ตอนที่ 2
อัลบั้ม: เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คน ใน "ทางเดินแห่งรัก"
การปรากฏตัวของจ๋าทำให้บรรยากาศดีๆระหว่างซันกับวุธจางหาย กลายเป็นความอึดอัดท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำพูดทักทายเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรของแขกเหรื่อ ซันฝืนยิ้มเฝ้ามองจ๋าออดอ้อนวุธด้วยใจที่ปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อสองหนุ่มสาวควงกันไปทานอาหาร ก็ได้แต่มองตามด้วยท่าทางจ๋อยๆ
ฝ่ายศศิกับเจนเดินวนมาที่โต๊ะ เห็นแก้วแชมเปญพร้อมกระดาษโน้ตเขียนคำรักหวานๆของโจ
“ผู้หญิงสวยหาไม่ยาก แต่ผู้หญิงสวยที่ผมจะรักและบูชาไปทั้งชีวิตมีเพียงคนเดียว...คือคุณ ถ้าคุณยอมอภัย โปรดเอื้อมมือรับดอกไม้จากผู้ชายใจซื่อตาดำๆคนนี้ด้วย”
ศศิอ่านจบ ก็เห็นกุหลาบดอกหนึ่งยื่นตรงหน้า พร้อมสายตาอ้อนวอนขอคืนดีของโจ ศศิอยากจะทึ้งหัวตัวเองนัก ที่ใจอ่อนยวบกับการง้อของเขา แต่ยังแกล้งแขวะว่าเขาใช้ภาษาลิเก สุดท้ายสองสามีภรรยาก็คืนดีกัน และพากันไปเต้นรำกลางฟลอร์ โดยมีเจนเป็นกองเชียร์ไม่ห่าง จนกระทั่งพิธีการสำคัญอีกอย่างมาถึง...
การโยนช่อดอกไม้จากเจ้าสาวนั่นเองที่สาวๆในงานเฝ้ารอ และเจนก็ไม่ต่างจากคนอื่น สาวบ้าโซเชียลลากซันไปเป็นเพื่อน โดยมีศศิเฝ้ามองห่างๆ ส่วนอ้อมเห็นกลุ่มเพื่อนสนิท เลยส่งสายตาว่าจะโยนให้ แต่โชคร้าย... ช่อดอกไม้ดันลอยข้ามหัวพวกเธอไปตกตรงหน้าจ๋าแบบพอดิบพอดี
เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังเกรียวกราว เพราะหญิงสาวที่ได้รับช่อดอกไม้ควงคู่มากับแฟนหนุ่มสุดหล่อ จ๋ายิ้มหน้าบาน ต่างจากวุธที่ยิ้มเจื่อนๆ ทำหน้าไม่ค่อยถูกนัก เมื่อถูกพิธีกรสัมภาษณ์เรื่องแผนแต่งงาน ซันได้แต่เฝ้ามองสองหนุ่มสาวจากมุมไกลๆ เจ็บแปลบในอกเหลือเกินเมื่อได้ยินบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นยุให้จ๋ากับวุธแต่งงานกันเสียที
และแล้วพิธีการสุดท้ายก็มาถึง...ซัน ศศิและเจนตามไปส่งตัวอ้อมกับวินถึงหน้าห้องหอ แล้วค่อยๆขอตัวแยกย้าย เพราะอยากให้คู่แต่งงานหมาดๆพักผ่อน แต่ไม่วายยิ้มทะเล้น บอกว่าเตรียมของขวัญแต่งงานไว้เรียบร้อย ให้ใช้กันตามสบายในคืนนี้ อ้อมกับวินถึงกับตะลึง เมื่อได้เห็นบรรยากาศสุดโรแมนติกของห้องหอ แต่ที่ทำให้เจ้าสาวหน้าแดงก่ำ คงหนีไม่พ้นชุดนอนเนื้อบางเบาสุดเซ็กซี่วางอยู่กลางเตียง
วินหัวเราะชอบใจแก๊งเพื่อนสาวของภรรยาคนสวยมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรู้ใจเจ้าบ่าวเหลือเกิน แต่สุดท้ายสองสามีภรรยาหมาดๆ ก็ไม่ได้ร่วมหอลงโรงตามที่ตั้งใจ เพราะความเหนื่อยล้าตลอดวันทำให้ผล็อยหลับไปเสียก่อน
หลังส่งเพื่อนรักเข้าหอเรียบร้อย ซัน ศศิและเจนก็ไปดื่มฉลองกันต่อ ท่ามกลางบรรยากาศสวยๆของโรงแรม สามสาวชนแก้วกันจนชักกึ่ม แต่ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข ที่อ้อมเพื่อนรักได้แต่งงานสมใจ
“ขอให้คืนนี้พี่อ้อม สุข สมหวัง ดังปรารถนาทุกประการ” เจนเอ่ยขึ้น
“ใครๆก็สมหวังกันทั้งนั้น...ยกเว้นฉัน” ซันตัดพ้อเซ็งๆ
“ส่งเจ้าสาวเข้าหอก็เหมือนส่งผู้หญิงเข้าคุก หนทางยังอีกยาวไกล มา...อวยพรให้อ้อมโชคดี”
ศศิปิดท้าย แม้จะดีใจ ได้เห็นอ้อมสมหวังในรัก แต่ความวุ่นวายในชีวิตคู่ที่ผ่านมา ทำให้อดเป็นห่วงและเป็นกังวลแทนไม่ได้ และคืนนั้นเธอก็ได้พิสูจน์ความคิดตัวเอง เมื่อตื่นมากลางดึก พบว่าสามีจอมเจ้าชู้ไม่ได้นอนข้างๆ แต่ไปร่าเริงจี๋จ๋ากับสาวๆในบาร์โรงแรม โจสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นหน้าภรรยาจอมหึง แต่ยังตีหน้าซื่อกลบเกลื่อนว่านอนไม่หลับ เลยมาหาอะไรดื่ม ศศิไม่เชื่อแม้แต่น้อย ลากเขากลับห้องพักและสั่งให้ขับรถกลับบ้านทันที!
ooooooo
อารมณ์โมโหและความหึงหวงทำให้ศศิแทบนั่งไม่ติด แม่บ้านสาวจอมโหดไม่สนว่าสามีจะต้องขับรถฝ่าความมืดกลับกรุงเทพฯตอนดึกดื่น ไม่อยากให้เขาอยู่ที่โรงแรมอีกแล้ว กลัวไปทำเรื่องงามหน้า
“จะอดใจไม่ได้เลยใช่ไหม นอนข้างๆกันแท้ๆ กลางดึกยังดอดไปเจอแม่พวกนั้นในบาร์ได้ มันเกินไปแล้วนะโจ”
“โจยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะศิ ก็บอกแล้วว่าแค่ไปดื่ม แล้วก็เจอน้องเขา เขามาทักก็ต้องคุยบ้าง”
“แต่ไอ้ที่เห็นเขาไม่ได้เรียกแค่คุยกัน เขาเรียกหมากำลังหยอกไก่ ถ้าไก่มันเล่นด้วย หมาคงคาบไก่หายไปแล้ว”
ท่าทางกราดเกรี้ยวของภรรยา ไม่ได้ทำให้โจหวาดหวั่น ตีหน้านิ่ง ตลกกลบเกลื่อนจนถึงบ้าน แถไปเรื่อยจนศศิเกือบจะหมดความอดทน โจไม่ละความพยายามจะง้อภรรยา แต่ดูเหมือนศศิจะไม่ใจอ่อนง่ายๆ
“ศิก็ระแวงไปเรื่อย ศิจะกลัวเรื่องในจินตนาการตัวเองทำไม มันยังไม่เกิดสักหน่อย”
“นี่โจ...ฟังไว้นะ แค่ระแวงนี่ถือว่าโจโชคดีแล้ว เพราะถ้าศิเห็นกับตาเมื่อไหร่ โจไม่มีโอกาสมาพูดจ้อแน่ๆ”
คาดโทษเสร็จก็ส่งสัญญาณให้เขาเงียบเสียง เพราะเชื่อว่าต้นกล้ากับข้าวหอมน่าจะหลับสนิทอยู่ สองสามีภรรยาค่อยๆย่องไปดูลูกทั้งสอง ก่อนจะพากันไปที่ห้องตัวเอง แต่โจกลับเป็นฝ่ายต้องไปนอนห้องพักแขก เพราะภรรยาสุดที่รักยังโกรธ และไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าเขาให้เสียอารมณ์ไปกว่านี้
ด้านเจน...กลับถึงกรุงเทพฯก็ต้องผจญกับความวุ่นวายแบบคนเมืองอีกครั้ง และเช้านี้ก็เหมือนกัน ที่เธอต้องวิ่งหน้าตั้งมาตอกบัตรเข้างาน สาวบ้าโซเชียลกระหืด กระหอบแทบแย่ แต่ไม่วายเช็กความสวยของตัวเองระหว่างปฏิบัติหน้าที่ อย่างที่ชอบทำประจำ เพื่อนร่วมงานสาวๆพากันแซว คิดว่าเธออารมณ์ดีเพราะเพิ่งกลับจากเที่ยวทะเล
เจนยิ้มร่า บอกว่าอารมณ์ดีเพราะได้เลิกกับท็อปต่างหาก เพื่อนสาวๆหูผึ่ง ไม่อยากจะเชื่อในความเร็ว เพราะรู้มาว่าเจนกับท็อปเพิ่งคบกันได้ไม่ถึงเดือน เจนเบ้หน้าเซ็งๆ โต้กลับเสียงเหนื่อยหน่าย
“แหม...ของแบบนี้ แค่สองสามอาทิตย์ก็รู้แล้วว่าใช่หรือไม่ใช่ ในเมื่อมันไม่ใช่ จะเสียเวลาทำไม กลับมาเป็นโสด แล้วมุ่งหน้าหาชายในฝันต่อดีกว่า”
“โห...ชายในฝัน พูดอย่างกับว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ ตามป้ายรถเมล์” เพื่อนสาวโอด
“มันไม่ง่าย...แต่ฉันมั่นใจว่าต้องเจอ”
สีหน้าเจนมุ่งมั่นมาก จนบรรดาเพื่อนสาวหมดห่วง... ถ้ากำลังใจจะดีและโลกสวยแบบนี้...ก็สู้ต่อไปละกัน!
เวลาเดียวกันที่บริษัทเอเจนซี่...ซันต้องต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก เมื่อวุธมาชวนไปทานข้าว แม้จะอยากไปด้วยใจแทบขาด แต่เพราะสำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่อยากยุ่งกับผู้ชายมีเจ้าของ เลยต้องปฏิเสธเสียงแข็ง
วุธนิ่วหน้าไม่เข้าใจ “นี่มันอะไรอีกล่ะ เมื่อวานนี้ที่หัวหินยังคุยสนุกกันอยู่เลย”
“นั่นมันเมื่อวาน แต่นี่มันวันนี้ เรื่องเมื่อวานมันจบไปแล้ว ส่วนวันนี้ เป็นเวลาต้องกลับสู่โลกความจริง”
วุธงงกับท่าทีแปลกๆของซันมาก จนต้องถามตรงๆ “แล้วความจริงของเธอมันคืออะไร”
ซันพูดไม่ออก ความจริงเรื่องเขามีจ๋าเป็นแฟนทำให้อึดอัดมาก โชคดีที่เจ้านายมาขัดจังหวะ เรียกทั้งสองไปคุยงานอีกห้องเสียก่อน ซันกับวุธมองหน้ากันเครียดๆ แล้วต้องฝืนทำหน้านิ่ง เมื่อเจ้านายชวนคุยและถามเรื่องทั้งคู่จบมาจากที่เดียวกัน สองหนุ่มสาวพยักหน้ารับ เจ้านายเลยตัดสินใจพูดเข้าเรื่องสำคัญ
“แต่คุณสองคนนี่ทำงานคนละสไตล์เลยนะ คนหนึ่งเย็นเหมือนน้ำ อีกคนก็ร้อนเป็นไฟ จะว่าไปก็ดีคนละแบบ ทีนี้ผมถามหน่อยสิ ในมุมมองคุณสองคนงาน การตลาด นี่มันเป็นยังไง”
ซันเป็นฝ่ายตอบก่อนอย่างมั่นใจ “เหมือนการชกมวยค่ะ มันเหมือนชีวิตที่มีคู่ต่อสู้ตลอดเวลา สมองต้องตื่นตัว สายตาต้องคอยจับจ้องคู่ต่อสู้ไม่ให้พลาดเป้า ทุกหมัดที่ชกออกไปต้องหวังผล”
เจ้านายยิ้มด้วยความชื่นชมในความแกร่ง ก่อนจะหันไปถามความเห็นจากวุธ
“ผมว่างานการตลาดก็เหมือนกับความสัมพันธ์ของคู่รัก หัวใจสำคัญคือการให้และรับที่เหมาะสม หน้าที่ของเราคือทำในสิ่งดีที่สุด ช่วยให้ลูกค้าขายของได้มากที่สุด แต่ก็ต้องไม่ยอมเสียจุดยืนของตัวเอง”
มุมมองของทั้งสองคนทำให้เจ้านายพอใจมาก และคิดว่าหากให้ร่วมมือกัน งานชิ้นใหม่ของบริษัทน่าจะไปได้สวย แต่ปัญหาก็คือซันไม่อยากทำงานร่วมกับวุธ เจ้านายถึงกับถอนใจยาว
“ก็วันก่อนซันบอกเองว่าไม่อยากทำงานร่วมกับทีมวุธ ผมเลยเกิดความคิดใหม่ ผมว่าจะให้คุณทั้งสองคนไปทำแผนการตลาดของสินค้าตัวนี้มา แล้วแข่งกันขายงาน ลูกค้าชอบงานใครมากกว่า คนนั้นได้งานนี้ไป”
วุธอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะแย้งขึ้น “ผมกับซันเป็นเพื่อนกัน ทำงานที่เดียวกัน ผมไม่เห็นด้วยที่เราต้องมาแข่งกันเอง”
“แต่วันก่อนลูกค้าชอบงานของคุณสองคน ผมก็ตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะให้งานนี้กับทีมไหนดี เลยต้องใช้วิธีนี้”
จบคำก็ยื่นแฟ้มเอกสารให้ ก่อนจะกดดันว่างานนี้สำคัญมาก กำไรของบริษัทอยู่ในมือซันกับวุธ และที่สำคัญกว่านั้น หากใครทำให้ลูกค้ายอมเซ็นสัญญาได้ บอร์ดบริหารจะเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้อำนวยการตลาด!
ooooooo
คำประกาศจะเลื่อนตำแหน่งสำหรับผู้ทำให้ลูกค้าเซ็นสัญญา ทำให้ซันตื่นเต้นตาเป็นประกาย ต่างจากวุธ ไม่พอใจมาก ตัดสินใจสละสิทธิ์ ไม่อยากแข่งขันชิงดีชิงเด่นกับเพื่อนสาว ซันอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะวิ่งตามไปเคลียร์
“เราไม่ชอบการแข่งขัน โดยเฉพาะต้องมาแข่งกับคนคุ้นเคยกัน ถ้าเธออยากได้งานนั้นก็เอาไปเลย”
“นี่นายอย่ามาอ่อนข้อให้ฉันได้ไหม ทำไม...หรือเพราะฉันเป็นผู้หญิง”
“นี่เราไม่ใช่เด็กๆแล้วนะซัน เรื่องเป็นผู้หญิงผู้ชายมันไม่เกี่ยว แต่ที่สำคัญคือเราสองคนเป็นเพื่อนกัน เราไม่ควรมาแข่งกันเองแบบนี้ เธอลองคิดดู ถ้าใครคนหนึ่งได้งานนั้นไป อีกคนจะรู้สึกยังไง”
“อ้อ...งั้นนายก็กลัวจะแพ้ แล้วต้องกลายมาเป็นลูกน้องฉัน”
วุธจะอธิบายว่าไม่ใช่แบบนั้น เพราะเขาแคร์ความรู้สึกเธอ แต่ก็รักศักดิ์ศรีตัวเองด้วย เลยไม่อยากแข่งให้เสียความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน แต่ซันกลับเข้าใจอีกทาง ว่าเขาไม่ยอมรับความจริง
“นี่ไงล่ะวุธ โลกความจริงที่ฉันบอก ความจริงที่ว่า ...วันหนึ่ง ฉันกับนายต้องเป็นคู่แข่งกัน”
“งั้นถ้าเราไม่แข่ง ปัญหาก็จะไม่เกิด”
“ถ้านายยังคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน อย่าหนีปัญหาด้วยวิธีขี้แพ้ ถ้านายไม่รับงานนี้ ฉันจะไม่ถือว่านายเป็นเพื่อน!”
ขณะที่วุธกับซันต้องกลายเป็นคู่แข่งกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ อ้อมกับวินนอนมองตากันบนเตียงที่โรงแรม
ริมชายหาด แม้ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งอย่างคู่แต่งงานหมาดๆ ทั่วไป แต่คืนแรกที่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ถือเป็นความทรงจำดีๆ อ้อมสบตาสามีเขินๆ ก่อนจะบ่นว่าปวดเมื่อยทั้งตัว ทั้งที่เพิ่งผ่านพ้นคืนวันแต่งงานแสนสุขมาแท้ๆ
“ใครว่าคืนแรกของการแต่งงานเป็นคืนแสนหวาน อ้อมว่าเป็นคืนแสนเหนื่อยมากกว่า ชีวิตจริงมันไม่เห็นเหมือนกับในหนังรักโรแมนติกเลย...ว่าไหมวิน ทำไมเช้าวันแรกของชีวิตแต่งงานเราทั้งเหนื่อย ทั้งล้าและปวดเมื่อยแบบนี้”
วินยิ้มเอ็นดูภรรยา “ก็ในหนังส่วนใหญ่ เรื่องราวมักจบลงด้วยการแต่งงาน แต่สำหรับเราสองคน การแต่งงานมันคือการเริ่มต้นไงจ๊ะ เย็นนี้เราจะได้ไปฮันนีมูนกันแล้วนี่ เดี๋ยวเราค่อยไปหวานกันต่อที่มัลดีฟก็ได้”
สองสามีภรรยามองตากันซึ้ง ทำท่าจะสานต่อความสัมพันธ์ให้สมบูรณ์ แต่ต้องผละจากกันโดยอัตโนมัติ เมื่อวิภาแวะมาหา แต่ที่ทำให้อ้อมกับวินแทบกุมขมับ ก็เมื่อวิภาพูดถึงเรื่องที่ทำให้นอนไม่หลับตลอดคืน
“ก็เรื่องที่เธอสองคนบอกม้าเมื่อคืนในงานแต่งไง ว่าพอแต่งงานแล้วจะแยกไปอยู่คอนโดอ้อมน่ะ ม้าคิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ ม้าว่ายังไงม้าก็รับไม่ได้ อาวินเป็นลูกชายคนโต ยังไงก็ต้องอยู่บ้านกับม้า”
วินมองหน้าภรรยาเครียดๆ ก่อนจะบอกว่าหม่าม้ายังมีวศินเป็นลูกชายอีกคน วิภาไม่อยากจะบ้าตาย รู้ดีว่าลูกชายคนเล็กคงไม่มีวันแต่งงาน แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เลยต้องฟังวินยืนกรานด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เราสองคนตัดสินใจกันแล้วครับม้า เราอยากใช้ชีวิตคู่กันตามลำพัง คอนโดก็ตกแต่งใหม่เรียบร้อยแล้ว”
“แต่งไว้ก็ให้คนเช่าก็ได้ คอนโดเดี๋ยวนี้ก็เล็กเท่ารังหนู อยู่ไม่สบายเท่าบ้านเราหรอก”
“คอนโดอ้อมใกล้โรงพยาบาลของวินมากกว่าด้วยค่ะ ประหยัดเวลาเดินทางไปได้เยอะ” อ้อมเสริม
“จะเสียเวลาสักเท่าไหร่กัน ที่ผ่านมาตั้งหลายปี ก็เดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาลได้ไม่มีปัญหา อย่าไปเลยนะ อยู่กับม้าที่บ้านเราเถอะ เดี๋ยวม้าแต่งห้องให้ใหม่ เอาให้สวยและใหญ่กว่าเดิมก็ได้ อยากได้อะไรก็บอก เดี๋ยวม้าจัดให้”
อ้อมกับวินลำบากใจมาก อยากปฏิเสธให้เด็ดขาด แต่กลัววิภาจะเสียใจ หมอหนุ่มเลยตัดปัญหา ขอผลัดไปคุยกันวันหลัง เพราะตอนนี้เขากับอ้อมต้องเตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปฮันนีมูนที่มัลดีฟ วิภาเลยต้องยอมถอยแบบไม่เต็มใจนัก สุพงษ์พยายามกล่อมให้ล้มเลิกความตั้งใจ แต่วิภาไม่เปลี่ยนใจแน่...เอาไว้ค่อยกลับมาใหม่ วันนี้คงฤกษ์ไม่ดี!
ooooooo
หลังเอาตัวรอดจากวิภาได้อย่างหวุดหวิด อ้อมกับวินก็รีบเก็บกระเป๋า เตรียมตัวไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่มัลดีฟ อ้อมปลื้มมากที่สามีสุดที่รักยอมลางานไปเที่ยวกับเธอหลายวัน แต่ความฝันของเธอก็ต้องแตกสลายไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อทางโรงพยาบาลโทร.มาตามวิน กลับไปผ่าตัดด่วน อ้อมไม่เข้าใจ คิดว่าเขาได้วันหยุดแล้ว
วินเห็นใจภรรยามาก อธิบายเสียงอ่อน “มันสุดวิสัยน่ะอ้อม คนไข้เป็นเนื้องอกในสมอง วินเคยผ่าตัดเขาเมื่อปีก่อน แต่ตอนนี้เนื้องอกมันกลับมา แล้วอาจจะไปทับเส้นประสาท ก็เลยต้องผ่าตัดด่วน”
อ้อมยังไม่ละความพยายาม “ให้หมอคนอื่นผ่าไม่ได้หรือคะ”
“รายนี้เป็นคนไข้เก่าของวิน เขาขอให้วินเป็นคนผ่าให้เท่านั้น”
“งั้นก็ไปเถอะจ้ะ...ยังไงช่วยชีวิตคนก็ต้องสำคัญที่สุดอยู่แล้ว”
วินสงสารภรรยา แต่เรื่องงานก็สำคัญไม่แพ้กัน เขาถามถึงเรื่องเดินทางไปฮันนีมูน อ้อมบอกจะจัดการโทร.ไปยกเลิกเอง ให้เขารีบเตรียมตัวไปผ่าตัดดีกว่า เธอจะเป็นคนไปส่งที่โรงพยาบาลและกลับไปพักที่คอนโด
ด้านซัน...ไม่รู้เรื่องอ้อมอดไปฮันนีมูน มัววุ่นวายกับการเตรียมเสนองานแข่งกับทีมวุธ ที่ทำให้บรรดาลูกทีมบ่นโอด ถึงความบ้าพลังของหญิงเหล็กประจำบริษัท
ทีมวุธเฝ้ามองด้วยความอึ้งปนทึ่ง เพราะทีมซันประชุมติดต่อกันหลายชั่วโมงแล้ว แม้แต่พนักงานคนอื่นก็อดสนใจไม่ได้ ว่าวุธไม่กลัวแพ้ซันหรือ
“ถ้าเขาชนะก็ไม่เป็นไรนี่ครับ ผมไม่ได้อยากแข่งอยู่แล้ว แล้วทีมผมก็มีงานอื่นให้ทำอีกเยอะ”
“เฮ้ย...ทำไมพูดเหมือนจะยอมแพ้แล้ว งานนี้มันมีตำแหน่งผู้อำนวยการตลาดเป็นเดิมพันนะ อ๋อ...ที่
ไม่สนใจคิดเรื่องงานนี่เพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่นอยู่หรือเปล่า”
เรื่องอื่นที่พนักงานคนนั้นพูดถึง คือเรื่องเขาแต่งงานกับจ๋า วุธถึงกับพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ ทำหน้าไม่ถูกและอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก รวมทั้งตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ว่าจะมีงานแต่งของตัวเองกับจ๋าเมื่อไหร่
ฝ่ายเจน...ปวดประสาทมากเมื่อต้องรองรับอารมณ์หงุดหงิดหัวเสียของลูกค้า แต่ทุกครั้งเธอก็ฉีกยิ้มผ่านมันมาได้ จนเมื่อต้องรับสายลูกค้าสาวใหญ่รายหนึ่งในบ่ายวันเดียวกัน ความอดทนที่เก็บกดมานานก็หมดลง
“ขอโทษนะคะ...ไม่ทราบว่าผัวมีกิ๊กหรือไงคะ ถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้”
“ใช่...แล้วกิ๊กมันก็อาชีพเดียวกับพวกหล่อนนี่แหละ”
“นั่นไง...ว่าแล้วเชียว นี่ป้า...ถ้าผัวมีกิ๊กแล้วโทร.มาด่าคนอื่นที่เขาไม่รู้เรื่องด้วยเนี่ย มันมีประโยชน์อะไรไม่ทราบ”
“ไม่ต้องมาสอน นี่แกก็พวกเมียน้อยเหมือนกันน่ะสิ”
“เอ้า...เอาเข้าไป อย่างหนูเนี่ยนะป้า ทั้งสาวสวยฐานะก็รวยประมาณหนึ่ง คงไม่คิดสั้นไปเป็นกิ๊กใครหรอก งานของหนูให้บริการแต่เรื่องปัญหาการใช้โทรศัพท์ ไม่ได้ถูกจ้างมาเป็นถังขยะรองรับอารมณ์คนวัยทอง!”
ความสะใจที่ได้จากการวีนลูกค้า ส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิด สุดท้ายเจนก็ต้องแบกกล่องใส่ข้าวของส่วนตัวออกจากบริษัทในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา แถมโชคร้ายยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเธอดันเดินชนหนุ่มเซอร์หน้าคุ้นที่เคยให้ยืมเสื้อสูทเมื่อวันก่อน อาร์ทเห็นกองสัมภาระก็เดาว่าเธอคงตกงาน เจนโกรธรู้สึกเหมือนโดนซ้ำเติม เลยตอกกลับว่าเขาก็สภาพแย่ไม่ต่างกัน แต่อาร์ทไม่สะทกสะท้าน แถมโต้กลับด้วยว่าไม่ได้โดนไล่ออก แต่ลาออกเอง!
เจนอ้าปากค้าง หาคำพูดตัวเองไม่เจอไปครู่ใหญ่ กว่าจะได้สติอยากถามเรื่องคืนเสื้อสูท หนุ่มเซอร์ก็หายลับไปในฝูงชนแล้ว เจนได้แต่ถอนใจเซ็งๆ ก่อนจะพาตัวเองไปเจออ้อม ศศิและซันที่ร้านกาแฟจูดี้
สี่สาวได้รวมตัวกันเป็นครั้งแรกหลังจากคืนแต่งงาน ศศิตื่นเต้นใหญ่กับข่าวการแข่งขันของซันกับวุธ
“แหม...บอสนี่เจ้าเล่ห์เหมือนเดิมเลย เอาตำแหน่งผู้อำนวยการมาเป็นเดิมพัน ทั้งสองคนจะได้ทำงานให้อย่างถวายหัว งานนี้มันท้าทายสุดๆเลยนะซัน”
ซันเห็นด้วยมาก ต่างจากอ้อม ไม่ชอบใจเลยที่เพื่อนต้องมาแข่งขันกันเรื่องงาน โดยเฉพาะวุธ ที่เธอมั่นใจว่าเขาไม่น่าจะอยากชิงดีชิงเด่นกับซัน เจนเห็นด้วยกับอ้อม และเป็นห่วงกลัววุธจะคิดมาก
“ถ้าพี่ซันได้เป็นหัวหน้าพี่วุธจริง พี่วุธจะคิดมากไหม ต้องมาเป็นลูกน้องเพื่อนตัวเอง แถมเป็นเพื่อนผู้หญิงด้วย”
“พี่ไม่สนใจหรอกเจน สมัยนี้มันไม่ใช่ยุคที่จะมาตัดสินกันด้วยเรื่องเพศ คนเก่งกว่าเท่านั้นถึงจะอยู่รอด”
ถึงจะเชิดหน้าบอกไม่แคร์ แต่อ้อมก็ดูออกว่าซัน ไม่ได้รู้สึกอย่างที่พูด เพราะเมื่อถูกซักไซ้ กลับไม่ยอมพูด อะไร แถมโอ่อีกต่างหากว่าดูแลตัวเองและจัดการเรื่องงานได้แน่ คนที่น่าห่วงกว่าตนคือเจนต่างหาก ศศิกับอ้อมเลยหันไปไล่เบี้ยสาวบ้าโซเชียลแทน เจนทำหูทวนลม ถ่ายรูป โพสต์นั่นนี่ไปเรื่อย เปรยเซ็งๆว่าไม่เดือดร้อนที่ตกงานเพราะงานเก่าไม่เห็นมีอะไรดี ออกมาแล้วก็ไม่เคยเสียดาย แต่ศศิไม่เห็นด้วย เตือนสติเสียงอ่อน
“งานทุกงานก็มีคุณค่าทั้งนั้นแหละ พูดดูถูกงานตัวเองแบบนี้ ไม่ดีเลยนะยายเจน”
“แหม...ก็ไม่ได้จะดูถูก แต่งานแบบนั้นน่ะ วันๆต้อง คอยแต่ฟังปัญหาจากคนโน้นคนนี้ ชีวิตหดหู่จะตาย สงสัยว่าช่วงนี้ดวงตก ตกงานแล้วต้องเจอโรคจิตที่สถานีรถไฟฟ้าด้วย”
จูดี้หูผึ่ง ซักใหญ่ว่าโดนทำร้ายอะไรหรือเปล่า เจนบอกว่าไม่มีอะไรมาก เสกลบเกลื่อนด้วยการประกาศจะหางานและผู้ชายดีๆพร้อมกันให้ได้ สามสาวรุ่นพี่หันขวับ โวยลั่นไม่อยากให้คิดแบบนั้น โดยเฉพาะศศิ
“เรื่องผู้ชายน่ะ อย่าไปหวังมาก อยู่เป็นโสดแบบนี้ก็ดีแล้ว ไม่งั้นจะเป็นแบบพี่ ย้อนเวลาได้ พี่จะไม่แต่งงาน”
อ้อมส่ายหน้าหน่ายๆ ไม่อยากเชื่อว่าศศิจะยังไม่คืนดีกับโจ ซันก็คิดไม่ต่าง แอบเหน็บศศิขำๆ
“เข็ดอะไรกัน ซันยังไม่เคยเห็นพี่ศิโกรธพี่โจเกินสามวัน พอเขาง้อหน่อย เดี๋ยวก็ใจอ่อนแล้ว”
ศศิยืนยันว่าครั้งนี้งอนจริงจัง แต่ไม่ค่อยมีคนเชื่อ อ้อมพยายามกล่อมให้เพื่อนสาวรุ่นพี่เห็นแก่ลูกทั้งสอง ซันต้องแซว อย่ามัวห่วงคนอื่น ตัวเองเป็นเจ้าสาวได้แค่คืนเดียว แถมยังไม่ได้ใช้เวลาหวานๆกับสามีอีกต่างหาก จูดี้เป็นเดือดเป็นร้อนแทน เต้นผางจนอ้อมเริ่มใจเสีย บ่นเซ็งๆ...ชีวิตฉัน มันช่างเศร้าอะไรอย่างนี้
ooooooo
ศศิอารมณ์ดีขึ้นมาก เมื่อได้พบปะสังสรรค์กับแก๊งเพื่อนสาว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่พร้อมจะเคลียร์กับสามีจอมเจ้าชู้ แต่โจกลับไม่คิดแบบเดียวกัน เขาไปรับลูกๆจากโรงเรียนและวางแผนช่วยกันง้อแม่ ศศิถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ใส่แจกันตรงทางเข้าบ้าน พร้อมข้อความหวานเลี่ยนของสามี
“คุณคือรักแรก...ร้อนแรง น่าหลงใหล”
ศศิวางการ์ดลงที่เดิม ไม่ยี่หระมุกเดิมๆของสามี แต่เดินไปไม่กี่ก้าว ก็เจอกุหลาบอีกช่อ พร้อมการ์ดอีกใบ
“เมื่อความรักของเราเดินทาง คุณคือแสงสว่างกลางใจ”
ศศิถอนใจยาว แล้วก็ต้องเหลือกตาเบาๆ เมื่อเห็นกุหลาบขาวช่อใหญ่ ไม่ห่างจากช่อก่อนหน้านี้นัก
“คุณคือความรักครั้งสุดท้าย บริสุทธิ์ มั่นคงและยืนยาว ชั่วนิรันดร์”
คำหวานเดิมๆของสามีไม่ได้ทำให้ใจเต้นแรงเหมือนเมื่อก่อน แม้จะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่หายเคือง แถมโกรธกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อโจเดินนำต้นกล้ากับข้าวหอมให้เข้ามาช่วยง้อ
“ศิมีโจเป็นรักแรก รักเดียวและรักครั้งสุดท้าย แล้วนี่ก็พยานรักของเราสองคน”
“โจ...นี่มันไม่ใช่เรื่องของเด็กๆนะ อย่าใช้ลูกเป็นเครื่องมือได้ไหม”
โจไม่ทันแก้ตัว ข้าวหอมกับต้นกล้าก็โพล่งออกมาเสียก่อน อยากให้พ่อกับแม่คืนดีกัน แถมโอดว่าไม่อยากเป็นเด็กบ้านแตก ถ้าพ่อกับแม่ทะเลาะกันตลอดเวลา ศศิใจอ่อนยวบ พร่ำบอกตัวเองว่าเพราะเห็นแก่ลูก เลยไม่อยากงอนอีก โจยิ้มร่า ดีใจมากที่แผนการที่เตรียมมาอย่างดีได้ผลดีเกินคาด
บรรยากาศภายในบ้านดีขึ้นทันตาเห็นหลังจากที่โจกับศศิคืนดีกัน ข้าวหอมกับต้นกล้าตื่นเต้นมาก แต่ปลื้มสุดคงหนีไม่พ้น เมื่อพ่อรับปากจะให้รางวัลอย่างงามตอบแทนที่ช่วยให้พ่อกับแม่ดีกัน ศศิไม่รู้เรื่องข้อตกลงลับๆของพ่อลูก เดินถือนมชมพูของโปรดสามีมาให้ หลังจากนั้นไม่นาน โจรีบไล่ลูกๆไปนอนแล้วหันมาอ้อนภรรยาจอมหึง
“ฟังนะศิ...ไม่ว่าโจจะทำอะไรผิดพลาดแค่ไหน ขอให้รู้ไว้ว่าโจรักศิคนเดียว”
ศศิยิ้มปลื้ม โจได้โอกาส จะพาเธอไปจู๋จี๋ตามประสาสามีภรรยา แต่อยากทำเก๋ จะอุ้มภรรยาเข้าห้อง ศศิขำร้องห้ามพัลวัน “นี่...ไม่ใช่หนุ่มๆแล้ว ยังอุ้มไหวอีกหรือ ไม่ต้องอุ้มหรอก แค่บอกคำเดียวก็พร้อมไปแล้ว”
คืนเดียวกันที่ห้องเจน...สาวบ้าโซเชียลคร่ำเคร่งกับการหางานใหม่บนอินเตอร์เน็ต แล้วก็ตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเพื่อนสาวคนหนึ่งโพสต์ข้อความเกี่ยวกับงานง่ายๆ แค่คุยโทรศัพท์ไม่กี่สายก็ได้เงินหลายพัน เจนไม่รอช้า ยกหูโทร.หาเพื่อนสาวคนนั้นทันที พลันก็ยิ้มกว้างเมื่อเห็นช่องทางหาเงินเป็นกอบเป็นกำ
ส่วนห้องพักข้างๆของซัน...เคร่งเครียดไม่แพ้กัน แต่ไม่ใช่เรื่องงานเหมือนเจน แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์อันคลุมเครือของซันกับวุธ อ้อมคาใจตั้งแต่คุยกันที่ร้านกาแฟจูดี้ และไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลย
“ฉันถามจริงๆนะ ตำแหน่งผู้อำนวยการนี่มันสำคัญกับแกมากเลยเหรอซัน”
“สำคัญสิ...ที่ฉันทำงานหนักมาตลอดก็เพื่อความก้าวหน้านะอ้อม เมื่อโอกาสมาถึงก็ต้องฉวยไว้”
“แล้วแกอยากเอาชนะวุธจริงๆหรือ วุธเป็นเพื่อนที่ดีมากนะซัน เพื่อนแบบนี้ไม่ใช่จะหากันได้”
ซันหน้าจ๋อย รู้ดีแก่ใจว่าหนุ่มคู่ปรับเป็นเพื่อนที่ดีแค่ไหน อ้อมถอนใจยาว ตัดสินใจถามตรงๆ
“แล้วเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่พวกแกไปเที่ยวทะเลกัน ตอนนั้นวุธเขาชอบแกใช่ไหม แต่แกกลับหักอกเขา”
“ตอนนั้นวุธคงไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะกลับจากทริปนั้น วุธก็เป็นแฟนกับจ๋าไปแล้ว”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คนเคยมีใจให้กัน มาทำงานบริษัทเดียวกันตั้งหลายปี ไม่หวั่นไหวบ้างเลยหรือ”
“จะไปหวั่นไหวได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่เคยคิดอะไรกับเขา แล้วเขาก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย”
“แล้วถ้าเขายังไม่มีแฟนล่ะ แกจะหวั่นไหวไหม”
“นี่แกจะมาพูดเรื่องนี้ตอนนี้ทำไมเนี่ย”
“ก็แค่เสียดายน่ะ จริงๆวุธเขาก็ดูเหมาะสมกับแกดีนะ...เหมาะมากกว่าจ๋าเสียอีก”
ซันหน้าเจื่อน คำพูดของเพื่อนรักกระแทกใจอย่างจัง แต่ไม่ทันพูดอะไร อ้อมก็ต้องกลับห้องเสียก่อน เพราะวินเพิ่งส่งข้อความบอกว่าจะกลับถึงบ้านในอีกไม่กี่นาที...
ooooooo
บทสนทนากับอ้อมเมื่อตอนค่ำทำให้ซันอดหวั่นไหวไม่ได้ ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในคืนแต่งงานของอ้อมกับวิน ยิ่งสับสน ไม่แน่ใจว่าควรทำตัวเช่นไรพลันความคิดก็พากลับไปอดีตเมื่อห้าปีก่อน ไม่กี่วันหลังเหตุการณ์อันน่าอับอายที่ผาริมทะเล เธอยังจำได้ดี ว่ารู้สึกผิดแค่ไหนที่ฉีกภาพถ่ายของวุธเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“เรานี่มันบ้าจริงๆเลย ทำแบบนั้นลงไปได้ยังไง ไม่ได้...จะปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ไม่ได้ ฉันต้องขอโทษเขา”
ซันดึงตัวเองจากอดีต ถอนใจเบาๆ เมื่อนึกถึงตอนตัวเองเตรียมตัวอย่างดีจะไปขอโทษวุธ แต่ทุกอย่างก็สายไป เพราะเขาดันขอจ๋า...เพื่อนสาวร่วมรุ่นที่แอบหลงรักเขามานานหลายปี เป็นแฟนเสียก่อน
กลางดึกของคืนเดียวกัน...อ้อมปฏิบัติการปรุงโฉมตัวเองให้หอมฟุ้ง เซ็กซี่ทั้งเนื้อทั้งตัว หวังให้ชีวิตคู่ของสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันสมบูรณ์เสียที แต่วินก็เหนื่อยและเคร่งเครียดกับการผ่าตัดทั้งวัน จนเธอไม่กล้ารุกสุดท้าย... สองสามีภรรยาก็ต่างคนต่างหลับ โดยเฉพาะวินเพลียมาก ถึงขั้นผล็อยหลับพับคาโซฟาทั้งชุดทำงานเลยทีเดียว
ด้านเจน...ตื่นไปสมัครงานใหม่แต่เช้า มั่นอกมั่นใจมากว่าประสบการณ์รับมือลูกค้าสารพัดแบบจากงานเก่าจะทำให้ใบสมัครผ่านฉลุย แต่เอาเข้าจริงว่าที่นายจ้างก็ไม่ได้สนใจความสามารถเรื่องนั้นนัก แต่อยากรู้มากกว่าว่าเธอพอขายของได้หรือไม่ เจนกระตือรือร้นจะพัฒนาตัวเอง แต่ที่ทำให้อึ้งก็เมื่อเขาบอกว่างานนี้ไม่มีเงินเดือนประจำ
“แต่มีเบี้ยขยัน มีค่านายหน้า ผมจะบอกให้นะคุณ ค่านายหน้าที่นี่น่ะ เยอะกว่าเงินเดือนเก่าที่คุณเคยได้ประมาณสามเท่า ยิ่งคุณขายได้มากก็ได้เปอร์เซ็นต์เยอะเท่านั้น คิดง่ายๆ วันหนึ่งคุณโทร.หาลูกค้ายี่สิบคนขอให้มีคนสมัครทำประกันสองคน คนละห้าพันต่อเดือน คุณก็ได้ไปแล้วสิบเปอร์เซ็นต์”
เจนนับนิ้วคำนวณใหญ่ ตาโตเมื่อเห็นว่าค่าตอบแทนมากกว่าเงินเดือนเก่าเธอหลายเท่าจริงๆ ที่สำคัญงานไม่ยากและน่าจะเหนื่อยน้อยกว่าเดิม เลยทำให้สาวบ้าโซเชียลตกปากรับคำ ยอมรับทำงานนี้แบบง่ายๆ
จัดการเรื่องงานใหม่เรียบร้อย เจนก็อารมณ์ดีพอจะไปเดินช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ข้าวของลดราคากระหน่ำกระตุ้นความอยากและลดความยับยั้งชั่งใจจนเธอหมดเงินไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นสาวบ้าโซเชียลก็ไม่หวั่น เพราะผลตอบแทนจากงานใหม่ที่คาดว่าจะได้ คงทำให้เธอใช้จ่ายแบบนี้ได้สบาย
อาร์ทนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟ ตะลึงไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวหน้าสวยที่เคยให้ยืมสูท ถือถุงข้าวของพะรุงพะรังมานั่งไม่ห่างจากเขานัก ความอยากรู้และความหมั่นไส้ทำให้อดแขวะไม่ได้ว่าเธอใช้จ่ายเงินซื้อของราวกับที่บ้านผลิตเงินเอง เจนชะงัก เสียงกวนประสาทคุ้นหูทำให้ต้องหันไปมอง แล้วถึงกับเซ็ง
“โอ๊ย...นายอีกแล้วหรือ นี่มันอะไรกันนักหนา จะตามฉันไปถึงไหน”
อาร์ทบอกว่านั่งที่นี่ก่อนนานแล้ว เธอเป็นคนเดินมานั่งตามเขาเอง เจนหน้าแตก เถียงไม่ออก สะบัดหน้าหนีงอนๆ หนุ่มเซอร์นึกขำ ก่อนจะแหย่ว่าเธอไปหาเงินจากไหน ถึงได้ซื้อของเยอะขนาดนี้
เจนชักฉุน โต้กลับเสียงเขียว “ฉันจะบอกให้ก็ได้ นายจะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดๆ ฉันไปสมัครงานมาแล้วย่ะ แล้วก็ได้งานแล้วด้วย แถมเงินดีอีกต่างหาก เพราะฉะนั้น ฉันจะซื้ออะไรก็เป็นเรื่องของฉัน เงินของฉัน...เข้าใจไหม”
“ใครว่านั่นเป็นเงินของคุณ นั่นน่ะเป็นเงินของแบงก์ ถ้าคุณรูดบัตร ก็เท่ากับว่าเอาเงินในอนาคตมาซื้อของ”
“ก็ดีกว่านาย ตกงานแล้วไม่ทำอะไร ได้แต่ลอยไปลอยมา นั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือฆ่าเวลาให้หมดไปวันๆ”
อาร์ทสวนว่าเพิ่งไปสมัครงานเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ เจนหัวเราะเยาะ ตอกกลับไม่ให้เสนอหน้ามาสั่งสอนเธอ ถ้าตัวเองยังไม่รอด อาร์ทไม่สะทกสะท้าน โต้กลับเสียงเรียบ ว่าไม่ได้จะสอน แค่เห็นแล้วรำคาญ!
ooooooo
ซันพักเรื่องวุธไว้ก่อน เพราะแทบเป็นบ้า เมื่อค้นพบว่าลูกทีมคิดงานเสนอลูกค้าไม่ถูกใจ แม้จะส่งไปแก้หรือปรับหลายครั้งก็ไม่ได้อย่างที่ต้องการ ตั้มเครียดมาก ตัดสินใจพูดกับหัวหน้าทีมสาวตรงๆ
“ผมก็เสนอคอนเซปต์ไปตั้งหลายอันแล้ว ทั้งความหอม ความรัก ความทรงจำ การจากลา พี่ไม่เห็นจะโอเค”
“ก็มันแนวคิดเดิมๆ เขาเล่นเรื่องพวกนี้กันมาหมดแล้ว หาอะไรใหม่ๆหน่อยไม่ได้หรือไง”
สุธีร์อดไม่ได้ แย้งขึ้นว่าคงยาก เพราะทุกคนก็คิดหลายอย่างแล้ว แต่ซันก็ไม่ชอบสักอัน
ซันเริ่มหงุดหงิด แต่พยายามข่มอารมณ์สุดความสามารถ “ก็ถ้าไม่ช่วยกันคิดมา จะรู้ได้ยังไงว่ามันไม่มีแนวคิดอื่น ถ้าเป็นวุธ...เขาคงไม่เล่นแนวคิดพวกนี้เหมือนกัน แล้วนี่ทีมโน้นเป็นยังไง...ใครรู้บ้าง”
ลูกทีมส่ายหน้า ซันเลยสั่งให้ตามสืบสถานการณ์ของทีมวุธว่าก้าวหน้าไปถึงไหน สุธีร์ไม่เห็นด้วยแย้งขึ้น
“แต่วุธเขาไม่ใช่ข้าศึกนะซัน เขาเป็นเพื่อนเธอ เป็นรุ่นน้องพี่ แถมเป็นเพื่อนร่วมงานในบริษัทเราด้วย”
“ใช่...แต่ก็อย่าลืมว่าตอนนี้เขาเป็นคู่แข่งพวกเรา ถ้ารู้ความลับของคู่แข่งได้ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง”
ซันประกาศกร้าว ก่อนจะมอบหมายให้สุธีร์ไปสืบ ความจากทีมวุธ เพราะสนิทสนมเป็นเพื่อนรุ่นพี่ร่วมสถาบันกันมา พร้อมย้ำว่าไม่ได้จะเลียนแบบหรืออยากขโมยแนวคิด แค่อยากรู้เพื่อเลี่ยง ไม่ทำงานให้เหมือนเท่านั้น
ซันออกจากห้องประชุมด้วยสภาพเหนื่อยอ่อน แล้วต้องปั้นหน้ายิ้ม เมื่อเห็นจ๋ามาคอยถึงห้อง และเอ่ยชวนไปทานข้าวกลางวันด้วย ซันลังเลเมื่อเพื่อนสาวบอกว่า
วุธจะไปด้วย จ๋าไม่ผิดสังเกตท่าทางแปลกๆนั้น รบเร้าและตื๊อจนซันใจอ่อน ยอมตามไปแบบเสียไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าสุธีร์เฝ้ามองตามหลังด้วยแววตาไม่พอใจ
“เชอะ...ใช้ให้คนอื่นทำงานหนัก เพื่อที่ตัวเองจะได้เลื่อนตำแหน่งคนเดียว”
บรรยากาศทานอาหารกลางวันของสามหนุ่มสาวเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ซันไม่ค่อยพูดอะไรนัก ความรู้สึกหวั่นไหวเมื่อวันวานยังหลอกหลอน จนทำหน้าไม่ถูก
จ๋าไม่ทันสังเกต มัวพะวงจะชวนเพื่อนหญิงเหล็กไปงานเลี้ยงรุ่นที่เธอเป็นแม่งาน ซันมีท่าทีอึกอัก อ้างส่งๆว่าอาจยุ่งไปไม่ได้ แต่จ๋าก็ไม่ละความพยายามคะยั้นคะยอให้ไป ถึงกับขอร้องวุธอีกแรงให้ลากเพื่อนสาวคนเก่งไปร่วมงานให้ได้
ซันลำบากใจและอึดอัดมาก เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพื่อสงบสติอารมณ์และตั้งสติ
“นี่หน้าฉันออกอาการขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย จะให้สองคนนั้นผิดสังเกตไม่ได้ ยิ้มไว้ซัน...ยิ้มไว้”
แต่เหมือนความตั้งใจจะไม่ค่อยได้เรื่องนัก หญิงเหล็กประจำแก๊งเลยต้องโทร.ขอคำปรึกษาการปั้นหน้ายิ้ม จากเจน สาวบ้าโซเชียลไม่ถามอะไรมาก ถ่ายทอดเทคนิคให้อย่างไม่มีกั๊ก ซันทำตามแบบเก้ๆกังๆ ก่อนจะวางสาย และตั้งท่าจะเดินกลับโต๊ะ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นโจนั่งทานข้าวกะหนุงกะหนิงกับหญิงสาวหน้าสวยคนหนึ่ง!
ซันไม่รอช้า ยกมือถือมาถ่ายภาพสามีเพื่อนกับหญิงสาวแปลกหน้าแล้วส่งให้ศศิทันที ก่อนจะย้ายตัวเองกลับไปที่โต๊ะแล้วขอตัวกลับออฟฟิศดื้อๆ โดยที่จ๋ากับวุธไม่ทันได้เอ่ยปากห้ามแม้แต่คำเดียว
คืนเดียวกันที่บ้านศศิ...โจหน้าซีดเผือด เมื่อภรรยาจอมหึงคาดคั้นเสียงเข้ม ว่าหญิงสาวที่ไปทานข้าวกลางวันกับเขาเป็นใคร แถมมีข้อความออดอ้อนจากหญิงสาวคนเดียวกันในมือถือเขา เป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนา จนไม่สามารถจะปากแข็งได้อีก โจอึกๆอักๆ สุดท้ายก็ยอมสารภาพ แต่ยังแถว่าแค่สนุกไปตามประสาผู้ชาย ไม่ได้คิดจริงจัง
ศศิพยายามระงับอารมณ์สุดความสามารถ แต่เหมือนสามีจอมเจ้าชู้จะทำให้หมดความอดทน เมื่อเขาบอกว่าหญิงสาวคนนี้เป็นโคโยตี้ร้านแถวที่ทำงาน และรู้จักกันตอนลูกน้องพาไปฉลองวันเกิด
“โคโยตี้...มิน่าถึงได้สวยเซ็กซี่ขนาดนั้น ทุเรศ สกปรก นี่โจทำไปได้ยังไง นี่ไม่กลัวเอาโรคมาติดกันบ้างหรือไง”
“โจป้องกันน่า แล้วน้องเขาก็ไม่ได้มั่วขนาดนั้นด้วย”
“ไม่มั่วขนาดนั้นหรือ ไอ้ที่แอบกินผัวชาวบ้านนี่ มันก็ถือว่ามั่วมากแล้ว”
“ศิ...โจเป็นผู้ชายนะ เรื่องเซ็กส์มันก็ต้องมีความ ต้องการกันบ้าง เป็นธรรมชาติ”
“ไม่ต้องเอาธรรมชาติมาอ้าง ถ้ากินของเน่านอกบ้านมันอร่อย ก็ไปกินให้อิ่ม ไปซะให้พอ แล้วไม่ต้องกลับมา”
“ศิ...ฟังก่อนได้ไหม คนอื่นโจก็แค่เล่นๆ ยังไงศิก็เป็นที่หนึ่ง”
“ฉันไม่อยากเป็นที่หนึ่ง ถ้าจะมีศิ ก็ต้องมีแค่คนเดียว ถ้ามีคนเดียวไม่ได้ก็ออกไป ไม่ต้องกลับมาอีก!”
โจไม่ขยับ ศศิเลยตัดสินใจขับรถออกไปเอง ทิ้งโจให้มองตามเครียดๆ...ดูท่าครั้งนี้จะง้อยาก
ooooooo
สถานที่ลี้ภัยสามีจอมเจ้าชู้ของศศิคือคอนโดซัน โดยมีเจนกับอ้อมตามมาปลอบใจไม่ห่าง เห็นใจเพื่อนรุ่นพี่มาก ต้องเจอวีรกรรมซ้ำซากของสามีแบบนี้
ไม่หยุดหย่อน ศศิก้มหน้าร้องไห้ ตัดพ้อเซ็งๆ
“ที่จริงมันก็มีเรื่องแบบนี้หลายครั้งแล้วนะ ที่ผ่านมาพี่ไม่เคยจับได้คาหนังคาเขา ว่าเขาไปมีอะไรกับคนอื่น แต่คราวนี้...โจสารภาพออกจากปากเลย พี่ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำกับพี่ได้ ตอนนี้บอกตรงๆว่าพี่เจ็บ...เจ็บมาก”
อ้อมกับเจนพยายามกล่อมให้ศศิคิดถึงลูกๆทั้งสองให้มาก ต่างจากซัน ไม่เห็นว่าเพื่อนรุ่นพี่จะต้องทน ยิ่งโจอ้างว่าทำเพราะสัญชาตญาณตามธรรมชาติของเพศชาย ยิ่งแทบปรี๊ด
“พูดแบบนี้มันเห็นแก่ตัวชัดๆ ถ้ารักกันจริงก็ไม่ควร ทำร้ายจิตใจพี่แบบนี้ ถ้าเป็นซันนะ...เลิกสถานเดียว!”
อ้อมกับเจนไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้ศศิทำเป็นเรื่องใหญ่ ต้นกล้ากับข้าวหอมยังเด็ก หุนหันตัดสินใจ เด็กๆอาจกลายเป็นเด็กมีปัญหา โดยเฉพาะอ้อมพยายามบอกให้คิดในแง่ดี ว่าศศิยังเป็นที่หนึ่งเสมอ แต่เพื่อนสาวรุ่นพี่ไม่ได้อยากเป็นที่หนึ่ง แต่อยากเป็นคนเดียวสำหรับโจ แก๊งสี่สาวปลอบประโลมกันอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะแยกย้าย โดยซันเสนอให้ศศิค้างด้วยกัน ถ้าไม่อยากกลับบ้าน รอให้สบายใจค่อยกลับไปเคลียร์กับโจ
แต่ถึงจะใช้เวลาทั้งคืนใคร่ครวญเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสามี ศศิก็ไม่สบายใจพอจะเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ จึงเลือกกลับบ้านในสายของวันต่อมา
ให้แน่ใจว่าเขาออกไปทำงานเรียบร้อยแล้ว แต่อารมณ์ที่เริ่มจะเย็นลงก็พุ่งปรี๊ดอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวคู่ควงของโจส่งข้อความมาเย้ย
“ได้ข่าวว่ารู้เรื่องแล้วหรือคะ งั้นก็รู้ไว้อีกอย่างหนึ่งนะว่าตอนนี้ผัวพี่อยู่กับหนู เขาบอกว่าเบื่อพี่จนทนไม่ไหวแล้ว”
ศศิกำมือถือแน่น ความอดกลั้นที่มีหมดลง ตัดสินใจคว้าขวดน้ำยาล้างห้องน้ำไปทำอะไรบางอย่าง...
กว่าโจจะรู้ว่าภรรยาจอมหึงกินยาล้างห้องน้ำหวังฆ่าตัวตาย ก็อีกหลายชั่วโมงถัดมา โดยอ้อมกับเจนเป็นคนไปพบศศิในสภาพล้มหมดสติคาห้องน้ำที่บ้าน แม้หมอจะล้างท้องและอาการของเธอก็พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่โจก็อดใจหายไม่ได้ ภรรยาจอมหึงไม่เคยมีปฏิกิริยารุนแรงแบบนี้มาก่อน
ศศิเมินหน้าหนีเมื่อสามีจอมเจ้าชู้มาเยี่ยม โจพยายามขอโทษและอ้อนวอน เธอก็ไม่ยี่หระ แขวะกลับ
“ไปอยู่กับคนอื่นสิ มีคนรอโจตั้งเยอะ ศิมันก็แค่ของใช้เก่าๆจะมาเป็นห่วงทำไม น่าจะปล่อยให้ศิตายไปซะ”
“โธ่ศิ...อย่าพูดแบบนี้สิ โจรักศิมากนะ โจเสียใจที่ทำให้ศิต้องเจ็บ โจขอโทษนะ โจจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
ท่าทางรู้สึกผิดของสามี ทำให้ศศิสะเทือนใจไม่น้อย แต่ยังใจแข็ง เบือนหน้าหนีและไล่ให้เขากลับบ้านไปดูแลลูก โจยืนกรานจะขออยู่เฝ้าเธอ แต่ศศิไม่ยอม อ้างว่ามีอ้อมกับเจนผลัดกันเป็นเพื่อนเธอแล้ว
หลังโจกลับได้ไม่นาน วินก็แวะมาเยี่ยม ตามด้วย
ซัน เปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทีแตกตื่น โวยใส่เพื่อนรุ่นพี่ว่าคิดอะไรสั้นๆ จะฆ่าตัวตายเพราะผู้ชายคนเดียว ทุกคนในห้องชะงัก หุบเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ก่อนที่ศศิจะขยับตัว ถอดสายน้ำเกลือออกดื้อๆ แล้วเฉลยแผนการให้ซันฟัง
“พี่ไม่โง่หรอกน่า เรื่องเล็กแค่นี้ไม่ทำให้พี่ตายได้หรอก ลูกพี่สองคนยังเล็ก ยังต้องดูแล ผัวพี่ก็ยังหนุ่ม ผ่านทุกข์ผ่านสุขมาด้วยกันตั้งมากมาย จะให้ทิ้งทุกอย่างไปง่ายๆได้ยังไง”
ซันอยากจะเป็นบ้า ไม่คิดมาก่อนว่าเพื่อนรุ่นพี่จะกล้าทำขนาดนี้ ศศิคิดว่าอยากลองใจโจเท่านั้น โดยมีวินคอยสนับสนุนและให้ความร่วมมือเรื่องอุปกรณ์ในโรงพยาบาล เพราะเชื่อว่าโจเป็นผู้ชายที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง ต่อให้ชอบเหลวไหลแค่ไหน ซันอึ้งไปกับแผนตลบหลังสุดแสบของเพื่อนรุ่นพี่ แต่แล้วความสะใจก็อยู่กับศศิไม่นาน เมื่อหญิงสาวคู่ควงของโจคนเดิม ส่งข้อความมากวนประสาท
“ขนาดกินยาตายแล้วยังรอด ที่เขาเรียกยิ่งแก่ยิ่งหนังเหนียวก็คงจะจริง คราวหน้าใช้ยาแรงกว่านี้หน่อยนะป้า”
เจนโมโหแทน ตั้งท่าจะไปตบเอาคืนแทนเพื่อนรุ่นพี่ อ้อมกับซันต้องห้ามไว้ ไม่ให้เต้นตามสงครามประสาทที่อีกคนตั้งใจก่อ ศศิถอนใจยาว รู้ทันเกมป่วนของคู่ควงสามี จึงประกาศว่าพร้อมรบเสมอ
“คนอย่างพี่ไม่ชอบสงครามประสาท พี่ชอบสงครามจริง ให้มันเห็นเลือดเห็นเนื้อกันไปเลย!”
ooooooo
แผนเอาคืนคู่ควงตัวป่วนของโจเริ่มในคืนเดียวกันนั้น ศศิในชุดพร้อมเที่ยวกลางคืน ตามด้วยซัน อ้อมและเจน ปรากฏตัวในร้านอาหารกึ่งผับ สถานที่ทำงานของโคโยตี้สาว คู่ควงตัวป่วนของโจ ที่ก่อสงครามประสาทกับเธอตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ศศิเห็นหน้าคู่กรณีสาวก็จำได้ เหยียดยิ้มร้ายเมื่อได้ยินจากผู้จัดการบอกว่าชื่อหนูนา
ไม่กี่อึดใจต่อมา ผู้จัดการร้านก็ส่งหนูนามานั่งโต๊ะพวกศศิ ตามความต้องการของกลุ่มสี่สาว ที่แจ้งว่าอยากได้หนูนามานั่งบริการเป็นพิเศษ โคโยตี้สาวเห็นศศิก็เสียศูนย์ไปครู่ใหญ่ เมื่อตั้งสติได้ ก็เชิดหน้าสบตาแบบไม่กลัว
“ไหนว่ากินยาตายล้างท้องอยู่โรงพยาบาลไง”
“เปล่า...พี่สบายดี ถ้ากินยาตาย ก็คงมาดูหน้าเธอไม่ได้ เธอเป็นคนส่งข้อความไปท้าทายให้พี่มาเองไม่ใช่หรือ”
“อยากให้พี่ได้มาดูหน้าคนที่ใช้สามีร่วมกับพี่ไง”
“ใช่จ้ะ...ก็ได้เห็นแล้ว แล้วตอนนี้ก็รู้แล้วด้วยว่าไม่เท่าไหร่...กระจอก”
สีหน้าเหยียดหยามของศศิ ทำให้หนูนาของขึ้น “กระจอกหรือเปล่าก็ไม่รู้สินะ ขนาดตอนพี่ทำเป็นกินยาตาย เรียกร้องความสนใจจากผัว ผัวพี่เขายังไม่สนใจเลย วันนี้พี่โจเขายังมาหาหนูเลย เขาบอกว่าเขาเบื่อพี่จะตายอยู่แล้ว”
น้ำเสียงเย้ยหยันของหนูนา ไม่ได้ทำให้ศศิเสียกำลังใจ ตอกกลับยิ้มๆ เหมือนคนที่เหนือกว่าทุกประการ
“รักหรือ...นี่น้อง ผู้ชายเวลามันอยากได้เซ็กซ์มันก็บอกว่ารักกับทุกคนนั่นแหละ”
หนูนาเถียงว่าโจรักเธอจริงๆ และเธอไม่ได้ขายตัว แม้เขาจะให้เงินเธอบ้าง แต่เธอไม่ได้คิดว่าเป็นค่าจ้าง
“จ้า...พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่เปรียบเทียบให้ฟัง ว่ารักกับซื้อบริการมันต่างกันอย่างไร”
“ถ้าพี่สูงส่งนัก แล้วพี่โจเขาจะมาหาหนูทำไม”
“คนเรานะ ถ้าได้กินอาหารดีๆในภัตตาคารอยู่ทุกวัน ชีวิตมันก็ไม่ตื่นเต้น บางทีก็อยากลองกินของสกปรกบ้าง”
หนูนาโมโห ตั้งท่าจะตบให้หายแค้น แต่ศศิมือไวกว่า คว้าแก้วไวน์มาสาดใส่หน้าโคโยตี้สาวจนเลอะไปหมด เพื่อนๆหนูนาทำท่าจะเข้ามาช่วย แต่ศศิก็ไม่กลัว แถมประกาศกร้าวท้าทาย
“อย่าเข้ามา...เรื่องนี้เป็นเรื่องของฉันกับผู้หญิงคนนี้ คนอื่นไม่เกี่ยว ถ้าใครเข้ามา โดนน้ำกรดสาดหน้าเละแน่”
ซัน อ้อมและเจนตามประกบศศิ จ้องหน้าบรรดาสาวๆโคโยตี้แบบเต็มใจมีเรื่องด้วยแน่ ส่วนศศิกวาดตามองสาวๆเพื่อนหนูนา แล้วหันไปพูดเสียงหวานแต่แฝงความนัยสุดโหดกับคู่กรณีสาว
“ฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่นิยมเรื่องรุนแรง แต่ถ้าใครรุนแรงมาก่อน ฉันก็ไม่มัวนั่งเป็นนางเอกร้องไห้อยู่กับบ้าน วันนี้ฉันแค่มาเตือนเธอให้เลิกยุ่งกับสามีฉัน ไม่อย่างนั้น... คราวหน้ามันจะไม่ใช่แค่ไวน์ แต่เป็นน้ำกรด!”
หนูนาหน้าซีดเผือด ไม่คิดมาก่อนว่าภรรยาหลวงแบบศศิจะโหดร้ายและเลือดเย็นกว่าที่จินตนาการไว้ แก๊งสี่สาวพากันกลับโรงพยาบาลไม่นานหลังจากนั้น หัวเราะร่วนให้กับวีรกรรมสุดบ้าบิ่นของศศิ และผลของแผนโต้กลับของศศิก็ได้ผลเกินคาด เมื่อโจมาเยี่ยมในวันต่อมา แล้วทราบเรื่องข้อความป่วนของหนูนา เลยจัดการโทร.บอกเลิกทันที เจนซึ่งแอบตามไปดู ยิ้มสะใจและรีบนำข่าวดีมาบอกศศิที่ห้องพัก
เจนปลื้มแผนเอาคืนของเพื่อนรุ่นพี่มาก ตั้งใจจะจำไว้ใช้บ้าง หากผู้ชายในอนาคตแอบนอกลู่นอกทางแบบโจ
ศศิถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะเตือนสาวบ้าโซเชียลด้วยความหวังดี “ถ้าอยากจะจำ ก็จำไว้อย่างเดียวเลยยายเจน ถ้าจะเลือกผู้ชายสักคน ให้เลือกคนที่ไม่นอกใจเรา ไม่อย่างนั้นชีวิตจะวุ่นวายเหมือนพี่”
เจนไม่คิดมาก และเข้าใจว่าโจน่าจะสำนึกแล้วตามประสาคนโลกสวยและมองโลกในแง่ดี
แต่ศศิไม่เห็นด้วยเลย “มันก็แค่พักรบเท่านั้นแหละ สงครามมันจะมาอีกแน่ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะช้าหรือเร็ว”
ooooooo
การคาดการณ์ของศศิไม่เกินจริงเลย เพราะหลังจากบอกเลิกหนูนา โจก็มีเป้าหมายใหม่ทันทีและหญิงสาวคนนั้นก็คือลัดดา พยาบาลสาวหน้าสวยที่เดินชนกับโจโดยบังเอิญ ความหล่อและความสวยของแต่ละฝ่าย ทำให้อดส่งสายตาวิบวับให้แก่กันและกันไม่ได้ เหมือนเป็นนัยที่รู้กันอยู่สองคน...
เย็นวันเดียวกัน...วุธไปรับจ๋าจากร้านดอกไม้ของเธอ และตรงไปบ้านเธอหลังจากนั้น เพราะพ่อแม่เธออยากพบ แล้ววุธก็ต้องอึ้ง เมื่อท่านทั้งสองเห็นว่าเขาควร แต่งงานกับลูกสาวได้แล้ว วุธมีท่าทีอึกอัก ไม่พร้อมและรู้สึกลำบากใจอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อถูกกดดันมากๆ ให้เห็นแก่ชื่อเสียงจ๋า ที่ไปโน่นมานี่กับเขามาหลายปี สุดท้ายเลยต้องยอมตกลง
จ๋ายิ้มกว้าง ดีใจมากที่แฟนหนุ่มยอมแต่งงาน พ่อจ๋าเลยได้โอกาสรีบพูดเรื่องสำคัญ
“ไปหาฤกษ์แต่งงานซะ แล้วก็ไปเตรียมผู้ใหญ่มาสู่ขอ ทางพ่อไม่ขออะไรมาก เงินสินสอดสองล้านก็พอ”
จำนวนเงินสองล้านทำให้วุธพูดไม่ออก พ่อจ๋าไม่ให้เวลาเขาแย้ง รีบสำทับว่าเงินจำนวนนี้ไม่มากเกินไปสำหรับคุณค่าของลูกสาวคนเดียว แถมเป็นหลักประกันด้วยว่าวุธจะสามารถดูแลจ๋าได้เป็นอย่างดี
วุธนิ่งไปอึดใจ พ่อแม่จ๋าคิดว่าไม่มีปัญหา เลยพูดเรื่องจัดงาน “ส่วนเรื่องแต่งงาน ทางวุธก็เตรียมการได้เลย พ่อไม่ยุ่ง ขออย่างเดียว งานแต่งลูกสาวพ่อต้องยิ่งใหญ่ สมฐานะ สมเกียรติตระกูลเก่าแก่ของเรา”
พ่อแม่จ๋าเข้าบ้านไปแล้ว ทิ้งวุธกับจ๋าให้คุยกันตามลำพัง จ๋าปลื้มและตื่นเต้นมากที่จะได้แต่งงาน ต่างจากวุธ มีท่าทีเฉยชาและอึดอัด ยิ่งได้ยินเธอฟุ้งถึงงานแต่งงานในฝัน ยิ่งมึนตึ้บ จ๋าเห็นปฏิกิริยาเขา เลยได้สติว่าพูดมากไปแล้ว
“แต่นั่นมันภาพในฝันน่ะจ้ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงซะหน่อย วุธไม่ต้องจัดงานใหญ่แบบที่คุณพ่อเขาต้องการให้จัดหรอก เราจัดงานแบบเรียบๆเล็กๆก็ได้ เอาตามที่วุธสบายใจดีกว่านะ”
วุธรู้ดีว่าแฟนสาวไม่ได้หมายความตามที่พูดจริงๆ แต่ไม่ทันพูดอะไร เธอก็โพล่งความในใจออกมาเสียก่อน
“นี่วุธ...รู้ไหมอะไรที่ทำให้จ๋ามีความสุขที่สุด การได้เป็นเจ้าสาวของวุธไงล่ะ เพราะฉะนั้นเราจะจัดงานแบบไหนก็ไม่สำคัญหรอก ถ้าได้อยู่กับวุธ จ๋าเชื่อว่ายังไงจ๋าก็ต้องเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุด”
ท่าทางปลื้มสุดๆของจ๋าทำให้วุธพูดไม่ออก แม้จะซาบซึ้งในความดีและความรักของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มากพอจะทำให้เขารู้สึกอยากแต่งงานด้วย วุธเก็บเรื่องนี้ไปคิดหนักตลอดคืน แล้วตัดสินใจชวนซันไปปรับทุกข์ในวันต่อมา ซันแทบสำลัก ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะแต่งงานกะทันหันแบบนี้
“ครอบครัวจ๋าเขาเร่งให้แต่ง พ่อแม่จ๋าบอกว่าไม่อยากให้จ๋าแต่งงานตอนอายุมากกว่านี้ แต่เราไม่มั่นใจเลยว่ามันถึงเวลาต้องแต่งงาน เราคิดวนไปวนมาหลายรอบ เราไม่รู้ว่าเราตัดสินใจถูกหรือเปล่า...ซันคิดว่าไง”
ทุกคำพูดของเขาทำให้ซันสะเทือนใจมาก แต่ยังปั้นหน้ายิ้ม ยินดีกับเขาและจ๋า เพื่อนแสนดีของเธอทั้งสองคนจะได้แต่งงาน แต่วุธกลับมองหน้าเธอนิ่ง ก่อนจะถามเสียงเรียบ
“นี่เธอไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ...เธออยากให้เราแต่งงานใช่ไหม”
“นายอยากแต่งหรือเปล่าล่ะ”
“ถ้าเราบอกว่าอยาก...”
“งั้นก็แต่ง...เรื่องของนาย นายตัดสินใจเองได้นี่ จ๋าเป็นคนดี นายจะได้มีคนคอยดูแลไง”
สองหนุ่มสาวเงียบไปอึดใจ วุธอึดอัดใจมาก ลังเลว่าควรสารภาพความรู้สึกที่มีต่อคู่ปรับสาวหรือไม่ ส่วนซันก็แอบลุ้น ว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้เขาพูดอะไรมากกว่านี้ แต่สุดท้ายความหวังของทั้งสองก็ต้องเป็นหมัน เมื่อวุธเลือกทำสิ่งที่ควร คือแต่งงานกับจ๋า ซันเลยได้แต่ทำใจว่าเรื่องระหว่างเธอกับวุธคงไม่มีวันเกิดขึ้น
ซันนั่งมองกล่องขนมเค้กเจ้าโปรดที่วุธมอบให้ก่อนแยกย้ายกันด้วยแววตาเหมือนคนอกหัก เรื่องราวในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง เธอยังจำได้ ว่าเขาชอบซื้อเค้กร้านนี้มาฝากเสมอ แม้เขาจะอ้างว่าเป็นค่าตอบแทนที่เธอช่วยติวหนังสือให้บ่อยๆ แต่ก็เพราะเค้กพวกนี้ ทำให้เขากับเธอสนิทสนม กลายเป็นความทรงจำดีๆที่หล่อเลี้ยงเธอมาตลอดหลายปี
ข่าวเรื่องการแต่งงานของวุธกับจ๋า ทำให้ซันไม่มีแก่ใจทำงาน และท่าซังกะตายของเธอก็ไม่รอดสายตาเพื่อนสาวร่วมแก๊งที่มารวมตัวกันเม้าท์ที่ร้านกาแฟจูดี้ในเย็นวันเดียวกัน ศศิ เจนและอ้อมรีบรายงานสถานการณ์ตัวเอง ทั้งโจที่เหมือนคลื่นลมสงบ ไม่ออกลายให้ศศิปวดหัวเหมือนเคย งานใหม่ของเจนซึ่งทำท่าจะไปได้สวยและปฏิบัติการเข้าหอแบบสมบูรณ์ของอ้อม ที่วินยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ ซันรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะขอตัวกลับห้องดื้อๆ
สามสาวที่เหลือมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่เจนจะอาสาไปสืบความลับจากซันมาให้ แต่ภารกิจก็ล้มเหลว เพราะท่าทางไม่แนบเนียนของสาวบ้าโซเชียล เลยถูกซันจับได้ และไล่ให้กลับไปนอน เพราะเธอสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร!
ooooooo










