ พราวชื่นชมมาก เชียร์เขากับภัทรลดาเต็มที่ ทำให้อาทรที่หมายตาภัทรลดาอยู่ไม่พอใจมาก

    พราวดักคอว่าที่ไม่พอใจมากเพราะตัวเองเจอคู่แข่งใช่ไหม อาทรบอกว่าตนไม่เคยคิดว่าผู้หมวดอะไรนี่จะเป็นคู่แข่ง “เพราะคนอย่างภัทรถึงจะยอมตามใจแม่แค่ไหนแต่ก็ไม่ยอมแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักแน่” พูดเชิงตำหนิว่าถึงผู้หมวดจะช่วยเธอแค่ไหนก็ไม่ต้องเชียร์กับภัทรลดาถึงขนาดนั้น พราวร้อนตัวบอกว่าตนไม่เคยขายเพื่อนกิน

    “ไม่ได้พูดนะ ร้อนตัวไปรึเปล่า จะบอกอะไรให้นะ ถึงเธอจะเขียนเชียร์หมวดคนนี้แค่ไหน คนที่ตัดสินใจก็คือภัทรแล้วภัทรเขาก็ต้องรู้ดีว่า ใครจริงใจกับเขามากที่สุด เธอเอาเวลาไปทำตัวให้น่ารำคาญน้อยกว่านี้ดีกว่า เผื่อจะมีใครมาชอบเธอบ้าง จะได้ไม่ต้องมาคอยวุ่นวายกับเพื่อนตัวเองแบบนี้”

    พราวเถียงไม่ออก มองตามอาทรที่เดินไปอย่างเจ็บใจที่ถูกว่าใส่หน้าขนาดนี้

    ooooooo

    วันนี้ไตรภพไปเล่นกับลูกเกด แต่จะกลับไปนอนบ้านอรรณพ บอกธนาธิปว่าตื่นมาจะได้มีอะไรทำ

    ธนาธิปถามว่าจะป่วนพ่อกับพิมลภาไปเรื่อยๆอย่างนี้หรือ ทำตัวให้มีค่ากว่านี้ดีกว่ามั้ง

    “คุณประโยชน์โทร.มาเรื่องตำแหน่งซีอีโอ นิทำไม่ไหวหรอกค่ะ แล้วก็ไม่อยากเป็นด้วย แต่ถ้าเป็นคุณภพ นิมั่นใจว่าคุณภพทำได้แน่” นินันท์เอ่ยขึ้น

    ไตรภพพูดอย่างไม่แยแสว่าเรื่องอะไรตนต้องไปเหนื่อย ทุกวันนี้ที่คอยช่วยเขาก็เพราะเห็นแก่นินันท์ ไม่งั้นก็อย่าหวัง

    แน่นอนวิสาอยากให้เขารับตำแหน่งนี้ ไตรภพถามว่าน้าสาเองก็วางเฉยเรื่องท่านอรรณพไปแล้ว ทำไมถึงอยากให้ตนเข้าไปยุ่งด้วย

    “บริษัทนั้น เป็นของคุณภพเหมือนกันนะคะคุณภพจะทนเห็นมันเสียหายไปต่อหน้าได้หรือคะ”

    “ได้ครับ เพราะผมไม่เคยสนใจมันตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”

    “แล้วคุณแม่ล่ะคะ...ถึงบริษัทจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเพราะฝีมือคุณพ่อคุณ แต่รู้อะไรไหมคะ ว่าเงินก้อนแรกที่เอามาลงทุน มันมาจากเงินเก็บแล้วก็เครื่องเพชรส่วนตัวของคุณแม่คุณ”

    ไตรภพอึ้ง แววตาเขากร้าวขึ้น วิสาอ่านใจออก หว่านล้อมว่า

    “คุณภพจะเห็นแก่ทิฐิของตัวเองสำคัญกว่าหยาดเหงื่อที่คุณพ่อคุณแม่แลกมาอย่างนั้นหรือคะ”

    ไตรภพยังคงนิ่ง แล้วถอนใจออกมา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 10:34 น.