ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทางผ่านกามเทพ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    “ความรัก” นามธรรม ที่เมื่อแปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรม อาจเป็นได้ทั้งความสุขและความทุกข์ ที่ส่งผลให้ทั้งชีวิตของผู้ประสบเป็นดั่งได้ขึ้นสวรรค์ และดิ่งลงนรก ได้เท่าๆกัน...

    เฉกเช่น อรรณพ และพิมลภา นักธุรกิจอสังหาชื่อดัง รวยมาก กำลังถ่ายรูปเวดดิ้งกันอยู่กับพิมลภาสาวสวยวัยคราวลูก แม้อรรณพจะอายุมากแต่ดูแลตัวเองดีมาก เมื่ออยู่ในชุดเจ้าบ่าวคู่กับเจ้าสาวคราวลูกจึงดูสวย หล่อสมกันมาก ทั้งสองกำลังถ่ายรูปแต่งงานกันอย่างหวานซึ้ง สวยงาม ท่ามกลางดอกไม้นานาพันธุ์สวยงามราวกับลอยฟ่องอยู่บนสวรรค์...

    เวลาเดียวกัน วิสา ภรรยาที่ไม่ได้รับการยกย่องให้ออกหน้าออกตาคนหนึ่งของอรรณพ เธอกำลังเหมือนตกนรกทั้งเป็น เธอกินยานอนหลับเกลือกกลิ้งที่พื้นห้อง รอบตัวเต็มไปด้วยเม็ดยากล่อมประสาทที่หล่นกระจายเต็มพื้น!

    ในขณะที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอยนั้น ใบหน้าที่สวยสมวัยของเธอยังเต็มไปด้วยคราบน้ำตา...

    เวลาเดียวกันนั้น อาทร ชายหนุ่มหน้าตาดีผู้ซื่อสัตย์ต่อความรัก ข้าราชการ ซี 6 คนรักเก่าของพิมลภา เมื่อถูกพิมลภาหญิงสาวที่ตนรักปักใจทุ่มเททั้งหัวใจให้มาสลัดรัก เขาดื่มจนเมาและขับรถส่ายไปมาอย่างน่าหวาดเสียว กระนั้นมือเขาก็ยังถือขวดเหล้าเทกรอกปากไม่หยุด... เขาอยู่ในภาวะที่เหมือนตกนรกทั้งเป็นเช่นกัน!

    ooooooo

    จากวันนั้น...ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์...

    ภัทรลดา หญิงสาวแสนสวยและจิตใจดี ลูกสาวนายพลนอกราชการเป็นครอบครัวผู้ดีเก่า เธอคือน้องสาวของพิมลภา ขณะเธอขับรถเล็กๆของตนอยู่ในตรอกซอกซอยนั้น มือถือของเธอดังขึ้น เธอรับสายพูดกับปลายสายสบายๆ

    “ออกมาแล้วค่ะ คุณนายพราวขา...ฉันก็รีบเหมือนกันแหละ เสร็จงานแกแล้ว ฉันก็ต้องไปงานพี่สาวฉันต่อ ขืนไปสายก็โดนเฉ่งหูชาเท่านั้นเอง... ได้...รอเดี๋ยวนะ”

    ภัทรลดาใช้คอหนีบมือถือไว้กับหัวไหล่ เปิดคอนโซลค้นหาของบางอย่างให้พราวเพื่อนที่รอสายอยู่ พอเธอเงยหน้าอีกทีก็ตกใจร้องกรี๊ดสุดเสียง เมื่อร่างของไตรภพ ชนเข้ากับรถของเธออย่างจังจนล้มกลิ้งไป

    ภัทรลดาช็อกไปครู่หนึ่งจึงได้สติรีบเปิดประตูรถลงไปดูเห็นเขานอนอยู่ที่พื้น ในขณะที่คนขับรถแท็กซี่ที่จอดอยู่เห็นไตรภพล้มกลิ้งกับพื้นก็ตกใจ รีบขึ้นรถขับหนีไปทันที

    “คุณคะ...คุณ...เป็นยังไงบ้างคะ” ภัทรลดาพยายามเรียกให้รู้ว่าเขาเป็นอย่างไร ไตรภพลืมตามอง เห็นความน่ารักของภัทรลดาก็มองตะลึงจนลืมความเจ็บของตัวเองไปชั่วขณะ ภัทรลดารีบยกมือไหว้ “ขอโทษนะคะ ฉันมองไม่เห็นจริงๆ เดี๋ยวฉันพาไปโรงพยาบาลนะคะ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะ”

    ไตรภพเริ่มตั้งสติได้ พูดเสียงหล่อทั้งที่ยังเจ็บ...

    “ไม่ต้องหรอก ไม่ใช่ความผิดของคุณ ไอ้แท็กซี่เฮงซวยนั่นต่างหาก มันจะโขกเงินผม พอผมไม่ยอมมันก็เลยหาเรื่อง...” ไตรภพมองหาแท็กซี่แต่ไม่เห็นแล้ว “หนีไปแล้วด้วย เวร ดันลืมจดเลขทะเบียนมันอีก”

    ภัทรลดามองไตรภพอย่างไม่อยากเชื่อเรื่องราวที่เขาเล่า บอกว่าตัวเขามีบาดแผลรีบไปโรงพยาบาลดีกว่า เขาพูดอย่างไม่แยแสว่าแผลนิดหน่อย ช่างมันเถอะ ภัทรลดายังรู้สึกผิดถามว่าเขาจะเรียกค่าทำขวัญเท่าไรตนยินดีจ่าย

    “ค่าทำขวัญ” ไตรภพทวนคำงงๆ เธอถามว่าเท่าไหร่? เขาหัวเราะพูดขำๆ “ก็คุณไม่ผิด แล้วผมจะเอาเงินคุณได้ไง ผมไปล่ะนะ รีบ” พลางคว้าเป้จะเดินไป ภัทรลดาพูดตามหลังว่า

    “คุณจะไปไหนคะ ฉันไปส่งให้เอาไหมคะ”

    ไตรภพหันมองหญิงสาวที่น่ารักและมีน้ำใจงามผู้นี้ทึ่งๆ

    ooooooo

    ภัทรลดาขับรถพาไตรภพตระเวนหาบ้านที่เขาไม่ได้กลับมานานจนจำอะไรไม่ได้นอกจากต้นเฟื่องฟ้าที่หน้าบ้าน

    ระหว่างทาง ภัทรลดาก็ยังเป็นห่วงเป็นใยเรื่องบาดแผลของเขา จนเขาพูดขำๆ ว่าถ้าตนเป็นอะไรมากป่านนี้คงพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว พลางก็กวาดตามองหาบ้านที่มีต้นเฟื่องฟ้าอยู่หน้าบ้าน

    ภัทรลดาถามว่าเขาเป็นคนจังหวัดไหน ไตรภพหันมองเธองงๆ เธอรีบพูดออกตัวว่า

    “ฉันไม่ได้คิดจะดูถูกอะไรคุณนะคะ เพียงแต่เห็นว่าคุณซื่อดี เพื่อนฉันแค่ขับรถเฉี่ยวไม่มีแม้แต่แผลถลอก ยังโดนซะเป็นหมื่น แต่คุณกลับไม่ยอมรับเงินฉัน”

    ไตรภพยิ้มขำๆ ไม่พูดอะไรแต่รู้สึกถึงความเป็นคนซื่อ ตรงไปตรงมาของเธอเช่นกัน อดเหล่มองเธอไม่ได้ พอเธอรู้ตัวหันมอง เขาก็เฉไฉทำเป็นมองหาบ้าน และแล้วเขาก็ร้องบอกอย่างดีใจชี้ให้ดูบ้านที่ปลูกต้นเฟื่องฟ้าหน้าบ้านว่า บ้านหลังนั้นใช่แล้ว ภัทรลดาจึงจอดรถให้

    “หลังนี้แหละ ขอบคุณนะ” ไตรภพลงไปมองสำรวจแล้วจำได้ พอเขาขอบคุณ ภัทรลดาบอกไม่เป็นไรแล้วขับรถไปเลย ไตรภพมองตามยิ้มบางๆอย่างประทับใจในความมีน้ำใจของเธอ แล้วก็ถอนใจเมื่อคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว

    ooooooo

    บ้านนี้ เป็นบ้านเก่าแก่ที่นินันท์อยู่กับวิสาผู้เป็นแม่ นินันท์จึงเป็นน้องสาวคนละแม่ของไตรภพแม้เธอจะรวยมากเพราะพ่อให้สมบัติไว้พอสมควรแต่เธอก็อยู่อย่างสมถะ ดูแลบ้านและแม่เองโดยไม่มีคนใช้

    นินันท์เอาน้ำมาให้ไตรภพบอกให้ดื่มน้ำก่อนติงว่าน่าจะตัดผมและโกนหนวดเสียหน่อย ตอนแรกตนนึกว่า...

    “โจรใช่ไหม ใครๆก็บอกอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ พี่เพิ่งกลับจากตะวันออกกลาง พอเคลียร์งานเสร็จก็บินตรงมานี่เลย” เขาหน้าเครียดลงขณะบอกว่า “พี่เป็นห่วงน้าสา”

    นินันท์เครียดขึ้นเพราะเป็นห่วงแม่เช่นกัน และเมื่อพากันขึ้นไปดูนิสาที่ห้อง ซึ่งเธอยังนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาอยู่ ไตรภพบ่นนินันท์ว่าทำไมไม่บอกว่าน้าสากินยาเกินขนาด นินันท์บอกว่าเห็นคุณแม่ปลอดภัยแล้วเลยไม่อยากให้เป็นห่วง

    “แล้ว ‘ท่านอรรณพ’ ว่าไงบ้าง” ไตรภพเน้นเสียงอย่างประชดประชัน

    “ก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แต่รับเป็นเจ้าของไข้ แล้วก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เอ่อ...คุณภพอย่าไปมีเรื่องเลยนะคะ”

    “เห็นพี่เป็นยังไงยัยนิ พี่ไม่ได้เลือดร้อนเหมือนสมัยวัยรุ่นแล้ว สบายใจได้” ไตรภพลูบผมน้องสาวอย่างเอ็นดู

    ooooooo

    แต่พอไปถึงบ้านอรรณพ ไตรภพก็ชกต่อยกับบอร์ดี้การ์ดของอรรณพสองสามคนที่กรูกันเข้ามาเล่นงานเขา ไตรภพสู้ยิบตาจนพวกบอดี้การ์ดทำอะไรเขาไม่ได้เลยชักปืนออกมาจะยิง

    “เฮ้ย หยุด! หยุดได้แล้ว”

    เสียงอรรณพตวาดลั่น ทุกคนหยุด อรรณพเดินออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง

    บอดี้การ์ดคนหนึ่งรีบรายงานว่าไอ้บ้านี่มันมาหาท่าน พอตนไม่ให้เข้ามันก็เลยต่อย สงสัยจะเป็นพวกรับงานมาป่วน ถามว่าจะแจ้งความเลยไหม อรรณพไม่ทันตอบ ไตรภพก็ชิงพูดอย่างท้าทายว่า

    “แจ้งเลย ขนนักข่าวมาด้วยก็ได้นะ ฉันอยากให้สัมภาษณ์ว่าพ่อฉันเป็นใคร”

    “อ๋อ...เอาพ่อมาขู่เหรอ ไม่กลัวหรอกโว้ย บุกรุกเข้ามาเองอย่างนี้จะจับทั้งแกทั้งพ่อแกเลยด้วยซ้ำ” บอดี้การ์ดกร่าง

    “ฉันนี่แหละพ่อมัน” อรรณพบอก พวกบอดี้การ์ดพากันเหวอ มองหน้ากันทำตากันปริบๆ

    อรรณพหันมองไตรภพอย่างเอือมระอา แต่ไตรภพกลับยักคิ้วกวนๆให้

    พอเข้าไปนั่งในห้องรับแขก ครู่หนึ่งอรรณพยื่นเช็คใบหนึ่งให้ ไตรภพถามว่าอะไร

    “อ้าว...แกไม่ได้ถังแตกแล้วมาขอเงินฉันเหรอ หรือว่าไม่พอ”

    “แหม...ตั้งแต่ขึ้นแท่นเป็นอภิมหาเศรษฐีเมืองไทยนี่ เงินล้านมันจ่ายง่ายจังเลยนะครับท่าน สงสัยเรื่องวิ่งหนีเจ้าหนี้ด้วยเงินหกพันบาทจนต้องไปซ่อนในกอผักตบ ท่านอรรณพคงลืมไปแล้วมังครับ”

    “แกจะเอาหรือไม่เอา!” อรรณพเสียงเขียวที่ถูกพูดแทงใจดำ “ถ้าไม่เอาก็ไสหัวไปเลย ไม่ต้องมากวนประสาทฉัน”

    “ผมมาทวงความเป็นธรรมให้น้าสา ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียท่าน เป็นแม่ของลูกสาวท่าน แล้วก็ดูแลผมอย่างดี มาตลอดนับตั้งแต่คุณแม่เสีย น้าสาไม่ควรได้รับการตอบแทน ด้วยการถูกทิ้งจนต้องกินยากล่อมประสาทแบบนี้”

    อรรณพโต้ว่าตนไม่ได้ทอดทิ้ง เงินทองก็มีให้ใช้ไม่ได้ขาดอยากได้อะไรก็หาให้ แค่ตนแต่งงานด้วยไม่ได้เท่านั้น

    “แต่งงานกับผู้หญิงที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาสามสิบปี ไม่ได้ แต่ประเคนทะเบียนสมรสให้ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าลูกตัวเองได้อย่างนั้นเหรอ? เห็นแก่ตัว!” ไตรภพจ้องหน้า ด่า อรรณพยิ่งโมโห ตวาดลั่น

    “เออ...แล้วจะทำไม ฉันมาไกลแล้วโว้ยไอ้ภพ มาไกลเกินกว่าจะกลับไปคิดเรื่องเก่าๆแล้ว คุณพิมเขาจะเชิดหน้าชูตาให้ฉัน เขาจะทำให้ฉันได้ยืนในจุดที่น้าสาวของแกให้ฉันไม่ได้ แล้วจะให้ฉันแต่งกับน้าแกเข้าไปได้ยังไง”

    ไตรภพหมั่นไส้มากที่ได้ยินอรรณพเรียกเมียใหม่คราวลูกว่า “คุณพิม” พูดเยาะๆว่าชักอยากเห็นหน้าเสียแล้ว อรรณพตวาดทันทีว่าถ้าเขาทำอะไร “คุณพิม” เราขาดกัน ไตรภพสวนทันควันว่า สำหรับตนถ้าไม่มีน้าสา เราขาดกัน ไปนานแล้ว

    “ไอ้ลูกอกตัญญู มึงกล้าพูดกับกูอย่างนี้เหรอ ตั้งแต่เกิดมา มึงไม่เคยทำอะไรให้กูภูมิใจเลย ไป! มึงไปให้พ้นหน้ากูก่อนที่กูจะฆ่ามึง ไป!!”

    “ก็ได้...” ไตรภพยักไหล่กวนๆ เตือนว่ามีเมียเด็ก ก็ระวังจะหัวใจวายตายคาอกไว้หน่อยแล้วเดินออกไป อรรณพยิ่งโมโหหาว่าแช่งกัน ด่าไอ้ลูกชั่ว ถ้ารู้ว่าจะเป็นคนอย่างนี้ก็ไม่ให้เกิดมาหรอก!

    ทันใดนั้นเสียงของแตกเพล้ง! แทรกเข้ามา อรรณพตกใจรีบตามไปดูทันที

    ปรากฏว่า ไตรภพกำลังยกเครื่องลายครามที่ตั้งโชว์ในห้องทุ่มแตกลูกแล้วลูกเล่าโดยไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดขวาง

    อรรณพตวาดว่าทำอะไร! ไตรภพพูดอย่างคะนองว่าไหนๆท่านก็จะแต่งงานใหม่ตนเลยช่วยจัดของให้ เอาของเก่าๆออกไปเสียแล้วซื้อของใหม่ยกชุดไปเลย อรรณพยืนด่าไอ้ลูกล้างลูกผลาญ จนไตรภพหยิบโถลายครามขึ้นมาใบหนึ่ง

    “เฮ้ยๆๆ ใบนั้นไม่ได้นะโว้ย” อรรณพโวย แต่ไตรภพ ไม่สนใจปล่อยโถตกลงมา อรรณพถลาไปรับไว้ทันแล้วเอาโถไปวางไว้ที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไตรภพยังพูดกวนประสาทว่า

    “ยังไงก็อย่าลืมเอาของที่มันอินเทรนด์หรือไอ้ที่มันชิคๆมาตั้งโชว์นะครับท่าน จะได้สมกับเมียเด็กหน่อย” พูดแล้วเดินกวนๆออกไป อรรณพมองตามพึมพำแค้นใจ...

    “ไอ้ภพ!”

    ooooooo

    บริษัทออแกไนซ์งานแต่งงานนำของชำร่วยและภาพถ่ายธีมงานแต่งมาติดเต็มไปหมด

    อรรณพคุยกับศราภัทรและปิ่นมณีพ่อและแม่ของพิมลภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่เหมือนคนที่เพิ่งทะเลาะอย่างรุนแรงกับลูกชายมาเมื่อครู่นี้เลย ขณะนั้นเอง ภัทรลดา กระหืดกระหอบเข้ามา ถูกปิ่นมณีตำหนิว่าทำไมเพิ่งมางาน จะเสร็จอยู่แล้ว ไม่ได้เรื่องเลยแทนที่จะรีบมาช่วยกัน

    ภัทรลดาขอโทษพ่อกับแม่และอรรณพ บอกว่าตนเพิ่งขับรถชนคนมาเลยเสียเวลาไปเยอะ พอเสร็จก็รีบมาเลย ศราภัทรตกใจถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ภัทรลดา บอกว่าบาดเจ็บนิดหน่อยแต่เขาไม่เอาเรื่องอะไร

    “คงเห็นว่าไม่มีตังค์ล่ะสิ พวกสิบแปดมงกุฎรึเปล่า ก็ไม่รู้” ปิ่นมณีระแวง ภัทรลดาหน้าเสียที่แม่คิดแบบนั้น ในขณะที่อรรณพยิ้มแย้มบอกว่าไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว ถามภัทรลดาว่าของชำร่วยพวกนี้เป็นอย่างไรบ้าง กะว่า จะมีสักสามแบบ โอเคไหม

    จังหวะนั้นพิมลภาเดินออกมาจากข้างในกับมาลาตีเพื่อนรัก พอเห็นภัทรลดาก็ดีใจรีบจูงมือน้องให้ไปช่วยดูเค้กแต่งงานให้ที เพราะตนเลือกตั้งนานแล้วยังเลือกไม่ได้เลย มาลาตีตามไปด้วย พิมลภาบอกว่าให้ภัทรลดาไปช่วยคนเดียวก็พอ ส่วนมาลาตีให้ไปคุยกับพ่อแม่ตนดีกว่า ปั้นหน้ากลุ้มบอกว่า

    “พ่อฉันไม่ค่อยเห็นด้วยที่ฉันแต่งงานกับคุณอรรณพ ฉันกลัวว่าอยู่กันสามคนแบบนั้นคุณอรรณพจะอึดอัด มีเธอไปอยู่ด้วย บรรยากาศน่าจะดีขึ้นเยอะเลย”

    มาลาตีจึงจำต้องไป พออยู่กันสองคนพิมลภาก็หยิบเงินให้ภัทรลดาไปจ่ายค่ากระเป๋าให้หน่อย ช่วงนี้ตนยุ่งมากไปไหนไม่ได้เลย ทำหน้าจ๋อยบอกว่า “นี่เขา ก็ทวงมาหลายรอบแล้วนะ จนพี่อายจะแย่อยู่แล้ว”

    พอภัทรลดารับปากจะทำให้ พิมลภาก็พูดถึงอาทรว่า

    “อาทเขาโทร.มาโวยวายอีกแล้ว ว่าถ้าพี่ไม่ยอมมาพบ จะบุกมาหาเอง พี่ไม่ไหวแล้วนะภัทร ไม่คิดเลยว่า อาทเขาจะเป็นคนแบบนี้”

    ภัทรลดาบอกว่าตนเตือนแล้วว่าอาทรรักพี่มากจู่ๆมาทิ้งกันแบบนี้เขาทำใจไม่ได้หรอก พิมลภาตีหน้าเศร้าบอกว่า

    “ไม่ใช่ว่าพี่ใจดำทิ้งอาทนะ แต่ตอนเป็นแฟนกันพี่ยังเด็กไม่รู้หรอกว่าความรักที่แท้จริงเป็นยังไง จนพี่ได้มาเจอกับคุณอรรณพ พี่ถึงได้เข้าใจว่าระหว่างพี่กับอาทมันเป็นแค่ปั๊บปี้เลิฟเท่านั้นเอง แต่อาทเขาไม่ยอมเข้าใจเสียที หลังๆเขาก็เริ่มหยาบคายกับพี่ด้วยนะ พี่ไม่อยากเจอเขาเลยนะภัทร พี่กลัว”

    แล้วพิมลภาก็ขอให้ภัทรลดาช่วยตนด้วย เพราะถ้าเธอไม่ช่วยตนก็ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ย้ำว่า

    “อีกอย่าง ถ้าคุณพ่อรู้ว่าอาทเขาทำยังไงกับพี่ มันต้องบานปลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ถึงไงพี่ก็อยากให้เราจากกันด้วยดีมากกว่านะภัทร”

    “ได้ค่ะพี่พิม เดียวภัทรคุยกับพี่อาทเอง พี่พิมโทร. นัดพี่อาทได้เลยค่ะ” ภัทรลดารับปากด้วยความสงสารพี่สาว

    “ขอบใจมากจ้ะน้องรัก” พิมลภากอดภัทรลดาไว้แน่นด้วยความดีใจมากที่น้องยอมช่วย

    ooooooo

    ไตรภพกลับไปที่บ้านนินันท์ก็ถูกริสาบ่นว่าไม่น่าไปมีเรื่องกับพ่อเลย ไตรภพพูดเหน็บว่านอกจากพ่อจะมีเมียเด็กแล้วยังมีนิสัยขี้ฟ้องเหมือนเด็กด้วย

    ริสาเตือนว่าอย่าพูดอย่างนี้เลยบาปกรรมยังไงท่านก็เป็นพ่อ

    ไตรภพไม่อยากรื้อฟื้นให้สะเทือนใจริสาจึงตัดบทชวนกันกินข้าว ลูกเกดอ้อนให้ลุงภพป้อนข้าวเพราะคุณพ่อยังไม่กลับ ไตรภพถามว่าอธิปไปไหนมีกิ๊กหรือเปล่าถึงยังไม่กลับบ้าน นินันท์บอกว่าอธิปไม่ใช่คนแบบนั้น ที่กลับช้าเพราะต้องไปรับเพื่อนออกจากโรงพยาบาลเพราะรถของเพื่อนยังซ่อมไม่เสร็จ ไตรภพถามว่าเป็นหนักหรือถึงต้องไปรับ

    “ทางร่างกายคงไม่เท่าไหร่แล้วล่ะค่ะ แต่ทางจิตใจ คงยังอกหักยับเยินอยู่ แล้วก็โลกกลมเสียด้วย เพราะคนที่หักอกเขาก็คือว่าที่แม่เลี้ยงของนิกับคุณภพไงคะ” นินันท์เล่าขำๆ แกมสมเพช แต่ไตรภพสนใจจี๋ขึ้นมาทันที

    ooooooo

    เมื่อรู้ว่าอาทรคือคนรักเก่าของพิมลภา ไตรภพที่เป็นเพื่อนกับธนาธิปจึงไปหาอาทรที่โรงพยาบาลด้วยเพราะอยากรู้ว่าทำไมพิมลภาจึงเลิกกับเขาไปแต่งงานกับคนคราวพ่ออย่างอรรณพ

    จากการคุยกันของธนาธิปและอาทร ทำให้ไตรภพรู้ว่าพรุ่งนี้พิมลภาจะมาเคลียร์กับเขาที่บ้าน ไตรภพยิ้มอย่างมีแผน

    รุ่งขึ้น ไตรภพหายไปแต่เช้า นินันท์เป็นห่วงกลัวเขาจะไปก่อเรื่อง แต่พอโทร.ถามเขาบอกว่ากำลังมาแลกเงิน เพราะเงินบาทที่แลกมาใช้หมดแล้ว ที่แท้เขามาจอดรถซุ่มอยู่หน้าบ้านพักหลังเล็กๆของอาทรเพื่อจะดูหน้าพิมลภา

    แต่พอเห็นรถมาจอดและหญิงสาวที่ลงจากรถกลายเป็นภัทรลดา ผู้หญิงที่เขามีความรู้สึกดีๆด้วย ทำให้ความรู้สึกของไตรภพกลายเป็นมองเธอในแง่ลบทันที

    ภัทรลดามาคุยกับอาทรตามคำขอร้องของพิมลภา แต่อาทรไม่คุยด้วยบอกว่าตนอยากฟังคำพูดจากปากของพิมลภาเอง ถ้าเธอไม่มาตนจะไปหาและฟังจากปากเธอเอง ภัทรลดาจึงกลับไปอย่างผิดหวัง ไตรภพซุ่มดูอยู่รีบขับรถตามไปทันที

    ภัทรลดาไปชำระเงินค่ากระเป๋าที่ห้าง พนักงานมาถามว่าคุณพิมลภาใช่ไหม พอเธอรับว่าใช่พนักงานเอากระเป๋าให้เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยเธอถือกระเป๋ากลับไป ไตรภพจึงมั่นใจว่า ภัทรลดาคือ พิมลภา ผู้หญิงที่เขามีความรู้สึกดีๆด้วยนั่นเอง!

    ซ้ำร้าย ภัทรลดายังไม่ทันออกจากห้างก็ถูกหญิงคนหนึ่งเข้ามาต่อว่าต่อขานว่าเธอแชตยั่วสามีตน ชี้หน้า อีหน้าด้าน ภัทรลดางงที่อยู่ๆก็โดนด่าชี้แจงอย่างไรหญิงคนนั้นก็ไม่เชื่อ ทำให้ไตรภพที่สะกดรอยตามเธอยิ่งมีความรู้สึกลบกับเธอมากขึ้นไปอีก นึกสมเพชพ่อที่เลือกผู้หญิงแบบนี้มาแต่งงานแทนวิสาแม่เลี้ยงที่แสนดีของตน คิดจะต้องตามไปคุยกันให้รู้เรื่อง

    ไตรภพตามภัทรลดาที่ไปซื้อของในเลดี้โซน เลยถูก รปภ.มากันตัวไว้ไม่ให้เข้า ทำให้เขาคลาดกับภัทรลดา กลับไปเล่าให้นินันท์ฟัง นินันท์บอกว่าดีแล้วที่ตามไม่ทัน เพราะถ้าตามทันอาจเกิดเรื่องขึ้น บอกไตรภพว่า

    “นิเสียใจค่ะ ที่คุณพ่อทำกับคุณแม่แบบนี้ แต่นิไม่โกรธทั้งคุณพ่อทั้งคุณพิมลภา เพราะนิเห็นแก่คุณแม่ ถ้านิโกรธแค้นแล้วไปอาละวาด คนที่ทุกข์ใจที่สุด ก็คือคุณแม่ คุณแม่บอบช้ำมามากแล้วนะคะ นิไม่อยากทำอะไรให้ท่านต้องเสียใจอีก”

    เป็นคำพูดที่ทำให้ไตรภพยับยั้งชั่งใจได้ เพราะไม่อยากให้นิสาเจ็บปวดมากไปกว่านี้เหมือนกัน

    ooooooo

    ภัทรลดากลับมาเล่าเรื่องชื่อที่จองกระเป๋าและเรื่องที่ถูกหญิงคนนั้นมาด่าทอต่อว่าหาว่าไปแชตยั่วสามีตน จึงรู้ว่าเป็นเพจที่พิมลภาใช้ชื่อและรูปตนเอาไว้ซื้อของมือสองเพราะอายถ้าใครรู้ว่าตนซื้อของมือสองใช้

    ส่วนเรื่องที่ถูกหาว่าแชตยั่วสามีหญิงคนนั้น พิมลภาเล่าขำๆว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาทักตนทีแรกก็คุยกันดีๆ แต่พอคุยไปคุยมาก็พูดจาสองแง่สองง่ามแล้วก็มีผู้หญิงเข้ามาด่า ตนกลัวเลยออกมา แต่ก็บอกภัทรลดาว่าทำครั้งเดียวเท่านั้น แล้วถามว่าเรื่องอาทรเป็นอย่างไร

    “อาทไม่ยอมค่ะ เขาบอกว่าถ้าพี่พิมไม่ไปหาเขา เขาจะบุกไปที่งานแต่งงานเอง”

    พิมลภาทำหน้าเศร้าบ่นว่าอาทรไม่น่าทำอย่างนั้น น่าจะเหลือความเป็นเพื่อนกันไว้บ้าง ภัทรลดาปลอบใจว่าอาทรไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล ถ้าอาทรใจเย็นลงหน่อยน่าจะพูดกันรู้เรื่องเพราะเป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก รับปากพี่สาวว่าจะลองหาคนไปพูดกับอาทรดู ช่วยๆกันน่าจะได้ผลบ้าง พิมลภานิ่งไป ครู่หนึ่งก็เอ่ยอีกว่า

    “ภัทรจ๊ะ ทำอะไรให้พี่อย่างได้ไหม”

    สิ่งที่พิมลภาขอให้ภัทรลดาทำคือให้ไปสืบดูว่าที่ดินที่เกาะไข่หงส์ที่เป็นชื่อของภรรยาเก่าอรรณพนั้น ราคาเป็นอย่างไร ถ้าเอาที่ดินอื่นไปแลกจะคุ้มหรือเปล่า ภัทรลดาจึงเล่าให้คุณพ่อกับคุณแม่ฟัง ศราภัทรผู้เป็นพ่อติงว่า

    “แต่พ่อไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เขาต้องให้เราไปพรุ่งนี้ด้วย เรื่องไม่ได้เร่งรีบอะไรสักหน่อย ใกล้จะถึงวันแต่งงานตัวเองแล้วด้วย แทนที่จะให้น้องเตรียมตัวไปงาน” แต่ปิ่นมณีผู้เป็นแม่บอกว่าไปแค่สองวันเองยังไงก็กลับมาทัน

    ภัทรลดานิ่งไป เพราะตัวเองก็แปลกใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

    ooooooo

    วันนี้ขณะอาทรกำลังจะออกจากบ้านก็ถูกลูกน้องของคำรณซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทอรรณพ กลุ้มรุมกันเข้าชกต่อยโดยคำรณเองยืนดูอยู่

    ขณะอาทรกำลังถูกรุมนั่นเอง ภัทรลดากับพราวเพื่อนรักซึ่งเป็นนักข่าวและแอบพอใจอาทรอยู่ก็มาถึง คำรณเห็นดังนั้นเขาสั่งลูกน้องหนี ภัทรลดายกมือถือทำท่าถ่ายรูปคำรณไว้ พอพวกคำรณหนีไปหมดแล้ว ภัทรลดากับพราวก็เข้าไปดูอาทรถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง อาทรที่แม้หน้าตาจะฟกช้ำแต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก

    อาทรถามภัทรลดาว่าจะมาพูดเรื่องพิมลภาอีกใช่ไหม พิมลภากลัวตนจะไปล้มงานแต่งของเขาใช่ไหม ภัทรลดาหว่านล้อมว่ายังไงเราก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ตนไม่อยากให้เขาทำลายตัวเองเพื่อสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ถึงพิมลภาจะไม่ได้แต่งงานกับอรรณพเธอก็ไม่กลับมาหาเขาอีกแน่นอน

    ภัทรลดาให้กำลังใจอาทรว่า “มองไปข้างหน้าเถอะนะคะพี่อาท อย่าจมอยู่กับอดีตอีกเลย อย่างน้อยก็เพื่อตัวเองแล้วก็เพื่อทุกคนที่รักพี่ไงคะ” อาทรฟังแล้วน้ำตาคลอทั้งเสียใจ แค้นใจกับความจริงที่เกิดขึ้นแต่ตนก็ต้องอยู่กับมันให้ได้

    เวลาเดียวกันที่ร้านกาแฟ พิมลภา มาลาตีและคำรณนั่งคุยกันอยู่ พิมลภาบอกว่าติดต่อภัทรลดาไม่ได้สงสัยกำลังจะขึ้นเครื่อง มาลาตีบ่นว่าเลยไม่รู้ว่าอาทรเลิกบ้าหรือยัง คำรณเสนอว่าไม่เป็นไรถ้าตนเอารูปอาทรไปให้พวกบอดี้การ์ดดูถ้าโผล่เข้าไปในงานก็จะให้จับโยนออกมาเสีย

    ฝ่ายไตรภพเตรียมเดินทางไปที่เกาะไข่หงส์ที่ดินของ แม่ที่ไม่เคยไปดูมานานแล้ว กะว่าจะกลับมาหลังงานแต่งงานของอรรณพกับพิมลภาจะได้ไม่มีเรื่องกัน กลับมาแล้วค่อยหางานทำในเมืองไทยเพราะลาออกจากงานที่อเมริกาแล้ว บอกวิสาว่าอยากดูแลน้าสามากกว่า เพราะน้าสาดูแลตนมามากแล้ว ต่อไปนี้ตนจะได้ดูแลน้าสาบ้าง เราจะได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเสียที วิสาซึ้งใจจนน้ำตาคลอ

    ไตรภพรักวิสาเหมือนแม่คนหนึ่ง เพราะนับแต่แม่ตนเสียน้าสาก็ดูแลเขาเหมือนแม่แท้ๆคนหนึ่งตลอดมา

    เมื่อไตรภพเดินทางไปถึงท่าเรือ เจอสมชายลูกน้องคนสนิทของไตรภพที่อยู่เกาะไข่หงส์หารายได้พิเศษด้วยการพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกาะไข่หงส์ เลยพาเขากลับไปที่บ้านพักด้วยความดีใจหลังจากไม่ได้เจอกันนานถึง 7 ปี

    ooooooo

    เมื่อมาถึงเกาะไข่หงส์แล้ว ภัทรลดาโทรศัพท์คุยกับพิมลภา พิมลภาถามเรื่องอาทรว่าเป็นอย่างไร ภัทรลดาบอกว่าตนกับพราวช่วยกันคุยแล้วดูท่าอาทรจะท่าทีอ่อนลง ถามพี่สาวเรื่องคนไปทำร้ายอาทร พิมลภาบอกว่ามาลาตีเป็นคนจัดการ

    พิมลภาบอกว่าตนเล่าเรื่องอาทรให้มาลาตีฟังมาลาตีโกรธจึงส่งคนไปสั่งสอน ขอร้องภัทรลดาอย่าโกรธมาลาตีเลยเพราะเธอทำไปเพื่อตน ภัทรลดาโล่งใจเมื่อรู้ว่าไม่ใช่ฝีมือพิมลภาแต่ขออย่าทำรุนแรงอย่างนี้อีกเลย

    พิมลภาขอบใจที่ภัทรลดาช่วยพูดให้อาทรผ่อนคลายลง ย้ำว่าเรื่องที่ดินที่เกาะไข่หงส์ได้ข้อมูลอย่างไรช่วยบอกด้วย

    ไตรภพไปเข้าห้องพัก เช้าวันรุ่งขึ้น พอออกไปก็เจอเดชาขาใหญ่นักเลงโตกำลังมีเรื่องชกต่อยชาวบ้านหาว่ามาจับปลาทับถิ่นของตน ชาวบ้านไม่ยอมเพราะพวกตนทำมาหากินอยู่ที่นี่มาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้ว

    ไตรภพรู้จากสมชายว่าเดชาเคยเป็นขาใหญ่อยู่บนฝั่งแต่สองสามเดือนมานี้มันขยายอิทธิพลมาที่นี่เพราะรู้ว่าเกาะนี้กำลังจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ พวกนักการเมืองท้องถิ่นจ้องหาผลประโยชน์กันอยู่ เมื่อไตรภพเห็นชาวบ้านถูกพวกเดชารังแกก็ทนไม่ได้ เข้าไปเกี่ยวข้อง ชกต่อยกับพวกเดชา ชาวบ้านเห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยไตรภพ เล่นงานจนพวกเดชาล่าถอยไป ด้วยความแค้นที่จะกลับมาเอาคืนภายหลัง

    แต่เรือของเดชาไปถึงกลางทะเลก็น้ำมันหมด น้ำมันสำรองก็หมดเกลี้ยงทุกแกลลอน เดชาโวยวายว่าอีกไกลกว่าจะถึงฝั่ง อย่างนี้เราก็ต้องลอยคว้างอยู่กลางทะเลสิ มันเครียดหนักเพราะกว่าจะมีใครมาเจอก็คงคางเหลืองกันแน่

    ที่แท้เป็นฝีมือของสมชายนั่นเอง ไตรภพมีข้อสังเกตว่าเรื่องเดชาคิดว่าต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ แล้วเขาก็ชะงักเมื่อเห็นภัทรลดายืนถ่ายรูปทิวทัศน์เกาะอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ เขาพึมพำ “พิมลภา” สงสัยว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ แต่อีกใจก็สาแก่ใจที่จะได้โอกาสทำในสิ่งที่ทำที่กรุงเทพฯไม่ได้

    ภัทรลดามองหาเรือที่มาส่งตนไม่เจอ ถามสมชายที่ขี่จักรยานผ่านมาว่าเห็นเรือที่มาส่งตนไหม สมชายบอกว่ามีข่าวพายุจะเข้า ป่านนี้เรือคงเข้าฝั่งไปแล้ว ภัทรลดา พยายามจะโทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณ เธอร้อนใจถามว่าแล้วจะพายุเข้านานไหม

    “ไม่มีใครรู้หรอกคุณต่อให้พายุผ่านไปแล้ว ถ้าคลื่นมันยังแรงก็ออกทะเลไม่ได้อยู่ดี”

    ภัทรลดาร้อนใจถามว่าแล้วตนจะอยู่อย่างไร ที่พักก็ไม่มี สมชายแนะนำให้ไปอาศัยศาลาวัดนอนก็แล้วกันเพราะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แปลกใจที่เธอมาทำอะไรที่นี่ เธออึกอักเพราะบอกความจริงไม่ได้เลยโมเมไปว่าก็แค่อยากหาที่เที่ยวแปลกๆเท่านั้น บอกสมชายให้ช่วยหาที่พักให้ตนหน่อยได้ไหม

    สมชายพาไปที่บ้านเล็กๆหลังหนึ่งที่ได้รับการ ตบแต่งดูแลอย่างดีน่าอยู่ บอกว่ามีหลังนี้หลังเดียว ถามว่าอยู่ได้หรือเปล่า ภัทรลดาดีใจบอกว่าบ้านน่ารักออก ถามว่าบ้านนี้เขาอยู่กันกี่คนหรือ

    “ผมอยู่คนเดียว” เสียงไตรภพตอบมา พอเธอหันมองก็อึ้งอุทานทึ่ง

    “นี่บ้านคุณเองหรือ?”

    ไตรภพหน้านิ่งเฉย เพราะก่อนหน้านี้เขาบอกสมชายและชาวบ้านไว้แล้วว่า

    “ฉันอยากจะขอร้องให้ทุกคนช่วยกันสร้างสถานการณ์ว่าพายุใหญ่จะเข้า แล้วหลอกให้ผู้หญิงคนนี้มาพักที่บ้านฉัน ไม่ต้องกลัวนะว่าฉันจะทำร้ายเขา ฉันเพียงแต่อยากจะกักตัวเขาไว้ เพื่อทำลายงานแต่งงานของพ่อฉันเท่านั้นเอง”

    ชาวบ้านหันไปปรึกษากัน แล้วคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า

    “เกาะนี้เป็นของตระกูลคุณมาหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่คุณกับแม่คุณก็ใจดีให้พวกเราอาศัยอยู่โดยไม่คิดค่าเช่า แล้วขอร้องกันแค่นี้พวกเราจะไม่ทำให้ได้ยังไงล่ะครับ”

    นี่เองทำให้ “พิมลภา” ตกอยู่ในวงล้อมแผนการของไตรภพ เขายิ้มร้ายอย่างหมายมาด แต่ภัทรลดาดีใจมาก บอกเขาว่า

    “โชคดีจริงๆเลยที่มาเจอคุณ ไม่น่าเชื่อเลยว่าโลกจะกลมขนาดนี้”

    “ใช่ ผมก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”

    ภัทรลดาดีใจ สะพายเป้เดินเข้าบ้านพัก สมชายจึงถามไตรภพว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

    “ตอนแรกฉันหนีมาที่นี่ ก็เพราะไม่อยากให้น้าสาลำบากใจ แต่ในเมื่อแส่มาเอง ก็ถือว่าชะตาขาดก็แล้วกัน” ไตรภพยิ้มร้าย

    ooooooo

    ฝ่ายพิมลภาโละของใช้เก่าที่มีอยู่ทิ้งหมดเพราะอรรณพซื้อของใหม่ให้เต็มไปหมดแล้ว

    ศราภัทรเตือนสติว่าของดีๆโละทำไม อย่างไรเสียก็ควรใช้ชีวิตประหยัดคนจะได้ไม่เอาไปนินทาว่าฟุ่มเฟือย แค่เรื่องที่อรรณพมีลูกมีเมียแล้วตนก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจะแย่อยู่แล้ว ขืนเรายังฟุ่มเฟือย คนได้เอาไปนินทากันป่นปี้พอดี

    “คุณพ่อพูดเหมือนกับพิมไปแย่งคุณอรรณพมาจากภรรยาเขา เพราะคุณอรรณพรวยอย่างนั้นแหละ” พิมลภาหน้าจ๋อย ศราภัทรย้อนถามว่าหรือไม่จริง พิมลภาทำท่าจะร้องไห้ ปิ่นมณีรีบออกมาแก้ต่างและปกป้องทันทีว่า

    “เกินไปแล้วนะคุณ ถึงคุณอรรณพจะมีลูกมีเมียแล้ว แต่ลูกเมียเขาก็ไม่เคยมาวุ่นวายอะไร แถมอยู่กันคนละบ้านด้วยซ้ำ ที่สำคัญคุณอรรณพเขาไม่ได้จดทะเบียนกับเมียเขาสักหน่อย จะมาถือว่ายัยพิมแย่งมาไม่ได้หรอกนะคะ”

    “แบบนี้เขาเรียกว่าเลี่ยงบาลี ถึงยัยพิมจะได้จดทะเบียน แต่มันก็แค่ผลทางกฎหมาย เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้หรอกนะ”

    พิมลภาหน้าเครียด ชี้แจงเป็นคุ้งเป็นแควว่า

    “แต่พิมยืนยันนะคะคุณพ่อ ว่าพิมกับคุณอรรณพรักกัน แล้วเขาก็แยกกันอยู่กับภรรยามาตั้งนานแล้ว ถ้าพิมแย่งคุณอรรณพมาจริง ภรรยากับลูกเขาจะยอมเหรอคะ ป่านนี้ลูกเขาคงเล่นงานพิมแย่ไปแล้ว”

    “ก็ดีแล้วที่เขาไม่ทำอะไรเรา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าหาว่าพ่อไม่เตือนก็แล้วกัน” ศราภัทรเดินหงุดหงิดเลี่ยงไป

    พิมลภามองตามพ่อ ยิ้มบางๆอย่างมั่นใจว่า ไม่มีใครทำอะไรตนได้แน่

    ooooooo

    ไตรภพเดินตามภัทรลดาเข้าไปในห้อง เห็นเธอกำลังซุกสมุดจดข้อมูลไว้ด้านหลัง เขาถามอย่างจับผิดว่าซ่อนอะไร

    “ไม่มีอะไร ของใช้ส่วนตัวฉันน่ะ” เธอยิ้มกลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่องถามอย่างเอาใจ “เออ...เจอกันเป็นครั้งที่สองแล้ว เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลย ฉันชื่อภัทรลดานะ เรียกภัทรเฉยๆก็ได้”

    “ภัทร?” ไตรภพทวนคำแปลกใจ พอภัทรลดาถามว่าเขาชื่ออะไร ไตรภพบอกสั้นๆว่า “ภพ” เธอเดาเอง ว่า “ชื่อสมภพหรือ”

    “จะชื่ออะไรก็ช่างเถอะ ออกไปได้แล้ว” เธอถามงงๆ ว่าไปไหน ก็ถูกเขาตะคอกอย่างดุดันทันที “ก็ไปนอนที่อื่นน่ะสิ ห้องนี้เป็นห้องของแม่ผม คุณไม่มีสิทธิ์มาใช้ ตอนเข้ามาทำไมไม่ถามก่อน”

    “แต่ห้องมันมีแค่สองห้องเองนะ แล้วอีกห้องก็มีของใช้ของคุณวางอยู่แล้วด้วย แล้วจะให้ฉันไปนอนที่ไหน”

    “จะที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ห้องนี้ ไป...ออกไปเดี๋ยวนี้” ไตรภพดุดันขึ้นทุกที ภัทรลดาเก็บของแล้วออกจากห้องไปงงๆ ไตรภพยิ้มอย่างเย้ยหยัน นึกในใจว่า “ภัทรลดา...ยังอุตส่าห์ปลอมชื่ออีกนะ สตรอเบอรี่ตัวแม่!”

    ภัทรลดาออกไปยืนที่ระเบียง แล้วเธอก็ต้องตกใจ มากเมื่อไตรภพหยิบหมอน ผ้าห่ม และยากันยุงโยนมาที่พื้น เธอตกใจถามว่า “นี่สมภพจะให้ฉันนอนที่นี่แน่นะ”

    “หรืออยากนอนห้องเดียวกับผม” ไตรภพถามกวนๆ แกมท้าทาย ภัทรลดารีบบอกว่าไม่เป็นไรตนนอนได้ “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลานอน กลางวันแสกๆ ไม่เห็นเหรอ”

    “แล้วจะเอายังไง” เธอเริ่มเสียงขุ่นขึ้นมาแล้ว

    “ตามมา!” ไตรภพสั่งแล้วเดินนำไป ภัทรลดา เดินตามบ่นงงๆว่าอะไรของเขาเนี่ย?? ถูกไตรภพตะโกนเร่ง “บอกให้ตามมาไง เร็วๆสิ!”

    ภัทรลดาตกใจรีบตามไปงงๆ

    ooooooo

    ไตรภพพาภัทรลดาไปที่ห้องครัว ซึ่งเป็นครัวง่ายๆแบบชนบท ใช้เตาถ่านมีเครื่องครัวไม่กี่ชิ้น เธอยิ้มถามว่าจะให้ตนช่วยทำครัวหรือ เขาบอกหน้านิ่งว่าไม่ได้ให้มาช่วย แต่ให้มาทำให้ตนกินต่างหาก

    ทีแรกภัทรลดาก็จะเกี่ยงแต่เมื่อเขาอ้างว่ามาอยู่บ้านตนค่าเช่าก็ไม่ต้องเสีย ค่าอาหารก็ไม่ต้องจ่าย จึงให้รับใช้เจ้าของบ้านเป็นการตอบแทน เขาดูแคลนว่าคนอย่างเธอทำไม่ได้แน่นอน แต่หารู้ไม่ ภัทรลดาจุดเตาถ่านเป็น หุงข้าวเป็น แต่พอจะทำกับข้าว ในตู้เย็นมีแต่เครื่องปรุงไม่มีอะไรทำกับข้าวได้เลย เธอเดินออกไปเพื่อถามว่าจะให้เอาที่ไหน

    ภัทรลดาเลือดขึ้นหน้าเมื่อไปที่ระเบียงเห็นไตรภพกำลังรื้อข้าวของของตนเกลื่อนกลาดไปหมด พอถูกว่าก็อ้างว่าถ้าไม่รื้อดูแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเธอมาที่นี่ทำไม ใครจะไปรู้ว่าเธออาจนำความเดือดร้อนมาให้ตนก็ได้ แล้วถามอย่างหาเรื่องว่าข้าวเย็นได้หรือยัง

    “ข้าวมีแต่ไม่มีกับ ฉันค้นดูจนทั่วแล้วไม่มีอะไรให้ทำกินได้สักอย่าง คุณกินข้าวเปล่าคลุกน้ำปลาได้ไหมล่ะ”

    “ตามมา” ไตรภพสั่งแล้วไปหยิบสวิงด้ามสั้นติดมือไป พาไปที่กระชังเลี้ยงปลาริมทะเล ให้เธอจับปลาในกระชังเอง แต่ด้ามสวิงสั้นช้อนอย่างไรก็ไม่ได้ ไตรภพแกล้งผลักเธอตกลงไปในกระชัง แล้วหัวเราะร่าเร่งให้รีบช้อนปลาแล้วรีบขึ้น ขืนช้าเดี๋ยวโดนปลาตอดเอา ภัทรลดาโกรธจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

    พอกลับมาถึงบ้านพักเห็นไตรภพนั่งอ่านหนังสืออยู่ ภัทรลดาแกล้งสาดน้ำใส่จนเปียก แทนที่จะโกรธเขากลับหัวเราะบอกว่าตนยอมรับว่าดูคนผิด เพราะเธอแกร่งกว่าที่ตนคิดไว้เยอะ ทำให้ภัทรลดารู้ว่าเขาจงใจแกล้งตน ถามว่าตนทำอะไรให้หรือว่าโกรธที่ตนขับรถชน เรื่องนั้นตนก็ขอโทษและยินดีชดใช้ให้ แต่เขาบอกเองว่าไม่เป็นไร

    “ใช่...เพราะเรื่องนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ คุณไม่ผิด แต่เรื่องที่คุณจงใจทำมันเป็นสิ่งทุเรศแล้วผมก็ไม่มีวันให้อภัยผู้หญิงหน้าด้านอย่างคุณเด็ดขาด”

    ภัทรลดาขว้างถังอะลูมิเนียมใส่เขาด่าว่าเลวทรามที่สุด เวรกรรมจริงๆที่ตนต้องมาเจอกับคนอย่างนี้ แล้วคว้าเป้เดินไป เขาถามว่าจะไปไหน เธอตอบอย่างไม่แยแสว่าเรื่องของฉัน ไตรภพหัวเราะด่าว่าจะโง่ก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย เพราะทางที่เธอจะไปนั้นมันไปไม่ได้มันอันตราย คิดจะไปอาศัยใครก็คงไม่มีใครให้อาศัยหรอก

    ภัทรลดาไม่เชื่อเดินดุ่มไปอย่างทิฐิ ยิ่งเดินไปก็ยิ่งน่ากลัวแต่เธอไม่ยอมหันหลังกลับ เดินไปจนตกลงไปในหลุมเท้าแพลงเนื้อตัวถลอก จะปีนขึ้นก็ปีนไม่ได้ ร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่มีใครได้ยิน แต่ที่แท้ไตรภพได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เขายิ้มอย่างสะใจ ยิ่งเมื่อเห็นฟ้าคะนอง ฝนจะตกเขานึกในใจว่า “พิมลภา” เธอยังต้องลำบากอีกเยอะ!

    คืนนี้ ไตรภพกลับมาทำอาหารอย่างดี เปิดเพลงแล้วลีลาศไปคนเดียวอย่างอารมณ์ดี ชูแก้วกาแฟเอ่ย “แด่เธอ...พิมลภา”

    ooooooo

    ที่บ้านนินันท์ ขณะนินันท์กับธนาธิปสอนการบ้านและเล่นกับลูกเกดอยู่นั้น วิสาเดินเข้าครัวเปิดตู้เย็นเจอนิตยสารที่มีรูปชุดแต่งงานของอรรณพกับพิมลภาขึ้นปกที่นินันท์เอาไปซ่อนไว้ วิสาเห็นแล้วสะเทือนใจมาก

    วิสาคิดถึงอดีตเมื่อ 28 ปีก่อนที่อรรณพยังยากจน เขาบอกเธอว่า ตนรับปากกับแม่ของไตรภพไว้ว่าจะไม่แต่งงานใหม่ขอวิสาอย่าโกรธตนที่เราต้องอยู่กันแบบนี้ วิสาขอแต่ให้เขารักตนก็พอ ตนไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

    ต่อมาอรรณพซื้อแหวนทองวงเล็กๆสวมให้วิสา บอกว่า ตอนนี้ตนมีปัญญาซื้อให้ได้แค่นี้แต่ถ้ารวยเมื่อไรสัญญาว่าจะหาที่ดีกว่านี้ให้ วิสายิ้มปลื้ม บอกว่าขอแต่ให้เขามีความรัก ได้แหวนวงแค่นี้ตนก็มีความสุขแล้ว

    วิสาคิดถึงอดีตแล้วสะเทือนใจ เพราะวันนี้เมื่อเขารวยขึ้นมาจริงๆ แม้แต่ความรักเขาก็ไม่มีให้ตน แต่ประเคนซื้อเครื่องเพชรให้พิมลภาไม่อั้น

    ยิ่งคิด วิสาก็ยิ่งเจ็บปวดที่ถูกคนที่ตนรักมากที่สุดหักหลังอย่างเลือดเย็น

    คืนนี้ พิมลภากลับจากทานข้าวกับอรรณพและได้เครื่องเพชรมากล่องใหญ่ มาเจอพ่อกับแม่กำลังโทร.ติดต่อภัทรลดา แต่ติดต่อไม่ได้ โทร.ไปทางสนามบินรู้ว่าเธอซื้อตั๋วเที่ยวบินกลับไว้แต่ไม่ได้มาขึ้นเครื่อง ก็ยิ่งเป็นห่วง พ่อจะแจ้งความพิมลภารีบห้ามไว้เกรงจะสาวมาถึงตน จึงโทร.ไปเช็กกับพราว พราวบอกว่าตนกำลังดูแลอาทรอยู่เพราะภัทรลดาฝากไว้ก่อนไป ถามประชดว่าหรือกลัวตนจะดูแลไม่ดีจะมาดูแลเองก็ได้นะ

    “แค่นี้นะจ๊ะ” พิมลภาพยายามทำเสียงปกติตัดบทอย่างหงุดหงิด

    “เฟคชัดๆ” พราวพึมพำยิ้มเยาะ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:05 น.