สมาชิก

ทางเดินแห่งรัก

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คน ใน "ทางเดินแห่งรัก"

ระหว่างที่โจกับลัดดาหลงในวังวนไฟสวาท ศศิต้องกล่อมต้นกล้ากับข้าวหอมให้เข้านอน ไม่ต้องอยู่รอพ่อจนดึกดื่น แต่ถึงกระนั้น...เด็กทั้งสองก็อดน้อยใจไม่ได้ ที่พ่อกลับบ้านดึกและไม่ค่อยมีเวลา ศศิต้องอธิบายให้เข้าใจ

“ลูกๆสำคัญที่สุดกับคุณพ่ออยู่แล้ว แต่ที่คุณพ่อทำงานหนัก เพราะต้องหาเงินมาซื้อบ้านให้เราอยู่ ซื้อของเล่นให้ลูกสองคนเล่น ให้ต้นกล้ากับข้าวหอมได้ไปโรงเรียน มีเสื้อผ้าสวยๆใส่ไงลูก”

ต้นกล้ากับข้าวหอมเข้านอนไปนานแล้ว แต่ศศิยังนอนกระสับกระส่าย เพราะเลยเวลาเที่ยงคืนไปหลายชั่วโมง แต่โจยังไม่กลับบ้าน สาวใหญ่จอมหึงลุกขึ้นดูนาฬิกาอีกหลายรอบ ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงรถสามีดังขึ้นไม่นานหลังจากนั้น โจตีหน้านิ่ง อ้างกับภรรยาจอมหึงว่าติดงานและเลี้ยงลูกค้าเลยกลับดึก ศศิไม่แสดงท่าทีสงสัย แต่เมื่อเขาเข้าห้องน้ำและขอเคลียร์งานที่อีกห้อง จึงแอบเช็กมือถือ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ

แต่ใครจะรู้...ว่าแท้จริง โจแอบไปใช้มือถืออีกเครื่อง ในห้องทำงาน ส่งข้อความกุ๊กกิ๊กแสนหวานกับลัดดา

“กำลังจะนอนแล้วจ้ะ...ต่อไปเราติดต่อกันที่เบอร์นี้เบอร์เดียวนะ”

ลัดดาตอบรับยินดี ก่อนที่โจจะขอตัวไปนอน เพราะกลัวศศิสงสัย โดยทิ้งมือถือเครื่องนั้นไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะทำงาน

ด้านเจน...ตะลึงกับยอดบัตรเครดิตที่ตัวเองใช้จ่ายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ขาดสติใช้เงินโดยไม่ได้คำนึงถึงรายได้ตัวเอง แต่สุดท้ายสาวบ้าโซเชียลก็ตัดความกังวลทิ้ง เพราะเชื่อแน่ว่ายอดเงินขายประกันที่มีกำหนดออกวันพรุ่งนี้จะช่วยให้รอดได้ แต่ความหวังนั้นก็พังไม่เป็นท่า เมื่อเธอตื่นมาพบว่าบริษัทเธอปิดตัวลง แถมที่เลวร้ายสุด คือบรรดาลูกค้าที่เธอเคยขายประกันให้ โทร.มาโวยวายขอเงินคืน

เจนแทบเป็นบ้า เพราะช่วงเวลาหลังจากนั้นมือถือเธอก็ดังไม่หยุด พร้อมเสียงตะโกนโหวกเหวกของลูกค้าที่ต้องการเงินคืน สาวบ้าโซเชียลแบกร่างหมดอาลัยตายอยากไปซื้อกาแฟที่ร้านประจำ จึงได้พบอาร์ทโดยบังเอิญ ซึ่งเขาก็ไม่รอช้า สอบถามเรื่องข่าวบริษัทเธอหอบเงินหนี เจนกำลังเซ็ง ไม่มีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงด้วย เลยไล่เขาไปให้พ้นหน้า และอาร์ทก็คงผละไปแล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงเจนบ่น พร้อมกับเสียงมือถือเธอที่ดังไม่หยุดหย่อน

“เฮ้ย...จะโทร.มาทำไมนักเนี่ย โทร.มาหาฉัน ฉันก็ไม่มีปัญญาคืนเงินหรอก ขนาดฉันเองยังโดนโกงค่าแรงเลย”

ท่าทางเครียดจัดของเจน ทำให้อาร์ททนดูดายไม่ได้ เมื่อมือถือเธอดังอีกครั้ง จึงคว้ามารับแทนหน้าตาเฉย

“ขอโทษนะครับ เจ้าของหมายเลขนี้ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องการโกงของบริษัทนะครับ เพราะฉะนั้นเลิกโทร.ได้แล้ว”

อาร์ทกดวางสาย เจนอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกล้าพูดแบบนั้น อาร์ทยักไหล่น้อยๆ เตือนให้เธอยกเลิกเบอร์มือถือเก่าแล้วจัดการซื้อเบอร์ใหม่ เจนพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะหน้าตึงเมื่อถูกเขาสอน

“ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วว่าให้ระวัง อย่าไว้ใจคนอื่นง่ายๆ โดยเฉพาะไอ้บริษัทนั้น คราวนี้เข็ดหรือยัง”

“นี่...ไม่ต้องซ้ำเติมกันได้ไหม”

“ผมก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอก แต่ที่ต้องมาพูดเนี่ย เพราะผมรำคาญความฝันเฟื่อง โลกสวยของคุณนี่แหละ”

อาร์ทผละไปแล้ว ทิ้งเจนให้มองตามด้วยความหงุดหงิด แม้จะซาบซึ้งใจที่เขาช่วยรับสายลูกค้าแทน แถมช่วยแนะนำเรื่องเปลี่ยนเบอร์มือถือ แต่ก็อดปรี๊ดแตก ไม่ได้...เจ็บใจนัก ผู้ชายอะไร ปากจัด!

ooooooo

อ้อมมุ่งมั่นจะตั้งท้อง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด จนคนที่ต้องร่วมชะตากรรมเป็นเพื่อนด้วยความไม่เต็มใจอย่างศศิถึงกับโอด เมื่อถูกลากมาเล่นโยคะแบบสุดโหด อ้อมยิ้มหวานปลอบใจ

“ทนหน่อยน่าพี่ศิ ตามตำราเขาบอกว่า ก่อนจะเป็นแม่ต้องเตรียมสภาพร่างกายให้แข็งแรง แล้วการเล่นโยคะจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการตกไข่”

“แต่ฉันไม่ได้อยากท้องอีก สองคนก็เหนื่อยพอแล้ว”

อ้อมคะยั้นคะยอไม่เลิก กว่าจะหมดเวลาเรียน ศศิก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัว ตามประสาคนไม่เคยออกกำลังกายหนักๆ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ สาวใหญ่ประจำแก๊งเลยรีบบอกให้ชวนซันหรือเจนมาแทนคราวหน้า เพราะเธอคงไม่ไหวแล้ว อ้อมไม่อยากกวนซันกับเจนที่มีงานประจำ เลยคิดว่าศศิเป็นตัวเลือกดีสุดแล้ว

“มาเป็นเพื่อนอ้อมเถอะพี่ศิ ฝึกโยคะมันดีกับรูปร่างด้วยนะ หรือคิดซะว่ามาเป็นเพื่อนน้อง”

ศศิถอนใจ เถียงไม่ออก ต้องยอมแบบเสียไม่ได้ อ้อมดีใจมาก และคงจะชื่นชมเพื่อนรุ่นพี่อีกยาว ถ้าเจนจะไม่ส่งข้อความมาบอกว่าเปลี่ยนเบอร์มือถือใหม่เสียก่อน สองสาวมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะไปเจอเจนที่ร้านกาแฟจูดี้ในบ่ายวันเดียวกัน ถอนใจเหนื่อยหน่ายเมื่อสาวบ้าโซเชียลร้องไห้โวยวายว่าถูกบริษัทโกง

“แล้วก่อนเข้าทำงานทำไมไม่ดูให้ดีซะก่อน” ศศิถามเสียงเครียด

“ก็เจนดูแล้ว ออฟฟิศดูมั่นคงใหญ่โต ตอนรับเข้าทำงานก็เอาค่าขายมาล่อจนเคลิ้มเลย ใครจะคิดว่าจะโกง”

เจนร้องไห้โฮ จูดี้กับศศิได้แต่มองหน้ากันเซ็งๆ ส่วนอ้อมพยายามปลอบให้ทำใจ ถือว่าฟาดเคราะห์ ดีกว่าถูกทำร้ายหรือเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ที่สำคัญ...เจนไม่ได้เสียเงินหลายหมื่นเหมือนลูกค้าคนอื่น ฉะนั้นก็คงต้องปล่อยให้มันผ่านไป เจนคงร้องไห้ต่ออีกนาน ถ้าศศิจะไม่ตัดบทให้หางานใหม่

เจนชะงัก เพิ่งได้สติว่าตัวเองกำลังร้อนเงินไปใช้หนี้บัตรเครดิต และท่าทางเหมือนครุ่นคิดบางอย่างของเธอ ก็ทำให้ศศิกับอ้อมสงสัย แต่เพียรถามเท่าไหร่สาวบ้าโซเชียลก็ไม่ปริปาก...ใครจะยอมบอกว่าติดหนี้บัตรเครดิต!

เจนเก็บความลับไว้กับตัวจนดึกดื่น แทบไม่เป็นอันกินอันนอน สุดท้ายก็ยอมแพ้ โทร.หาพ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัด แล้วก็ต้องหูชา เมื่อถูกบ่นเรื่องออกจากงาน แต่ที่ทำให้นั่งไม่ติด ก็เมื่อพ่อสั่งให้กลับไปช่วยขายของที่บ้าน เพราะตอนนี้กำลังขาดคนงาน เจนตาลีตาเหลือกโพล่งออกไปว่าจะสมัครงานใหม่ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ไม่ไว้ใจ เลยยื่นคำขาด ให้เวลาอีกหนึ่งเดือน ถ้ายังหางานไม่ได้ก็ต้องกลับมาช่วยงานที่บ้าน

ความกดดันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แต่ถึงกระนั้น...เจนก็ไม่ลืมสาเหตุที่ตั้งใจโทร.หาพ่อแม่ สาวบ้าโซเชียลแกล้งตีมึน ถามเสียงอ้อนถึงสถานการณ์ของร้านว่าขายดีมากน้อยแค่ไหน พ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบเสียงเซ็ง

“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ช่วงนี้บ้านเรามันหงอยๆชอบกล ไม่รู้เป็นไง ลูกค้าไม่ค่อยมี มีแต่ลูกค้าเงินเชื่อ ซื้อแล้วก็เซ็นไว้ก่อน ไอ้พวกซื้อของแล้วไม่มีเงินสดจ่ายเนี่ย บอกตรงๆว่าพ่อเกลียดที่สุด บอกจะจ่ายสิ้นเดือน ไม่มีใครจ่ายสักคน”

เจนกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ไม่กล้าบอกว่าจะขอยืมเงินไปใช้หนี้บัตรเครดิต เมื่อวางสายจากพ่อแม่ ก็ตั้งหน้า ตั้งตาหางานบนอินเตอร์เน็ตทันที...ไหนจะคำสั่งพ่อให้กลับบ้านถ้าหางานไม่ได้ ไหนจะหนี้บัตร...ไหวไหมยายเจน!

ooooooo

บรรยากาศรับตำแหน่งใหม่วันแรกของซันเต็มไปด้วยความแช่มชื่น ลูกค้าและเพื่อนพนักงานหลายคน ส่งช่อดอกไม้และการ์ดแสดงความยินดีด้วยมากมาย ยกเว้นบรรดาลูกทีมของผู้อำนวยการสาวคนใหม่ ที่ไม่ยินดียินร้าย หมั่นไส้อีกต่างหาก เพราะคิดว่าซันใช้ลูกน้องเยี่ยงทาส ก่อนจะเหยียบหัวไปสู่ตำแหน่งใหญ่

ซันไม่รู้เรื่องคลื่นใต้น้ำของลูกทีม เลยฝากพิสมัยผู้ช่วยสาวไปบอกคนอื่นๆว่าจะเลี้ยงข้าวฉลองตำแหน่งใหม่

“อยากจะเลี้ยงขอบคุณทุกคนด้วย ที่ซันได้ตำแหน่งนี้ก็เพราะพวกเราทุกคนช่วยกันทำงานกันอย่างเต็มที่”

พิสมัยตีหน้ายิ้มแย้ม รับปากดิบดีจะบอกให้ แต่เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นกลับรวมหัว กันเม้าท์หัวหน้าทีมสาว ว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง โดยเฉพาะสุธีร์ อาการหนักกว่าเพื่อน

“นางก็พูดได้สิ ที่ได้เลื่อนตำแหน่งก็เพราะใช้พวกเราทำงานให้ เรียกว่าเหยียบหัวพวกเราไปเป็นผู้อำนวยการ”

ลูกทีมคนอื่นพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย และตกลงใจว่าจะไม่ไปร่วมฉลองกับซัน

เวลาเดียวกันที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง...โจกับปรางค์เลขาสาว กำลังทำความรู้จักทีมงานของบริษัทลูกค้ารายใหญ่ที่จ้างมาออกแบบและตกแต่งโรงแรม และแพทก็เป็นหัวหน้าทีมที่รับผิดชอบเรื่องภาพลักษณ์ใหม่ของโรงแรม ซึ่งต้องทำงานร่วมกับโจ หญิงสาวเปรี้ยวจบนอกออกอาการ ปลื้มหนุ่มใหญ่หัวหน้าทีมออกแบบมาก โดยเฉพาะท่าทางเฉลียวฉลาดแต่อ่อนโยนและเป็นกันเองของเขา เมื่อคุยงานจบเลยตัดสินใจไปคุยด้วย

“งานออกแบบของคุณสวยมากเลยค่ะ แพทเห็นแล้วอยากให้คุณโจไปช่วยแต่งบ้านให้เลยนะคะเนี่ย”

“ยินดีครับ...คุณแพทอยากเรียกใช้บริการเมื่อไหร่ก็บอกมาเลย”

“แหม...แพทคงจ้างมืออาชีพอย่างคุณโจไม่ไหว หรอก เดี๋ยวแพทใช้วิธีขโมยไอเดียเอาดีกว่า”

“เรื่องไอเดียผมไม่หวงอยู่แล้ว ขอค่าไอเดียเป็น การเลี้ยงข้าวสักมื้อก็พอ”

“ได้เลยค่ะ ตอนนี้เราได้ร่วมทำโปรเจกต์เดียวกันแล้วคงได้เจอกันบ่อยๆ นี่นามบัตรแพทค่ะ”

โจรับนามบัตรของเธอ ก่อนจะยื่นของตัวเองแลก เปลี่ยน แพทรับมาและส่งสายตาเป็นประกายให้ โจพยักหน้ารับ มองตามหลังหัวหน้าทีมดูแลภาพลักษณ์โรงแรม สุดเปรี้ยวยิ้มๆ ในใจนึกชม...ก็น่ารักดีเหมือนกัน

ด้านซัน...นั่งหงอยคนเดียวที่ร้านข้างออฟฟิศ อาหารวางเต็มโต๊ะ แต่ไม่มีลูกทีมสักคนมาร่วมวง เธออดคิดถึงวุธตามความเคยชินไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจและเตือนตัวเองว่าเขาลาออกไปแล้ว และเมื่อความอดทนสิ้นสุด หญิงเหล็กประจำออฟฟิศจึงตัดสินใจเรียกบริกรมาเก็บโต๊ะและคิดเงิน แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นวุธปรากฏตัวตรงหน้า

“เห็นพวกที่ออฟฟิศส่งข้อความในกลุ่ม บอกว่าเธอจะเลี้ยงข้าวฉลองตำแหน่งใหม่ เราเลยตามมา”

ซันใจเต้นแรง แต่พยายามข่มและย้อนถามให้แน่ใจว่าเขามาถึงนี่ เพียงเพื่อฉลองกับเธอเท่านั้นหรือ

“ใช่...ของฟรีนี่ จะพลาดได้ยังไง แล้วนี่ไม่มีใครมาเลยหรือ”

“อือ...เขาคงเกลียดฉันกันหมดทั้งบริษัท แต่ฉันไม่แคร์หรอกนะ งานก็คืองาน ฉันเชื่อว่าฉันทำดีที่สุดแล้ว”

“เอาล่ะ...ใครไม่มาก็ช่าง เรากินกันสองคนก็ได้ มา...เริ่มกันเลย”

จบคำก็นั่งฝั่งตรงข้ามยกแก้วน้ำมาชนด้วยหน้าตาเฉย ซันมองมายิ้มๆ ซึ้งใจที่เขาอยู่ข้างๆในวันที่ไม่มีใคร

เหมือนเคย แต่ถึงกระนั้น...ความจริงที่ว่าเขามีจ๋าอยู่แล้ว ทำให้เผยความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เลยต้องทำหยิ่งกลบเกลื่อน

“ที่จริง ถึงนายไม่มา ฉันก็กินข้าวคนเดียวได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย”

“เรารู้น่าว่าเธอกินข้าวคนเดียวได้ แต่กินสองคนก็สนุกกว่านี่...ใช่ไหม”

“แล้วเรื่องงานของนาย จะเอาไงต่อ...ไม่ไปทำงานกับบริษัทพ่อจ๋าเหรอ”

“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย เดี๋ยวเราต้องรีบไปแล้ว นัดจ๋าไว้ ต้องไปรับเขากลับบ้าน”

ซันฝืนยิ้ม เจ็บแปลบในใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อคิดได้ว่าตัวเองเริ่มจะถลำลึกกับเขามากขึ้นทุกที วุธทานข้าวเสร็จก็ทำท่าจะแยกตัวไปที่รถ ซันใจหาย แต่ก็ต้องเก็บอาการ ก่อนจะตะโกนทิ้งท้าย

“เรื่องวันนี้...ขอบใจนะ ส่วนเรื่องงาน...ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน”

วุธส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะขับรถไปหาจ๋าที่บ้านด้วยใจเหม่อลอย สับสนในใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องเจอกับซันอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องปัดความรู้สึกนั้นทิ้ง เมื่อได้ยินพ่อจ๋าบอกเรื่องอยากให้เขาไปรับตำแหน่งใหญ่โตในบริษัท เพราะไหนๆก็จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว เข้ามาช่วยงานก่อนก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร

วุธมีท่าทางอึกอักอย่างเห็นได้ชัด สุดท้ายก็สารภาพว่ายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ สมาชิกครอบครัวจ๋าถึงกับอึ้ง ไม่เข้าใจว่าบริษัทส่งออกของพวกเขาไม่ดีตรงไหน วุธเลยต้องอธิบายตามตรง

“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ คือผมแค่คิดว่างานบริษัทคุณพ่ออาจไม่เหมาะกับผม คือผมไม่ถนัดเรื่องธุรกิจนำเข้า ตอนนี้ถ้าผมจะทำอะไรสักอย่าง ก็น่าจะทำสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง...”

ooooooo

อ้อมขะมักเขม้นกับการเล่นโยคะเตรียมความพร้อมร่างกายให้ตั้งท้อง โดยมีจิตสมรตามป่วนพยายามจะขายยาบำรุงสรรพคุณน่าหวาดเสียวให้ไม่เลิก อ้อมเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง แต่ก็ต้องถอนใจเหนื่อยหน่าย เมื่อค้นพบว่าตัวเองไม่ตั้งท้องเสียที แม้จะตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านกับวินแทบทุกวันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

เมื่อวิภาทราบผลการตรวจครรภ์ของสะใภ้คนโตก็โวยวายใหญ่ ขู่จะให้กลับมาอยู่บ้าน จะได้ดูแลให้มีลูกด้วยตัวเอง อ้อมหน้าเจื่อน ละล่ำละลักบอกจะขอพยายามอีกยก ไม่แน่ว่าเดือนหน้าอาจจะได้ข่าวดี วิภาไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ก็จำต้องปล่อยไป สุพงษ์ได้ยินบทสนทนาตั้งแต่ต้น ส่ายหน้าเบาๆก่อนจะบ่นภรรยา

“เธอจะไปเร่งเด็กมันทำไม เขาเพิ่งแต่งงานได้แป๊บเดียวเอง”

“แป๊บเดียวอะไรกัน สมัยฉันเนี่ย แต่งกับเฮียได้สองเดือนก็ท้องอาวินแล้ว”

สุพงษ์โต้ว่ามันคนละสมัยกัน แต่วิภาก็ไม่สนใจ แถมแหวสามีเสียงเขียวอีกต่างหาก

“เฮียหยุดพูดไปเลย แล้วมาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไง ถึงจะช่วยให้อาอ้อมท้อง”

เช้าวันเดียวกันที่บ้านศศิ...ต้นกล้ากับข้าวหอมวิ่งเล่นกันให้วุ่น แถมแย่งของเล่นกันจนศศิปวดหัวไมเกรนกำเริบ โจลงมาเห็นพอดี อยากให้ภรรยาพักผ่อน เลยรับอาสาไปส่งลูกๆที่โรงเรียนแทน ศศิพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะตาโต เมื่อได้ยินสามีชวนไปเที่ยวพักผ่อนกันทั้งครอบครัวที่พัทยาสุดสัปดาห์นี้

“พอดีโจต้องไปดูโรงแรมที่ต้องออกแบบที่พัทยาน่ะ โจเลยคิดว่าไหนๆก็มีโอกาสไปต่างจังหวัด ก็น่าจะพากันไปทั้งครอบครัวเลย พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้ว ศิจะได้พักผ่อนด้วย”

ศศิดีใจมาก ไม่ต่างจากต้นกล้ากับข้าวหอมกระโดดโลดเต้นใหญ่...ในที่สุดพ่อก็มีเวลาพาไปเที่ยวสักที

ฝ่ายอาร์ทเพิ่งได้งานบริษัทใหม่ เลยรีบไปเก็บงานตกแต่งร้านของเพื่อนในห้างตั้งแต่เช้าตรู่ของวันเดียวกัน ก่อนจะขอตัว เพราะไม่อยากไปถึงสายตั้งแต่วันแรก เลย ไม่ทันเจอเจน ที่ตั้งใจซื้อกาแฟจากร้านประจำมาฝากเป็นการตอบแทนที่หนุ่มเซอร์ช่วยรับโทรศัพท์ลูกค้าแทนเมื่อวันก่อน แถมช่วยแนะให้เธอเปลี่ยนเบอร์มือถืออีกต่างหาก

เจนแอบเซ็งไม่ได้เจอหนุ่มเซอร์อีก เลยเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในห้าง จนเจอเคาน์เตอร์ขายเครื่องสำอางยี่ห้อใหม่ กำลังลดราคากระหน่ำ อารมณ์บูดๆของเธอเลยดีขึ้นมาบ้าง สาวบ้าโซเชียลพุ่งตัวไปเลือกซื้ออย่างลืมตัว ก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่อเห็นป้ายประกาศสมัครงานหลายตำแหน่งของบริษัทนำเข้าเครื่องสำอางนี้

บ่ายวันเดียวกัน...วุธเข้าไปดูอาคารเล็กๆแห่งหนึ่งด้วยแววตาพึงพอใจ และตั้งความหวังครั้งใหม่ ว่าต้องเริ่มต้นทำสิ่งที่ควรและรักเสียที แต่เขาคงเพลินกับการวางแผนอนาคตมากเกินไป เลยไม่รู้ว่าแพทกับสุธีร์ซึ่งสงสัยเรื่องระหว่างเขากับซัน มุ่งหน้าไปหาจ๋าถึงร้านดอกไม้ แล้วไม่รีรอเลยจะซักไซ้เรื่องการแต่งงาน

“นี่เธอคิดดีจริงๆแล้วใช่ไหมจ๋า เรื่องแต่งงานกับวุธ” สุธีร์เป็นคนเปิดประเด็น

“ก็ไม่มีอะไรต้องลังเลนี่ จ๋ากับวุธคบกันมาตั้งห้าปีแล้วนะ วุธเป็นผู้ชายดีที่สุดแล้ว”

“แต่ตอนนี้วุธเขาตกงานอยู่นะ แล้วเขาจะดูแลครอบครัวไหวเหรอ” สุธีร์ยังสงสัย

“ก็ไม่ต้องดูแลอะไรมากสักหน่อย จ๋าก็มีรายได้ของตัวเองจากร้านนี้แล้ว”

แพทเห็นท่าว่าคงจะไม่ได้เรื่อง เลยส่งสายตาให้สุธีร์เป็นสัญญาณว่าจะลุยเอง ก่อนจะถามจ๋าเรื่องแม่ของวุธ ซึ่งเป็นอดีตนักธุรกิจไฮโซ แต่ตอนนี้ออกจากวงการไปแล้ว สุธีร์พยักเพยิดแล้วเสริม

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อย่างวุธน่ะ ไม่มีทางขอเงินที่บ้านใช้หรอก บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ยังหาเงินซื้อเองเลย”

จ๋ายิ้มบางๆ ภาคภูมิใจในตัวแฟนหนุ่มมากกว่าจะนึกดูถูก “วุธเขาเป็นประเภทต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองน่ะจ้ะ ไม่ยอมพึ่งใครหรอก ที่เราตัดสินใจแต่งงานก็เพราะวุธเป็นแบบนี้แหละ”

แพทกับสุธีร์มองหน้ากันเซ็งๆ เพราะท่าทางจะยุจ๋าไม่ขึ้น ยิ่งได้ยินว่าเจ้าของร้านดอกไม้สาวไม่มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ที่วุธยุ่งกับงานใหม่จนไม่ค่อยได้สนใจเรื่องจัดงานแต่ง ยิ่งหงุดหงิด...ดูท่าคงต้องหาวิธีอื่น!

แม้ทุกคนจะไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่เขาต้องลาออก แต่ดารณีแม่ของวุธ กลับเห็นดีเห็นงาม เพราะเชื่อว่าลูกชายจะมีเวลาและมาเยี่ยมเธอบ่อยขึ้น แต่จะดีสุดหากเขาย้ายกลับมาอยู่บ้าน วุธยิ้มบางๆแต่ไม่รับปากอะไร จนเมื่อดารณีถามเรื่องแต่งงานกับจ๋า โดยเฉพาะประเด็นเรือนหอที่เขาตั้งใจจะใช้บ้านหลังเล็กที่ซื้อมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง

“พ่อยายจ๋าเขาไม่บ่นเอาหรือลูก เอาลูกสาวเขาไปอยู่บ้านธรรมดาๆแบบนั้น”

“ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ครับ”

“แต่ที่ต้องยอมเพราะเราดื้อน่ะสิ...แม่รู้ เออ...แล้วเรื่องเปิดบริษัทว่ายังไง”

“ผมจะมาคุยกับแม่เรื่องนี้พอดี ผมเพิ่งแวะไปดูตึกของแม่มา”

ดารณีบอกว่าคนเช่าคนก่อนเพิ่งย้ายออก ตอนนี้ยังไม่มีคนใหม่ วุธเลยถือโอกาสจะขอเช่าเปิดออฟฟิศ

“จะเช่าทำไมกันล่ะ ของแม่ก็เหมือนของวุธนั่นแหละ เดี๋ยวแม่ให้เด็กหากุญแจให้”

“ไม่ได้หรอกครับแม่ ผมไม่อยากอยู่ฟรีๆ แต่จะให้ซื้อคงยังไม่ไหว ผมเลยจะขอจ่ายค่าเช่าให้คุณแม่ไปก่อน”

“เราก็เป็นซะแบบนี้ เอาเถอะ...อยากจะจ่ายค่าเช่ายังไงก็ตามใจ”

ถึงจะบ่นกระปอดกระแปดในความหยิ่งของลูกชาย แต่ดารณีก็ภูมิใจ เพราะวุธเป็นคนแบบนี้ หนักเอาเบาสู้ ชอบทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอเลยไม่ห่วงว่าเขาจะดูแลตัวเอง คู่ชีวิตหรือกิจการที่กำลังจะเกิดไม่ได้

ooooooo

เจนจัดการโพสต์รูปตัวเองกับครีมตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อ พร้อมแจงสรรพคุณความเด้ง กระตุ้นให้มีคนมากดไลค์มากมายภายในเวลาไม่กี่นาที หลังจากนั้นจึงตัดสินใจกรอกใบสมัครออนไลน์ โดยเลือกตำแหน่งประชาสัมพันธ์ เพราะคิดว่าเหมาะกับเธอมากกว่าตำแหน่งอื่นๆที่ ต้องการความเป็นวิชาชีพมากกว่า

คืนเดียวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง...โจกับลัดดานัดพบกันเหมือนเคย พยาบาลสาวออดอ้อนขอไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วย อยากใช้เวลากันสองต่อสองให้นานกว่านี้ตามประสาคนรักเหมือนคู่อื่นๆ โจชะงัก ก่อนจะขอเคลียร์

“เราเคยตกลงกันแล้วใช่ไหม ว่าที่เราคบกันแบบนี้ก็เพื่อแลกเปลี่ยนความสุขกันเท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่า พี่ไม่ใช่เจ้าของลัดดา และลัดดาก็ไม่ใช่เจ้าของพี่ พี่ไม่ได้เป็นคนรักของลัดดาเพราะว่าพี่มีเมียแล้ว”

“แหม...พี่โจ ซีเรียสไปได้ ลัดดาก็ไม่ได้อยากจะเป็นเจ้าของพี่โจสักหน่อย เราก็แค่สนุกกัน...ลัดดารู้”

“และกฎอีกข้อหนึ่งก็คือ...ถ้าเมียพี่รู้เรื่องของเราเมื่อไหร่ เราก็ต้องจบ”

ลัดดาพยักหน้ารับรู้ ตีหน้าซื่อทั้งที่ในใจเดือดปุด โจตามมารยาหญิงไม่ทัน พอใจมากที่พยาบาลสาวพูดง่าย ไม่หือไม่อือและทำตามที่ขอทุกอย่าง ตัดสินใจบอกว่าสุดสัปดาห์นี้จะพาศศิกับลูกๆไปเที่ยวต่างจังหวัด ลัดดาอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มยินดี ทำเป็นไม่คิดมาก...ลัดดาจะรอจนพี่โจกลับมานะคะ!

แพทเรียกวุธออกมาพบในคืนเดียวกัน อยากชวนเขาไปทำงานด้วย เพราะบริษัทเธอกำลังขยายตัว เลยต้องการนัก การตลาดเก่งๆแบบเขา วุธคิดนิดเดียว ก่อนจะปฏิเสธเสียงอ่อน

“บอกตรงๆนะ เราเบื่อการตลาดแบบที่จะเอาแต่ขายของ แล้วก็ต้องคอยทำงานตามความต้องการคนอื่น”

“วุธ...แต่โอกาสดีๆแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะมาบ่อยๆนะ”

“เรารู้...แต่เราคิดดีแล้ว ตอนนี้เราอยากทำการตลาดในแบบของเราเอง”

“เอาเถอะ...ถ้าวุธตัดสินใจแบบนี้ก็ตามใจ”

แพทแอบเซ็งความมักน้อยของเขา แต่พยายามยิ้มแย้มกลบเกลื่อน ชวนเขาดื่มเป็นเพื่อน แต่วุธกลับขอตัว ทำให้สาวเปรี้ยวประจำรุ่นหัวเสียมาก ตามไปรั้งเขาไว้ พร้อมส่งสายตาเหมือนเชิญชวน วุธส่ายหน้าเบาๆ ไม่ใจสั่นหรือรู้สึกอะไรกับสัมผัสของเพื่อนสาวเลยแม้แต่น้อย

“แพท...พวกเราน่ะคบกันมานานแล้วนะ ไอ้เรื่องแบบนี้มันจุดไม่ติดหรอก”

แพทอยากจะเป็นบ้า ปล่อยมือเขาเซ็งๆก่อนจะแหวใส่เสียงเขียว

“แล้วทีกับซันล่ะ ก็คบมานานพอๆกัน แล้วทำไมยังจุดติดอยู่ ฉันด้อยกว่ายายซันตรงไหน”

วุธชะงัก แต่ไม่ตอบโต้ และเลือกจะเดินจากไป ทิ้งแพทให้มองตามด้วยความหงุดหงิด

“คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง ว่าเธอคิดยังไงกับยายซัน!”

แม้จะกรอกใบสมัครไปแล้ว แต่เจนก็ยังไม่ได้รับการตอบรับใดๆจากบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ใหม่

จิตสมรถือโอกาสนี้เกลี้ยกล่อมให้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนขายตรง เจนลังเล ไม่ชอบงานแบบนี้ แต่สภาวะการเงินและหนี้บัตรเครดิตก้อนโต ทำให้เกือบตัดสินใจเซ็นสัญญา โชคดีที่จูดี้มาห้ามไว้ พร้อมกับเสียงเตือนบนมือถือ บ่งบอกว่ามีอีเมลเข้ามา สาวบ้าโซเชียลกดเข้าไปดู ดีใจเนื้อเต้นเมื่อเห็นว่าบริษัทที่เฝ้ารอเรียกตัวไปสัมภาษณ์

ooooooo

เจนเริ่มต้นวันสำคัญด้วยความสดใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อไปถึงบริษัทเครื่องสำอางแต่เช้า แล้วบังเอิญได้เจอหนุ่มหล่อตรงตามสเปกทุกอย่างในลิฟต์ แต่ที่ทำให้ตะลึงกว่า ก็เมื่อได้เจอกับหนุ่มเซอร์คู่กัดที่จงใจยื่นบัตรพนักงานให้ดูเพื่อเยาะเย้ย เหมือนที่เธอเคยทำกับเขาสมัยยังทำงานที่บริษัทขายประกัน

สองหนุ่มสาวคู่กัดคงเถียงกันอีกนาน ถ้าปุ๊กกี้หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จะไม่มาเรียกเจนไปสัมภาษณ์เสียก่อน อาร์ทรีบผละออกไป เจนเลยได้ฤกษ์นั่งตอบคำถามสัมภาษณ์อย่างใจเย็น แล้วก็ต้องหน้าเสีย เมื่อปุ๊กกี้ปิดแฟ้มประวัติของเธอ ตั้งท่าจะไม่สัมภาษณ์ต่อเพราะสาวบ้าโซเชียลไม่มีประสบการณ์ด้านประชาสัมพันธ์เลย เจนร้อนรน รีบบอกว่าตัวเองมีความตั้งใจจริง และเต็มใจจะเรียนรู้งานใหม่ๆ

“จะทำงานใหญ่ ความตั้งใจอย่างเดียวมันไม่พอหรอกย่ะ ประชาสัมพันธ์ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นพวกลูกหลานตระกูลไฮโซ ที่เขาถูกดึงให้มาทำงานที่นี่ ก็เพราะเขา

มีสายสัมพันธ์อันดีในวงสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์กับแบรนด์เรา”

เจนหน้าหงอย เพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงหรือรู้จักใครมากมาย ปุ๊กกี้ถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนจะถามถึงความสามารถพิเศษ เจนนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะบอกว่าตัวเองเชี่ยวชาญเรื่องอินเตอร์เน็ตมาก พร้อมกับโชว์รูปล่าสุดที่เธอโฆษณาครีมตัวใหม่ ซึ่งมียอดกดไลค์แบบถล่มทลาย

ปุ๊กกี้มีท่าทางสนใจมาก เจนเลยถือโอกาสเสริม “ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ เจนยังทำรีวิวเปรียบเทียบหน้าก่อนใช้ครีม กับหน้าหลังใช้ลงพันทิปด้วย ตอนนี้ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำแล้วค่ะ”

เจนออกจากห้องสัมภาษณ์ไม่นานหลังจากนั้น อาร์ทรออยู่แล้ว เมื่อเห็นหญิงสาวคู่กัด เลยรีบไปถามถึงผลการสัมภาษณ์ ท่าทีนิ่งๆของเธอ ทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ถอนใจโล่งอก เมื่อเจนเก๊กแตก ยิ้มแก้มแทบปริบอกว่าตัวเองได้งานเรียบร้อย และจะเริ่มงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สายวันเดียวกัน...วุธพาซันมาดูออฟฟิศใหม่ พร้อมบอกด้วยความภาคภูมิใจว่าจะเปิดบริษัทรับปรึกษาและรับจ้างวางแผนการตลาดเล็กๆภายในเดือนหน้า ซันถามถึงลูกค้า ว่าเขาจะหาจากไหน

“ก็พอมีลูกค้าเก่าๆที่ยังเชื่อใจกันอยู่บ้าง เราแจ้งเขาไปแล้ว ก็มีหลายบริษัทอยากมาคุยนะ”

ซันยิ้มกว้าง ดีใจกับเขาจริงๆ “เจ๋งมากเลยวุธตอนแรกฉันก็ห่วงนายแทบแย่”

“ตอนนี้เราก็กลับมาเป็นคู่แข่งกันอีกแล้วนะ”

“คู่แข่งอะไรกัน บริษัทเล็กๆแบบนี้ แย่งลูกค้าฉันไม่ได้หรอก”

“ถ้าไม่ใช่คู่แข่ง ซันมาทำงานกับเราไหม ให้เป็นหุ้นส่วนก็ได้”

ซันไม่อยากจะเชื่อหู อดหวั่นไหวกับท่าทีจริงจังของเขาไม่ได้ วุธยืนยันว่าพูดจริง แต่ซันก็อึกอัก ไม่กล้าตอบรับ

วุธถอนใจยาว เข้าใจไปอีกทาง “เรารู้...คนอย่างเธอไม่ลดตัวลงมาทำงานบริษัทเล็กๆแบบนี้หรอกใช่ไหม”

“นายก็รู้อยู่แล้วนี่ แล้วจะมาถามทำไม” ซันย้อนเสียงดุ กลบเกลื่อนความสับสนในใจ

“ก็เดาไว้อยู่แล้ว ว่าเธอคงไม่มา”

ท่าทีจ๋อยๆของวุธ ทำให้ซันแอบรู้สึกผิด แต่ก็เลือกทำเฉย ไม่อยากพูดอะไรให้หวั่นไหวกันไปมากกว่านี้

สองหนุ่มสาวคู่ปรับ สำรวจความเรียบร้อยของออฟฟิศอีกพักใหญ่ ก่อนที่มือถือวุธจะดังขึ้น พร้อมข่าวน่ายินดี เพราะมีลูกค้าเก่ารายใหญ่อยากเรียกเขามารับงานโปรโมตสินค้าใหม่ที่ชื่อไวท์สโนว์ ซันนิ่งฟังด้วยความอยากรู้ แล้วก็ต้องอึ้ง เมื่อได้ยินวุธปฏิเสธงาน ด้วยข้ออ้างที่เธอแทบไม่อยากเชื่อ ว่าบริษัทเขาเพิ่งเปิด คงไม่พร้อมรับงานใหญ่

ซันรอจนวุธวางสายจากลูกค้า ซักถามเสียงเข้ม ไม่เข้าใจเลยว่าเขาปฏิเสธงานดีๆแบบนี้ได้ยังไง

วุธพยายามอธิบายอย่างใจเย็น “เราบอกแล้วไง ที่เราเปิดบริษัทนี้เพราะอยากเลือกทำงานที่อยากทำ ไม่ใช่ หลับหูหลับตารับงานแบบไหนก็ได้ ไวท์สโนว์มันไม่ใช่สินค้านะซัน มันคือการขายฝันให้ผู้หญิง ว่าต้องอยากขาว อยากสวย”

“ขายฝันแล้วไง งานที่ฉันทำทุกวันนี้มันก็ขายฝัน เหมือนกัน”

“เราถึงไม่อยากทำงานแบบนั้นต่อไง เราว่างานแบบนั้นมันทำให้เราไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง”

“ฉันว่านายเพี้ยนแน่ๆเลยวุธ แรกสุดก็ลาออกจากงานเอเจนซี่ ต่อมานายก็ปฏิเสธไม่รับโอกาสดีๆที่พ่อจ๋าเสนอให้ แล้วมาครั้งนี้ นายโยนงานใหญ่งานแรกของบริษัททิ้งหน้าตาเฉย นี่นายคิดอะไร ฉันไม่เข้าใจเลย”

“ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้อยู่ เธอก็คงไม่เข้าใจหรอก”

“ใช่สิ...คนอย่างฉันมันคงไม่มีคุณค่ามากพอจะไปทำความเข้าใจนายได้หรอก...ฉันกลับล่ะ”

ซันหมุนตัวออกไปแล้ว ทิ้งวุธให้มองตามด้วยแววตาเศร้าๆ อดน้อยใจเธอไม่ได้ ที่ไม่พยายามเข้าใจเขาเลย

ooooooo

วิภาหอบยาจีนชุดใหญ่ไปให้สะใภ้คนโตถึงคอนโด กำชับให้ต้มกินติดต่อกันเจ็ดวัน รับรองว่าเห็นผล แต่คนที่ต้องทรมานกลับเป็นวิน ที่ทนกลิ่นตลบอบอวลแทบไม่ไหว แถมไม่แน่ใจสรรพคุณของตัวยาด้วย

“หม่าม้าไม่น่าเสียเงินไปซื้อมาเลย ยาจีนพวกนี้กินแล้วปลอดภัยหรือเปล่าก็ไม่รู้ สมุนไพรจีนบางตัวยังไม่มีการรับรองทางการแพทย์ มันอาจจะมีผลข้างเคียงก็ได้นะอ้อม”

อ้อมเข้าใจสามีดี แต่ไม่อยากขัดใจวิภา เลยคิดว่าจะลองดูสักตั้ง วินยอมตามใจภรรยาคนสวย คิดเอาเองว่าอีกหน่อยคงชินกับกลิ่นฉุนประหลาดพวกนี้ ที่สำคัญ...เผื่อเขากับเธอจะได้ข่าวดีเรื่องลูกอย่างที่วิภาหวังก็ได้แต่กลิ่นยาจีนก็ไม่เป็นมิตรกับผู้คนในคอนโด

จิตสมรเลยถือโอกาสนี้ยุให้วินลองยาบำรุงตัวอื่น แต่หมอหนุ่มก็เอาตัวรอดมาได้ พร้อมคิดขำๆว่ายาจีนของหม่าม้า ถึงกลิ่นไม่ดีแต่คงไม่เสี่ยงเท่ายาบำรุงขายตรงจากจิตสมรแน่

ด้านซัน...เรียกตัวสุธีร์มาพบเพื่อถามความคืบหน้าเรื่องแผนงานของลูกค้ารายใหญ่ แล้วต้องหัวเสียมาก เมื่อเห็นในรายงานว่าสุธีร์ขายงานไม่ผ่าน แก้งานไปมาถึงสี่ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่เธอไม่พอใจ

“ก็ทางลูกค้าเรื่องเยอะเอง แค่ขายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ไม่รู้จะอะไรนักหนา”

“สุธีร์...ตั้งแต่เราคุมทีมนี้มา ไม่เคยมีประวัติแก้งานเกินห้าครั้งเลยนะ”

“นี่ก็เพิ่งสี่ครั้งไง ยังไม่ทำลายสถิติซะหน่อยแหม...ครั้งหน้าไม่พลาดแน่”

สุธีร์รับปากมั่นเหมาะจะรับผิดชอบผลงานเอง ซันข่มอารมณ์เต็มที่ ก่อนจะย้อนถามเสียงเย็น

“แล้วถ้าลูกค้าเปลี่ยนใจไปจ้างบริษัทอื่น ถ้าเราต้องเสียลูกค้ารายใหญ่ไป เธอรับผิดชอบไหวไหม”

สุธีร์ชักฉุน ไม่ชอบใจที่หัวหน้าทีมสาวจู้จี้ เลยโพล่งกลับเสียงเข้ม “นี่...อย่าเพิ่งพูดอะไรที่มันยังไม่เกิด ได้ไหม บอกว่าคราวนี้เอาอยู่ก็ต้องเอาอยู่สิ เอาไว้ถ้างานหลุดจริงๆ ค่อยเรียกฉันมาอบรมแล้วกัน”

ซันมองตามหลังลูกน้องพ่วงตำแหน่งเพื่อนรุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัยด้วยแววตาเซ็งจัด ไม่รู้เลยว่าสุธีร์โกรธมาก ที่ถูกต้อนและจับผิด เมื่อกลับถึงโต๊ะก็พึมพำด้วยน้ำเสียงโกรธจัด

“เพิ่งเลื่อนตำแหน่งก็ทำกร่างแล้ว คิดว่าใหญ่หรือไง รอให้ฉันขายงานนี้ผ่านก่อน จะเอาให้อึ้ง พูดไม่ออกเลย!”

สายวันเดียวกันที่โรงพยาบาล...ศศิหอบร่างอ่อนเพลียเพราะไมเกรนกำเริบมาหาหมอ ลัดดาเห็นนามสกุลคุ้นๆเลยแอบเช็ก แล้วก็ได้แสยะยิ้มร้าย เมื่อคิดแผนบางอย่าง ด้วยการทำทีไปชวนคุยถึงอาการไมเกรน

“เป็นไมเกรนนี่ทรมานนะคะ ยาที่หมอจัดให้ก็ออกฤทธิ์ช้า พยาบาลเป็นกันเยอะค่ะ ลัดดาก็เป็น เพราะที่จริงงานพยาบาลเป็นงานเครียดมาก ไหนจะคนป่วย ไหนจะงานจุกจิก แต่ยังโชคดีที่ลัดดามียาดี”

ศศินิ่วหน้า ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้ ลัดดาตีหน้าซื่อ บอกว่าเป็นยาพิเศษใช้เฉพาะในกลุ่มพยาบาล ตัวยามาจากต่างประเทศ ราคาสูง หมอเลยไม่ค่อยจัดให้คนไข้ แต่ผลของมันแรงและเร็ว ไม่กี่นาทีก็หายปวด ศศิฟังแล้วคล้อยตาม อยากได้ยานั้นมาลองบ้าง ลัดดาลอบยิ้ม ยินดีมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่ยังตีหน้านิ่ง แอบไป เอายากล่อมประสาทสำหรับคนไข้โรคจิตมายื่นให้ พร้อมกำชับเสียงเบา

“อย่าบอกใครนะคะว่าลัดดาให้มา จริงๆมันผิดกฎ น่ะค่ะ”

ศศิรับปากเป็นมั่นเหมาะ ลัดดายิ้มกว้าง บอกว่าเต็มใจให้ในฐานะเพื่อนหรือคนที่ถูกชะตากัน ไม่ใช่ในฐานะพยาบาลกับคนไข้ธรรมดา ศศิซึ้งใจมาก ไม่เอะใจเลยว่ากำลังจะเจอดีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ขณะที่ศศิมึนยากล่อมประสาท หลับเป็นตาย อ้อมกับวินกำลังเจอศึกหนักจากบรรดาเพื่อนร่วมคอนโด ที่ทนกลิ่นประหลาดของยาจีนไม่ไหว โดยมีจิตสมรเป็นตัวตั้งตัวตี เพราะแค้นใจที่สองสามีภรรยาไม่อุดหนุน

ยาบำรุง เลยจัดการป่าวประกาศไปทั่ว ว่าที่มาของกลิ่นเหม็น ตลบอบอวลคอนโดในช่วงไม่กี่วันก่อนนั้นมาจากห้องของ วินกับอ้อม

แม้แต่ซันกับเจนก็ทนไม่ไหว ต้องบุกมาหาถึงห้อง อ้อมกับวินรู้สึกผิดมาก โดยเฉพาะกับคนอื่นๆที่อาศัยร่วมคอนโด สุดท้ายก็ตัดสินใจเด็ดขาดจะโทร.ไปเคลียร์กับวิภา และหาวิธีใหม่เร่งการตั้งท้องแทน

ooooooo

ศศิมีอาการเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า อ่อนเพลียและหมดแรงจนแทบลุกจากเตียงไม่ได้ โจเลยตัดสินใจไปดูงานต่างจังหวัดคนเดียว ทิ้งภรรยาจอมหึงกับลูกทั้งสองไว้ที่บ้าน แต่อาการของศศิก็ไม่ดีขึ้น ร้อนถึงซัน อ้อมและเจนต้องบุกมาหาถึงบ้าน พร้อมสั่งให้หยุดยาไมเกรนตัวใหม่ จนกว่าจะให้วินตรวจสอบว่ามันคือยาอะไรกันแน่

ส่วนโจต้องถอนใจหนักหน่วง เมื่อเห็นลัดดาปรากฏตัวที่โรงแรมของลูกค้าในบ่ายวันเดียวกัน แม้ลูกค้าจะพูดว่าเข้าใจเรื่องแบบนี้ดี แต่เขาก็ไม่สบายใจ เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน กลัวเรื่องถึงหูศศิ และเมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องพักไม่นานหลังจากนั้น โจก็ไม่รีรอจะคาดคั้นถามเสียงเครียด

“นี่ลัดดาตามพี่มาหรือ...พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าลัดดามาที่นี่ไม่ได้ พี่มาทำงาน”

“แต่ลัดดาคิดถึงพี่โจนี่คะ อยากมาเที่ยวทะเลกับพี่โจจะแย่ แล้วลัดดาก็รู้นะว่าพี่โจเหงา เพราะพี่ศิไม่ได้มา”

โจชะงัก เอะใจคำพูดแปลกๆจนต้องจ้องหน้าเหมือนจับพิรุธ ลัดดารู้สึกตัวตีหน้าซื่อ ยิ้มหวานออดอ้อน

“พี่โจอย่าเครียดสิคะ ลัดดาอุตส่าห์มาหาเพราะกลัวพี่โจจะเหงา แต่ถ้าพี่โจไม่ชอบ งั้นลัดดากลับก็ได้”

ลัดดาตีบทแตก เตรียมตัวกลับด้วยท่าทีหงอยๆ โจตามมารยาสาไถยไม่ทัน เลยใจอ่อนยอมให้พยาบาลสาวค้างคืนด้วย ลัดดาดีใจมาก โผกอดเขาอย่างประจบ ไม่รู้เลยว่าแพทซึ่งตามมาดูงานเดียวกัน แอบมองมาด้วยสายตาแน่นิ่ง เดาได้ทะลุปรุโปร่งว่าสองหนุ่มสาวมีความสัมพันธ์แบบไหน พร้อมกันนั้นก็คิดว่าโจเป็นผู้ชายที่ท้าทายมาก

หลังหยุดยาไมเกรนตัวใหม่ อาการง่วงซึมก็หายเป็นปลิดทิ้ง ศศิเลยจะหอบลูกตามไปหาโจเพื่อพักผ่อนตามแผนที่วางไว้แต่แรก หนุ่มใหญ่จอมเจ้าชู้เริ่มเครียด รีบห้ามพัลวันไม่ให้มา โดยอ้างว่าเขาคงยุ่ง เพราะมีประชุมและงานเลี้ยงลูกค้า จนอาจไม่มีเวลาดูแลเหมือนที่ตั้งใจไว้ ศศิเลยถอดใจยอมอยู่บ้าน พร้อมปลอบใจลูกทั้งสองเซ็งๆ

“เรายังไปไม่ได้ลูก พ่อเขายังไม่เสร็จงาน”

โจวางสายจากภรรยาด้วยความโล่งอก โชคดีที่ศศิไม่ใช่คนชอบซักไซ้ เขาเลยเอาตัวรอดไปได้ แต่ก็ต้องมารับศึกหนัก เมื่อลัดดาทำท่าเหมือนจะเอาเรื่องแพท ซึ่งเดินนวยนาดมาทักทายตามประสาคนรู้จักกัน พยาบาลสาวจ้องสาวเปรี้ยวด้วยแววตาเหมือนรู้ทัน ก่อนจะลากโจออกไป ทิ้งแพทให้มองตามเยาะๆ...อย่าคิดว่าฉันจะกลัวเธอนะ!

ด้านเจน...เริ่มต้นเช้าวันแรกของการทำงานด้วยอารมณ์แจ่มใส เธอตั้งใจหยิบเสื้อสูทของอาร์ทไปด้วย เพราะคิดว่าถึงเวลาต้องคืนเจ้าของเสียที แล้วก็ได้หน้าบานเมื่อเจอหนุ่มหล่อคนเดิมที่เคยเจอในลิฟต์ตอนมาสมัครงาน คราวก่อน สาวบ้าโซเชียลปลื้มมาก มั่นใจว่าเป็นพรหมลิขิต ทำให้เจอหนุ่มหล่ออีกครั้ง แต่ทิชาเพื่อนร่วมฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็พูดดับความหวัง ฝันกลางวันนั้นคงเกินเอื้อม เพราะหนุ่มหล่อคนนั้นคือจ๊อด เป็นเจ้าของบริษัทนี้!

ระหว่างที่ฝันหวานของเจนแหลกสลาย ซันก็ต้องหนักใจไม่แพ้กัน เมื่อเจ้านายโทร.บอกเรื่องลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งสุธีร์รับผิดชอบดูแลยกเลิกสัญญา หญิงเหล็กประจำออฟฟิศถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะรับปากมั่นเหมาะจะจัดการเคลียร์ทุกอย่าง เจ้านายทำท่าจะวางสาย แต่ไม่วายกำชับเสียงเข้ม

“เอาให้อยู่นะคุณซัน อ้อ...แล้วก็ช่วยบอกสุธีร์ด้วยว่าเขาถูกไล่ออก!”

คำสั่งขาดของเจ้านายทำให้ซันลำบากใจมาก แต่ด้วยความจริงจังในเรื่องงานตามนิสัย ทำให้ตัดสินใจเรียกสุธีร์มาแจ้งข่าวร้ายทันที หลังจากเคลียร์กับลูกค้ารายใหญ่เรียบร้อยแล้ว

สุธีร์หน้าเสียเล็กน้อยแต่ไม่สำนึก เชิดหน้าบอกว่ารู้เรื่องทุกอย่างแล้ว “มันไม่ใช่ความผิดฉันนะ ฉันเสนอไอเดียตามที่เขาอยากได้ทุกอย่าง แต่พอฉันเสนออะไรไปก็ขอแก้งานตลอด”

“ฉันโทร.ไปคุยกับบริหารเขาแล้ว ขอโอกาสเขาแก้ตัวอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย”

สุธีร์ถอนใจโล่งอก แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อได้ยินซันบอกว่าเรื่องยังไม่จบแค่นี้

“ธีร์...ฉันว่าเธอไม่เหมาะกับงานนี้ เธอทุ่มเทไม่พอ สร้างสรรค์ไม่พอจะทำงานที่นี่”

“อย่าบอกนะ ว่าเธอจะไล่ฉันออก”

“ฉันไม่ได้มีอำนาจมากขนาดนั้น มันเป็นคำสั่งมาจากบอร์ดบริหาร เขาขอให้เธอลาออก”

ซันมีสีหน้านิ่งมาก สุธีร์ใจเสีย โวยวายเสียงเข้มว่าเธอจะทำกับเขาแบบนี้ไม่ได้ หญิงเหล็กประจำออฟฟิศต้องอธิบายอย่างใจเย็นว่ากรณีนี้บริษัทเสียหาย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำงานพลาด สุธีร์เครียดจัด ขอร้องให้เห็นแก่ความเป็นเพื่อน ซันไม่รับปากและบอกว่าตนพยายามเกลี้ยกล่อมแล้ว แต่เจ้านายใหญ่ก็ไม่เปลี่ยนใจ

สุธีร์โกรธมาก ระเบิดอารมณ์อย่างเหลืออด “เธอคิดว่าไอ้ที่ขึ้นมาเป็นผู้บริหารได้เนี่ย ตัวเองเจ๋งนักหรือ

จะบอกให้นะซัน เธอน่ะไม่ได้เก่งกล้าอะไรนักหนาหรอก เธอมีดีอยู่อย่างเดียวคือเกิดมาสวย ถ้าไม่สวยเธอก็ไม่มีทางขึ้นมาถึงจุดนี้ ไอ้พวกบริหารมันโปรโมตเธอก็เพราะหวังจะแอ้มเธอทั้งนั้น”

ซันปรี๊ดแตก เกลียดนักที่มีคนหาว่าเธอเป็นพวกไม่มีสมอง “ไม่จริง...ทุกสิ่งที่ฉันได้มา ฉันแลกมาด้วยมันสมอง ฉันทำงานหนักตลอดหลายปีถึงมาอยู่จุดนี้ได้ อย่าโทษคนอื่นเลยธีร์ ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษตัวเธอเองนั่นแหละ”

สุธีร์เบ้หน้าเยาะหยัน “เนี่ยเหรอเพื่อน...คนอย่างเธอไม่เข้าใจคำคำนี้หรอกซัน กับวุธก็คนหนึ่งแล้วที่โดนบีบจนต้องลาออก ได้...ฉันจะไป อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไม่มีเพื่อน เธอจะไปได้สักกี่น้ำ”

ขาดคำก็เปิดประตูออกไป ลูกทีมคนอื่นที่แอบฟังถึงกับกระเจิง แล้วรีบวิ่งตามไปปลอบใจสุธีร์ ทิ้งซันให้มองตามด้วยแววตาแน่นิ่ง เสียดายความเป็นเพื่อนที่มีมานาน แต่ก็คิดว่าตัวเองทำดีและถูกต้องที่สุดแล้ว

ooooooo

ทางเดินแห่งรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด