สมาชิก

ทางเดินแห่งรัก

ตอนที่ 12

อัลบั้ม: เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คน ใน "ทางเดินแห่งรัก"

ซันกับวุธใช้เวลาร่วมกันตลอดบ่าย ไม่ยอมห่างกันเลย เหมือนกลัวอีกฝ่ายจะหายตัวไป ความรู้สึกที่ถูกซ่อนในส่วนลึกของหัวใจมานาน ทำให้แทบอยากหยุดเวลา โดยเฉพาะวุธพร่ำบอกซันไม่ขาดปาก ว่าเขากับเธอน่าจะรู้ใจกันให้เร็วกว่านี้ ซันรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ยังเขินจะพูดความในใจ

“เรามันบ้าไปเอง หลังจากวันนั้นที่ริมผา เราก็ไม่กล้าอีกเลย เพราะคิดว่าวุธโกรธเรา”

วุธยิ้มบางๆ ก่อนปลอบ “เปล่า...เราเสียใจต่างหาก เราคิดว่าซันเกลียดเรา”

“เราไม่เคยเกลียดวุธเลย”

“ถ้าเรารู้ เราจะไม่ปล่อยให้เวลามันผ่านไปอย่างนี้”

“ตอนนี้มันสายไปแล้วใช่ไหม”

วุธขยับไปใกล้และโอบกอดซันแน่น “ไม่...เรามาเริ่มกันใหม่เถอะซัน...เรามาเริ่มต้นเรื่องของเราด้วยกัน”

ซันปลื้มใจมาก แต่ยังตะขิดตะขวงใจเรื่องงานหมั้นของเขา ไหนจะเรื่องจ๋าที่ยังไม่ได้เคลียร์ แต่วุธก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ความรักที่ต้องเก็บกดมานาน เมื่อถูกเผย เขาก็ไม่อยากจะซ่อนมันไว้อีก

“ซันเป็นคนทำอะไรถูกต้องมาตลอด เราขอให้ซันทำผิดต่อกฎเกณฑ์ของตัวเองสักครั้งได้ไหม”

“ไม่ใช่หรอกวุธ เราทำผิดมาตลอดที่ไม่ยอมรับความจริงว่าเรารู้สึกยังไงต่อวุธ ต่อไปนี้เราจะทำสิ่งที่ถูกต้อง”

สองหนุ่มสาวโผกอดกันด้วยความรักเต็มหัวใจ ปรารถนาเหลือเกินจะยืดเวลา ให้ไม่ต้องแยกจากกันเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด ความสุขในเวลานี้ ก็เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงให้ทั้งสองมีกำลังใจจะใช้ชีวิตต่อ

วุธสบตาซันนิ่ง ก่อนจะสารภาพรักง่ายๆอีกครั้ง “เรารักซัน...รักมาตลอด”

“เราร้ายกับวุธมากเลย วุธไม่โกรธเราเลยเหรอที่ผ่านมา”

“เราไม่เคยโกรธซันเลย ไม่ว่าซันจะบอกว่าตัวเองร้ายแค่ไหน เราก็รักซันทั้งที่ซันร้ายๆนั่นแหละ เราบอกตัวเองว่าถึงซันไม่รักเราก็ไม่เป็นไร ขออยู่ดูซันไปเรื่อยๆ เราก็มีความสุขแค่นั้นก็พอ”

“เราก็บอกตัวเองว่าวุธเป็นแค่เพื่อน แต่มันไม่ใช่แค่นั้น...”

“วันนี้...เป็นวันที่เรามีความสุขที่สุดเลย ไม่ต้องมีพรุ่งนี้อีกแล้ว”

“ใช่...ไม่ต้องมีพรุ่งนี้อีกแล้วที่เป็นวันหมั้นของวุธ”

บรรยากาศแสนหวานพังทลายในพริบตาเมื่อซันพูดถึงงานหมั้น วุธคลายมือจากการโอบกอด และขอร้องให้เธอหยุดพูดถึงเรื่องงานหมั้น แต่ซันไม่ยอม เพราะคิดว่าเป็นความจริงที่เขากับเธอต้องเผชิญ

“ไหนซันบอกว่าซันทำผิดมาตลอด แล้วตอนนี้จะทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับเราสองคนไง”

ซันใจอ่อนยวบ อยากจะยึดมั่นในความถูกต้องอย่างที่ผ่านมา แต่สายตาเว้าวอนและสัมผัสอ่อนหวานของเขา ก็ทำให้ไร้เรี่ยวแรง ได้แต่ปล่อยให้เขาโอบกอดและดื่มด่ำกับบรรยากาศเงียบสงบริมทะเลไปด้วยกัน...

ooooooo

ระหว่างที่วุธกับซันพยายามเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดีๆ ดารณีกับจ๋าร้อนรนมากกับการหายตัวไปของวุธ สองสาวต่างวัยตั้งหน้าตั้งตาโทร.หาเขา แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับไม่ว่าทางใด ดารณีเครียดกว่าเพื่อน เพราะรู้ดีและมั่นใจมากว่าลูกชายคนเดียวต้องไปหาซัน แต่ก็ใจไม่ถึงพอจะบอกความจริงกับจ๋า

ส่วนจ๋าพอเดาได้จากน้ำเสียงและท่าทางอึกอักของว่าที่แม่สามี แต่ก็ไม่อยากพูดเพื่อทำร้ายใจตัวเองไปมากกว่านี้ แต่รอจนกระทั่งเช้า งานหมั้นถูกจัดเตรียมเกือบจะเรียบร้อย วุธก็ยังติดต่อไม่ได้ และไม่ปรากฏตัวเหมือนเดิม เจ้าของร้านดอกไม้สาวจึงเริ่มร้อนใจ ดารณีสงสาร แต่ก็ไม่รู้จะปลอบเช่นไร เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าวุธอยู่ที่ไหน

ฝ่ายวุธกับซันนั่งจับมือกันตลอดคืนไม่ได้นอนเพราะกลัวไม่ได้ใช้เวลาดีๆร่วมกัน แต่แสงแรกยามรุ่งอรุณก็ทำให้ทั้งสองตื่นจากภวังค์รัก ทั้งที่ยังโอบกอดกันแน่น เหมือนกลัวว่าจะถูกใครมาพราก

ซันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ในที่สุด...เราก็หยุดเวลาไว้ไม่ได้”

“ซัน...เราไปด้วยกันเถอะ ไปไกลๆไม่ต้องเจอใครอีกเลย”

“แล้วคนที่เราทิ้งเขาไปล่ะ เขามีความผิดอะไรวุธ”

“ในที่สุด...ซันก็ไม่ยอมทำผิดกฎเกณฑ์ของตัวเองอยู่ดี”

“มันไม่ใช่กฎเกณฑ์ของเราหรอกวุธ มันเป็น ความจริง”

“มันจบแล้วเหรอ เราเพิ่งรู้ว่าเรารักกัน แต่มันต้องจบแล้วหรือ”

คำพูดของวุธเสียดแทงใจซันจนแทบยืนไม่ไหว แต่เธอก็ต้องยอมรับความจริง วุธพยายามจะโอบกอดเธออีกครั้ง แต่เธอเบี่ยงตัวหลบและยกมือกันไว้ ชายหนุ่มหน้าเสีย ซันเสียใจไม่ต่างกันแต่ต้องตัดใจ

“อย่าเลย...มันจบแล้ว วุธไปเถอะ เราจะจดจำแต่ความรู้สึกดีๆไว้เท่านั้นก็พอนะวุธ”

ซันหันหลัง พยายามซ่อนน้ำตาสุดความสามารถ แต่ก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี วุธหมุนตัวเดินจากไปแล้ว แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็หันกลับ วิ่งไปโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง กระชับอ้อมแขนแน่น ซึมซับความหอมหวาน ก่อนจะโน้มตัวจูบแก้มเธอเพื่ออำลาเป็นครั้งสุดท้าย ซันสุดจะกลั้นน้ำตาที่ไหลไม่หยุดด้วยความสะเทือนใจ รับรู้ว่าสัมผัสอบอุ่นและอ่อนโยนยังอยู่ แต่คงแค่ชั่วขณะหนึ่ง เท่านั้น...แล้วใจของเธอก็จะกลับมาเหน็บหนาวและร้าวรานเหมือนเดิม

สถานการณ์รักสามเส้าของวุธ ซันและจ๋ายังอึมครึมและหาทางออกไม่ได้ ไม่ต่างจากสถานการณ์ของศศิ โจและแพท ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในเช้าวันเดียวกัน และศศิก็เป็นฝ่ายพูดไม่ออก เมื่อต้องเห็นสภาพเปลือยเปล่าของสามีกับเพื่อนร่วมงานสาวเปรี้ยว ภาพในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บช้ำที่ถูกเขาหักหลังและทรยศหลายครั้งก่อนหน้า เทียบไม่ได้เลยกับครั้งนี้ ที่เขาลักลอบมีอะไรกับแพท หญิงสาวรุ่นน้องที่เธอไว้ใจที่สุด

แพทเห็นท่าทางช็อกสุกขีดของศศิก็สะใจมาก ในที่สุดแผนร้ายลึกจะแย่งโจมาครองก็สำเร็จลุล่วง ที่เหลือก็แค่เล่นละครตบตา มารยานิดหน่อยเพื่อเรียกร้องความสงสารและเห็นใจ เพราะเชื่อแน่ว่าผู้หญิงแกร่งอย่างศศิจะต้องแพ้ทางความรู้สึกผิดของเธอแน่ ซึ่งดูเหมือนแผนการของเธอก็ดำเนินไปด้วยดี เพราะศศิโกรธมาก ไม่ฟังและไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ชี้หน้าด่าสามีว่าเลวแล้วหุนหันออกจากห้องพักโรงแรมหรูทันที

โจเครียดมาก รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยและผลุนผลันตามภรรยาสุดที่รักกลับบ้าน พร้อมนัดแนะกับแพท ให้ช่วยอธิบายความจริงเมื่อคืนให้ศศิฟังทั้งหมด ซึ่งสาวเปรี้ยวก็รับปากเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆกลับไม่ยอมอธิบายความจริงใดๆ ได้แต่พร่ำขอโทษและขอร้องให้ลืมเรื่องทั้งหมดเสีย

“แพทขอโทษค่ะพี่ศิ แพทผิดเอง แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร พี่ศิลืมมันได้ไหมคะ”

โจหน้าเสีย เมื่อเหลือบเห็นกองเสื้อผ้าและข้าวของมากมายของเขาที่ศศิขนมากองไว้ เพื่อรอให้เขาย้ายออก ไม่รู้เลยว่าแพทกำลังกระหยิ่มยิ้มสะใจภายในห้องพักของโรงแรม ที่ปั้นเรื่องทำให้ครอบครัวโจร้าวฉานสำเร็จ แต่ยังเล่นละครทำเหมือนรู้สึกผิดกับเรื่องทั้งหมดเสียเต็มประดา

“เรื่องที่พี่ศิเห็นมันเมื่อเช้าน่ะค่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าจะเกิดขึ้น เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น”

ท่าทีนิ่งสงบเหมือนคลื่นในทะเลของศศิ ทำให้โจใจไม่ดี ลุ้นสุดตัวว่าแพทจะอธิบายความจริงและทำให้เขารอดพ้นจากการพิพากษาครั้งนี้สำเร็จ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ ก็คือแพทไม่ได้ทำตามที่รับปาก ซึ่งยิ่งทำให้ศศิโมโห

“แพทรักพี่ศินะคะ แพทกับพี่โจรักพี่ศินะคะ อย่าโกรธเราเลยนะคะ”

น้ำเสียงอ้อนวอนของแพททำให้ศศิทำใจไม่ได้ ต้องวางสายดื้อๆ โจคิดว่าภรรยาเข้าใจทุกอย่างแล้ว แต่ผิดคาด ศศิขว้างมือถือใส่ ก่อนจะไล่เขาออกจากบ้านเสียงเขียว โจงงมาก จับต้นชนปลายไม่ถูก

“อ้าว...เดี๋ยวสิ ไหนว่าแพทบอกแล้วไงว่าโจกับแพทไม่มีอะไรกัน”

“ยังจะโกหกอีกเหรอ ยังโกหกไม่พออีกเหรอโจ โจทำได้ยังไง ทำกับศิแบบนี้ได้ยังไง กับแพทที่ศิไว้ใจที่สุด!”

โจพยายามจะอธิบาย แต่ศศิไม่เปิดโอกาส ขว้างปาข้าวของใส่ และไล่เขาออกจากบ้านด้วยความโมโหสุดขีด หนุ่มใหญ่จอมเจ้าชู้เห็นท่าไม่ดี เพราะดูท่าภรรยาจะไม่ฟังอะไรแล้ว เลยยอมล่าถอยแบบไม่เต็มใจนัก

ooooooo

ดารณีขยับตัวอย่างอึดอัด เมื่อพิธีการหมั้นใกล้จะถึงฤกษ์สำคัญ แต่ลูกชายคนเดียวก็ยังไม่ปรากฏตัว จ๋าร้อนรนไม่แพ้กัน เสื้อผ้าหน้าผมที่ถูกแต่งมาอย่างงดงาม ไม่สามารถบดบังอาการเป็นกังวลของเธอได้ ซึ่งประพันธ์ก็รู้ดี และมองไปทางดารณีนิ่งๆ ก่อนจะพูดเสียงเครียด

“ถ้าถึงฤกษ์แล้ว ลูกคุณยังไม่มา ผมจะพาลูกสาวผมกลับ”

ดารณีพูดไม่ออก เสียใจและเสียหน้าเกินกว่าจะแย้งอะไรได้ จ๋าเครียดจัด หันไปทางพ่อแม่

“เรายกเลิกงานเถอะค่ะคุณพ่อ คุณแม่”

“ก็ดี...เท่านี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว”

สิ้นเสียงประพันธ์ ครอบครัวของจ๋าก็ทำท่าจะลุกไปจริงๆ ดารณีจะลุกตาม แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นลูกชายคนเดียวเพิ่งเดินเข้าประตูมาในสภาพชุดธรรมดา แถมหน้าตาเหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืน เธอปราดไปหา และรีบพาเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทันฤกษ์ แต่วุธยังไม่ยอมไป ขอก้มลงกราบขอโทษประพันธ์เสียก่อน ที่ทำให้ใจหายใจคว่ำ และตามด้วยขอโทษแฟนสาว ที่ทำท่าเหมือนน้ำตาจะไหลตลอดเวลา ประพันธ์ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดเสียงเรียบ

“เกือบไม่ทันน่ะ ทำไมทำอย่างนี้ ไม่ดีเลยวุธ”

“ขอโทษครับ...ต่อไปผมจะไม่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนอีก...ผมสัญญา”

คำสัญญาของวุธ ทำให้จ๋าสบายใจขึ้นมาก และเชื่อมั่นมากว่าเขาจะทำได้ตามที่รับปาก แต่ท่าทางนิ่งเฉยและเย็นชาของเขาตลอดพิธีการหมั้นก็ทำให้อดระแวงไม่ได้ เหมือนเขาไม่ได้เต็มใจเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นการทำเพื่อรักษาหน้าและความสบายใจของเธอกับดารณีเท่านั้น

ขณะที่สถานการณ์ของวุธกับจ๋าน่าอึดอัดจนแทบมองหน้ากันไม่ติด แก๊งสี่สาวแล่นไปรวมตัวกันที่บ้านศศิ ทันทีที่ได้ยินว่าโจก่อวีรกรรมงามหน้าอีกแล้ว อ้อมกับเจนทิ้งงานทุกอย่างและพุ่งตรงไปบ้านพี่ใหญ่ประจำแก๊ง แต่ก็ยังช้ากว่าซัน ที่มาถึงก่อนใครและปลอบใจศศิอย่างดี ไม่ซ้ำเติมและไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเจอมาหนักแล้ว

ศศิร้องไห้อย่างหนัก เหตุการณ์ล่าสุดทำให้ความอดทนที่เพียรสร้างมาพังทลาย ความเชื่อมั่นและเชื่อใจในตัวสามีลดถอยจนแทบไม่มีเหลือ โชคดีที่แก๊งเพื่อนสาวอยู่ข้างๆ ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยๆวันแย่ๆของเธอก็ไม่เลวร้ายนัก เพราะมีเพื่อนแสนดีมาคอยให้กำลังใจ คอยปลุกปลอบให้กลับมายืนขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง

ด้านดารณี...รู้สึกไม่ต่างจากจ๋า ท่าทางเหม่อลอยของลูกชายคนเดียวทำให้อดเป็นกังวลไม่ได้ แม้จะเคืองที่เขาหายหน้าไปตลอดวันก่อนหน้าวันหมั้น แต่ก็รู้ตัวดีว่ากดดันเขาไว้ไม่น้อย เลยไม่กล้าต่อว่ามากนัก ได้แต่เลียบๆเคียงๆ

“วุธ...โกรธแม่หรือลูก ฟังนะลูก ลูกตัดสินใจถูกแล้วที่กลับมา ซันไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะกับลูก เขาเก่งเกินไป ผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น ไม่มีทางทำให้ชีวิตแต่งงานมีความสุขได้หรอก”

วุธไม่เถียง แต่มองหน้าแม่นิ่งๆ ก่อนจะย้อนถามเสียงอ่อนว่าแม่รู้ได้ยังไงว่าซันจะทำให้เขาไม่มีความสุข

“เพราะแม่ก็เหมือนซัน แม่แต่งงานกับพ่อวุธ แต่ไม่เคยเลิกทำงาน ทุ่มเทให้กับงานจนพ่อทนไม่ได้ ทิ้งเราสองคนไปจนเขาตายจาก ไม่เคยติดต่อหาเราแม่ลูกเลย”

ถ้อยคำบอกความเจ็บช้ำจากเรื่องในอดีตของดารณี ทำให้วุธอดสงสารไม่ได้ พร่ำบอกให้เธอเลิกโทษตัวเอง

“แม่ผิด...และแม่จะไม่ยอมให้มันเกิดกับวุธ ลูกทำถูกแล้ว ต่อไปต้องดีกับจ๋าเขาให้มากๆนะ”

วุธรับคำเสียงเรียบ ท่าทางเคร่งครึมของลูกชาย ทำให้ดารณีไม่กล้าเซ้าซี้ แต่ก็ต้องหันขวับ เมื่อเขาถามว่าพ่อกับแม่รักกันไหม ก่อนจะแต่งงานแล้วมีเขา ดารณีนิ่งไปอึดใจ แล้วตอบเสียงอ่อน

“จ้ะ...พ่อกับแม่รักกันมาก แต่ความรักอย่างเดียว มันไม่ทำให้เราอยู่ด้วยกันได้”

“ถ้าแม่รู้ก่อนว่าชีวิตคู่ของพ่อกับแม่จะไปไม่รอด แม่จะยังแต่งงานกับพ่อไหมครับ”

“ไม่จ้ะ...แม่จะไม่ทำให้ใครเป็นทุกข์ เจ็บปวดเพราะตัวเอง”

“งั้นวุธก็คงไม่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ เราก็คงไม่ได้เป็นแม่ลูกกันน่ะสิครับ”

ดารณีถึงกับอึ้งกับความคิดลูกชาย นึกไม่ถึงว่าเขาจะคิดแบบนี้ วุธโผกอดแม่ด้วยความรัก

“แม่ครับ...วุธรักแม่ วุธดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่นะครับ ถึงพ่อกับแม่จะอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่เราก็มีกันและกันไงครับ บางที...เรื่องร้ายๆก็ทำให้เกิดอะไรที่ดีๆได้เหมือนกันครับแม่”

วุธกลับเข้าห้องตัวเองไปแล้ว ทิ้งดารณีให้ยืนอึ้งคนเดียว...หรือว่าเราจะกดดันลูกมากเกินไป

ooooooo

กว่าจะปลอบศศิให้คลายความทุกข์ลงบ้าง แก๊งเพื่อนสาวก็แทบหมดแรง อ้อมกับเจนตามมาส่งซันถึงบ้านใหม่ ที่เธอขนข้าวของจากคอนโดมาทิ้งไว้ก่อนหน้า ท่าทางเงียบขรึมของหญิงเหล็กประจำแก๊ง ทำให้อ้อมพอเดาได้ว่าคงเป็นเพราะเรื่องวุธหมั้น ซันนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะสารภาพว่าหายไปทั้งคืนกับวุธจริง แต่ทุกอย่างมันจบลงแล้ว

“แล้วแกเป็นไงบ้าง โอเคไหมเพื่อน” อ้อมถามเสียงอ่อน

ซันอยากจะตอบว่าสบายดี แต่ก็ทำใจไม่ไหวจริงๆ “ไม่เลยอ้อม ไม่โอเคเลย...แต่ฉันจะอยู่ให้ได้”

สามสาวนั่งหน้าซึมกันครู่ใหญ่ ก่อนที่ซันจะพยายามฝืนยิ้ม แล้วถามเรื่องอ้อมกับวินบ้าง นักเขียนสาวหน้าเสีย ก่อนจะบอกว่าคงเคลียร์กันได้เร็วๆนี้ เพราะเรื่องของเธอไม่ใหญ่เลย เมื่อเทียบกับเรื่องของซันกับศศิ เจนมองสองเพื่อนสาวรุ่นพี่ด้วยแววตาเห็นใจ แต่เรื่องของตัวเองก็ทำท่าจะไม่รอด ทั้งที่เธอน่าจะมีความสุขที่สุดก็ตาม

หลังแยกจากเพื่อนสาวในเย็นวันเดียวกัน เจนก็กลับไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศ สวนกับปุ๊กกี้ที่กำลังจะกลับ

“ขอโทษนะคะพี่ปุ๊กกี้ที่รีบไป ไม่ได้ลาพี่เลย เจนขอทำงานใช้ให้เย็นนี้เลยนะคะ”

“อุ๊ย...ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ คนเราก็ต้องมีธุระกันบ้าง ไม่ต้องมาทำงานใช้หรอกเจน”

“ไม่ได้หรอกค่ะ เจนทำผิดกฎบริษัท เจนจะอยู่ทำงานให้เสร็จนะคะ”

จบคำก็เดินกลับโต๊ะทำงาน ปุ๊กกี้จะตามไปท้วง แต่ก็ต้องยั้งไว้ เมื่อเห็นจ๊อดเดินมาคุยกับแฟนสาว อยากให้ไปทานข้าวที่บ้านเพื่อเจอพ่อแม่ ปุ๊กกี้ปลื้มแทนมาก แอบกระซิบกับเจนทันทีที่ลับหลังร่างจ๊อดซึ่งขอตัวไปทำงานต่อ

“เธอนี่...โชคดีจริงๆเลยนะเจน ไม่เคยเห็นคุณจ๊อดเป็นอย่างนี้กับใครเลยนะ”

เจนยิ้มแหยๆ แล้วหันไปมองทางโต๊ะอาร์ท ไม่เข้าใจว่าเขาหายหน้าไปไหน ปุ๊กกี้ไม่รู้เรื่องความสนิทสนมของสองหนุ่มสาว บอกเสียงซื่อว่าหนุ่มเซอร์ลาออกไปแล้ว ถ้าเจนจะใช้งานกราฟฟิกก็สั่งคนอื่นได้เลย

คำบอกเล่าเรื่องอาร์ทลาออกยังก้องในหูเจนจนแทบไม่เป็นอันทำงาน เมื่อเจอกับจ๊อดที่มารับเธอไปบ้านพ่อแม่ เลยตัดสินใจปฏิเสธ โดยอ้างว่ายังไม่พร้อมและต้องทำงานที่ค้างไว้ จ๊อดไม่ติดใจอะไร เข้าใจดีว่าแฟนสาวคงประหม่า พร้อมแหย่ยิ้มๆว่าจะยกบริษัทให้คุม สมกับความดีความชอบที่ตั้งใจทำงาน เจนยิ้มเจื่อน ไม่ปลื้มและไม่ยินดีมากเท่าที่ควร แต่จ๊อดก็ไม่สังเกต แถมโน้มตัวจะจูบแก้มเธออีกต่างหาก

เจนเบี่ยงตัวหลบ จ๊อดถึงกับงง ไม่เข้าใจว่าคนเป็นแฟนกัน ทำไมต้องทำท่าเหมือนรังเกียจขนาดนั้น

“บางทีพี่ก็รู้สึกว่าเจน...ไม่ได้ชอบพี่เลย”

เจนอึกอัก เกือบจะโพล่งตอบไปว่าชอบเขาแล้ว แต่ก็ฝืนใจตัวเองไม่ได้จริงๆ

ความสับสนในหัวใจรบกวนเจนไม่เลิก จนแม้เมื่อมานั่งร้านกาแฟของจูดี้พร้อมกับอ้อม ก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจนเจ้าของร้านกาแฟอดทักไม่ได้ อ้อมพลอยสงสัยไปด้วย จึงซักไซ้จนเพื่อนสาวรุ่นน้องยอมรับสารภาพ

“อาร์ทเขาลาออกไม่บอกเจน ติดต่อก็ไม่ได้ ไลน์ก็ไม่อ่าน เฟซบุ๊กก็ปิด ไอจีก็ไม่อัพรูป ทำไมเขาทำแบบนี้”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่เจนไม่ไปบ้านคุณจ๊อด” อ้อมถามงงๆ

“คนบ้าอะไร อยู่ดีๆก็หายไป ไม่นึกถึงคนอื่นว่าเขาจะเป็นยังไง บ้า...นิสัยไม่ดี”

อ้อมกับจูดี้มองหน้ากัน พอจะเดาได้ว่าสาเหตุที่เจนมีอาการแปลกๆก็เพราะอาร์ท แต่เจ้าตัวยังไม่รู้และยอมรับความจริง แต่ไม่ทันที่สองสาวจะอธิบาย จิตสมรซึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้ โพล่งขึ้นแทนเสียก่อน

“น้องเจนชอบนายอาร์ทน่ะสิ แค่นี้ก็ดูกันไม่ออก ...ปัดโถ่ ฉันนั่งฟังตั้งนาน น้องเจนชอบคนชื่ออาร์ทชัวร์”

เจนมองมาอึ้งๆ มัวคิดตาม ไม่ทันสนใจจูดี้ที่สวนกลับสาวขายตรงด้วยความหมั่นไส้

“ทำเป็นรู้ดี รู้จักเขาหรือ น้องอาร์ทน่ะ”

“ไม่ต้องรู้...ไม่จำเป็น แค่ฟังน้องเจนคิดถึงคนชื่ออาร์ททั้งๆที่ใส่แหวนคนชื่อจ๊อด แค่เนี้ยก็รู้แล้ว”

จิตสมรพูดโอ่ๆ เจนไม่สนใจแล้วลุกพรวด บอกว่าจะไปตามหาอาร์ท ทิ้งสามสาวให้มองหน้ากันงงๆ จิตสมรได้สติก่อนเพื่อน พยายามจะขายของให้อ้อมกับจูดี้ แต่ก็ไม่มีใครสนใจเหมือนเคย

ooooooo

เจนตระเวนตามอาร์ททุกที่ที่เคยไปด้วยกัน แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ไม่รู้เลยว่าหนุ่มเซอร์ก็แอบสะกดรอยตามเธอไม่ห่าง เพียงแต่ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับเธอตอนนี้ ส่วนวินไม่ยอมกลับคอนโด ยังเคืองและไม่อยากเคลียร์อะไรกับภรรยาตอนนี้ เลยเก็บตัวหมกมุ่นกับงาน และตัดสินใจค้างที่โรงพยาบาลแทน

ฝ่ายอ้อมนั่งกลุ้มใจคนเดียวเกือบทั้งคืน อึดอัดใจเหลือเกินที่ต้องปิดบังความจริงบางอย่างจากสามี รวมทั้ง คนอื่นๆ แต่คำสัญญาที่เคยให้ไว้กับศรัณย์และวศิน ก็ทำให้ต้องใจแข็ง และเก็บความลับไว้กับตัวต่อไป

แต่ถึงกระนั้น...เช้าวันต่อมา อ้อมก็ทนรับความ เครียดไม่ไหว ตัดสินใจเด็ดขาดบุกถึงโรงพยาบาลเพื่อบอกความจริงทั้งหมดให้สามีรู้ เมื่อศรัณย์ซึ่งโทร.มาปรึกษาเรื่องวศินเหมือนเคยทราบเรื่อง ก็พยายามยับยั้ง แต่อ้อมไม่ยอมแล้ว

“คุณศรัณย์ต้องหยุดใช้อ้อมบังหน้าได้แล้ว ตอนนี้วินโกรธอ้อมมาก ไม่กลับบ้าน ไม่พูดด้วย”

“ตายละ...ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ”

“ค่ะ...นี่อ้อมกำลังมาหาวิน จะบอกความจริงกับวินทั้งหมด”

ขาดคำ วศินที่ฟังอยู่ด้วยกันกับศรัณย์ก็สะดุ้งเฮือก คว้ามือถือจากแฟนหนุ่มมาคุยเอง

“พี่อ้อม...นี่ผมวศินนะ พี่อ้อมจะบอกพี่วินเหรอ อย่าเพิ่งเลยได้เปล่า ผมขอเวลาอีกนิด”

อ้อมอยากจะเป็นบ้า ยิ่งได้ยินว่าน้องชายสามีใช้เธอเป็นข้ออ้างออกจากบ้านมาอยู่กับศรัณย์ ยิ่งแทบคลั่ง วศินพยายามเกลี้ยกล่อม แต่อ้อมไม่ยอมอีกแล้ว สั่งขาดให้เลิกหลอกทุกคนและบอกความจริง

อ้อมวางสายไปแล้ว วศินร้อนรนมาก กลัวความจริงจะถูกเปิดเผยทั้งที่ยังไม่พร้อม เช่นเดียวกับศรัณย์ สองหนุ่มคู่รักเลยรีบชวนกันไปที่โรงพยาบาล เพื่อไปยั้งอ้อมไว้อีกที

หลังวางสายจากวศิน...อ้อมก็ตามไปพบวินถึงห้องทำงาน พยายามขอร้องให้ฟังความจริงที่อยากอธิบายเกี่ยวกับศรัณย์ แต่สามีก็ไม่รับฟังใดๆ และหนีหน้าไปเข้าประชุมดื้อๆ วินถอนใจเหนื่อยหน่าย แล้วต้องโกรธกว่าเดิม เมื่อออกจากห้องประชุม และเห็นศรัณย์กำลังคุยกับภรรยาสุดที่รัก

“อ้อม...นี่มันเกินไปแล้วนะ ให้มันมาถึงที่ของวินเลย”

ศรัณย์หน้าเสีย พยายามจะไกล่เกลี่ย แต่ก็เหมือนจะไม่ได้เรื่อง วินโมโหและเดินหนี ยังไม่อยากเคลียร์หรือคุยอะไรด้วยทั้งนั้น ศรัณย์กับอ้อมรีบตามติด ทำให้สองหนุ่มยื้อยุดกันไปมา แต่ไม่มีใครยอมใคร อ้อมกลัวเป็นเรื่องเลยเข้าไปขวาง แต่กลับทำให้เรื่องแย่ลงกว่าเดิม เมื่อเธอพลาดท่าลื่นตกบันได

อุบัติเหตุของอ้อมทำให้สองหนุ่มหยุดทะเลาะกันโดยปริยาย โดยเฉพาะวิน ถลาไปดูอาการภรรยาสุดที่รักด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ต้องหน้าซีด ตกใจสุดขีด เมื่อเห็นเลือดออกจากหว่างขาภรรยา!

เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี อ้อมไม่เป็นอะไรมาก อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยมีสูตินรีแพทย์มารับหน้าที่มาตรวจและอธิบายอาการ

“คุณอ้อมปลอดภัยดี เสียเลือดไม่มาก เลยไม่ต้องให้เลือด”

วินกลัวภรรยาจะใจสลาย ถ้ารู้ว่าแท้ง สูตินรีแพทย์เลยต้องปลอบให้ทำใจ “แบบนี้เรียกว่าตัวอ่อนยังไม่พัฒนาค่ะหมอวิน เลยหลุดออกมา ยังไงก็ไม่พัฒนาเติบโตได้แน่นอนค่ะ ถ้าไม่หลุดออกมาเอง ก็ต้องขับออกมา”

“งั้นเหรอครับ แล้วเราจะต้องทำไงต่อไปครับ”

“ก็ปกติค่ะ แต่อย่าเพิ่งให้คุณอ้อมออกกำลังกาย อย่าเพิ่งใช้แรง ส่วนเรื่องจะมีลูกอีก ก็ไม่มีปัญหาค่ะ”

พูดจบ สูตินรีแพทย์ก็ขอตัวไปดูคนไข้รายอื่นทิ้งวินให้นั่งกุมมือภรรยาสุดที่รักเงียบๆ โล่งใจไม่น้อยที่เธอไม่เป็นอะไรมาก และคงจะกลับมามีลูกตามที่หวังได้ในไม่ช้า

ooooooo

เจนว้าวุ่นใจมากที่ตามหาอาร์ทไม่พบ จนพาลรำคาญจ๊อด เหวี่ยงไปทั่วและขวางหูขวางตาไปหมดทุกอย่าง สาวบ้าโซเชียลนั่งมองแหวนบนนิ้วตัวเองด้วยแววตาครุ่นคิด สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ ว่าจะทำตามหัวใจต้องการเสียที

เวลาเดียวกันที่หน้าห้องพักของอ้อมที่โรงพยาบาล... วินซึ่งใจเย็นลงมากหลังจากเหตุการณ์เลวร้ายของภรรยา เลยยอมนั่งเคลียร์กับศรัณย์ ที่นั่งหน้าจ๋อย และพร่ำขอโทษไม่หยุด ที่ทำให้สองสามีภรรยาต้องเจอเรื่องแบบนี้

“ผมก็ขอโทษที่ขาดสติไปหน่อย” วินตอบเสียงเรียบ

ศรัณย์ใจมาเป็นกอง และเริ่มต้นอธิบาย “คุณอ้อมกับผม เราไม่ได้มีอะไรกัน เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันแต่ที่คุณหมอเห็นคุณอ้อมไปไหนมาไหน หรืออยู่กับผม ก็เพราะคุณอ้อมกำลังช่วยผม...คือผมกำลังมีปัญหาเรื่องแฟน...”

วินคงจะนั่งฟังศรัณย์พล่ามอีกนาน ถ้าพยาบาลจะไม่มาตามไปดูอาการภรรยาซึ่งเพิ่งฟื้น หมอหนุ่มรีบพุ่งไปทันที ทิ้งศรัณย์ให้มองตามด้วยสีหน้าเรียบเฉย วศินโผล่มาจากอีกมุม พร้อมกับข่าวไม่ค่อยดีนัก

“ผมโทร.บอกที่บ้านแล้ว...เดี๋ยวคงแห่กันมาแน่ๆ”

ระหว่างที่ศรัณย์เตรียมตั้งรับการมาถึงของครอบครัววศิน วินกับอ้อมนั่งมองตากันด้วยความเข้าใจ เหตุการณ์ร้ายๆที่ผ่านมาทำให้ความโกรธจางหายจนแทบไม่เหลือ แต่ถึงกระนั้น...หมอหนุ่มก็ลำบากใจไม่น้อย ไม่รู้จะบอกภรรยาสุดที่รักอย่างไรเรื่องแท้ง แต่อ้อมก็ทำให้เขาแปลกใจ ไม่น้อย เมื่อเธอทำใจได้เร็วเหลือเชื่อ โดยเฉพาะเมื่อเขาพยายามอธิบายว่าเด็กหยุดการเติบโตแล้ว และจะต้องหลุดออกมาไม่ช้าก็เร็ว

“มันไม่ใช่ความผิดอ้อมนะ อ้อมอย่าเสียใจ วินเองที่ผิด เป็นหมอแท้ๆ ไม่ได้ดูแลอ้อม มัวแต่บ้าหึงอ้อมอยู่ได้”

“วิน...อย่าโทษตัวเอง มันเป็นเรื่องธรรมชาติบางทีมันก็เกิดขึ้นที่ตัวอ่อนไม่พัฒนา หลังจากปฏิสนธิแล้ว”

วินถึงกับอึ้ง ไม่อยากเชื่อเลยว่าภรรยาจะมีความรู้เรื่องนี้ อ้อมอธิบายยิ้มๆ ว่าเธออยากมีลูกมาก เลยศึกษามาตลอด และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นเหตุสุดวิสัย ถึงอย่างไรตัวอ่อนในท้องก็คงต้องหลุดออกมาอยู่ดี หมอหนุ่มภูมิใจในตัวภรรยามาก ดึงมากอดแน่น พลางสัญญาเสียงหวาน

“เราจะมีลูกด้วยกันอีก คราวนี้วินจะตรวจอ้อมทุกวัน จะได้รู้ตั้งแต่วันแรกที่ไอ้หนูหรืออีหนูของเราเกิดเลย”

สองสามีภรรยายิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ ก่อนจะเคลียร์เรื่องศรัณย์ อ้อมคิดว่านายจ้างหนุ่มคงบอกทุกอย่างแล้ว เลยเล่ารายละเอียดโดยไม่ปิดบัง แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อวินเกิดอาการช็อก เพราะรับรู้แค่ว่าศรัณย์มีปัญหาเรื่องแฟน เลยต้องใช้อ้อมบังหน้า แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าแฟนของหนุ่มมาดสำอางคู่กรณีจะเป็นวศิน!

วินไม่ช็อกคนเดียว เพราะเวลาเดียวกันที่บริษัทของเจน จ๊อดก็ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเจนมาขอเลิก

“อะไรเนี่ย ทำไมเจนทำอย่างนี้ล่ะ เจนโกรธพี่เรื่องอะไร”

“เจนไม่ได้โกรธค่ะ พี่จ๊อดดีกับเจนมาก เจนขอบคุณพี่จ๊อดทุกอย่างเลย...แต่เจนไม่ได้รักพี่จ๊อดค่ะ”

จ๊อดหน้าเสีย ลุกยืนช้าๆ ก่อนจะย่างสามขุมเข้าหา ส่งสายตาเหมือนจะคาดคั้นความจริง เจนอึดอัดใจมาก แต่สุดท้ายก็ยอมสารภาพ ว่าเป็นแฟนกับเขาต่อไม่ได้ เพราะกำลังรักคนอื่น!

แม้ภรรยาสุดที่รักจะขอให้ช่วยปิดเรื่องวศินมีศรัณย์เป็นแฟนไว้ก่อน วินก็อดตะขิดตะขวงใจไม่ได้ เมื่อครอบครัวมาเยี่ยมอ้อมพร้อมหน้าพร้อมตา เลยหลุดปากแขวะน้องชาย อ้อมเห็นท่าไม่ดี เลยช่วยเบี่ยงเบนประเด็น และขอให้สามีอธิบายทุกคน ว่าเธอไม่ได้แท้งเพราะอุบัติเหตุตกบันได แต่เพราะตัวอ่อนในท้องไม่เจริญเติบโต และต้องหลุดออกมาเองอยู่แล้ว ทุกคนพยักหน้าหงึกหงักรับรู้ ยกเว้นวิภาที่ไม่ได้อยู่ในห้อง

วินพอจะเดาได้ว่าแม่ต้องเครียดที่รู้ว่าอ้อมแท้งเลยหายหน้าไป เมื่อตามหาจนเจอที่มุมเงียบๆหนึ่งของโรงพยาบาล เลยพยายามปลอบให้คลายใจ แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะวิภารู้สึกผิดมาก

“ม้าบังคับอ้อมมากเกินไปใช่ไหม เขาเลยเครียดจนแท้งเลย”

“ไม่ใช่เลยครับม้า อ้อมไม่ได้แท้ง แล้วก็ไม่ใช่เพราะม้าด้วย ภาษาแพทย์เขาเรียก ตัวอ่อนไม่พัฒนาครับม้า”

“แล้วภาษาคนล่ะ เรียกว่าอะไร”

“เรียกว่าหลุดตั้งแต่ยังไม่ติดน่ะครับม้า”

วิภาสีหน้าดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่วายเป็นห่วงลูกสะใภ้ วินเลยปลอบให้ใจเย็นๆ และชวนไปเยี่ยมด้วยกัน อ้อมเห็นหน้าแม่สามีก็ยิ้มรับบางๆ ก่อนจะขอโทษเสียงอ่อยที่ทำให้ผิดหวัง

“ขอโทษอะไร ม้าสิต้องขอโทษที่ม้าเคยยุ่งวุ่นวาย บังคับให้อ้อมท้อง อ้อมอย่าโกรธม้านะ”

“อ้อมสิคะกลัวม้าโกรธอ้อม ที่อ้อมมีหลานให้ม้าไม่ได้”

“ไม่ๆ ไม่โกรธ ม้าเป็นห่วงอ้อม กลัวอ้อมเสียใจ หลานเหลินไม่เอาแล้ว ถ้าอ้อมต้องเจ็บตัวอย่างนี้”

สองสาวต่างวัยโผกอดกันด้วยความรัก โดยเฉพาะวิภา เพิ่งรู้ตัวว่ารักลูกสะใภ้คนนี้มากแค่ไหน

“ต่อไปม้าไม่บังคับอ้อมแล้ว ช่างมันๆ ขอให้อาอ้อมแข็งแรง ม้าจะรอหลานจากอาหวาน แล้วก็อาวศินพอ”

วศินสะดุ้ง หลบตาทุกคน แต่วิภาไม่ทันสังเกต มัวสนใจอ้อมและถือโอกาสประกาศให้ลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้กลับไปอยู่บ้าน สุพงษ์ส่ายหน้าหน่ายๆ ท้วงเมียรัก ไม่ให้บังคับใจลูก แต่อ้อมก็ทำให้ทุกคนตะลึง ด้วยการ ตอบตกลง

“อ้อมรู้แล้วว่าม้ารักและห่วงเราสองคนมาก ถ้าอ้อมไปอยู่บ้าน แล้วทำให้ม้ามีความสุข อ้อมก็จะไปค่ะ”

ooooooo

วิภาตื่นเต้นมากที่ลูกสะใภ้กับลูกชายคนโตจะกลับมาอยู่บ้าน ถึงขั้นสั่งคนงานให้เร่งทำความสะอาด และจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม สุพงษ์มองท่าทางกระตือรือร้นของเมียรักด้วยความเอ็นดู ดีใจที่ลูกๆหลานๆ จะได้มาอยู่พร้อมหน้า ที่สำคัญ...เมียรักจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาให้วุ่นวาย...มาอยู่นี่เลยจะได้ดูแลให้เต็มที่สมใจอยาก!

แต่แก๊งเพื่อนสาวกลับหวั่นแทนอ้อม กลัวว่ากลับไปอยู่บ้าน จะต้องอึดอัดที่ถูกกดดันเรื่องมีลูก

อ้อมส่ายหน้า ก่อนจะอธิบาย “ถ้าซันกับพี่ศิเห็นม้าของวินแล้วจะเข้าใจว่าทำไมอ้อมถึงไป ม้าเขาเสียใจ เขาคิดว่าเป็นต้นเหตุทำให้อ้อมเสียลูกไป ม้าเขาอยากดูแลอ้อมน่ะ ก็คงไม่หนักหนาหรอกน่าซัน พี่ศิ”

“อ้อมเป็นคนน่ารัก อ่อนโยน อยู่ไหนก็ทำให้ทุกคนมีความสุข ยังไงๆพี่ก็ขอให้อ้อมมีความสุขนะ”

อ้อมยิ้มรับบางๆ ก่อนจะถามถึงเรื่องโจกับศศิบ้าง พี่ใหญ่ประจำแก๊งถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกเจ็บช้ำยังหนาแน่น แต่ไม่อยากพูดถึงให้เสียอารมณ์ เช่นเดียวกับซัน ต้องกลับไปทำงาน เผชิญหน้ากับความจริงที่จะไม่มีวุธในชีวิตอีกต่อไป แต่คนอาการหนักสุด คงหนีไม่พ้นเจน ที่เพิ่งลาออกจากบริษัทเครื่องสำอาง เพราะทนอึดอัดใจไม่ไหว ที่สำคัญ...เธอไม่อยากเจอหน้าหรือทำตัวใกล้ชิดกับจ๊อด ทั้งที่ในใจกำลังรักคนอื่น!

หลังเยี่ยมอ้อมเสร็จ ซันกับศศิแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนเจนไปนั่งจับเจ่าคนเดียวในร้านกาแฟจูดี้ เจ้าของร้านสาวใหญ่สงสาร เลยนั่งคุยเป็นเพื่อน พร้อมโอดไม่ขาดปากที่แก๊งสี่สาวต้องสลายเพราะเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่ทำให้จูดี้ตกใจสุด คือแหวนของเจนที่หายไป โดยมีจิตสมรซึ่งเพิ่งตามมาสมทบเป็นลูกคู่ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเจนคิดอะไรอยู่

เจนสีหน้าไม่เปลี่ยน แล้วบอกว่าชอบคนอื่น เลยตัดสินใจคืนแหวนให้จ๊อด จิตสมรตบอกผ่าง ก่อนจะเดาขำๆว่าคนที่เจนชอบ น่าจะเป็นชายหนุ่มตัวสูง หน้าตาดีและใส่แว่น เพราะเคยเห็นมาป้วนเปี้ยนเรื่อยๆหน้าร้าน เจนหันขวับแต่ก็ต้องเสียใจผิดหวัง เพราะเพียรมองหาเท่าไหร่ ก็ไม่พบคนที่คิดถึง ไม่รู้เลยว่าอาร์ทแอบซ่อนตัวที่มุมลับตาไม่ไกลจากร้านนัก คิดถึงเจนมากเหมือนกัน จนต้องคิดหนัก...ว่าพร้อมจะเผชิญหน้ากับเธอหรือยัง...

เย็นวันเดียวกันที่บ้านโจ...ศศิต้องถอนใจเหนื่อยหน่าย เมื่อเห็นข้อความง้องอนของสามี

“ศิจ๋า...โจนะ ศิไม่ยอมพูดกับโจเลย ศิฟังโจบ้างสิจ๊ะ ถ้าศิยังพอจะฟังโจไหว เอ่อ...ศิโทร.มาหาโจ หรือให้โจไปหาศิก็ได้ โจยอมทุกอย่าง...โจขอโทษที่ทำให้ศิเสียใจ โจคิดถึงศินะ คิดถึงลูก ให้โจไปหาลูกบ้างได้ไหม”

ศศิลำบากใจ แม้จะยังรักและคิดถึงสามี แต่ก็ยังทำใจเจอเขาไม่ได้ เมื่อลูกทั้งสองถามถึงพ่อ เธอก็อึกๆอักๆ

“คุณพ่อ...ไปที่อื่นจ้ะลูก เราอยู่กันเองก่อนแล้วแม่จะอธิบายให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ลูกๆอาจจะไม่เข้าใจ”

ต้นกล้าเงียบไปอึดใจ ก่อนจะบอกว่าเข้าใจสถานการณ์ ของพ่อแม่ดี แถมพิสูจน์ด้วยการปลอบน้องสาวให้เลิกเซ้าซี้ถามแม่ถึงพ่อ จนศศิอดทึ่งไม่ได้ แต่ก็ตามมาด้วยความรู้สึกผิด ที่ทำให้ลูกๆต้องเจอเรื่องน่าอึดอัดเช่นนี้

โจเครียดจัดไม่แพ้ภรรยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ก็ไม่มีโอกาสได้เจอหน้าเธอกับลูกๆสักครั้ง มีแต่แพทที่โทร.หาเขาไม่หยุด แต่หนุ่มใหญ่จอมเจ้าชู้ก็ไม่รับสาย และตัดสินใจเด็ดขาดจะต้องยุติเรื่องบ้าบอพวกนี้สักที!

ooooooo

เจนวนเวียนตามหาอาร์ทไปทั่ว โดยเฉพาะสถานที่ที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่พบแม้แต่เงา สาวบ้าโซเชียลหอบร่างอ่อนระโหยโรยแรงมานั่งพัก ที่ท่าน้ำ เห็นบรรยากาศเงียบสงบ ก็นึกสมเพชตัวเอง ก่อนจะหยิบมือถือในกระเป๋ามาส่งข้อความเสียงถึงอาร์ทอีกรอบ เพื่อตัดพ้อต่อว่าที่เขาหายหน้าหายตาไป

เจนหมกมุ่นกับหน้าจอ จนไม่รู้ว่ามีร่างของชายคนหนึ่งมายืนข้างหลัง และได้ยินข้อความที่เธอพูดทุกอย่าง

“ฉันเลิกกับพี่จ๊อดแล้ว ฉันคืนแหวนเขาไป ฉันลาออกจากบริษัทเขา เพราะฉันคิดถึงนาย ฉันถึงต้องเลิกกับเขา แต่นายก็หายไป นายจะหายไปไหนก็ตามใจ ไม่อยากมาเจอฉันก็เชิญเลย ฉันจะไม่สนใจนายอีกแล้ว”

เจนก้มหน้าร้องไห้อยู่พักใหญ่ ก่อนจะรวบรวมแรงลุกขึ้น แต่เมื่อหมุนตัวกลับก็ต้องชะงัก เห็นอาร์ทส่งยิ้มหวานกรุ้มกริ่มให้ ก่อนจะถามให้แน่ใจว่าเธอเลิกกับจ๊อดแล้ว เจนมัวตะลึง และแทบไม่รู้สึกตัวตอนตอบว่าเลิกแล้วจริงๆ

“คุณทิ้งเจ้าชายในฝันของคุณเพราะผมจริงๆเหรอ”

“ใช่ๆ ฉันเลิกกับเขาเพราะนาย”

อาร์ทดีใจมาก แต่ก็ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไร จนเจนเข้าใจผิด คิดว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอ

“นายจะไม่พูดอะไรเลยใช่ไหม ฉันมันโง่เอง นายพูดออกมาเลยก็ได้นะ ว่าฉันมันโง่...พูดเลย”

อาร์ทนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะสารภาพ “ผมรักคุณ...ถ้าจะให้ผมพูดอะไรที่รู้สึกกับคุณก็คือ...ผมรักคุณ”

เจนน้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน อาร์ทขยับตัวมาใกล้ แล้วอมยิ้มขำๆ เมื่อได้ยินเธอตัดพ้องอนๆ

“ถ้านายรัก...แล้วทำไมนายถึงปล่อยฉันให้กับพี่จ๊อด”

“เพราะผมอยากให้คุณมีความสุข อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข ผมทำให้คุณได้ทั้งนั้นเจน”

เจนซึ้งใจมาก ที่เขาทำเพื่อเธอขนาดนี้ “แต่ฉันไม่มีความสุขเลย เพราะอะไรรู้ไหม...เพราะนายหายไป แต่ตอนนี้ฉัน...มีความสุขที่สุด เพราะอะไรรู้ไหม...เพราะนายอยู่ตรงนี้ นายอย่าหายไปไหนอีกนะอาร์ท”

อาร์ทดึงเธอมากอดแน่น เจนกอดตอบ ก่อนจะหน้าแดงก่ำ เมื่อเขาสารภาพรักและสัญญาเสียงหวาน

“ผมไม่ไปไหนแล้ว”

ด้านซันกับวุธ...พยายามอย่างหนักจะตัดใจ ไม่ให้คิดถึงกันและกันเหมือนที่ผ่านมา โดยซันตัดสินใจยกกล่องบรรจุภาพคู่และความทรงจำต่างๆเกี่ยวกับวุธไปทิ้ง ส่วนชายหนุ่มอดีตคู่ปรับ ก็หมกมุ่นกับงานจนไม่สนใจคนรอบข้าง แม้แต่จ๋ากับดารณี ก็ยังอดเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ เพราะดูท่าวุธจะเงียบขรึมจนน่ากลัว

แต่ถึงบ้างานแค่ไหน วุธก็ไม่ลืมหน้าที่คู่หมั้นที่ดี ไปรับจ๋ามาทานข้าวด้วยเสมอ แต่ที่ทำให้จ๋าช้ำหนัก เพราะเขาไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดของเธอเลย แม้แต่เรื่องอาหารที่เธอชอบ เขาก็ไม่เคยรู้ แถมทักผิดอีกต่างหากว่าเธอแพ้กุ้ง

“จ๋าไม่ได้แพ้กุ้งจ้ะวุธ ซันต่างหากที่แพ้กุ้ง”

ขณะที่สถานการณ์ของวุธกับจ๋าน่าอึดอัด สถานการณ์ของเจนกับอาร์ทกลับดีขึ้นเรื่อยๆ สาวบ้าโซเชียลพาแฟนหนุ่มหมาดๆไปเปิดตัวที่ร้านกาแฟ จูดี้เย้าไม่หยุดปาก และแซวหญิงสาวรุ่นน้องว่าร้องไห้ขี้มูกโป่งตอนเขาหายหน้าไป อาร์ทยิ้มรับ มองไปทางแฟนสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะสัญญาหนักแน่น ว่าต่อไปนี้จะไม่ทำให้เจนเสียใจอีกแล้ว

เช่นเดียวกันกับสถานการณ์ของอ้อมและวิน ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบครอบครัวคนจีน โดยมีวิภาเป็นโต้โผหลัก เอาอกเอาใจสารพัด ทำให้อ้อมอบอุ่นกายสบายใจมากจะอยู่ร่วมชายคาด้วย แต่คนร้อนๆหนาวๆ ก็คือวศิน เพราะวิภาตัดสินใจไม่เร่งให้อ้อมมีลูก แต่อยากให้เขามีแทน ร้อนถึงวินต้องช่วยพูด แต่ก็ด้วยวิธีการที่ทำให้วศินแทบกุมขมับ เพราะพี่ชายคนเดียวดันโพล่งออกไปต่อหน้าทุกคนในบ้าน ว่าเขามีแฟนแล้ว แค่ยังไม่พร้อมจะเปิดตัว!

เช้าวันเดียวกันที่ร้านกาแฟจูดี้...เจนกับอาร์ทนัดเจอกัน แล้วเกิดความคิดดีๆจะช่วยกันขายเสื้อ เพราะตกงานทั้งคู่ และคิดว่าขายเสื้อยืดออนไลน์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ทำให้ไม่ต้องอดตายหรือกัดก้อนเกลือกิน

“ฉันขายของเก่งมากเลยนะ ส่วนนายก็เป็นนักออกแบบ ที่จริงมันดูดีจะตาย เราสองคนเนี่ย ทำอะไรที่ไม่ซ้ำกับของโหลๆจากโรงงาน แล้วขายกันเองดีไหม นายออกแบบ ส่วนฉันขาย”

สองหนุ่มสาวช่วยกันทำงานตลอดทั้งวัน โดยขอใช้พื้นที่ร้านกาแฟของจูดี้ ทั้งงานออกแบบและถ่ายภาพสินค้าเพื่อโฆษณา โดยมีแมนแฟนหนุ่มรุ่นเด็กของจูดี้ช่วยเป็นนายแบบให้ เป็นที่สนุกสนานจนจูดี้อดค้อนไม่ได้

“เสื้อขายดี แล้วกาแฟฉันล่ะ”

และแล้ววันที่ทุกคนในบ้านวินรอคอยก็มาถึง เมื่อวศินตัดสินใจพาแฟนมาเปิดตัว วิภาตื่นเต้นมาก ซักอ้อมและวินใหญ่ว่าแฟนวศินหน้าตาท่าทางเป็นเช่นไร นิคนั่งฟังอยู่ด้วย หัวเราะเบาๆ เกือบจะหลุดออกไปแล้วว่าวศินมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่ดีที่วินกับอ้อมยับยั้งไว้ วิภาเลยยังไม่รู้เรื่อง

แต่แล้ววิภาก็เริ่มได้กลิ่นแปลกๆ เมื่อวศินมาถึงบ้านพร้อมกับศรัณย์

“เอ๊ะ...ตาคนนี้มาทำไมอีกแล้ว เพื่อนอาอ้อมนี่ มาดูตัวอีกแล้วหรือ...สงสัยชอบพิธีดูตัว”

“ไม่ใช่ครับ วันนี้ไม่ได้มาดูพิธีดูตัว แต่มาให้หม่าม้าดูตัว”

“พูดอะไรงงๆ ถ้าจะดูอะไรก็ไปนั่งทางโน้น เดี๋ยวแฟนอาวศินจะมา จะได้นั่งคู่กันตรงนี้”

จบคำก็เจ้ากี้เจ้าการจัดที่นั่งให้ ศรัณย์มองมาด้วยความอึดอัดใจ ก่อนจะสารภาพว่าเป็นแฟนวศิน ทุกคนในบ้านเงียบกริบ วิภาพยายามตั้งสติ ก่อนจะถามให้แน่ใจอีกครั้ง วศินยืนยันว่าศรัณย์เป็นแฟน ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น วิภาถึงกับผงะ ยิ่งเห็นสองหนุ่มจับมือกัน ยิ่งช็อก จนเป็นลมหมดสติ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน!

ooooooo

ทางเดินแห่งรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด