ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทางผ่านกามเทพ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ภัทรลดาติดอยู่ในหลุมเปียกฝนทั้งคืน หลับไปอย่างอ่อนเพลีย ฝันถึงอดีตเมื่อ 16 ปีก่อน...

    เวลานั้นภัทรลดาในวัย 7 ขวบ และพิมลภาในวัย 10 ขวบ ภัทรลดาตกลงไปในทะเลสาบ สำลักน้ำจนจมลงไปก้นทะเลสาบ ในสภาพที่สะลึมสะลือนั้นรู้สึกว่าพี่สาว

    กอดตนไว้และตะโกนเรียกชื่อตนตลอดเวลา

    “ภัทร...ภัทร...อย่าเป็นอะไรนะภัทร...ช่วยด้วยค่ะ ช่วยภัทรด้วยค่ะ”

    เมื่อได้สติอีกครั้งภัทรลดามองไปรอบๆ ถามว่าตนอยู่ไหน ปิ่นมณีผู้เป็นแม่ที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ตอบเสียงกระด้างว่า

    “อยู่โรงพยาบาลน่ะสิ ซนจนได้เรื่อง นี่ถ้าไม่ได้พี่เขาช่วยไว้ ป่านนี้เราจมน้ำตายไปแล้ว”

    “พี่พิมเหรอคะ...”

    “แล้วเรามีพี่คนอื่นเหรอ เดี๋ยวพี่เขามาแล้วขอบคุณเขาหน่อยนะ แล้วต่อไปเราต้องดีกับพี่เขามากๆ เพราะพี่เขามีบุญคุณกับเรา รู้ไหม”

    “ค่ะคุณแม่...ภัทรจะรักพี่พิมให้มากๆค่ะ”

    ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงร้องปลุก เธอถูกจับตัวเขย่าอย่างไม่อินังขังขอบ

    “ตื่นๆๆ ตื่นได้แล้ว เฮ้ย...ตื่นเสียที...”

    ภัทรลดาตกใจตื่น เมื่อลืมตาเห็นหน้าไตรภพเกือบติดหน้าตน พอได้สติก็รีบเบือนหน้าหนี ถามว่า

    “สมภพ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” พลางกระชับเสื้อตามสัญชาตญาณ ไตรภพบอกว่าไต่เชือกลงมา “แล้วคุณรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่” ไตรภพยิ้มสะใจบอกว่าได้ยินเสียงเธอร้องขอความช่วยเหลือตั้งเมื่อวานแล้ว เธอโวยทันทีว่า “นี่...นี่รู้ว่าฉันตกลงมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหรอ แล้วทำไมถึงไม่ช่วยฉัน” พลางจะ
    ลุกขึ้นแต่เจ็บขาจนร้อง เขาพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนนักว่า

    “เจ็บขาก็อย่าฝืนเลยคุณ ทางตรงนี้มันชัน ถ้าไม่มีอุปกรณ์ถึงผมลงมาได้ก็เอาคุณขึ้นไปไม่ได้หรอก”

    ภัทรลดายิ่งโมโหถามว่าเลยปล่อยให้ตนนอนตากฝนทั้งคืนงั้นหรือ เขายิ้มกวนๆบอกว่าก็เตือนแล้วไม่เชื่อเอง เธอตะแบงว่าแล้วทำไมไม่บอกให้ละเอียดด้วยล่ะ!

    “ผมเตือนคุณ คุณฟังก็จบ ถูกไหม แล้วมันเรื่องอะไรของผมที่ต้องอธิบายให้คุณฟังอย่างละเอียดด้วย อีกอย่างนะ ชาวบ้านแถวนี้ไม่มีใครเขาโง่ตกลงมาสักคน” เท่านั้นไม่พอยังปรบมือแสดงความยินดีที่เธอตกเป็นคนแรกด้วย

    แต่ไตรภพเตรียมอุปกรณ์สำหรับช่วยพาเธอขึ้นจากหลุมแล้ว นั่นคือเข็มขัดเส้นใหญ่รัดตัวเธอไว้ข้างหลังตนแล้วพาไต่เชือกขึ้นไป แม้จะอยู่ในภาวะคับขัน แต่สัมผัสที่ได้รับจากแผ่นหลังที่แข็งแรงและอบอุ่นของชายหนุ่มก็ทำให้ภัทรลดาอดเขินใจเต้นรัวไม่ได้...

    กลับถึงบ้านพัก ไตรภพพันเท้าข้างที่แพลงให้จนเธอลุกเดินก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว เขาโยนผ้าขนหนูให้ไล่ให้ไปอาบน้ำเสียตัวเหม็น แม้การดูแลจะทำอย่างกระแทกกระทั้นประชดประชันแต่แสดงถึงความใส่ใจดูแลเธออย่างดี ภัทรลดาจึงลุกไปโดยดี

    ooooooo

    เพราะกลัวพ่อจะไปแจ้งความเรื่องภัทรลดาหาย พิมลภาจึงชวนมาลาตีไปที่บ้านอาทรเพื่อจะถามข่าวภัทรลดา แต่เจอประตูบ้านปิด เห็นป้าที่อยู่ข้างบ้านไปซื้อกับข้าวกลับมาจึงถามถึงอาทร ป้าช่างพูดเล่าอย่างรู้ดีว่า

    “ไม่อยู่หรอกค่ะ ไปต่างจังหวัดได้สองสามวันแล้ว ไปกับผู้หญิงอีกคนท่าทางสนิทกันมาก”

    ป้าคนนั้นรู้ดี เพราะวันนั้นเห็นอาทรขับรถออกไปโดยมีพราวติดรถไปด้วย เขาบอกว่าจะมีภัยหนาวทางภาคเหนือ ทางกรมสั่งให้ตนขึ้นไปประสานงาน เขาบอกป้าว่าจะไปต่างจังหวัดสองสามวันฝากป้าช่วยดูแลบ้านด้วย

    มาลาตีพูดเบาๆกับพิมลภาว่าอาทรไปกับภัทรลดาหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ลงตัวเป๊ะ พิมลภาทำหน้าไม่อยากเชื่อ แต่ก็ยังคิดอะไรไม่ออก

    อรรณพมาเจอคำรณที่บริษัท “โอเชี่ยน รีลเอสเตท” ของเขา คำรณไหว้อย่างประจบประแจง อรรณพขอบใจที่ช่วยเป็นธุระจัดงานแต่งงานให้ คำรณถามว่าทริปฮันนีมูนที่ตนส่งไฟล์ไปให้ท่านพอใจไหม

    “น้อยไป ผมต้องการให้คุณพิมประทับใจมากที่สุด...พักที่ปารีสสักสองคืนก็พอ แล้วค่อยย้ายไปพักที่ชาโตว์สักสองสามคืน คุณไปดูนะว่าที่ชาโตว์์ที่ไหนสวยๆ บรรยากาศดี ผมจะขับรถพาคุณพิมไป ระหว่างทางก็จะ ได้ชมวิวกันไปด้วย เสร็จแล้วค่อยไปล่องเรือยอชต์กันต่อ”

    คำรณน้อมรับบอกว่าจะไปจัดการให้วันนี้เลย อรรณพตบบ่าขอบใจแล้วเดินเข้าไป คำรณมองตามพึมพำกับตัวเอง

    “แต่งงานคราวนี้หมดกี่ล้านวะเนี่ย...เป็นคนรวยนี่มันดีจริงโว้ย...”

    ooooooo

    บ้านไตรภพที่เกาะไข่หงส์ หลังจากภัทรลดาขึ้นจากหลุมกลับมาอยู่ที่บ้านไตรภพก็ถูกเขาแกล้งตลอดเวลา

    วันนี้เห็นเขาเอาขนมปังสองชิ้นใส่จานมาวางแล้วเดินไปรินน้ำ ภัทรลดาที่หิวจนตาลายเพราะไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งแต่เมื่อวาน หยิบไปกินชิ้นหนึ่ง ไตรภพติงว่าเป็นของตน เธอโต้ว่าเมื่อวานเขากินข้าวของตนไปแล้ววันนี้ตนต้องกินชดเชย ไตรภพทำเป็นยอม ให้เธอกินทั้งสองแผ่น แต่พอเขาไปปิ้งย่างอาหารทะเล

    หอมกรุ่นกินกับน้ำจิ้ม ก็ไม่ยอมให้เธอกินอ้างว่าเธอกินขนมปังของตนไปแล้ว

    ภัทรลดารับไม่ได้นอกจากด่าแล้วจะเดินออกจากบ้านไป ไตรภพห้ามเสียงดัง “อย่าไปทางนั้น” เธอหยุดกึกทันทีเพราะยังสยองกับเหตุการณ์เมื่อคืน แต่พอเขาบอกว่าล้อเล่นเท่านั้น เธอด่าลั่น

    “ไอ้บ้า...ไปตายได้แล้วไป!!” แล้วตัวเองก็เดินหนีไปอย่างแค้นใจ

    คับแค้นใจจนคิดหาทางหนีไปอยู่บ้านอื่น เห็นชาวบ้านมาตากปลาก็เข้าไปช่วยเลียบเคียงจะขอไปอยู่ด้วย ถูกป้าคนนั้นปฏิเสธว่าไม่ได้ เจอลุงที่ไปหาปลากลับมาก็เข้าไปเลียบเคียงอีก คำตอบคือ “ไม่ได้หรอกหนู” สุดท้ายเธอก็จำต้องกลับมาอยู่ที่บ้านของไตรภพ โดยหารู้ไม่ว่าเขาบอกชาวบ้านบนเกาะไข่หงส์ไว้หมดแล้วว่าไม่ให้เธอไปพัก แต่เธอก็ยังฮึดสู้ต่อไป

    ภัทรลดาถูกแกล้งอย่างหนัก ใช้งานหัวไม่วางหางไม่เว้น ทั้งซักผ้า ขัดส้วม ถูบ้าน กระทั่งหาบน้ำ ขณะหาบน้ำใส่ตุ่ม เธอเหยียบโคลนลื่นหกล้มแทนที่จะมาช่วยเขากลับนั่งหัวเราะชอบใจ

    แต่วันนี้เธอรู้สึกผ่อนคลายมากเมื่อเจอนุ้ยลูกสาวสมชายวัยหกเจ็ดขวบที่ไปต่อยหอยนางรมมา นุ้ยชอบคนสวย เมื่อเห็นภัทรลดาก็ชมว่าสวยเหมือนดารา นุ้ยติดเธออย่างรวดเร็ว ชวนกันไปที่บ้าน แม่นุ้ยจึงทอดไข่เจียวหอยนางรมให้กิน แค่ได้กลิ่นภัทรลดาก็น้ำลายสอแล้วเพราะไม่ได้กินของอร่อยมาหลายวัน

    กินไข่เจียวหอยนางรมไม่ทันหมด ภัทรลดาก็ถูกไตรภพมาลากตัวกลับไปเกรงจะเสียแผนที่ตนหลอกเรื่องพายุไว้

    ไตรภพพาภัทรลดาลงเรือไปบอกว่าจะพาไปหาปลา ระหว่างทางไตรภพเกือบเผลอใจไปกับความสวยน่ารักของเธอ แต่พอนึกถึงว่าเธอเป็นคนสร้างความเจ็บปวดให้วิสาและทำให้ครอบครัวแตกแยกก็ชิงชังขึ้นมาทันที คิดหาทางแกล้งเธออีก สั่งให้มาขับเรือ เธอบอกว่าขับไม่เป็นก็ดุว่าไม่มีใครเป็นมาแต่เกิด แต่พอสอนแล้วก็บ่นว่าสอนเด็กห้าขวบยังง่ายกว่าอีก

    ไตรภพวางอวนไว้ พอลากอวนขึ้นมามีกุ้งหอยปูปลาติดขึ้นมามากพอสมควร ภัทรลดาตื่นเต้นดีใจมาก เขาบอกว่าอย่างน้อยก็กินได้สองสามวัน แต่พอให้เธอเอาไปทำอาหาร เธอทำมาได้น้อยจนเขาแปลกใจ พอถามเธอบอกว่า

    “ฉันปล่อยลงทะเลไปหมดแล้ว” พอไตรภพโวยวายเธอบอกว่าตนไม่กล้าฆ่า โทษว่าเขาผิดเองที่ไม่ทำให้มันตายก่อนเอามาให้ตนทำอาหาร เลยถูกไตรภพด่า

    “ดัดจริต!”

    “ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้ ไม่พอใจก็อย่ากิน ฉันกินคนเดียวก็ได้” แล้วลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนไตรภพก็กินผักชุบแป้งทอดเซ็งๆ แต่พอกินชะงักรู้สึกอร่อยผิดคาด จนกินอย่างเอร็ดอร่อยแบบยั้งใจไม่อยู่

    “ถ้าอร่อยก็ชมมาเดี๋ยวนี้เลย” ภัทรลดาพูดเย้ยๆ เยาะๆ ไตรภพไม่พูดแต่ก้มหน้าก้มตากินเอ๊า...กินเอา...

    ภัทรลดายิ้มอย่างสะใจที่ลบคำปรามาสของเขาได้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ภูมิใจที่ตัวเองทำได้

    ooooooo

    นินันท์เห็นแม่ยังเศร้าจึงเปิดเพลงให้ฟังเบาๆ บอกแม่ว่าฟังเพลงสักหน่อยดีกว่าอยู่เงียบๆ

    วิสาดึงทั้งนินันท์และลูกเกดไปกอด ด้วยความรักที่อย่างน้อยตนก็ยังมีลูกและหลานอยู่เคียงข้าง...

    เช้าวันรุ่งขึ้น นินันท์ตกใจเห็นแม่แต่งตัวสวยแต่เช้า ถามว่าคุณแม่จะไปไหน วิสายิ้มบางๆ บอกว่า

    “แม่จะไปหาเพื่อนเก่าน่ะจ้ะ มีของที่จะเอาไปคืนให้นิดหน่อย”

    ที่ห้องจัดงานเลี้ยงโรงแรมหรู บรรยากาศงานเลี้ยงแต่งงานของอรรณพกับพิมลภาจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการมาก เป็นงานที่จัดตั้งแต่เช้าไปจนถึงค่ำตามฤกษ์ที่ได้มาตอนเช้าจึงจัดงานทั้งวัน

    ในงานนี้คุณหญิงนวลสวาท ควงลูกชายคือหมวดยุทธมาด้วยเพราะทั้งคุณหญิงนวลสวาทและปิ่นมณีต่างหมายให้หมวดยงยุทธจับคู่กับภัทรลดา วันนี้ภัทรลดาไม่อยู่ ปิ่นมณีปดตามแผนที่คุยกันกับศราภัทรและพิมลภาไว้แล้วว่า ภัทรลดาไปเทกคอร์สที่อเมริกาและเจอภัยหนาวเครื่องเลยดีเลย์กลับมาไม่ทัน

    “ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณหญิงมากนะครับที่อุตส่าห์มา พอดีได้ฤกษ์มาตอนเช้า ก็เลยต้องจัดตั้งแต่เช้าไปถึงค่ำเลยน่ะครับ” ศราภัทรชี้แจง

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เก๋ออก งานอื่นเขาจัดเลี้ยงตอนกลางคืน แต่งานนี้เลี้ยงทั้งวันสมกับเป็นคุณอรรณพจริงๆ”

    พอดีได้ฤกษ์ที่คู่บ่าวสาวจะจดทะเบียนสมรสกัน คำรณกับมาลาตีที่ทำหน้าที่พิธีกรขึ้นเวทีประกาศเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นเวทีจดทะเบียนสมรสต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ

    แต่พออรรณพกับพิมลภาในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเวทีไปนั่งที่โต๊ะเตรียมจดทะเบียนสมรส อรรณพก็ชะงักหน้าซีดเมื่อเห็นวิสา นินันท์ และธนาธิปเดินเข้ามาในงาน คำรณกับมาลาตีไม่รู้จักวิสา ถามกันงงๆ ว่าใคร?! ปิ่นมณีถามศราภัทรว่านั่นใครหรือ พอศราภัทรบอกว่าภรรยาเก่าอรรณพ ปิ่นมณีก็หน้าเสียกลัวเกิดเรื่องฉาวกลางงาน

    “ระวังนะตายุทธ เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยกันทัน” คุณหญิงนวลสวาทกระซิบเมื่อรู้ว่าทั้งสามคนนั้นเป็นใคร

    พออรรณพตั้งสติได้ก็เอ่ยแสดงความยินดีที่วิสากับลูกมางาน วิสาตอบยิ้มๆว่ายังไงก็ต้องมา อรรณพจึงแนะนำวิสากับพิมลภาว่า “พิมจ๊ะ...นี่คุณสาที่ผมเคยเล่าให้ฟัง หนูนิคุณเคยเจอแล้ว ส่วนนั่นธนาธิปลูกเขยผมเอง”

    พิมลภาไหว้ทั้งสามคนอย่างอ่อนน้อม อรรณพบอกวิสาว่าจะเปิดห้องให้พักเพราะวันนี้มีอาหารเลี้ยงทั้งวันจนค่ำเผื่อเธอกับลูกจะเหนื่อย วิสาบอกไม่ต้องเพราะตนเอาของมาคืนเขาเท่านั้นเองเดี๋ยวก็ไปแล้ว

    วิสาล้วงกระเป๋าถือ คำรณกับมาลาตีตกใจกลัวเธอจะหยิบปืนออกมา แต่กลับกลายเป็นหยิบถุงผ้าปักเล็กๆ ออกมา ข้างในมีแหวนทองที่อรรณพซื้อให้ พออรรณพเห็นก็หน้าเครียด นึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมาทันที...

    ooooooo

    อรรณพนึกถึงเมื่อ 28 ปีก่อน ขณะที่สวมแหวนทองวงนี้ให้วิสา เขาเอ่ยคำกลอนหวานกินใจอย่างกรุ้มกริ่มว่า

    “แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย”

    “ฉันไม่มีวันถอดหรอกค่ะ จะใส่ติดตัวไปจนตายเลย” วิสาเขินอาย ใบหน้าอิ่มเอิบด้วยความสุขและความรัก

    อรรณพมองแหวนหน้าเสีย พิมลภาสังเกตอยู่ เธอปั้นยิ้มหวานเชิญชวนนินันท์อย่าเพิ่งกลับเพราะไหนๆ ก็มาแล้ว แต่นินันท์บอกว่าบ่ายนี้ธนาธิปมีติดประชุมที่กรมเลยอยู่ไม่ได้จริงๆ

    “ผมทำงานอยู่กรมเดียวกับอาทรน่ะครับ” ธนาธิปจงใจบอก พิมลภาหน้าเสียแต่ยังยิ้มหวานบอกว่าคนกันเองแท้ๆเลย ธนาธิปผิดคาดเพราะพิมลภานิ่งได้กว่าที่คิด วิสามองหน้าอรรณพ เอ่ยลาแล้วพากันเดินออกจากห้องงานไปท่ามกลางความโล่งใจของศราภัทรกับปิ่นมณี

    ส่วนมาลาตีกับคำรณที่ใจหายใจคว่ำอยู่ก็โล่งอกที่ไม่มีทั้งการตบตีหรือยิงกัน มาลาตีถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไป

    “เฉยๆไปก่อน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกัน” คำรณกระซิบตอบเบาๆ

    ooooooo

    ภัทรลดาถูกไตรภพแกล้งให้ซักผ้ากองพะเนิน เธอซักไปตากไป จนผ้าที่ราวแห้งส่วนหนึ่งแล้วส่วนที่ต้องซักก็ยังไม่หมด

    ไตรภพเดินเปลือยท่อนบนไปที่ราวตากผ้าเลือกเสื้อตัวที่แห้งแล้วใส่ ภัทรลดาถามว่าจะไปไหน เขาตอบประชดๆว่า

    “ปลาในกระชังก็จับไม่ได้ จับมาก็ปล่อยไปอีก ผมก็ต้องไปซื้อปลาตายหรือปลากระป๋องมาให้คุณน่ะสิ”

    ภัทรลดาฉุกคิดได้ถามว่าออกทะเลได้แล้วหรืองั้นตนก็กลับบ้านได้แล้วสิ เขาสวนทันทีว่าตนไปแค่เกาะใกล้ๆแถวนี้กลางทะเลกับฝั่งยังมีพายุอยู่ โชคดีที่เธออยู่บนเกาะเลยเจอแค่ฝนตก

    ระหว่างนั้น เดชาที่มาสอดแนมถ่ายรูปไตรภพกับภัทรลดาไว้ มันถามลูกน้องว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเมียหมอนั่นหรือ ลูกน้องคาดว่าไม่น่าจะใช่ มันมองภัทรลดาตาวาวบอกว่าเห็นทีต้องเลียบๆ เคียงๆ ดูหน่อยเสียแล้ว

    ไตรภพเอารายการที่จดมาให้ชาวบ้านไปซื้อของให้ สั่งว่าซื้อเสร็จให้เอามาส่งที่เรือตนด้วย ขณะนั้นเองเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากนินันท์โทร.มาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้างหายเงียบไปเลย

    “บนเกาะไม่มีสัญญาณ นี่พี่ก็เพิ่งขึ้นฝั่งถึงได้รับสายเราได้” เขาอยากรู้ว่างานแต่งงานของอรรณพเป็นอย่างไร เพราะตนเอาตัวเจ้าสาวมากักไว้คงวุ่นวายน่าดู แต่คำตอบที่ได้รับจากนินันท์คือไม่มีอะไร ปกติดี

    ไตรภพแปลกใจที่เจ้าสาวหายทั้งคนอรรณพยังเก็บอาการได้จนนินันท์บอกว่าเป็นปกติดี!

    ooooooo

    ระหว่างที่ภัทรลดาอยู่ที่บ้านนั้น นุ้ยเอาหม้อกล้วยบวดชีมาให้บอกว่าแม่ให้เอามากิน แม่บอกว่ากะทิคราวนี้ทั้งหอมและมันอร่อยมากเลย

    ภัทรลดาเอาถ้วยมาตักแบ่งให้คนละถ้วย เลียบเคียงถามนุ้ยว่ารู้ไหมว่าอีกกี่วันถึงจะออกเรือได้ นุ้ยถามว่าทำไมหรือ

    “วันนี้เป็นวันแต่งงานของพี่สาวพี่ พี่อยากจะกลับไปร่วมงานมากเลย อย่างน้อยถ้าออกเรือตอนนี้แล้วขึ้นเครื่อง ก็คงพอจะไปงานตอนค่ำทันแต่คงไม่มีทางหรอก”

    นุ้ยบอกว่าทัน เพราะพ่อยังออกเรือไปรับนักท่องเที่ยวได้เลย ภัทรลดาถามว่าแล้วพายุที่เข้าตอนนี้ล่ะ นุ้ยบอกว่าไม่มีพายุไม่งั้นพ่อจะออกเรือได้อย่างไร ภัทรลดาจึงรู้ว่าถูกไตรภพและคนทั้งหมู่บ้านหลอกมาตลอด! เธอลิ่วไปที่ท่าเรือ แต่ไม่มีเรือเลย ถามนุ้ยว่ามีเรือไปฝั่งไหมตนอยากไปบนฝั่งเดี๋ยวนี้เลย

    “ต้องรอพ่อหรือคุณภพกลับมาค่ะ ตอนนี้ไม่มีหรอก” นุ้ยตอบซื่อๆ แต่ทำให้ภัทรลดาหมดหวัง พลันก็ได้ยิน

    เสียงเดชาถามว่าจะขึ้นฝั่งหรือ ภัทรลดาดีใจมากถามว่าเขาพอจะไปส่งตนได้ไหม เดชาบอกว่าตนกำลังจะขึ้นฝั่งอยู่พอดี

    “งั้นคุณรอฉันแป๊บนึงนะฉันไปเก็บของก่อน”

    เดชากลัวเธอไปเจอคนอื่นแล้วจะเปลี่ยนใจบอกว่าไม่ได้ตนมีธุระต้องรีบไป เธอจะไปก็ต้องไปเดี๋ยวนี้เลย

    ภัทรลดาหน้าเครียดของอื่นไม่สำคัญเท่าข้อมูลบนเกาะนี้ แต่ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้กลับไปอีกเลยก็ได้

    ooooooo

    ชาวบ้านซื้อของตามใบสั่งของไตรภพมามากมาย จนสมชายถามว่าเขาจะกักตัวภัทรลดาไว้อีกกี่วัน

    “คงอีกสักพักแหละ แต่ก็แปลกนะ ฉันนึกว่าล้มงานแต่งงานไปแล้ว ท่านอรรณพจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงเสียอีก ที่ไหนได้เงียบกริบ” สมชายสงสัยว่าหรือภัทรลดาไม่ใช่เมียใหม่ของท่าน “ไม่มีทาง! ฉันสะกดรอยตามเขาอยู่ครึ่งค่อนวันจนแน่ใจ จะผิดตัวได้ไง”

    ทันใดนั้น ไตรภพเห็นเรือลำหนึ่งแล่นออกไป เขาถามสมชายว่าเรือใคร สมชายจำได้ว่าเป็นเรือของเดชาเพราะตนเคยไปขโมยน้ำมันตอนนั้น ไตรภพแปลกใจว่าเดชายังกล้ามาอีกหรือ บอกสมชายเดี๋ยวไปถามชาวบ้านให้ที

    พอกลับถึงบ้านพัก ไม่ทันที่สมชายจะได้ไปถามชาวบ้าน ไตรภพก็รู้จากนุ้ยด้วยความตกใจว่าภัทรลดาไม่อยู่แล้วออกไปกับคนที่มาอาละวาดบนเกาะวันก่อน เขาบอกว่าจะไปส่งพี่ภัทรบนฝั่ง พี่ภัทรเลยไปกับเขา

    ไตรภพตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าภัทรลดากำลังตกอยู่ในอันตราย!

    ฝ่ายเดชาขับเรือไปก็คอยสังเกตภัทรลดาไป มันพอใจความสวยของเธอ แต่ก็ใจเย็นบอกให้ลูกน้องมาขับเรือแทนแล้วเข้าไปเลียบเคียงถามว่าเธอเป็นใคร มาทำอะไรที่เกาะไข่หงส์ ภัทรลดาปดว่าตนมาเที่ยว มันถามว่าแล้วทำไมไปพักที่บ้านนั้น

    “สมภพน่ะเหรอคะ เขาเป็นคนเดียวในเกาะที่ยอมให้ฉันพักด้วย แต่ก็แกล้งฉันสารพัด แถมยังพูดจาจิกกัดฉันตลอด จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย”

    เดชาเก็บข้อมูลเต็มที่ เมื่อเดินกลับไปลูกน้องถามว่าได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง

    “ไม่มีอะไร ก็แค่ผู้หญิงโง่ๆคนนึงเท่านั้น โดนหลอกมาตั้งหลายวันยังไม่รู้ตัว...งี่เง่า”

    เดชายิ้มร้าย ลูกน้องรู้ใจดับเครื่องเรือ แล้วเดชาก็ตรงเข้าหาภัทรลดามองเธอหื่นๆ ภัทรลดารู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอเตรียมป้องกันตัวเต็มที่เดชาจึงเข้าถึงตัวเธอไม่ได้ง่ายๆ

    เวลาเดียวกันนั้น ไตรภพขับเรือหางยาวเร่งเครื่องเต็มที่ แต่เรือก็ยังเร็วไม่ทันใจ เขาหยิบมีดที่เอาติดตัวมา เตรียมพร้อมเต็มที่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

    ภัทรลดาถูกเดชาบุกเข้าปล้ำ เมื่อเธอต่อสู้สุดฤทธิ์ก็ถูกมันต่อยท้องจนเธอหมดแรง ขณะเธออยู่ในภาวะอันตรายนั่นเอง ลูกน้องเดชาก็ร้องจ๊าก เมื่อถูกมีดขว้างมาปักที่ไหล่ เดชาตกใจหันมอง เห็นไตรภพกระโดดเกาะกราบเรือปีนขึ้นมา

    เดชาคว้าฉมวกต่อสู้กับไตรภพ ภัทรลดาดีใจที่ไตรภพมาช่วย เห็นเขาถูกเดชาเอาฉมวกแทงที่ไหล่บาดเจ็บ

    “สมภพ...ระวัง...” ภัทรลดาพยายามร้องบอก

    นาทีนี้ การต่อสู้มีแต่เอาเป็นเอาตายกัน แต่ในที่สุดเดชาก็ถูกไตรภพใช้แม่ไม้มวยไทยม้วนตัวจระเข้ฟาดหางใส่จนเดชากระเด็นตกน้ำไป ไตรภพถือฉมวกคอยจ้องอยู่ มันจึงดำอยู่ใต้น้ำไม่กล้าโผล่ขึ้นมาอีก

    ไตรภพพาภัทรลดาลงเรือหางยาวขับกลับไปยังเกาะไข่หงส์ทันที พอขึ้นฝั่ง แม้ไตรภพจะเป็นห่วงภัทรลดา แต่เขาก็ยังเล่นบทเหี้ยม ดุด่าเธอว่าเห็นผู้ชายไม่ได้เป็นต้องวิ่งแร่ตามไปทันที ภัทรลดาแค้นใจที่ถูกด่าสาดเสียเทเสีย เธอตบหน้าเขาเต็มเหนี่ยว น้ำตาคลอเบ้า จนไตรภพ รู้สึกผิดที่ว่าเธอแรงไป เขาเอ่ยขอโทษเบาๆ

    ภัทรลดาพยายามลุกโซเซออกไป ไตรภพถามว่า จะไปไหน ภัทรลดาร้องไห้โฮหันมาทุบตีเขา ถูกเขาจับตัวไว้ เธอตะโกนใส่

    “ปล่อยฉัน...ฉันเกลียดคุณ...เกลียดคุณ!...คุณรู้ไหม ว่าฉันกลัวแค่ไหน แล้วคุณยังมาด่าฉันอีก ฉันเกลียดคุณ!”

    ภัทรลดาร้องไห้อยู่กับอกไตรภพที่จับตัวเธอไว้ ไตรภพอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก เพราะเขาแค้นและต้องการสั่งสอนพ่อเรื่อง

    “พิมลภา” แต่กลายเป็นมาสงสารผู้หญิงคนนี้แทน เขากอดเธอไว้ ปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่กับอกอยู่อย่างนั้น...

    ooooooo

    มาลาตีถูกพิมลภาใช้ให้ไปสืบเรื่องภัทรลดากับอาทร อาทรบอกว่าภัทรลดาก็อยู่ที่บ้านเธอสิ จะมาถามตนได้ยังไง

    “ยัยภัทรไม่ได้กลับบ้านมาตั้งหลายวันแล้ว หายไปตั้งแต่วันที่ไปเกาะไข่หงส์นั่นแหละ แล้วคนที่เห็นเขาเป็นคนสุดท้ายก็คือคุณ รับมาเถอะน่าอาท ไปพรีฮันนีมูนกันมาถึงไหนแล้ว ฉันจะได้ไปรายงานบ้านยัยภัทรถูก”

    อาทรเป็นห่วงภัทรลดาว่าหายไปไหน?

    มาลาตีกลับไปรายงานพิมลภาอย่างมั่นใจว่าภัทรลดาไปกับอาทรและทั้งสองต้องมีอะไรกันแน่ๆ แต่พิมลภายังไม่เชื่อ บอกว่าระหว่างที่ตนไปฮันนีมูน ให้เธอ จ้างนักสืบไปสืบมาให้ได้ จ่ายเท่าไรให้มาเบิกได้เลย

    มาลาตีเล่าให้คำรณฟัง คำรณบอกว่าตนจะสืบให้เอง แล้วเอาเงินค่าจ้างนักสืบไว้ใช้เอง มาลาตีบอกต้องหารสอง แล้วหัวเราะอย่างรู้กัน

    ก่อนไปฮันนีมูน พิมลภาโทร.คุยกำชับแม่ว่า

    “ถ้ามีอะไร คุณแม่ต้องโทร.ถามพิมก่อนนะคะ อย่าเพิ่งเชื่อใครทั้งนั้น...ไม่ต้องห่วงค่ะ พิมให้มาลาตีจ้างนักสืบแล้ว เดี๋ยวเขาจะโทร.มารายงานคุณพ่อคุณแม่เองค่ะ” แล้วพิมลภาก็รีบตัดบทว่าต้องไปแล้ว

    พอออกมาเธอถามอรรณพว่ายังไม่เห็นเด็กขนกระเป๋าเดินทางลงมาเลย อรรณพพูดยิ้มกริ่มว่า

    “จะเอาไปให้หนักทำไม เราไปตั้งหลายวัน ขืนขนไปก็หิ้วกันเหนื่อยแย่ ขาดเหลืออะไรไปซื้อเอาที่โน่นดีกว่า พิมจะได้ซื้อชุดสวยๆด้วยไงจ๊ะ อุตส่าห์ไปเมืองหลวงของแฟชั่นทั้งทีนะ”

    “อย่างนี้ก็เปลืองแย่สิคะ”

    “สำหรับพิม...ไม่มีคำว่าเปลืองหรอกจ้ะ” อรรณพโอบกอดพิมลภาไว้อย่าเสน่หา

    ooooooo

    วันนี้สมชายจะพานุ้ยไปหาซื้อชุดนักเรียนใหม่ เจอภัทรลดา เขาบอกว่า

    “วันนี้จะมีงานแต่งงานบนเกาะ ตอนกลางคืนก็จะมีงานเลี้ยงนิดหน่อย ถ้าคุณว่างขอเชิญนะครับ”

    ภัทรลดาสนใจมาก เมื่อมาขอไตรภพเขาบอกว่าไปได้ไม่เห็นต้องถามเลย ภัทรลดาดีใจถามว่ายอมให้ตนไปจริงๆหรือ

    “ทำไมจะไม่ยอม ขืนทิ้งคุณไว้อยู่บ้านคนเดียว เกิดหนีไป ผมก็ต้องเหนื่อยตามไปอีก จริงไหม”

    ภัทรลดาหน้าเจื่อนเพราะที่แท้เขาต้องการให้ตนอยู่ในสายตาตลอดเวลานั่นเอง

    “ไอ้บ้าสมภพ ถ้าชาตินี้ฉันไม่ได้เอาคืน ฉันตายตาไม่หลับแน่” ภัทรลดาบ่นขณะตำพริกแกง พลันก็ฉุกคิดได้ หยิบพริกมากำโตใส่ในครกแล้วโขลกๆๆ อย่างสะใจที่จะได้แก้เผ็ดไตรภพเนียนๆ

    พอถึงเวลาอาหาร ไตรภพมองอาหารบนโต๊ะชมว่า น่ากินดี ภัทรลดายิ้มอย่างมีเลศนัยบอกว่าอร่อยก็กินเยอะๆ ไตรภพเอะใจถามว่ายิ้มแบบนี้ใส่อะไรลงไปหรือเปล่า เธอเลยแกล้งทำงอนบอกว่าไม่กินตนกินเองก็ได้ แล้วตักไข่เจียวกับผัดผักกินอย่างเอร็ดอร่อย

    “งอน...งอน...แค่นี้ทำงอน ผมก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ถึงคุณจะใส่อะไรลงไป คุณก็หนีไปจากเกาะนี้ไม่ได้อยู่ดี ถ้าผมไม่ปล่อยคุณออกไปเอง”

    ไตรภพนั่งลงมือกินข้าว เขาตักแกงกิน ภัทรลดามองอย่างสะใจเชื่อว่าแค่คำแรกเขาก็ต้องเผ็ดจนวางช้อน

    แต่ผิดคาด เพราะไตรภพกินอย่างเอร็ดอร่อย พูดไปกินไปว่า

    “แกงอะไรของคุณเนี่ย โคตรอร่อยเลย...ดี เผ็ดอย่างนี้ผมชอบ หากินยากนะเนี่ย”

    ภัทรลดาผิดคาด มองเขาทั้งงงทั้งทึ่ง ไม่คิดว่าเขาจะกินเผ็ดได้ขนาดนี้ เลยก้มหน้ากินข้าวไป ทั้งเซ็งทั้งเจ็บใจที่แกล้งเขาไม่สำเร็จ

    ooooooo

    คำรณสวมรอยเป็นนักสืบ โทร.รายงานข่าวภัทรลดาให้ศราภัทรเป็นตุเป็นตะ ในขณะที่ศราภัทรฟังหน้าเครียด

    “เร็วหน่อยก็แล้วกัน ผมเป็นห่วงลูกสาวผม...ก็ได้ คืบหน้ายังไงก็รายงานมาทุกระยะนะ”

    ปิ่นมณีที่นั่งอ่านแมกกาซีนต่างประเทศอยู่อย่างไม่ทุกข์ร้อน ถามศราภัทรเมื่อเขาวางสายว่า

    “ไม่ได้เรื่องใช่ไหมล่ะคะ” ศราภัทรบ่นว่าไม่รู้พิมลภาไปจ้างนักสืบที่ไหนก็ไม่รู้พูดจากวนพิลึก “อย่าโทษลูกเลยค่ะ ยัยพิมห่วงน้องจะตาย ยังไงก็ต้องจ้างที่ดีที่สุดมาอยู่แล้ว แต่ข้อมูลที่เราให้เขามีนิดเดียว จะไปทำอะไรได้มากล่ะคะ ตอนนี้ฉันกลัวแต่ว่า ยัยภัทรจะถูกนายอาทรมันเฉดหัวมาเท่านั้นล่ะค่ะ”

    ศราภัทรโมโหถามว่าเธอเป็นแม่พูดอย่างนี้ได้ยังไง พูดเหมือนไม่รู้นิสัยลูกเลย ปิ่นมณีฉอดๆใส่ทันทีว่า

    “ทำไมฉันจะไม่รู้ แต่ของอย่างนี้มันเข้าใครออกใครที่ไหนล่ะ รู้ไหมคะว่าตอนนี้นายอาทรมันกลับมาแล้ว แต่ยัยภัทรไม่ได้กลับมาด้วย แถมนายอาทรมันยังอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นอีกด้วย แล้วจะให้ฉันคิดยังไง”

    “พูดอย่างนี้อย่าคุยกันเลยดีกว่า” ศราภัทรเดินออกไปอย่างหงุดหงิด ถูกปิ่นมณีพูดตามหลังว่า

    “ตัวเองน่ะแหละ เข้าข้างลูกไม่ลืมหูลืมตา” พูดแล้วค้อนอย่างหมั่นไส้ ก้มอ่านนิตยสารต่อ

    ooooooo

    พิธีแต่งงานของหนุ่มสาวชาวบ้านเกาะไข่หงส์มาถึงแล้ว ไตรภพเดินงุ่นง่านอยู่หน้าห้องจนทนไม่ได้ร้องเตือนว่า

    “คุณไม่ได้แต่งเองนะ จะให้รอไปถึงไหนเนี่ย ของอย่างนี้มันมีฤกษ์มียามนะคุณ ไม่มีใครเขามารอคุณคนเดียวหรอก”

    อึดใจเดียว ภัทรลดาก็ออกมาในชุดสาวชาวเกาะดูทั้งน่ารักและแปลกตาจนไตรภพมองอึ้ง เธอบ่นเขาว่า

    “บ่นได้บ่นดี แก่ๆคุณจะขี้บ่นขนาดไหนเนี่ย”

    นุ้ยกับแม่ที่มาช่วยแต่งตัวให้ภัทรลดา เดินยิ้มแย้มออกมาบอกว่า ผู้หญิงก็แต่งตัวช้าอย่างนี้แหละ นุ้ยถามไตรภพว่าพี่ภัทรของตนสวยไหม ไตรภพตีหน้าขรึมบอกว่า

    “ก็งั้นๆ”

    ภัทรลดาชวนนุ้ยกับแม่ว่าไปกันเถอะ คนอย่างนี้ไม่มีรสนิยมจะดูอะไรทั้งนั้นแหละ แล้วพากันเดินผ่านไตรภพไป

    ไตรภพมองตาม เอามือตบหน้าตัวเองเบาๆทีหนึ่ง เหมือนเรียกสติ

    “ตะลึงบ้าอะไรวะ อนาคตเมียพ่อนะเว้ย!”

    ooooooo

    พิธีแต่งงานของชาวเกาะไข่หงส์นั้น ขบวนบ่าวสาวจะลงเรือไปสู่ขอกันกลางทะเล ภัทรลดาตื่นตาตื่นใจกับพิธีนี้มาก เธอเข้าร่วมงานอย่างคึกคักมีชีวิตชีวา ถึงเวลาร้องรำทำเพลงเธอก็ยิ้มแย้มแจ่มใสร่วมสนุกอย่างมีความสุขมาก

    ความเป็นธรรมชาติสดใสของเธอทำให้ไตรภพเผลอใจมองเคลิ้ม เมื่อถึงงานเลี้ยงในยามค่ำคืน นุ้ยถือพวงมาลัยดอกไม้สดมาให้ บอกว่าแม่ให้เอาไปให้คุณภพ ภัทรลดาถามงงๆว่า ให้เอาไปให้คุณภพเนี่ยนะ? นุ้ยบอกว่าแม่สั่งไว้อย่างนี้ เธอจึงเอาไปให้ พอเอาไปยื่นให้ชาวบ้านก็เฮกันลั่น ภัทรลดายิ่งงง ไตรภพจึงอธิบายว่า

    “มันเป็นประเพณีชาวเกาะแถบนี้ ถ้าผู้หญิงคนไหนเอาพวงมาลัยดอกไม้มาให้ผู้ชาย และผู้ชายให้เหล้าพื้นเมืองกลับไป ทั้งคู่ต้องออกไปเต้นรำให้คนทั้งหมู่บ้านดู ก็เหมือนคนกรุงเขามีเปิดฟลอร์ลีลาศนั่นแหละ”

    ไตรภพอธิบายจบ สมชายก็เอาจอกไม้ไผ่ใส่เหล้าพื้นเมืองมายื่นให้ เขารับไป มองภัทรลดาเอ่ยท่าทางกระอักกระอ่วน “เอ่อ...คุณคงไม่ชอบใช่ไหม งั้นยกเลิกไปก็ได้” เธอบอกว่าตนยังไม่ทันได้พูดเลย เขาจึงสารภาพว่า “เอ่อ...ผมไม่ชอบเต้นรำ”

    ภัทรลดายัดพวงมาลัยใส่มือเขาแล้วเอาจอกเหล้าไปทันที ไตรภพติงว่าเหล้าที่นี่แรงนะ

    “ยังไงฉันก็ไม่เมาหรอกน่า ยังไงฉันก็ต้องลากคุณมาเต้นรำให้ได้” ว่าแล้วก็ดื่มเหล้าจนหมดจอก เรียกเสียงเฮได้ลั่นชายหาด แล้วหันบอกเขาเย้ยๆว่า “ว่าไง ถ้ากลัวไม่ต้องเต้นก็ได้นะ”

    ถูกท้าทายขนาดนี้จะยอมก็เสียเชิง ไตรภพลุกออกไปเต้นระบำโดกเดกจนดูตลก ภัทรลดาเดินไปบอกขำๆว่า

    “เต้นรำนะคุณไม่ได้เล่นละครลิง มานี่ทำตามฉัน” แล้วเธอก็ไปเต้นรำรอบกองไฟโดยมีไตรภพเต้นตามหลัง ชาวบ้านพากันปรบมือให้จังหวะยิ้มแย้มมีความสุข

    ภัทรลดากับไตรภพต่างมีความสุขไปกับชาวบ้านด้วย

    ปรากฏว่าคืนนี้ภัทรลดาเมาจนไตรภพต้องประคอง กลับมาบ้านพัก คืนนี้เขาพาเธอไปนอนที่ห้องนอนของแม่ที่เขาเคยไล่เธอออกไปไม่ยอมให้นอน

    ภัทรลดาเมามาก พอมาถึงเตียงก็ทิ้งตัวนอนเลย ไตรภพมองบ่นพึมพำ “ยัยขี้เมาเอ๊ย...” แต่พอเขาจะเดินไป ภัทรลดาก็ดึงเขาไว้ทำให้เขาเสียหลักล้มลงทับร่างเธอ สัมผัสที่ใกล้ชิดทำให้ไตรภพเคลิ้ม พอได้สติก็พยายามดึงตัวขึ้นมา แต่ถูกเธอกอดไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งยังพร่ำเพ้อถึงพ่อว่าอย่าทิ้งหนูไป...อย่าทิ้งหนูไป

    เห็นความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกของเธอแล้ว ไตรภพรู้สึกผิดที่กักขังไว้ที่นี่เพราะคิดว่าเธอคือ “พิมลภา” คนที่แย่งพ่อไปจากน้าสาที่ตนรักเหมือนแม่ เขาปล่อยให้ภัทรลดากอดอยู่อย่างนั้นจนเธอหลับ เขาจึงค่อยๆ ปลดมือเธอออก ห่มผ้าให้แล้วจะออกไป พลันก็เหลือบเห็นสมุดบันทึกที่เธอซ่อนไว้ที่ซอกตู้ เลยหยิบดู

    พอได้ดูสมุดบันทึก ไตรภพหน้าเครียดทันที!

    รุ่งขึ้น พอเจอหน้ากันก็เป็นเรื่องทันที ไตรภพคาดคั้นอย่างดุดันว่าทำไมเธอไม่บอกว่ามาที่นี่เพื่อจะหาทางฮุบเกาะนี้ที่กำลังจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภัทรลดาชี้แจงว่าตนมาสำรวจให้พี่สาวชื่อพิมลภา ส่วนตนชื่อภัทรลดาเป็นน้องสาว

    ไตรภพไม่เชื่อ ด่าว่าคนอย่างเธอยอมเอาตัวเข้าแลกด้วยการแต่งงานกับผู้ชายคราวพ่อแล้วทำไมจะยอมเปลี่ยนชื่อตัวเองไม่ได้ ไตรภพด่าจนภัทรลดาทนไม่ได้ ต่างโมโหสาดอารมณ์ใส่กัน จนไตรภพเดินหนีไปก่อนที่จะทนไม่ได้และทำร้ายเธอ พอไตรภพพ้นไปเท่านั้น ภัทรลดาก็ถูกมือลึกลับพรวดมาล็อกคอปิดปาก เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

    เดชานั่นเอง! ภัทรลดาวิ่งหนีไปถึงเนินดิน มันตามไปคว้าเธอไว้ ภัทรลดาต่อสู้สุดชีวิต จนมันตกลงไปในหลุมที่เธอเคยตกไป มันร้องลั่น ภัทรลดายืนมองลงไปยิ้มพอใจที่จัดการมันได้

    ไม่นานชาวบ้านก็เอาตัวเดชาขึ้นมารุมยำอย่างแค้นใจ จนไตรภพต้องบอกให้พอเดี๋ยวมันตาย เดชายกมือไหว้อ้อนวอนชาวบ้านอย่าทำตนเลย สาบานว่าจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว ภัทรลดาเสนอให้แจ้งความใช้กฎหมายจัดการดีกว่าจะได้สบายใจกันทุกฝ่าย ไตรภพดึงมีดออกมาให้มันสาบานต่อหน้าคมอาวุธว่าจะไม่มายุ่งกับเกาะนี้อีก แล้วจะปล่อยไป

    ไตรภพอธิบายกับภัทรลดาว่า เดชายอมสาบานแล้วไม่ต้องแจ้งความ เพราะคนที่นี่เชื่อคำสาบานมากกว่าอย่างอื่น ภัทรลดาดักคอว่าเขากลัวตำรวจจะรู้ว่าเอาตนมากักไว้ที่นี่ใช่ไหม ด่าว่าเขาเอาความเสี่ยงของคนทั้งหมู่บ้านไปแลก เห็นแก่ตัว!

    ทั้งคู่เลยทะเลาะกันอีกจนไตรภพโมโหเดินหนี ภัทรลดาตะโกนด่าตามหลังไปว่า

    “คอยดูนะ ฉันจะหนีออกไปให้ได้ แล้วออกไปได้เมื่อไหร่ฉันจะลากคอคุณเข้าคุกเป็นคนแรกเลย คนเลว!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:46 น.