ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่

ความรัก...คือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดชีวิต...เมื่อความรักหล่นหายมานานสิบห้าปี มันก็ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องทำทุกทางเพื่อ...ตามรักคืนใจ

นารา วรรณพานิช หรือ หนูนา(นิษฐา จิรยั่งยืน) หลานสาวของนายวรรณ วรรณพาณิช (มนตรี เจนอักษร) ประธานธนาคารอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักทั้งในวงการธุรกิจการเงินและสังคมว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่ภายในตระกูลวรรณพานิช นาราเปรียบเสมือนลูกเป็ดขี้เหร่ตระกูล ไม่ใช่หงส์อย่างคนอื่น โดยมีลุงเอก (เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) พี่ชายของแม่ และป้าสะใภ้ทั้งสองเพชรสี (นฤมล พงษ์สุภาพ) กับ ชไมพร (สุรางคนา สุนทรพนาเวศ) ที่เอาแต่ตั้งแง่รังเกียจนารา ถึงแม้เลือดในตัวครึ่งหนึ่งจะเป็นของวรรณพานิช แต่เลือดอีกครึ่งหนึ่งกลับเป็นของชาวสวนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า!

เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน รัศมี (ธัญญาเรศ รามณรงค์) แม่ของนาราซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้องของนายวรรณ ได้พบรักกับราม (ธนากร โปษยานนท์) หนุ่มชาวสวน รัศมีออกจากบ้านไปอยู่กับราม ในวันที่รัศมีขนกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อไปอยู่กับราม วรรณประกาศว่าถ้ารัศมีก้าวออกจากบ้านก็ห้ามกลับมาเหยียบที่บ้านอีก ชีวิตคู่ช่างแรกของรามและรัศมีเต็มไปด้วยความสุข รามทำทุกอย่างเพื่อให้รัศมีมีความสุข ทั้งสองมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน นั่นก็คือนารา แต่ชีวิตร่ำรวยอย่างรัศมี อยู่กับความจนได้ไม่นาน ก็เรียกร้องหาแสงสี ทะเลาะกับรามทุกคน เด็กหญิงนาราใช้ชีวิตแบบเด็กในสวนในไร่ทั่วไป มองเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ หน้าที่การดูแลนาราก็เป็นของราม รัศมีไม่เคยหยิบจับอะไรเลย เด็กหญิงนารามีความสุขตามประสาเด็ก แต่แล้วความสุขของนาราก็หายไปเมื่ออายุห้าขวบ วันหนึ่งรัศมีบอกกับนาราว่าพ่อของเธอได้ตายไปแล้ว ทำให้นาราเสียใจอย่างหนัก รัศมีทิ้งบ้านสวนและพานารากลับมาที่บ้านวรรณพานิช

เวลาผ่านไปไม่ว่าจะกี่ปีเลือดอีกครึ่งหนึ่งในตัวของนาราที่มาจากพ่อที่เป็นชาวไร่ชาวสวน ทำให้นาราถูกกระแหนะกระแหนจากป้าสะใภ้ทั้งสองนั่นคือ เพชรสี และชไมพร ถึงชาติกำเนิดของเธอเป็นประจำ และพฤติกรรมของรัศมีที่ตอนนี้เป็นสาวสังคมที่นิยมการแต่งตัวและใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ คิดว่าตัวเองเป็นหงส์ผู้สง่างามเพราะความสวยของเธอยังเฉิดฉายและทำให้คนสนใจได้เสมอ รัศมีคบผู้ชายมากหน้าหลายตาและสร้างความวุ่นวายให้กับวรรณเป็นประจำ

อดิสร (ทองภูมิ สิริพิพัฒน์) ลูกชายของ พ่อเลี้ยงศักดา (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) ผู้มีอิทธิพลทางภาคเหนือซึ่งทั้งสองพ่อลูกเข้ามาตีสนิทกับพี่ชายของรัศมีเพราะอยากกู้เงินทุนจากวรรณเพื่อไปทำธุรกิจรีสอร์ทและโรงแรมที่ภาคเหนือ แต่วรรณรู้ทันว่าอดิสรและพ่อเลี้ยงศักดาทำธุรกิจผิดกฎหมายจึงปฏิเสธไป พ่อเลี้ยงศักดาเข้าทางรัศมี ทั้งคู่มีสัมพันธ์กัน วรรณไม่ชอบใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

เมื่อนาราอายุครบยี่สิบเอ็ดปี เรียนจบจากปริญญาตรีจากสถาบันชื่อดัง กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจุฑารัตน์เพื่อนสนิทที่เป็นนักข่าวให้ดูรูปในการสกู๊ปข่าวที่ ไร่สัตตบุษย์ นาราเห็นคนงานในภาพมีรูปร่างหน้าตาเหมือนพ่อที่ตายไป และเมื่อกลับบ้านก็ได้เห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่จ่าหน้าซองส่งมาถึงรัศมีเป็นประจำแต่รัศมีก็ไม่เคยสนใจจะเปิดอ่าน นาราเปิดอ่านก็พบว่าเป็นจดหมายจากพ่อ นาราจึงไปถามแม่ จนในที่สุดความจริงก็เปิดเผยว่าพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่

นาราต้องการที่จะไปพิสูจน์ว่า ผู้ชายที่เห็นในรูปคือพ่อหรือไม่ เธออยากรู้ว่าทำไมตลอดเวลาที่ผ่านมาสิบห้าปี พ่อถึงออกจากชีวิตเธอ ทำไมพ่อถึงทิ้งเธอไป และยังมีหลายคำถามที่เธอต้องการคำตอบ เธอขออนุญาตกับวรรณว่าจะใช้เวลาช่วงที่เหลือก่อนที่จะเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกาไปตามหาพ่อ

การเดินทางไปไร่สัตตบุษย์ครั้งนี้ รัศมีไม่เห็นด้วย เพราะมันเป็นการขุดอดีตที่เหมือนขยะขึ้นมาส่งกลิ่นเหม็น อดีตที่จะประจานให้เธอกลายเป็นหงส์ปีกหักและอาจไม่มีที่ยืนในสังคมได้สวยงามเหมือนเดิม รัศมีขู่ว่าถ้านาราออกจากบ้านไปตามหาพ่อก็ไม่ต้องกลับมาอีก แต่นาราไม่สนใจ เดินออกจากบ้านเพียงกระเป๋าเสื้อผ้าและเงินไม่กี่บาท รัศมีตัดช่องทางการให้เงินของนาราทุกอย่าง ยึดรถ ตัดบัตรเครดิต ยกเลิกบัตรเอทีเอ็ม ทำให้นาราต้องเดินทางอย่างลำบาก แต่อุปสรรคเท่านี้ไม่ได้ทำให้นาราล้มเลิกความตั้งใจ เธอเดินทางไปยังไร่สัตตบุษย์ด้วยการขอข้อมูลจากจุฑารัตน์ (เวธกา ศิริวัฒนา) เพื่อนสาวคนสนิท และมาโนช (ปิยวัฒน์ สุทธิช่วย) แต่ก็ไม่บอกเพื่อนว่าเดินทางไปทำไม

เมื่อถึงไร่สัตตบุษย์หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อว่า ‘ไร่บัวขาว’ นาราสลัดคราบคุณหนูหลานสาวมหาเศรษฐีกลายเป็นสาวชาวบ้านธรรมดา วันแรกที่เหยียบไร่บัวขาวด้วยความหิวจากการเดินทางที่ลำบากทำให้เธอหมดแรง เธอได้รับความช่วยเหลือจากสีหนาท (ณเดชน์ คูกิมิยะ) หรือที่ชาวไร่เรียกว่า นายสิงห์ เจ้าของไร่บัวขาว แต่อะไรไม่ทำให้เธอตื่นเต้นเท่ากับการที่นาราลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นคนที่มากับสีหนาท...ใบหน้าที่เธอไม่เคยลืม ใบหน้าของราม พ่อของเธอนั่นเอง!

เมื่อได้พบหน้าราม จากความตั้งใจที่อยากจะถามสิ่งที่คาใจ พอเห็นรามเปลี่ยนไปมาก ความกลัวทำให้เธอไม่กล้าแสดงตัวว่าเป็นลูกสาวของพ่อ กลัวว่าพ่อจะไม่ยอมรับ พอนายสิงห์ถามว่าเธอชื่ออะไร และเข้ามาในไร่ทำไม นาราจึงบอกว่าตัวเองชื่อหนูนาและอยากจะมาสมัครเป็นคนงานในไร่บัวขาว

สีหนาทสำรวจรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณของนาราที่บอบบางเกินกว่าจะเป็นสาวชาวไร่ แต่ด้วยสายตาเว้าวอน เขากลับรับนาราเข้าทำงาน เมื่อสีหนาทเจ้าของไร่อนุญาตให้นาราได้ทำงานที่ไร่บัวขาวเธอจึงใช้ชื่อในการทำงานว่า หนูนา ทองการค้า แต่หนูนาไม่สามารถเปิดเผยบัตรประชาชนได้จึงบอกว่าลืมบัตรประชาชนไว้ที่กรุงเทพ ปิดบังสิ่งที่ชี้ว่าตัวเองเป็นใคร และนำที่อยู่ของจุฑารัตน์มาเป็นที่อยู่อ้างอิง ทำให้รามและสิงหนาทที่จับตาดูความเคลื่อนไหวของหนูนาอดสงสัยไม่ได้ว่านาราเป็นใครและเข้ามาในไร่เพราะอะไร เพราะในไร่บัวขาวมักจะมีหนอนบ่อนไส้เข้ามาในไร่เพื่อขโมยไม้สัก

รามให้หนูนาไปพักกับคนงานที่ชื่อแป้น (รตวรรณ ออมไธสง) ซึ่งแป้นเองก็ดูแลหนูนาและคอยสอนงานไร่ให้ หนูนาสอบถามข้อมูลเกี่ยวราม จึงได้รู้มาว่าตอนนี้รามอยู่คนเดียว ไม่มีครอบครัว หนูนาคิดช่วงนี้จะต้องหาทางใกล้ชิดกับพ่อให้เร็วที่สุดและเปิดเผยว่าตัวเองเป็นใคร

การทำงานเป็นชาวไร่วันแรกของหนูนาเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะหนูนาไม่เคยทำงานหนัก ไม่เคยต้องทำงานกลางแดด สีหนาทเองก็จับตาดูหนูนาด้วยความสงสัยแต่พอเห็นหนูนากำลังจะเป็นลมเพราะแดดที่แรง ก็สละหมวกประจำตัวให้ แสดงความเอื้ออาทรจนคนงานคนอื่นต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน โดยเฉพาะ พวง (วิรกานต์ เสณีตันติกุล) คนงานหญิงที่พยายามยั่วยวนนายสิงห์มานานแต่นายสิงห์ไม่ชายตาแล กระจิบ (ปาจรีย์ ณ นคร) และ เพ๊อะ (ธัญญา รัตนนมาลากุล) ก็แสดงอาการไม่ชอบหน้าหนูนา ยิ่งรามแสดงความห่วงใยหนูนาอีกคน พวงเลยแสดงความอิจฉาริษยากับหนูนาชัดเจนด้วยการพูดจากระทบกระเทียบตลอดเวลา แต่แป้นก็คอยปกป้องหนูนาเอาไว้

หนูนาที่ไม่เคยจับจอบและไม่เคยทำงานหนัก เมื่อต้องลงมือทำ ทำให้มือเป็นแผล เลยถูกสั่งให้ไปทำงานอื่นแต่ก็ทำงานผิดพลาดจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้คนงานต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาจนโมโหหนูนา แต่แป้นก็คอยปลอบใจว่าคนงานทุกคนโมโหเพราะหิว พอหายหิวก็ดีขึ้น

สีหนาทคิดว่าหนูนาไม่เหมาะสมกับงานที่ไร่บัวขาว พยายามจะให้หนูนาไปทำงานที่โรงแรมที่มีขนิษฐาลูกพี่ลูกน้องของสีหนาทดูแลอยู่แต่หนูนาปฏิเสธเสียงแข็ง ขนิษฐา (เดียร์น่า ฟลีโป) มีความเห็นเหมือนกันสีหนาทว่าหนูนาเหมาะกับงานโรงแรมที่เธอเป็นคนดูแลอยู่มากกว่า แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือท่าทางของสีหนาทที่ดูสนใจหนูนาเป็นพิเศษและรามเองก็ดูเอ็นดูหนูนามาก ท่าทางของรามทำให้ขนิษฐาที่หลงรักน้ารามข้างเดียวรู้สึกน้อยใจราม ที่เขาสนใจหนูนาแต่ไม่เคยสนใจเธอเลย

วันหยุดหนูนาไม่ยอมเข้าเมืองเหมือนคนงานคนอื่น เธอไปหารามที่บ้านพัก เพราะอยากอยู่ใกล้พ่อ เธอพยายามหาโอกาสที่จะคุยกับรามเรื่องของเธอกับเขา แต่ขนิษฐาเข้ามาขัดจังหวะ พาตัวไปดูงานที่โรงแรม เมื่อไปถึงโรงแรม หนูนาก็ต้องรีบซ่อนตัวเมื่ออดิสรมาหาขนิษฐา กลัวว่าอดิสรเจอเธอและทำให้ความลับที่ซ่อนเอาไว้แตกออกมา ตอนนั้นสีหนาทและรามมาโรงแรม พอทราบว่าอดิสรมาหาขนิษฐา สีหนาทก็โมโหและตามเข้าไปไล่อดิสรออกมาและขู่ไม่ให้อดิสรมายุ่งกับขนิษฐาอีก อดิสรโมโหและฝากเอาไว้ก่อน ทำให้หนูนารู้ว่าอดิศรและพ่อเลี้ยงศักดาทำธุรกิจผิดกฎหมายและค้าไม้เถื่อน

การทำงานในไร่ของหนูนาเริ่มต้นอีกครั้ง ทว่าในคราวนี้หนูนาได้ไปทำงานในโรงครัว วันแรกๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทำงานได้ดี จนวันหนึ่งหนูนาได้ทำหน้าที่หุงข้าวเพราะไม่เคยหุงข้าวทำให้โรงครัวไหม้ เกิดความเสียหายอย่างหนัก จนสีหนาทต้องเรียกตัวหนูนามาพบอีกครั้ง ตอนแรกหนูนาคิดว่าเขาจะไล่เธอออก แต่สีหนาทกลับบอกว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปเธอจะต้องมาทำงานที่เรือนใหญ่ มาอยู่ใกล้ตาเขาเพื่อจะได้ไม่ไปทำความเดือดร้อนที่ไหนอีก

การที่หนูนาไม่ถูกไล่ออก แถมยังได้ไปทำงานที่เรือนใหญ่ ทำให้คนงานวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากโดยมีพวงเป็นแกนนำ แต่ก็มีแป้นคอยขัดขวางพวงไม่ให้พูดสนุกปากเกินไป ระหว่างนั้นสิงหนาทก็ให้คนไปตามสืบเรื่องของหนูนา ทองการค้า ว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงได้อยากใกล้ชิดรามมากจนทำให้เขาเข้าใจผิดว่าหนูนาต้องการปั่นหัวราม แต่เธอก็ยืนยันหนักแน่นว่ารักน้ารามเหมือนพ่อคนหนึ่งเท่านั้น เพียงแค่ได้ยินว่าหนูนาคิดกับน้ารามแบบพ่อ สิงหนาทก็อารมณ์ดีและสบายใจมาก

หนูนาได้เลื่อนตำแหน่งจากแม่บ้านกลายเป็นผู้ช่วยของสิงหนาท ซึ่งความคล่องแคล่วในการทำงาน ทั้งด้านการจัดการเรื่องเอกสาร ความสามารถทางด้านภาษาทำให้สิงหนาทสงสัยว่าหนูนาเป็นใครกันแน่ จนในที่สุดความจริงก็ปรากฏเมื่อคนของเขารายงานว่า หนูนา ทองการค้า ไม่มีตัวตน ทองการค้าเป็นนามสกุลของจุฑารัตน์ และที่อยู่ที่ให้ไปเป็นของจุฑารัตน์เช่นกัน เมื่อสืบต่อไปเรื่อยๆ ก็พบว่าหนูนาที่ใกล้ชิดกับจุฑารัตน์มีเพียงหนูนา หรือคุณนารา วรรณพานิชเท่านั้น และเมื่อสิงหนาทตามสืบเมื่อหนูนาใช้โทรศัพท์ของร้านค้าโทรกลับไปหาวรรณเพื่อแจ้งให้คุณตาทราบว่าขอเวลาในการทำความเข้าใจกับพ่อสิบวัน

ในขณะนั้นอดิศรกำลังวางแผนการร้ายกับไร่บัวขาว เขาส่ง เรือง (เตชินท์ ปิ่นชาตรี) เข้าไปเป็นหนอนบ่อนไส้ในคราบของคนงานและเรืองก็เป็นแฟนของพวง คอยจับตาความเคลื่อนไหวของสิงหนาทเพื่อรายงานให้อดิศรให้ทราบว่าไร่บัวขาวจะทำการตัดไม้และขนไม้เมื่อไหร่จะได้ทำการปล้นไม้มาเป็นของตัวเองซึ่งเรื่องการปล้นไม้และสถานการณ์เกี่ยวกับไม้สัก สิงหนาทได้ถ่ายทอดให้หนูนาฟัง เพื่อให้ระวังในการทำงานมากขึ้น

เมื่อหนูนาได้กลายเป็นเป็นผู้ช่วยของสิงหนาท เธอก็ต้องตามนายสิงห์เป็นเงาตามตัว หลังจากที่สิงหนาททราบว่าหนูนาเป็นใครและมาที่ไร่บัวขาวเพื่อตามหาราม เขาก็เก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับและดูว่าหนูนาจะทำอย่างไรต่อไป ระหว่างนั้นทั้งหนูนาและสิงหนาทก็ประสบอุบัติเหตุจนรถไม่สามารถขับต่อจนต้องทิ้งรถไว้ ทั้งสองลงจากรถ หลบไปอยู่ข้างทาง รถของอดิสรขับผ่านมาเห็นรถสีหนาทจอดอยู่ จึงยิงปืนใส่ด้วยความสะใจ เหตุการณ์นั้นทำให้หนูนาตกใจมาก เพราะถ้าเธอกับเขาอยู่บนรถอาจถูกยิงไปแล้ว สีหนาทปกป้องหนูนา ทำให้อุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีสิงหนาทอยู่ใกล้

ขนิษฐาเป็นห่วงสิงหนาทที่หายไปกับหนูนาทั้งคืนเลยขอให้รามตามหาสิงหนาท รามรับปากว่าจะตามหาสิงหนาท คอยปลอบไม่ให้ขนิษฐาตกใจ ในช่วงเวลาที่ขนิษฐาต้องการที่พึ่ง รามมักจะทำให้ขนิษฐาอุ่นใจเสมอ แต่ด้วยอายุที่ห่างกันและความเจียมเนื้อเจียมตัวของรามทำให้ขนิษฐาไม่สามารถแสดงออกความรักของตัวเองออกมาได้ จึงได้แต่เฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่แบบนี้

รามตามหาสิงหนาทและหนูนาเจอตอนเช้า เหตุการณ์ที่รถของสิงหนาทถูกยิงทำให้สารวัตรกช (โกสินทร์ ราชกรม) เข้ามาตรวจสอบ ภาพความห่วงใยของรามที่มีต่อหนูนากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขนิษฐาไม่พอใจ แต่ก็เก็บความรู้สึกเอาไว้ และสิ่งที่ขนิษฐาทำได้ก็คือการหลบหน้าราม แต่รามกลับทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิมนั่นก็คือการไปรับไปส่งขนิษฐาจากโรงแรมกลับมาที่ไร่ แม้ขนิษฐาจะพยายามหลบหน้าแต่รามกลับเข้ามาวนเวียนกับขนิษฐามากขึ้นจนหญิงสาวทนไม่ได้ระเบิดอารมณ์ใส่ราม บอกความรู้สึกที่มีต่อรามออกไปว่าเธอรักราม รักมานาน แต่ว่ารามไม่เคยสนใจเธอเลย รามที่รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยไม่มีค่า อดีตที่ผ่านมาทำให้เขาคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับใครเลย แต่ขนิษฐากลับมองว่ารามต่างหากที่อยู่ห่างจากเธอ อยู่ไกลเกินเอื้อม และตัวเธอเองที่ไม่มีค่าอะไรเลย สิงหนาทก็เห็นและรับรู้ทุกอย่าง เขาพยายามบอกกับรามว่าจริงๆ แล้ว รามเป็นคนมีค่าสำหรับเขาและน้องสาว สิงหนาทไม่เคยรังเกียจรามและเขาก็รู้อดีตของรามมาตลอด พยายามบอกให้รามปลดปล่อยตัวเองจากอดีตเพื่ออยู่กับปัจจุบัน

สิงหนาทที่รู้ความลับของหนูนาว่าเป็นลูกสาวของราม ก็คอยดูแลหนูนาว่าจะทำอย่างไรต่อไป และเขาก็แสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับหญิงสาว ซึ่งตัวเองหนูนาเองก็รู้สึกดีเมื่ออยู่ใกล้กับสิงหนาท ส่วนขนิษฐา พยายามอยู่ห่างจากรามด้วยการไปค้างคืนที่โรงแรมบ้าง กลับดึกบ้าง เมื่อใจอ่อนแอ ร่างกายของขนิษฐาก็อ่อนแอตามไปด้วย

สารวัตรกชแจ้งว่าสายของเขารายงานมาว่าอดิสรจะทำการขนไม้เถื่อน ตำรวจได้วางแผนจับกุม สิงหนาทและรามที่ชำนาญพื้นที่จึงขอไปช่วยราชการในการนำทางไปให้ และหนูนาก็รู้เรื่องนี้โดยบังเอิญ เธอพยายามห้ามสิงหนาทและรามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอันตราย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ฟัง หนูนาจึงได้แต่รอคอยอย่างร้อนรน การจับกุมอดิสรและพวก เป็นไปอย่างยากลำบาก มีการต่อสู้ด้วยปืน ฝ่ายตำรวจและอดิศรตอบโต้กันไปมา จนรามถูกยิงได้รับบาดเจ็บและอดิสรหนีไปได้ คืนนั้นหนูนาที่รอคอยการกลับมาของสิงหนาทและรามด้วยใจที่ไม่เป็นสุข

และเมื่อสิงหนาทกลับมาคนเดียวก็ยิ่งทำให้นหนูนาร้อนใจ พอถามเขา เขาก็บอกหนูนาว่ารามเจ็บหนัก หนูนาไม่สามารถควบคุมสติตัวเองจนบอกว่าตัวเองเป็นลูกสาวของน้าราม สิงหนาทที่ได้ยินความจริงก็ดีใจ แต่เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกราม อยากให้หนูนาเข้าไปคุยกับรามด้วยตัวเอง สิงหนาทให้กำลังใจหนูนาที่จะเข้าไปเปิดเผยตัวเองกับรามว่าเป็นใคร หนูนาอุ่นใจที่มีเขาเป็นกำลังใจ หนูนาจึงบอกว่าเธออยากเป็นหนูนา ทองการค้า มากกว่า นารา วรรณพานิช สิงหนาทบอกว่าไม่ว่าเธอเป็นใครเขาก็รัก...

หนูนารวบรวมความกล้าตัดสินใจเปิดเผยว่าตัวเองเป็นลูกราม ด้วยการเล่าให้ฟังเรื่องในอดีตระหว่างที่เธอกับพ่อใช้ชีวิตสมัยที่อยู่บ้านสวนด้วยกัน รามนิ่งไป ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าหนูนาที่อยู่ตรงหน้าคือยัยหนูของเขา รามดีใจที่ได้เจอลูก และยอมเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตให้ฟังว่า สองพ่อลูกระบายความรู้สึกในใจกัน สิงหนาทแสดงความยินดีเมื่อลูกกับพ่อพูดคุยกันเข้าใจ แต่สิงหนาทก็น้อยใจเมื่อรู้ว่าหนูนาจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกาหลังจากที่วีซ่าเรียบร้อย แต่หนูนาก็พยายามงอนง้อจนเขาหายงอน และก็รับรู้ว่าหนูนาเองก็รู้สึกดีต่อเขาเหมือนกัน

ในขณะที่หนูนาและรามมีความสุข คนที่กำลังเป็นทุกข์คือขนิษฐาที่รู้ข่าวการจับกุมอดิศรผ่านหนังสือพิมพ์ และเพิ่งรู้ว่ารามได้รับบาดเจ็บ ขนิษฐาตกใจ กลับมาที่ไร่ด้วยท่าทางร้อนรน แต่พอเห็นหนูนา รามใกล้ชิดกัน แล้วยิ้มอย่างมีความสุขก็น้อยใจ และภาพสะเทือนใจตรงหน้าทำให้ขนิษฐาหมดสติเพราะร่างกายที่อ่อนแออยู่ก่อนหน้านี้

หนูนา หรือ นารา ราม สีหนาทตกใจที่ขนิษฐาหมดสติไปต่อหน้าต่อตา นาราคอยดูแลขนิษฐา และเมื่อขนิษฐาฟื้นสิ่งที่ถามคำแรกคือความปลอดภัยของราม พอนาราบอกรามปลอดภัยดี ขนิษฐารับทราบด้วยความน้อยใจที่ไม่มีใครบอกข่าวนี้กับเธอและขอร้องให้นาราเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนาราเล่าจบ ขนิษฐาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ แต่นาราก็พยายามปลอบใจว่าทุกคนปิดบังเรื่องการจับกุมอดิสรเพราะไม่อยากให้เป็นห่วง และนาราก็เล่าเรื่องของตัวเองกับรามให้ขนิษฐาฟังเพราะอยากให้ขนิษฐารับรู้ แต่กลับเป็นการย้ำให้คนฟังรู้สึกว่ารามยิ่งห่างไกลจากเธอมากขึ้น

ข่าวที่รามบาดเจ็บและการจับกุมอดิสรเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ทางวรรณและรัศมีเห็นภาพรามจากหนังสือพิมพ์ รัศมีก็โวยวายอยากให้ลูกกลับมา แต่วรรณเชื่อใจหลานอีกไม่นานหลานจะต้องกลับมากรุงเทพตามคำพูดที่หลานเคยบอกเอาไว้ ทำให้รัศมีไม่พอใจ

เมื่อถึงกำหนดที่นาราจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ วันนั้นเกิดเหตุระเบิดที่ท้ายไร่ ทำให้สิงหนาทและรามต้องรีบไปดู แต่จริงๆ แล้วเป็นแผนล่อสิงห์ออกจากถ้ำ เพราะช่วงนั้นนาราถูกเรืองลักพาตัวตามคำสั่งของอดิสรที่อยากแก้แค้นสิงหนาทที่ทำให้เขาต้องถูกตำรวจไล่ล่าแบบนี้ และเมื่อเห็นหน้าคนที่เรืองบอกว่าเป็นคนรักของสิงหนาทว่าเป็นนารา หลานสาวประธานธนาคารก็ยิ่งชอบใจ และคิดจะทำร้ายนารา แต่ก่อนอื่นต้องใช้นาราล่อให้สิงหนาทกับรามมาติดกับเสียก่อน เพราะเขาต้องการเล่นงานคนทั้งสอง เมื่อหลานสาวไม่กลับมาตามกำหนด วรรณก็เป็นห่วง ขนิษฐาโทรศัพท์ไปแจ้งให้วรรณทราบเรื่องนาราถูกจับ ทำให้วรรณและรัศมีเดินทางขึ้นมาที่ไร่บัวขาวทันที

สิงหนาท รามและสารวัตรกช บุกเข้าไปช่วย แต่กว่าจะช่วยได้ก็ต้องเจอทั้งปืน ระเบิด ส่วนนาราเองก็ไม่อยู่นิ่งเฉย พยายามหนีเอาตัวรอด และการหนีทำให้เธอมีชีวิตรอดออกมาจนเจอกับสิงหนาทและราม ส่วนอดิศรก็ตายในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นทางตำรวจก็ตามไปจับกุมพ่อเลี้ยงศักดาที่เป็นอีกคนที่ทำผิดกฎหมาย

เมื่อคนร้ายถูกจับ สถานการณ์ในไร่บัวขาวก็กลับสู่ปกติ แต่การเผชิญหน้ากันระหว่างวรรณ รัศมีและราม ยังทำให้ทุกอย่างยังไม่สงบดีนัก รัศมีตั้งท่ารังเกียจรามชัดเจน จนในที่สุดรัศมีก็ประกาศว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับรามคำประกาศของรัศมีเหมือนเป็นปลดบ่วงในใจของรามออก รามเป็นอิสระ ไม่มีพันธะใดๆ อีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับรัศมีกลายเป็นเพียงอดีต เขาสามารถเดินหน้าได้ต่อพร้อมกับนาราลูกสาวของเขา รามเองก็เข้าไปคุยกับวรรณ เรื่องนาราว่าไม่คิดจะแย่งชิงนารามาจากวรรณ และทั้งสองก็ปรับความเข้าใจกัน

สิงหนาทเห็นโอกาสที่วรรณและรามอยู่ตรงหน้าเลยเอ่ยปากขอดูแลนาราด้วยท่าทางยโส วรรณเองก็บอกว่าเรื่องแบบนี้เขาไม่คิดจะบังคับนารา เพราะได้รับบทเรียนจากการเลี้ยงรัศมีมากพอแล้ว จึงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคตเพราะนาราจะต้องไปเรียนต่ออีกสองปี แต่สิงหนาทก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าเขาจะดูแลนาราให้ดีที่สุด

วรรณหัวเราะด้วยใจที่ผ่อนคลายเมื่อคนที่เขาเคยรังเกียจอย่างราม ชาวไร่ชาวสวนที่ดูต่ำต้อย วันนี้กลับทำให้เขายอมรับได้ แถมทำท่าจะได้ลูกเขยเป็นชาวไร่เพิ่มอีกคน บาดแผลในอดีตของรามได้จางหาย ตอนนี้รามก็พร้อมจะเดินหน้าต่อ ส่งสิงหนาทเองก็พร้อมจะสร้างอนาคตไปพร้อมกับนารา

นาราที่พอรู้ความในใจของขนิษฐาที่มีต่อราม เธอเข้าไปคุยกับขนิษฐาว่าถ้าขนิษฐารักพ่อของเธอจริงเธอจะยินดีมาก และพร้อมกับฝากฝังรามไว้ ซึ่งขนิษฐาเองก็ยินดี อยู่ที่รามจะยอมรับเธอไหม

เมื่อรามเป็นอิสระ เขาก็พร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาเดินเข้ามาบอกขนิษฐาว่าตอนนี้ถ้าเขาจะเริ่มต้นกับใครสักคน คนคนนั้นต้องเป็นขนิษฐาผู้หญิงที่ไม่รังเกียจคนมีอดีตอย่างเขาและเขาเองก็เห็นว่ารักของเธอมีความสำคัญเสมอ เพียงแต่มีปัจจัยหลายๆ ทำให้เขาต้องเจียมตัว แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรผูกมัดเขาแล้ว ขนิษฐาดีใจมากที่รามยอมรับความรักของเธอ

เมื่อถึงวันที่นาราต้องเดินทางกลับกรุงเทพ สิงหนาทสัญญากับนาราว่าวันที่เธอเดินทางไปอเมริกาเขาจะไปส่งด้วยตัวเอง และเขาจะรอเธอ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน นาราก็สัญญากับสิงหนาทเช่นกันว่าเมื่อเรียนจบจะกลับมารับตำแหน่งนายหญิงของไร่บัวขาว ตำแหน่งนี้สิงหนาทบอกว่าเก็บไว้ให้เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น นารายิ้มอย่างมีความสุข เมื่อเห็นรามมีขนิษฐาอยู่เคียงข้าง และเธอก็ได้รักของพ่อกลับคืน โดยมีรักของวรรณคอยประคับประคองให้เธอกลายเป็นนาราในวันนี้ รัก...ที่เธอพยายามตามหามาตลอด ตอนนี้ได้กลับมาอยู่ในหัวใจของเธอ และเธอสัญญาว่าจะรักษามันอย่างดี

ยามมา...เธอมาเพื่อตามหนึ่งความรักครั้งเก่าคืนสู่หัวใจตัวเอง ทว่ายามกลับ เธอได้รับความรักจากหัวใจถึงสองดวงกลับไป

  • หน้าที่

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“อ๋อม” จับคู่ “โบว์” บู๊เดือด แอ็กชันดราม่า “อินทรีแดง”

“อ๋อม” จับคู่ “โบว์” บู๊เดือด แอ็กชันดราม่า “อินทรีแดง”
20 ต.ค. 2562
08:01 น.