กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1


เพราะพยายามหาทางออกจากห้องเก็บอุปกรณ์ราวกับคนบ้า หนูนาเลยเกือบหน้าคะมำ โชคดีที่สีหนาทซึ่งยืนมองอยู่แล้วอย่างใจเย็น ช่วยรับร่างบางๆ นั้นไว้ เธอเลยรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด

แต่คนช่วยกลับข้อมือซ้น หนูนาเลยอาสานวดตอบแทน เปิดโอกาสให้เขาได้พิจารณาใบหน้าใสๆกับท่าทางซื่อๆของเธออีกครั้ง ปลายสัมผัสจากนิ้วเล็กๆ ชวนให้ใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก และอยากยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด แต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่รู้เรื่องด้วย แถมสะบัดหน้าหนีงอนๆอีกต่างหาก เมื่อเขาแกล้งเย้า

“เธอ...ไม่ชอบผู้ชายที่ไม่แก่บ้างหรือ”

“นึกว่าฉันพูดกับคุณรู้เรื่องแล้ว”

หนูนาเบือนหน้าหนี ก่อนจะตะโกนขอความช่วยเหลือดังกว่าเดิม จนสีหนาทอดถอนใจเหนื่อยหน่ายไม่ได้ กำลังจะห้ามอยู่แล้ว เพราะไม่เห็นประโยชน์ แต่ก็ได้อ้าปากค้าง เมื่อได้ยินเสียงเชษฐ์ร้องเรียกจากหน้าประตู

ความจริงเลยแตกหลังจากนั้นว่าแท้จริงแล้วสีหนาทรู้มาตลอดว่าเชษฐ์ต้องมาช่วย หนูนาเคืองแทบแย่ แต่ก็พูดอะไรไม่ออก จนเมื่อเขาลากตัวไปตามล่าหาตัวการที่จับเธอขังไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์ ถึงได้มีโอกาสพูดบ้าง

แต่กระนั้นคนงานสาวร่างเล็กก็ไม่คิดจะกล่าวหาใคร ทั้งที่รู้เต็มอกว่าใครคือผู้ต้องสงสัย แต่ก็ไม่มีหลักฐาน ต่างจากสีหนาท ที่พอจะรู้เรื่องราวมาบ้าง รวมทั้งจากการสังเกตอาการพิรุธของกระจิบกับเพ๊อะ เลยแกล้งขู่

“เดี๋ยวสารวัตรกชมาหาหลักฐาน พบรอยนิ้วมือใครตรงประตูนอกจากของฉัน เชษฐ์และหนูนา ค่อยว่ากันใหม่”

ได้ผลเกินคาด กระจิบกับเพ๊อะร้อนตัว หลุดปากสารภาพในที่สุด หนูนาไม่อยากเชื่อว่าสีหนาทจะทำได้ จนเมื่อสองคนงานสาวมาขอโทษ ถึงได้รู้สึกตัวและเอ่ยปากให้อภัยทุกอย่าง

สีหนาทแปลกใจไม่น้อยที่หนูนาไม่เอาเรื่อง แต่ก็ไม่ว่าอะไร จัดการคาดโทษกระจิบกับเพ๊อะแทน แล้วดึงตัวคนงานสาวร่างเล็กไปคุยเป็นการส่วนตัวหลังจากนั้น

“ถ้าเธอไม่อยากให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก ตัวเธอก็ต้องไม่สร้างปัญหาด้วย”

หนูนาเลิกคิ้ว ย้อนถามงงๆ “ฉันเนี่ยนะ สร้างปัญหา”

“ที่มันเป็นแบบนี้ เพราะเธอสนิทสนมกับน้ารามเกินไป” หนูนาจะเถียง สีหนาทเลยดักคอ “หรือมันไม่จริง”

“ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่เห็นว่าที่ฉันทำมันผิดตรงไหน ฉันแค่ไปช่วยน้ารามอย่างบริสุทธิ์ใจ”

“แต่คนอื่นเขาไม่มองอย่างนั้น”

“ถ้าคนที่มีความคิดไม่ดีในหัว เขาจะไม่เข้าใจ ฉันก็ช่วยไม่ได้”

“อ๋อ...งั้นที่ฉันช่วยเธอ มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเธอไม่ได้คิดจะช่วยตัวเองเลย”

หนูนาหน้าเสีย เริ่มรู้ตัวว่าพูดเอาแต่ใจเกินไป แต่ครั้นจะขอโทษ สีหนาทก็ไม่สนใจจะฟังแล้ว

“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีก แล้วฉันช่วยเธอไม่ได้ ก็ดูแลตัวเองแล้วกัน!”

ooooooo

แผนการเอาคืนพี่สะใภ้ปากบอนของรัศมี คือพาศักดาไปกราบและทำความรู้จักกับพ่อถึงคฤหาสน์วรรณพาณิช วรรณถึงกับพูดไม่ออก หน้าตึงอยู่พักใหญ่ กว่าจะตั้งหลักได้ แต่ก็ยังใจเย็น ไม่แสดงท่าทีเพื่อรักษาหน้าลูกสาว แต่รัศมีก็ทำให้เขาหมดความอดทน เมื่อเธอเอ่ยถึงวัตถุประสงค์แท้จริงว่าอยากขอร่วมหุ้นกับศักดา

“เมื่อก่อนคุณพ่ออยากให้รัศทำธุรกิจ แต่รัศไม่อยาก ตอนนี้รัศสนใจอยากลองดูแล้วนะคะคุณพ่อ”

วรรณมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างไม่ไว้หน้าลูกสาว “ใช่...ฉันเคยอยากให้แกทำธุรกิจ แต่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน โลกธุรกิจมันเต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด พ่อเลี้ยงผู้มากประสบการณ์น่าจะรู้ดี”

ศักดาสะดุ้งที่ถูกพูดกระทบ แต่ยังปั้นหน้านิ่ง ยิ้มสู้ จนเจ้าสัวใหญ่ต้องกระแทกหนักกว่าเดิม “ถ้าแกอยากทำธุรกิจจริงๆ แกต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าแกโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ แยกแยะดีชั่วได้ออก ฉันถึงจะวางใจให้แกไปลงทุน”

ศักดาเริ่มนั่งไม่ติด รู้ดีว่าถูกเจ้าสัวใหญ่ค่อนแคะ “ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าสัวไปได้ยินอะไรผิดๆเกี่ยวกับผมมาหรือเปล่า แต่ผมทำธุรกิจด้วยความจริงใจ ไม่เคยคดโกงใครนะครับ”

วรรณเหยียดยิ้มเย็น มองพ่อเลี้ยงใหญ่ด้วยสายตาเย้ยหยัน “ผมพูดหรือยังว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนขี้โกง ผมแค่เตือนยายรัศว่าให้เลือกคู่ค้าที่ไว้ใจได้เท่านั้นเอง”

ศักดาชะงัก สีหน้าเริ่มแดงด้วยความไม่พอใจ รัศมีเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามจะไกล่เกลี่ยและเกลี้ยกล่อมพ่ออีกครั้ง แต่วรรณก็ไม่ใจอ่อน แถมพูดตัดบทอีกต่างหาก

“เสียใจด้วยนะครับ ผมคงช่วยอะไรไม่ได้ เท่าที่ทราบเครดิตของพ่อเลี้ยงไม่ดีพอจะเสี่ยง ไม่ว่าธุรกิจไหนทั้งนั้น!”

พูดจบก็ยักไหล่ไม่ยี่หระ ศักดาถึงกับหน้าชา อับอายจนต้องขอตัวดื้อๆ รัศมีละล้าละลัง อยากตามไปง้อคนรักใจแทบขาด แต่อยากเคลียร์กับพ่อให้รู้เรื่องก่อนที่หักหน้าเธออย่างแรงแบบนี้

“คุณพ่อลำเอียง พ่อเลี้ยงเขาเคยช่วยหนู ทำไมไม่เห็นความดีของเขาบ้าง เพราะพี่เอกพี่โทเป่าหูคุณพ่อใช่ไหม”

“หึ...อย่างฉันน่ะไม่ต้องให้ใครมาเป่าหูหรอก เพราะฉันไม่ได้หูเบาเชื่อใครง่ายๆเหมือนบางคน แค่นี้แกก็ดูไม่ออกหรือไงว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันต้องการอะไรจากแก ตัวแกหรือว่าเงินของฉัน!”

รัศมีหน้าชา แต่ยังไม่สำนึก “อย่ามาทำเป็นห่วงรัศ รัศรู้ว่าคุณพ่อไม่อยากเห็นรัศได้ดี ใครเข้ามาก็กีดกันหมด”

“ถ้าแกรู้จักเอาเวลาไปห่วงลูกบ้าง แทนที่จะตามคลั่งผู้ชายพวกนั้น ฉันคงไม่ต้องปากเปียกปากแฉะแบบนี้”

คำว่าลูกทำให้รัศมีของขึ้น สวนกลับเสียงดัง “คำก็ยายนา สองคำก็ยายนา คุณพ่อห่วงแต่มัน ขนาดมันหายตัวไปก็ยังเข้าข้าง ระวังเถอะ มันจะพาหลานเขยไพร่กลับมาเหมือนแม่มัน!”

วรรณถึงกับอึ้ง ไม่อยากเชื่อหู “รัศมี...นั่นลูกแกแท้ๆนะ”

รัศมีเชิดหน้าไม่แคร์ “ก็เชื้อไม่ทิ้งแถวไงล่ะคะ คุณพ่อคิดว่าเลี้ยงยายนามาได้ดีกว่าหนู แต่สุดท้ายมันก็หนีคุณพ่อไปเหมือนที่หนูทำ หนูจะคอยดูว่าผลลัพธ์มันจะต่างกันแค่ไหนเชียว”

แหวจบก็ผลุนผลันออกไป คว้ามือถือมากดหาศักดา แต่เขาก็ไม่ยอมรับและปิดเครื่องดื้อๆ จนเธอทั้งเจ็บและจุก...คอยดูนะ ถ้าเธอถูกทิ้งอีกครั้ง พ่อจะต้องรับผิดชอบทุกอย่าง!

ooooooo

แม้ว่าเรื่องติดแหง็กกับสีหนาทในห้องเก็บอุปกรณ์จะหาตัวการได้แล้ว แต่ข่าวลือที่ตามมาหลังจากเหตุการณ์นั้น ก็ทำให้หนูนาถึงกับนั่งไม่ติด เพราะต้องเป็นขี้ปากคนงานทั้งไร่ ว่าหัวสูงอยากจับสีหนาท

แป้นกลัวเพื่อนสาวร่างเล็กจะคิดมาก พยายามจะปลอบ แต่ก็ช้ากว่าพวกพวง ถลามาเยาะเย้ยถากถางเต็มที่

“ใครมันจะพูดไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าทำหรือเปล่า อะไรจะบังเอิญไปติดในห้องสองต่อสองกับนายได้ พวกเราอยู่กันมาตั้งนาน ไม่เห็นมีใครบังเอิญเลย จริงไหม”

หนูนาชักกรุ่น สวนเสียงเข้ม “เพราะมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญน่ะสิ มีคนขังฉันเอาไว้”

“ตัวเองก็เลือกเวลาโดนขังได้ดีนะ เพลินไปเลยล่ะสิ”

เพ๊อะมองมาเครียดๆ ยังเข็ดจากเรื่องเมื่อวาน ต่างจากพวงกับกระจิบ ยังไม่สำนึก

“รับผิดมันก็ต้องรับกันทุกตัวสิวะ นังนี่อ่อยทั้งนาย ทั้งน้าราม ไม่เห็นมีใครว่า”

“ฉันไม่ได้อ่อยใครทั้งนั้น พูดกันไปเอง คิดมโนกันไปเอง”

“ไม่ได้อ่อย แต่ทำไมพอนายออกจากห้อง ถึงเข้าข้างแกนักล่ะ ตอนอยู่ด้วยกัน แกเอาใจนายท่าไหน”

หนูนากำหมัดแน่น ข่มอารมณ์เต็มที่ ต่างจากแป้น เดือดร้อนแทนเพื่อนรัก ตั้งท่าจะเอาเรื่องแทน แต่ไม่ทันขยับ ก้อนก็โผล่มาขวางเสียก่อน เอ็ดลั่นให้พวงหยุดก่อเรื่อง...ถ้าไม่อยากถูกตัดเงินค่าเครื่องสำอาง!

แต่ถึงจะไม่มีเรื่องกับพวกพวง แต่เสียงซุบซิบกับสายตารอบข้างก็ทำให้หนูนาว่อกแว่ก เสียสมาธิจนทำงานได้ช้ากว่าเดิม ก้อนเหนื่อยใจมาก แต่ไม่อยากดุด่าให้เหนื่อย เลยตัดสินใจย้ายคนงานสาวร่างเล็กไปทำงานมัดเหง้าลงบ่อแทน ซึ่งหนูนาก็ทำได้ดีและเร็วกว่าที่คิด แต่ก็ไม่วายก่อเรื่องจนได้ เมื่อเธอดันมัดเหง้าผิดด้าน ต้องรื้อมัดใหม่ทั้งบ่อ!

ระหว่างที่เหล่าคนงานช่วยกันรื้อบ่อ...รามไม่ได้อยู่ไร่ แต่ลงเรือไปรับขนิษฐาจากโรงแรมตามคำสั่ง

สีหนาท เพราะห่วงความปลอดภัยของน้องสาว กลัวเจออดิศรตามวอแวอีก ขนิษฐาเกรงใจมาก แต่ก็แอบชอบใจไม่น้อย จะได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังกับหัวหน้าคนงานหนุ่ม ที่แอบรักมานาน แต่เขาก็ทำท่าเย็นชาและห่างเหินเหลือเกิน

“ถ้าพี่สิงห์ไม่สั่ง น้ารามคงไม่ต้องลำบาก น้องคง ต้องเรียนรู้การป้องกันตัวไว้บ้าง จะได้ไม่เป็นภาระน้าราม”

“ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะครับ แต่เรื่องป้องกันตัวเองเนี่ย ผมเห็นด้วย ถ้าคุณน้องจะฝึกไว้ ผมก็ว่าดี”

ขนิษฐาพยักหน้ารับรู้ สุขใจได้อยู่ใกล้เขา แต่ก็เหนื่อยใจเหลือเกินที่เขาไม่เคยสะกิดใจถึงความรู้สึกเธอเลย

กว่าการรื้อบ่อจะเสร็จสิ้น เหล่าคนงานก็เริ่มหมดแรง หนูนาหน้าเหลือสองนิ้ว ไม่กล้ามองหน้าใคร แล้วก็ได้ ถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อเชษฐ์มาตามให้ไปพบสีหนาท เพื่อชี้แจงเรื่องวุ่นวายทั้งหมด

สีหน้านิ่งๆของสีหนาท ทำให้หนูนาหายใจไม่ทั่วท้อง แล้วก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เมื่อเขาโพล่งขึ้น

“แค่มัดเหง้าสัก วางลงบ่อทราย แล้วกลบฝัง มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยนะ ตัวอย่างก็มี เพราะอะไรถึงทำไม่ได้ฮะหนูนา นี่น้าก้อนเขาอุตส่าห์หางานง่ายๆให้ทำแล้ว ยังประมาท เลินเล่อ ไม่เห็นค่าโอกาสที่คนอื่นให้เธอบ้างหรือไง”

หนูนาไม่ตอบ แต่น้ำหูน้ำตาร่วง สารภาพว่าไม่มี สมาธิเอง และทุกอย่างเป็นความผิดของเธอ สีหนาทเห็นน้ำตาก็ใจอ่อนยวบ พยายามตะล่อมถามเหตุผล จนได้รู้ว่าหนูนามีท่าทีแปลกๆ เพราะข่าวลือเกี่ยวกับเขา!

ooooooo

แม้ข่าวลือเรื่องเธออยากจับเขาจะไม่ทำให้สีหนาทเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมากนัก แต่กระนั้น...ท่าทางร้อนรนของหนูนา ก็ทำให้เขาต้องจัดการแก้ข่าวอย่างจริงจังต่อหน้าคนงานทั้งไร่

“ฉันเอาเกียรติเป็นประกัน ว่าข่าวลือเรื่องฉันกับหนูนา ไม่เป็นความจริง ฉะนั้น...ห้ามทุกคนลือเสียๆ หายๆอีก”

เหล่าคนงานส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา มีเพียงพวง ยังตั้งท่าหาเรื่องหนูนาไม่หยุด

“ถ้าคุณสิงห์น่ะ ฉันเชื่อ ว่าไม่ทำอะไรเสียหายแน่ แต่นังหนูนาเนี่ย...ฉันไม่เชื่อ!”

กระจิบกับเพ๊อะเป็นลิ่วล้อเต็มที่ สีหนาทเลยตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดในห้องเก็บอุปกรณ์โดยละเอียด ตั้งแต่เรื่องหนูนาเกือบหน้าคะมำ จนเขาต้องช่วยรับไว้ และเธอต้องนวดมือให้เขาเป็นการตอบแทน

เหล่าคนงานตาโต ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้านายหนุ่มกับคนงานสาวร่างเล็กจะใกล้ชิดกันขนาดนั้น หนูนา อับอายมาก พยายามจะอธิบายสถานการณ์ แต่ก็ไม่มีใครสนใจ เธอเลยต้องหันไปเล่นงานตัวต้นเรื่องแทน

สีหนาทโดนลากมาเคลียร์ที่อีกมุมหนึ่ง แต่กลับไม่มีท่าทีหนักใจเลยสักนิด

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากแก้ปัญหานะ แต่เรื่องแบบนี้ ยิ่งพูด เขาก็หาว่าเรายิ่งแก้ตัว”

“แล้วจะปล่อยให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันกับคุณ...น่ะหรือคะ”

“ในเมื่อเราไม่ได้ทำ ก็ไม่เห็นจะต้องไปเดือดร้อน หรือเธอแอบคิดอะไรกับฉันอย่างที่เขาพูดๆกัน”

สีหนาทยิ้มชอบใจ ต่างจากหนูนาที่ฉุนกึก โวยลั่น

“คุณสิงห์...ฉันไม่ตลกด้วยนะคะ!”

วีรกรรมของหนูนากลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนงานทั้งไร่ ถึงขั้นพนันขันต่อ ว่าคนงานสาวจะถูกไล่ออกหรือไม่ แม้แต่ราม ขนิษฐา แป้นและเชษฐ์ ก็อดกังวลแทนไม่ได้ แต่สุดท้ายทุกคนก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อสีหนาทตัดสินใจไม่ไล่หนูนาออก แต่ส่งให้ไปทำงานในโรงครัวสำหรับคนงานแทน

ขณะที่หนูนาได้เปลี่ยนหน้าที่ใหม่ รัศมีก็กำลังคลุกเคล้ากับศักดาบนเตียงอย่างเร้าร้อน หลังปรับความเข้าใจกันได้ เรื่องเขาถูกวรรณหักหน้ากลางโต๊ะอาหารเมื่อวันก่อน

“ผมยอมรับว่าสิ่งที่พ่อคุณพูดทำให้ผมรู้สึกแย่ ถ้ารับสาย ผมอาจพูดอะไรไม่ดี ผมไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ”

“โถ...คนดีของรัศ พ่อเลี้ยงอย่าใส่ใจคำพูดของคุณพ่อเลยนะคะ”

“ไม่ใส่ใจไม่ได้หรอกครับ ท่านเป็นพ่อของผู้หญิงที่ผมรัก จะไม่ให้ผมแคร์ได้ยังไง”

“ขอโทษนะคะที่รัศช่วยคุณไม่ได้ ถ้าเกิดไม่มีโครงการนั่น คุณจะเป็นอะไรหรือเปล่า”

“เรื่องนั้นไม่สำคัญสำหรับผมเท่ากับคุณ แค่มีคุณข้างๆ ผมก็พอใจ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีก”

คำรักหวานเลี่ยนและสายตาเล้าโลมของเขา ทำให้รัศมีหลงใหลจนแทบโงหัวไม่ขึ้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเดินไปติดกับดักร้ายครั้งใหญ่ ที่เธอจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว...

หนูนาได้เริ่มงานใหม่ในเช้าวันต่อมา ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของเหล่าแม่ครัว ที่ได้ยินกิตติศัพท์ความซุ่มซ่ามของเธอมาก่อน ประกอบกับคำสั่งโดยตรงจากสีหนาท ไม่ให้คนงานสาวร่างเล็กทำหรือจับอะไรที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย อวนแม่ครัวใหญ่เลยจัดให้เธอไปเช็ดโต๊ะที่โรงอาหาร

แต่เพราะบรรยากาศวุ่นวายในโรงอาหารยามเช้า ทำให้หนูนาได้ช่วยยกหม้อแกงในที่สุด พวงเห็นแล้วหมั่นไส้ จะขัดขา แต่แป้นก็ตาไว ช่วยไว้ทัน หนูนาเลยรอดตัวไปได้ แต่พวงกลับถูกกรรมตามสนอง เดินไปชนเพ๊อะ ถูกแกงร้อนๆรดใส่จนเลอะไปหมดทั้งตัว!

ooooooo

หน้าที่ใหม่ของหนูนาทำท่าจะไปได้สวย แม้จะถูกจับตาอย่างหนัก เพราะวีรกรรมเก่าๆ แต่อวนก็เอ็นดูท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนและความตั้งใจจริงของเธอมาก จนยอมให้ช่วยงานเล็กๆน้อยๆบ้าง

และหนูนาก็ภูมิใจกับหน้าที่ใหม่มาก และไม่รอช้าจะอวดผลงาน คือกับข้าวในปิ่นโตเถาใหญ่กับรามในช่วงพักเที่ยงของวันเดียวกัน สีหนาทกับเชษฐ์มองมาอย่างไม่อยากเชื่อ โดยเฉพาะรายแรก ถึงกับถามให้แน่ใจ

“แล้วเธอทำอะไรบ้างล่ะ”

น้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อถือของเขา ทำให้หนูนานึกเคือง กระแทกเสียงใส่

“ก็...ทำตามที่คุณสั่งแหละค่ะ ห้ามถือมีดใหญ่ๆ ห้ามอยู่หน้าเตา เพราะว่าห้ามๆไปหมด ฉันก็เลยได้เด็ดผัก!”

สีหนาทไม่สะทกสะท้าน ตอกหน้าตายว่าหากเธอทำตัวดี ไม่ป่วนจนครัวพังได้เกินสามวัน จะถอนคำสั่ง และอนุญาตให้เธอทำอย่างอื่นได้ หนูนาขัดใจมาก แต่ก็ทำได้แค่เบือนหน้าหนีและหันไปเอาใจรามแทน ทิ้งให้ สีหนาทมองตามเซ็งๆ...หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกที่เธอไม่สนใจ แถมเอาอกเอาใจรามอย่างออกนอกหน้า

ด้านจุฑารัตน์...หลังส่งมาโนชกลับไปทำงานในเช้าวันเดียวกัน ก็ไปพบกรกชตามนัดที่ร้านอาหารในเมือง เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเรื่องลักลอบตัดไม้ เลยได้ตกกระไดพลอยโจนสวมบทเป็นคู่เดตเขา

“พ่อเลี้ยงศักดากับนายอดิศรเป็นผู้มีอิทธิพลแถวนี้ พวกนั้นมีสายอยู่ทั่ว ที่ผมเลือกคุณ เพราะคุณเป็นนักข่าวหน้าใหม่ จะได้ไม่เป็นที่สงสัย”

“แล้วก็ไม่บอกฉันก่อน ฉันก็นึกว่า...”

“นึกว่าผมจะจีบหรือ...ก็บอกแล้วไงว่าคุณไม่ใช่สเปกผม”

จุฑารัตน์หน้าแตก โต้ทันควัน “คุณก็ไม่ใช่สเปกฉัน เหมือนกันนั่นแหละ!”

แต่ถึงจะเถียงกันแค่ไหน ละครฉากใหญ่ก็เบี่ยงเบน ความสนใจได้ดี จนถึงเวลาที่ต้องแยกกัน

“ไว้สายรายงานเบาะแสเพิ่มเมื่อไหร่ ผมจะรีบแจ้ง ระหว่างนั้นอาจเรียกคุณมาซักซ้อมความปลอดภัยก่อน”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณจะให้โอกาสฉันจริงๆ”

“สำหรับผม ถึงคุณอาจห่ามไปหน่อย แต่ก็ไฟแรงดี มีจรรยาบรรณในอาชีพ ไม่ใช่พวกขายข่าวกินไปวันๆ”

“ขอบคุณนะที่มองเห็นความตั้งใจ”

“ระหว่างนี้ก็ระวังตัวด้วย อย่ากระโตกกระตากให้พวกมันสงสัยล่ะ พวกนั้นหูตาเป็นสับปะรด”

เย็นวันเดียวกันที่ไร่บัวขาว...หนูนาเลิกงานก็หอบหิ้วปิ่นโตไปฝากรามถึงบ้านพัก แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะเขาไม่อยู่ สีหนาทซึ่งแวะมาเอาของในเวลาเดียวกัน เห็นเข้าก็นึกหงุดหงิด อดค่อนแคะไม่ได้

“นี่หนูนา...ที่ฉันเคยเตือนเธอ ไม่เคยเอาไปคิดเลยใช่ไหม บางทีที่น้ารามเขาไปไร่ อาจจะเพราะเบื่อพวกที่ชอบมาวุ่นวายก็ได้ แทนที่เธอจะมัวมาตามหัวหน้าคนงานไร่ต้อยๆ น่าจะเอาเวลาไปทำเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ จะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงตกงาน ย้ายงานตลอดอย่างนี้”

หนูนาโกรธมาก แต่ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย เลยจะผละไปดื้อๆ แต่สีหนาทไม่ยอม ลากเธอไปเรือนใหญ่ และบังคับให้ทำอาหารให้ ไข่ซึ่งกำลังทำมื้อเย็นให้เขาถึงกับงง

“นี่ไข่ทำอะไรไม่ถูกใจหรือเปล่าคะ ทุกทีไม่เห็นมีปัญหา อยากให้เปลี่ยนเมนู หรือคุณสิงห์อยากกินอะไรคะ”

“ใจเย็นๆ อาหารของแม่ไข่ไม่มีปัญหาอะไรเลย ฉันแค่เห็นว่าหนูนาเขาว่างมาก จนใช้เวลาไปทำเรื่องไร้สาระ เลยให้มาทำกับข้าวให้กินหน่อย ไหนๆก็ทำงาน อยู่ในโรงครัว...แค่นี้คงทำได้ใช่ไหม”

ไข่กับบุญตาต้องออกไปสังเกตการณ์ข้างนอก ทิ้งหนูนาให้ยืนเครียดจัด เพราะทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง สีหนาทก็พอเดาได้ แต่แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ จนหนูนาต้องฮึดสู้ คว้ากระจาดผักกับมีดใหญ่มาเตรียมของ ราชสีห์หนุ่มเห็นท่าเงอะๆงะๆของเธอ ก็ได้แต่ถอนใจยาวแล้วโพล่งขึ้น

“ใครเขาจับมีดกันแบบนี้ นี่...ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง แตะใบมีด จะได้บังคับทิศทางได้”

พูดจบก็ขยับไปช่วยจับ และทุกอย่างก็เริ่มจากตรงนั้น สีหนาทไม่ได้เป็นผู้ชม แต่กลายเป็นผู้สอนให้หนูนาใช้งานอุปกรณ์ในครัวหลายอย่าง รวมทั้งช่วยสอนเธอทำอาหารเมนูง่ายๆด้วย

กว่าอาหารมื้อเย็นจะเสร็จ สีหนาทก็แทบหมดแรง เหนื่อยยิ่งกว่าตระเวนรอบไร่ทั้งวันเสียอีก แต่สีหน้ากระตือรือร้นและท่าทางดีอกดีใจเหมือนเด็กๆของเธอ ก็ทำให้เขาชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

หนูนาภูมิใจกับผลงานตัวเองมาก แต่สีหน้าดุๆ และท่าทางเหนื่อยๆของเขาก็ทำให้เธออดบ่นไม่ได้

“ก็ฉันบอกแล้วว่าทำอาหารเหนือไม่เป็น”

“พูดผิดพูดใหม่ได้นะ ทำอาหารเหนือไม่เป็น หรือไม่เคยทำอาหารเลยกันแน่”

หนูนาหน้าเสีย ถามเสียงอ่อย “คุณจะไม่ไล่ฉันออกจากโรงครัวใช่ไหม”

สีหนาทนิ่งไป พยักหน้ารับปาก คว้าจานข้าวมากิน แล้วชวนเธอกินด้วย หนูนายิ้มร่า รับจานมากินอย่างว่าง่าย ก่อนจะทำตาวาว เมื่อสัมผัสได้ว่าอาหารฝีมือตัวเอง กับเขาอร่อยไม่น้อยเลย

“ฉันก็ทำอาหารอร่อยเหมือนกันนะเนี่ย เอ่อ...เพราะฝีมือคุณกับพริกแกงของป้าไข่”

ท่าทางจ๋อยๆทำให้สีหนาทต้องถอนใจ แล้วปลอบเสียงอ่อน “ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหม จับมีดต้องจับยังไง ใช้ไฟต้องใช้ยังไง ใส่ผัก ปรุงรสเขาทำกันตอนไหน...ทีนี้คงไม่ไปเกะกะข้างในครัวเขาแล้ว”

พูดจบก็ก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่หันมาสบตาอีกเลย ทิ้งให้หนูนานั่งอึ้ง เพิ่งเข้าใจเหตุผลที่เขาลากเธอเข้าครัว

ooooooo

ระหว่างที่ความสัมพันธ์ของสีหนาทกับหนูนาพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสายตาสงสัยและจับสังเกตของคนงานทั้งไร่...รัศมียังมัวเมากับรสพิศวาสของศักดา จนแทบไม่กลับบ้านและไม่สนใจว่าลูกสาวคนเดียวจะอยู่ที่ไหน

วรรณเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความหน่ายใจ และในที่สุดก็ทนไม่ไหว ต้องเอ็ดลั่นในวันหนึ่ง

“แกหายหัวไปไหนมาตั้งแต่เมื่อวาน บ้านช่องไม่กลับ”

“หนูก็ไปที่ชอบที่ชอบของหนู คุณพ่อยังไม่ชินอีกหรือคะ”

“หวังว่าที่ชอบของแกคงไม่ใช่เตียงพ่อเลี้ยงศักดาหรอกนะ” รัศมีจะโต้ แต่ก็ช้ากว่าพ่อ “แทนที่จะเอาเวลาไปตามลูก กลับวิ่งตามผู้ชายที่คิดจะมาปอกลอก ฉันถามแกหน่อยเถอะยายรัศ แกไม่เป็นห่วงลูกสาวแกบ้างหรือไง”

ชื่อของนาราทำให้รัศมีปรี๊ดแตก “จะต้องห่วงมันทำไม ในเมื่อมันอยากดื้อด้านออกไปเอง ไม่ฟังคำสั่งหนู หนูก็ไม่จำเป็นต้องแคร์มัน แค่ลูกคนเดียวหนูตัดได้ เหมือนที่พ่อเคยตัดหนูมาก่อนไงคะ”

“มันไม่เหมือนกันหรอก เพราะแกหนีตามผู้ชาย แต่ยายนา มันไปตามหาพ่อของมัน แกกับยายนามันต่างกัน!”

รัศมีช้ำจนจุกที่ถูกพ่อพูดแทงใจดำ แต่ก็ยังไม่สำนึก ตอกกลับเสียงกร้าว

“ใช่สิ...หนูมันเลวเสมอในสายตาคุณพ่อ หนูไม่เคยสู้ยายนาหลานคนโปรดของคุณพ่อได้เลย ตอนหนูออกจากบ้าน คุณพ่อเคยคิดจะห่วง จะตามหาหนูแบบยายนาบ้างไหม คุณพ่อโกรธหนู คุณพ่อตัดขาดหนู คุณพ่อเคยคิดบ้างไหมว่าตอนนั้นที่หนูพลาด เพราะหนูยังเด็ก คุณพ่อได้แต่คอยตอกย้ำให้หนูเจ็บ ให้หนูอาย คุณพ่อลำเอียงชัดๆ”

วรรณส่ายหน้าเอือมๆ หน่ายใจเหลือเกินกับอคติของลูกสาว “ความผิดพลาดของแก มันไม่ใช่แค่เพราะแกยังเด็ก ต่อให้แกโตแค่ไหน แกก็ยังเลือกจะทำผิดแบบนั้น เพราะแกสนใจแต่ความต้องการของตัวแกเอง”

“แล้วทำไมหนูต้องสนใจคนอื่น ในเมื่อชีวิตมันเป็นของหนู หนูจะทำอะไรมันก็เรื่องของหนู”

วรรณหมดความอดทน ประกาศกร้าว “ฉันขอเตือนแกนะรัศมี ว่าอย่าให้ความหลงผู้ชายของแกมาทำลายตัวแกเองอีก เพราะถ้าแกพลาดอีกครั้ง อย่าหวังว่าฉันจะยื่นมือเขาไปช่วย”

“คุณพ่อเตือนหลานสาวคนดีของคุณพ่อเถอะค่ะ เพราะถ้ามันท้องป่องกลับมา หนูจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย!”

และคงเพราะความโมโหแท้ๆ รัศมีจึงตัดสินใจไปเชียงรายกับศักดาในวันรุ่งขึ้น โดยไม่สนเลยว่าจะทำให้วรรณขายหน้าหรือเดือดร้อนใจแค่ไหน เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ความเชื่อบางอย่างเท่านั้น ว่าครั้งนี้เธอคิดไม่ผิด!

เช้าวันต่อมาที่หน้าเรือนสีหนาท...ขนิษฐาทวงสัญญาจากราม ให้สอนการป้องกันตัวง่ายๆให้ หัวหน้าคนงานหนุ่มก็ตอบตกลงด้วยความยินดี เริ่มต้นสอนอย่างใจเย็น จนเธอประทับใจมาก ที่เขาอดทนกับเธอ

แต่กระนั้น...บทเรียนแสนหวาน ที่แม้จะทำให้ได้ใกล้ชิดกับรามมากกว่าที่เคย ก็ทำให้เขาบอบช้ำไม่น้อย เพราะเขายอมให้เธอออกแรงเต็มที่จนน่วมไปหมดทั้งตัว ขนิษฐาเห็นรอยช้ำๆบนตัวเขา ก็กระวีกระวาดจะทายาให้ แต่เขาก็เบี่ยงตัวหลบ ไม่ยอมให้เธอทายาให้ เพราะกลัวคนอื่นจะมองไม่ดี

“ผมไม่เป็นไรจริงๆครับ”

“แต่น้องฟาดแขนน้ารามไปตั้งหลายที ปล่อยให้น้ารามแขนแดงกลับไปแบบนี้ น้องไม่สบายใจ”

“คนฝึกทำได้ คนสอนก็ดีใจครับ จะได้ไม่มีใครมารังแกคุณได้อีก”

แม้เขาจะยืนยันแบบนั้น แต่ขนิษฐาก็ยังไม่สบายใจ รามเลยต้องสัญญาหนักแน่นว่าจะทายาจริงๆ และก็เพราะคำพูดและสายตาอบอุ่นของเขานี่เอง ที่ทำให้เธอถึงกับทำหน้าไม่ถูก ดีใจเหลือเกินที่ได้ใกล้ชิดเขาแบบนี้

ooooooo

การเข้าครัวกับสีหนาทเมื่อวันก่อน ทำให้หนูนาพัฒนาฝีมือในครัวขึ้นมาก หยิบจับอะไรหลายอย่างได้ถนัดและคล่องมือมากขึ้น จนอวนเบาใจ และมอบหมายงานอื่นๆให้ทำบ้าง

แต่ถึงฝีมือจะพัฒนาขึ้นแค่ไหน แม่ครัวใหญ่กับเหล่าผู้ช่วยก็ยังระแวง ไม่กล้าให้หนูนาทำงานเสี่ยงๆ กลัวจะก่อเรื่องป่วนเหมือนงานในไร่ แต่เพราะคนงานขาดกะทันหัน คนงานสาวร่างเล็กเลยต้องมาทำงานแทนคนอื่น แล้วก็เกิดเรื่องจนได้ เมื่อเธอดันทำครัวไฟไหม้!

สีหนาทซึ่งแวะมาถามพัฒนาการของหนูนากับอวน มาถึงพอดี เลยถลาไปช่วยดับไฟและลากตัวการร่างเล็กออกมาได้ทัน แต่กระนั้น...ครัวก็เสียหายไปมาก จนอวนตาเขียวและไม่ยอมให้หนูนาเข้าครัวอีกเลย

หนูนาหน้าจ๋อย เดินตามสีหนาทไปรับโทษบนเรือน แต่ไม่ทันที่เขาจะได้สะสางโทษ ก็ต้องผละไปก่อน เพราะมีลูกค้าแวะมาดูตัวอย่างไม้สักกะทันหัน หนูนาเลยยังรอดตัว แต่ก็กลุ้มใจมาก กลัวถูกไล่ออกและจะไม่ได้เจอพ่ออีก

ขณะที่หนูนาเตรียมตัวรับโทษ...รัศมีก็เตรียมตัวออกจากบ้านไปเที่ยวรีสอร์ตของศักดาที่เชียงราย วรรณเห็นลูกสาวคนเดียวหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางชุดใหญ่ ก็อดค่อนแคะแดกดันไม่ได้

“จะหอบผ้าหอบผ่อนไปไหน ทำไมฉันไม่รู้ ถ้าคิดจะไปหลายๆปีแบบคราวก่อน บอกเลยว่าครั้งนี้ฉันไม่รับกลับ”

“ไม่ต้องห่วง ครั้งนี้รัศไม่หน้าโง่ ทิ้งคุณพ่อไปเหมือนเมื่อก่อนหรอกค่ะ”

“ฉลาดขึ้นแล้วก็ดี แล้วนี่แกจะไปเชียงรายทำไม”

รัศมีชะงัก แล้วยิ้ม เมื่อคิดได้ว่าพ่อคงรู้เรื่องเธอจะไปเชียงรายจากอรุณี

“ทำไมไม่ถามรัศให้หมดล่ะคะ ไหนๆก็ถามจนรู้แล้วว่ารัศจะไปไหน เพิ่งรู้ว่าคุณพ่อสนใจเรื่องของรัศด้วย”

“ใช่...ฉันสน เพราะฉันไม่อยากจะไปตามล้างตามเช็ดให้แกอีก แก่ๆกันแล้วมันคลื่นไส้”

รัศมีปรี๊ดมาก สวนกลับด้วยโมโห “รัศจะไปตามยายนากลับ” วรรณกับอรุณีทำหน้าไม่อยากเชื่อ รัศมีเลยต้องยืนยัน “ก็คุณพ่อชอบว่ารัศไม่สนใจลูก รัศก็เลยจะดิ้นรนไปทำหน้าที่แม่ที่ดีให้สมใจคุณพ่อ”

อรุณีเชื่อสนิท ต่างจากวรรณ ยังไม่เชื่อ เพราะรู้จักสันดานลูกสาวคนเดียวดี รัศมีเลยโต้อย่างท้าทาย

“ถ้าไม่จริง...ทำไมรัศต้องไปถึงเชียงรายด้วยรัศจะไปไหนก็ได้”

“ถ้ามันจริงอย่างที่แกพูด พอเจอลูกแล้วก็รีบกลับ อย่าไปก่อเรื่องให้ยายนาเด็ดขาด”

“ค่ะ...ลูกหัวเน่าอย่างรัศ ไม่กล้าแตะหลานหัวแก้ว หัวแหวนของคุณพ่อหรอก!”

ระหว่างที่รอสีหนาทมาตัดสินโทษ หนูนาก็วิ่งกลับไปช่วยที่ครัวทำความสะอาดและเก็บข้าวของ แต่อวนกลับไม่ยอมให้ทำและส่งตัวกลับไปรอขอโทษสีหนาทแทน หนูนาหน้าเหลือสองนิ้ว กลัวใจแทบขาดจะถูกไล่ออก แต่กลับผิดคาด เพราะเจ้านายหนุ่มตัดสินใจให้เธออยู่ต่อเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้หมด!

คำตัดสินของสีหนาททำให้ทุกคนในไร่ประหลาดใจมาก โดยเฉพาะเหล่าคนงานที่ส่วนใหญ่เสียพนันหมดหน้าตักให้แป้น ซึ่งเดิมพันหนักแน่นว่าเพื่อนสาวร่างเล็กจะได้อยู่ต่อ แต่ที่ข้องใจมากสุด คงหนีไม่พ้นขนิษฐา ที่เห็นว่าหนูนาคงไม่เหมาะกับงานในไร่ น่าจะส่งตัวไปอยู่โรงแรมหรือทำงานอย่างอื่น
สีหนาทเห็นญาติสาวทำท่าสงสัย รวมกับสายตาล้อๆของเชษฐ์ ก็กลัวใครต่อใครจะรู้ทัน เลยตัดบท

“ฉันว่าหนูนาทำได้ จะได้ทำงานใช้หนี้...ฉันจะย้ายให้มาทำงานที่นี่ ให้มาช่วยงานป้าไข่กับบุญตา”

ไข่กับบุญตาตกใจมาก แต่ที่พูดไม่ออกกว่าคือหนูนา เพราะไม่เคยทำงานบ้านมาก่อน แต่เมื่อถูกสีหนาทกับคนอื่นๆมองมาด้วยสายตาคาดหวัง ก็จำต้องรับปากเฉพาะหน้าว่าทำได้แน่นอน!

ขนิษฐาเห็นท่าญาติหนุ่ม ก็สัมผัสความรู้สึกพิเศษบางอย่างได้ตามสัญชาตญาณผู้หญิง และอดไม่ได้จะเย้า

“เฮ้อ...เธอนี่โชคดีจริงๆนะหนูนา ขนาดพี่สิงห์ที่ว่าดุ ก็ยังเอ็นดู ให้โอกาสเธอตลอด”

รามไม่เข้าใจเจตนาของขนิษฐา ไม่สบายใจ กลัวเธอมองหนูนาไม่ดี เลยตัดสินใจออกรับแทน

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ คุณสิงห์คงเห็นว่าหนูนาทำได้จริงๆ แล้วหนูนาก็สำนึกผิดแล้ว ถึงกับมาขอขมา”

“ค่ะ...น้องเห็น น้องก็ไม่ได้ว่า แค่อยากให้หนูนาเขารู้ตัวว่าโชคดีมากแค่ไหน ที่น้ารามกับพี่สิงห์พากันปกป้อง”

รามถึงกับหน้าเจื่อน เข้าใจว่าขนิษฐาคงโกรธที่เขาพูดจี้เรื่องหนูนา แต่ไม่ทันอธิบายอะไร สีหนาทก็โพล่งออกมาก่อนด้วยความร้อนตัว กลัวคนอื่นๆจะ
เข้าใจผิด

“ฉันจะจับตาดูหนูนาอย่างใกล้ชิด ให้มาทำงานใกล้หูใกล้ตาฉันนี่แหละ ดูซิว่าเธอยังจะป่วนอะไรได้อีก!”

สีหนาทพยายามทำท่าขึงขังให้เข้ากับที่พูด แต่กลับทำให้ทุกคนแปลกใจมากกว่า ไม่เว้นแม้แต่บุญตา

“มันใช่เหรอ...ทำงานเจ๊งแทนที่จะถูกไล่ออก กลับยิ่งเอามาใกล้ตัว...แปลกอะ”

ooooooo

ข่าวเรื่องหนูนาไม่ถูกไล่ออกแพร่สะพัดทั่วไร่อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความแปลกใจของคนงานทั้งไร่ แต่สีหนาทก็ไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเคย จนขนิษฐาทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ต้องตามไปซักให้รู้เรื่อง

“พี่สิงห์คะ...จริงๆแล้วพี่สิงห์หางานให้เด็กหนูนาจนได้ เพราะไม่อยากให้แกออกหรือเปล่า”

สีหนาทถึงกับชะงักไปอึดใจ ก่อนจะตีหน้าเข้ม ย้อนถามหน้าตาย

“พี่เนี่ยนะ...ไม่อยากให้ยายเด็กนั่นออก”

“จากที่น้องเห็นมันเป็นอย่างนั้นนี่คะ ปกติ...พี่สิงห์ของน้องเป็นคนเด็ดขาด แต่สำหรับหนูนาที่พลาดแล้วพลาดอีก มันกลับดูเป็นเรื่องสนุกสำหรับพี่สิงห์ ต้องคอยหาหน้าที่ใหม่ให้หนูนาทุกครั้ง แล้วก็ต้องคอยลุ้นอีกว่าเขาจะทำงานรอดหรือเปล่า...น้องว่ามันไม่ปกติ!”

สายตารู้ทันและรอยยิ้มล้อๆของญาติสาว ทำให้สีหนาทเริ่มนั่งไม่ติด คิดหาทางออก

“โอเค...พี่ยอมรับว่าอาจจะให้โอกาสเด็กนั่นมากกว่าคนอื่น แต่พี่ทำเพราะพี่มีเหตุผล” ขนิษฐากลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนจะแกล้งคาดคั้นว่าเพราะอะไร สีหนาทถึงกับอึกๆอักๆ ไปไม่ถูก “เอ่อ...เพราะถึงเขาจะก่อเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เจตนา เราอาจจะพลาดเองที่ใช้คนไม่ถูกทาง น้องก็เห็นว่าเด็กนั่นไม่ใช่คนโง่ น้องเองยังอยากได้เขาไปช่วยงานโรงแรมเลย”

ถึงคราวขนิษฐาอึ้งบ้าง เพราะเหตุผลญาติหนุ่มฟังขึ้นไม่น้อย สีหนาทคิดว่ารอดแล้ว เลยแถใหญ่

“ที่พี่ยังไม่ไล่เด็กนั่นออก ไม่ได้เกี่ยวกับความพิศวาสยายตัวแสบนั่นเลยสักนิด ทั้งป่วน ทั้งกวนประสาทแบบนั้น แต่เราเป็นนายคน การจะไล่คนออก พี่ก็อยากให้แน่ใจว่าเขาทำงานไม่ได้จริงๆ ถึงตอนนั้น...ออกก็คือต้องออก!”

ท่าทีขึงขังของญาติหนุ่ม ทำให้ขนิษฐาคลายความสงสัยลงบ้าง จนสีหนาทเริ่มมั่นใจว่ารอดตัวแน่

“น้องยังมีอะไรสงสัยในวิธีการบริหารคนของพี่หรือเปล่า หรือน้องคิดว่าพี่ควรไล่หนูนาออก พี่ก็จะทำแบบนั้น”

“พี่สิงห์คะ...อย่างอนสิคะ น้องไม่ได้มีเจตนาทำให้พี่สิงห์รู้สึกไม่ดีนะคะ ก็แค่อยากรู้ว่าพี่สิงห์คิดอะไรอยู่ เอาเป็นว่า...น้องขอโทษนะคะ ถ้าทำให้พี่สิงห์ไม่พอใจ”

น้ำเสียงง้องอนของญาติสาว ทำให้สีหนาทได้ใจ แกล้งทำเสียงดุ สั่งให้ทำขนมมาไถ่โทษ ขนิษฐายิ้มอ่อน แม้จะคาใจเรื่องระหว่างเขากับหนูนา แต่ก็ไม่อยากซักไซ้อะไรแล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลาดีกว่า...

ฝ่ายรัศมี...มาถึงเชียงรายพร้อมกับศักดา และได้เจอกับอดิศรเป็นครั้งแรก

“สวัสดีครับคุณรัศมี ขอให้อยู่ที่นี่เหมือนกับเป็นบ้านของตัวเองนะครับ”

“ขอบใจ ระหว่างนี้ฉันขอฝากตัวด้วย หวังว่าจะไม่รบกวนเธอนะ”

อดิศรปรายตาไปทางพ่ออย่างรู้ทัน “ไม่หรอกครับ...ผมชินแล้ว”

รัศมีชะงัก และเกือบจะถามอะไรออกไปแล้ว ถ้าศักดาจะไม่โพล่งตัดบทให้เธอไปพักเสียก่อน พร้อมกับส่งสายตาปรามๆไปให้ลูกชายคนเดียวทันทีที่ลับร่างเธอ ...อย่าพูดมาก เดี๋ยวไก่ตื่น!

ooooooo

สีหนาทเก็บเรื่องหนูนาไปคิดทั้งคืน อดแปลกใจปฏิกิริยาของตัวเองไม่ได้ ที่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อน เป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายมากมายอย่างบอกไม่ถูก และแม้เธอจะก่อเรื่องมากแค่ไหน เขาก็หาทางช่วยและรั้งตัวไว้จนได้

และความคิดแบบนั้นก็ทำให้สีหนาทค้นพบความจริงบางอย่าง ที่แม้จะแปลกใหม่ แต่ก็อ่อนหวานจนเขาเริ่มกลัวใจตัวเอง จะใจอ่อนยอมให้หนูนาเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจ จนเสียการปกครอง!

แต่แล้วความกลัวของสีหนาทก็เป็นจริงจนได้ เมื่อหนูนามาเริ่มงานใหม่ที่เรือนเขาในตอนเช้า แล้วทำน้ำหกชุ่มชานเรือน จนเกือบทำให้เขาลื่นหน้าคะมำ เมื่อซักไปซักมาก็ได้ความว่าคนงานสาวร่างเล็กถูพื้นไม่เป็น!

สุดท้ายนายใหญ่ของไร่บัวขาว ซึ่งเป็นที่ครั่นคร้ามและหวั่นเกรงของคนงานทั้งไร่ ก็ต้องกลายร่างมาเป็นครูสอนงานบ้านเฉพาะกิจ “ผ้าน่ะ...บิดแน่นๆ มันไม่เจ็บหรอก แล้วเวลาถูต้องให้มันไปทางเดียวกัน พอแห้งพื้นจะได้ใสมัน ที่เธอทำเมื่อกี้ นอกจากพื้นจะด่าง คนได้ล้มหลังหักกันหมด”

หนูนาหน้ามุ่ย หยิบไม้ถูพื้นมาทำตามอย่างเงอะๆงะๆ สีหนาทได้แต่มองตามด้วยสีหน้าอ่อนใจ ก่อนจะตัดสินใจประกาศกร้าว...ถ้าเธอทำไม่ได้ดี ก็ถูต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเป็น!

เป็นอันว่าสีหนาทไม่ได้ไปทำงานไร่ เพราะต้องนั่งเฝ้าหนูนาถูพื้นจนบ่าย ถึงจะยอมปล่อยตัวกลับ ขนิษฐาอบขนมมาให้ตามสัญญาในเย็นวันเดียวกัน เขาเลยถือโอกาสถามเรื่องที่คาใจมาตลอดวัน

“ปกติผู้หญิงสมัยนี้ ทำกับข้าวไม่เป็น...แปลกหรือเปล่า”

ขนิษฐาชะงักไปอึดใจ ก่อนจะตอบยิ้มๆเหมือนไม่คิดอะไร

“น้องว่าสมัยนี้ไม่แปลกนะคะ น้องมีเพื่อนหลายคนที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แค่ทอดไข่เจียวยังทำไม่ได้เลย”

“แล้วพวกงานบ้านง่ายๆเช่น ถูบ้าน กวาดบ้าน ถ้าทำไม่เป็นนี่ก็ไม่แปลกเหรอ”

“ก็ไม่แปลกอีกแหละค่ะ เพราะพ่อแม่สมัยนี้ เลี้ยงลูกให้มีหน้าที่เรียนอย่างเดียว เรียนจบก็ทำงาน เรื่องงานบ้านงานครัวไม่จำเป็นต้องทำเองหรอกค่ะ จ้างแม่บ้านทำให้ง่ายกว่า”

ไข่ซึ่งยืนฟังตลอด อดโพล่งออกไปไม่ได้ว่าคงเป็นพวกคนรวยหรือคุณหนู ถึงจะทำแบบนี้ได้ สีหนาทครุ่นคิดตาม พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวหลายอย่าง ขนิษฐาเองก็เช่นกัน

“ถ้าคนที่พี่สิงห์หมายถึง เป็นคนเดียวกับที่น้องคิดล่ะก็ น้องว่าเขาไม่ธรรมดาค่ะ สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คำโบราณพวกนี้ไม่เคยโกหกเรานะคะ”

เย็นวันเดียวกันที่บ้านพักราม...หนูนาแวะไปคุยด้วยเหมือนเคย พร้อมกับเล่าเรื่องการเริ่มงานวันแรกบนเรือนสีหนาทให้ฟังด้วยว่าถูพื้นจนแขนล้าตลอดเช้า แต่ตอนบ่ายว่างเพราะไม่มีใครยอมให้เธอหยิบจับอะไร

“สงสัยเพราะเคยทำครัวไหม้ ป้าไข่เลยไม่กล้าให้ทำครัว แล้วก็ถูพื้นวันแรกก็โดนนายดุ บุญตาก็เลยไม่กล้าให้ทำงานบ้านอย่างอื่น ทำไมหนูถึงไม่เอาไหนแบบนี้”

รามต้องปลอบ “ไม่ใช่หนูไม่เอาไหนหรอก แต่เรื่องของความไว้ใจ มันต้องใช้เวลา”

หนูนาฟังแล้วอึ้งไป คิดตามในใจ “แล้วนาจะมีเวลามากพอที่พ่อจะไว้ใจนาหรือเปล่า...”

รามไม่ทันสังเกตท่าทางซึมๆของอีกฝ่าย เดินไปหยิบถุงดอกงิ้วตากแห้งมาฝากให้ไข่ ก่อนจะปลอบทิ้งท้าย ให้เธอหัดเข้าหาผู้ใหญ่ จะได้วิชาและความเมตตากลับมา หนูนายิ้มรับดวงตาเป็นประกาย ขอบคุณเขายกใหญ่ จนรามอดยิ้มตามไม่ได้ พลางคิดถึงวันเวลาเก่าๆ เพราะภาพของหนูนาเหมือนกับลูกสาวคนเดียวเหลือเกิน

หนูนาทำตามที่รามบอก ผ่านไปสองสามวัน ปฏิกิริยาของคนทั้งเรือนก็เปลี่ยนไป ไข่กับบุญตา ผ่อนท่าทีขึงขังลงมาก และยอมให้หนูนาช่วยงานอะไรบ้าง เช่นเดียวกับสีหนาท พอใจกับผลงานของคนงานถูพื้นฝึกหัดมากขึ้น แต่ก็ยังตามคุมไม่ห่าง จนเป็นที่กล่าวขานกันทั้งเรือน ว่าถ้าหนูนาถูพื้นไม่เสร็จ นายจะไม่ลงจากเรือน!

รามเฝ้ามองพัฒนาการของหนูนาตลอด เห็นด้วยกับทุกๆคนว่าเธอมีความตั้งใจดีจริงๆ และเมื่อวันหนึ่งเขาแวะไปรับขนิษฐาไปส่งโรงแรมเหมือนเคย เธอก็โผมาทักทายด้วยความดีใจ จนสีหนาทอดหมั่นไส้ไม่ได้

“น้ารามนี่โชคดีนะครับ ยายเด็กนี่ยิ้มให้น้ารามจนปากจะฉีกถึงหู ทีอยู่กับผมหน้าเป็นมะเหงกตลอด”

หนูนาเบ้หน้า พึมพำเบาๆ “ก็อยู่กับคนหน้ายักษ์จะให้ยิ้มออกได้ไง”

สีหนาทพยายามเงี่ยหู แต่ก็ได้ยินไม่ชัด ตั้งท่าจะเอาเรื่องอยู่แล้ว แต่ขนิษฐาก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“น้องเองก็ไม่ค่อยเห็นน้ารามยิ้มให้ใครนอกจากหนูนาเหมือนกัน ไปกันหรือยังคะ หรือจะอยู่เล่นกับ
หนูนาก่อน”

ขนิษฐาแอบเหวี่ยงเบาๆ รามไม่รู้เรื่องด้วยแต่ก็รีบลุกไปรอที่รถ ทิ้งให้สีหนาทกับหนูนามองหน้ากันเคืองๆก่อนจะแยกย้ายกันไปตามหน้าที่ คนหนึ่งนั่งเฝ้า อีกคนถูพื้น!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.