ตอนที่ 9
อัลบั้ม: เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คน ใน "ทางเดินแห่งรัก"
เพราะความระแวงแท้ๆทำให้จ๋าตัดสินใจเร่งรัดเรื่องแต่งงาน วุธชะงักไปอึดใจ ก่อนจะบอกให้เธอจัดการทุกอย่างเลย เพราะเขาตามใจเธออยู่แล้ว จ๋าเลยชวนไปดูฤกษ์ด้วยกัน แต่เขากลับปฏิเสธ
“จ๋าก็รู้ว่าวุธไม่เคยสนใจเรื่องฤกษ์ยามอะไรพวกนี้ เลือกวันที่เราสองคนสะดวกไม่ดีกว่าหรือ”
“วันที่เราสะดวก แล้วถ้ามันเป็นฤกษ์อัปมงคลล่ะ”
“จะมงคลหรือไม่มงคล มันก็ขึ้นกับเราสองคนไม่ใช่หรือ ช่วงนี้บริษัทเพิ่งเปิด วุธไม่ค่อยมีเวลาเพราะต้องจัดการงานหลายอย่าง เอาเป็นว่าวุธตามใจจ๋าจ้ะ จ๋าจัดการมาได้เลย”
จ๋าโมโหมาก สวนกลับด้วยความน้อยใจ แต่วุธก็ไม่ยี่หระ ได้แต่พูดคำเดิมๆว่าตามใจเธอ!
เวลาเดียวกันที่ออฟฟิศเจน...สาวบ้าโซเชียลหน้าบานใหญ่ที่เชิญอรสามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้ พีอาร์คนอื่นๆถึงกับเก็บไปเม้าท์ลับหลัง และอดสงสัยไม่ได้ว่าเจนทำอีท่าไหน ไฮโซสาวถึงตอบตกลง ต่างจากปุ๊กกี้ชื่นชมเจนไม่ขาดปาก ปลื้มและเอาอกเอาใจแบบออกนอกหน้า
ที่เด็กใหม่ทำผลงานได้ดี ส่วนจ๊อดเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความพอใจ และเมื่อรู้ตัวพีอาร์ที่เชิญอรสามาได้ ก็อาสาจะพาไปเลี้ยงตอบแทนเป็นกรณีพิเศษ
เจนดีใจแทบตัวลอย ไม่สนใจอาการเต้นผ่างของทิชา ที่มองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สาวบ้าโซเชียลอารมณ์ดีมากที่งานสำเร็จ และอดนึกถึงผู้ช่วยคนสำคัญไม่ได้ จนต้องส่งข้อความชวนกินหมูกระทะ อาร์ทยิ้มชอบใจ และไม่ปล่อยให้เธอคอยนาน ส่งข้อความตอบตกลงกลับมาด้วยความเต็มใจ
ความเฉื่อยชาของวุธทำให้ดารณีทนไม่ไหว ต้องยื่นมือเข้าช่วยจ๋าและสั่งให้จัดงานหมั้นก่อน เพราะรอฤกษ์ดีสำหรับงานแต่งอีกสองเดือนไม่ไหว จ๋าดีใจมากแต่พยายามเก็บอาการเต็มที่ ต่างจากวุธ ตอบตกลงแบบขอไปที จนดารณีอดหนักใจไม่ได้ แต่ไม่อยากกวนน้ำให้ขุ่น มากขึ้น เลยเปลี่ยนไปพูดเรื่องงานเขาแทน ว่าอยากให้ใส่ชื่อจ๋าเป็นหุ้นส่วนบริษัทเขา จ๋าหน้าเจื่อนเมื่อเห็นท่าทีอึกอักของแฟนหนุ่ม ดารณีเลยต้องช่วยพูด
“ยังไงก็ต้องแต่งงานกัน สามีภรรยาจะมีชื่อในธุรกิจร่วมกันก็ไม่แปลก บริษัทวุธก็จะมีโอกาสหาลูกค้าได้มากขึ้น”
“จริงค่ะ...คุณพ่อจ๋ามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับนักธุรกิจใหญ่ๆเยอะแยะ ให้คุณพ่อช่วยหาลูกค้าให้ก็ได้นะวุธ”
“แต่เราอยากทำงานกับลูกค้าที่เราเลือกเอง ไม่อยากใช้สายสัมพันธ์คนอื่นหางาน” วุธตอบเสียงเรียบ
“แต่ถ้าพ่อจ๋าเขาช่วย วุธก็จะไม่เหนื่อยนะ” ดารณีช่วยกล่อม
“ผมไม่เคยกลัวเหนื่อย ผมแค่อยากจะยืนบนขาของตัวเอง”
จ๋าเห็นท่าไม่ดี บรรยากาศระหว่างแม่ลูกเริ่มอึดอัด เลยพยายามไกล่เกลี่ย ไม่กดดันให้ใส่ชื่อเธอ ถ้าวุธไม่เต็มใจ แต่ดารณีก็ไม่ยอมแพ้ คะยั้นคะยอให้ลูกชายเก็บไปคิดอีกครั้ง วุธได้แต่ก้มหน้า แต่ไม่ยอมตอบรับใดๆเลย
แม้อาร์ทจะมีความสุขมาก ได้มากินหมูกระทะกับเจนแบบสองต่อสอง แต่ก็ต้องหงุดหงิดไม่น้อย เมื่อเธอเล่าให้ฟังเขินๆว่าจ๊อดชวนเธอไปเลี้ยงอาหารตอบแทนที่ทำความดีความชอบให้บริษัท ส่วนเจนไม่รู้เรื่องว่าถูกหึง ตั้งหน้าตั้งตาย่างหมูและชวนเขาคุยไปเรื่อย จนอาร์ทอดยิ้มตามไม่ได้...นับวันยิ่งชอบในความสดใสของเธอ
กว่าสองหนุ่มสาวคู่กัดจะออกจากร้านฟ้าก็มืด เจนเลยชวนกลับแท็กซี่ด้วยกัน แต่อาร์ทปฏิเสธ อยากกลับเอง แต่สาวบ้าโซเชียลก็ไม่สนใจ ลากเขาขึ้นรถจนได้ อาร์ทถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะบอกให้แท็กซี่จอดรถหน้าปากซอยแห่งหนึ่ง เจนจะท้วง อยากไปส่งถึงบ้าน แต่อาร์ทก็รีบลงจากรถเสียก่อน ทิ้งให้เจนมองตามงงๆ
“อะไรของเขา...ไม่อยากให้ไปส่งถึงบ้าน โธ่เอ๊ย... กลัวจะเห็นสภาพบ้านล่ะสิ นายซอมบี้นี่ก็น่าสงสารเหมือนกัน”
เจนบ่นคนเดียวตลอดทาง ไม่รู้เลยว่าบ้านอาร์ทไม่ใช่ห้องเล็กๆซอมซ่อ แต่เป็นคฤหาสน์หรูสุดซอยนั้นเอง
ooooooo
จ๋าเดินหน้าเตรียมงานหมั้นและงานแต่งเต็มที่ โดยปราศจากความช่วยเหลือจากวุธเหมือนเคย เพราะเขามัวหมกมุ่นกับงานจนลืมทุกอย่าง ว่าที่เจ้าสาวเลยลุยเดี่ยว แต่กลับต้องหน้าซีดพูดไม่ออก เมื่อดันไปเห็นภาพถ่ายของแฟนหนุ่มกับซันที่ฟาร์มผัก ที่เขาแอบซ่อนไว้ในกองหนังสืออย่างจงใจ
แต่ภารกิจทำการ์ดเชิญก็วุ่นวายจนจ๋าเลี่ยงไม่ได้ ต้องโทร.หาซันเพื่อขอความช่วยเหลือในฐานะเพื่อนเจ้าสาว ซันพยายามหักห้ามใจอย่างหนัก ไม่สนและไม่เปิดอ่านข้อความจากเพื่อนสาว แต่ก็เหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เมื่อพิสมัยเดินมาบอกยิ้มๆว่ามีแขกมาขอพบ และแขกคนนั้นก็คือจ๋านั่นเอง!
ฝ่ายศศิ...ตั้งแต่คืนดีกับสามีก็ตามคุมเข้ม เช่นเดียวกันกับวันนี้ ที่เธอมารับเขาถึงที่ทำงาน แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อเห็นสามีจอมเจ้าชู้พูดคุยอย่างสนิทสนมกับนักศึกษาฝึกงานคนหนึ่ง ที่เธอทราบชื่อภายหลังว่าฝ้าย หน้าตาสะสวยและรอยยิ้มเหมือนเต็มใจจะผูกมิตรของนักศึกษาสาว ทำให้อดระแวงไม่ได้ ร้อนถึงปรางค์ต้องอธิบายแทนเจ้านายหนุ่ม
“ปรางค์รู้ว่าคุณศิไม่สบายใจ แต่น้องฝ้ายเป็นลูกสาวลูกค้ารายใหญ่ค่ะ คุณพ่อเขาฝากมา...คงจะปฏิเสธไม่ได้”
ระหว่างที่ศศิเจอสถานการณ์น่าสงสัย ซันก็เจอสถานการณ์อึดอัด ต้องเผชิญหน้าจ๋าว่าที่เจ้าสาวคนสวยของวุธ ผู้ชายที่เธอแอบหลงรักมาเป็นสิบปี แต่ที่ทำให้อึ้งสุด ก็เมื่อจ๋าประกาศว่าได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว และถึงแม้ว่าอีกสองเดือนจะถึงฤกษ์จริง แต่เธอก็อดตื่นเต้นไม่ได้ และอยากให้ซันช่วยจัดการเรื่องสำคัญ
“ที่จ๋ามาหาเพราะอยากให้ซันช่วย จ๋ากำลังจะทำการ์ดแต่งงาน แต่เลือกแบบไม่ได้ อย่าเพิ่งหาว่าจ๋ายุ่งเลยนะ”
“แล้วทำไมไม่ให้วุธเลือกล่ะ”
“วุธกำลังยุ่งกับงานที่บริษัท พอถามทีไรก็บอกอันไหนก็ได้ ถ้าจ๋าเซ้าซี้มากก็จะพาลทะเลาะกันทุกที จ๋าเลยต้องมาพึ่งซันอีกแล้ว ซันพอจะรู้จักคนออกแบบการ์ดเก่งๆไหม”
ซันนิ่งไปอึดใจ ลอบถอนใจหน่ายๆ ก่อนจะตอบตกลงช่วยหาคนออกแบบและโรงพิมพ์ให้แบบเสียไม่ได้
แม้จะได้รับการยืนยันหนักแน่นว่าฝ้ายเป็นแค่น้องฝึกงานเส้นใหญ่ ไม่มีอะไรในก่อไผ่กับโจ แต่ประวัติเจ้าชู้ของสามีก็ทำให้ระแวงไม่เลิก โจไม่รู้เรื่อง ชวนภรรยากับลูกๆไปเที่ยวเกาหลีด้วยกัน เพราะบริษัทจะจัดทริปเลี้ยงฉลองกับพนักงานที่นั่น ศศิลืมเรื่องกลุ้มและตอบรับ
ด้วยความยินดี แต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อต้นกล้ากับข้าวหอมบอกว่าไปไม่ได้ เพราะมีสอบและซ้อมบัลเล่ต์ คุณแม่ลูกสองเซ็งมาก แต่ก็ค้านไม่ออกเพราะเรื่องของลูกก็สำคัญจริงๆ
แต่เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับสามี และทราบว่าฝ้ายจะไปเกาหลีด้วย เลยร้อนรนใหญ่ รบเร้าขอให้โจยกเลิกทริป
โจส่ายหน้าอ่อนใจ อธิบายเสียงอ่อน “ได้ยังไงกันล่ะศิ โจบอกพนักงานทุกคนไปแล้ว นี่บริษัทก็เตรียมปิดแล้ว ขืนโจยกเลิกทริปนี้ พวกน้องๆมันจะหาว่าบริษัทเราเขี้ยว พูดไม่เป็นคำพูด”
“งั้นไปก็ได้ แต่ไม่ให้ไปต่างประเทศ ศิไม่อยากให้โจไปไกลหูไกลตาโดยไม่มีศิไปด้วย”
โจส่ายหน้าเบาๆ “คิดมากอีกแล้ว”
“ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ถึงศิจะให้อภัยเรื่องที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าศิจะลืมนะ”
“เอาล่ะ...ก็ได้ ถ้าไม่ให้ไปเกาหลี แล้วจะไปที่ไหน”
“ที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นที่ที่ไม่ไกลเกินไป แล้วก็ต้องเดินทางไปสะดวก ถ้าโจก่อเรื่องอีก ศิจะได้ตามไปทัน!”
ooooooo
งานเขียนของอ้อมได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะจากศรัณย์ ชื่นชมและประทับใจฝีมือเธอมาก จนถึงขนาดเสนอตัวพาเธอไปไหว้พระและขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สมปรารถนาเรื่องมีลูก อ้อมตื่นเต้นมาก ต่างจากวินที่นั่งไม่ติดเพราะความหึง และสั่งขาดไม่ให้ภรรยาสุดที่รักไปกับศรัณย์ตามลำพัง
อ้อมไม่ถือสาอารมณ์หงุดหงิดของสามี และบอกให้เขาไปด้วยกันจะได้สบายใจ แต่วินปฏิเสธเพราะมีนัดผ่าตัด อ้อมเลยยืนกรานจะไปกับศรัณย์ หมอหนุ่มไม่พอใจมาก และอยากให้แก๊งเพื่อนสาวไปด้วยแทน
“ไม่มีใครว่างหรอกจ้ะวิน พี่ศิต้องพาลูกไปเรียนพิเศษ ยายซันก็ยุ่งเรื่องงาน ส่วนยายเจนก็ขับรถไม่เป็น”
อ้อมไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะบริสุทธิ์ใจกับศรัณย์ แต่วินไม่เห็นด้วยอย่างแรง จะหาคนไปแทนตัวให้ได้
“ทำไมต้องหาด้วยล่ะ ในเมื่อคุณศรัณย์ก็อาสาอยู่แล้ว อย่างอแงสิจ๊ะวิน นี่อ้อมทำเพื่อครอบครัวเรานะ ไปขอพรหลวงพ่อให้บันดาลลูกน่ารักๆให้เราสองคนไง ไม่แน่นะ ไปไหว้พระปุ๊บ...เดือนหน้าอ้อมอาจจะท้องเลย”
วินล้มตัวนอนดื้อๆ ไม่อยากเถียงภรรยาให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่เช้าวันถัดมา ก็ตัดสินใจโทร.ตามวศินให้ไปเป็นเพื่อนภรรยาแทนตัว น้องชายใจสาวตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่เมื่อพี่ชายบอกว่าศรัณย์จะไปด้วย ก็เปลี่ยนใจตอบตกลงทันที วินแอบงงท่าทางแปลกๆของน้องชาย แต่ก็ไม่ติดใจอะไรมาก มัวกังวลเรื่องภรรยาจะปันใจให้ศรัณย์มากกว่า
ด้านแพท...ได้ยินว่าบริษัทโจจะไปทริปประจำปีที่ปากช่อง เลยคิดแผนร้ายจะไปสมทบด้วย แต่จะแสดงอาการอยากแบบออกนอกหน้าไม่ได้ เลยต้องบุกถึงออฟฟิศหนุ่มใหญ่เพื่อเลียบเคียงถาม
“อากาศคงกำลังดีนะคะช่วงนี้ ที่จริงแพทก็กำลังจะพาน้องๆในทีมไปพักร้อนที่ต่างจังหวัดเหมือนกัน”
สุธีร์ซึ่งตามมาด้วยช่วยเสริม “ใช่ค่ะใช่...เรื่องไปทริปนอกบริษัทนี่เราคุยกันไว้นานแล้ว”
“น่าไปร่วมกับพี่โจจังเลยนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคิดเรื่องสถานที่”
“จริงด้วย...น่าจะจัดทริปไปด้วยกันซะเลยทีเดียว ไปด้วยกันสองทีม คนเยอะๆสนุกดี ยังไงก็ต้องทำงานด้วยกัน”
สุธีร์ทำหน้าที่ขุนพลอยพยักเป็นอย่างดี โจซึ่งตามเล่ห์เหลี่ยมและมารยาสาไถยของสาวเปรี้ยวไม่ทัน เลยตอบตกลงด้วยความยินดี แพทสบตาสุธีร์ยิ้มๆ มั่นใจมากว่าจะได้เรื่องดีๆจากการไปทริปประจำปีครั้งนี้แน่!
ศศิก็คิดไม่ถึงเหมือนกับโจ ดีใจและโล่งใจเสียอีก ที่แพทจะร่วมไปทริปครั้งนี้ด้วย แพทพอใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน และสวมบทน้องสาวนอกไส้แสนดี หลอกถามถึงความไม่สบายใจของศศิ
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกค่ะ พี่แค่ไม่ค่อยไว้ใจเรื่องเด็กฝึกงานคนใหม่ในออฟฟิศ ถ้ามีแพทไปด้วย โจจะได้เกรงใจ ไม่กล้าออกนอกลู่นอกทาง เพราะอย่างน้อยแพทก็คุ้นเคยกับพี่”
“อ๋อ...เข้าใจแล้ว งั้นแพทจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้พี่ศินะคะ”
ระหว่างที่แพทตบตาครอบครัวโจได้อย่างแนบเนียน อ้อมเพลิดเพลินกับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่คนหน้าบานกว่าคือศรัณย์กับวศิน เพราะมีโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้น จนเกิดความรู้สึกแสนพิเศษบางอย่างต่อกัน สองหนุ่มเดินเล่นและทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันด้วยสีหน้าแช่มชื่น แทบลืมด้วยซ้ำว่ายังมีอีกหนึ่งสาวมาด้วย แต่ถึงกระนั้น...อ้อมก็ไม่ถือสา เพราะเชื่อว่าความสัมพันธ์ของสองหนุ่มกำลังดำเนินไปด้วยดี
เย็นวันเดียวกัน...เจนดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อจ๊อดมารับไปทานอาหารหรูตามสัญญา ตอบแทนที่เธอทำความดีความชอบให้บริษัท บรรยากาศโรแมนติกและท่าทางอบอุ่นอ่อนโยนของเจ้านายหนุ่มทำให้เจนประหม่ามาก เคลิ้มไปกับอารมณ์หวั่นไหวที่เข้าจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้เลยว่าอาร์ทซึ่งแอบตามดูไอจีเธอหงุดหงิดมาก หัวเสียเป็นที่สุดที่เธอหลงใหลได้ปลื้มกับความร่ำรวยและอู้ฟู่ของจ๊อด
กว่าเจนจะกลับถึงคอนโดก็ดึกดื่น จ๊อดดูแลคู่เดตอย่างดี ขับรถมาส่งถึงด้านหน้า จูดี้ผ่านมาเห็นอดแซวไม่ได้ แต่ไม่วายถามถึงอาร์ทหนุ่มเซอร์คู่กัดที่เจนเคยพามาทานข้าว และนึกว่ากำลังจีบกันอยู่ เจนปฏิเสธเสียงหลง
“เขาไม่ใช่สเปกเจนหรอกค่ะ แล้วเจนก็ไม่ใช่สเปกเขาด้วย!”
ส่วนอ้อมกลับถึงคอนโดในเวลาไล่เลี่ยกัน เล่าให้สามีสุดที่รักฟังใหญ่ว่าสนุกสนานกับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน วินไม่สนใจนัก มัวกังวลเรื่องศรัณย์มากกว่า แต่ภรรยาก็ไม่ค่อยให้ความกระจ่าง นอกจากยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แล้วพูดจาแปลกๆว่าเขามีท่าทีบางอย่างเหมือนกัน แต่ก็ถือว่าเป็นปกติสำหรับคนสมัยนี้
วินยิ่งสงสัย พยายามซักไซ้ แต่อ้อมก็ไม่ได้ตอบอะไรมากนัก แถมหันไปตอบข้อความปรึกษาจากชายหนุ่มต้นเรื่องอีกต่างหาก วินอารมณ์เสียมาก ยิ่งเห็นท่าทางเต็มอกเต็มใจของภรรยาคนสวย ยิ่งร้อนรน ดึงมือถือจากมือเธอ
“นี่มันเวลาทำลูกไม่ใช่เวลาทำงาน ไป...นอนได้แล้ว แล้วก็ปิดโทรศัพท์เลยนะอ้อม”
ขาดคำก็จูงมืออ้อมเข้าห้องนอน พลางนึกถึงศรัณย์ด้วยความหงุดหงิด...คนอะไรไม่รู้จักเกรงใจกันบ้าง!
ooooooo
และแล้ววันเดินทางไปทริปประจำปีของบริษัทโจและแพทก็มาถึง พนักงานส่วนใหญ่ยิ้มแย้มให้กันเป็นอย่างดี อารมณ์ดีกันถ้วนหน้าที่ได้ออกมาร่าเริงข้างนอก แพทสวมบทเพื่อนสาวแสนดีได้แนบเนียนเหมือนเคย และทำตัวดีไม่มีปัญหาจนโจไว้ใจ และไม่คิดระแวงใดๆเลย
แล้วก็เพราะความไว้ใจแท้ๆ ทำให้โจตอบรับคำชวนไปปั่นจักรยานของแพทและสุธีร์โดยง่าย แต่ก็ต้องหยุดชะงักกลางทาง เมื่อเห็นฝ้ายจักรยานล้ม ต้องช่วยกันพยุงออกไปทำแผล พนักงานคนอื่นๆวิ่งวุ่นกันใหญ่ แพทกับสุธีร์สบตาอย่างรู้กัน และรีบจัดแจงถ่ายภาพเหตุการณ์ตรงหน้าไว้...ได้เวลาเริ่มแผนขั้นแรกแล้ว
ช่วงเวลาเดียวกันที่ร้านกาแฟจูดี้...แก๊งสี่สาวมารวมตัวกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ จูดี้ตามมาสมทบเม้าท์ด้วยเหมือนเคย และอดเป็นห่วงศศิไม่ได้ ที่ปล่อยโจไปทริปต่างจังหวัดกับแพท
“คงไม่มีอะไรหรอกน่า ศิสืบมาแล้ว คุณแพทเขาก็มีแฟนแล้ว”
“ของแบบนี้มันโกหกกันได้นี่ พี่ศิก็ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่นางอ้างว่าเป็นแฟนเลย” เจนแย้ง
ศศิส่ายหน้าหน่ายๆ ไม่เข้าใจว่าแพทจะโกหกเพื่ออะไร เจนรีบตอบว่าเพื่อให้เพื่อนรุ่นพี่ไว้วางใจ
“พี่ก็ไว้ใจเขาอยู่แล้วนะ เขาไม่มีท่าทีอะไรกับโจ ส่วนโจเองก็ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรพิเศษกับแพทเลย”
จูดี้อดรนทนไม่ได้ ต้องเตือนด้วยความหวังดี “ตอนนี้ยังไม่คิด แต่วันหน้าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ คุณโจก็เหมือนไฟ ส่วนยายคุณแพทอะไรนั่นก็น้ำมันดีๆนี่เอง ไฟกับน้ำมันทิ้งไว้ใกล้กันก็ติดไฟ เคยได้ยินไหมคะ”
“นี่คุณจูดี้อย่าพูดให้ใจเสียสิ ตอนนี้เขาก็ไปปากช่องกันแล้วด้วย”
เจนเห็นท่าศศิเริ่มร้อนรน เลยยุให้ตามไปลุยให้เห็นกับตา อ้อมต้องเป็นฝ่ายห้ามทัพแทบไม่ทัน
“ยุอีกแล้วยายเด็กคนนี้ ตามไปแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา พี่ศิก็บอกเองว่าเขาสองคนยังไม่มีท่าทีอะไรกัน แล้วแพทน่ะ เขาก็มาเจอครอบครัวพี่ศิตั้งหลายครั้ง เขาคงไม่มีเจตนาจะแย่งพี่โจหรอก แพทอาจจะเปรี้ยว ดูแรงก็จริง แต่ก็ไม่น่าจะแรงถึงขนาดคิดแย่งสามีคนอื่น”
ซันฟังอยู่นาน เริ่มทนไม่ไหว “โอย...ยายคุณแม่บ้านคิดบวก นี่แกจะโลกสวยไปไหน ปกติพี่ศิก็เป็นคนฉลาดนะ แต่ซันไม่เข้าใจ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงตีโจทย์ยายแพทไม่แตก ทั้งเรื่องไปทริปกับบริษัทพี่โจ ทั้งอาสาพี่ศิจะดูแลพี่โจให้ ที่เขาทำมาทั้งหมด มันไม่มีอะไรน่าไว้ใจเลย ซันบอกพี่ไปหลายครั้งแล้วนะว่าให้ระวังๆ”
น้ำเสียงจริงจังของเพื่อนรักทำให้ศศิเริ่มนั่งไม่ติด ความระแวงจากส่วนลึกของจิตใจผุดขึ้นมาอีกรอบ และไม่รอช้าโทร.เช็กสามี แต่ก็ต้องหัวเสีย เมื่อไม่มีคนรับ...หรือว่าโจกำลังจะนอกใจเธอจริงๆ!
แต่ที่ศศิไม่รู้ คือโจไม่ได้นอกลู่นอกทางอย่างที่กังวล แต่ชาร์จมือถือทิ้งไว้ในห้อง เลยไม่เห็นว่าเธอโทร.มา แถมหนุ่มใหญ่จอมเจ้าชู้ก็เพลิดเพลินกับการจิบไวน์เคล้าแสงจันทร์กับแพท ซึ่งแกล้งทำตัวเงียบจนเขาผิดสังเกต และสอบถามด้วยความห่วงใย แพทข่มความดีใจแทบแย่ ก่อนจะตีหน้าเศร้าบอกว่ากำลังอกหัก โจไม่อยากจะเชื่อ
“ทำไมคะ...อย่างแพทอกหักไม่ได้เหรอ แพทคิดว่าแพทกำลังหลงรักคนมีเจ้าของแล้ว มันแย่มากไหมคะพี่โจ”
“เรื่องของความรัก มันบังคับกันไม่ได้หรอก”
“จริงๆแพทไม่ใช่พวกอ่อนแอนะคะ แต่เรื่องนี้แพทยังหาทางออกไม่ได้จริงๆ”
โจยิ้มให้กำลังใจ พยายามปลอบเต็มที่ “งั้นก็ต้องเข้มแข็งไว้ แพททั้งสวยทั้งฉลาด คิดซะว่าผู้ชายคนนั้นโง่มากที่ไม่เห็นคุณค่าของแพท คิดแบบนี้จะได้สบายใจขึ้น...ดีไหม”
แพทสบตาเขานิ่ง ก่อนจะแกล้งพูด “แล้วถ้าแพทบอกว่าผู้ชายโง่คนนั้นคือพี่โจล่ะคะ”
โจอึ้ง พูดไม่ออก แพทแอบสะใจ หัวเราะเบาๆแล้วบอกว่าล้อเล่น ก่อนจะขอตัวไปเติมไวน์ โจยักไหล่ไม่ถือสา หันไปมองวิวด้วยความเพลินใจ ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกแพทแอบถ่ายภาพไว้ตอนอยู่ตามลำพัง
ooooooo
ภาพถ่ายอิริยาบถต่างๆของโจถูกส่งให้ศศิไม่นานหลังจากนั้น ทั้งภาพเขาปั่นจักรยาน ช่วยพยุงฝ้ายและนั่งดื่มไวน์กับพนักงาน ศศิดูทุกรูปอย่างละเอียด แล้วอดโทร.เช็กอีกครั้งไม่ได้ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อโจไม่รับสาย
เวลาเดียวกันที่ทางเดินห้องพักรีสอร์ตในปากช่อง ...แพทกำลังแนะนำตัวขำๆ ว่าเป็นองครักษ์พิทักษ์เขาแทนศศิ
“แพทรับปากพี่ศิ ว่าจะต้องดูแลพี่โจให้รอดปลอดภัยจากปากเหยี่ยวปากกา”
“ปากเหยี่ยวปากกา...ผู้หญิงสองคนนี้นี่น่ากลัวจริงๆ นี่ถึงกับวางแผนช่วยกันคุมตัวพี่เสร็จสรรพเลย”
แพทตีหน้าระรื่น ยิ้มหวานเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “ก็แน่อยู่แล้วล่ะค่ะ พี่ศิเป็นเหมือนพี่สาวแพทนี่คะ พี่สาวฝากมา น้องสาวจะขัดคำสั่งได้ยังไง เข้าห้องแล้วนอนเลยนะคะ อย่าออกไปซนที่ไหนล่ะ”
ขาดคำก็โน้มตัวจูบแก้มราตรีสวัสดิ์ ก่อนจะผละไป ซึ่งโจก็ไม่คิดมาก เข้าใจว่าแพทคงชินกับธรรมเนียมฝรั่ง เลยหมุนตัวเข้าห้อง แล้วก็ต้องหน้าตื่น เมื่อเห็นชื่อภรรยาเป็นสายไม่ได้รับนับสิบครั้ง ตาลีตาเหลือกโทร.กลับ แก้ตัวเสียงอ่อยว่าทิ้งมือถือไว้ในห้อง และเพิ่งกลับจากดื่มไวน์กับแพท ผู้คุมสาวที่เธอส่งมา ศศิถอนใจโล่งอก ก่อนจะสบายใจขึ้นมาก เมื่อเห็นภาพถ่ายที่แพทเพิ่งส่งเป็นหลักฐาน ว่าโจไปดื่มไวน์ด้วยจริงๆ
แต่แก๊งเพื่อนสาวกลับไม่เชื่อว่าแพทจะหวังดีอย่างที่แสดงออก โดยเฉพาะซัน ที่รู้จักสันดานคู่ปรับสาวดี
“รูปมันก็อธิบายทุกอย่างแล้วนี่ แต่ก็ไม่ใช่แค่รูปนะ โจยังโทร.มายืนยันกับพี่เองว่าแพทคอยคุมเขาตลอด”
“ที่เขาเฝ้าพี่โจให้พี่ศิ ก็ต้องหวังผลบางอย่าง คนอย่างยายแพท ไม่เคยทำให้ใครโดยไม่หวังผล ยายนี่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวรอบตัว ถ้าอยากได้อะไร เขาก็ต้องทำทุกวิถีทางจะเอาให้ได้”
ศศิส่ายหน้าหน่ายๆ “เอาอีกแล้วซัน นี่เธอจะไม่พยายามมองแพทในแง่ดีบ้างเลยใช่ไหม ไอ้เรื่องปัญหาสมัยเด็กๆก็เก็บไว้เป็นอดีตเถอะ ตอนนี้แพทเขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้”
“ซันไม่เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยน ยายนี่เหมือนงูพิษ ทำซุ่มเงียบๆเนียนๆ แต่จะแว้งฉกเราเมื่อไหร่ไม่รู้”
“พี่ว่าเธออคติไป พี่เคยถามแพท เขาบอกว่าไม่มีอะไรกับเธอเลย เขาพร้อมจะปรับความเข้าใจกับเธอทุกเวลา”
“ถ้าเป็นยายนี่ ต่อให้อมพระมาพูด ซันก็ไม่เชื่อ!”
ศศิถอนใจหนักหน่วง ตัดสินใจจะนัดแพทมาเคลียร์ทุกปัญหาคาใจกับแก๊งเพื่อนสาว ซันปฏิเสธทันที ต่างจากอ้อมกับเจน อยากเจอหน้าและลุยแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่ซันไม่เห็นด้วย ประกาศกร้าว
“ถ้าพี่ศิอยากจะนัดก็นัด ใครจะไปก็ไป แต่ฉันไม่ไปแน่ๆ”
ซันผละจากไปงอนๆ ทิ้งแก๊งเพื่อนสาวให้มองหน้ากันเซ็งๆ หนักใจไม่น้อยกับทิฐิของซัน
หลังแยกจากแก๊งเพื่อนสาว...ซันก็หงุดหงิดไม่หาย แต่ต้องปัดอารมณ์ขุ่นมัวทิ้ง และไปประชุมงานกับวุธที่ออฟฟิศ สองหนุ่มสาวคู่ปรับทำงานเข้าคู่กันได้ดี ช่วยกันนำเสนอ และเสริมรายละเอียดต่างๆของโปรเจกต์ฟาร์มผักออร์แกนิกได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งลูกค้าก็พอใจมากและตอบตกลงให้ดำเนินการทันที
ความสำเร็จของโปรเจกต์แรกทำให้วุธภูมิใจมาก พร่ำขอบคุณซันไม่หยุดปากด้วยความซึ้งใจ
ซันโบกมือห้าม ก่อนจะพูดยิ้มๆ “จะขอบใจทำไมบ่อยนัก นายเองก็ช่วยฉันมาตั้งหลายครั้งนะวุธ ฉันเคยบอกแล้วไงว่าถ้านายเดือดร้อน หรือมีปัญหาอะไร ฉันจะช่วยนายเต็มที่”
“ช่วยเต็มที่ งั้นหมายความว่า...ถ้ามีงานใหม่มา เธอก็จะมาลุยกับเราอีกใช่ไหม”
“เรื่องลุยงานน่ะฉันพร้อมอยู่แล้ว แต่บอกมาก่อนแล้วกันว่างานอะไร จะได้เตรียมตัวเนิ่นๆ”
ซันโบกมือลาแล้วผละไปขึ้นรถ ทิ้งวุธให้มองตาม ยิ้มเจื่อนๆ...นับวันจะยิ่งหักห้ามใจยากขึ้นทุกที
ooooooo
ขณะที่สถานการณ์หัวใจของแก๊งสี่สาวยุ่งยากและวุ่นวาย ลางสังหรณ์ของวิภาก็เป็นจริงขึ้นมา เมื่อสุพงษ์ตกบันไดในบ้านเพราะเล่นเกมในมือถือเพลิน แต่โชคดีไม่เป็นไรมาก เพราะถึงมือหมอทันเวลา วิภาโวยวายไม่หยุดปาก เชื่อเป็นจริงเป็นจังว่าคำทำนายของแป๊ะกงเป็นจริง และเธอต้องการหลานชายคนโตมาช่วยสะเดาะเคราะห์!
แต่ครั้นจะหวังพึ่งอ้อมกับวินก็คงยาก เพราะพยายามมาหลายเดือนก็ไม่สำเร็จ ความหวังทั้งหมดเลยถูกส่งต่อให้วศิน วินสนับสนุนเต็มที่ และกระตือรือร้นอยากเจอแฟนน้องชายมาก วศินหน้าเสีย ก่อนจะอึกๆอักๆ บอกว่ากำลังคบหาใครสักคนอยู่ แต่ไม่พร้อมจะเปิดตัว วิภาใจร้อน ประกาศกร้าวจะหาให้เองถ้าลูกชายชักช้า
วศินแทบนั่งไม่ติด ร้อนถึงอ้อมต้องปลอบไม่ให้คิดมากเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง และยอมไปดูตัวตามที่วิภาขอ
“ก็ฝืนใจหน่อย คิดซะว่าทำให้ป๊ากับม้าสบายใจ ขนาดพี่ยังต้องตั้งหน้าตั้งตาท้องเพื่อเอาใจหม่าม้าเลย”
วศินกลุ้มใจแทบบ้า โอดใหญ่ “เรื่องท้องมันเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้หญิง แต่เรื่องมีเมียนี่มันไม่ใช่ธรรมชาติของผม แล้วอีกอย่างที่สำคัญเลยก็คือ...ตอนนี้ผมคบกับคุณศรัณย์มาได้สักพักแล้ว”
“ทำไมเร็วอย่างนั้นล่ะ เธอกับคุณศรัณย์เพิ่งเจอกันเองนะ”
“เรื่องของหัวใจ มันไม่เกี่ยวกับเวลาหรอกพี่อ้อม”
อ้อมเข้าใจและเห็นใจเขามาก แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง สุดท้ายเลยเสนอให้พาศรัณย์มาเปิดตัว
“ไม่ได้...พี่ก็รู้ว่าหม่าม้าเป็นยังไง พูดไปมีหวังบ้านแตก พี่อ้อมห้ามบอกเด็ดขาดเลยนะ กับพี่วินก็บอกไม่ได้”
อ้อมรับปากแบบไม่เต็มใจนัก วศินเบาใจมาก ก่อนจะปรึกษาพี่สะใภ้ ว่าศรัณย์เป็นคนยังไง อ้อมรีบบอกตามที่คิด ว่านายจ้างหนุ่มมาดสำอางเป็นคนดีและสุภาพ แถมอบอุ่นจนใครได้อยู่ใกล้ก็อดรักไม่ได้ สองหนุ่มสาวพูดคุยกันคิกคัก ไม่รู้เลยว่าวินแอบได้ยินทุกอย่าง หน้าเครียดขึ้นมาทันที...หรือว่าภรรยาสุดที่รักจะปันใจ!
ด้านจูดี้...ตั้งใจจะชวนแก๊งสี่สาวไปร่วมกิจกรรมโยคะกลางสวนในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึง สมาชิกแก๊งทุกคนรับปาก ยกเว้นศศิที่ไม่สะดวก เพราะมีภารกิจมากมายของลูกๆต้องจัดการ แต่ทั้งสี่ไม่รู้เลยว่าแพททำสำเร็จ หว่านล้อมและตื๊อทุกทางให้ศศิไปร่วมกิจกรรมโยคะกลางสวนด้วยกันจนได้
“พี่ศิก็ดูแลสามีกับลูกๆทั้งอาทิตย์แล้ว ควรมีเวลาของตัวเองบ้าง มัวทำตัวเป็นมนุษย์แม่ เดี๋ยวหน้าแก่เร็วนะ”
“แล้วตอนนี้พี่ดูแก่แล้วเหรอ”
“ยังหรอกค่ะ แพทก็แซวไปแบบนั้นเอง แพทแค่อยากให้พี่ศิไปออกกำลังกายด้วยกัน พี่ศิก็สวยเป๊ะอยู่แล้ว ถ้าหุ่นฟิตเปรี๊ยะขึ้นมาอีก รับรองเลยว่าพี่โจไม่อยากไป
ซนนอกบ้านแน่ ไปด้วยกันนะคะ พักวันหนึ่ง ลูกๆกับพี่โจคงไม่ว่า”
ศศินิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตอบตกลงง่ายๆ แพทยิ้มที่ทุกอย่างเป็นตามแผน...รับรองว่าได้มีเรื่องดีๆแน่
บ่ายวันเดียวกันที่บ้านดารณี...จ๋าปรึกษาว่าที่แม่สามีเรื่องการ์ดแต่งงาน บอกว่าซันเป็นคนรับไปดูแลและจะช่วยหาคนออกแบบและโรงพิมพ์ให้ ดารณีใจร้อนกลัวลูกชายเปลี่ยนใจ เลยแกล้งบอกให้เร่งงานเร็วขึ้น โดยอ้างว่าจะต้องเอาไปแจกเพื่อนฝูงที่จะนัดเจอในวันรุ่งขึ้น
“วันพรุ่งนี้หรือคะ ไม่รู้ว่าซันจะทำทันหรือเปล่า”
ดารณีไม่ยี่หระ “ก็ไหนว่าเก่งนักหนาไงเพื่อนคนนี้ ถ้าเก่งจริงอย่างที่ว่า เรื่องการ์ดแค่นี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา”
ซันถึงกับพูดไม่ออก เมื่อจ๋าโทร.ตามเรื่องการ์ดแต่งงาน ทั้งที่ตั้งใจจะยกเลิกการเป็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำขอร้อง ก็ปฏิเสธไม่ลง ว่าที่เจ้าสาวไม่รอช้า เอ่ยปากขอให้เร่งงานเป็นวันพรุ่งนี้ เพราะดารณีจะเอาไปแจกเพื่อน ซันถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะตอบว่าคงทำไม่ได้ ซึ่งเมื่อดารณีทราบ เลยเหน็บมาตามสาย
“ถ้าความสามารถไม่พอ คิดว่าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร จะได้ไปไหว้วานคนอื่น บอกเขาไปแล้วกัน”
คำพูดเหมือนท้าทายของดารณี ทำให้ซันฮึดสู้และเปลี่ยนใจโพล่งกลับ
“เดี๋ยวก่อนจ๋า...เอาการ์ดสามร้อยใช่ไหม ได้...เดี๋ยวเราจัดการเอง การ์ดจะถึงมือจ๋ากับคุณป้าพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง!”
อ้อมกับเจนไม่อยากเชื่อเลยว่าซันจะรับปากทำการ์ดแบบเร่งด่วนให้จ๋า แทนที่จะพยายามตัดใจอย่างที่พร่ำบอกมาตลอด กลับต้องพัวพันหนักขึ้น แถมหางานหนักมาให้อีกต่างหาก ซันรู้สึกผิดไม่น้อย แต่ยังเถียงข้างๆคูๆ
“งานเอเยนซีไม่เคยมีคำว่าไม่ได้ ทำงานเสนอลูกค้าสามชั่วโมงก็ทำมาแล้ว กะอีแค่การ์ดมันเรื่องขี้เล็บ”
“แต่นี่มันขี้เล็บสามร้อยนะพี่ซัน ไหนจะออกแบบ ไหนจะส่งพิมพ์ มันจะทันได้ยังไง นี่ก็เลิกงานแล้วนะคะ”
เจนโวยวายเหมือนเป็นเรื่องตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยิ้มร่า นึกออก...เจนรู้แล้วว่าจะหาคนออกแบบได้ที่ไหน
และคนออกแบบการ์ดแต่งงานให้จ๋ากับวุธก็คืออาร์ท หนุ่มเซอร์กลั้นยิ้มแทบแย่ เอ็นดูมากกว่ารำคาญที่เจนมีเรื่องมาวุ่นวายกับเขาไม่เว้นแต่ละวัน อดไม่ได้ต้องแกล้งแหย่ ให้เธออ้อนวอนขอเขาดีๆ เจนฮึดฮัดอยู่ครู่ ก่อนจะยอมพูด
“คุณอาร์ทคะ...กรุณามาช่วยออกแบบการ์ดให้หน่อยได้ไหมคะ...ช่วยหน่อยนะคะ”
ooooooo
วุธอยากจะเป็นบ้าตาย เมื่อทราบจากจ๋าว่าแม่อยากให้ซันเร่งทำการ์ดให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ เลยตัดสินใจมุ่งหน้าไปคอนโดซันทันทีที่เสร็จงาน อาร์ทมาถึงนานแล้ว และกำลังช่วยออกแบบอย่างขมีขมัน โดยมีซันคอยกำกับไม่ห่าง วุธเห็นสภาพอ่อนระโหยโรยแรงของทุกคน ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
“เรื่องการ์ดนี่มันเป็นงานของเราแท้ๆ แต่ทำให้ทุกคนต้องมาเดือดร้อนไปด้วย ขอโทษจริงๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันรับปากแม่นายมาแล้ว ยังไงก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด” ซันพูดยิ้มๆ
คืนเดียวกันที่ห้องอ้อม...วินทนเก็บความอึดอัดใจไม่ไหว ต้องโพล่งถามภรรยาสุดที่รัก ว่าคิดอย่างไรกันแน่เรื่องศรัณย์ และที่สำคัญนายจ้างหนุ่มมาดสำอางคนนี้
มีอะไรดี เธอกับวศินถึงได้พูดถึงเมื่อวันก่อน อ้อมนึกรู้ว่าสามีคงแอบได้ยินเรื่องเธอคุยกับวศินบางส่วน แต่สัญญาที่รับปากเป็นมั่นเหมาะ ก็ทำให้อธิบายตามตรงไม่ได้
“คุณศรัณย์เขาเป็นคนดีนะวิน ถ้าวินได้รู้จักเขามากขึ้น วินจะเข้าใจ”
“คนที่คิดจะจีบภรรยาคนอื่นนี่เป็นคนดีตรงไหน”
“โธ่วิน...นี่ยังไม่เลิกหึงอีกเหรอ มันไม่ใช่อย่างที่วินเข้าใจหรอกจ้ะ เขาไม่ได้มาจีบอ้อม...เขาจีบคนอื่น”
วินหันขวับ อยากรู้ขึ้นมาว่าใครคือคนที่ศรัณย์สนใจ แต่อ้อมก็พูดไม่ได้ ต้องหาทางเลี่ยงไปเรื่อยๆ
ขณะที่วินสงสัยในตัวภรรยาคนสวยมากขึ้นเรื่อยๆ อาร์ทก็กำลังสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างซันกับวุธ ว่ามีตื้นลึกหนาบางแค่ไหน เพราะเห็นแอบมองกันไปมาตลอดเวลาที่เขานั่งออกแบบการ์ด แต่ไม่ทันถาม หนุ่มเซอร์ก็ทำงานเสร็จเสียก่อน ซันกับวุธเลยหมดเวลาส่งสายตาให้กัน และเปลี่ยนมาสนใจการ์ดแทน
สองหนุ่มสาวคู่ปรับเถียงกันไปมาจนอาร์ทเริ่มเอะใจ และอดเย้าวุธไม่ได้ ว่าตามใจซันมากราวกับเป็นเจ้าสาวตัวจริง วุธหน้าเจื่อน รู้สึกผิดเล็กๆที่แสดงออกมากไป ส่วนซันเขินจัด พยายามโวยวายกลบเกลื่อน
“เออ...นั่นสิ นายจะมาถามฉันทำไม ฉันไม่ใช่คนจะต้องใช้การ์ดนี้ซะหน่อย แล้วนี่เราต้องให้จ๋าดูก่อนเปล่า”
“เราว่าจ๋าน่าจะโอเค อะไรที่ซันชอบ จ๋าเขาก็ชอบด้วยทั้งนั้น”
เป็นอันว่างานออกแบบการ์ดเสร็จสมบูรณ์ไม่นานหลังจากนั้น อาร์ทยื่นซีดีงานให้และขอตัวกลับโดยไม่ยอมรับค่าจ้างใดๆจากวุธ เพราะอยากมาช่วยด้วยความเต็มใจ ซันปลื้มในความมีน้ำใจจนต้องแอบกระซิบกับเจน
“อาร์ทเขาเป็นคนดีมากรู้ไหม ผู้ชายมีน้ำใจแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ ดูแลเขาให้ดีๆล่ะ”
“ก็รู้ว่ามีน้ำใจ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่เจนจะดูแลเขาซะหน่อย พี่ซันแหละ ดูแลพี่วุธดีๆ คืนนี้เป็นโอกาสของพี่แล้ว”
เจนยักคิ้วหลิ่วตาให้ก่อนจะไปส่งอาร์ท แต่หนุ่มเซอร์ก็ไม่ยอมกลับ อ้างว่าหิวและขอกินข้าวห้องเธอดื้อๆ เจนพยายามเลี่ยง แต่เขาก็ตื๊อไม่เลิก จนเจนยอมเพื่อตัดปัญหา แต่ไม่วายบ่น ว่าทำไมเขาไม่บอกซันให้เลี้ยงข้าว
“ขืนผมบอก พี่สองคนนั้นเขาก็ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันเงียบๆตามลำพังน่ะสิ”
“เออ...จริงด้วย แหม...เห็นเฉื่อยๆ มึนๆแบบนี้ นายนี่ก็เรียนรู้ไวนะ”
เจนทึ่งในความช่างสังเกตของเขาและตอบแทนด้วยมาม่าถ้วยโต แต่อาร์ทก็ไม่พอใจ ขออาบน้ำที่ห้องเธอ ด้วย เจนจะปฏิเสธ แต่เขาก็อ้างโน่นนี่ แถมทวงบุญคุณจนเธอเถียงไม่ออก ได้แต่ตอบตกลงแบบขอไปที แต่ปัญหาของเจนก็ไม่จบแค่นั้น เพราะอาร์ทอาบน้ำเสร็จก็ตีมึนหลับคาโซฟา เจนเหนื่อยเกินกว่าจะโวย เลยต้องปล่อยให้เลยตามเลย!
เวลาเดียวกันที่ห้องซัน...วุธยังไม่กลับและชวนคุยเรื่องลูกค้ารายใหม่ ที่ดูท่าจะไม่ทำกำไรให้บริษัทมากเหมือนเคย ซันชอบที่เขามีอุดมการณ์ในการทำงาน แต่ก็ไม่อยากให้เคร่งมาก จนเหมือนทำการกุศลแบบนี้
“ไหนว่าที่นายอยากตั้งบริษัทก็เพราะอยากสร้างครอบครัวไง รับแต่งานแบบนี้แล้วจะเลี้ยงครอบครัวได้ยังไง”
“เราไม่ได้อยากสร้างครอบครัวที่ร่ำรวย แต่อยากเป็นครอบครัวธรรมดาๆที่มีความสุข ไม่ต้องรวยก็ได้”
ซันเข้าใจเขาดี ว่าอยากยืนด้วยลำแข้งตัวเอง แต่ไม่แน่ใจว่าจ๋าจะเข้าใจคู่ปรับหนุ่มด้วยไหม
วุธถอนใจหนักหน่วง “เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าเขาเลือกจะแต่งงานกับเรา เขาก็ต้องรับสิ่งที่เราเป็นให้ได้ แต่แม่เราเสียอีกที่ไม่เข้าใจ ตอนนี้แม่เราอยากให้ใช้สายสัมพันธ์ของพ่อจ๋าหางานเข้าบริษัท”
ซันคร้านจะเถียงด้วย แต่ก็พยายามกล่อมให้เขาเข้าใจจ๋ากับดารณีบ้าง ว่าทุกคนหวังดี อยากให้เขาตั้งตัวได้เร็วๆ เลยช่วยหาลูกค้าเต็มที่ แต่วุธไม่ชอบและไม่ภูมิใจ อยากหาทุกอย่างด้วยตัวเองมากกว่า
“ถ้าเราต้องหางานด้วยการอาศัยบารมีจ๋ากับพ่อ แล้วเราจะนับถือตัวเองในฐานะหัวหน้าครอบครัวได้ยังไง”
“ฉันเข้าใจนาย เอาเป็นว่านัดคุยกับเขาเมื่อไหร่ ก็โทร.มาบอกละกัน ถ้าไม่ชนงานที่ออฟฟิศก็ไปช่วยได้”
กว่าสองหนุ่มสาวคู่ปรับจะแยกย้ายก็ดึกดื่นค่อนคืน วุธขอตัวกลับและบอกจะเอาการ์ดไปพิมพ์เอง ซันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะไปหยิบนามบัตรโรงพิมพ์ที่อ้อมหามาให้ไม่รู้เลยว่า เมื่อลับร่างเธอ วุธต้องตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นภาพคู่ของเขากับเธอที่ฟาร์มผักถูกสอดไว้แบบลวกๆในหนังสือเล่มหนึ่งบนโต๊ะ
วุธเกือบจะหลุดปากถามความจริงจากคู่ปรับสาวอยู่แล้ว แต่ก็เปลี่ยนใจเสียก่อน ภาพความทรงจำเก่าๆ ตั้งแต่วันที่ผาริมทะเล และวันเวลาดีๆที่ฟาร์มผักผุดขึ้นใหม่อีกครั้ง สับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก...หรือว่าซันจะมีใจกับเขาจริงๆ
ด้านจ๊อด...มาถึงคอนโดเจนแต่เช้าของวันต่อมา พร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ โดยมีจูดี้อาสานำทางให้ แต่ก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง เมื่ออาร์ทเป็นคนเปิดประตูต้อนรับ ซึ่งดูตามสภาพก็รู้ว่าหนุ่มเซอร์นอนค้างที่นี่!
เจนหัวเสียมาก เวิ่นเว้อไม่หยุด เซ็งจัดที่ทำให้จ๊อดเข้าใจผิด คิดว่าเธอกับอาร์ทเป็นแฟนกัน ซันกับอ้อมต้องปลอบให้ใจเย็น และรอให้จ๊อดอารมณ์ดี ค่อยหาทางอธิบายความจริง จูดี้สนับสนุนเต็มที่และชวนสามสาวให้ไปเตรียมตัวร่วมกิจกรรมโยคะกลางสวนแทน...เรื่องง้อผู้ชายเอาไว้ทีหลัง วันนี้ไปเล่นโยคะสวยๆก่อน!
ooooooo










