สมาชิก

ทางเดินแห่งรัก

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คน ใน "ทางเดินแห่งรัก"

เจนมาถึงที่ทำงานแต่เช้า พร้อมถุงใส่เสื้อคืนให้อาร์ท แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมญาติดีกับเขาง่ายๆ ยังหยิ่งและฝังใจกับเรื่องในอดีต ที่หนุ่มเซอร์ชอบขวางและแขวะเธอตลอด ส่วนอ้อมนั่งปั่นงานที่ร้านกาแฟจูดี้ในเช้า วันเดียวกัน เพราะมัววุ่นเรื่องแต่งงาน เลยละเลยเรื่องงานเขียนหนังสือไปพักใหญ่

จูดี้เห็นอ้อมมีสมาธิจดจ่อกับงาน เลยไม่อยากรบกวน แต่ดันถามถึงแอ๋ว สาวใหญ่เพื่อนร่วมคอนโดที่ตั้งท้องได้หกเดือน ทั้งที่อายุขึ้นเลขสี่มาหลายปี ทำให้นักเขียนสาวหูผึ่ง หมดอารมณ์ปั่นงานและรีบตามไปพบสาวใหญ่ หวังถามเคล็ดลับให้ตั้งท้องบ้าง โดยมีจิตสมรตามป่วนไม่เลิก แถมโฆษณาใหญ่ว่าแอ๋วตั้งท้องเพราะยาบำรุงสูตรพิเศษของเธอ

แอ๋วมีท่าทีอึกอัก ก่อนจะโพล่งออกไปว่าซื้อยาจากจิตสมรจริง แต่ทานเป็นปีก็ไม่ได้ผล เลยต้องหันไปพึ่งการฝังเข็ม แล้วความฝันก็เป็นจริง เพราะแค่สามครั้งก็ตั้งท้องสมใจ อ้อมตื่นเต้นมาก ตัดสินใจไปพบหมอฝังเข็มใน วันรุ่งขึ้น แต่ก็ต้องหนักใจ เพราะหมอแนะให้ทำจิตให้ปลอดโปร่ง อย่าคิดโน่นนี่ให้วุ่นวาย และเมื่อใจสงบค่อยกลับมาฝังเข็ม

ในขณะที่อ้อมกังวลเรื่องตั้งท้อง ซันก็มีสภาพไม่ต่างกัน สับสนและรู้สึกผิด ต้องไล่สุธีร์ออกตามคำสั่งเจ้านาย แม้จะเป็นเหตุผลเรื่องงาน แต่ก็อดเครียดไม่ได้ และกว่าจะรู้ตัว หญิงเหล็กประจำออฟฟิศก็ตรงไปหาวุธถึงออฟฟิศใหม่เพื่อระบายความอึดอัด และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะแม้จะยังไม่รู้ละเอียดเรื่องความทุกข์เธอ แต่ก็เป็นเพื่อนคุยที่ดี

เวลาเดียวกันที่ร้านดอกไม้ของจ๋า...สุธีร์แค้นซันมาก เลยฟ้องแพทกับจ๋าว่าหญิงเหล็กประจำรุ่นเป็นพวกเห็นแก่ตัว ใช้งานลูกน้องราวกับทาส และเหยียบหัวคนอื่นเพื่อตำแหน่งใหญ่โต จ๋าไม่ค่อยเชื่อว่าซันจะเป็นคนแบบนั้น แต่ไม่ทันโต้ แพทก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ เข้าข้างสุธีร์เต็มที่

“ซันทำแบบนี้ไม่ถูก ทำงานพลาดนิดเดียว ไม่เห็นต้องทำกับเพื่อนถึงขนาดนี้”

“ปกติซันเขาก็เป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ผิดก็คงว่าไปตามผิด” จ๋าได้โอกาสพูดในที่สุด

สุธีร์ถอนใจยาว สบตาเพื่อนทั้งสองนิ่ง ก่อนจะพูดขอความเห็นใจ “แต่ความผิดฉันมันไม่ได้หนักหนาสาหัส แค่แก้งาน ใครๆเขาก็แก้กัน แต่เรื่องของเรื่องคือนังซันมันบ้าอำนาจ เขารู้กันทั้งออฟฟิศแหละ ว่านังนี่เป็นยังไง ไปทางไหนก็มีแต่รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน ขนาดวุธเองยังโดนมันเหยียบหัวขึ้นไปเหมือนกัน”

แพทลอบยิ้มร้าย ก่อนจะปลอบใจด้วยการชวนมาทำงานด้วย สุธีร์ดีใจมาก ซาบซึ้งในน้ำใจสาวเปรี้ยวประจำรุ่น และถือเธอเป็นเพื่อนแสนดีทันที ซึ่งแพทก็สะใจมาก ส่วนจ๋าได้แต่มองเพื่อนทั้งสองด้วยท่าทีนิ่งสงบ แม้จะโล่งใจที่สุธีร์ได้งานใหม่แล้ว แต่ก็อดเป็นห่วงซันไม่ได้ ที่เพื่อนๆเข้าใจผิดแบบนี้

ระหว่างที่แพทกับสุธีร์ใส่ไฟเรื่องความร้ายกาจของซันอย่างเมามัน หญิงเหล็กเจ้าของเรื่องกำลังช่วยวุธทาสีผนังออฟฟิศจนแทบหมดแรง พลางเล่าเรื่องต้องไล่สุธีร์ออก วุธเข้าใจความรู้สึกเธอดี และปลอบไม่ให้คิดมาก

“มันไม่ใช่ความผิดของเธอนี่ เธอเองก็โดนนายสั่งมาอีกทีเหมือนกัน”

“ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะ ว่าการเป็นผู้บริหาร นอกจากจะต้องดูแลลูกน้องแล้ว ยังต้องไล่ลูกน้องออกด้วย”

“แต่คนเข้มแข็งอย่างเธอก็จัดการได้อยู่แล้ว ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองนะซัน ทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุดก็พอ”

ooooooo

ซันสบายใจขึ้นมาก อย่างน้อยก็มีวุธคนหนึ่งที่เข้าใจเธอเสมอ แต่คนที่กำลังจะบ้าก็คือเจน เพราะถูกปุ๊กกี้หัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์และทิชาเพื่อนสาวร่วมทีมกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อต้องช่วยจัดงานเปิดตัวแบรนด์และผลิตภัณฑ์ในเครือตามคำสั่งกรองทอง แม่ของจ๊อดหนุ่มหล่อเจ้าของบริษัท

ภารกิจใหม่ล่าสุดมาพร้อมกับงานมากมายที่เจนไม่เคยรู้หรือสัมผัสมาก่อน เลยเปิดโอกาสให้ทิชาโบ้ยงานทำบัตรเชิญทั้งแบบกระดาษและอีเมล รวมทั้งเขียนข่าวประชาสัมพันธ์เชิญแขกกับสื่อมวลชน เจนนิ่วหน้าย้อนถามเพื่อความแน่ใจ เพราะเห็นว่างานที่ได้รับมอบหมายไม่ใช่น้อยๆ แต่คำตอบของทิชาก็ทำให้อารมณ์เสีย

“เพราะเธอคงทำอย่างอื่นไม่เป็น และคงเหมาะกับงานพวกนี้ ส่วนพวกฉันจะโทร.ติดต่อดารากับไฮโซเอง”

ทิชากับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นหัวเราะเยาะ ก่อนจะสะบัดหน้าแยกไป ทิ้งเจนให้นั่งมึนกับการออกแบบการ์ด แต่จนแล้วจนรอด สาวบ้าโซเชียลก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องแบกหน้าไปพึ่งอาร์ทที่เธอแอบรู้มาว่าเขาทำงานที่นี่ในฐานะคนออกแบบกราฟฟิก แต่ท่าทีของเธอคงแข็งๆและกวนประสาทมากไปหน่อย เลยถูกอาร์ทปฏิเสธและรวนกลับ

“ผมออกแบบแต่เว็บไซต์กับงานใหญ่ๆ ไอ้การ์ดพวกนี้มันงานของคุณ ไม่ใช่ธุระของผม”

เจนหน้าเสีย แต่ไม่ยอมแพ้ สวนกลับว่าเป็นหน้าที่เขาเหมือนกัน แต่อาร์ทไม่ยี่หระ จนเจนเริ่มจะเหลืออด อาร์ทเห็นท่าทางเหมือนคนใกล้บ้าของหญิงสาวคู่กัด ก็ใจอ่อน แต่ยังไม่ยอมง่ายๆให้เธอได้ใจ

“อยากให้คนช่วยต้องทำยังไง ต้องขอร้องดีๆ พูดจาหวานๆเพราะๆ ทีเมื่อเช้ายังพูดจาฉอเลาะนายจ๊อดได้เลย”

เจนแทบกรี๊ด ก่อนจะหมุนตัวกลับโต๊ะ แต่นั่งได้ไม่นาน ก็ต้องกลับมาตื๊อหนุ่มเซอร์คู่กัดใหม่

“คุณอาร์ทคะ ช่วยออกแบบการ์ดให้เจนหน่อยได้ไหมคะ”

อาร์ทพยายามกลั้นยิ้มเต็มที่ แกล้งบอกให้พูดหวานกว่านี้ เจนยอมแบบเสียไม่ได้ อาร์ทชอบใจมาก ตีหน้านิ่ง ก่อนทำทีเหมือนจะยื่นมือไปรับรายละเอียดจากเธอมาดู แต่สุดท้ายก็ปล่อยดื้อๆ พร้อมปฏิเสธไม่ทำงานให้ เจนแทบคลั่ง รู้ตัวว่าถูกหลอกก็เกือบพลั้งมือทำร้ายเขาไปแล้ว แต่คงเป็นโชคดีของเขา เพราะเธอยั้งมือไว้ทัน

ด้านซัน...นั่งหมดแรงเพราะทาสีผนังรอบห้อง วุธมองมาด้วยแววตาบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจชวนคุย

“เธอเคยนึกอยากย้อนเวลากลับไปในอดีตหรือเปล่า”

ซันนิ่วหน้า ไม่เข้าใจว่าเขาจะอยากย้อนอดีตไปเพื่ออะไร วุธสบตาเธอนิ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“กลับไปเพื่อแก้ไขเรื่องบางเรื่อง หรือทำเรื่องบางเรื่อง อย่างที่เราควรทำแต่ไม่เคยได้ทำ”

“ฉันเป็นพวกเดินมุ่งไปข้างหน้า ไม่ชอบเดินกลับหลัง...นายก็รู้”

ท่าทางอึ้งๆของเขา ทำให้ซันตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง พูดถึงคราวก่อนที่เธอโวยวายใส่เขาที่ปฏิเสธงานใหญ่ วุธยิ้มบางๆ ก่อนจะบอกว่าเข้าใจความหวังดีของเธอ และตอนนี้คงไม่ต้องห่วงแล้ว เพราะเขาเพิ่งได้งานใหม่ ซันดีใจกับเขาด้วย ซักใหญ่ว่าบริษัทอะไรที่จ้างหนุ่มคู่ปรับทำงาน วุธตอบด้วยความภาคภูมิใจ

“บริษัทเล็กๆขายพวกผักปลอดสารพิษ เป็นเจ้าของสวนผักเอง ขายเอง”

“แล้วเขามีเงินจ้างนายทำการตลาดหรือ”

“ก็ไม่ค่อยมี แต่เรื่องราคามันไม่สำคัญ เราก็บอกว่ามีงบเท่าไหร่ก็บอกมา ยังไงก็จะทำให้”

“นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่นายก็เป็นแบบนี้ ฉันขี้เกียจด่าแล้ว ยังไงก็สู้แล้วกัน มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอก”

ooooooo

หลังจากปรับทุกข์กันตลอดบ่าย ซันกับวุธก็พากันไปดื่มฉลองที่บาร์ริมถนน สองหนุ่มสาวเย้าแหย่และพูดคุยกันอย่างถูกคอ จนกระทั่งถึงเรื่องแต่งงานของวุธที่ซันอดไม่ได้ ต้องถามให้แน่ใจ แต่จนแล้วจนรอด เธอก็ไม่ได้คำตอบ แถมต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามจากเขาด้วยซ้ำ ที่อยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับเรื่องนี้

ซันอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะตัดใจพูด “ถ้านายว่าดี มันก็ต้องดี จะมาถามฉันทำไมบ่อยๆ”

ขาดคำก็กระดกเหล้าพรวดเดียวหมดแก้ว กลบเกลื่อนความขมขื่นในใจ สุดท้ายก็กลายเป็นฝ่ายเมาไม่เป็นท่า ต้องให้วุธแบกไปส่งถึงคอนโด หญิงเหล็กประจำรุ่นเมาพับหลับสนิท แลดูไร้พิษสงจนวุธอดมองด้วยแววตาอ่อนโยนไม่ได้ ความรู้สึกพิเศษแสนหวานหวนกลับมาใหม่อีกครั้ง อยากจะกุมมือเธอใจแทบขาด แต่ก็ต้องข่มใจไว้

แต่ก่อนที่อารมณ์จะกระเจิงกันไปกว่านี้ วุธก็ต้องดึงตัวเองจากภวังค์ เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าจากมือถือ ชื่อจ๋าบนหน้าจอทำให้ลังเลและอึดอัด สุดท้ายวุธก็เลือกทำตามใจตัวเองด้วยการไม่รับสาย

กว่าวุธจะพยุงซันส่งถึงห้องในคอนโดก็แทบหมดแรง หญิงเหล็กคู่ปรับทำเก่ง บอกว่าไม่เมาแค่มึนเฉยๆ แต่ท่าทางโอนเอนเซถลาของเธอก็ทำให้อดห่วงไม่ได้ และต้องใจเต้นตึกตัก เมื่อเธอล้มตัวสู่อ้อมกอดแกร่ง วุธตัวแข็งทื่อ แต่ไม่ยอมผละตัวออก เช่นเดียวกับซันที่ถึงจะเมาแต่ก็มีความสุขมาก จนเผลอพูดความในใจ

“ขออยู่แบบนี้อีกสักพักได้ไหม”

โลกของสองหนุ่มสาวเหมือนจะหยุดหมุน แต่ก็ต้องผละจากกันแทบไม่ทัน เมื่อเจนผ่านมาเจอ วุธทำหน้าไม่ถูก ส่วนซันทรุดตัวกับพื้นหมดสติเพราะความเมา เจนก็ได้แต่มองมาด้วยความมึนงงสุดขีด ท่าทางประคองกอดของทั้งคู่ ทำให้มั่นใจมากว่าระหว่างเพื่อนรุ่นพี่สาวกับคู่ปรับหนุ่ม ต้องมีบางอย่างแน่ๆ

คืนเดียวกันที่ห้องวินกับอ้อม...แผนการปฏิบัติภารกิจผลิตทายาทของสองสามีภรรยาเป็นอันต้องเลื่อน เพราะอ้อมยืนยันจะนั่งสมาธิ เพื่อสงบจิตสงบใจ ตามที่หมอฝังเข็มแนะนำ

“ในหนังสือธรรมะเขาบอกว่าถ้าจะทำสมาธิได้ดี ก็ต้องถือศีลด้วย อ้อมเลยว่าจะถือศีลแปดสักอาทิตย์”

“ศีลแปด...นี่หมายถึง ห้ามเรากุ๊กกิ๊กกันด้วยใช่ไหม”

“ใช่จ้ะ...เพราะต้องถือพรหมจรรย์ให้ได้อาทิตย์หนึ่งด้วย”

วินอยากจะเป็นบ้า ก่อนจะตั้งสติอธิบายภรรยาคนสวย “อ้อม...คนที่จะท้องได้เนี่ย มันต้องผ่านกระบวนการปฏิสนธินะจ๊ะ มันเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ นั่งทำสมาธิเฉยๆแล้วเด็กจะเข้ามาอยู่ในท้องได้ยังไง”

อ้อมคิดนิดเดียว ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับสามี วินอมยิ้มหวาน ก่อนจะจูงมือเธอเข้าห้อง

“งั้นเราจะมาเริ่มกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กันได้หรือยัง”

สภาพเมามายไม่ได้สติของซันเมื่อคืนก่อน ทำให้แก๊งเพื่อนสาวสงสัยมาก และไม่ลังเลจะคาดคั้นความจริงในเช้าวันต่อมา ซันตีมึนทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่เมื่อถูกเจนซึ่งเห็นท่าทางแปลกๆระหว่างเธอกับวุธซักหนักเข้า หญิงเหล็กประจำแก๊งเลยต้องสารภาพ ว่าแอบหลงรักวุธมาตลอดหลายปี แต่ไม่กล้าบอกเขา

ศศิอยากจะเป็นลม เมื่อได้ฟังที่มาที่ไปทั้งหมด ไม่เข้าใจเลยว่า เรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมซันไม่เคยปริปาก

“แล้วเรื่องแบบนี้ จะบอกคนอื่นง่ายๆได้ยังไงล่ะเจ๊”

“ไม่ได้หมายถึงบอกพวกเรา แต่ทำไมไม่บอกเจ้าตัวเขา ชอบเขาแล้วอมพะนำไว้ทำไมตั้งหลายปี”

“พวกทิฐิเยอะก็แบบนี้แหละ จะบอกรักใครทีหนึ่งก็กลัวดอกพิกุลจะร่วง” อ้อมแขวะ

“แล้วไหนอ้อมบอกว่าเมื่อก่อนวุธก็เหมือนจะชอบซันอยู่ แล้วทำไมตอนนั้นไม่รับรักเขา”

คำถามศศิแทงใจดำอย่างแรง อ้อมเห็นซันอึกอัก เลยตอบแทนว่าเพราะหญิงเหล็กประจำรุ่นอายและกลัวเสียหน้ากับเพื่อนๆ ศศิถอนใจเฮือกใหญ่ ตั้งท่าจะบ่น แต่ช้ากว่าซัน ที่ประกาศกร้าวจะตัดใจ เพราะวุธกำลังจะแต่งงาน แต่ศศิไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น และอยากให้ซันทำอะไรบางอย่าง

“ยิ่งเขาแต่งงานก็ยิ่งต้องบอกความจริง ก่อนที่เขาจะตกไปเป็นของคนอื่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

“แล้วถ้าบอกไปแล้ว แต่เขาไม่ชอบซันล่ะเจ๊”

“ถึงตอนนั้นก็ตัดใจสิ จะไปยากอะไร ขอให้ได้คำตอบจากปากเขามาก่อนเถอะ ว่าเขาไม่คิดอะไรกับเธอจริงๆ”

เจนอดแทรกไม่ได้ว่าวุธต้องชอบซันเหมือนกันแน่ เพราะเมื่อคืนเห็นกอดกันกลม แต่จูดี้ซึ่งอดทนฟัง

สี่สาวเถียงกันอยู่นาน ทนไม่ไหว ยุให้ซันหาหนุ่มใหม่ดีกว่า แต่แก๊งเพื่อนสาวไม่มีใครเห็นด้วย โดยเฉพาะศศิ

“จริงๆพี่ก็ไม่ได้อยากให้เธอไปแย่งแฟนใครหรอกนะ แต่ถ้าเป็นพี่ ถ้ายังไม่ได้คำตอบชัดเจน ยังไงฉันก็ไม่ถอย”

“แต่ถ้าวุธกับซันลงเอยกันขึ้นมาจริงๆ จ๋าจะไม่เสียใจแย่หรือ”

คำถามอ้อมทำให้ทุกคนพูดไม่ออก โดยเฉพาะซัน...ถึงจะฮึดขึ้นมาบ้างจากคำพูดศศิ แต่ก็หนักใจมาก เพราะเชื่อว่าถ้าถึงเวลานั้นจริง เธอกับจ๋าคงเจอกับสถานการณ์ลำบากแน่

ooooooo

ระหว่างที่ซันสับสนอย่างหนัก วุธก็เครียดไม่แพ้กัน เมื่อต้องเจอเรื่องจุกจิกปวดหัวของการเตรียมงานแต่ง ต่างกับจ๋าที่กระตือรือร้น เลือกโน่นนี่นั่นด้วยความใส่ใจ และวันนี้ก็ถึงคิวของชำร่วย ซึ่งเธอใช้เวลาเลือกอยู่หลายวัน แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ วุธไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ เลยบอกปัดว่าตามใจเธอ

“แต่มันเป็นงานของเราสองคนนะ จ๋าอยากให้วุธมีส่วนร่วมบ้าง”

“มันก็แค่ของชำร่วย นี่จ๋ายุ่งกับมันมาสามวันแล้วนะ เลือกอันไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ”

จ๋าชักฉุน สวนกลับเสียงแข็ง “ของชำร่วยมันก็สำคัญนะวุธ มันเป็นที่ระลึกถึงวันสำคัญที่สุดของเราสองคน จ๋าถึงต้องเลือกชิ้นที่น่าประทับใจที่สุด แต่ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวจ๋าเอาไปให้ซันช่วยเลือก”

ชื่อซันทำให้วุธสะดุ้ง ก่อนจะถามเสียงเรียบ ว่าจะรบกวนหญิงเหล็กประจำรุ่นทำไม

“แค่เลือกของชำร่วยมันไม่ลำบากอะไรนี่ แล้วอีกอย่าง...ซันเขาก็สไตล์เดียวกับวุธ ถ้าซันช่วยเลือก จ๋าก็มั่นใจ”

วุธตัดบทไม่ให้กวนซันเรื่องนี้ และเลือกของเองแบบส่งๆ จ๋าไม่ชอบ อยากได้ชิ้นอื่นมากกว่า วุธถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนจะผละไปดื้อๆ ทิ้งจ๋าให้มองตามด้วยความหงุดหงิด ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องอารมณ์เสีย

ด้านเจน...ต้องผจญกับความเจ้ากี้เจ้าการของทิชา จิกกัดตั้งแต่เช้าให้เอาแบบการ์ดเชิญมาส่ง ที่สำคัญกำหนดเวลาส่งงานให้เสร็จสรรพ จนเจนกลุ้มใจมาก และท่าทางเหมือนแบกโลกของเธอ ก็ทำให้อาร์ทต้องยื่นมือมาช่วย และแม้จะยังฟอร์มจัด แต่ด้วยความอยากได้งาน เจนเลยยอมญาติดีกับหนุ่มเซอร์คู่ปรับเป็นครั้งแรก

ส่วนอ้อมแวะไปหาหมอฝังเข็มอีกครั้ง ตั้งใจเต็มที่จะให้เริ่มรักษา เพราะเชื่อว่าตัวเองเตรียมใจมาดี แต่สุดท้ายนักเขียนสาวก็ต้องวิ่งออกจากร้านหมอแทบไม่ทัน เมื่อวินโทร.บอกว่ารู้ผลตัวยาไมเกรนที่ศศิกินเมื่อวันก่อนแล้ว

ศศิ เจนและซันทราบเรื่องผลยาไม่นานหลังจากนั้น และรีบไปเจอกับอ้อมและวินที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ทั้งหมดอึ้งไปตามๆกัน เมื่อได้ยินหมอหนุ่มบอกว่ายาไมเกรนนั้น แท้จริงก็คือยากล่อมประสาท ที่ใช้กับคนไข้โรคจิต ประเภทบ้าคลั่ง ศศิโกรธมาก จะแล่นไปเอาเรื่องลัดดาถึงที่ โดยมีแก๊งเพื่อนสาวตามประกบ กลัวจะมีเรื่องใหญ่โต

อ้อมสังหรณ์ว่าเรื่องยาไมเกรนจะเกี่ยวกับโจ เพราะเห็นเขาที่โรงพยาบาลเมื่อหลายวันก่อน ศศิยิ่งเดือด พุ่งตัวนำหน้าแก๊งเพื่อนสาวไปหาลัดดาซึ่งประจำที่เคาน์เตอร์ พยาบาลสาวไม่กลัว แถมตีหน้าซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

“ยากล่อมประสาทหรือคะ...นี่คุณศศิเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ”

“ไม่ผิดแน่ ฉันเอายานั่นไปตรวจมาแล้ว มันเป็นยากล่อมประสาทไว้ใช้กับคนไข้ที่เป็นโรคจิตคลุ้มคลั่ง”

ลัดดาเก็บอาการได้แนบเนียน อธิบายอย่างใจเย็น ว่ายาไมเกรนต้องมีส่วนผสมของยากล่อมประสาทอยู่แล้ว แต่ก็เพื่อผ่อนคลายเท่านั้น ศศิยังไม่ไว้ใจ เพราะยาตัวนี้ทำให้เธอเซื่องซึมและอ่อนเพลียมาก

“ที่จริงลัดดากับเพื่อนก็กินยาตัวนี้เหมือนกัน แต่ไม่มีผลอะไรแบบที่คุณศิว่า บางทีอาจเป็นเพราะร่างกายคุณศิอาจจะแพ้ยาบางตัวในนั้นก็ได้ แล้วอีกอย่าง...ลัดดาจะให้ยากล่อมประสาทคุณศิไปเพื่ออะไรกันคะ”

“ฉันสิต้องถามเธอ ว่าเธอให้ยาแบบนั้นกับฉันทำไม เธอรู้จักโจหรือเปล่า”

ลัดดาอึ้งไปอึดใจ ไม่คิดมาก่อนว่าสาวใหญ่ภรรยาของโจจะพูดตรงขนาดนี้ แต่พยาบาลสาวก็ยังหน้ามึน ทำเป็นไม่รู้จักโจ แถมย้อนถามเสียงซื่อ ว่าทำไมถึงจะต้องรู้จักเขาด้วย

“คุณศศิคะ...ลัดดาสาบานได้ว่าลัดดาให้ยาคุณศิไปเพราะหวังดีจริงๆ แต่ถ้าความหวังดีของลัดดาทำให้คุณศิเดือดร้อน ลัดดาก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ มันคงเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของลัดดาเอง”

น้ำเสียงสั่นเครือของลัดดา ทำให้ศศิใจอ่อน ไม่เอาเรื่อง แต่ก็ยังไม่วางใจ...

ooooooo

ความใจอ่อนของศศิทำให้แก๊งเพื่อนสนิทหงุดหงิดมาก โดยเฉพาะซันกับเจน คิดว่าพี่ใหญ่ประจำแก๊งน่าจะซักลัดดาให้ละเอียดกว่านี้ แถมยุให้จับตัวพยาบาลสาวส่งตำรวจ จะได้รู้กันไปว่ายาไมเกรนเป็นของจริงหรือไม่ แต่ศศิไม่เห็นด้วย กลัวพยาบาลสาวจะเดือดร้อน ถ้าแอบให้ยาเธอเพราะความหวังดีจริงๆ

อ้อมส่ายหน้าหน่ายๆ ก่อนจะย้อนถาม “แล้วถ้าเขาหวังร้ายล่ะเจ๊”

“ถ้าเขาหวังร้าย เขาจะเจอเรื่องที่มันเลวร้ายกว่านี้หลายเท่า”

น้ำเสียงโหดๆของพี่ใหญ่ประจำแก๊งทำให้สามสาวถึงกับขนลุก มั่นใจมากว่าศศิทำตามที่พูดได้แน่ เพราะเคยเห็นกับตาตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน...บอกแล้วว่า
อย่าทำพี่ศิโกรธ

แม้จะไม่เอาเรื่องลัดดา แต่ศศิก็ไม่หายสงสัย และเลือกจะคาดคั้นถามจากสามีจอมเจ้าชู้ในคืนเดียวกัน ว่ารู้จักพยาบาลสาวที่ชื่อลัดดาหรือไม่ โจสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบเก็บอาการ ตีหน้าซื่อปฏิเสธ แล้วแกล้งโมโหกลบเกลื่อน

“โธ่ศิ...เชื่อใจกันบ้างสิ ช่วงนี้โจทำแต่งานนะศิก็เห็น วันนี้โจก็กลับบ้านเร็วแล้วนะ”

“กลับบ้านเร็ว แต่เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ค่อยอยู่ เดี๋ยวนี้โจไปพัทยาทุกอาทิตย์เลย”

“นั่นมันเรื่องงาน แล้วก็ใช่ว่าโจอยากไปนะแต่ลูกค้าอยู่ที่โน่น ถ้าไม่เชื่อใจกัน สุดสัปดาห์นี้ไปด้วยกันเลย”

คำท้าทายของโจไม่ได้ทำให้ศศิหายสงสัย แถมท่าทางแปลกๆ เหมือนกำลังปกปิดอะไรบางอย่างของเขา ก็ทำให้ยิ่งอยากรู้ โจใจหายวาบ นึกถึงมือถือสำรองที่ใช้ติดต่อลัดดาแล้วตัดสินใจยื่นมือถืออีกเครื่องให้ภรรยา

“อ่ะ...โทรศัพท์ อยากเช็กก็เช็กเลย โจบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรต้องกลัวอยู่แล้ว”

ศศิรีบคว้ามากดดู แต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ เลยจำต้องปล่อยผ่าน ส่วนโจลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่โล่งใจแทบแย่ ที่ภรรยาจอมหึงเลิกสงสัย นึกขอบคุณโชคชะตาที่ซ่อนมือถือสำรองไว้มิดชิด...ถ้าเห็นเข้าล่ะตายแน่ๆ!

ขณะที่สถานการณ์ของศศิกับโจคลี่คลายมากขึ้น ซันกำลังสับสนอย่างหนัก คิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าควรทำอย่างไรเรื่องวุธ แล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อชายหนุ่มคู่ปรับส่งข้อความมานัดพบ หญิงเหล็กประจำรุ่นถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด จะไปพบและสารภาพความรู้สึกตัวเองกับเขาเสียที

แต่การพบกันของสองหนุ่มสาวก็อึมครึมกว่าที่คิด และเต็มไปด้วยความอึดอัด ก่อนที่ซันจะเป็นฝ่ายพูดก่อน

“คือฉันจะบอกว่าเรื่องเมื่อคืนก่อนน่ะ ขอบใจนะที่ไปส่ง ฉันไม่น่าเมาขนาดนั้นเลย”

“ไม่เป็นไร ไม่ได้เห็นเธอเมาแบบนั้นนานแล้ว นึกถึงตอนเรียนเลย นี่จำได้บ้างหรือเปล่าว่าคืนนั้นทำอะไรลงไป”

“คืนนั้นหรือ...จำไม่ได้เลย ถ้าฉันทำอะไรให้นายลำบากใจก็ลืมมันซะเถอะนะ”

“อือ...งั้นก็ช่างเถอะ ที่เรานัดซันมาวันนี้ เพราะเรามีเรื่องสำคัญต้องบอก สัญญาก่อนนะว่าจะไม่โกรธ”

ซันแปลกใจท่าทางเหมือนอึกๆอักๆของเขา แต่ไม่ทันได้รู้ว่าเรื่องอะไรก็ต้องอึ้ง เมื่อจ๋าเดินยิ้มร่ามาหา

“ที่จ๋าขอให้วุธนัดซันมาวันนี้ เพราะจ๋ามีเรื่องสำคัญอยากจะขอร้องซัน...ให้เป็นเพื่อนเจ้าสาว”

ซันตกใจมาก ตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง วุธต้องดักคอ ว่าเธอสัญญาแล้วจะไม่โกรธ ซันเลยมีท่าทีสงบลง เปิดโอกาสให้จ๋าอธิบายถึงสาเหตุที่ต้องขอร้องเรื่องนี้

“ตั้งแต่วุธกับจ๋าตกลงว่าจะแต่งงานกัน ไม่เคยมีอะไรที่เราสองคนเห็นตรงกันเลยสักอย่างเดียว ทั้งการ์ดเชิญ ทั้งเรื่องของชำร่วย แต่ถ้ามีซันมาอยู่ตรงกลางคอยช่วยตัดสินใจบางเรื่องให้ งานนี้ก็น่าจะง่ายขึ้น”

เหตุผลตรงไปตรงมาของจ๋า ไม่ได้ทำให้ซันสบายใจ แต่อึดอัดกว่าเดิม เพราะไม่อยากไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ ยิ่งจ๋ายืนยันว่าวุธเชื่อและยอมฟังเธอคนเดียวยิ่งลำบากใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจปฏิเสธ

“คือเราไม่ค่อยสะดวกน่ะ แค่งานที่บริษัทก็ยุ่งมากพอแล้ว ท่าทางวุธก็ไม่ค่อยสบายใจเหมือนกัน”

วุธเกรงใจซัน ไม่อยากให้ลำบากใจ แต่เหมือนจ๋าจะไม่ยอม และยืนกรานตามเดิม

“จ๋าสัญญานะ ว่าจ๋าจะไม่รบกวนมากเกินไป จะขอโทร.ไปขอคำแนะนำเฉพาะเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น”

ซันเครียดมาก เลือกไม่ถูกว่าจะบอกปัดยังไง สุดท้ายเลยต้องตอบรับ เพราะทนลูกตื๊อของจ๋าไม่ไหว

จ๋าแยกไปเข้าห้องน้ำ วุธเลยเดินไปส่งซันที่รถ พร้อมขอบคุณเสียงเบาที่ยอมเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้จ๋า

“ที่จริง...เราเองก็ไม่อยากรบกวนเธอ แต่ถ้ามีซันเป็นเพื่อน จ๋าคงสบายใจขึ้น”

ซันพยักหน้ารับรู้ กล้ำกลืนความในใจอย่างยากลำบาก ก่อนจะขอตัวกลับดื้อๆ วุธรู้สึกแย่ไม่ต่างกัน แต่ก็ทำได้แค่ยืนมองเธอขับรถออกไปด้วยท่าทีจ๋อยๆ... เหมือนระยะทางระหว่างเธอกับเขาที่ต้องห่างกันไปทุกที

ooooooo

ข่าวการเป็นเพื่อนเจ้าสาวของซันทำให้แก๊งเพื่อนสนิทกุมขมับ ความหวังจะได้เพื่อนเขยอีกคนสูญสลายในพริบตา เพราะดูท่าวุธคงได้แต่งงานกับจ๋าแน่ อ้อมสงสารและเห็นใจซันมาก เลยเสนอให้ตัดใจ แต่เจนไม่เห็นด้วย

“พูดง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงพี่อ้อม ระดับพี่ซันนะ เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆที่ไหน”

“แต่เรื่องแบบนี้ จะเอาชนะไปเพื่ออะไร พอคนหนึ่งชนะ อีกคนก็ต้องเจ็บปวด”

“แล้วพี่อ้อมจะให้พี่ซันทำยังไง”

“ก็ไม่น่ายากนี่ หาแฟนสักคน ถ้าซันได้เปิดโอกาสให้ตัวเองเจอผู้ชายคนอื่นบ้าง ซันต้องตัดใจจากวุธได้แน่”

เจนเริ่มคล้อยตาม หมายมาดจะหาแฟนหนุ่มหล่อๆ ให้หญิงเหล็กประจำแก๊งให้ได้ เช่นเดียวกับอ้อม กระตือรือร้นมาก จนซันต้องโบกมือห้าม แต่ก็เถียงอะไรไม่ได้ เพราะเจนกับอ้อมไม่สนใจ และอาสาจะจัดการเรื่องนี้เอง!

ด้านสุธีร์...ตื่นเต้นกับห้องทำงานและตำแหน่งใหม่มาก โดยมีแพทยืนยิ้มข้างๆ

“แพท...ฉันขอบใจเธอจริงๆนะ ถ้าไม่มีเธอ ฉันคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ”

“ไม่ต้องมาขอบใจหรอก เพื่อนเขามีไว้ช่วยเหลือกันไม่ใช่หรือ”

สุธีร์ยิ้มกว้าง ซาบซึ้งใจจริงๆ “นี่แหละเขาถึงว่าในยามลำบากเราถึงจะเห็นเพื่อนแท้ เธอคือเพื่อนแท้ที่ดีที่สุดของฉันจริงๆ ส่วนนังซัน...ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้นังนั่นเลย...คอยดู!”

แพทหัวเราะเบาๆ ชอบใจมากที่ดึงสุธีร์มาเป็นพวกสำเร็จ และสะใจเหลือเกินที่ซันถูกเกลียด

แม้โจจะแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้แอบมีหญิงซุกไว้ แต่ศศิก็ไม่วางใจ และเลือกจะพาลูกทั้งสองบุกถึงออฟฟิศสามีในเช้าวันหนึ่ง ปรางค์เลขาของโจต้อนรับขับสู้อย่างดี และปลื้มมากเมื่อเห็นถุงของขวัญ

“อุ๊ย...ของแพงขนาดนี้ ทีหลังไม่ต้องหิ้วมาฝากก็ได้ค่ะ ปรางค์ก็แค่เลขาเล็กๆคนหนึ่ง”

“เลขาเล็กๆ แต่ก็สำคัญกับบริษัทนะจ๊ะ ที่สำคัญเป็นคนที่ศิไว้ใจที่สุด เป็นไงคะ ช่วงนี้มีอะไรที่ศิควรรู้ไหม”

ปรางค์ยืนยันว่าช่วงนี้ความประพฤติเจ้านายหนุ่มดีมาก และที่ไปพัทยาทุกสุดสัปดาห์ก็เพราะงานล้วนๆ ศศิคลายใจลงมาก แต่ต้องของขึ้นใหม่ เมื่อเห็นสามีคุยงานกับหญิงสาวสวยเป๊ะไปทั้งตัวในห้องทำงานแบบสองต่อสอง!

ต้นกล้ากับข้าวหอมโผกอดพ่อด้วยความรักและคิดถึง ไม่รู้เลยว่าศศิกำลังพิจารณาหญิงสาวคู่สนทนาของสามีอย่างใกล้ชิด โจไม่ทันสังเกตอาการแปลกๆของภรรยา เลยแนะนำง่ายๆว่าหญิงสาวสวยเป๊ะคนนี้คือแพท หัวหน้าทีมดูแลภาพลักษณ์ของโรงแรมที่โจกำลังออกแบบ ศศิมองมาแบบไม่ค่อยไว้ใจ แต่ไม่แสดงอาการมาก และเลือกจะเก็บมาถามเลขาสาวของสามีแทน ซึ่งปรางค์ก็ช่วยยืนยันอย่างดีว่าแพทเป็นเพื่อนร่วมงานของโจเท่านั้น
ถึงได้รับการยืนยันหนักแน่นเรื่องแพท แต่ศศิก็ยังระแวง และเฝ้ามองเพื่อนร่วมงานสาวของสามีด้วยแววตาไม่ค่อยไว้ใจนัก ซึ่งแพทก็รู้สึกได้ แต่เลือกจะยิ้มแย้มกลบเกลื่อน แสร้งทำเป็นพูดดีผูกมิตร ทั้งที่ในใจหมั่นไส้มาก

“พอดีแพทเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้แค่ไม่กี่เดือน อยากคุยกับคนที่มีประสบการณ์ในวงการโฆษณาบ้านเราบ้าง พี่โจเลยบอกว่าพี่ศิเคยทำงานเอเจนซี่ชื่อดัง เลยคิดว่าถ้ามีโอกาส แพทจะมาขอความรู้จากพี่ศิบ้าง”

แม้ท่าทางซื่อๆเหมือนไม่มีพิษภัยของแพท จะทำให้ศศิคลายใจลงบ้าง แต่ก็ยังไม่ไว้ใจ ได้แต่รับปากแกนๆ ตามมารยาท แพทยิ้มกว้างประจบเต็มที่ แล้วทำเป็นหวังดีพูดกับสองสามีภรรยาด้วยความเกรงใจ

“แต่วันนี้คงจะไม่สะดวก ท่าทางจะเป็นวันครอบครัว แพทไม่กวนดีกว่านะคะ เอาไว้คราวหน้าแพทจะขอนัดพี่ศิเป็นการส่วนตัว คุยกันแบบผู้หญิงผู้หญิง พี่โจคงไม่ว่านะคะ”

โจตอบรับด้วยความยินดี ก่อนจะขอตัวไปส่งเพื่อนร่วมงานสาวที่รถ และตั้งท่าจะพูดเรื่องลัดดา

แพทรู้ทัน และโพล่งขึ้นเสียก่อน “พี่โจไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ แพทรู้ว่าอะไรควรพูด หรือไม่ควรพูด พี่โจกับแพทก็ถือว่าเป็นเพื่อนกัน เพื่อนก็ต้องช่วยรักษาความลับของเพื่อน...ถูกไหมคะ”

โจดีใจมากที่เพื่อนร่วมงานสาวเข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่รู้เลยว่าแพทแอบสะใจ เหยียดยิ้มร้ายเมื่อคล้อยหลังเขา พร้อมกับหมายมาดจะต้องทำบางอย่างให้โจเป็นของตนให้ได้!

ooooooo

อ้อมหมกมุ่นกับการผลิตทายาทไม่เลิก แม้จะตัดใจไม่กลับไปหาหมอฝังเข็ม ด้วยเชื่อว่าหมอคงไล่ตะเพิดเธอออกมาแน่ๆถ้ากลับไป เพราะดอดหนีจากห้องรักษาไปสมทบแก๊งเพื่อนสนิทที่โรงพยาบาลเรื่องยาไมเกรนของศศิเมื่อครั้งก่อน จูดี้สงสารเลยเสนอตัวจะสอนเคล็ดลับกระบวนท่าพิเศษให้

จิตสมรเห็นจูดี้กำลังสาธิตอะไรบางอย่างให้อ้อมดู ก็อดสอดรู้สอดเห็นไม่ได้ สุดท้ายเลยร่วมวงช่วยกันกับจูดี้ ทำท่าผลิตลูกตัวอย่างให้อ้อมถ่ายภาพเก็บไว้ ซันกับเจนผ่านมาเห็น ก็ถึงกับถอนใจเหนื่อยหน่าย แต่คร้านจะห้าม เชื่อว่าอ้อมคงจะไม่ยอมแน่ และจะทำทุกอย่างให้ตัวเองท้องภายในหนึ่งปีให้ได้!

ฝ่ายศศิ...ระแวงแพทไม่เลิก และตัดสินใจเลียบเคียงถามสามีจอมเจ้าชู้ถึงข้อมูลส่วนตัวของแพท โจไม่อยากให้ภรรยาสงสัยกลัวมีพิรุธเรื่องลัดดา เลยพยายามตัดบทและบ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้คิดอะไรกับแพท นอกจากเพื่อนร่วมงานธรรมดา แต่ถึงเขาจะยืนยันหนักแน่นแค่ไหน ศศิก็ไม่วางใจ...ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้มากแค่ไหน

คืนเดียวกันที่ห้องอ้อม...วินถึงกับหนักใจ เมื่อได้ยินแผนปฏิบัติการผลิตทายาทใหม่ล่าสุดของภรรยาคนสวย อ้อมตื่นเต้นและกระตือรือร้นจะทดลองกระบวนท่าเด็ดๆที่ได้จากจูดี้กับจิตสมรมาก ซึ่งหมอหนุ่มก็ไม่อยากขัดใจ และพยายามคิดในแง่ดีว่าเธอคงอยากมีลูกมาก และทำทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันจริงๆ

แผนการผลิตทายาทของอ้อมกับวินดำเนินไปได้ด้วยดี ต่างจากแผนการล้วงความลับจากสามีของศศิที่พังไม่เป็นท่า ลางสังหรณ์บางอย่าง ทำให้เธอระแวงแพทไม่เลิก อ้อมรับฟังเรื่องจากพี่ใหญ่ประจำแก๊งด้วยท่าทีนิ่งสงบ ก่อนจะบอกว่าแพทเป็นสาวเปรี้ยวประจำรุ่น ร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอและซัน ศศิพยักหน้ารับรู้

“พี่ก็เดาไว้แล้ว ว่าต้องเป็นคนเดียวกับที่ซันเคยเล่าให้ฟัง”

“แพทกับอ้อมไม่ได้สนิทกันนักหรอกพี่ศิ เรียนคนละสาขา แต่นั่นน่ะ...เพื่อนรักของซันเขาล่ะ”

ซันเบ้หน้า ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “เพื่อนรักอะไรกัน คู่แค้นล่ะมากกว่า”

ศศินิ่วหน้า เพราะท่าทางเรียบร้อยและแสนซื่อของแพทไม่เห็นเหมือนที่อ้อมกับซันเคยพูดถึงบ่อยๆ ซันก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เมื่อได้ยินศศิบอกว่าแพทดูปกติมาก และไม่น่าจะมีพิษสงอะไร

“มันฟังแปลกๆนะพี่ศิ ปกติยายแพทไม่ใช่คนดีแบบนี้ แล้วก็ไม่ใช่คนที่จะขอคำแนะนำจากคนอื่นง่ายๆ”

“คิดมากไปหรือเปล่าซัน ขนาดคุณปรางค์ที่เป็นสายให้พี่มาตลอด เขายืนยันกับพี่เองว่าคุณแพทกับโจไม่ได้สนิทกันมาก เป็นแค่เพื่อนร่วมงานธรรมดา แล้วอีกอย่าง เขาก็เห็นว่าโจมีครอบครัวอยู่แล้ว”

เจนซึ่งนั่งฟังตั้งแต่ต้น อดแทรกไม่ได้ว่าเมื่อก่อนศศิเป็นคนพูดเองว่าผู้หญิงสมัยนี้ ชอบผู้ชายสำเร็จรูป แพทก็อาจมีรสนิยมเดียวกัน แต่ศศิยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะไม่เห็นแววพวกนั้นเลยเมื่อวานนี้

“แต่ท่าทางคุณแพทเขาไม่ใช่ผู้หญิงที่คอยวิ่งไล่จับผู้ชายมีเงินนะ พี่สืบมาแล้ว ครอบครัวเขารวยจะตาย พ่อเป็นด็อกเตอร์ แม่เป็นไฮโซ หน้าที่การงานเขาเองก็ดี”

แต่ซันก็ไม่ไว้ใจ แพทคนที่เธอรู้จักน่ากลัวไม่น้อย เลยตัดสินใจเตือนศศิ “ถ้าเขาจะอยากได้พี่โจ ก็อาจไม่ใช่เพราะเรื่องเงินก็ได้ ซันว่าเรื่องแพทนี่มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ยังไงพี่ศิก็ต้องระวังไว้หน่อยแล้วกัน”

เจนแยกตัวไปทำงานหลังจากนั้น และหมกมุ่นกับการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์จนเย็นย่ำ พอดีกับที่อาร์ท ซึ่งรับอาสาช่วยออกแบบการ์ดเชิญนำงานที่เสร็จมาให้ สาวบ้าโซเชียลเลยอยากตอบแทน ด้วยการพาไปเลี้ยงข้าว สองหนุ่มสาวเหมือนจะญาติดีต่อกันมากขึ้น ถ้าหนุ่มเซอร์จะไม่กวนประสาท พูดแขวะเธอเสียก่อน

“แผนกคุณนี่เอาแต่วี้ดว้ายไปทั่วออฟฟิศ ที่จริง...ผมก็ไม่เห็นพวกคุณทำอะไรมาก นอกจากพยายามจับผู้ชาย”

เจนปรี๊ดแตกแหวลั่น “นี่...ถ้าไม่ใช่เพราะนายช่วยฉันไว้วันนี้ล่ะก็ ฉันเอาน้ำก๋วยเตี๋ยวสาดนายไปแล้ว”

ขาดคำก็ทำท่าจะลุกไป อาร์ทต้องร้องเรียกให้จ่ายค่าอาหาร แต่เจนกำลังโมโห เลยสวนให้เขาจ่ายเองทั้งหมด ก่อนจะผลุนผลันจากไป ทิ้งให้หนุ่มเซอร์มองตามยิ้มๆ...เริ่มสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับเธอ

ooooooo

เจนอยากจะทึ้งผมตัวเองนัก เพราะงานที่ได้มอบหมาย ไม่ได้จบที่ออกแบบการ์ดเชิญและเขียนจดหมายเชิญสื่อ แต่ทิชายังไม่พอใจ ให้เอาการ์ดไปพิมพ์ และไปยกของจากชั้นล่าง โชคดีที่จ๊อดผ่านมาเห็นและช่วยไว้ สร้างความโกรธแค้นและอิจฉาริษยาให้แก่ทิชามาก เพราะหึงเจนที่ได้รับความช่วยเหลือจากจ๊อด... ชายหนุ่มที่เธอกำลังควงอยู่นั่นเอง

ด้านซัน...ตื่นเต้นวุ่นวายกับงานใหม่จนลืมเลือนความหนักใจเรื่องวุธกับจ๋าเสียสนิท แต่คนเดือดร้อนแทนคือลูกทีมทุกคน ต้องรับภาระหนักอึ้งจากหัวหน้าทีมสาว ที่ต้องการสร้างผลงานด้วยการแข่งขายงานกับบริษัทอื่น แย่งงานสินค้าตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งแม้ลูกทีมจะโอดว่าไม่ไหว แต่ซันก็ไม่สน สั่งการเด็ดขาด

“งานนี้ถือเป็นงานใหญ่งานแรก ตั้งแต่ฉันได้ตำแหน่งใหม่ เราต้องทำให้คนในบริษัทเห็นว่าฉันได้ตำแหน่งนี้มาไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะฝีมือ เพราะฉะนั้น งานนี้ทุกคนต้องทุ่มเทเต็มที่ เย็นนี้เลิกงานแล้วมาประชุมกันต่อที่นี่”

หลังเลิกประชุม ซันแยกตัวไปแล้ว แต่บรรดาลูกทีมยังสุมหัวนินทาหัวหน้าทีมสาวไม่เลิก อคติทำให้มองไม่เห็นความตั้งใจจริง แต่คิดว่าซันกดดันและพยายามทำทุกอย่างเพื่อความมั่นคงของตำแหน่งตัวเอง สุดท้ายจึงตกลงใจจะไม่มาร่วมประชุมกับซันตามนัด ไม่อยากทำงานหนักราวกับทาสให้หัวหน้าทีมสาวเหยียบหัวหรือถูกไล่ออกโดยไม่รู้ตัว!

ระหว่างที่ซันกำลังเจอสถานการณ์ลำบาก เจนก็ปวดขมับไม่แพ้กัน ไม่รู้จะไปพิมพ์การ์ดเชิญที่ไหน และที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอก็คืออาร์ท แต่หนุ่มเซอร์ไม่อยากยุ่งเลยปฏิเสธ เจนเลยตะโกนใส่หน้าอย่างเหลืออด

“ถ้านายไม่ช่วยฉัน ฉันก็จะมาตื๊อที่โต๊ะนายทุกวัน แล้วก็จะพูดจนนายไม่มีสมาธิทำงาน แล้วถ้าฉันทำงานนี้ไม่เสร็จ พวกยายทิชาก็จะด่าฉันไปทั่วออฟฟิศ นายก็จะไม่มีสมาธิทำงานเหมือนกัน”

สถานการณ์ของเจนคลี่คลายขึ้น เมื่ออาร์ททนเสียงรบเร้าไม่ไหว รับปากจะถามเพื่อนเรื่องโรงพิมพ์ให้ แต่คนที่กำลังจะบ้าก็คือซัน เมื่อค้นพบว่าต้องนั่งรอลูกทีมคนเดียวเป็นชั่วโมง ด้วยความใจร้อนและความอยากเอาชนะ เลยตัดสินใจโทร.ตามศศิให้มาช่วยเหมือนเคย แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะพี่ใหญ่ประจำแก๊งติดพันภารกิจตามจับผิดสามี!

ซันคิดไม่ตกจะหาตัวช่วยจากไหน เมื่อต้องเจอกับเจนและอ้อมในเย็นวันเดียวกัน ก็ต้องปัดความกังวลนั้นทิ้ง และนั่งฟังเจน ซึ่งแม้จะหนักใจเรื่องถูกทิชากลั่นแกล้ง ก็ตื่นเต้นกับงานใหม่มาก แถมมีจ๊อด ลูกชายเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางที่เธอทำงานอยู่เป็นหนุ่มเป้าหมายคนใหม่ ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานน่าสนใจขึ้นเยอะ

ส่วนศศิไม่มีแก่ใจมาเจอเพื่อนร่วมแก๊ง มัวแต่หมกมุ่นกับการตามหาพิรุธของสามีในบ้าน แล้วความพยายามของเธอก็สัมฤทธิผล เมื่อค้นพบเอกสารผลตรวจสุขภาพของโจในห้องทำงาน พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ปริศนาบนซอง!

ooooooo

โจสังหรณ์บางอย่าง สัมผัสได้ถึงท่าทางแปลกๆ และคำพูดซักไซ้ช่วงหลังของภรรยา ตัดสินใจจะหยุดเจอลัดดาสักระยะ แต่พยาบาลสาวไม่ยอม อ้อนขอไม่ให้คิดมาก เพราะศศิไม่มีทางรู้เรื่องแน่ แต่ความมั่นใจก็ต้องหายวับ เมื่อศศิโทร.เข้ามือถือเธอ โชคดีที่โจไหวตัวทัน และจ้างบริกรมารับแทน เธอเลยรอดตัวหวุดหวิด

แต่ถึงจะเพิ่งผ่านเรื่องราวสุดระทึก ลัดดาก็ไม่สำนึก ต่อว่าโจงอนๆอีกต่างหากว่ากลัวเมีย หนุ่มใหญ่จอมเจ้าชู้ไม่ปฏิเสธ และยืนกรานตามเดิมให้หยุดเจอกันสักพัก ลัดดาหน้าเสียและเศร้ากว่าเดิม เมื่อโจบอกจะไม่เจอกันหนึ่งเดือน แต่เธอก็ค้านไม่ออก เพราะโจจริงจังมาก เธอไม่อยากเสียเขาไปเลยจำยอม...แล้วค่อยหาทางใหม่แล้วกัน!

ขณะที่โจอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง เกรงภรรยาจอมหึงจะจับได้ว่าแอบมีกิ๊ก วินก็ต้องเหนื่อยแทบหมดแรง เมื่ออ้อมตั้งหน้าตั้งตาทำภารกิจผลิตทายาททุกคืน ส่วนซันตัดสินใจว่าจะหาตัวช่วยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ และคนที่เธอนึกถึงเป็นคนต่อมาถัดจากศศิก็คือวุธ ชายหนุ่มคู่ปรับถึงกับอึ้ง ตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่ซันไม่ยอม พยายามเกลี้ยกล่อม

“ก็นายบอกเองว่าบริษัทนายกว่าจะเปิดทำงานเดือนหน้า หมายความว่าช่วงนี้นายก็ยังพอมีเวลาว่าง เอาไว้บริษัทนายเปิดเมื่อไหร่ ฉันจะช่วยนายเป็นการตอบแทน”

วุธคิดนิดเดียว ก่อนจะรับปากง่ายๆ จนซันอดแปลกใจไม่ได้ แต่ไม่ทันถาม วุธก็ถามขึ้นเสียก่อน

“แล้วทีมพวกเธอไปไหนกันหมด ทำไมต้องมาใช้คนนอกอย่างเรา”

ซันถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนจะระบายความอึดอัดใจเสียงเครียด “ฉันบอกนายตรงๆนะ ไม่รู้ช่วงนี้พวกนั้นเป็นอะไร จู่ๆก็ทำเหมือนต่อต้านอะไรบางอย่าง สั่งงานอะไรก็บ่ายเบี่ยง เรียกประชุมก็ไม่เข้า ถ้าเอาแต่รอพวกนั้น งานก็ไม่เดินหน้าสักที เขาคงไม่อยากทำงานกับฉันแล้วมั้ง แต่ก็ช่างเถอะ ถึงไม่มีคนช่วย ฉันก็ต้องรับผิดชอบงานนี้ให้รอดให้ได้”

วุธให้กำลังใจซันเต็มที่ ก่อนจะชวนเธอจัดข้าวของในออฟฟิศใหม่เขา แต่ซันคงไม่ทันระวัง เลยถูกมุมโต๊ะบาด วุธถลามาดูแผลด้วยความเป็นห่วง โดยมีซันมองท่าทางอ่อนโยนของเขาเขินๆ ไม่รู้เลยว่าแพทกับสุธีร์ซึ่งตั้งใจมากล่อมวุธไปร่วมงานด้วย แอบเห็นภาพความใกล้ชิดนั้นอย่างจัง และไม่รอช้าผละไปหาจ๋า หวังยุแยงให้เจ้าของร้านดอกไม้สาวเกิดลมเพชรหึง และเอาเรื่องซันในที่สุด แต่จ๋ากลับไม่เชื่อและเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ

“เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าเขาชอบกันก็น่าจะเป็นแฟนกันไปตั้งนานแล้ว เขารู้จักกันก่อนที่วุธจะมาคบจ๋าเสียอีก”

ท่าทางไม่เดือดร้อนของจ๋า ทำให้แพทกับสุธีร์หงุดหงิดมาก แต่ไม่ละความพยายามจะยุยง

“ไม่ผิดแน่ๆ ทั้งจับมือกัน มองตากันหวานซึ้งเชียว แล้วมันเรื่องอะไรยายซันถึงต้องไปขลุกที่ออฟฟิศวุธ”

“เขาอาจจะมีธุระกันก็ได้นี่ธีร์ วุธกับซันเขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก จ๋าเชื่อใจทั้งคู่”

แพทอดไม่ได้ถามขึ้น “แต่เธอไม่ได้ข่าวเหรอ ที่ว่าสมัยเรียน วุธเคยชอบซันอยู่”

“ก็คงแค่เพื่อนแซวกันเล่นน่ะ แต่ถึงจะชอบจริงๆ มันก็เป็นอดีตไปแล้วไม่ใช่หรือ”

แพทหัวเสียมากกับอาการโลกสวยของจ๋า จนต้องโพล่งออกไปตรงๆ “อดีตมันก็เหมือนก้อนถ่านนะจ๋า ถ้ามันเป็นถ่านที่มอดดับไปแล้วมันก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอดีตที่มันยังติดไฟอยู่ ไฟมันอาจจะลุกโหมขึ้นมาสักวันก็ได้ ใครจะไปรู้”

คำพูดแพทกระแทกใจจ๋าอย่างแรงจนถึงกับอึ้ง และแม้จะทำเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ลึกๆก็อดหวั่นไหวไม่ได้

ooooooo

ทางเดินแห่งรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด