ตอนที่ 10
อัลบั้ม: เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คน ใน "ทางเดินแห่งรัก"
แผนชวนมาผ่อนคลายของจูดี้พังไม่เป็นท่า เมื่อแก๊งสี่สาวต้องแตกคอกันเอง เพราะซันไม่ชอบใจที่ศศิมาเล่นโยคะกลางสวนกับแพท และเป็นฝ่ายขอตัวกลับคอนโดดื้อๆ ทิ้งทุกคนให้มองตามด้วยความเซ็งและไม่เข้าใจ โดยเฉพาะศศิ คิดว่าหญิงเหล็กประจำแก๊งทิฐิกับแพทมากเกินไป
ด้านวุธ...ตื่นเช้าเอาแบบการ์ดไปโรงพิมพ์และรีบนำไปให้แม่แจกเพื่อนตามที่ต้องการ แต่กลายเป็นต้องหงุดหงิด เพราะดารณียกเลิกนัดเพื่อนกะทันหัน การ์ดที่เร่งทำทั้งคืนเลยต้องรอไปก่อน ชายหนุ่มเลยถึงบางอ้อ ว่าแม่คงกดดันให้ทำการ์ดเพื่อความสบายใจของจ๋า ซึ่งตัวแฟนสาวของเขาก็รู้เห็นเป็นใจอย่างดี แต่กลับไม่ยอมพูดอะไร ทั้งที่เธอก็กังวลไม่น้อยเมื่อเห็นอาการเขา และยิ่งใจเสียเมื่อเขาถามว่าพร้อมจะแต่งงานจริงๆหรือยัง
“วุธแค่สงสัย...ว่าในความเป็นจริง เราสองคนจะสามารถอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตไหม”
แต่ถึงกระนั้นว่าที่เจ้าสาวก็ไม่หวั่น ถามกลับเสียงเรียบ “ถ้าถามจ๋า...จ๋าตอบได้เลยว่าได้ จ๋าตัดสินใจเลือกวุธแล้ว หลายปีมานี่จ๋าไม่เคยคิดจะอยู่กับคนอื่นเลย นอกจากวุธ แล้ววุธล่ะ...พร้อมจะแต่งงานกับจ๋าหรือเปล่า”
“วุธเหรอ...ไม่รู้สิ ถ้า...ถ้าวุธตอบว่ายังไม่พร้อม จ๋าจะว่ายังไง”
“ก็ไม่ว่าไงหรอกจ้ะ เพราะจะพร้อมหรือไม่พร้อม วุธก็ต้องแต่ง”
แม้จะพูดเหมือนทีเล่นทีจริงกับวุธ แต่ในความเป็นจริงจ๋าวิตกมาก สังหรณ์บางอย่างบอกว่าวุธกำลังลังเลใจเรื่องแต่งงาน และสาเหตุคงหนีไม่พ้นมาจากซัน เช้าวันต่อมาเธอเลยต้องไปหาตี๋น้อยถึงฟาร์มกล้วยไม้เพื่อระบายความอึดอัด
“เชื่อสิ...เราว่าคนเราถูกสร้างมาคู่กับคนอีกคนต้องมีสักคนรอเราอยู่ แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะหาคนนั้นเจอเมื่อไหร่”
“ตี๋น้อยนี่โรแมนติกเนอะ จ๋าก็เชื่อแบบนั้นเหมือนกัน”
“ฝรั่งเขาเรียกว่าโซลเมท คือคนที่เรารู้สึกคุ้นเคย ผูกพันกันมานาน ถ้าอยู่ใกล้ๆเขา เราจะรู้สึกผ่อนคลายมีความสุข โซลเมทอาจจะไม่ใช่คนรักของเราเสมอไปอาจเป็นเพื่อน หรือคนในครอบครัวก็ได้”
“งั้นตี๋น้อยก็อาจจะเป็นโซลเมทของจ๋าก็ได้ใช่ไหม”
“ก็ใช่...เพราะว่าโซลเมทมีหลายระดับ แต่โซลเมทที่จะเป็นคู่แท้ของเรามีคนเดียว”
จ๋าพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะบ่นเรื่องวุธ ว่ามีท่าทาง แปลกๆ เหมือนไม่เต็มใจแต่งงาน ซึ่งเธอไม่มีวันยอมแน่
“เห็นจ๋านิ่มๆแบบนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะยอมแพ้ง่ายๆนะ เออตี๋น้อย...จ๋าว่าชวนซันมาเที่ยวที่นี่ดีไหม”
จ๋ากระตือรือร้นมาก อยากให้ช่วยแยกซันจากแฟนหนุ่ม จนตี๋น้อยอดเหนื่อยใจไม่ได้...หาเรื่องจับคู่ให้เขาอีกแล้ว
ระหว่างที่สถานการณ์ของวุธกับจ๋าอึมครึมมากขึ้น สถานการณ์ของโจกับแพทก็ดูน่าสงสัย ปรางค์เฝ้ามองทุกอย่างเงียบๆ แม้จะเชื่อว่าเจ้านายหนุ่มจอมเจ้าชู้ไม่คิด อะไรเกินเลยกับแพทนอกจากเพื่อนร่วมงาน แต่ก็อดกังวลไม่ได้ เลขาสาวคิดหนัก อยากเตือนศศิให้จับตาดูสามี แต่ก็ไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่ กลัวภรรยาจอมหึงของเจ้านายหนุ่มจะก่อเรื่องอาละวาดจนเสียงานแบบคราวที่แล้ว...งั้นก็รอดูไปสักพักแล้วกัน!
ooooooo
เจนกระวนกระวายใจมากเรื่องจ๊อดจนไม่เป็นอันทำอะไร ต้องไปยืนดักรอเขาหน้าลิฟต์บริษัท เพื่อหาโอกาสอธิบายความจริง อาร์ทผ่านมาเห็นก็หงุดหงิด และอดไม่ได้ต้องถามว่าเธอจะทำยังไงเมื่อเจอจ๊อด
“ก็จะบอกเขาสิว่าอย่าเข้าใจผิดที่นายไปอยู่ห้องฉันจนเช้า แล้วพี่จ๊อดก็ไปเห็นพอดี เลยคิดว่าฉันกับนาย...”
เจนพูดต่อไม่ออก ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อนึกถึงความโชคร้ายของเธอเมื่อวันก่อน อาร์ทมองมาด้วยสายตาเอือมระอา แต่เจนก็ไม่สนใจ เพราะเชื่อว่าจ๊อด ต้องรู้สึกพิเศษกับเธอแน่ ถึงขนาดหอบดอกไม้ช่อใหญ่ มาให้ถึงคอนโด
“ถ้าผู้ชายเอาดอกไม้ให้ผู้หญิงถึงบ้าน แสดงว่าเขาชอบผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม...แต่เขาดันมาเจอนายอยู่กับฉัน”
ท่าทางหงอยๆของเจนทำให้อาร์ทสงสาร เลยโอบปลอบ แต่ยิ่งกลายเป็นเรื่องเพราะจ๊อดดันผ่านมาเห็นฉากเด็ดพอดี และเข้าใจผิดคิดว่าสองหนุ่มสาวกำลังกอดกัน เจนทันเห็นสายตาตัดพ้อของเจ้านายหนุ่ม จึงตั้งท่าจะไปรั้งไว้และอธิบายความจริง แต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะจ๊อดเดินหน้าตึงจากไปเสียก่อน
แต่เจนก็ไม่ละความพยายาม จะไปอธิบายความจริง แต่ก็ถูกจ๊อดไล่ออกมา จนต้องเดินหน้าจ๋อยกลับไปที่โต๊ะ แถมต้องรับศึกหนักจากทิชา ที่จงใจมาหาเรื่องด้วยความอิจฉา อาร์ททนไม่ไหวเลยเข้าไปขวาง ซึ่งเจนก็ซาบซึ้งในน้ำใจและความหวังดีมาก แต่ก็ไม่อยากให้เขาเข้ามาวุ่นวายเรื่องเธออีกแล้ว
“นายอยู่ใกล้ๆฉันทีไร พี่จ๊อดต้องมาเห็นทุกที ซวยจริงๆเลยฉัน”
เจนหมกมุ่นกับความทุกข์ของตัวเอง จนไม่สนใจว่าอาร์ทต้องสะเทือนใจแค่ไหนที่ถูกเธอผลักไสเช่นนั้น...
เช้าวันเดียวกันที่ร้านกาแฟจูดี้...อ้อมถอนใจเหนื่อยหน่าย เมื่อศศิปฏิเสธจะมาทานข้าวเย็นด้วย เพราะมีนัดกับแพทแล้ว แต่คนหัวเสียกว่าเพื่อนคงหนีไม่พ้นซัน ซึ่งเชื่อว่าแพทต้องมีแผนถึงตีสนิทศศิ อ้อมพยายามมองโลกในแง่ดี คิดว่าศศิคงอยากจับสังเกต เลยยอมเจอแพทบ่อยๆ แต่ซันไม่คิดเช่นนั้น...ยายแพทนี่มันธรรมดาที่ไหน
ความไม่ธรรมดาของแพทถูกฉาบไว้อย่างแนบเนียน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและท่าทางเป็นมิตร หญิงสาวไปร่วมทานมื้อเย็นกับครอบครัวศศิในเย็นวันนั้น พร้อมของฝากเด็กๆถุงโต สาวเปรี้ยวลอบมองภาพความอบอุ่นของครอบครัว นี้ด้วยความอิจฉา ยิ่งเห็นโจในบทบาทพ่อที่อบอุ่น ยิ่งริษยา และหมายมั่นว่าต้องแย่งเขามาครอบครองให้ได้!
ด้านอาร์ท...ไม่สบายใจเลยที่เห็นเจนทำท่าซังกะตายที่จ๊อดเข้าใจผิด เลยตัดสินใจลากเธอไปช็อปปิ้งในห้างหลังเลิกงาน แถมทำตัวน่ารักช่วยเลือกแบบอีกต่างหาก เจนเจอของชอบก็ลืมความทุกข์ชั่วขณะ แต่ไม่วายเอะใจ
“แล้วนายพาฉันมาช็อปทำไม...แถมมาช่วยเลือกด้วย ฉันมันน่าทุเรศมากเลยใช่ไหม นายเลยสงสาร”
เจนหุบยิ้ม เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองกำลังเศร้าเรื่องจ๊อด เลยพาลหงุดหงิดใส่หนุ่มเซอร์ แต่อาร์ทก็ไม่ถือสา นึกขำและเอ็นดูด้วยซ้ำในความมีชีวิตชีวาของเจน...เชื่อว่าแหย่ให้อารมณ์ดีสักพักก็คงดีขึ้น
แต่การคาดเดาของอาร์ทก็ไม่เป็นจริง เมื่อเช้าวันถัดมา เจนตัดสินใจบุกถึงหน้าห้องจ๊อดเพื่อส่งจดหมายอธิบายความจริง แต่โชคร้ายที่ทิชาตามมากระชากจดหมายไปเสียก่อน สองสาวเลยต้องยื้อยุดกันไปมา ร้อนถึงปุ๊กกี้ต้องมาห้ามทัพ แล้วเจนก็ต้องเป็นฝ่ายหน้าเสีย เมื่อเจ้านายสาวเปิดอ่านจดหมายเจ้าปัญหาหน้าเครียด
“เธอทำอะไรของเธอ คุณจ๊อดเขาเป็นเจ้านายเธอควรทำอะไรแบบนี้ไหม”
เจนมีท่าทางอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยอมบอกว่าจ๊อดเข้าใจผิดบางอย่าง เธอเลยอยากอธิบายความจริง
“คุณจ๊อด...ทำอะไรนะ เข้าใจเธอผิด...นี่เธอพูดอย่างกับว่าเธอกับคุณจ๊อดมีอะไรกันมากกว่าเจ้านายลูกน้อง”
ทิชาทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไป “ไม่มีทาง...ทิชาว่ายายเจนคิดไปเองมากกว่า”
เจนตั้งท่าจะเถียง แต่ก็พูดไม่ออก เพราะไม่อยากเล่าเรื่องอาร์ทมาค้างที่ห้อง เลยยิ่งทำให้ปุ๊กกี้เข้าใจผิด
“ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหม ว่าอย่าให้มีเรื่องแบบนี้ในบริษัท เธอก็ทำหน้าที่ของเธอไป อย่าทำอะไรรุ่มร่ามเลอะเทอะ ไม่งั้นก็ทำงานที่นี่ต่อไปไม่ได้ แล้วก็อย่าไปรบกวนคุณจ๊อดอีก...เข้าใจไหม”
ทิชาสะใจมากและแยกตัวไปทำงาน ส่วนเจนหน้าเจื่อน เสียใจมากที่ถูกตำหนิรุนแรง อาร์ทซึ่งเพิ่งมาทำงาน เห็นท่าคู่กัดสาวเลยไปซักถามด้วยความห่วงใย เจนเลยบอกว่าถูกปุ๊กกี้ด่าเละที่ไปยุ่งกับจ๊อด
“แล้วทำไมคุณไม่บอกล่ะว่าเกิดอะไรขึ้นวันนั้น”
“ฉันก็ต้องเล่าที่พี่จ๊อดไปเจอนายในห้องน่ะสิ จะเล่าได้ไง เสียหมด...ยิ่งกว่าให้พวกนั้นเข้าใจว่าฉันตื๊อพี่จ๊อดอีก”
อาร์ทมีสีหน้าเจ็บปวด ถามเสียงอ่อย “ผมทำให้คุณเสื่อมเสียมากขนาดนั้นเชียวหรือ”
เจนไม่ทันสังเกตสีหน้าเขา เพราะมัวคิดแต่เรื่องตัวเอง ที่ต้องพลาดโอกาสคบกับจ๊อด เพราะความเข้าใจผิด อาร์ทเสียใจมาก ยิ่งเห็นท่าทางเหมือนจะร้องไห้ของเธอ เลยตัดสินใจขอโทษ
“ไม่ใช่...ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก นายไปช่วยฉัน ฉันต่างหาก...ฉันมันซวยเอง”
“แล้วถ้าคุณจ๊อดเขาเข้าใจคุณถูกล่ะ”
“ฉันก็จะเป็นผู้หญิงโชคดีที่สุดน่ะสิ มีคนเริ่ดๆแบบพี่จ๊อดมาชอบ แต่มันเป็นไปไม่ได้...มันจบแล้ว”
ooooooo
เพราะความหวังดีแท้ๆ อยากทำให้ความ ปรารถนาของเจนเป็นจริง ทำให้อาร์ทตัดสินใจไปดักรอจ๊อดหน้าบริษัทเพื่ออธิบายความจริง สองหนุ่มยืนมองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนที่จ๊อดจะเป็นฝ่ายพูดว่าจะมาบอกทำไม
“เพราะคุณชอบเจน และคุณกำลังเข้าใจผิดว่าเจนมีอะไรกับผม”
จ๊อดถึงกับอึ้ง แต่ไม่ทันถาม อาร์ทก็ขยายความเสียก่อน “ผมไปช่วยเจนกับพี่เจนทำการ์ดด่วนทั้งคืน แล้วขอไปใช้ห้องเจน ก็พอดีคุณไปเจอเข้า เจนเสียใจมากที่คุณเข้าใจผิด ผมเลยมาอธิบายให้คุณฟังว่าความจริงเป็นอย่างนี้”
อาร์ทบอกว่าเจนไม่ได้คิดกับเขามากกว่าเพื่อนคนหนึ่ง แต่จ๊อดก็ไม่วายสงสัยว่าอาร์ทคิดยังไงกับเธอ
“นั่นมันเรื่องของผม ผมอธิบายในส่วนของเจนกับคุณ”
ความจริงจากปากชายหนุ่มคู่กรณี ทำให้จ๊อดตัดสินใจทำบางอย่างที่ช็อกคนทั้งบริษัท ด้วยการหอบดอกไม้ช่อโตไปง้อเจน อาร์ทมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเจนวิ่งหน้าระรื่นมาหา พร้อมข่าวดีที่เขารู้อยู่แล้ว ยิ่งชาไปทั้งหัวใจ
“เขามาขอโทษคุณ ผมเห็นแล้ว...เป็นไงล่ะ”
“ฉันดีใจที่สุดเลย ดีใจที่สุดในโลก”
ขณะที่เรื่องราวของเจนกับจ๊อดกำลังไปได้สวย สถานการณ์ของวุธก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข เพราะแผนการตลาดฟาร์มผักออร์แกนิกได้รับการ
ตอบรับดีมาก ซันเลยได้มาร่วมฉลองความสำเร็จด้วยถึงออฟฟิศเขา
“ดีใจด้วยนะ งานแรกของบริษัท นายขายดีอย่างนี้ ลูกค้าคงจ่ายดีเลย...รวยแล้วสิ”
วุธส่งยิ้มเจื่อนๆให้และยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ดู ซันรับมาดูแล้วทำตาโต ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง โชคดีที่วุธยั้งไว้ทัน ไม่อยากทำให้ลูกน้องที่เพิ่งรับมาแตกตื่นว่า
ทำงานหนักแทบตาย ผักก็ขายดีจะแย่...แต่ได้ค่าจ้างแค่เนี้ย!
ระหว่างที่บรรยากาศงานเลี้ยงฉลองของบริษัทวุธเต็มไปด้วยความสนุกสนาน จ๋าซึ่งมีนัดทานอาหารเย็นกับวุธต้องร้อนรนเพราะติดต่อเขาไม่ได้ และสังหรณ์ว่าเขาอาจอยู่กับซัน เลย โทร.ไปขอร้องตี๋น้อยให้ช่วยพาซันไปเดต เจ้าของฟาร์มกล้วยไม้อึดอัดใจมาก แต่ขัดเพื่อนสาวไม่ได้ เลยจำต้องรับปาก แต่ก็ตามหาตัวซันไม่พบ
วุธลืมสนิทเรื่องนัดกับจ๋า มัวเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงและพูดคุยกับซันถึงความสำเร็จของงานฟาร์มผัก สองหนุ่มสาวเถียงกันไม่หยุด โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าบริษัทจะเอากำไรจากไหน ถ้าวุธยังเลือกงานตามอุดมการณ์แบบนี้
“เราชอบเจ้าของ เขาตั้งใจทำดีจริงๆ ไม่ใช้สารเคมี เลย แล้วยังขายไม่แพง”
“ก็เลยทำตัวเป็นพ่อพระ ทำงานเพื่อช่วยสังคมซะงั้น”
“ซันก็มาช่วยเราไม่ใช่หรือ เป็นแม่พระด้วยแล้วกัน”
ซันหลุดหัวเราะ โกรธเขาไม่ลงจริงๆเพราะรู้จักและรู้ใจกันมานาน วุธมองมายิ้มๆ ก่อนจะเผยว่ามีอีกโครงการพิเศษจากเจ้าของฟาร์มผัก อยากให้เขาช่วยคิด เป็นโครงการตอบแทนสังคม ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ซันถอนใจหนักหน่วง ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่เมื่อเจอสายตาอ้อนวอนขอให้เป็นเพื่อนช่วยคิดเหมือนเดิม ก็ปฏิเสธไม่ลงเหมือนทุกที
ฝ่ายจ๋าโทร.หาแฟนหนุ่มไม่เลิกเพื่อย้ำเรื่องมื้อเย็น แต่เขาก็ไม่รับสาย แถมลืมนัดสนิท มัวคุยแผนงานเพื่อสังคมกับซันจนลืมเวลา และตัดสินใจทานอาหารเย็นง่ายๆ ที่ออฟฟิศนั่นเอง
“โครงการช่วยสังคมจากผัก...เราว่าจะให้ซื้อผักแล้วกำไรส่วนหนึ่ง...แบบหนึ่งบาทจะกลับคืนสู่สังคม”
“เข้าท่า...คนในเมืองไม่มีเวลาทำบุญ ทีนี้เราจะให้การกลับคืนนั้นมันประทับใจ”
“ใช่...คนซื้อผักออร์แกนิกก็ตัดสินใจง่ายขึ้น ซื้อผักแล้วยังได้ทำบุญ”
สองหนุ่มสาวคิดงานเพลิน ไม่รู้เลยว่าตี๋น้อยซึ่งสังหรณ์ว่าซันจะอยู่กับวุธตามมาเห็นภาพความสนิทสนมนั้นพอดี เขาพยายามโทร.หาซัน แต่เธอก็ไม่รับสาย เลยตัดสินใจกลับและไปหาจ๋าที่ร้านดอกไม้แทน...
ooooooo
จ๋าได้ยินเสียงรถก็ทำท่าจะหิ้วกระเป๋าไปหน้าร้าน เพราะคิดว่าวุธคงมารับ แต่กลับต้องหน้าจ๋อย เมื่อเห็นว่าเป็นตี๋น้อย เจ้าของฟาร์มกล้วยไม้หนุ่มเห็นใจเพื่อนสาวมาก เลยเสนอตัวพาไปทานอาหารญี่ปุ่น จ๋าอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะตอบรับ แต่ทั้งสองกลับไม่ได้ไปกินอาหารญี่ปุ่น แต่ไปร้านอาหารอิตาเลียนแทน
“ที่จริง...จ๋าไม่ชอบอาหารญี่ปุ่นเท่าไหร่หรอก จ๋าชอบอาหารอิตาเลียนมากกว่า”
“แล้วทำไมถึงจะไปกินอาหารญี่ปุ่น”
“ก็วุธเขาชอบ”
จ๋ากล้ำกลืนความเศร้า แล้วทำท่าเหมือนเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้าเสียเต็มประดา ตี๋น้อยดูออก แต่ไม่อยากพูดอะไรให้สะเทือนอารมณ์ เลยแสร้งนิ่งเฉย จ๋าเสียอีกที่รู้สึกอึดอัดจนต้องชวนคุย ว่าเขาชอบอาหารอะไรเป็นพิเศษ
“เรากินได้ทุกอย่าง แต่ชอบอาหารไทยที่สุด”
“เหรอ...โธ่...เราไม่รู้ ไม่งั้นไปกินอาหารไทยกันก็ได้”
“จ๋า...ทำตามที่ตัวเองชอบบ้างเถอะ ไม่ต้องตามใจเราหรอก”
“ขอบคุณนะตี๋น้อย ที่พาเรามากินของชอบ คราวหน้าจ๋าจะพาตี๋น้อยไปกินอาหารไทยที่อร่อยที่สุดเลย”
ตี๋น้อยฝืนยิ้ม รู้ดีว่าเธอพูดเอาใจ และคงไม่ได้คิดจะมองเขาเป็นอื่นแน่...นอกจากเพื่อนที่แสนดีเท่านั้น
กว่าวุธจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่นค่อนคืน ดารณีรออยู่แล้ว และถามถึงมื้อเย็นกับจ๋า วุธถึงกับอึ้งไปอึดใจ เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมสนิท และยิ่งหน้าเสียเมื่อควักมือถือมาดู แล้วเห็นจำนวนสายไม่ได้รับจากแฟนสาว ดารณีเห็นท่าลูกชาย เลยหยั่งเชิงถามเสียงเรียบว่าที่ไม่ได้ไปทานข้าวกับจ๋า เพราะอยู่กับซันหรือเปล่า
วุธมัวตะลึง ไม่ทันดูว่าตัวเองกดมือถือหาแฟนสาวแล้ว เลยไม่รู้ว่าจ๋าถึงกับหน้าถอดสี เมื่อกดรับสายเขา แต่กลับได้ยินเสียงเขาคุยกับแม่ เรื่องลืมนัดกับเธอเพราะมัวคุยงานกับซัน
“ทำไมลูกถึงทำอย่างนี้ ไม่คิดถึงจิตใจของจ๋าบ้าง เขาจะคิดยังไง เขาจะรู้สึกยังไงถ้ารู้”
“วุธทำงานครับแม่ ซันเขาช่วยได้มาก ถ้าไม่ใช่ซัน...ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวุธจะทำได้ถึงขนาดนี้ไหม”
จ๋าทนฟังต่อไปไม่ไหว ต้องกดวางสาย ไม่อยากรู้และไม่อยากรับความจริงเลย ว่าแฟนหนุ่มมีใจให้ซัน...
ด้านอ้อมกับวิน...ต้องมาผิดใจกันแต่เช้าของวันต่อมา เพราะศรัณย์ดันโทร.ขอความช่วยเหลือผิดจังหวะ ทำให้หมอหนุ่มโกรธภรรยาคนสวยมาก ที่ผละจากเขาไปหานายจ้างมาดสำอาง ส่วนอ้อมต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน อดไปออกกำลังกายพร้อมสามี และต้องมานั่งฟังศรัณย์กับวศินระบายความอึดอัดใจแทน
วศินเครียดมาก เพราะวิภาคะยั้นคะยอให้แต่งงานมีลูกทุกวัน ร้อนถึงอ้อมต้องเป็นศิราณี รับฟังปัญหาและช่วยหาทางแก้ ศรัณย์เองก็ประสาทเสียไปด้วย จนอ้อมต้องแนะให้ทั้งสองบอกความจริงกับวิภา ศรัณย์เห็นดีด้วย เพราะไม่อยากปิดบังและคบกันแบบหลบๆซ่อนๆอีกแล้ว แต่วศินกลับไม่เห็นด้วย
“สำหรับคุณ...ก็ง่ายล่ะสิ คุณไม่ได้มีหม่าม้าแบบผมนี่”
“แล้วคุณคิดว่าผมไม่อึดอัดหรือ ที่ต้องปิดบังเรื่องของเราแบบนี้”
“ผมก็อึดอัด ไม่ใช่คุณคนเดียวเมื่อไหร่”
อ้อมมองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความเวียนหัว สุดท้ายต้องเป็นฝ่ายห้ามทัพ ไม่ให้สองหนุ่มตีกัน วศินประกาศลั่นไม่ให้บอกวิภาเด็ดขาดเรื่องศรัณย์ ก่อนจะหมุนตัวจากไปดื้อๆ ศรัณย์จะตาม แต่อ้อมรั้งไว้ อยากให้น้องสามีใช้เวลากับตัวเองสักพัก เผื่อว่าจะอารมณ์เย็นและมีสติคิดหาทางออกที่ดีกว่านี้
ศรัณย์พยักหน้ารับเศร้าๆ เอื้อมไปกุมมืออ้อมไว้ หวังหาที่พึ่งทางใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าวินซึ่งแอบสะกดรอยตามภรรยาคนสวยมาถึงโรงแรมหรู ถึงกับอึ้ง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าศรัณย์จูบมืออ้อม อารมณ์หึงหวงแล่นพล่าน ทำให้ตัดสินใจโผล่ไปขัดจังหวะ อ้อมเห็นหน้าตาบึ้งตึงของสามีก็ผงะ ถามเสียงอ่อยว่ามาได้ไง
“มาได้ไง...ไม่รู้สิอ้อม แต่ถ้าไม่มาก็คงไม่รู้สินะ”
ขาดคำก็ฮึดฮัดจากไป ทิ้งอ้อมให้มองตามอึ้งๆ ก่อนจะรู้สึกตัว รีบดึงมือตัวเองออก ศรัณย์หน้าเสีย งุนงงและเสียใจไม่แพ้กัน ที่ทำให้อ้อมต้องมาเจอสถานการณ์ลำบาก แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง
ooooooo
ตั้งแต่จ๊อดหอบดอกไม้ช่อใหญ่ไปขอโทษและง้องอนกลางออฟฟิศ สถานการณ์ของเจนก็ดีขึ้นทันตาเห็น โดยเฉพาะกับปุ๊กกี้ เอ็นดูและเมตตาเธอเป็นพิเศษ จนเพื่อนพนักงานหลายคนอดเขม่นไม่ได้ แต่เจนก็ไม่สนใจนัก มัวตื่นเต้นกับท่าทางจีบแบบออกนอกหน้าของ เจ้านายหนุ่ม ที่ทำให้รู้สึกวาบหวิวจนตัวแทบลอย
แต่ถึงกระนั้น...เจนก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ เพราะอาร์ท...คนที่สมควรยินดีกับเธอมากที่สุด ดันไม่โผล่หน้ามาทำงาน แถมเมื่อเธอพยายามโทร.หา ก็ติดต่อไม่ได้อีก...
อีตาบ้านี่ เป็นอะไรของเขาอีกเนี่ย!
ขณะที่สถานการณ์ของเจนกับจ๊อดกำลังหวานชื่น สถานการณ์ของอ้อมกลับแย่ลง เพราะเมื่อเธอตามไปง้อวินถึงโรงพยาบาล เขากลับไม่สนใจ แถมแหวใส่อีกต่างหากที่เธอยอมให้ศรัณย์จูบมือ อ้อมเกือบจะหลุดหัวเราะออกไปแล้ว เมื่อได้ยินความเข้าใจของสามี แต่ก็พยายามกลั้นไว้เต็มที่ ไม่อยากเสี่ยงให้เขาอารมณ์เสียกว่านี้
แต่ถึงอ้อมจะยืนยันว่าศรัณย์ไม่ใช่ชู้รักของเธอ แต่วินก็ไม่เชื่อ และตัดสินใจถามเรื่องที่สงสัยมานาน
“อ้อมมีอะไรกับนายนั่นหรือ”
อ้อมตกใจมาก ปฏิเสธเสียงหลง ไม่เคยคิดหรือทำอะไรเกินเลยกับนายจ้างหนุ่มมาดสำอางเลยสักครั้ง แต่ภาพบาดใจที่วินเห็นด้วยตาตัวเอง รวมถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ทำให้เชื่อไม่ลง อ้อมพยายามจะอธิบายความจริงทั้งหมด แต่หมอหนุ่มก็ไม่สนแล้ว เมื่อพยาบาลมาตามไปประชุม ก็ตัดสินใจผละไปทันที ทิ้งอ้อมให้ยืนเคว้งคนเดียว...
เย็นวันเดียวกัน...เจนไปเดตกับจ๊อดที่ร้านอาหารหรูอีกครั้ง บรรยากาศโรแมนติกและอาหารเลิศรส ทำให้ปลื้มมาก จ๊อดมองมาด้วยความเอ็นดู และอดนึกขอบใจอาร์ทไม่ได้ ที่ช่วยบอกความจริง ทำให้ได้มาเดตกับเจน
ความจริงจากปากจ๊อดทำให้เจนอึ้งไปอึดใจ
ไม่อยากเดาเลยว่าเพราะสาเหตุนี้หรือเปล่า ที่ทำให้หนุ่มเซอร์ หายหน้าไป แต่ไม่ทันถามให้แน่ใจ จ๊อดก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน ว่าขอโทษและเสียใจที่เคยมึนตึงกับเธอ
“เจนคงเข้าใจพี่นะ ที่พี่โกรธก็เพราะพี่ชอบเจนจริงๆก็เลยหึง”
ซันกับวุธยังคงทำงานด้วยกันเหมือนเดิม ความเข้าขาทำให้สมองแล่นและแผนงานรุดหน้าอย่างรวดเร็วเหมือนเคย แต่สองหนุ่มสาวก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อจ๋าแวะมาหาวุธถึงออฟฟิศในเย็นวันหนึ่ง พร้อมหอบหิ้วอาหารถุงใหญ่มาด้วย เพื่อทานร่วมกับแฟนหนุ่มและซัน แต่หญิงเหล็กประจำรุ่นทนอึดอัดใจไม่ไหว เลยขอตัวกลับดื้อๆ
แต่ความโชคร้ายของซันก็ไม่จบแค่นั้น เมื่อดารณีโทร.มาหาเพื่อนัดพบในคืนเดียวกัน หญิงเหล็กประจำรุ่นถึงกับฝ่อ แต่ก็ตัดสินใจไปพบตามนัด แล้วก็ต้องหน้าเสีย เมื่อดารณีพาไปดูบ้านที่เตรียมไว้เป็นเรือนหอของวุธ
“บอกให้วุธต่อเติมให้เป็นที่อยู่สำหรับคู่สามีภรรยา แต่วุธก็ไม่ทำซะที ทีแรกก็คิดว่าลูกคงงานยุ่ง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่...ที่วุธไม่ทำอะไรก็เพราะเธอนั่นเอง”
“ซันเหรอคะ วุธเขาบอกอย่างนั้นเหรอคะ”
“เปล่า...เขาไม่ได้บอก แต่ที่เขาเป็นอย่างนี้มันชัดเจนโดยไม่ต้องบอก”
ระหว่างที่ซันต้องเจอสถานการณ์ลำบาก วุธก็น้ำท่วมปากไม่แพ้กัน เมื่อเจอคำถามเด็ดจากจ๋า
“จ๋าไม่เคยทำอะไรเป็นที่พอใจของวุธเลยใช่ไหม วุธ...วุธอยากแต่งงานหรือเปล่า”
“จ๋า...ทำไมจ๋าถึงถามอย่างนี้ล่ะ”
จ๋าสารภาพตามตรงว่าอยากรู้ วุธไม่ตอบ แต่กลับย้อนถามว่าเธอคิดยังไง จ๋ายิ้มขื่นๆ
“วุธไม่ตอบจ๋าอยู่ดี ทำไมล่ะจ๊ะ วุธตอบไม่ได้หรือว่าวุธอยากแต่งงานกับจ๋าหรือเปล่า”
คำถามแทงใจดำของจ๋าทำให้วุธอึดอัดมาก แต่คงไม่เท่าซัน ที่ต้องเจอศึกหนักจากดารณี ที่พยายามบอกเป็นนัยๆว่าเธอกำลังทำตัวแทรกกลางระหว่างวุธกับจ๋า ซันถอนหายใจยาว ก่อนจะอธิบายเสียงเรียบ
“ซันกับวุธ...ไม่มีอะไรกัน เราเป็นเพื่อนกัน”
“นั่นเป็นเรื่องที่เธอบอกตัวเอง แต่สิ่งที่คนอื่นเห็นมันเป็นอีกอย่าง”
ซันแทบหมดแรง เถียงไม่ออกเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความจริงที่สุด ซึ่งดารณีเข้าใจดี
“ฉันไม่ได้โทษเธอ...ไม่ได้ว่าเธอ วุธเองก็เหมือนกัน เขาคิดเหมือนเธอ แต่ฉันยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้”
น้ำเสียงจริงจังของอีกฝ่าย ทำให้ซันนิ่วหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ดารณีเลยต้องอธิบายเสียงอ่อน
“เธอกับวุธไม่มีทางจะมีชีวิตคู่อย่างมีความสุขได้ ผู้หญิงที่เก่งกว่าผู้ชาย ทำแต่งาน มีแต่จะทำให้ผู้ชายแย่ลง จนในที่สุดก็เหมือนเขาไม่มีตัวตน”
ซันจะค้าน ว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ดารณีก็ไม่สนใจฟัง เพราะฝังใจกับอดีตอันเจ็บช้ำของตัวเอง
“แล้วผู้ชายที่อยู่กับผู้หญิงที่เก่ง เหนือกว่าเขาทุกอย่าง ก็จะหมดความนับถือตัวเอง แล้วความรักก็จะหมดไป ชีวิตคู่ก็พังทลาย ที่ฉันพูดอย่างนี้ก็เพราะฉันรู้ ฉันคือผู้หญิงแบบเธอ ฉันทำให้พ่อวุธแหลกสลาย จนทนอยู่กับเราไม่ได้”
ซันน้ำตาคลอ อยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ช้ากว่าดารณี ที่เดินไปกุมมือเธอ ก่อนจะบอกว่าไม่ได้เกลียดเธอ แต่อยากขอร้องให้เห็นใจหัวอกคนเป็นแม่บ้าง ที่ไม่อยากเห็นลูกชายต้องเผชิญชะตากรรมแบบพ่อของเขา
“ปล่อยวุธไปเถอะ เธอทำให้วุธมีความสุขไม่ได้หรอก ผู้ชายที่ไหนจะทนผู้หญิงที่ต้องแข่งขันด้วยตลอดเวลาได้”
คำพูดแทงใจดำของอีกฝ่าย ทำให้ซันแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ซึ่งดารณีก็รู้ดี รีบสำทับปิดท้าย
“อย่าเป็นเหมือนฉัน ที่เคยคิดว่าความรักแก้ไขทุกอย่างได้ กว่าจะรู้ว่ามันไม่จริง ฉันก็ไม่เหลือใครอย่างทุกวันนี้”
ooooooo










