ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1


หนูนาไม่ทันก้าวพ้นอาณาจักรไร่บัวขาว ก็หมุนตัวเปลี่ยนใจ คืนซองเงินค่าจ้างและขอโอกาสกับสีหนาทอีกครั้ง ยังไม่อยากล้มเลิกความตั้งใจเรื่องพ่อ เพราะไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต

เหล่าคนงานถึงกับทึ่งในความกล้าของคนงานสาวร่างเล็กจอมป่วน แต่ที่อึ้งกว่าคือสีหนาทดันตอบตกลง

“แต่มีข้อแม้นะ เธอจะต้องไม่ก่อความวุ่นวายอีก ที่สำคัญ...ห้ามบาดเจ็บหรือเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด ภายในหนึ่งอาทิตย์ ถ้าทำตามนี้ได้ ฉันถึงจะนับว่าเธอเป็นคนงานที่นี่ ทำได้หรือเปล่า”

หนูนาหน้าบาน หัวใจพองโต “ได้...ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ คุณสิงห์”

สีหนาทถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ แต่ยังเสปั้นหน้าเคร่ง ยื่นซองเงินคืนให้

“ส่วนเงินนี่ ไม่ต้องคืนฉัน มันเป็นเงินจากน้ำพัก น้ำแรงของเธอ แค่ทำตามที่ตกลงกันให้ได้ก็พอ”

“ฉันจะทำให้ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรับรอง”

เป็นอันว่าหนูนาได้เป็นคนงานในไร่บัวขาวต่อ ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าคนงาน ว่าเหตุใดนายใหญ่ของไร่ถึงใจอ่อน ส่วนจุฑารัตน์...ยังไม่รู้เรื่องเพื่อนรักเปลี่ยนใจ มุ่งหน้าไปสถานีตำรวจแต่เช้า เพื่อขอสัมภาษณ์กรกชเรื่องลักลอบตัดไม้ตามคำแนะนำของสีหนาท แต่สารวัตรหนุ่มก็ยึกยัก ให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ จนเธอเริ่มหงุดหงิด

สารวัตรหนุ่มก็เหมือนจะรู้ตัว แต่ยังแกล้งพูดวกวน เหมือนจะลองใจ จนในที่สุดจุฑารัตน์ก็ทนไม่ไหว โพล่งออกไปเรื่องศักดาเป็นตัวการใหญ่ พร้อมประกาศอุดมการณ์ ตัวเองจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาลักลอบตัดไม้

“แต่ในเมื่อมีแต่ราชการลับแบบนี้ ฉันคงไม่ต้องกวนคุณแล้ว ขอบคุณที่ให้มานั่งเล่น!”

พูดจบก็จะผละไป กรกชซึ่งกำลังทึ่งในความเป็นคนจริงของเธอ รีบรั้งตัวไว้ และจดอะไรบางอย่างให้

“เดี๋ยวครับ...นี่เบอร์ส่วนตัวผม คุณโทร.มาได้ถ้ามีอะไรเป็นประโยชน์ส่วนรวม ผมรับรองว่าคุณจะได้ทราบ”

จุฑารัตน์ดีใจมาก แต่ยังฟอร์มจัดไม่ยอมรับ จนเมื่อเขาจะชักมือกลับ ถึงรีบคว้าไว้ พึมพำขอบคุณแล้วผละไป กรกชได้แต่มองตามยิ้มๆ นึกชอบใจท่าทีแข็งๆ ไม่ยอมใครของอีกฝ่าย จนอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก

จบเรื่องหาข่าว จุฑารัตน์ก็ต้องมาเวียนหัวเรื่องเพื่อนรัก ที่เปลี่ยนใจไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ

หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวร่างเล็กถอนใจยาว ก่อนจะบอกความตั้งใจ “เมื่อวานฉันใจร้อนไปหน่อย ถ้าฉันทิ้งเรื่องพ่อตอนนี้ เมื่อไหร่ล่ะที่ฉันจะมีโอกาสอีก ถ้าไม่ได้คืนดีกับพ่อ ฉันคงไม่มีกะจิตกะใจทำอย่างอื่นแน่”

“เฮ้อ...แกพูดมาขนาดนี้ ต่อให้ฉันไปลำบากลากตัวแกออกจากไร่ แกก็คงกลับเข้าไปอีกอยู่ดี ฉันจะห้ามอะไรแกได้ ว่าแต่ตาแกเถอะ เขาจะยอมรอด้วยหรือเปล่า”

คำถามของเพื่อนรักนักข่าว ทำให้นาราคิดหนัก แต่สุดท้ายก็หาทางออกได้ แต่ต้องพึ่งแรงมาโนชหรือมี่ เพื่อนชายใจสาวของทั้งคู่ ช่วยโทร.แจ้งข่าวกับวรรณ เพราะเชื่อคารมว่าจะกล่อมให้เจ้าสัวใหญ่ใจเย็นลงได้

ooooooo

ข่าวของนาราทำให้วรรณเบาใจพอสมควร แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ ที่หลานสาวคนเดียวไม่โทร.มาด้วยตัวเอง แต่ส่งเพื่อนมาบอกแทน ส่วนรัศมี...ไม่ได้ยี่หระเลยว่าลูกสาวคนเดียวจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหน มัวคลอเคลียศักดาไม่ห่างด้วยความหลงใหล จนถึงขั้นยอมตกลงช่วยเขาเรื่องโครงการที่เชียงราย

“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันสำคัญ ถ้ามันสำคัญสำหรับคุณ ก็สำคัญสำหรับฉันด้วย”

“แล้วคุณไม่กลัวเหรอ ว่าคนอื่นจะว่า...”

“ถ้างานนี้สำเร็จ ใครจะมาว่าฉันมองคุณผิดไปไม่ได้!”

ขณะที่รัศมีเดินหน้าหาทางช่วยศักดา หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวก็พยายามอย่างหนักจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับสีหนาท ด้วยการไม่ก่อเรื่อง แต่ก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เพราะสาวร่างเล็กดันเซ่อซ่าวิ่งเหยียบต้นกล้าสักราบเป็นหน้ากลอง เพียงเพราะเห็นกิ้งกือตัวใหญ่หลายตัว!

เชษฐ์ซึ่งเพิ่งรู้ข่าวเรื่องหนูนาไม่ลาออกจากไร่ แทบ กลั้นยิ้มไม่อยู่ เมื่อเห็นสภาพจ๋อยๆของคนงานสาวจอมป่วน

“คุณสิงห์...ฉันขอโทษ ฉันตกใจมากไป คราวหน้า ฉันจะระวังกว่านี้ เพราะงั้นครั้งนี้...อย่าไล่ฉันออกเลยนะ”

สีหนาทก็ขำไม่ต่างกัน แต่ต้องพยายามปั้นหน้าเข้ม ให้สมมาดนายใหญ่ พร้อมกับแกล้งขู่

“เอ...แบบนี้มันเข้าข่ายก่อความวุ่นวายไหมนะ”

“น่าจะเป็นแค่อุบัติเหตุ เพราะฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”

“อุบัติเหตุ...หรือว่าประมาทเลินเล่อ”

“ไม่นะคะ ฉัน...ฉันเซฟทุกอย่างแล้ว แต่ว่า...ฉันถูกจู่โจม ฝูงกิ้งกือมันโผล่มาจากไหนไม่รู้”

รามยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่าง ตัดสินใจออกรับแทนคนงานสาวจอมป่วน และเสนอตัวช่วยสอนงานอื่นให้ด้วยตัวเอง หนูนาปลื้มมาก ขอบคุณหัวหน้าคนงานยกใหญ่ จนสีหนาทเริ่มหมั่นไส้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก

ภาพรามสอนหนูนาเหลาเหง้าสักด้วยตัวเอง กลายเป็นที่โจษจันทั่วไร่ เพราะหัวหน้าคนงานหนุ่มเป็นคนรักสงบ ไม่ค่อยยุ่งหรือสุงสิงกับใครง่ายๆ แต่กับคนงานสาวจอมป่วน กลับใจเย็นสอนงานด้วยตัวเอง หนูนาเรียนงานอย่างตั้งใจ และในที่สุดความพยายามก็เป็นผล เมื่อรามพยักหน้าพอใจกับฝีมือเหลาเหง้าของเธอ

“นี่ถ้าไม่ได้น้ารามอดทนสอน หนูคงทำไม่ได้”

“ไม่ใช่เพราะน้าหรอก เป็นเพราะหนูตั้งใจต่างหาก ทำดีแล้ว ค่อยๆฝึกเดี๋ยวก็ดีขึ้น”

“น้ารามใจดีจัง รู้ไหมคะ หนูฝันอยากมีพ่อที่ใจดีและคอยให้กำลังใจหนูเหมือนน้าราม”

รามถึงกับอึ้งไปอึดใจ ภาพในอดีตแวบขึ้นในหัว ก่อนจะหลุดปากออกไป

“อย่าเลย...คนอย่างน้าไม่ใช่พ่อที่ดีหรอก”

พูดจบก็ขอตัวดื้อๆ ทิ้งหนูนาให้มองตามอึ้งๆ รู้ตัวเลยว่าพลาดไปแล้วที่สะกิดแผลเก่าของพ่อ

ส่วนราม...หลังแยกกับหนูนาก็พยายามสลัดภาพเก่าๆทิ้ง โดยเฉพาะภาพรัศมีกับนารา แล้วรีบไปทำหน้าที่ของตน คือรับส่งขนิษฐาที่โรงแรม ลูกพี่ลูกน้องสาวของสีหนาทได้แต่เฝ้ามองห่างๆด้วยความเป็นห่วงปนน้อยใจ จนเมื่อเขาพาไปดูแปลงดอกไม้ในบ่ายวันเดียวกัน และเธอได้มีโอกาสใกล้ชิด ถึงได้รู้สึกดีขึ้นบ้าง

ooooooo

ระหว่างที่ความสัมพันธ์ของรามกับขนิษฐาค่อยๆ พัฒนา หนูนาก็เดินหน้าพัฒนางานตัวเองจนทุกคนเริ่มเบาใจ โดยเฉพาะแป้น ซึ่งแม้จะยังไม่ไว้ใจให้เพื่อนสาวร่างเล็กอยู่ตามลำพัง แต่ก็ไม่จับตาตลอดเหมือนช่วงแรกๆ

แต่ความพยายามของหนูนาก็ขวางหูขวางตาใครหลายคนไม่น้อย โดยเฉพาะพวกพวง กระจิบและเพ๊อะ จนถึงกับวางแผนจะแกล้ง ด้วยการขโมยเหง้าสักของหนูนาไปโยนทิ้งลำธารในไร่!

หนูนาหน้าเสีย เมื่อเห็นเหง้าสักฝีมือตัวเองลอยไปตามน้ำ และไม่รอช้า รีบตามไปเก็บ แต่แป้นไม่รู้เรื่องเข้าใจว่าเพื่อนสาวตกน้ำ เลยแล่นไปตามคนงานมาช่วยจนเรื่องถึงหูสีหนาทในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา

พวกพวงเฝ้ามองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความสาแก่ใจ แต่แล้วก็ได้ตาโตตกใจสุดขีด เมื่อสีหนาทจัดแจงผูกเชือกกับตัวแล้วลงไปงมหาหนูนาจอมป่วนพร้อมกับคนงานชายหลายคนด้วยตัวเอง

สีหนาทงมหาอยู่นานแต่ไม่พบ จนเหล่าคนงานเริ่มปากสั่น ต้องขึ้นไปพักบนฝั่งแล้วหลายคน เขาก็ยังไม่ถอดใจ และก่อนที่เขาจะล้มไปอีกคน ก้อนก็วิ่งหน้าตั้งมาตามบอกว่าเจอหนูนาแล้วที่อีกฟากหนึ่งของลำธาร

“ผมลองไปไล่หาตามริมตลิ่ง นึกว่าน้ำจะพัดไปติด ปรากฏเจอแกคอยเอาไม้เขี่ยเหง้าสักที่พัดไปติดแอ่งหินอยู่”

หนูนาเห็นสภาพเปียกโชกของเจ้านายหนุ่มแล้วเริ่มใจไม่ดี แต่ยังยืนยันเจตนาดีของตน

“ฉันเก็บกลับมาได้ไม่หมด บางส่วนก็น้ำพัดไป แต่ก็ได้กลับมาเกินครึ่ง ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”

พวงร้อนตัว กลัวถูกจับได้ แหวลั่นกลบเกลื่อนว่าคนงานสาวร่างเล็กทำป่วนทั้งไร่

หนูนาหน้าเจื่อนรู้สึกผิดเต็มที่ แต่ยังสบตาสีหนาทและอธิบายอย่างใจเย็น “ฉันก็ไม่นึกว่าจะทำให้ทุกคนตกใจกันแบบนี้ ฉันแค่ไปเก็บของ ไม่กล้าลงไปในน้ำหรอก ก็ฉันรับปากคุณไว้ว่าจะไม่ก่อความวุ่นวาย ไม่ทำให้ตัวเองเป็นอันตราย ก็ต้องทำให้ได้ตามที่พูด”

พวงโต้กลับอย่างดุเดือด จนสีหนาททนไม่ไหว ตวาดให้หยุดทะเลาะกันและผละไปทันที หนูนาเห็นสภาพเปียกปอนของเขาก็เป็นห่วง รีบตามเอาเสื้อผ้าตัวใหญ่ที่สุดไปให้ แต่เขากลับเบี่ยงตัวหนี

“ถ้าเราเป็นห่วงฉันจริงๆ ก็อย่าขยันก่อเรื่องวุ่นนักสิ”

“ขยันก่อเรื่อง...ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย...คุณก็รู้” สีหนาทรู้ดีแต่ยังทำเป็นเข้ม จนหนูนาอ่อนใจ “ฉันรู้ว่าคุณเสียหน้า แต่คุณก็น่าจะแยกแยะได้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของฉัน”

“ฉันไม่ได้เสียหน้า” หนูนามองมาอย่างรู้ทัน จนสีหนาทต้องเสเบือนหน้าหนี “จริงๆ...ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ผิด ก็ไม่ต้องมาสนใจหรอกว่าคนอื่นจะเป็นยังไง”

“ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถึงยังไงคุณก็ลงน้ำไปเพราะตั้งใจจะช่วยฉัน สิ่งที่คุณทำไม่มีอะไรน่าอาย คุณใจดีมาก”

สีหน้าและสายตารู้สึกผิดจริงๆของเธอ ทำให้สีหนาทใจอ่อน ยอมรับเสื้อจากเธอมาสวม แต่มันก็พอดีตัวจนเขาติดกระดุมไม่ถนัด หนูนาเลยถือวิสาสะจัดการให้ ราชสีห์หนุ่มถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ ในอก แต่กลับนึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูก...ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปเร็วนัก

เวลาเดียวกัน ระหว่างทางกลับเรือนพักไร่บัวขาว ...ขนิษฐานั่งนิ่งบนรถคู่กับราม ทำตัวไม่ถูก เพราะจะขยับทำอะไร เขาก็แย่งทำแทนทุกอย่าง จนในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว แซวขำๆว่าเธอไม่ใช่เจ้าหญิงและช่วยตัวเองได้ รามเห็นว่าเธอเพิ่งถูกหนามกุหลาบตำตอนก่อนออกจากแปลงดอกไม้ ถึงกับยิ้มเก้อๆ

“ผมก็กลัวว่าคุณน้องจะเจ็บมือ...คนแก่ก็อย่างนี้แหละครับ กลัวจะดูแลเจ้านายอย่างคุณน้องได้ไม่ดี”

“น้ารามยังไม่แก่สักหน่อยค่ะ ดูแข็งแรงกว่าพวกหนุ่มๆในไร่ด้วยซ้ำ”

“คงมีแต่คุณน้องนะครับที่คิดแบบนี้”

ขนิษฐาได้ฟังแล้วถึงกับถอนใจยาว เหนื่อยใจเหลือเกินที่รามไม่รู้ถึงเสน่ห์ของตัวเองเลย

ooooooo

หลังเคลียร์เรื่องเข้าใจผิดและทำให้เขาใส่เสื้อของเธอได้ หนูนาก็จะกลับห้องพักคนงาน แต่สีหนาทกลับนึกครึ้มใจอย่างไรไม่รู้ รั้งตัวไว้และพาเธอกลับไปที่เรือนด้วย ไข่มองมาด้วยความสงสัย ก่อนจะได้ประหลาดใจ เมื่อเห็นหนูนาคนงานสาวร่างเล็กต่อปาก ต่อคำกับเจ้านายหนุ่มแบบไม่กลัว

สีหนาทไม่ได้สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของเหล่าคนงาน มัวนั่งจ้องน้ำขิงที่ไข่เพิ่งยกมาให้ด้วยสีหน้าอึดอัด ไม่อยากกินเพราะไม่ชอบ หนูนาเห็นเข้าก็แกล้งยิ้มกวนประสาท พร้อมกับแซว

“หน้าตาคุณดูไม่เหมือนคนเลือกกินเท่าไหร่”

“แปลว่าหน้าฉันเหมือนคนกินไม่เลือกมากกว่าล่ะสิ”

“ฉันไม่ได้จะว่านะคะ”

“ไม่ใช่ฉันกินไม่ได้ แต่เพราะมันยังร้อนอยู่ต่างหาก”

หนูนาทำหน้าไม่เชื่อ เดินไปหยิบพัดให้จนน้ำขิงหายร้อน แล้วยื่นให้เขา

“ก็...ฉันทำให้คุณสิงห์เกือบเป็นหวัด ก็ต้องรับผิดชอบ”

สีหนาทไม่มีทางเลือก รับมาดื่มอย่างเสียไม่ได้ อยากบ้วนทิ้งแทบแย่ แต่เมื่อเห็นสายตารู้ทันของคนงานสาวจอมป่วน ก็ต้องกล้ำกลืนลงคอด้วยความพะอืดพะอม ...เจ็บใจนัก ที่ถูกหนูนาย้อนรอยแกล้งจนได้!

ในที่สุดหนูนาก็รู้เหตุผลที่สีหนาทสั่งให้ตามไปนั่งรอถึงเรือน เพราะเขาอยากคุยตามลำพัง ว่าเธอเคยมีเรื่องกับใครในไร่หรือสงสัยใครเป็นพิเศษหรือไม่ แต่หนูนาก็ไม่ปริปาก เพราะไม่อยากทำตัวมีปัญหา

เมื่อแป้นรู้เรื่องทั้งหมดในเย็นวันเดียวกัน เลยอดค้านอดบ่นไม่ได้

“นายอุตส่าห์จะหาตัวคนผิดให้ นึกยังไงถึงบอกเขาว่าไม่รู้ ก็รู้ๆอยู่ว่าจะมีใคร นอกจากพวกนกปากแตรนั่น”

“แป้น...ฉันมาอยู่นี่ ไม่ได้จะมามีเรื่องกับใคร อีกอย่าง... ใครจะรับประกันได้ว่าถ้าฉันบอกแล้วคุณสิงห์จะเชื่อ”

“ถ้าเขาไม่เชื่อแก เขาไม่ถามหรอก”

“ไม่รู้สิ...ยังไงพวกนั้นก็เป็นคนงานเก่า แล้วหลักฐานก็ไม่มีด้วย ฉันว่าเราระวังตัวกันหน่อยก็คงไม่เป็นอะไรมั้ง”

แป้นส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แต่หนูนาก็ไม่สนใจ เฉไฉเปลี่ยนเรื่องจนแป้นหมดความสนใจไปเอง...

กว่าขนิษฐาจะรู้เรื่องวุ่นวายทั้งหมด ก็เมื่อรามมาส่งที่เรือน พร้อมกับกระถางกุหลาบเจ้าปัญหาที่ทำให้มือเป็นแผล ซึ่งเธอแอบให้คนงานยกขึ้นท้ายรถมาด้วย เพราะอยากเก็บไปปลูกบนระเบียงห้อง เป็นที่ระลึกความทรงจำดีๆ

แต่เรื่องรักหวานๆกลับต้องถูกปัดทิ้งชั่วคราว เมื่อขนิษฐาได้ยินวีรกรรมหนูนา แถมด้วยอาการหน้าแตกของญาติหนุ่ม ที่รีบตามไปช่วย โดยไม่รู้เลยว่าหนูนาไม่ได้ตกน้ำ แต่ตามไปเก็บเหง้าที่ริมตลิ่งต่างหาก!

“พี่สิงห์นี่...ใจดีกับเด็กหนูนาจังนะคะ”

สีหนาทสะดุ้งเบาๆ โต้เสียงเข้มกลบเกลื่อนความอาย “พูดอย่างนี้ เดี๋ยวคนอื่นฟังแล้วจะเข้าใจผิดกันหมด พี่ใจดีกับทุกคนนั่นแหละ เป็นคนงานอื่นพี่ก็ต้องช่วยเหมือนกัน”

ขนิษฐาพยักหน้า ทำเหมือนเข้าใจ แต่แววตาขบขันและแฝงอาการรู้ทัน ก็ทำให้สีหนาทเริ่มทำตัวไม่ถูก จนเมื่อรามมาตามไปสำรวจพื้นที่เพื่อวางเวรยามเพิ่ม ถึงได้โล่งอกที่รอดตัวไปได้

รามพาสีหนาทไปสมทบกับเชษฐ์และพวกคนงานเพื่อวางแผนเวรยามใหม่ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขโมยไม้เหมือนคราวที่แล้ว และก็ดูเหมือนทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ถ้าราชสีห์หนุ่มจะไม่เจอกับหนูนากลางทาง!

แท้จริงแล้วหนูนาแอบออกจากห้องพักไปเอาเสื้อคลุมของรามที่เธอลืมไว้ตรงริมลำธาร ตอนวิ่งไปเก็บเหง้าลอยน้ำ แต่เธอก็ไม่กล้าบอกความจริงกับสีหนาท เพราะกลัวเขาสงสัยเรื่องพ่อ และไม่อยากโดนดุ เพราะความจริงเธอก็แอบเห็นเขาแล้ว ตอนเขากับพวกรามไปสำรวจพื้นที่ริมลำธาร

สีหนาทสังหรณ์ใจว่าคนงานสาวจอมป่วนต้องมีความลับซ่อนไว้แน่ ถึงทำท่าเหมือนมีพิรุธ ไม่ยอมสบตา แถมตอบคำถามวกวนเหมือนคนกำลังซ่อนความผิด เลยตัดสินใจลากตัวไปคุยตามลำพัง กดดัน

“รู้ไหมว่าถ้าฉันให้โอกาสใคร แล้วเขาโกหก หักหลัง จะต้องโดนลงโทษยังไง”

หนูนาหน้าเจื่อน แต่ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ย้อนถามเสียงเรียบ “ยังไงหรือ”

“ก็จะได้รับบทเรียนที่ทีหลังจะไม่กล้าทำแบบนั้นอีกเลยน่ะสิ เธอมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันไหม”

สายตาคาดคั้นของเขา ทำให้หนูนาร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก แต่ชนักปักหลังเรื่องพ่อก็ทำให้ไม่กล้าสบตาเหมือนเคย จนเมื่อเชษฐ์มาตามเพราะเห็นว่าเจ้านายหนุ่มแยกตัวไปนานแล้ว ถึงได้หายใจสะดวกขึ้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้สีหนาทหายคาใจ จนเธอต้องยืนยันเจตนาดีของตัวเองอีกครั้ง

“คุณจะเชื่อที่ฉันพูดหรือเปล่า...ฉันไม่รู้ แต่ฉันแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีไม่งามอยู่แน่ๆ”

ooooooo

รามแอบสังเกตท่าทีระหว่างสีหนาทกับหนูนาตลอด เช่นเดียวกับเชษฐ์ และเริ่มสงสัยว่าเจ้านายหนุ่มอาจมีความรู้สึกพิเศษกับคนงานสาวร่างเล็ก แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ เพราะเห็นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่กระนั้น...

ก็อดแสดงความเห็นส่วนตัวไม่ได้ ว่าหนูนาเป็นแค่คนงานตัวเล็กๆ คงไม่ใช่นางนกต่อหรือคนร้ายอย่างที่อีกฝ่ายนึกกังวลแน่

สีหนาทก็หวังเช่นนั้น โดยไม่รู้เลยว่าหนูนาต้องพยายามข่มอารมณ์แค่ไหน ไม่ให้เป็นบ้าตาย เพราะกลัวเขาจับได้ว่าเธอมีความลับ จนแม้แต่เมื่อแป้นเดินมาบ่นเรื่องเธอแอบออกไปนอกห้องพักตอนกลางคืน ก็ไม่รู้สึกตัว

“กะอีแค่เสื้อตัวเดียว จะต้องถ่อไปเอามาจนได้ แกนี่เรื่องควรทำก็ไม่ทำ เรื่องไม่น่าทำกลับทำ”

หนูนาเพิ่งได้สติ ขอโทษเพื่อนสาวใหญ่ที่ทำให้เป็นห่วง ก่อนจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง แป้นได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ คร้านจะเตือนอีกฝ่ายแล้วว่าไม่ให้ต่อปากต่อคำกับสีหนาท

“ฉันเหรอจะกล้าเถียงกับคนอย่างคุณสิงห์เจ้าของไร่”

“ก็แกนี่แหละกล้า ฉันเห็นเถียงเขาตลอด ฉันว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่นายหรอก แต่อยู่ที่แกนี่แหละ เป็นลูกน้องเขา ต้องยอมเจ้านายบ้าง แล้วเขาก็ให้โอกาสแกตั้งหลายครั้ง แกก็น่าจะรู้จักเอาใจเขาบ้างสิ...รู้ไหม”

ขณะที่หนูนาพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานะคนงานในไร่บัวขาว...วรรณได้แต่เฝ้ารอด้วยความหวังว่าหลานสาวคนเดียวจะกลับบ้าน ไม่ทิ้งให้เขาอยู่กับความเหงาตามลำพังอีก อรุณีเห็นสภาพเจ้านายก็สงสาร พยายามจะปลอบให้คลายกังวล แต่ก็เหมือนจะไม่ช่วยให้เจ้าสัวใหญ่อาการดีขึ้น

“เธอว่ายายนา มันอยู่ทางโน้น มันจะมีความสุขมากกว่าอยู่ที่นี่ไหม”

อรุณีชะงักไปอึดใจ กว่าจะตั้งหลักหาคำปลอบได้ “คุณท่าน...พูดอะไรอย่างนั้นคะ คุณนาเธอรักคุณท่านนะคะ ต่อให้มีเรื่องคุณพ่อของเธอ คุณนาก็ไม่มีทางเปลี่ยน เธอไม่เหมือนกับคุณรัศ”

วรรณพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นแหละคือข้อดีของยายนา ยิ่งเห็นยายนาเป็นเด็กดีมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งสงสาร รัศมีไม่เคยชื่นชมหรือภาคภูมิใจในตัวลูก ถ้าเรื่องนี้ต้องหาคนผิด...ก็คือฉัน ที่สั่งสอนลูกสาวตัวเองไม่ดี”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งอรุณีให้มองตามด้วยสายตาเป็นห่วง...เมื่อไหร่หนอคุณนาจะกลับมาเสียที

วันเวลาผ่านไป...หนูนายังพยายามอย่างหนัก เพื่อเป็นคนงานดีเด่น แต่เพราะความไม่คุ้นเคย และสภาพร่างกายไม่อำนวย ก็ทำให้สาวร่างเล็กทำงานช้ากว่ามาตรฐาน แต่กระนั้น...ก้อนหัวหน้าส่วนงานก็ไม่อยากดุหรือเร่งอะไรมาก เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความซุ่มซ่ามของเธออีก

สีหนาทก็เป็นอีกคนที่จับตามองหนูนาเป็นพิเศษ และวันนี้ก็เช่นกันที่เขามาสังเกตการณ์ถึงที่แปลงเหลาเหง้าสัก หนูนาเห็นเจ้านายใหญ่ก็พยายามแสดงถึงความตั้งใจจริง ทั้งที่เมื่อยขบไปทั้งตัว ซึ่งเขาก็รู้ดี และไม่รอช้าจะแกล้งแหย่ แต่เธอก็ฮึดสู้ จนเขาอดทึ่งในความอึดของเธอไม่ได้

“ขอโทษที่แกล้งถาม แต่เห็นหน้าเธอทีไร อดคิดไม่ได้ว่าไม่เหมือนคนจะมาทำงานในไร่อย่างนี้ได้”

หนูนาเริ่มหงุดหงิด เมื่อได้ยินคำสบประมาท แต่ยังปั้นหน้านิ่ง ตอบคำถามเขาเรื่องงานเก่าที่กรุงเทพฯ

ซึ่งเธอแต่งขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ โดยเฉพาะสาเหตุที่ลาออก เพราะเจอเจ้านายนิสัยไม่ดี!

“อ้อ...งั้นฉันคงเป็นเจ้านายที่ดีมาก เธอถึงอยากจะมาทำงานที่นี่ ไม่อยากออก”

สีหน้ายียวนของเขา ทำให้หนูนาอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ต้องพยายามระงับอารมณ์

“แล้วพ่อกับแม่เธอล่ะ อยู่กรุงเทพฯทั้งคู่เหรอ”

“อยู่แต่แม่ พ่อไม่อยู่ค่ะ” หนูนาเห็นเขาจะซักต่อ

เลยแกล้งกวนกลับบ้าง “คุณซักคนงานในไร่อย่างนี้ทุกคนเลยเหรอคะนายสิงห์...แล้วนี่คุณอยากรู้ด้วยหรือเปล่าคะ ว่าพ่อแม่ ปู่ย่าตายายของฉันชื่ออะไร”

สีหนาทชะงักไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มไม่สะทกสะท้าน “ตอนนี้ยังไม่อยาก...แต่ต่อไปก็ไม่แน่”

หนูนาถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะตอบแบบนี้ แต่ไม่ทันตอกกลับ เขาก็ขอตัวดื้อๆ

“ฉันไม่กวนเธอแล้ว ถ้าเมื่อยก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเสียบ้าง ไม่มีใครเขาว่าหรอก”

พูดจบก็ผละไป หนูนาเลยถือโอกาสลุกมาบิดตัวแก้เมื่อย แต่ขยับได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อสีหนาทโผล่มาส่งยิ้มล้อๆให้แบบไม่ทันตั้งตัว จนเธอต้องบิดตัวกลับแทบไม่ทัน...ไม่รู้จะกลับมาทำไม อีตาสิงโตบ้า!

ooooooo

นอกจากปรับตัวให้สมเป็นคนงานไร่สักแล้ว หนูนายังต้องหาทางใกล้ชิดพ่อเพื่อสารภาพความจริงด้วย และวันนี้โอกาสก็มาถึง เมื่อเธอมีวันหยุดประจำสัปดาห์และได้เสนอตัวช่วยรามทำสวนผัก ซึ่งเขาก็ ไม่ถือตัวและเย็นชาเหมือนเคย ยอมให้เธอช่วยง่ายๆ อย่างที่ไม่เคยยอมให้ใครมาก่อน...คงเพราะแววตาสุกใสคู่นั้นแน่ๆ

แต่คนไม่รู้เรื่องอย่างขนิษฐา ซึ่งเตรียมทำขนมอย่างดีมาฝากหัวหน้าคนงานหนุ่ม กลับมองภาพความสนิทสนมและไม่ถือตัวของรามด้วยความน้อยใจสุดขีด เพราะไม่เคยเลยสักครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่เขาจะมีท่าทีผ่อนคลายและเป็นกันเองกับเธอ แบบที่ทำกับหนูนา...
เช้าวันเดียวกันที่หน้าสถานีตำรวจเชียงราย...

จุฑารัตน์แอบไปดักรอกรกชพร้อมกับมาโนช ไม่อยากทนอยู่เฉย รอเขาโทร.บอกเรื่องคดีลักลอบตัดไม้ แต่อยากตามสืบด้วยตัวเองมากกว่า และวันนี้ก็เหมือนโชคชะตาจะเป็นใจ เมื่อสารวัตรหนุ่มออกปฏิบัติการตามจับพวกค้ายา เธอกับเพื่อนชายใจสาวเลยรีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป

และระหว่างเกาะติดสถานการณ์นั่นเอง นักข่าวสาวไฟแรงก็มีโอกาสช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยบังเอิญ ด้วยการสกัดจับกลุ่มค้ายาไว้ได้ แต่ความดีความชอบนั้นกลับทำให้กรกชไม่พอใจ กลัวเธอเป็นอันตรายมากกว่าได้เป็นฮีโร่สาว เลยอดต่อว่าไม่ได้ แต่ก็แค่พอเป็นพิธีเท่านั้น...ครั้งนี้ถือว่าเขาติดหนี้เธอแล้วกัน!

ด้านหนูนากับราม...ช่วยกันทำสวนตลอดเช้า จนกระทั่งถึงเวลามื้อกลางวัน เขาก็เสนอให้เธออยู่กินด้วย เพื่อตอบแทนน้ำใจเล็กๆน้อยๆ หนูนากระตือรือร้นมาก ช่วยหุงหาอาหารเป็นอย่างดี แม้จะเงอะๆงะๆ เกือบหุงข้าวไม่ได้ แต่สุดท้ายอาหารมื้อแรกกับพ่อก็ผ่านไปด้วยดีและเต็มไปด้วยความสุข

ช่วงบ่าย...รามสอนให้หนูนาเลี้ยงไก่ เลยทำให้ภาพอดีตของทั้งสองเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นอีกครั้ง สมัยเธออายุแค่หกขวบ และได้ของขวัญวันเกิดเป็นลูกเจี๊ยบชื่อว่าเจ้าก้านไม้ขีดไฟ...

และระหว่างที่กำลังรื้อฟื้นความจริงกันนั่นเอง สีหนาทซึ่งเพิ่งรู้จากไข่กับขนิษฐาว่าหนูนามาช่วยรามทำสวน ก็โผล่มาขัดจังหวะ รามเห็นท่าทางเหมือนจะหึงของเจ้านายหนุ่ม เลยขยับออกห่างคนงานสาว พร้อมแก้ตัวเสร็จสรรพว่าหนูนามีวันหยุดเลยมาช่วยทำสวน เพราะไม่อยากออกไปเที่ยวในเมืองเหมือนคนอื่นๆ

หนูนาพยักหน้าหงึกๆ ยืนยันคำพูดของราม “ฉันไม่อยากไปไหน อยากอยู่ที่ไร่นี่มากกว่า”

“รักไร่นี้จังนะ ถ้ารู้ว่าเธอปลื้มขนาดนี้ วันหยุดคราวหน้า ฉันจะพาทัวร์ทั่วไร่ สำหรับแฟนคลับพิเศษอย่างเธอ”

“คงไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ ฉันให้น้ารามพาไปก็ได้”

พูดจบก็หันไปยิ้มประจบ รามใจอ่อนยอมรับปากเหมือนเคย สีหนาทเห็นภาพบาดตานั้นแล้วตาร้อน และหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก จนต้องแยกทั้งสองออกจากกัน ด้วยการขอตัวรามไปช่วยงานบนดอย

หนูนาหน้าจ๋อย เสียดายเวลาอยู่กับพ่อ และได้แต่ยืนมองรถคันใหญ่ของเจ้านายหนุ่มเคลื่อนตัวช้าๆ ด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์สุดขีด สีหนาทซึ่งแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แอบมองผ่านกระจกข้างรถ เห็นท่าเธอก็อดใจอ่อนไม่ได้ และในที่สุดก็ทนไม่ไหว รับขึ้นรถและพาไปช่วยงานบนดอยด้วยอีกคน!

ooooooo

หลังรับปากจะช่วยเหลือเรื่องโครงการใหญ่ที่เชียงราย รัศมีกับศักดาก็กลายเป็นคู่รักคู่ใหม่ของแวดวงไฮโซ ที่ใครต่อใครพากันซุบซิบว่าตัวติดกันราวกับบนโลกนี้มีแค่สองคน!

แม้ว่าภาพหวานของทั้งคู่จะไม่ใช่ของใหม่สำหรับแวดวงไฮโซ เพราะต่างก็คุ้นเคยกับกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของรัศมี ที่เปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่นมาตลอด แต่สำหรับสมาชิกครอบครัววรรณพาณิช โดยเฉพาะเอกชาติกับเพชรสีผู้เป็นภรรยา อับอายขายขี้หน้ามาก จนต้องคิดหาทางแยกทั้งคู่ออกจากกัน

และวิธีถนัดของเพชรสีก็ได้ผลดีเกินคาด คุณหญิงคุณชายแห่งแวดวงไฮโซต่างมองมาทางคู่ของรัศมีกับศักดาด้วยแววตาบางอย่างที่อาจทำให้ร้อนวูบวาบ แล้วทั้งสองก็ได้พิสูจน์ความจริง เมื่อได้มาเจอลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารในงานเลี้ยงเปิดตัวผลิตภัณฑ์งานหนึ่ง

รัศมีพยายามพาศักดาไปทักทายและทำความรู้จักเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่กลับถูกลูกค้ารายใหญ่ตอกกลับจนหน้าหงาย เมื่อพ่อเลี้ยงใหญ่เสนอให้ไปพักรีสอร์ตของเขาที่เชียงราย

“ฉันเชื่อค่ะว่าคุณดูแลดี เพราะคุณรัศมีดูสดใสมาก ไม่เหมือนแม่ที่เพิ่งทะเลาะกับลูกสาวที่หนีออกจากบ้านเลย”

รัศมีหน้าเจื่อน แต่ยังพยายามเก็บอาการ แต่ดูเหมือนลูกค้ารายใหญ่จะไม่ได้สนใจ ซ้ำเติมต่อ

“ก็พอเข้าใจนะคะว่าเด็กสมัยนี้เอาใจยาก พ่อแม่คงปวดหัวแย่ แต่คุณคงไม่เป็นไร เพราะท่าทางไม่คิดมาก”

พูดจบทั้งหมดก็ขอตัว ทิ้งให้รัศมีโกรธและอับอายจนแทบทนอยู่ในงานต่อไม่ไหว แต่เพียงไม่นานก็ตั้งหลักได้ และมุ่งหน้าตามหาผู้ต้องสงสัยปากสว่าง ที่เอาเรื่องส่วนตัวของเธอไปเม้าท์เสียๆหายๆแบบนี้!

ใช้เวลาไม่นาน รัศมีก็ได้เห็นเพชรสี พี่สะใภ้ขาเม้าท์กำลังใส่ไฟเรื่องเธอกับนารา จนกลายเป็นขี้ปากคนทั้งงาน และความโกรธที่ถูกหักหน้า ก็ทำให้รัศมีหมดความยับยั้งชั่งใจ ถลาไปคว้าน้ำหอมมาฉีดใส่อีกฝ่ายทันที

“รัศจะดับของเน่าในปากให้พี่เพชร แต่รู้สึกว่ายังไม่หาย ต้องฉีดอีก ฉีดเยอะๆ จะได้สะอาด!”

เพชรสีทั้งแสบทั้งอาย พยายามยกมือปัดป้อง ยื้อยุดกับน้องสามี แต่รัศมีก็ไม่หยุด จนศักดาเห็นท่าไม่ดี ต้องลากคนรักออกจากงาน ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงของนักข่าวที่โถมเข้าหาตลอดทาง

ขณะที่รัศมีกลายเป็นข่าวใหญ่...หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวกลับพบความสงบบนดอยสูง สนุกสนานกับเหล่าเด็กดอยที่แห่กันมาช่วยสีหนาทกับรามสอนชาวบ้านทำแก๊สหุงต้มแบบง่ายๆ จะได้ไม่ต้องไปตัดไม้มาทำแก๊สอีก

รามเริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆด้วยตัวเองอย่างคุ้นเคย หนูนาพยายามจะช่วย แต่ก็ดูจะทำให้ช้าลงกว่าเดิมมากกว่า สีหนาทเลยลากตัวเธอขึ้นดอยเพื่อไปสำรวจพื้นที่สร้างหอสังเกตการณ์แทน

แต่กว่าจะลากกันขึ้นไปได้ หนูนาก็ขาแทบลาก โชคดีที่มีสีหนาทคอยจับคอยจูงตลอดทาง เธอถึงปีนขึ้นมาได้สำเร็จ ไม่ตกเขาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เพราะความหยิ่งและอวดดีของตัวเอง

ภาพสวยงามบนยอดดอย ก็ทำให้หนูนาแทบลืมความหงุดหงิดที่ถูกสีหนาทเจ้ากี้เจ้าการให้แยกจากพ่อ ยิ่งเมื่อเขาอธิบายถึงความตั้งใจและอุดมการณ์ ยิ่งประทับใจอย่างบอกไม่ถูก

“ที่ตรงนี้...ฉันจะให้คนงานมาช่วยชาวบ้านสร้างหอสังเกตการณ์ พอเสร็จจะเห็นวิวไกลกว่านี้”

“ทำไมล่ะคะ แค่นี้ก็เห็นไปจนสุดโน่นแล้ว”

“เธอเห็นป่าทางด้านโน้นไหม นั่นน่ะเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของที่นี่ เมื่อก่อนมีตั้งหลายหมื่นไร่ เดี๋ยวนี้เหลืออยู่แค่ไม่กี่พัน เพราะฝีมือของพวกลักลอบตัดไม้”

หนูนามองผืนป่าสีเขียวสุดลูกหูลูกตาอึ้งๆ สีหนาทเลยเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ

“นายทุนรวย แต่ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะสำหรับพวกเขา ป่าไม่ใช่แค่เงิน แต่มันเป็นทั้งแหล่งอาหาร เป็นห่วงโซ่ที่ให้ความอุดมสมบูรณ์ แต่คนบางพวกก็เห็นแก่เงินมากกว่าอะไรทั้งหมด”

“คุณเลยจะให้พวกชาวบ้านช่วยกันสอดส่องและช่วยกันปกป้องผืนป่า มาค่ะ...จะให้ฉันช่วยอะไรบ้าง”

ท่าทางกระตือรือร้นของเธอ ทำให้สีหนาทถึงกับชะงัก โลกเหมือนจะหยุดหมุนขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็ตัดสินใจทดสอบบางอย่าง ด้วยการให้เธอช่วยงาน จดบันทึกโน่นนี่ เสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัว และสาวร่างเล็กก็ทำได้ดีเหลือเชื่อ...ไม่สร้างปัญหาและไม่ก่อกวนให้งานเขาวุ่นวายเลยแม้แต่น้อย!

ooooooo

เรื่องถูกฉีกหน้ากลางงานเปิดตัวน้ำหอมทำให้เพชรสีเดือดเนื้อร้อนใจมาก ต้องแล่นไปฟ้องวรรณ ให้กำราบและจัดการลูกสาวคนเดียว เจ้าสัวใหญ่รับฟังด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายและเอือมระอา แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถึงแม้คำพูดของสะใภ้ใหญ่ที่ปกติจะต้องฟังแล้วหารสอง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีมูลเลย

ฝ่ายรัศมี...ไม่สนและไม่แคร์ว่าพ่อจะรู้เรื่องหรือไม่ มัวหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับศักดา เรื่องเขาถูกฉีกหน้ากลางงานสังคม พ่อเลี้ยงใหญ่สาแก่ใจมากที่ทำให้เธอเดือดร้อนแทนได้ แต่ก็ยังสวมบทเป็นคนดีเพื่อแผนขั้นต่อไป

“เพราะผม...ทำให้คุณต้องมีเรื่องไม่สบายใจ”

“นี่...ไม่ใช่เพราะคุณสักหน่อย ใครมันอยากพูดก็ให้มันพูดไป ฉันไม่แคร์หรอก”

“แต่ผมไม่สบายใจอยู่ดี ทำยังไงผมถึงจะช่วยคุณ กู้ชื่อเสียงให้คุณได้บ้าง”

ศักดาแกล้งทำหน้าเครียดจนรัศมีพลอยกังวล

แต่สุดท้ายก็นึกอะไรขึ้นได้

“ฉันคิดออกละ...ต้องตอกหน้าพวกนั้นให้หงายเสียบ้าง จะได้ไม่มาดูถูกคุณอีก!”

ด้านขนิษฐา...ได้ต้อนรับอดิสร แขกไม่พึงประสงค์ในบ่ายวันเดียวกัน แม้เธอจะกำชับพนักงานโรงแรม

ทุกคนให้บอกตรงกันว่าเธอไม่อยู่และจะไม่เข้าโรงแรมตลอดวัน แต่ลูกชายอันธพาลของศักดาก็ไม่เชื่อ และบุกมาดูด้วยตาตัวเอง

ขนิษฐาทำท่าจะหนีออกจากห้องทำงาน แต่เขาก็ดักหน้าไว้ แล้วต้อนเธอจนหลังติดผนัง

“บอกแล้วไงว่าอย่าคิดหลบหน้าผม ผมไม่ใช่คนที่คุณจะมาดูถูกได้ง่ายๆนะ”

“คุณต่างหากที่กำลังดูถูกฉัน”

“ถามจริงๆ ผมมันน่าเกลียดน่าชังอะไรนักหนา คุณน้องไม่รู้เหรอว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ”

ขนิษฐาพยายามผลักเขาออก แต่ก็เหมือนออกแรงกับกำแพง และก่อนที่เธอจะเสียท่าให้สิ้นชื่อ สีหนาท รามกับหนูนา ซึ่งเพิ่งกลับจากยอดดอยและจะแวะรับเธอไปกินมื้อเย็นด้วย ก็โผล่พรวดมาขวางเสียก่อน

อดิสรเห็นสีหนาทคู่ปรับตลอดกาลก็ผละออก ขนิษฐาเลยรีบไปยืนกับพวกญาติหนุ่ม

“อ้อ...มากับเขาเหมือนกันเหรอ นึกว่าถนัดแต่อยู่กับเสือในป่า” อดิสรเปิดฉากเอาเรื่อง

“สัตว์หน้าขนบางตัวอยู่ด้วยง่ายกว่าคน” สีหนาทกวนกลับ

“แกหมายถึงใคร” สีหนาทไม่ตอบ ถลาไปขยุ้มคอเสื้อ อดิสรสะบัดออกอย่างแรง “แกอยากลองดีกับฉันเหรอ”

“เอาสิ...ถ้าคิดว่าลงไม้ลงมือที่นี่แล้วจะลอยนวลออกไปได้!”

ท่าทางเอาเรื่องจริงจังของสีหนาท รวมทั้งผู้ช่วยคนสำคัญอย่างราม ทำให้อดิศรนึกขยาด ยิ่งเห็นเหล่ารปภ.แห่มาป้องกันเจ้านายหลายคน ก็เริ่มตระหนักว่าคงไม่เหมาะจะมีเรื่องเวลานี้ แต่ก็ยังปากดี แถเข้าข้างตัวเองดื้อๆ

“หึ...ฉันก็แค่แวะมาเยี่ยมคุณน้อง ทำไมต้องตกอก ตกใจกันนักหนา”

สีหนาทจ้องหน้าเอาจริง ขู่เสียงเข้ม “อย่าเข้าใกล้ยายน้องอีก น้องฉันเลือกคบคน แล้วเขาก็เลือกแล้วว่าจะไม่คบใคร ไม่งั้นคำว่าเยี่ยมมันจะหมายถึงบุกรุก และฉันก็จะไม่เกรงใจ!”

สีหนาทกับรามขยับไปใกล้ขนิษฐา สื่อให้เห็นว่าจะทำตามที่พูดจริงๆ จนอดิสรตัดสินใจถอย

“วันนี้เจ้าของบ้านอารมณ์ไม่ดี ฉันกลับก่อนก็ได้ อ้อ...ได้ยินว่าไม้หาย...เสียใจด้วยนะ”

เยาะปิดท้ายแล้วก็หัวเราะผละไป ทิ้งสีหนาทให้กำหมัดแน่น พยายามข่มอารมณ์อย่างมากไม่ให้ตามไปต่อยปากลูกชายอันธพาลของศักดาให้หายแค้น...
แต่อย่าให้มีคราวหน้าแล้วกัน!

ooooooo

อดิสรกลับไปแล้ว แต่ไม่วายทิ้งสายตาและคำพูดอาฆาตไว้ จนทุกคนรอบข้างโดยเฉพาะรามกับขนิษฐาเป็นห่วงสีหนาท กลัวพลาดท่ามีเรื่องแล้วจะมีอันตรายถึงชีวิต แต่ราชสีห์หนุ่มกลับไม่กลัว ประกาศกร้าวจะเอาคืนถึงที่สุด หากอดิสรกล้าทำเรื่องวุ่นวายในไร่หรือเกาะแกะญาติสาวอีก

ขนิษฐากับรามพยายามกล่อมให้สีหนาทใจเย็นและคิดถึงความปลอดภัยบ้าง โดยมีหนูนาเป็นลูกขุนพลอยพยัก คอยพยักหน้าสนับสนุนทุกอย่าง จนสีหนาท อดขำและแซวไม่ได้

หนูนาอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะแก้ตัวแกนๆ “ก็คุณน้องกับน้ารามพูดถูก”

ความสนใจของทุกคนเลยพุ่งไปที่หนูนาแทน

สีหนาท โดยเฉพาะรามยิ้มและลูบหัวคนงานสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะถามว่ากลัวหรือไม่ สีหนาทเลยถือโอกาสตอบแทน

“ก็ไม่ควรกลัวหรอก เล่นหลบอยู่หลังประตูแจ ไม่ยอมโผล่หน้าออกมาเลยนี่”

บรรยากาศหลังจากนั้นผ่อนคลายลงมาก ไม่มีใครพูดถึงอดิสรอีก จนกระทั่งส่งขนิษฐาถึงเรือนในเวลาต่อมา สีหนาทก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งขรึมใหม่ และขอร้องให้รามช่วยทำหน้าที่บอดี้การ์ดรับส่งญาติสาว เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย หัวหน้าคนงานหนุ่มรับปากด้วยความเต็มใจ แต่หนูนากลับไม่เห็นด้วย เมื่อสบโอกาสอยู่กับพ่อตามลำพังหลังจากนั้นก็พยายามกล่อมให้พ่อส่งเรื่องให้ตำรวจจัดการแทน

สีหนาทซึ่งเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระเรื่องคนงานจะไหว้

วานรามตามมาทันได้ยินพอดี เลยตัดสินใจปรากฏตัว มอบหมายงานให้หัวหน้าคนงานและลากตัวคนงานสาวจอมป่วนไปเคลียร์กันเป็นการส่วนตัว

“เธอจะยุ่งกับน้ารามเขาเกินไปแล้ว ฉันใช้อะไรใคร ฉันคิดดีแล้ว น้ารามไม่ใช่คนประมาท แล้วก็มีฝีมือพอตัว”

“ค่ะ...ฉันลืมไปว่าคุณน่ะเก่ง แล้วก็รู้ดีทุกอย่าง!”

“นี่ประชดเหรอ...ฉันขอเตือนเธอเรื่องน้าราม เขาเป็นคนสันโดษ ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย อย่างวันนี้ที่เธอไปช่วยทำสวน แล้วก็คอยตามติดเขาแจน่ะ เขาจะรำคาญเอาเปล่าๆ”

“ฉันไม่ได้รบกวนนะ แค่อยากจะ...” หนูนาชะงัก ยังไม่อยากบอกใครเรื่องพ่อ สีหนาทเลยสวนถามทันทีด้วยความอยากรู้ หนูนาอึกๆอักๆ แต่ก็เอาตัวรอดจนได้ “ฉันแค่จะขอบคุณที่น้ารามใจดี คอยช่วยเหลือฉันมาตลอด”

สีหนาทยกมือถูคาง ทำหน้าไม่เชื่อ แล้วแกล้งพูดยั่วโมโห

“ไม่รู้สินะ...เห็นว่าผู้หญิงสาวๆบางคนชอบผู้ชายมีอายุ เขาว่าผู้ชายมีอายุจะใจเย็นและเอาใจเก่งกว่าหนุ่มๆ”

หนูนาหน้าแดง แหวกลับ “บ้า...พูดอะไรบ้าๆ ฉันไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นกับน้ารามนะ ไม่เคย!”

สีหนาทนิ่งไปอึดใจก่อนจะยิ้มบางๆ “ไม่คิดจริงก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง”

รอยยิ้มกวนประสาทของเขาทำให้หนูนาโกรธจนพูดไม่ออก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากผละไปดื้อๆ ทิ้งสีหนาทให้มองตามขำๆ สะใจยิ่งนักที่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับเธอ

ต่างจากหนูนาต้องพยายามสงบอารมณ์อย่างมาก

ที่ถูกเจ้านายหนุ่มยั่วโมโหตลอดวัน ยิ่งข้อกล่าวหาว่าเธอคิดกับรามแบบชู้สาว ยิ่งทำให้หงุดหงิด แต่ที่เธอไม่รู้ คือไม่ใช่แค่สีหนาทที่คิด แต่เหล่าคนงานสาวๆ โดยเฉพาะกระจิบกับเพ๊อะ ซึ่งแอบสืบเรื่องวันหยุด

ของเธอจากบุญตาสาวใช้บนเรือนสีหนาท ก็คิดไม่ต่างกันว่าเธอมีแผนจะจับราม!

และเพื่อสั่งสอนไม่ให้หนูนาใกล้ชิดรามอีก

พวกกระจิบเลยวางแผนกับพวงแกล้งขังหนูนาไว้

ในห้องเก็บอุปกรณ์เช้าวันต่อมา แต่ที่คิดไม่ถึงคือเป้าหมายร่างเล็กไม่ได้ถูกขังตามลำพัง แต่ดันติดแหง็กอยู่กับสีหนาทด้วย!

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน
21 พ.ย. 2562
07:15 น.