สมาชิก

ทางเดินแห่งรัก

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คน ใน "ทางเดินแห่งรัก"

แพทเดินออกจากร้านอาหารที่นัดเจอศศิด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สาสมใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามหวัง โดยเฉพาะท่าทีขอบอกขอบใจของโจ ที่เธอช่วยเปิดโอกาสให้ง้อภรรยาสุดที่รัก สุธีร์ไม่เข้าใจว่าสาวเปรี้ยวเพื่อนรักจะตีสนิทกับครอบครัวโจเพื่ออะไร แพทยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะบอกให้อดใจรอ...ยังมีเรื่องสนุกเกี่ยวกับครอบครัวนี้ให้ดูอีกเยอะ!

แต่ถึงกระนั้น...ศศิก็ไม่เปิดโอกาสง่ายๆ หนีออกจากร้านไปหลบภัยที่ร้านกาแฟจูดี้ แต่โจก็ไม่ละความพยายามจะง้อ ขอโทษขอโพยไม่หยุด พร้อมบอกว่าสำนึกแล้ว แต่ศศิก็ไม่สนใจฟัง จูดี้ทนไม่ไหว ต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล ร้อนถึงซัน อ้อมและเจนซึ่งเพิ่งมาถึงช่วยกันพูด โดยมีต้นกล้ากับข้าวหอมเป็นกำลังสำคัญ กดดันและขู่ทุกอย่าง ไม่อยากเป็นเด็กมีปัญหาบ้านแตก จนศศิเริ่มใจอ่อน

โจเห็นเป็นเวลาดี มอบดอกไม้ช่อใหญ่และสร้อยเพชรที่แพทช่วยเลือกเป็นของกำนัล แสงวูบวาบจากเครื่องประดับยอดนิยมของผู้หญิงทำให้ศศิตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มบางๆและเอ่ยปากยอมกลับบ้านแต่โดยดี โจปลื้มและตื่นเต้นมากที่ภรรยาจอมหึงและลูกๆจะกลับไปอยู่บ้านถึงกับทำอาหารเลี้ยงต้อนรับอย่างดี จนลูกๆทั้งสองอดทึ่งไม่ได้

กว่าสมาชิกครอบครัวทั้งสี่จะได้นอนบนเตียงก็ดึกดื่น ความคิดถึงที่มีมานาน ทำให้เลือกจะนอนบนเตียงเดียวกัน ต้นกล้ากับข้าวหอมหลับไปแล้ว โจเอื้อมไปจับมือศศิ พร้อมกับสัญญาเสียงหวานแต่หนักแน่น

“ต่อไปนี้ โจจะไม่ทำอะไรให้ศิโกรธอีกแล้ว โจสัญญา”

คืนเดียวกันที่ห้องอ้อม...เจ้าของห้องสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียว ที่ศศิคืนดีกับโจจนได้ วินพลอยอารมณ์ดีและมีความสุขไปด้วย แต่ก็ไม่วายถามถึงปฏิบัติการผลิตทายาท ว่าภรรยาสุดสวยจะเดินหน้าหรือจะรอไว้ก่อน

“อ้อมไม่ได้ลืมนะวิน แต่ไม่รู้ว่าจะไปคิดมากทำไม ในเมื่อหมอให้รอ เราก็ต้องรอ ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้”

“วินก็ว่าอย่างนั้น ยังไงหม่าม้าคงไม่ลากเราสองคนกลับบ้านเร็วๆนี้หรอก”

“อ้อมจะได้มีเวลาอยู่กับงานมากขึ้น อ้อมอยากออกหนังสือของตัวเองนานแล้ว คราวนี้จะได้เต็มที่กับมันสักที”

ขณะที่สถานการณ์ของศศิกับอ้อมคลี่คลาย คนที่ต้องหัวหมุนคือเจน เพราะต้องคิดหาทางเกลี้ยกล่อมอรสามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์เครื่องสำอางให้ได้ ซันเห็นเพื่อนรุ่นน้องเครียด เลยช่วยแนะนำและสนับสนุนเต็มที่

“งั้นคุณอรสานี่แหละคือกุญแจดอกสำคัญของแก ถ้าแกอยากเอาชนะพีอาร์คนอื่น และสร้างผลงานให้บริษัทเห็น แกก็ต้องเชิญเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ได้”

เจนมีสีหน้ามุ่งมั่น แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย เมื่อเห็นซันได้รับข้อความจากวุธ ให้ไปงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทเขา ที่จะจัดในวันรุ่งขึ้น ซันไม่ได้อยากไป แต่ขัดคู่ปรับหนุ่มไม่ได้ และไม่อยากให้ผิดสังเกต เลยต้องไปแสดงความยินดีด้วยตัวเองช่วงสายของวันถัดมา ดารณีกับจ๋าเฝ้ามองท่าทีสนิทสนมระหว่างซันกับวุธด้วยแววตาบางอย่าง โดยเฉพาะดารณี ถึงกับต้องหันไปถามลูกชายว่าซันมาที่นี่ในฐานะอะไร วุธไม่คิดมากตอบยิ้มๆ

“ซันเขาเป็นแรงงานหลักของบริษัทนี้...ยังไงก็ต้องมา”

ooooooo

แพทกับสุธีร์ได้รับข่าวร้ายแต่เช้าว่าบริษัทซันขายงานชนะ ได้เซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ โมโหและเจ็บใจมาก สองเพื่อนซี้ไม่เข้าใจเลยว่าซันจะตามจองล้างจองผลาญไปถึงไหน ต่างจากซันซึ่งเพิ่งได้รับข่าวดี ดีใจมากและรีบบอกให้วุธทราบด้วย คู่ปรับหนุ่มปลื้มและภูมิใจในตัวเธอมาก ถึงกับเอ่ยปากชม

“มันต้องอย่างนี้สิ ฝีมืออย่างเธอไม่เคยพลาดอยู่แล้ว”

“ฝีมือฉันคนเดียวที่ไหน นายก็ช่วยให้ไอเดียดีๆไว้ตั้งเยอะ ขอบใจนายมากนะวุธ”

“แค่ขอบใจไม่พอ เพราะต่อไปเธอต้องมาช่วยงานเราเป็นการตอบแทน”

ซันรับปากด้วยความยินดี ไม่รู้เลยว่าจ๋ากับดารณีมองจากอีกมุมด้วยแววตาสงสัย โดยเฉพาะดารณี ต้องหาทางคุยกับลูกชายตามลำพัง และถือโอกาสมอบของขวัญวันเปิดบริษัทด้วย วุธเห็นเป็นโฉนดอาคารนี้ เลยไม่อยากรับ

“นี่มันมากไปนะครับแม่ แม่ไม่จำเป็นต้องยกให้ผมก็ได้ ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมจะเช่า”

“วุธ...ศักดิ์ศรีน่ะมีได้ แต่อย่าให้มันสูงจนค้ำคอตัวเอง ที่จริง...แม่ให้ได้มากกว่านี้ แต่นี่แม่รู้ว่าวุธอยากยืนด้วยลำแข้งตัวเอง แม่ถึงปล่อยให้วุธทำอย่างต้องการ รับไปเถอะ แค่รับของที่แม่ให้ มันคงไม่ทำให้ลูกเสียศักดิ์ศรีใช่ไหม”

วุธเถียงไม่ออก จำต้องรับแบบไม่เต็มใจนัก แถมต้องอึกๆอักๆ เมื่อแม่ถามถึงซันว่าเป็นตัวต้นเหตุให้ลาออกจากงานเดิมหรือไม่ วุธรีบปฏิเสธ พร้อมอธิบายว่าอยากออกมาเปิดบริษัทเอง ไม่เกี่ยวกับซันเลย

ดารณีไม่เชื่อนัก แต่ไม่อยากซักไซ้ ได้แต่ทิ้งท้ายก่อนกลับ “วุธ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าทำให้จ๋าเสียใจเด็ดขาด คนอื่นจะเป็นยังไงแม่ไม่รู้ แต่แม่รู้ว่าจ๋าเป็นผู้หญิงที่เหมาะกับวุธที่สุด”

ระหว่างที่บริษัทซันได้เลี้ยงฉลองที่ขายงานใหญ่ได้ แพทกับสุธีร์ต้องเต้นผาง แค้นซันมากที่แย่งงานไป

“นังซันมันจะตามจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน มันเกิดมาเป็นคู่แข่งฉันตั้งแต่ตอนเรียนจนถึงตอนทำงาน”

“ใช่...ฉันยังจำได้ เธอกับยายซันแข่งกันเป็นที่หนึ่งของรุ่นมาตลอด” สุธีร์พลอยเคืองไปด้วย

แพทแทบปรี๊ดเมื่อนึกถึงผลแข่งขันของตนกับซันที่ผ่านมา “ตอนสอบแข่งกันขอทุนจากมหาวิทยาลัยงานนั้นยายซันก็ได้ ตอนสอบชิงทุนไปเรียนต่อโทที่อเมริกา ยายซันก็ได้อีก และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ฉันเจ็บใจมากที่สุด”

“เธอจะเดือดร้อนทำไม ระดับเธอน่ะ ถึงไม่ต้องขอทุนก็ไปเรียนได้สบายอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

“แต่ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องเงิน มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี การแข่งขันที่คนอย่างฉันไม่ควรจะแพ้ใคร!”

สุธีร์ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ผู้หญิงขี้อิจฉานัก แต่ก็ยุแยงและเป็นขุนพลอยพยักเต็มที่ แพทเลยได้ใจและหมายมาดจะต้องเอาคืนซันอย่างสาสมให้ได้...ฉันไม่ยอมเจ็บแบบนี้คนเดียวแน่!

ด้านจ๋า...ร้อนรนและไม่สบายใจเรื่องวุธมาก จนต้องโทร.ตามตี๋น้อยให้ช่วยจีบซันแบบจริงๆจังๆ เจ้าของฟาร์มกล้วยไม้หนุ่มสงสารเลยยอมทำตามที่ขอ ทำทีเหมือนมาแสดงความยินดีกับวุธถึงงาน ก่อนจะขอปลีกตัวไปคุยกับซันตามลำพัง เพราะอยากชวนเธอออกเดต ซันพยายามบ่ายเบี่ยงทุกทาง แต่เหมือนเขาจะตื๊อไม่เลิก หญิงเหล็กประจำรุ่นเลยตัดสินใจใช้แผนลวงบางอย่าง แล้วก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อตี๋น้อยพูดเปิดทาง

“งั้นผมขอพบคุณซันที่ไหนก็ได้ครับ คุณซันไปไหน ผมไปด้วย”

“คุณตี๋น้อยแน่ใจเหรอคะว่าอยากไปด้วยจริงๆ...”

เวลาเดียวกันที่ออฟฟิศเจน...ปุ๊กกี้หัวเสียมาก เพราะไม่มีใครที่ได้รับมอบหมาย สามารถเชิญอรสามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้เลย เจนครุ่นคิดถึงคำพูดแนะนำของซันเมื่อคืน เรื่องสร้างผลงานให้เตะตาคนในบริษัท เมื่อได้ยินว่าปุ๊กกี้จะให้เอาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ไปให้อรสาถึงบ้าน เลยถือโอกาสแอบติดรถไปด้วย

สาวใช้ในบ้าน รวมถึงตัวอรสาเข้าใจผิด คิดว่าเจนเป็นครูสอนโยคะหน้าเด็ก เลยปล่อยให้เข้ามา จนเมื่อครูสอนโยคะกำมะลอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ จึงได้ถึงบางอ้อ และจับเจนมาส่งหน้าบ้านในเวลาไม่นานหลังจากนั้น สาวบ้าโซเชียลหงุดหงิดมาก เธอกลับถึงออฟฟิศในบ่ายวันเดียวกัน อาร์ทซึ่งตามหาเธออยู่นานด้วยความเป็นห่วง อดไม่ได้จะถามว่าเธอแอบหนีไปเที่ยวเล่นที่ไหน ทิ้งให้ทุกคนในออฟฟิศตามให้วุ่น

เจนถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงว่าแอบไปหาอรสาถึงบ้าน หวังสร้างผลงานด้วยการเชิญไฮโซสาวมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ อาร์ทแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ เอ็นดูในความมุ่งมั่นของเธอ แม้จะผิดวิธีก็ตาม สองหนุ่มสาวคงเถียงกันอีกนาน ถ้าทิชาไม่มาแขวะเจนเหมือนเคย ว่าหายหัวไปตลอดเช้า เจนไม่ยี่หระ ลอยหน้าลอยตาตอบว่าเอาครีมตัวอย่างไปให้นักข่าว ทิชาเบ้หน้าไม่อยากเชื่อ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเหน็บแนมไปวันๆ

ooooooo

โจซาบซึ้งใจมากที่แพทช่วยให้คืนดีกับศศิ และตัดสินใจจะซื้อเครื่องประดับเพชรเล็กๆน้อยๆให้ เพื่อตอบแทนน้ำใจดีงามของเธอ ส่วนอ้อมนัดพบกับศรัณย์ไม่กี่วันต่อมาที่ร้านกาแฟจูดี้ ชายหนุ่มเจ้าของสำนักพิมพ์เสนอให้เธอเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับผู้หญิงสมัยใหม่ที่ต้องการตั้งท้อง อ้อมเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนได้ เพราะยังไม่ท้อง

“นั่นแหละที่ผมต้องการ ผมอยากให้คุณอ้อมเริ่มเขียนตั้งแต่กระบวนการแรกๆเลยว่าบรรดาสาวยุคใหม่ที่อยากมีลูก ต้องทำตัวยังไง มีวิธีการอะไรบ้างที่ช่วยได้ ยิ่งคุณอ้อมหาวิธีแปลกๆมาเขียนใส่ไปด้วยยิ่งดี”

อ้อมยิ้มบางๆ เริ่มเห็นเค้าลางความสนุก แค่คิดว่าจะได้เขียนเรื่องที่สนใจศึกษามาพักใหญ่ ศรัณย์พอใจมาก ที่อดีตนักเขียนในสังกัดตอบตกลงด้วยความเต็มใจ รับรองเป็นมั่นเหมาะ ถ้าได้รับการตอบรับดี จะรวมเล่มให้เธอเอง

แต่บรรยากาศคุยงานของอ้อมกับศรัณย์ก็ต้องอึมครึมทันตาเห็น เมื่อวินซึ่งลืมคีย์การ์ดคอนโดแวะมาหาภรรยาสุดสวย แล้วไม่ชอบใจเลยเมื่อเห็นเธอทำท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกับชายหนุ่มแปลกหน้าท่าทางสำอางเป็นพิเศษ จูดี้พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่เหมือนจะไม่ได้ผล อ้อมเลยต้องจัดการเอง ด้วยการแนะนำศรัณย์ให้รู้จักกับสามี สองหนุ่มทักทายกันด้วยท่าทางนิ่งๆ ต่างฝ่ายต่างเก็บอาการ เพราะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกันแน่

แล้ววินก็ทนเก็บความอึดอัดใจไม่ไหว ระเบิดอารมณ์ใส่ภรรยาสุดสวยทันทีที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

“ตายแล้ว...นี่วินหึงอ้อมหรือ”

“ก็ใช่น่ะสิ เห็นเมียตัวเองจับมือกับผู้ชายคนอื่น จะให้ไม่รู้สึกอะไรเลยได้ยังไง”

แทนที่จะสลด อ้อมกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กๆ “ดีใจจังเลย วินหึงอ้อมด้วยอ่ะ แต่อ้อมกับคุณศรัณย์น่ะ รู้จักกันมานานแล้ว ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ สบายใจได้ แต่ที่จริง...ถ้ามีก็ดีนะ วินจะได้หึงอ้อมบ่อยๆไง เวลาวินหึงแล้วน่ารักดี”

วินอยากจะบ้าตาย ที่ภรรยาไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรด้วย คิดได้ยังไงว่าเขาจะไม่หึง ส่วนอ้อมได้แต่มองมายิ้มๆ ชอบใจมากกว่ารำคาญ ที่เขาแสดงท่าทางหึงหวงเธอบ้าง ...จะได้รู้ว่ารักกันมากแค่ไหน

ด้านตี๋น้อย...ยืนหอบหายใจแทบไม่ทัน เมื่อตัดสินใจมาเดตกับซันในเช้าวันหนึ่ง หญิงเหล็กประจำรุ่นตัดสินใจใช้แผนสกัดดาวรุ่ง ชวนเขามาวิ่งออกกำลังกายแต่เช้า แต่ความบ้าพลังของเธอ ก็ทำให้คนไม่ค่อยออกกำลังกายอย่างเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้หนุ่มแทบหมดแรงนอนแผ่ อ้อมซึ่งมาวิ่งเป็นเพื่อน ถึงกับมองมาด้วยความเห็นใจ แต่ด้วยความเข้าใจอารมณ์และนิสัยเพื่อนรัก เลยได้แต่นิ่งเฉย ทำอะไรไม่ได้...ดูท่าจะอีกนานเลย กว่าซันจะหาคนมาดามใจได้!

แม้จะได้นั่งพักอยู่พักใหญ่ แต่ตี๋น้อยก็ไม่หายเหนื่อยง่ายๆ เมื่อไปพบจ๋าที่ร้านดอกไม้ช่วงสายวันเดียวกัน ก็ถึงกับถอนใจหนักหน่วง เพราะดูท่าภารกิจจีบคู่ปรับสาวของวุธจะยากไม่ใช่น้อย จ๋ามองมาด้วยความสงสาร เอ่ยเสียงเบาและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ว่าเขาไม่จำเป็นต้องทุ่มเทมากจนตัวเองแทบยืนไม่ไหวแบบนี้

“ก็จ๋าบอกให้เราหาโอกาสใกล้ชิดซันให้มากที่สุด พอคุณซันบอกว่าพอมีเวลาว่าง เราเลยรีบไปเจอ”

“ขอบใจนะที่อุตส่าห์ทำเพื่อจ๋า แต่คราวหน้าคราวหลัง ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้หรอก”

“แล้วนี่เราต้องตามจีบคุณซันไปถึงเมื่อไหร่”

“ก็จนกว่า...งานแต่งงานของจ๋ากับวุธจะสำเร็จลงด้วยดีน่ะสิ ถึงตอนนั้น เขาอาจจะชอบตี๋น้อยขึ้นมาก็ได้”

จ๋าพูดอย่างมีความหวัง ให้กำลังใจตัวเองเต็มที่ว่าสิ่งที่คิดจะได้ผล ต่างจากตี๋น้อย ไม่เห็นทางชนะใจซันเลย แต่เขาก็เลือกไม่พูดอะไร เพราะเชื่อว่าทุกอย่างที่เขาทำให้ จ๋าคงจะยิ้มได้และมีความสุขที่สุด

ooooooo

สถานการณ์ในบ้านโจกับศศิดีขึ้นมาก ต้นกล้ากับข้าวหอมพลอยมีความสุขไปด้วย ที่พ่อกับแม่ไม่ทะเลาะหรือเย็นชาใส่กันเหมือนที่ผ่านมา โจเห็นทุกคนในบ้านยิ้มได้ ก็พยายามปรับปรุงตัวเอง และเอาอกเอาใจภรรยาจอมหึงมากขึ้น อย่างเช่นวันนี้ ที่เขาเสนอให้ไป ดูหนังในวันหยุดสุดสัปดาห์และอาสารับส่งลูกๆที่โรงเรียนเอง

ศศิสบายใจขึ้นมาก ยืนมองลูกๆกับสามีนั่งรถออกไปด้วยแววตาเปี่ยมสุข สุขป้าแม่บ้านมายืนข้างๆ กระซิบเสียงเบาว่าดีใจแค่ไหน ที่ความประพฤติตัวของโจดีขึ้นมาก บรรยากาศในบ้านจึงสงบสุข ไม่เหมือนที่ผ่านมา ศศิยิ้มรับบางๆ หวังสุดใจว่าโจจะกลับตัวกลับใจ ได้จริงๆ ไม่ก่อเรื่องให้เธอปวดหัวหรือปวดใจอีก

แต่โจคงคาดไม่ถึง ว่าสิ่งที่เขาจะทำในเช้าวันเดียวกัน จะทำให้ครอบครัวร้าวฉานในไม่ช้า ด้วยการนำของกำนัลเล็กๆน้อยๆ เป็นเครื่องประดับเพชรชิ้นเล็กๆ มอบให้แพทเพื่อตอบแทนความดีของเธอ สาวเปรี้ยวประจำรุ่นดีใจมาก พยายามข่มความตื่นเต้นแทบตาย ไม่แสดงอาการให้ใครๆสงสัย แต่เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับสุธีร์ ก็อดแสยะยิ้มร้ายไม่ได้ สาสมใจมากที่โจตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย...คราวนี้ก็ถึงเวลาของแผนขั้นต่อไป

ฝ่ายเจน...ตั้งหน้าตั้งตาติดต่ออรสาทุกทาง แต่ก็ต้องผิดหวังทุกครั้ง เพราะไฮโซสาวตัดบทและตัดการสื่อสารหมด อาร์ทสงสารและเห็นใจเธอ เลยเสนอให้ตามไปขอพบถึงบ้านอีกครั้ง แต่สาวบ้าโซเชียลก็ไม่สนใจ หมกมุ่นกับมือถือจนเขาอดเซ็งไม่ได้ ที่เธอไม่ตอบสนองเขาเลย เจนปรายตามองเขาหน่ายๆ ก่อนจะอธิบายเสียงเคร่ง

“ฉันไม่ได้เล่นมือถือเฉยๆนะ แต่ฉันกำลังใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ แล้วตอนนี้ฉันก็ใช้วิธีฉลาดล้ำเลิศที่สุดในการติดตามคุณอรสา...ด้วยการตามนางในไอจี”

อาร์ทอดทึ่งไม่ได้ในความพยายามของเจน และอาสาแข็งขันจะพาเธอไปร้านอาหารหรูกลางเมือง สถานที่ ล่าสุดที่อรสาบอกไว้ในไอจี ว่ากำลังทานอาหารและสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่นั่น หนุ่มเซอร์คู่กัดเสนอให้เดินเข้าร้านแบบลูกค้า แต่เจนรีบปฏิเสธเสียงหลง เมื่อได้เห็นเมนูเต็มตา

“นายจะบ้าหรือ อาหารแพงขนาดนี้ จะกินเข้าไปได้ยังไง อาหารจานละเกือบสองพัน น้ำเปล่าขวดละหกร้อย”

“ร้านแบบนี้ก็ราคานี้แหละ แล้วนี่จะเข้าไปหรือเปล่า”

“เข้าสิ...แต่ฉันไม่มีทางยอมเสียเงินห้าหกพันเพื่อการนี้หรอกนะ เก็บเงินไว้ซื้อกระเป๋าใหม่ดีกว่า”

“ไอ้กระเป๋าใบนี้ของคุณก็เหมือนกัน ไม่ต้องถือเข้าไปให้เขาหัวเราะเยาะหรอก”

เจนก้มมองกระเป๋าตัวเองงงๆ ย้อนถามด้วยความสงสัย อาร์ทยักไหล่เบาๆ ชี้แจงเสียงอ่อน “คุณ...อาชีพผมน่ะ กราฟฟิกดีไซเนอร์นะ มันก็ต้องมีความรู้เรื่องสินค้าแฟชั่นบ้าง ระดับผมยังดูออก ระดับคุณอรสาจะไปเหลืออะไร”

ขาดคำเจนก็ยกกระเป๋าปลอมของตัวเองให้เขาถือ ก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้าน เพื่อปฏิบัติภารกิจที่ตั้งใจมานาน แต่ก็ต้องผิดหวังอีกรอบ เมื่ออรสาปฏิเสธจะเสวนาด้วย แถมสั่งให้พนักงานเสิร์ฟพาเธอออกมาอีกต่างหาก

อาร์ทไม่รู้จะปลอบหญิงสาวคู่กัดอย่างไรดี ได้แต่ยืนประกบข้างๆ เหมือนอยากจะอยู่เป็นเพื่อนมากกว่าจะซ้ำเติม แล้วก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อเจนไม่มีท่าทางเหมือนหมดกำลังใจอย่างที่นึกกลัว แถมประกาศกร้าวไม่ยอมแพ้อีกต่างหาก

“ไม่เคยได้ยินหรือไงว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ฉันจะตามคุณอรสาต่อไป มันต้องมีสักครั้งที่เขาจะใจอ่อน”

อาร์ทแอบประทับใจเธอขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังสงสัยว่าเจนจะได้อะไรจากความทุ่มเทนี้ เจนชี้ที่หน้าตัวเอง ก่อนจะบอกว่าอยากพิสูจน์ความสามารถให้ทุกคนเห็น อาร์ทส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู

“คุณนี่มันที่สุดของความรั่วเลยรู้ตัวหรือเปล่า แล้วนี่จะไปไหนต่อ กินข้าวไหม”

เจนอยากจะตอบรับคำชวน แต่สุดท้ายก็ต้องปฏิเสธ เพราะแก๊งเพื่อนสนิทส่งข้อความมาตามตัวด่วน!

และสาเหตุที่เจนต้องกระหืดกระหอบมาร้านกาแฟจูดี้ พร้อมๆกับซันและอ้อม ก็เพราะศศิดันเสนอตัว เป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวตอบแทนแพทที่บ้าน ตอบแทนที่ทำให้คืนดีกับโจ สามสาวค้านหัวชนฝาเพราะไม่ไว้ใจแพท

ศศิถอนใจหนักหน่วง “พวกแกระแวงเกินไปป่ะ พี่รู้น่าว่ายายซันกับคุณแพทไม่ค่อยจะถูกกัน แถมยังเป็นคู่แข่งกันเรื่องงานอีก แต่เรื่องพี่กับคุณแพทเนี่ย มันไม่เกี่ยวกันนี่ เขาทำงานกับสามีพี่ แล้วพี่กับเขาไม่เคยบาดหมางกันมาก่อน เมื่อเขาดีกับพี่ พี่ก็ต้องดีกับเขา จะให้ไปตั้งป้อม โกรธเขาตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันมันคงไม่ได้ เราไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”

ถึงจะเข้าใจเหตุผลศศิดี แต่ซันก็ไม่ละความพยายาม จะอธิบายความเชื่อตัวเอง “ที่ซันเตือนพี่ศิไม่ใช่เพราะอคตินะคะ แต่ซันรู้จักเขามาก่อน แพทไม่ใช่ผู้หญิงโง่ แล้วก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะทำดีกับคนอื่นโดยไม่หวังผล”

“เขาจะมาหวังอะไรกับพี่ พี่ไม่มีผลประโยชน์อะไรจะให้เขาซะหน่อย”

เจนกับอ้อมช่วยพูดเต็มที่ว่าโจอาจเป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะตอนเกิดเรื่องลัดดา แพทก็เป็นคนส่งรูปมาให้

“แต่พวกแกอย่าลืมว่าแพทก็เป็นคนช่วยให้พี่คืนดีกับโจ แถมยังช่วยแนะนำโจให้ซื้อสร้อยเพชรให้พี่ด้วย ถ้าเขาคิดร้าย ก็คงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้”

จูดี้เห็นท่าไม่ดี พยายามช่วยไกล่เกลี่ย แต่ไม่วายแนะให้ศศิระวังแพทไว้บ้าง ศศิโบกมือห้ามพร้อมตัดบท

“พี่บอกตรงๆนะ ที่จริงพี่ก็ยังไม่ไว้ใจคุณแพทร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้เรายังสรุปอะไรไม่ได้ ที่พี่ยอมให้เขามากินข้าวที่บ้าน เพราะพี่เองก็อยากรู้จักมากขึ้น

พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะมีแผนอะไรหรือเปล่า”

ooooooo

ถึงศศิจะยืนยันว่าลงมือเชิญแพทมาทานข้าวที่บ้านเพื่อหยั่งเชิงดูท่าที แต่แก๊งเพื่อนสาวก็ไม่สบายใจนัก โดยเฉพาะซัน ความฝังใจเรื่องความร้ายกาจของแพทที่เจอมาตลอด ทำให้อดระแวงไม่ได้ จนอ้อมต้องปลอบให้ทำใจ

“แพทเขารู้ว่าเจ๊สนิทกับซัน เขาอาจจะตีสนิทกับเจ๊เพื่อให้ซันเจ็บใจก็ได้”

“หรือไม่ก็ใช้พี่ศิเป็นเครื่องมือมาเล่นงานพี่ซัน” เจนเสนอความเห็นบ้าง

ซันถอนใจยาว “ถ้าเป็นเรื่องพวกนั้นฉันยังพอรับมือได้ ขออย่างเดียว...เป้าหมายของยายแพทอย่าเป็นพี่โจแล้วกัน ไม่อย่างนั้นพี่ศิเจอศึกหนักแน่ เพราะคู่ท้าชิงคนนี้จะน่ากลัวกว่าทุกคนที่พี่ศิเคยเจอมา”

สังหรณ์ของซันไม่ได้เกินจริงเลย เพราะแพทปลื้มของกำนัลจากโจมาก ถึงขนาดพกติดตัวมาทำงานด้วย สุธีร์เห็นเข้าก็อดถามด้วยความแปลกใจไม่ได้ ไม่เข้าใจเลยว่าสาวเปรี้ยวเพื่อนรักจะอินอะไรกับโจนักหนา

“เพราะพี่โจให้มาน่ะสิ มันถึงได้สำคัญ ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนให้ของขวัญฉันโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน”

“นี่หล่อน...จากที่จะป่วนเขาเล่นๆ อย่าบอกนะว่าตอนนี้จะเอาจริง”

“ใช่...ก็เริ่มอยากจะได้ขึ้นมาจริงๆแล้ว”

สุธีร์ยกมือกุมขมับ อยากจะเป็นบ้าตายกับความคิด เพื่อนสาว “โฮ้ย...นี่แกจะดราม่าเป็นสาวน้อยวัยแรกรักอะไรกันตอนนี้ ถ้าแกไปตกหลุมรักเขาเข้าจริงๆล่ะก็ แผนแก้แค้นยายซันของฉันมันก็หมดสนุกสิยะ”

“มันจะสนุกกว่าเดิมต่างหาก นังซันกับพี่ศิเป็นพี่รักน้องรักกัน ถ้าคนหนึ่งเจ็บ แกคิดว่าอีกคนจะมีความสุขไหม”

“ถ้าพี่เจ็บ น้องก็เจ็บ อืม...ลึกล้ำนะยะหล่อน”

“ฉันบอกแล้วไงว่างานนี้ฉันจะไม่ยอมเจ็บคนเดียว”

ไม่ใช่แค่แก๊งสี่สาวเท่านั้นที่มีลางสังหรณ์บางอย่าง วิภาก็ผวาไม่แพ้กัน เมื่อฝันร้ายคล้ายเป็นลางว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับสมาชิกในครอบครัว แต่ครั้นจะเร่งรัดให้อ้อมท้องเพื่อแก้เคล็ด ก็ทำได้ยากลำบาก เลยเปลี่ยนไปฝากความหวังไว้ที่วศิน ให้ช่วยแต่งงานและมีลูกแทน

วศินพยายามบ่ายเบี่ยง ความลับเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวเองเป็นอุปสรรคสำคัญ กลัวพ่อแม่จะเสียใจ แต่ก็ใจไม่ถึงจะสารภาพตามตรงว่าตัวเองไม่มีวันแต่งงาน แต่วิภาไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้น ความกังวลเรื่องลางร้าย ทำให้ร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติด คะยั้นคะยอและกดดันให้ลูกชายคนเล็กหาเมีย...ถ้าไม่มี หม่าม้าจะหาให้เอง!

แม้จะพร่ำบอกตัวเองให้ตัดใจ แต่เมื่อวุธโทร.ชวนไปฟาร์มผักออร์แกนิกของลูกค้า ก็ปฏิเสธไม่ลง ยิ่งเขาเอาบุญคุณครั้งก่อนมาอ้าง เลยยิ่งหมดทางเลือก ต้องตอบตกลง พลางปลอบใจตัวเองเซ็งๆว่าคงไม่มีอะไรมาก

ส่วนเจนไม่ละความพยายามเรื่องอรสา และลงทุนสะกดรอยตามถึงสปอร์ตคลับชื่อดัง แต่ก็ติดปัญหาที่เธอไม่ใช่สมาชิก พนักงานเลยไม่ยอมให้เข้าไปด้านใน อาร์ทซึ่งตามมาเป็นเพื่อน ฉวยโอกาสตอนเธอรับโทรศัพท์จากปุ๊กกี้ แอบยื่นอะไรบางอย่างให้พนักงานดู เมื่อเจนหมุนตัวกลับอีกที เลยได้รับอนุญาตให้เข้าไปใช้บริการ สาวบ้าโซเชียลมึนงงไปอึดใจ แต่ก็ไม่ติดใจสงสัยมาก นอกจากคิดเข้าข้างตัวเองว่าพนักงานคงแพ้ความสวยของเธอแน่ๆ

แต่ถึงจะเข้าไปพบอรสาได้โดยง่าย แต่ก็ถูกไฮโซสาวปฏิเสธ และตั้งท่าจะโวยวายใส่ โชคดีที่ปุ๊กกี้โทร.มาตามงานอีกครั้ง เจนเลยต้องผละไปเคลียร์เสียก่อน อาร์ทเห็นท่าไม่ดี สงสารเลยตัดสินใจทำบางอย่าง เมื่อเจนกลับเข้ามาพบอรสาอีกครั้ง ก็ต้องยิ้มกว้างหน้าบาน เมื่อไฮโซสาวตอบตกลงจะไปเป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องสำอางให้

อาร์ทลอบมองท่าทางมีความสุขของเจนขำๆแล้วต้องตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เมื่อเธอเอะใจถามว่าเขาไปทำอีท่าไหน อรสาถึงยอมตอบตกลง ทั้งที่เธอพยายามหลายครั้ง แต่ไฮโซสาวก็ไม่เคยตอบตกลง เจนไม่ยอมแพ้ ทั้งคาดคั้นและซักไซ้จนอาร์ทต้องตอบแบบขอไปทีว่าอรสาคงตกลงเพราะเห็นแก่หน้าหล่อเหลาของเขา

“ว่าแล้วเชียว นี่นายต้องไปหว่านเสน่ห์อะไรเขาแน่ๆ หรือว่านายเป็นพวกชอบเข้าหาผู้หญิงอายุมากกว่า”

“เฮ้อ...คิดอะไรของคุณเนี่ย”

“แล้วคุณอรสาก็คงเป็นประเภทชอบกินเด็ก เห็นนายก็เลยถูกใจ เขาถึงยอมตกลงรับปากง่ายดายขนาดนั้น”

“ไปกันใหญ่ นี่คุณเลิกเซ้าซี้เรื่องผมเถอะ ผมช่วยคุณขนาดนี้ งานผมยังไม่เสร็จเลยนะ ต้องมายุ่งกับคุณเนี่ย”

เพราะน้ำเสียงตัดพ้องอนๆของเขาแท้ๆ ทำให้เจนใจอ่อน ยอมพาเขาไปเลี้ยงข้าวที่ร้านประจำ...

ooooooo

จ๋าทราบเรื่องวุธจะไปดูงานที่ฟาร์มผักออร์แกนิกกับซันแบบสองต่อสอง ก็อดรนทนไม่ได้ ต้องขอตามไปด้วย ไม่อยากให้หนุ่มสาวคู่ปรับอยู่ด้วยกันตามลำพัง วุธมีท่าทีอึดอัดตอนแรกๆ ก่อนจะรับปากแต่โดยดี พร้อมนัดแนะว่าจะมารับแต่เช้า จ๋ายิ้มรับบางๆ โล่งใจที่เขาไม่ขัดขวาง แต่ก็ไม่สบายใจเลย กลัวต้องเห็นภาพบาดใจเหมือนที่ผ่านๆมา

ร้านประจำของเจนคือร้านกาแฟของจูดี้ อาร์ทไม่มีท่าทีเขินอายหรือประหม่าเลย ตอนที่ถูกจูดี้ซักไซ้ว่ากลายเป็นเพื่อนสนิทกับเจนได้ยังไง เจนเห็นหนุ่มเซอร์คุยถูกคอกับเจ้าของร้านสาวอย่างรวดเร็ว ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้

“เห็นไหม...ฉันบอกแล้วว่านายมีเสน่ห์กับผู้หญิงอายุมากกว่า ฉันไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมคุณอรสาถึงใจอ่อน”

เจนคิดเองเออเองเป็นตุเป็นตะ อาร์ทส่ายหน้าอ่อนใจ คร้านจะแก้ตัว...อยากคิดอะไรก็คิดไป

และแล้ววันไปเยี่ยมฟาร์มผักออร์แกนิกก็มาถึง วุธเตรียมตัวไปรับแฟนสาวแต่เช้าอย่างที่รับปาก แต่กลายเป็นจ๋าเองที่ต้องขอตามไปทีหลัง เพราะติดออเดอร์ลูกค้ากะทันหัน ซันเลยต้องไปกับวุธแบบสองต่อสอง โดยที่อ้อมกับเจนซึ่งแอบตามมาส่งเพื่อนสาวห่างๆ มองตามด้วยความเหนื่อยใจ...หาเรื่องอีกแล้วยายซัน

บรรยากาศฟาร์มผักน่ารัก อบอุ่นและเป็นกันเองมาก โดยเฉพาะเจ้าของฟาร์ม ที่มาต้อนรับวุธกับซันด้วยตัวเอง

“ฟาร์มของเราเน้นการปลูกพืชผักอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมี พวกผักต่างๆนี่เราปลูกมานานแล้ว แต่ก็ขายกันในวงแคบๆ ตอนนี้เรากำลังจะเริ่มทำนาปลูกข้าวกันเองด้วย ที่ผมอยากให้คุณวุธมาทำการตลาดให้ เพราะตั้งใจจะขยายตลาด อยากให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

วุธกับซันเพลิดเพลินกับการเยี่ยมชมฟาร์มผัก ไม่รู้เลยว่า เวลาเดียวกันนั้นเอง...จ๋าโทร.ขอให้ตี๋น้อยมารับเพื่อไปสมทบ แต่ก็ตามไปไม่ได้ทันที เพราะเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้หนุ่มดันมีธุระเร่งด่วน ต้องแวะไปตรวจงาน วุธกับซันเลยได้ใช้เวลาด้วยกันต่อไป พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เหมือนที่ชอบทำมาตลอด

“ที่จริงงานนายนี่มันสบายจริงๆนะ ชักจะอิจฉาซะแล้วสิ ดูแลโปรเจกต์เล็กๆ ลูกค้าก็น่ารักสบายๆ”

“นี่เป็นเหตุผลที่เราเปิดบริษัทเองไงล่ะ เรามีสิทธิ์เลือกลูกค้า ไม่ใช่คอยแต่จะให้ลูกค้ามาเลือกเรา”

“แต่โปรเจกต์แบบนี้ เงินมันไม่เยอะนะวุธ”

“ที่เรารับงานของฟาร์มนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เราเลือกรับงานโดยดูจากสินค้าและลูกค้าเป็นหลัก คุณสยามเจ้าของฟาร์มแกเป็นนักธุรกิจที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำธุรกิจแบบมีความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อให้ได้ค่าจ้างไม่มากเราก็เต็มใจทำ เราว่าถ้าเราจะขายอะไร เราก็ต้องรักแล้วก็เชื่อในสิ่งที่เราจะขายก่อน”

“ฉันเข้าใจนายนะ แต่บอกตรงๆว่าฉันคงทำแบบนายไม่ได้ งานของฉันคือทำงานตามคำสั่งลูกค้าให้ดีที่สุด ต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ลูกค้าขายของให้ได้มากที่สุด”

“แล้วเธอจะมีความสุขตอนไหน”

ซันไม่ทันตอบ ก็ต้องกระโดดหนีน้ำที่ใช้รดผัก ซึ่งพุ่งมาจากทุกทิศทุกทางเสียก่อน วุธหัวเราะ ก่อนจะจูงมือเธอออกจากบริเวณนั้น กลายเป็นเรื่องขบขันและสนุกสนานมากกว่าหงุดหงิดเพราะต้องเปียกอย่างที่ควรจะเป็น แต่ผลจากการวิ่งฝ่าน้ำรดผัก ทำให้มือถือวุธเปียก เครื่องพังติดต่อไม่ได้ แต่เขาก็ไม่กังวลนัก เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ต่างจากจ๋าที่เพียรโทร.หาเขาหลายครั้ง และเริ่มระแวงว่าแฟนหนุ่มกับคู่ปรับสาวจะทำอะไรลับหลัง

แต่ซันกับวุธก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่จ๋าคิด เจ้าของฟาร์มเห็นสองหนุ่มสาวชื่นชอบบรรยากาศในฟาร์ม เลยขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก โดยจัดการถ่ายให้สองภาพตามคำขอของวุธ แต่ซันกลับไม่ยอมรับภาพส่วนของตนไว้ ไม่อยากให้ความหวังกับตัวเอง หรือทำอะไรก็ตามให้ใครเข้าใจผิด แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้หัวใจตัวเอง ต้องแอบกลับไปขอภาพนั้นจากเจ้าของฟาร์มก่อนกลับกรุงเทพฯ พร้อมข้ออ้างแบบขอไปที...ว่าเพิ่งนึกได้ เผื่อเอาภาพนี้ไปใช้งาน!

ฝ่ายจ๋ามัวชื่นชมกับกล้วยไม้นานาพันธุ์ในฟาร์มของตี๋น้อย จนแทบลืมเวลาและสาเหตุที่ต้องออกจากกรุงเทพฯ กว่าจะถึงฟาร์มผักก็ต้องผิดหวัง เพราะซันกับวุธกลับไปนานแล้ว เธอพยายามโทร.หาแฟนหนุ่มอีกหลายครั้ง แต่ก็เข้าสัญญาณปิดเครื่องเหมือนเดิม เกือบจะบ้าตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ทราบจากซันเสียก่อนว่าวุธมือถือเปียกน้ำ

แต่ถึงจะเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้ติดต่อวุธไม่ได้ตลอดบ่าย แต่ความรู้สึกบางอย่างตามสัญชาตญาณผู้หญิง ก็ทำให้จ๋าอดระแวงไม่ได้ และตัดสินใจแน่วแน่ จะต้องรีบจัดการเรื่องแต่งงานให้เร็วที่สุด!

ooooooo

แม้จะพร่ำบอกตัวเองให้ตัดใจจากวุธ แต่ความสุขและบรรยากาศอ่อนหวานจากตอนเยี่ยมชมฟาร์มผัก ก็ทำให้ซันอดเก็บไปฝันถึงไม่ได้ และท่าทางเหม่อลอย ออกแนวเคลิ้มนิดๆ ก็ไม่รอดพ้นสายตาแก๊งเพื่อนสาว โดยเฉพาะอ้อมกับเจนที่เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่เช้า จนต้องโพล่งออกไปด้วยความอึดอัด

“ไหนว่าจะตัดใจ แต่กลับออกไปด้วยกันบ่อยๆแบบนี้ มันจะมีปัญหาตามมานะซัน” อ้อมเปิดฉาก

“ฉันก็พยายามแล้ว แต่บางทีก็เลี่ยงไม่ได้นี่แก เขาช่วยงานฉัน ฉันก็ต้องมีน้ำใจกับเขาเป็นการตอบแทน ฉันก็เป็นคนธรรมดานะอ้อม ไม่ใช่หญิงเหล็กมาจากไหน ถ้าจะตัดใจจากผู้ชายที่แอบชอบมาเกือบสิบปี มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”

“ใช่...มันไม่ง่าย แต่แกกำลังจะทำให้มันยากขึ้น” อ้อมสวน

“ฉันก็พยายามให้โอกาสตัวเอง ลองไปเจอผู้ชายอื่นๆตามที่แกแนะนำมาแล้วไง”

เจนส่ายหน้าเซ็งๆ ก่อนจะบอกว่าซันยังไม่ชอบใครสักคน ซันตั้งท่าจะเถียง แจงข้อเสียของผู้ชายเหล่านั้นอย่างที่เคยทำตลอด อ้อมต้องโบกมือห้าม พร้อมแหวกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้อเสียของผู้ชายที่แกไปเจอมาน่ะนะ มันก็เป็นข้อเสียของผู้ชายในโลกนี้ที่พบเห็นได้ทั่วไป มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดจะรับไม่ได้สักหน่อย แต่ปัญหาของแกคือ ตัดเรื่องวุธออกจากใจไม่ได้ แกเลยไม่เปิดใจให้ผู้ชายคนอื่น!”

ซันพูดไม่ออก ต้องยอมให้เพื่อนรักทั้งสองสาธยาย ถึงวิธีการตัดใจจากผู้ชายสักคน และหนทางดีที่สุดคือ หักดิบ ไม่เจอหน้าและไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ไม่ว่ากรณีใดๆ

จนกว่าวุธจะแต่งงาน ที่สำคัญ...ยกเลิกจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้จ๋าด้วย!

ไม่ใช่ซันคนเดียวที่ต้องลำบากใจ วุธเองก็ทุรนทุรายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงวันเก่าๆตอนซันฉีกรูปเขาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ลบข้อกล่าวหาที่ว่าเธอแอบชอบเขา ภาพในวันนั้นยังฝังหัวเขาไม่ลืมเลือน จนกระทั่งวันนี้

ที่เธอปฏิเสธภาพถ่ายจากเจ้าของฟาร์มผัก ก็ยิ่งตอกย้ำความเชื่อว่าเธอไม่เคยมีใจให้เขาเลย

ด้านแพท...ไปทานข้าวที่บ้านโจตามคำเชิญของศศิ โดยมีต้นกล้ากับข้าวหอมช่วยต้อนรับอย่างดี เพราะประทับใจความสวยของแขกสาว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ โจกับศศิผลัดกันเล่าวีรกรรมสมัยเป็นคู่รักว่าแตกต่างจากตอนนี้แค่ไหน แพทหมั่นไส้มาก แต่ต้องตีหน้ายิ้มแย้ม ชื่นชมจากใจจริงที่ศศิยอมสละอาชีพการงานที่กำลังรุ่งเรืองมาเป็นภรรยาและแม่ของลูกๆที่น่ารักทั้งสอง

ภาพความอบอุ่นและความรักของสองสามีภรรยาทำให้แพทหัวเสียมาก แต่ต้องพยายามข่มไว้ เมื่อโจชวนไปดูหนังกับครอบครัวก็แกล้งทำอึกอัก ก่อนจะตอบรับด้วยความยินดี แต่ขอไปเดินช็อปปิ้งกับศศิแทนดูหนัง สองสาวเพลิดเพลินกับสินค้ามากมายจนเกือบลืมเวลาแพทรออยู่นานกว่าจะได้จังหวะชวนศศิคุยตามที่วางแผนไว้

“แพทนับถือพี่ศิมากเลยนะคะ ยิ่งรู้ว่าพี่ศิกล้าทิ้งงานที่ตัวเองรักมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลาแบบนี้”

ศศิยิ้มบางๆ ก่อนจะบอกสิ่งที่ตัวเองคิด “บอกตรงๆนะ พี่กลับอิจฉาสาวๆรุ่นแพทกับซันมากกว่า ที่มีโอกาสใช้ชีวิตตัวเองให้เต็มที่ ได้ใช้สมองสร้างงาน ใช้ฝีมือขับเคี่ยวกันว่าใครจะขายงานได้ ความรู้สึกแบบนี้มันตื่นเต้นท้าทายกว่าการเป็นแม่บ้านเยอะเลย ตอนนี้พี่เป็นแค่มนุษย์แม่ กระเซอะกระเซิงธรรมดา น่าเบื่อ”

“ถ้าเป็นแพท พอแต่งงานแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยอมเสียสละงานตัวเองได้หรือเปล่า”

คำว่าแต่งงานจากปากแพท ทำให้ศศิคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะแต่งงาน แพทลอบยิ้มร้ายก่อนจะบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนประเด็นว่าเป็นแค่คนดูใจกันเท่านั้น อย่าเพิ่งคิดไปไกล ศศิไม่ติดใจอะไรมาก เมื่อแพทขอให้ช่วยเลือกเนคไทก็ให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ก่อนจะซักถามถึงบุคลิกของคนที่จะซื้อให้

“เขาหล่อ ฉลาด อบอุ่น ใจดี ขี้เล่น มีเสน่ห์ เป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่บางทีก็ทำอะไรห่ามๆแบบที่เราไม่คิดมาก่อน”

“ที่บอกมานี่แอบคล้ายโจเหมือนกันนะเนี่ย”

“เหรอคะ นั่นสิคะ...ก็มีส่วนคล้ายอยู่บ้าง”

ศศิมัวสนใจเนคไทตรงหน้า จนไม่ทันสังเกตสีหน้ากะหยิ่มยิ้ม น้ำเสียงเหมือนอยากบอกอะไรบางอย่างของแพท และเมื่อเธอยื่นเนคไทที่น่าสนใจไปให้ แพทก็ยิ้มกว้าง แล้วเปรยขึ้นยิ้มๆ

“พี่ศิรู้ไหมคะ ว่าการให้เนคไทผู้ชายมันสื่อความหมายว่ายังไง มันหมายถึงว่า...ฉันอยากเป็นเจ้าของคุณ”

ศศิไม่คิดมาก เข้าใจว่าแพทคงตกอยู่ในห้วงรักกับใครสักคน ถึงขนาดเพ้อระหว่างซื้อของ เลยถือโอกาสอวยพรให้สมหวัง แพทไม่ตอบอะไร ยิ้มรับบางๆ แต่แฝงความหมายลึกลับ...ขอให้สมพรปากนะคะพี่ศิ

วันเดียวกันที่คอนโดอ้อม...ศรัณย์แวะเอาของฝากจากเมืองนอกมาให้ เป็นวิตามินบำรุงการตั้งครรภ์หลายชนิด เช่นเดียวกับวศิน ที่มาพร้อมยาบำรุงแผนไทยจากวิภา สองหนุ่มมองหน้ากันนิ่งๆ อึ้งไปอึดใจเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าหากัน แต่อ้อมไม่ทันสังเกต มัวหมกมุ่นกับกองยามากมาย...กินเท่าไหร่จะหมดล่ะเนี่ย

แต่คนที่ไม่สนุกด้วยเลยคือวิน โดยเฉพาะเมื่อศรัณย์ส่งข้อความมาเตือนให้ภรรยาคนสวยทานวิตามิน ก็โมโหหึง รวบวิตามินทั้งถุงไปเก็บไว้ในตู้ อ้อมไม่ถือสาอารมณ์หงุดหงิดของสามี ชอบใจเสียอีก...เขาหึงแปลว่าเขาแคร์เรามาก

ooooooo

ทางเดินแห่งรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด