ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สีหนาทพาหนูนาหนีเข้าป่าลึกเรื่อยๆจนกลิ้งไปด้วยกันถึงตีนเขา โชคดีที่ผู้ช่วยสาวตัวเล็กไม่ได้บาดเจ็บมาก แค่บอบช้ำนิดหน่อย ต่างจากเขาที่ข้อเท้ากระแทกกับหินอย่างแรง!

ข้อเท้าที่บวมและปวดมากขึ้น ทำให้สีหนาทเริ่มเป็นกังวล แต่กลับไม่ยอมบอกหนูนาว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่อยากให้เธอพลอยเป็นห่วง...จะใจเสียกันใหญ่ หนีไม่พ้นกันพอดี

เวลาเดียวกันที่บ้านศักดา...อดิศรแทบจะเขวี้ยงมือถือทิ้ง เมื่อลูกน้องโทร.มารายงานว่าสีหนาทกับหนูนาถูกยิงตกหน้าผา กลิ้งหายไปทางตีนเขา แต่ยังไม่พบร่างหรือร่องรอยหลังจากนั้น

“ฉันไม่ได้จ่ายเงินให้พวกแกมาคอยคาดคะเน ทำไมไม่ตามลงไปดู เกิดมันไม่ตายขึ้นมาได้พังกันหมด แกกลับไปจัดการให้เรียบร้อยเลยนะ แล้วเอาศพมายืนยันกับฉันว่ามันตายแล้วจริงๆ ไม่งั้นพวกแกไม่ต้องกลับออกมา!”

ลูกน้องอดิศรประสาทเสียมาก และเร่งฝีเท้า ตามล่าสีหนาทกับหนูนา ซึ่งหนีตายในป่าด้วยความทุลักทุเล แต่ก็ยังมีสติ อำพรางร่องรอย หวังให้ฝ่ายล่าสับสน เพื่อถ่วงเวลาให้หนีรอดไปถึงหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด

สีหนาทพาหนูนาหนีจนค่ำ จึงตัดสินใจพักแรมใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งไม้กว้างแผ่บังตาเวลามืด หนูนาเข้าไปนั่งกอดเข่า หน้าซีด สั่นเพราะความกลัว สีหนาทเข้าใจว่าเธอเครียดเรื่องเสียหาย เลยไปปลอบใกล้ๆ

“ฉันขอโทษนะที่เรายังกลับกันตอนนี้ไม่ได้ถ้าไต่ขึ้นเนินตอนมืดๆ อาจจะร่วงลงมา หรือไม่ก็อาจจะสวนกับไอ้พวกนั้น แต่สัญญาว่าพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”

หนูนาไม่ได้สนใจเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง แต่เป็นห่วงเขามากกว่า “คุณสิงห์...ใครที่กล้าทำขนาดนี้ ถึงกับจะต้องฆ่ากันให้ตาย...พวกมันเป็นใคร” สีหนาทอึกๆอักๆไม่อยากบอกให้เป็นกังวล หนูนาเลยถามจี้

“น้ารามเคยบอกว่าคุณไม่มีศัตรูที่ไหน นอกจากพ่อเลี้ยงศักดากับนายอดิศร แล้วพวกคุณก็มีเรื่องกันที่งานสัมมนา”

สีหนาทชะงักไปอึดใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่บอก เพราะไม่อยากให้กังวล หนูนาได้แต่มองมาเครียดๆ มั่นใจว่าเขาต้องปกปิดอะไรบางอย่างแน่ แต่ไม่อยากซักไซ้ให้อึดอัดกันไปกว่านี้

แต่ถึงสงสัยแค่ไหน หนูนาก็ต้องสลัดความคิดนั้นทิ้ง เพราะความปลอดภัยเฉพาะหน้ามีความสำคัญมากกว่า โดยเฉพาะของเจ้านายหนุ่ม ซึ่งดูจะบอบช้ำกว่าเธอมาก สีหนาทเองก็เป็นห่วงผู้ช่วยสาวไม่ต่างกัน เลยออกไปตัดใบไม้ใหญ่มารองน้ำค้างให้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างกันใต้ต้นไม้

หนูนาเห็นเขาไม่ขยับ ก็เริ่มหวั่น โพล่งขึ้นมาอย่างกลัวๆกล้าๆ

“เรามีกันสองคน...ก็ต้องมีที่นอนสองที่ ไม่ถูกหรือคะ”

สีหนาทเข้าใจดี แต่ยังแกล้งยั่ว “ฉันทำไว้แค่ที่เดียว เพราะกลัวว่าบางคนจะไม่กล้านอนคนเดียว”

“ขอบคุณที่หวังดี แต่ฉันว่านอนคนเดียวยังน่ากลัวน้อยกว่า...”

หนูนาชะงัก กระดากปากจะพูด สีหนาทรู้ทัน ขยับเข้าหา พร้อมสายตากรุ้มกริ่ม

“น้อยกว่าอะไร ตอนเราหนีพวกนั้น เธอก็อยู่ใกล้ๆ ฉันตลอด ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”

“ก็นั่นมัน...สุดวิสัยนี่คะ แต่ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว นอนคนเดียวได้สบาย...สบายมากๆ”

พูดจบก็ล้มตัวนอน ทำท่าเหมือนไม่กลัวสุดฤทธิ์ สีหนาทมองมาขำๆไม่เถียงอะไร จนเมื่อสัมผัสได้ถึงท่าทางกระสับกระส่ายของผู้ช่วยสาวก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่าย คงกลัว แต่กระนั้น...เขาก็ไม่ได้ปลอบเหมือนทุกครั้ง แต่ฉวยโอกาสแกล้ง หวังให้เธอขยับมาใกล้เขามากกว่านี้

“ความจริงพวกเรานับว่าโชคดีมากแล้วนะที่ไม่เจอฝน แต่ก็แย่หน่อยที่วันนี้เป็นวันพระคืนเดือนมืด”

หนูนาไม่รู้เรื่อง ย้อนถามเสียงซื่อ “ทำไมวันพระถึงไม่ดีคะ”

สีหนาทลอบยิ้มที่หนูนาตกหลุมพราง “เธออย่ารู้เลย เดี๋ยวใจเสียเปล่าๆ”

“ขนาดเมื่อบ่ายเจอปืน ฉันยังผ่านมาได้ คงไม่มีอะไรน่ากลัวกว่านั้นแล้วล่ะค่ะ”

“เอ้า...เล่าก็ได้ วันพระคืนเดือนมืดเนี่ย ผีเป้าชอบออกหากิน คนรู้จักที่ผ่านมาแถวนี้เล่าให้ฟังว่าเจอผีเป้ามือแดง ปากแดง คงเพิ่งไปกินไก่ของชาวบ้านมา พอส่องไฟดู มันก็แยกเขี้ยวใส่!”

หนูนาส่ายหน้าไม่เชื่อ ทั้งที่ใจเริ่มสั่น “คงตาฝาดแล้วล่ะค่ะ ผีไม่มีในโลก”

“คนไม่เคยเห็นก็พูดงี้แหละ ผีเป้ามันชอบหากินกลางคืน ให้สังเกตแสงวิบๆในที่มืด มันเป็นแสงจากรูจมูกผีเป้า”

สีหน้าจริงจังของคนเล่า ทำให้หนูนาลังเล...หรือจะเป็นเรื่องจริง สีหนาทกลั้นขำแทบแย่ ก่อนจะแกล้งพูด

“ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร...เอ๊ะ...นั่นแสงอะไร”

หนูนามองตาม เห็นแสงวับๆจากที่ไกลๆ ซึ่งแท้จริงคงเป็นสัตว์ตัวเล็กๆที่หากินเวลากลางคืนกระโดดผ่าน ก็กระโจนพรวดมาเกาะเสื้อเขาแน่น สีหนาทมองมือเล็กๆบนตัวด้วยความยินดี แกล้งปลอบเสียงอ่อน

แต่ไม่วายท้าให้ลุกไปดูถ้าอยากพิสูจน์ หนูนาตาโต ไม่ตอบ แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากร่างแกร่งอีกเลย

ooooooo

รามกับขนิษฐาไม่รู้เรื่องสีหนาทกับหนูนาหนีตาย หลังกลับจากวัด ก็นั่งกินข้าวเย็นด้วยกันที่เรือนใหญ่ จนเวลาล่วงเลยผิดสังเกต ขนิษฐาก็เริ่มเป็นห่วงญาติหนุ่ม และตัดสินใจโทร.เช็กที่ออฟฟิศ เพราะรู้จากคนงานว่าสีหนาทพาหนูนาไปตรวจงานในเมือง รามเป็นกังวลไม่แพ้กัน พยายามโทร.เข้ามือถือเจ้านายหนุ่ม แต่ก็ติดต่อไม่ได้

ไม่ใช่แค่ทุกคนบนเรือนสีหนาทที่เป็นเดือดเป็นร้อนกับการหายไปของเจ้าของเรือนกับผู้ช่วยสาว แต่เรือนคนงานก็ร้อนเป็นไฟไม่แพ้กัน โดยเฉพาะพวกพวง ร้อนรนด้วยความอิจฉาริษยา เพราะปักใจว่าหนูนาใช้เสน่ห์ เอาตัวเข้าแลก ล่อลวงเจ้านายหนุ่มไปสนุกสนานด้วยกันในเมือง

“งามหน้าไหมล่ะ มีเพื่อนอยู่ในห้องดีๆ มองอีกที...อุ๊ย...กะหรี่ตัวแม่”

เหล่าคนงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แป้นทนไม่ไหว ต้องออกมาปกป้องเพื่อนสาวร่วมห้องเหมือนเคย

“เออ...พูดกันอีก พูดกันให้เยอะๆ พรุ่งนี้จะจำ นับเป็นคำๆเลยว่าใครพ่นอะไรใส่ร้ายนายสิงห์บ้าง”

พวงชะงัก แต่ยังไม่ยอมแพ้ “ขี้เลื่อยกลบรูหูหรือไง ฉันไม่ได้ว่านาย แต่ว่าเพื่อนแกต่างหาก”

“ก็แล้วหนูนามันไปกับใคร ทั้งเข้างานดึก ทั้งกิจกรรมเข้าจังหวะ ทั้งกะหรี่น่ะ...ใครซื้อ!”

พวงยิ่งเต้น ยุแยงเหล่าคนงานให้โต้กลับอย่างดุเดือด แต่แป้นก็ไม่สนใจ ผละไปถามข่าวถึงเรือนใหญ่ ขนิษฐาเลยบอกตามความจริงว่าหนูนากับสีหนาทไปดูงานในเมือง และออกจากออฟฟิศนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าระหว่างทางเกิดอะไรขึ้น เจ้านายหนุ่มกับผู้ช่วยสาวถึงหายตัวไป...ติดต่อไม่ได้

รามพยายามโทร.หาสีหนาทตลอด แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้สักครั้ง ส่วนเชษฐ์พาคนงานวนรถทั่วไร่และบริเวณใกล้เคียง แต่ก็ไม่พบวี่แวว ขนิษฐาเลยเครียดหนัก อยากไปขอความช่วยเหลือจากกรกช แต่บุญตาก็โพล่งบางอย่างออกมาเสียก่อน ว่าบางที...สีหนาทอาจปิดเครื่องเพราะไม่อยากให้ใครรบกวนเวลาส่วนตัวก็ได้

ข้อสันนิษฐานของบุญตา ทำให้ทุกคนหันไปมองหน้ากันอึ้งๆ และตัดสินใจจะรอจนเช้า หากสีหนาทไม่กลับมาพร้อมหนูนา จะแจ้งความกับกรกชให้ช่วยออกตามหาอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก

ส่วนด้านหนูนา...รู้ดีว่าทุกคนต้องเป็นห่วง และคิดว่าการหายตัวไปของเธอเป็นเรื่องไม่งาม แต่ที่น่าเครียดมากกว่า คงเป็นความกลัวจากก้นบึ้งหัวใจ ว่าจะไม่มีโอกาสได้บอกความจริงกับพ่อ

สีหนาทซึ่งนอนอยู่ไม่ไกลกันนั้น ได้ยินเสียงกระซิกๆจากคนตัวเล็ก เลยขยับไปหา หนูนารีบปาดน้ำตา แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของเจ้านายหนุ่มที่ถามไถ่ด้วยความห่วงใย ก็ระบายความอัดอั้นตันใจออกไป

“คุณสิงห์...คุณพูดถูก มัวแต่ก้มหน้า หนีความรู้สึกของ ตัวเอง มันไม่ดี...ถึงคุณจะบอกว่าเรากลับออกไปได้ แต่...ถ้ามันไม่มีวันนั้นล่ะ ไม่มีใครรับรองได้จริงๆหรอกว่าพรุ่งนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น ที่ผ่านมาฉันมัวแต่สงสัยว่าพ่อรักฉันหรือเปล่า มัวแต่ลังเลใจ อยู่ไปวันๆอย่างไม่แน่ใจ ทำให้ฉัน ไม่ได้ทำอะไรให้พ่อเลย ฉันยัง...ไม่ได้ทำอะไรให้พ่อเลย”

สีหนาทใจอ่อนยวบ ดึงตัวมาโอบปลอบอย่างอ่อนโยน หนูนายิ่งสะอื้นฮัก “ฉันเข้าใจแล้วที่คุณบอกว่าคนเราต้องทำให้ดีที่สุด เพราะชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน เราจะได้ไม่ต้องมานั่งโทษตัวเอง ไม่ต้องเสียใจภายหลัง”

ยิ่งพูดก็ยิ่งตัวสั่น สีหนาทสัมผัสได้ถึงความสะเทือนใจ กระชับอ้อมแขน ถ่ายทอดแรงใจและความอบอุ่น

“คุณสิงห์...ถ้าหากฉันมีโอกาสได้กลับไปหาพ่อ...

หาคนที่ฉันรักอีกครั้ง ฉันจะไม่มัวแต่ลังเลแบบนี้อีก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ฉันจะรักและทำเพื่อเขาให้เต็มที่ ทุกๆอย่างเท่าที่ฉันจะทำได้”

“ดีแล้วหนูนา เธอจะมีโอกาส เธอจะได้กลับไปหาพ่อ หาทุกๆคนที่เธอรัก...ฉันรับปาก เรื่องนี้เธอเชื่อใจฉันได้”

หนูนาโถมตัวกอดเขาแน่น ก่อนจะผล็อยหลับด้วยความอ่อนแรง สีหนาทมองมานิ่งๆ สงสารผู้ช่วยสาวจับใจที่ต้องมารับเคราะห์แบบนี้ เขายกมือเขี่ยผมที่ปรกหน้าเธออย่างแผ่วเบา แล้วพึมพำข้างหู

“ฉันจะไม่มีวันยอมให้เธอเป็นอะไร เธอจะต้องปลอดภัย...นายสิงห์ให้สัญญา!”

ooooooo

ค่ำคืนของขนิษฐาผ่านพ้นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นกังวลถึงญาติหนุ่ม ซึ่งหายตัวไปกับผู้ช่วยสาวอย่างไม่มีที่มาที่ไป แม้จะให้รามกับเชษฐ์ช่วยกันตามหาจนค่อนคืน ก็ไม่มีความคืบหน้า หญิงสาวผู้จัดการโรงแรมสิงห์คำเลยต้องพยายามทำใจให้สงบตลอดคืนด้วยการสวดมนต์

ขณะที่ทุกคนในไร่ร้อนรนด้วยความเป็นห่วง...

สีหนาทกับหนูนากลับหลับสนิท อิงแอบแนบชิดกันจนถึงเช้า สีหนาทเป็นฝ่ายรู้สึกตัวก่อน ยิ้มบางๆให้กับร่างบางตรงหน้าที่หลับอุตุเหมือนเด็กๆ

หนูนาครางอืออาในลำคอ ยังไม่อยากลุก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆเป่ารดกระหม่อม พร้อมกับขนหยาบๆคลอเคลียที่ข้างแก้ม ก็สะดุ้งพรวด หน้าแดงก่ำเมื่อเห็นว่าตัวเองซบใครนอนตลอดคืน

สีหนาทเห็นท่าเขินจัดก็ชอบใจ แกล้งเย้า “ท่าทางหนูจะชอบอกสิงห์มาก แทบไม่อยากจะลุก”

หนูนายิ่งอาย อึกๆอักๆจะแก้ตัว สีหนาทขำมาก ขยิบตาให้แล้วแกล้งแซว

“ไม่ทันแล้ว แก้ตัวตอนนี้เนี่ยนะ...ฉันจะไม่บอกใครก็แล้วกัน”

พูดจบก็ผละไปยืดเส้นยืดสายข้างๆต้นไม้ใหญ่ หนูนาถึงกับอ้าปากค้าง อยากเถียงมากๆแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไง จนเมื่อเขากลับมาอีกครั้ง พร้อมใบไม้ที่มีน้ำค้างชุ่มอยู่ ก็ลืมความขุ่นเคืองทั้งหมด คว้ามาดื่มด้วยความกระหาย

สีหนาทเห็นผู้ช่วยสาวดื่มอย่างรีบร้อน ก็อดแซวไม่ได้ จนเธอต้องรีบแก้ตัว

“ก็ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวาน”

“ไม่ได้ว่าอะไร ดีแล้ว กินได้ นอนหลับ เลี้ยงง่ายๆ แบบนี้...ฉันชอบ”

สายตาวิบวับของเขาทำให้หนูนาทำหน้าไม่ถูก จนสีหนาทต้องเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากแกล้งให้เขินไปกว่านี้

ด้านขนิษฐา...เห็นว่าญาติหนุ่มไม่กลับจนถึงเช้า เลยตัดสินใจแจ้งความกับกรกชให้ช่วยตามหา รามกับเชษฐ์แวะมาช่วยด้วย พร้อมกับสายจากวันชัย ผู้จัดการออฟฟิศในเมืองที่โทร.มาแจ้งเบาะแสบางอย่าง

“เมื่อวาน...ตอนคุณสิงห์ออกรถไป ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งขับรถตามออกไปไล่ๆกัน ทีแรกคิดว่าแค่บังเอิญ แต่พอได้ยินว่าเมื่อคืนคุณสิงห์หายไป เมื่อกี้เลยลองไปถามร้านค้าฝั่งตรงข้าม เขาบอกว่าหมอนั่นไม่ใช่คนแถวนี้ แต่เพิ่งจะมาป้วนเปี้ยนช่วงสองสามวันมานี่เอง เลยคิดว่าบางที...อาจจะมีใครส่งหมอนี่มาสะกดรอยคุณสิงห์ก็ได้”

ขนิษฐาหน้าเสีย ถ้าเป็นจริงอย่างที่วันชัยคาด ญาติหนุ่มกับผู้ช่วยสาวคงไม่ได้หายตัวไปด้วยกันเพราะความรัก แต่น่าจะเพราะถูกลอบฆ่ามากกว่า รามกับเชษฐ์ก็เครียดไม่ต่างกัน มั่นใจมากว่าถ้าเป็นเรื่องจริง ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญก็คงมีแค่รายเดียว!

เวลาเดียวกันที่บ้านศักดา...อดิศร ผู้ต้องสงสัยรายเดียวของรามกับเชษฐ์ ร้อนรนแทบคลั่ง เพราะตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้ ลูกน้องก็ยังไม่ส่งข่าวว่าสีหนาทกับหนูนาตายจริงๆหรือไม่

แต่ที่อดิศรคาดไม่ถึง คือผลของมันกำลังทำให้สถานีตำรวจวุ่นวายแต่เช้า กรกชสั่งการใหญ่ ให้ลูกน้องออกลาดตระเวนตามหาสีหนาทกับหนูนา โดยมีจุฑารัตน์ ซึ่งแวะมาหาข่าวแต่เช้า ตามซักไซ้ไม่ห่าง

“คุณแน่ใจแล้วเหรอเรื่องคุณสิงห์หายตัวไปพร้อมกับผู้ช่วยที่ชื่อหนูนา”

“คนหายจะมาพูดมั่วๆได้ยังไง แล้วนี่คุณเป็นอะไร ตกใจอย่างกับญาติหาย รู้จักเด็กชื่อหนูนาด้วยหรือ”

จุฑารัตน์ชะงักเล็กน้อย ร้อนตัวกลัวความลับของเพื่อนรักจะแตก เริ่มลนลาน “แหม...รู้จักคุณสิงห์ ก็ต้องรู้จักผู้ช่วยเขาสิ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน คุณสิงห์ดีกับฉันมาก ให้สัมภาษณ์ ให้ไปทำสกู๊ปที่ไร่ พอรู้ว่าเขาหายไป ฉันก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา...แล้วนี่คุณให้ใครเช็กกับโรงพยาบาล อนามัย หรือว่าสอบถามญาติของคุณสิงห์หรือยัง”

“นี่คุณ...ผมรู้นะว่าคนหายต้องทำยังไง เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม คุณจะมาทำข่าวก็ทำไป”

น้ำเสียงเข้มผิดธรรมดาของสารวัตรหนุ่มทำให้จุฑารัตน์ถึงกับสะดุ้ง แต่ไม่วายขอร้องเพราะห่วงเพื่อนรัก

“ขอให้ฉันได้ช่วยตามหาสองคนนั้นด้วยเถอะนะ จะให้ฉันมีกะจิตกะใจทำอย่างอื่นได้ไง เพื่อน...เอ่อ...คนที่มีบุญคุณกับเราหายตัวไป ฉันหมายถึงคุณสิงห์น่ะ ฉันอยู่เฉยๆไม่ได้หรอกคุณ”

กรกชหรี่ตา เดาเองว่านักข่าวสาวคู่กัดอาจจะแอบหลงรักสีหนาท เลยอดไม่ได้จะแกล้งเย้า “เพิ่งรู้นะว่าคุณซึ้งในน้ำใจคุณสิงห์มากขนาดนี้ เอา...ถ้าอยากช่วยก็ได้ เดี๋ยวผมเช็กก่อนว่าคุณจะช่วยอะไรได้บ้าง”

พูดจบก็ผละไปคุยกับลูกน้อง ทิ้งจุฑารัตน์ให้หน้าเครียด พึมพำคนเดียวเบาๆ

“หนูนา...แกต้องไม่เป็นอะไรนะ!”

ooooooo

ระหว่างที่ทุกคนวิ่งวุ่นตามหา...สีหนาทกับหนูนา ออกจากที่ซ่อน มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านใกล้ที่สุดเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เพราะข้อเท้าเจ็บ เลยทำให้ราชสีห์หนุ่มออกแรงมากไม่ได้ แต่ก็พยายามกลบเกลื่อน ไม่อยากให้ผู้ร่วมทางตัวเล็กรู้เรื่อง กลัวจะเป็นกังวลและหวาดวิตกมากกว่าเดิม

แต่ท่าทางกระย่องกระแย่งเพราะเดินลำบากของเขาก็ทำให้หนูนาผิดสังเกตและรู้เรื่องบาดเจ็บจนได้

สีหนาทจะไม่ยอม ถดตัวหนี ไม่ให้เธอดูแผล หนูนาเลยต้องขู่จะโยนอาหารที่เขาหามาให้ทิ้ง เขาเลยยกธงขาว

หนูนาเห็นแผลบวมเป่ง เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ก็แทบทนมองไม่ได้

“ทำไมพวกผู้ชายอย่างคุณถึงได้ปากแข็งนัก ถ้าบอกแต่เนิ่นๆก็ไม่เป็นมากขนาดนี้หรอก”

“บอกแล้วจะมีประโยชน์อะไร ยาก็ไม่มี มันก็ต้องทนอยู่ดี”

“ก็จะได้ช่วยกันไง คุณคิดว่าฉันเป็นภาระคุณได้อย่างเดียวใช่ไหม รออยู่ที่นี่...อย่าไปไหนนะ”

หนูนาจะไปหาไม้เท้าชั่วคราวมาให้ แต่สีหนาทไม่อยากให้เธอห่างสายตา กลัวเจอคนร้าย เลยพยายามกะเผลกตามไป แล้วก็ต้องตกใจแทบแย่ เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องลั่นป่าของเธอ!

สีหนาทรวบรวมแรงตามหาผู้ช่วยสาวแล้วก็พบจนได้ แต่เจ้าตัวกลับไม่เป็นอะไรเลย และที่ร้องเสียงดังก็เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเศษใบไม้เป็นแมลงมีพิษเท่านั้น สีหนาทประสาทเสียมาก เอ็ดลั่น

“ทีหลังอย่าทำให้เป็นห่วง...ในป่ามันอันตรายแค่ไหนรู้หรือเปล่า ทีหลังเดินตามฉัน ห้ามห่างเกินสามก้าว แล้วก็ห้ามเดินไปไหนเองสุ่มสี่สุ่มห้าอีก...เข้าใจไหม”

ท่าทางจริงจังของเขา ทำให้หนูนาอดอึ้งไม่ได้ ก่อนจะยอมพยักหน้ารับปากหงึกๆ สีหนาทถึงกับถอนใจยาว แต่เพียงไม่นานก็ต้องทำตาโต เมื่อเห็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ช่วยสาวตัวเล็กบุกเข้าป่าตามลำพัง

กิ่งไม้ขนาดเหมาะมือ สำหรับให้เขาเป็นไม้เท้า ถูกยื่นตรงหน้า พร้อมกับสีหน้าภูมิอกภูมิใจ

“ไม้เท้าเนี่ย...จำเป็นสำหรับคนขาเจ็บนะคะ เชื่อฉันเถอะค่ะ”

สีหนาททึ่งมาก ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “อยากช่วยฉันจริงๆ หรือ...ฉันไม่ใช้ไม้เท้าหรอก เธอ...ช่วยประคองฉันไหม”

หนูนาตะลึง เริ่มสะกิดใจกับท่าทางกรุ้มกริ่มแปลกๆ สีหนาทเห็นเธอลังเล เลยต้องย้ำ

“เธอก็เห็นไม่ใช่หรือว่าขาฉันอักเสบแค่ไหน ไม้เท้าอันแค่นั้นมันจะช่วยอะไรได้”

หนูนายังไม่เชื่อ สีหนาทเลยใช้ไม้ตาย ตัดพ้องอนๆ จนเธอต้องยอมช่วยประคอง โดยไม่รู้เลยว่าราชสีห์หนุ่มแอบยิ้มคนเดียวเงียบๆ...ดีใจได้ใกล้ชิดหนูนา

ฟากรามกับเชษฐ์...หลังขนิษฐาโทร.แจ้งความกับกรกช ก็รวบรวมคนงานให้แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือหนึ่งเฝ้าไร่ให้แน่นหนากว่าเคย และอีกหนึ่งบุกไปบ้านศักดา เพื่อคาดคั้นความจริงเรื่องสีหนาทกับหนูนาหายตัวไปอย่างลึกลับ!

พวงเห็นก้อนไปรวมตัวกับพวกรามและเชษฐ์ แทนที่จะห่วงพ่อ กลับตีโพยตีพาย แถมพาลถึงหนูนาว่าทำให้เจ้านายหนุ่มกับพ่อต้องลำบาก แป้นทนไม่ได้ เข้าไปต่อปากต่อคำเหมือนเคย จนเกือบมีเรื่องวิวาทตบตีอยู่แล้ว ถ้าเหล่าคนงานจะไม่ช่วยกันจับแยกเสียก่อน

ด้านหนูนา...ช่วยพยุงเจ้านายหนุ่มนับชั่วโมง เหนื่อยแทบหมดแรง แต่ก็ฮึดสู้ เพราะอยากรอดไปเจอพ่ออีกครั้ง สีหนาทลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ช่วยสาว แล้วอดทำตาหวานไม่ได้ และคงจะเพลิดเพลินกับความงดงามตรงหน้ามากไปหน่อย เจ้าตัวเลยรู้สึกว่าเขาไม่ได้ผ่อนแรง แต่ออกแรงขาอีกข้างเพื่อช่วยเธอ

“ตัวเธอกะเปี๊ยกแค่นี้ ถ้าฉันทิ้งน้ำหนักมาทั้งขา เธอคงหิ้วฉันไม่ไหวหรอก”

“ไหวค่ะ...คุณปล่อยตัวตามสบายเลย ไม่งั้นฉันจะช่วยประคองทำไมคะ”

เพราะผู้ช่วยสาวตัวเล็กยืนยันว่ารับน้ำหนักไหว สีหนาทเลยแกล้งปล่อยตัว ผลก็คือหนูนาแทบทรุด โชคดีที่เขาช่วยรับร่างไว้ เธอเลยไม่ล้มกองกับพื้น สีหนาทถึงกับลืมความเจ็บ เมื่อได้โน้มตัวไปสบตาเธอใกล้ๆ

“รู้แล้วใช่ไหม...ว่าสิงห์หนักกว่าที่หนูคิด”

หนูนาหน้าแดงก่ำ สีหนาทสงสารเลยหยุดยั่ว ยีหัวเธอเล่น แล้วผละไปหักกิ่งไม้ข้างทางมาเป็นไม้เท้าเฉพาะกิจ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณเธอยิ้มๆ หนูนายังไม่ไว้ใจ กลัวเขาล้ม สีหนาทเลยยืนยันด้วยการเดินโชว์ พร้อมบอกว่าดีขึ้นมากแล้ว...เพราะเธอคนเดียว...หนูตัวน้อย

ooooooo

รามกับเชษฐ์นำคนงานจำนวนหนึ่งบุกถึงบ้านศักดาในเวลาต่อมา หวังคาดคั้นความจริงจากอดิศร ว่าเอาตัวสีหนาทกับหนูนาไปซ่อนไว้ไหน เมื่อขนิษฐาทราบก็ร้อนใจมาก กลัวจะเกิดเรื่องใหญ่ จึงรีบไปขวาง สวนทางกับรัศมี ซึ่งแอบออกจากบ้านศักดาในเวลาเดียวกัน เพื่อไปตามหาลูกสาวที่ไร่บัวขาว

รัศมีพยายามโทร.หาศักดา ให้ไปห้ามทัพคนงานหน้าบ้าน แต่พ่อเลี้ยงใหญ่ก็ไม่รับ เพราะกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญ อดิศรเลยออกโรงแทน ทันเวลาที่พวกรามบุกถึงในบ้านพอดี

เชษฐ์ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเห็นอดิศรจ่อปืนที่ศีรษะราม พร้อมขู่

“วางอาวุธ...อยากให้หัวหน้าแกพรุนหรือไง”

เชษฐ์กับเหล่าคนงานยอมวางอาวุธอย่างเสียไม่ได้ แต่รามไม่กลัว โพล่งถามเสียงเข้ม

“แกเอาตัวคุณสิงห์ไปไว้ที่ไหน”

“พูดไม่มีหางเสียงเลย รักไอ้สิงห์มันมาก งั้นตามไปนอนเล่นกับมันในนรกดีไหม”

รามโกรธมาก แต่ต้องพยายามระงับอารมณ์ “ถ้าไม่ฟังผม คุณจะต้องเสียใจ ถ้าคุณยอมบอกว่าคุณสิงห์อยู่ไหน พวกเราจะยอมหยุดแค่นี้ ถ้าพบว่าคุณสิงห์ปลอดภัย”

“ถุย...ทำเป็นพูดดี รักษาเงาหัวตัวเองให้ได้ซะก่อนเถอะมึง!”

พูดจบก็กดปลายกระบอกปืนบนหัวราม แต่ก็ต้องโอดลั่นวินาทีถัดมา เมื่อรามพลิกมากดตัวเขาลงพื้น

“บอกมา...เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น คุณสิงห์และหนูนาอยู่ที่ไหน”

อดิศรโดนจับกดพื้นก็เริ่มกลัว แต่ยังปากแข็ง ยียวน ทำเป็นไม่รู้เรื่อง จนรามแทบหมดความอดทน โชคดีที่ขนิษฐาปรากฏตัวและห้ามทุกอย่างได้ทันเวลา ก่อนที่หัวหน้าคนงานหนุ่มจะพลั้งมือทำร้ายอดิศรถึงแก่ชีวิต และตัวเขาก็อาจถูกมือปืน ลูกน้องของพ่อเลี้ยง ซุ่มยิงทิ้งจากดาดฟ้า!

ศักดารู้เรื่องทุกอย่างจากลูกน้อง โมโหลูกชายคนเดียวมากที่หาเรื่องไม่หยุดไม่หย่อน แต่กระนั้น...ก็ออกโรงปกป้องเต็มที่ ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายและหยามเกียรติถึงถิ่นแน่

อดิศรถึงกับชะงักและโวยวายใหญ่ เมื่อพ่อเข้ามาขวาง ไม่ยอมให้เขายิงราม

“พวกมันบุกรุกเข้ามาพร้อมอาวุธ ผมฆ่ามันได้โดยไม่มีความผิด”

“ที่นี่บ้านฉัน ฉันเป็นคนตัดสินใจ แกไม่มีสิทธิ์ยิงใครที่นี่...ฉันรู้นะว่าแกไปทำอะไรไว้!”

ศักดาขยับไปพูดใกล้ๆ อดิศรเลยพูดไม่ออก ต้องปล่อยให้พ่อจัดการเคลียร์ทุกอย่าง

“ขอโทษด้วยที่นายศรใจร้อน แต่พวกคุณทำผิด บุกมาโดยพลการ แถมมีอาวุธ ผมฟ้องข้อหาบุกรุกได้สบายๆ”

เชษฐ์ไม่ยอม โต้ว่าอดิศรเริ่มก่อน ด้วยการส่งคนไปสอดแนมสีหนาทถึงออฟฟิศ ศักดาหน้าเจื่อน รู้ทุกอย่างแต่ยังแก้ตัวปกป้องลูกชายคนเดียว อดิศรอยากช่วยพ่อ เลยโต้ออกไปบ้าง

“ไหนล่ะหลักฐาน...พูดมั่วๆ นอกจากบุกรุกยังจะเจอข้อหาหมิ่นประมาท”

ศักดาถอนใจยาว ส่งสายตาปรามลูกชาย “ฉันเคลียร์เอง...พวกคุณคงเห็นแล้วนะว่าเป็นการเข้าใจผิด แต่เห็นว่าเป็นคนวงการเดียวกัน ผมจะอะลุ้มอล่วยให้ ถ้าทางคุณยอมขอโทษ รับผิดชอบค่าเสียหาย และออกไปแต่โดยดี”

อดิศรจะไม่ยอม เช่นเดียวกับพวกราม อยากค้นบ้านศักดาให้แน่ว่าไม่ได้ซ่อนสีหนาทกับหนูนาไว้ แต่ขนิษฐาไม่อยากให้มีเรื่องถึงโรงพัก เลยตัดสินใจสั่งให้รามกับพวกคนงานทั้งหมดขอโทษพ่อเลี้ยงใหญ่กับลูกชาย

ooooooo

แม้จะฝืนใจแค่ไหน แต่เมื่อเป็นคำสั่งจากญาติสาวคนเดียวของสีหนาท รามกับเหล่าคนงานก็ต้องยอมขอโทษพ่อเลี้ยงกับลูกชายอย่างไม่มีเงื่อนไข เชษฐ์อึดอัดใจมาก อยากพูดอะไรบางอย่างกับเจ้านายสาว แต่รามก็ห้ามไว้ แล้วสั่งให้แยกไปคุมตัวคนงานขึ้นรถ ส่วนตัวเขาจะคุยกับขนิษฐา

“ผม...ขอโทษด้วยนะครับคุณน้อง ที่ทำให้คุณน้องต้องเดือดร้อน...ผมเสียใจ”

ขนิษฐาได้ยินคำว่าขอโทษก็ของขึ้น ตอกกลับเสียงเข้ม “ไม่เท่าน้องหรอกค่ะ...ที่น้ารามเสียใจ น้ารามก็แค่เสียใจว่าทำให้น้องเดือดร้อน แต่น้องเสียใจที่น้ารามกล้าเอาตัวเองไปตายอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง น้องรู้ว่าน้ารามห่วงพี่สิงห์ แต่น้ารามคิดว่าตัวเองไม่มีคนห่วงเลยใช่ไหม ถึงคิดจะทำอะไรก็ทำแบบนี้”

“คุณน้อง...ชีวิตของผมมันไม่มีค่าอะไร ถ้าหากว่าไม่มีคุณสิงห์ช่วยรับผมไว้”

“น้ารามนึกถึงแต่พี่สิงห์ แล้วน้อง...ช่างเถอะค่ะ พูดไปน้ารามก็ไม่มีวันเข้าใจ!”

รามถึงกับชะงัก คาใจท่าทางแปลกๆของเธอ แต่ไม่อยากเซ้าซี้เวลานี้

“คุณน้องครับ ต่อไปผมจะระวัง...จะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก”

“น้ารามรับปากแล้วนะคะ ถ้าครั้งนี้น้ารามผิดคำพูด น้องไม่ยกโทษให้จริงๆด้วย!”

ขณะที่รามเคลียร์ข้อขุ่นใจกับขนิษฐา ระหว่างทางกลับไร่...อดิศรก็ถูกศักดาต่อว่าอย่างหนัก ที่ทำอะไรโดยพลการ ไม่คิดหน้าคิดหลัง จนเกือบก่อเรื่องถึงโรงพัก แต่ลูกชายคนเดียวก็ไม่สำนึก

“เราเอาเรื่องมันได้แท้ๆ พ่อกลัวมันงั้นหรือ จะกลัวมันทำไม”

“หึ...ฉันน่ะเหรอกลัว แต่มันไม่มีค่าให้แลกต่างหาก แกฆ่ามันได้แล้วยังไง โครงการเป็นพันๆล้านของเรา ต้องการกรรมการบริหารมือสะอาด อยากให้โครงการเราล่มเพราะกระสุนนัดเดียวอย่างนั้นหรือ”

“ผมก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรมันสักหน่อย ถ้ามันไม่มาหาเรื่องเราก่อน”

“เลิกโกหกฉันสักที ไอ้สิงห์มันอยู่ที่ไหน มันอยู่ไหน ไม่ได้ยินที่ฉันถามเหรอ”

น้ำเสียงและท่าทางเกรี้ยวกราดของพ่อ ทำให้อดิศรเริ่มหงอ แก้ตัวแบบอึกๆอักๆว่ากำลังให้คนตามเก็บสีหนาทกับผู้ช่วยสาว ศักดาอยากจะเป็นบ้า กลัวลูกน้องของลูกชายจะพลาด แต่ตัวต้นเรื่องก็ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเรียบร้อย

“ให้มันจริงเถอะ ถ้าไม่เรียบร้อย แล้วโครงการเราต้องล่มเพราะแก ฉันจะให้แกยิงตัวเองซะ ก่อนจะไปฆ่ามัน!”

อดิศรหน้าจ๋อย ไม่เคยเห็นพ่ออารมณ์เสียขนาดนี้ ศักดาก็พอรู้ตัวว่าพูดแรง แต่ก็ไม่ขอโทษ เสถามถึงรัศมีกับลูกน้อง แต่ก็ไม่มีใครตอบได้ว่าไฮโซสาวคู่ควงคนล่าสุดของเขาหายตัวไปไหน

ส่วนรัศมี...ปัดเรื่องวุ่นวายหน้าบ้านศักดาทิ้งสนิท เมื่อคนขับรถพามาถึงไร่บัวขาว พวกพวงเป็นตัวแทนไปต้อนรับ และพาไปเรือนใหญ่ เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวสวยจัดท่าทางรวยมากมาตามหาคนชื่อนารา!

ooooooo

สีหนาทกับหนูนาไม่รู้เรื่องวุ่นวายนอกป่าเลย มัวประคองกันหนีตายอย่างทุลักทุเล เพราะข้อเท้าของเขาเริ่มบวมหนักและออกอาการปวดมากกว่าเดิม สีหนาทอยากหนีให้ไกลที่สุด แต่สภาพร่างกายก็ไม่ไหว หนูนาเลยตัดสินใจเด็ดขาด ขอให้เขาพักกลางทางแล้วค่อยเดินทางต่อไปหมู่บ้านหลังจากนั้น

สองเจ้านายลูกน้องตัดสินใจพักที่ริมลำธาร สีหน้าของทั้งคู่ดีขึ้นมาก เมื่อได้สัมผัสความเย็นสดชื่นของน้ำใสๆ สีหนาทบอกว่าอีกไม่นานก็คงถึงหมู่บ้าน หนูนาโล่งใจ แต่ก็อดห่วงเจ้านายหนุ่มไม่ได้ ยิ่งเห็นเขาพยายามเดินกระย่องกระแย่งไปที่ริมลำธาร ยิ่งเป็นกังวล กลัวเขาจะกลิ้งตกน้ำแล้วเธอจะช่วยไม่ไหว

สีหนาทไม่ยอม ขืนตัวไว้ อยากล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นบ้าง หนูนาหมั่นไส้เลยคิดแกล้ง ด้วยการแอบเอาผ้าเช็ดหน้ามาชุบน้ำเย็นจัดไปแตะบนแก้มเขา ราชสีห์หนุ่มถึงกับอึ้ง เกือบโกรธที่เธอทำให้ตกใจ แต่รอยยิ้มสดใสเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ ก็กระชากหัวใจเขาอย่างแรง

หนูนาไม่รู้ถึงความในใจของอีกฝ่าย แต่ก็เขินไม่น้อยที่ต้องเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา

“อยู่นิ่งๆ...ฉันยังไม่เคยเช็ดหน้าให้ใครมาก่อนเลยนะ”

สีหนาทต้องพยายามระงับใจเต้นรัวอย่างเต็มที่ ปล่อยให้ผู้ช่วยสาวตัวเล็กบรรจงเช็ดหน้า ลากยาวถึงริมฝีปาก ก่อนจะข่มใจไม่ไหว คว้ามือเธอ พร้อมกับยื่นหน้าไปใกล้ หนูนาเห็นสายตาวิบวับก็ใจเต้นแรง ก่อนจะได้อุ่นซาบไปทั้งหัวใจ เมื่อเขากระซิบเสียงเบาแต่นุ่มนวลว่าขอบคุณ

ด้านรัศมี...เผ่นแน่บจากไร่บัวขาวแทบไม่ทัน เพราะดันไปโวยวายเอาเรื่องเหล่าคนงาน ที่นอกจากจะไม่พาตัวนารามาให้แล้ว เพราะไม่มีใครรู้จัก ยังร่วมกันกวนประสาทเธออีกต่างหาก รามกับขนิษฐาขับรถกลับจากบ้านศักดา สวนทางกับรถของรัศมีพอดี แต่ทั้งหมดก็ไม่เห็นหน้ากัน เพราะต่างก็กำลังกังวลใจกับเรื่องของตัวเอง

รัศมีกลุ้มใจมากเรื่องลูกสาว ส่วนรามกับขนิษฐา กระวนกระวายด้วยความเป็นห่วงสีหนาทกับหนูนา จนเมื่อกรกชโทร.มาแจ้งข่าวดีในเวลาต่อมา ว่าพบรถยนต์ของสีหนาทแล้ว สองหนุ่มสาวถึงได้รีบรุดไปที่เกิดเหตุ

สภาพรถโดนยิงจนพรุน ทำให้รามกับทุกคนปักใจว่าคงไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการลอบฆ่า โดยฝีมือคนบงการที่รู้กันดีว่าใคร แต่กระนั้น...ก็คงไม่มีหลักฐานเอาผิดอดิศรได้ หากยังหาตัวสีหนาทกับหนูนาไม่พบ

กรกชในชุดเดินป่ามาสมทบพร้อมจุฑารัตน์ และเบาะแสจากลูกน้อง ว่าสีหนาทกับหนูนาน่าจะหนีตายในป่า เพราะพบจุดพักแรมสองจุดในละแวกเดียวกัน รามเคยเดิน ป่าแถวนี้กับสีหนาท เลยเดาว่าเจ้านายหนุ่มน่าจะมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้าน กรกชรีบหยิบแผนที่มาดู แล้วก็เห็นด้วยกับราม

“ถ้าคุณสิงห์ออกเดินป่าแต่เช้า มาถึงตอนนี้ก็น่าจะใกล้หมู่บ้านแล้ว ต้องคิดเผื่อถ้ามีอุปสรรคหรือบาดเจ็บ เราจะกระจายกำลังตามนี้ ผมจะค้นจุดนี้ ระยะทางประมาณหนึ่งในสามก่อนถึงหมู่บ้าน น่าจะมีโอกาสเจอคุณสิงห์มากสุด”

รามอาสาไปกับกรกช เพราะคุ้นเคยกับเส้นทางดี จุฑารัตน์เป็นห่วงเพื่อนสาว จะขอไปด้วย แต่สารวัตรหนุ่มก็ห้ามไว้ ไม่อยากให้วุ่นวายหรือต้องห่วงหน้าพะวงหลัง นักข่าวสาวเลยต้องรออยู่กับขนิษฐา

รามกับเชษฐ์รีบไปเตรียมตัว ขนิษฐาอดห่วงไม่ได้ ผละไปที่รถตัวเองและนำพระของพ่อมามอบให้หัวหน้าคนงานหนุ่มไว้ป้องกันตัว รามเกรงใจไม่อยากรับ แต่เธอก็คะยั้นคะยอ

“พอออกมา ค่อยเอามาคืนก็ได้ค่ะ แต่ต้องปลอดภัยกลับมานะคะ...น้ารามรับปากน้องแล้ว”

ooooooo

แผนของพวกรามกับตำรวจ คือรุดไปทางหมู่บ้าน ไปดักเจอกับพวกสีหนาท โดยไม่รู้เลยว่ากลุ่มลูกน้องของอดิศรก็เลือกใช้แผนไม่ต่างกัน และเป็นฝ่ายเจอกับสีหนาทและผู้ช่วยสาวได้ก่อน!

สีหนาทรู้ตัวว่าคงเดินทางต่อด้วยความยากลำบาก ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าเริ่มออกอาการมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบขยับขาไม่ไหว เขาไม่อยากเป็นตัวถ่วง เลยตัดสินใจจะให้หนูนามุ่งหน้าไปหมู่บ้านตามลำพัง หนูนาไม่ยอม ดื้อจะอยู่ช่วยเขาเหมือนที่ผ่านมา สีหนาทเลยต้องใช้ไม้แข็ง สั่งเสียงเข้ม

“ไปซะหนูนา มันอันตรายที่มาเสี่ยงกันทั้งคู่ รีบไป...เธอต้องไปถึงหมู่บ้านก่อนเย็นแน่ ฉันหาที่ซ่อนพวกมันได้”

หนูนาโกรธมาก ประกาศกร้าว “ไม่...ก็คุณบอกว่าเราต้องรอดไปด้วยกัน”

“หนูนา...ทำไมถึงดื้อแบบนี้ มันอันตราย เธอไม่กลัวเหรอ”

“กลัว...กลัวมากๆ แต่ฉันหนีไปไม่ได้ จะเป็นอะไรก็เป็นด้วยกัน ตายก็ตายด้วยกัน!”

ท่าทางเด็ดเดี่ยวของผู้ช่วยสาวทำให้สีหนาทอดทึ่งไม่ได้ “เธอไม่กลัวตายเลยเหรอหนูนา”

“กลัวค่ะ...แต่ฉันทิ้งคุณไม่ได้”

“เธอนี่มัน...บ้าจริงๆ”

“ฉันจะถือเป็นคำชมนะคะ เราต้องไปด้วยกัน ต้องไปถึงหมู่บ้านด้วยกัน...นายสิงห์พูดคำไหนต้องคำนั้นสิ”

สีหนาทถึงกับอึ้งอีกรอบ พูดไม่ออก ยอมใจผู้ช่วยสาวตัวเล็ก ที่เขาคงมองเธอแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป

หนูนาได้ทำตามที่พูดจริงๆ เมื่อสีหนาทบอกว่าได้ยินเสียงกลุ่มคนไม่ใกล้ไม่ไกล ด้วยการไม่หนีเอาตัวรอดคนเดียว แต่ช่วยพยุงร่างยักษ์ของเจ้านายหนุ่มไปหลบด้วยกันในมุมลับตา สีหนาทไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆจะใจเด็ดเพียงนี้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะมันทำให้เขาค้นพบหัวใจตัวเอง

และหัวใจของเขาก็แนบร่างสั่นเทาบนกายแกร่ง ท่ามกลางป่ารกชัฏที่ยากจะมองเห็นท่าไม่คุ้นเคยเส้นทางดี แต่กระนั้น...เหล่าลูกน้องของอดิศรก็แกะรอยมาใกล้ จนหนูนาทนอยู่เฉยไม่ไหว ตัดสินใจคว้ากิ่งไม้ใกล้มือไปฟาดคนร้ายจากด้านหลัง แต่ก็ถูกซัดกลับจนเกือบหมดท่า โชคดีที่สีหนาทมาช่วยทัน เธอเลยรอดตัวอย่างหวุดหวิด

แต่ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น หนูนาก็ต้องหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง เมื่อถูกหนึ่งในกลุ่มคนร้ายจับเป็นตัวประกัน ขู่ให้สีหนาทยอมจำนน แต่ราชสีห์หนุ่ม ซึ่งโมโหจนลืมความเจ็บที่ข้อเท้าก็ฟาดฟันกับคนร้ายจนหมอบ หนูนาวิ่งไปหา จังหวะเดียวกับที่เขาทรุดตัวกับพื้นเพราะแผลที่ข้อเท้าอักเสบและระบมถึงขีดสุด!

ชั่วขณะหน้าสิ่วหน้าขวานนี่เอง คนร้ายอีกกลุ่มก็โผล่มา หนูนาเครียดหนัก คิดหัวแทบแตกว่าพาตัวเองกับเจ้านายหนุ่มรอดจากป่านี้เช่นไร โชคดีที่พวกตำรวจมาช่วยทันเวลา สองเจ้านายผู้ช่วยถึงรอดตัวไปได้

จุฑารัตน์ได้ข่าวเพื่อนรักปลอดภัยก็ถอนใจโล่งอก ใจหายใจคว่ำไม่น้อย และเกือบโทร.ไปแจ้งข่าวร้ายกับวรรณแล้ว ถ้าพวกตำรวจจะไม่ส่งข่าวมาเสียก่อน ว่าจับตัวคนร้ายได้ พร้อมกับช่วยสีหนาทกับหนูนาได้ทัน

สีหนาทถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หนูนาตามติดด้วยความเป็นห่วง ซึ่งราชสีห์หนุ่มก็ไม่ว่าอะไร แถมชอบใจอีกต่างหาก ที่ได้รู้ว่าคนตัวเล็กเป็นห่วงและอยากดูแลเขาอย่างใกล้ชิด

ooooooo

ถึงจะกลุ้มกับพฤติกรรมแบบไม่คิดหน้าคิดหลังของลูกชายคนเดียวแค่ไหน ศักดาก็ไม่ลืมแผนใหญ่ของตัวเอง จะล่อหลอกให้รัศมีเซ็นเอกสารสำคัญ สำหรับเงินลงทุนทำบ่อน และวันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี จึงได้เริ่มแผนร้าย ด้วยการแกล้งมอบหนังสือมอบกรรมสิทธิ์หุ้นของโรงแรมในโครงการให้

รัศมีอึ้งไปอึดใจ คาดไม่ถึง “แต่โครงการนี้ยังไม่ผ่านไม่ใช่หรือคะ”

ศักดาลอบยิ้มร้าย ก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็น “เรื่องกู้...มันไม่จำเป็นแล้วล่ะ ตอนนี้ผมเริ่มระดมเงินทุนจากหุ้นส่วนได้บ้างแล้ว สถานการณ์มันเปลี่ยนไป หาหุ้นส่วนอีกแค่ไม่กี่คนก็จะเริ่มโครงการได้”

“ฉันนึกแล้วว่าคุณต้องทำได้ พ่อเลี้ยง...คุณเก่งจริงๆ”

ศักดายิ้มตาพราว หยอดคำหวานอย่างที่รู้ว่าเธอจะเคลิ้ม “ก็ตั้งแต่ผมมีคุณไงล่ะ คุณเป็นพลังให้ผมฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เพราะคุณนะคุณรัศ สิ่งดีๆก็เลยเกิดขึ้นแบบนี้ ผมเลยอยากให้อะไรตอบแทนบ้าง โดยมอบหุ้นของโรงแรมให้...ให้เกียรติเป็นหุ้นส่วนของผมนะครับ ทั้งหุ้นส่วนโรงแรมและหุ้นส่วนชีวิตผม”

รัศมียอมหมดใจ หยิบปากกามาเซ็นชื่ออย่างไม่ลังเล ศักดามองตามด้วยรอยยิ้มลำพองใจ แต่เพียงแวบเดียวก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าปกติ ก่อนจะอ้าแขนรับไฮโซสาวที่โถมมาหาสุดตัว

“ครั้งนี้ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆ คิดถูกจริงๆที่ฉันมาที่นี่ ที่ฉันเลือกคุณ...ขอบคุณนะคะพ่อเลี้ยง”

ด้านราม...หลังแยกจากพวกกรกชเพื่อตามหาเจ้านายหนุ่มกับผู้ช่วยสาว ก็ต้องปะทะกับกลุ่มคนร้ายและถูกยิงถากๆ จนเมื่อได้ข่าวจากพวกตำรวจ ว่าช่วยสีหนาทกับหนูนาออกจากป่าแล้ว หัวหน้าคนงานหนุ่มถึงยอมไปทำแผลและให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล กว่าหนูนาจะรู้เรื่องพ่อจากจุฑารัตน์ และรีบผละจากสีหนาทไปเยี่ยม รามก็หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาแล้ว ไม่รู้เลยว่าลูกสาวคนเดียวกำลังร้องไห้แทบขาดใจ...เป็นห่วงและใจหาย กลัวไม่ได้เจอเขาอีก

ระหว่างที่หนูนาถ่ายทอดพลังใจให้ราม...สีหนาท กำลังคลั่ง ระบายกับญาติสาวคนเดียวอย่างเหลืออด ถึงเรื่องถูกลอบฆ่าในป่า ขนิษฐาเข้าใจความรู้สึกเขาดี และรู้ดีด้วยว่าเป็นฝีมือของใคร!

และไม่ต้องรอให้เชิญ ผู้ต้องสงสัยรายเดียวของสองพี่น้องก็แวะมาเยี่ยมสีหนาทในบ่ายวันเดียวกัน พร้อมกระเช้าดอกไม้ใหญ่ ราวจะประชดแดกดันว่ายินดีแค่ไหนที่อีกฝ่ายรอดมาได้ สีหนาทพยายามข่มอารมณ์โกรธ ไม่ให้ลุกไปเอาเรื่องให้หายแค้น ขนิษฐาเลยต้องรับหน้าแทนตามมารยาท

“ขอบคุณนะคะ ความจริงไม่ต้องก็ได้ พี่สิงห์ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“งั้นหรือ...แต่ที่ผมได้ยินมา ถึงกับต้องหามกันออกมาจากป่า ถ้านานกว่านี้อาจจะถึงขั้นพิการขาเป๋”

สีหนาทอดไม่ได้ สวนกลับ “หูคงไม่ดี เลยได้ยินมาผิด ฉันไม่ยอมเจ็บหรือตายง่ายๆ ถ้าคนร้ายยังไม่โดนจับ”

“ได้ยินว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วไม่ใช่หรือไง”

“แค่พวกรับจ้างมาอีกที ฉันมั่นใจว่าคนร้ายตัวจริงยังลอยนวล และอาจจะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวๆนี้”

สายตารู้ทันของสีหนาท ไม่ได้ทำให้อดิศรครั่นคร้าม แถมตอกกลับ ให้อีกฝ่ายทำตัวดีๆ จะได้ไม่มีใครตามฆ่า ขนิษฐากลัวญาติหนุ่มจะอาละวาด เลยจะแยกตัวอดิศร ไปเยี่ยมราม แต่นอกจากเขาจะไม่ไปแล้ว ยังพูดเยาะอีกต่างหากที่หัวหน้าคนงานหนุ่มยังไม่ตาย และนั่นก็ทำให้สีหนาทหมดความอดทน

“อย่าลำเลิกน้ารามอีกแม้แต่คำเดียว พวกที่ถนัดแต่เห่าลับหลัง เทียบไม่ได้กับคนที่กล้าตายแทนคนอื่น เอาเวลาไปคิดคำพูด เตรียมตอบคำถามตำรวจให้ดีเถอะ!”

ooooooo






  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เผยภาพคู่ "แอฟ-ต่อ" ฟิตติ้ง "ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ"

เผยภาพคู่ "แอฟ-ต่อ" ฟิตติ้ง "ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ"
21 พ.ย. 2562
19:18 น.