สมาชิก

ทะเลไฟ

ตอนที่ 8

ในเวลาเดียวกัน สง่าเข้าไปในห้องนอนเห็นพศิกานอนหันหลังให้ประตู หยิบผ้าชุบยาสลบ ย่าง สามขุมเข้าหา พศิการู้สึกถึงเตียงที่ยวบยาบก็พลิกตัวกลับมา เขารีบเอาผ้าปิดปากปิดจมูกเธอไว้ อึดใจก็หมดสติ

“แค่นี้แกก็สิ้นฤทธิ์แล้วนังพศิกา” จอมหื่นค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเธอทีละเม็ดอย่างย่ามใจ...

เตชินรีบร้อนจะไปช่วยพศิกาสะดุดกิ่งไม้ล้มกลิ้งทำให้สมหมายกับพรชัยไล่ตามทันจะจับตัวเขาไว้ เตชินเบี่ยงตัวหลบถีบสวนถูกพรชัยล้มกลิ้ง แล้วเอาหัวโขกหัวสมหมายถึงกับมึนตึบ แล้วรีบวิ่งต่อไป

สง่าปลดกระดุมเสื้อพศิกาเม็ดสุดท้ายเสร็จพอดี ตอนที่เตชินถีบประตูห้องเข้ามา เห็นคนร้ายมีผ้าคาดหน้ากำลังจะปลุกปล้ำพศิกาก็ฟิวส์ขาด กระชากเขาตัวลอย แล้วประเคนกำปั้นใส่ไม่ยั้ง สง่าสู้ไม่ได้ชักมีดพกขู่ เตชินเลือดเข้าตาไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น พุ่งเข้าแย่งมีดจากมือสง่าก่อนจะบิดข้อมือจนมีดหล่น

“จะได้รู้กันสักทีว่าแกเป็นใคร” เตชินพยายามจะดึงผ้าคาดหน้าออก สง่าสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมให้ดึง

สองคนยื้อยุดกันไปมาสุดท้ายเตชินกระชากผ้าคาดหน้าออกจนได้ สง่าตกใจผลักเขาหงายหลังแล้ววิ่งหนี เตชินไล่ตามอย่างไม่ลดละ สง่าวิ่งมาเจอพรชัยกับสมหมายที่ยืนมึนตึบกันอยู่ สั่งให้รีบหนีเตชินไล่ตามมาด้านหลัง ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ ทั้งคู่สวมวิญญาณน้องหมาโกยแน่บ เตชินวิ่งไล่คนร้ายมาถึงชายหาด เห็นพวกนั้นพากันขึ้นเรือขับออกไปอย่างรวดเร็ว เขาถึงกับอึ้งเมื่อเห็นชื่ออันดามันเพิร์ลที่ข้างลำตัวเรือ

ooooooo

พศิกาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการมึนหัวสุดๆ แล้วนึกถึงวูบสุดท้ายก่อนจะหมดสติ มีผู้ชายที่มีผ้าคาดหน้าเอายาสลบมาโปะ รีบลุกพรวดขึ้นนั่งก้มมองเสื้อผ้าของตัวเองเห็นอยู่ในสภาพเรียบร้อย ถอนใจโล่งอก

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร...แล้วคุณเตชินล่ะ” คิดได้ดังนั้นพศิการีบวิ่งออกไปหน้ากระท่อม ไม่เห็นเตชินอยู่แถวนั้นก็ใจเสีย แต่แล้วมีใครบางคนมาสะกิดไหล่ เธอหันขวับไปเห็นเตชินยืนอยู่ ดีใจมาก ถามว่าไปไหนมา ได้ความว่าไปเก็บข้าวของจะพาเธอกลับเกาะไข่มุก ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว

“คนที่โปะยาสลบฉันเมื่อวานคือพวกนั้น”

“ผมคิดว่าใช่ แต่ที่น่ากลัวมากกว่านั้นก็คือ มันใช้เรือของอันดามันเพิร์ล แสดงว่ามันอาจจะแฝงตัวเข้ามาเป็นพนักงานของเรา” เตชินมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด...

นลินีโกรธมากเมื่อรู้ว่าสง่ากับพวกทำงานพลาด ตบหน้าสุดารัตน์ระบายแค้น คนถูกตบโวยลั่น ทำไมต้องตบหน้ากันด้วย นลินีโวยกลับแค่นี้ยังน้อยไป กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่เธอทำงานพลาด ตนไม่ไล่ออกก็บุญแล้ว สุดารัตน์แก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าพศิกาดวงแข็งแถมยังดวงดีอีกต่างหาก

“ไม่ต้องแก้ตัว ฉันขี้เกียจจะฟัง เธอจะแก้ตัวจากงานนี้ได้ยังไงไปคิดมาให้ดี”...

จากนั้นไม่นาน เตชินพาพศิกาแวะไปหาทรงศักดิ์กับนวลทิพย์ที่โรงแรมอันดามันเพิร์ล เพื่อแจ้งเรื่องคนร้ายที่อาจแฝงตัวเป็นพนักงานของรีสอร์ต เนื่องจากเขาเห็นคนร้ายใช้เรือของรีสอร์ตเป็นพาหนะ นวลทิพย์อดแปลกใจไม่ได้ว่าเตชินกับพศิกาไปทำอะไรบนเกาะนั้นค่ำๆมืดๆ ทั้งคู่ต่างอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร

“เออ...พี่คงสงสัยมากเกินไป ถ้าไม่สะดวกที่จะตอบก็ไม่ต้องตอบหรอกค่ะ”

ระหว่างนั้น เอกรัตน์เปิดประตูห้องเข้ามาเห็นเตชินกับพศิกาถึงกับชะงัก ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ

“มีเอกสารที่ต้องให้คุณทรงศักดิ์พิจารณา แต่ไม่รีบนะครับ เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้” พนักงานหนุ่มยื่นเอกสารให้ ทรงศักดิ์ แล้วเดินออกไป เตชินถามทันทีว่าใคร ได้ความว่าเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของทรงศักดิ์ชื่อเอกรัตน์ เคยเป็นพนักงานแผนกบัญชีมาก่อน เห็นทำงานดีทรงศักดิ์ก็เลยเลื่อนตำแหน่งให้ เตชินไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก...

ในเมื่อยังจับตัวคนร้ายที่แฝงมาในคราบพนักงานของรีสอร์ตไม่ได้ เตชินจึงขอให้พศิกาอยู่ที่โรงแรมไปก่อน เธอบ่นอุบจะต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน แล้วถ้าเขายังจับคนร้ายไม่ได้ เธอไม่ต้องอยู่นี่ไปตลอดชีวิตหรือ

“ตอนนี้เราก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าคนร้ายเป็นพนักงาน ผมจะกลับไปเช็กประวัติพนักงานที่เพิ่งเข้ามาช่วงนี้คือคนที่น่าสงสัยมากที่สุด...ผมไปล่ะ อ้อ ส่วนเรื่องของเราไว้จบเรื่องนี้แล้วค่อยเคลียร์”

ทั้งคู่มัวแต่เครียดเรื่องหาตัวคนร้ายไม่ทันเห็นใครบางคนยืนมองอยู่ ใครคนนั้นรีบหลบออกมาโทร.หาราตรีแต่กว่าเธอจะรับสายกินเวลาไปเกือบชั่วโมงเนื่องจากทิ้งมือถือไว้ในล็อกเกอร์ ทันทีที่รู้เรื่อง ราตรีรีบไปเก็บข้าวของเพื่อจะหนีออกจากเกาะไข่มุกก่อนที่เตชินจะมาถึง...

ด้านเตชินเห็นรูปถ่ายของราตรีพนักงานใหม่จากใบสมัครงานก็จำได้ทันทีว่าเธอคนนี้เดินชนกับเขาวันที่มือถือของเขาหาย รีบคว้าใบสมัครงานออกจากแผนกบุคคล เดินยังไม่ทันจะถึงไหน เจอกับนลินีที่เดินผ่านมาพอดี เธอดีใจมากที่เห็นลูกกลับมา ถามด้วยความเป็นห่วงว่า พศิกาทำอะไรเขาหรือเปล่า เตชินทำเป็นงง พศิกามาเกี่ยวอะไรด้วย นลินีสั่งให้เขาเลิกตีหน้าซื่อได้แล้ว เธอรู้ว่าเขาไปกับนังนั่น เตชินเถียงไม่ออก

“ใช่ครับ ผมเป็นคนเอาตัวผู้หญิงคนนั้นไปเอง แต่ที่ผมต้องทำแบบนี้เป็นเพราะแม่นะครับ แม่บอกว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังจะขายเกาะ ผมถึงต้องเอาตัวเธอไปสั่งสอนให้รู้สำนึก”

“แล้วลูกสั่งสอนมันยังไง”

“ผมยังไม่มีเวลาเล่า ผมมีงานสำคัญต้องรีบไปทำก่อน” พูดจบเตชินจ้ำพรวดๆจากไป นลินีมองตามสีหน้าเป็นกังวล

ooooooo

ราตรีสะพายเป้สัมภาระเร่งฝีเท้าจะไปที่ท่าเรือ แต่เตชินมาขวางไว้พร้อมกับชูใบสมัครงานของเธอให้ดู เขารู้หมดแล้วว่าประวัติในนี้ปลอมทั้งเพ เขาโทร.เช็กตามเบอร์โทร.ที่ให้ไว้ไม่มีใครรู้จักเธอสักคน

“ใครจ้างคุณให้มาทำร้ายผมกับพศิกา ถ้าคุณบอกความจริงกับผม ผมจะขอให้ตำรวจกันคุณไว้เป็นพยาน คุณจะได้ลดหย่อนโทษ ถ้าฉลาดก็ควรเชื่อที่ผมพูด”

มือสังหารสาวทำท่าจะยอมตามที่เตชินว่า แต่กลับคว้าปืนที่เหน็บเอวขึ้นมา เตชินรีบโดดหนี เธอสาดกระสุนไล่หลังไม่ยั้ง เสียงปืนทำให้พศินที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นถึงกับหน้าตื่น รีบวิ่งไปยังต้นเสียง...

อีกมุมหนึ่งของรีสอร์ต เสกสรรยืนรอท่าเพื่อนรักอยู่ตอนที่จิรายุเข้ามาทักทายมาหาเตชินหรือ เขาพยักหน้ารับคำมารอสิบห้านาทีแล้วยังไม่เห็นมาสักที เธอแนะให้ลองโทร.ตาม...

ราตรีกระชับปืนในมือ พลางกวาดสายตามองหาเตชินโดยไม่รู้ว่าหลบอยู่หลังโขดหิน พลันมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เธอหันมองตามเสียงแล้วย่างสามขุมเข้าหา เตชินตกใจมากรีบกดรับสายกระซิบบอกให้เสกสรรรีบมาช่วย ก่อนที่เขาจะเสียทีให้ราตรี พศินพาหลบออกไปได้ทัน เธอเห็นหลังทั้งคู่ไวๆ ยิงปืนใส่ก่อนจะไล่ตาม

เสกสรรพาจิรายุวิ่งมาจากอีกทางหนึ่งตะโกนสั่งให้ราตรีวางอาวุธ เธอกลับหันมายิงใส่เขาแทน เสกสรรคว้าตัวจิรายุหลบหลังที่กำบัง แล้วยิงต่อสู้กับคนร้ายซึ่งยิงตอบโต้จนกระสุนหมด เตชินสบช่องพุ่งมารวบตัวไว้ เธอดิ้นรนต่อสู้ผลักเขาพ้นทางแล้ววิ่งหนี แต่กลับถูกมือมืดซุ่มยิงเข้ากลางแสกหน้าตายคาที่ เสกสรรเห็นมือปืนแวบๆพยายามวิ่งไล่แต่ไม่ทัน จิรายุเจ็บใจนึกว่าจะได้ตัวคนร้าย แต่กลับถูกฆ่าปิดปากเสียก่อน เตชินเชื่อว่าคนที่ยิงราตรีน่าจะอยู่ที่นี่มานานแล้ว ถึงได้รู้ทางหนีทีไล่

“ลองเช็กกล้องวงจรปิดดูไหมครับ เผื่อจะเจออะไร” พศินแนะ ปรากฏว่าไม่พบอะไรผิดปกติ เหมือนกับมือปืนจะรู้ตำแหน่งของกล้องวงจรปิด นั่นเท่ากับตอกย้ำว่ามือปืนต้องเป็นคนที่นี่...

พศิกาทนอยู่ที่โรงแรมต่อไปไม่ไหวตัดสินใจกลับมาที่รีสอร์ต เจอนลินีกำลังคุยเรื่องการซื้อขายเกาะไข่มุกอยู่กับชาติชาย เธอรอจนเขากลับไปแล้วจึงเข้ามาต่อว่า

นลินีว่าขายเกาะให้คนอื่นได้อย่างไร ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอนุพงศ์รักที่นี่มาก นลินีไม่สนใจ ในเมื่อเขาตายไปแล้ว ไอ้เกาะบ้านี่ก็ควรจะตายไปกับเขาด้วย

“ฉันกับตาเต้เห็นตรงกันว่าเราจะขายเกาะ หรือว่าแกอยากจะเก็บเกาะนี้เอาไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความรักระหว่างแกกับผัวของฉันห่ะ”
ไม่ว่าพศิกาจะขอร้องอย่างไร หรือแม้แต่ยอมกราบแทบเท้า ก็ไม่ทำให้นลินีเปลี่ยนใจ...

ในเมื่อนลินียืนกรานจะขายเกาะไข่มุกให้ได้

พศิกาจึงวางแผนขัดขวาง โดยขอความร่วมมือจากจิรายุให้หาทางหลอกทุกคนให้ออกจากบ้านของอนุพงศ์เพื่อให้เธอกับพศินเข้าไปหาสัญญาซื้อขายเกาะที่มีลายเซ็นของเตชินให้เจอจะได้เอาไปให้ประกอบใช้เล่นงานสองแม่ลูก

จิรายุไม่รอช้าเดินตามแผนการที่พศิกาวางไว้ ทำทีชวนเตชิน มณีกาญจน์และนลินีไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารในเมือง ทันทีที่คนในบ้านอนุพงศ์ไปข้างนอกกันหมด พศิกากับพศินเข้าไปค้นหาสัญญาซื้อขายตัวจริง ค้นหาอยู่นานแต่ในที่สุดก็เจอมันอยู่ในลิ้นชักโต๊ะหัวเตียงภายในห้องนอนของนลินี เธอเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปสัญญาซื้อขายแต่ละหน้าเอาไว้ จากนั้นโทร.หาประกอบทนายความของอนุพงศ์นัดเจอกันวันรุ่งขึ้น

ooooooo

ประกอบดูรูปสัญญาซื้อขายจากในมือถือของพศิกาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่อยากเชื่อเลยว่าเตชินจะกล้าทำแบบนี้ ทั้งที่รู้ว่าอนุพงศ์รักเกาะไข่มุกขนาดไหน พศิกาเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน แต่นี่เป็นลายเซ็นของเตชินจริงๆ ไม่รู้ว่าเราพอจะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้ไหม ประกอบส่ายหน้า

“ในพินัยกรรมของคุณอนุพงศ์ระบุเอาไว้ว่ายกรีสอร์ตและเกาะไข่มุกให้กับคุณเตชิน ซึ่งหมายความว่าคุณเตชินเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์แต่เพียงผู้เดียว เขามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับเกาะไข่มุกก็ได้”

“หมายความว่าเราทำอะไรไม่ได้เลยหรือคะ”

“อาก็อยากจะช่วย แต่มันทำอะไรไม่ได้จริงๆ”...

พศิกาทั้งเสียใจทั้งโกรธแค้นที่เล่นงานสองแม่ลูกไม่ได้ ตัดสินใจบุกไปหาเตชินถึงห้องทำงานโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของสิรินดา แถมยังล็อกประตูห้องทำงานของเขาหน้าตาเฉย แล้วตบหน้าเจ้าของห้องฉาดใหญ่ ด่าว่าสารเลว ทำแบบนี้กับพ่อตัวเองได้อย่างไร เขาไม่เข้าใจที่เธอพูด พศิกาขอร้องให้เลิกตีหน้าซื่อได้แล้ว เขากับแม่ของเขารวมหัวกันขายเกาะไข่มุก เธอมีหลักฐานชัดแจ้ง แล้วยื่นรูปในมือถือของตัวเองให้ดู

“คุณต่างหากคือคนที่ต้องการขายเกาะไข่มุก แต่คุณปลอมลายเซ็นของฉันเพราะต้องการให้ฉันเป็นคนเลวในสายตาของคนอื่น” พศิกาด่าทั้งน้ำตา เตชินอธิบายว่านี่ไม่ใช่ลายเซ็นของเขาแล้วหยิบเอกสารบนโต๊ะที่มีลายเซ็นของตัวเองให้ดู ลายเซ็นของเขาตัว น.หนูจะสั้น ไม่ยาวเหมือนในสัญญาซื้อขายที่เธอให้ดู

“ผมว่ามีคนต้องการให้เราเข้าใจผิดกัน”...

เมื่อได้รับการแจ้งข่าวจากสิรินดาว่าพศิกาบุกเข้าไปในห้องทำงานของเตชิน นลินีรีบมาทันที ยังไม่ทันจะเคาะประตูเรียก เตชินเปิดประตูออกมาเสียก่อน ขอคุยกับแม่เป็นการส่วนตัว เรื่องนี้ท่านคงไม่อยากให้มีคนรู้

แล้วเชิญเข้าไปในห้อง นลินีไม่พอใจมากที่เห็นพศิกาอยู่ด้วย หันไปต่อว่าเตชิน ไหนบอกไม่อยากให้มีคนอื่นรู้เรื่องที่เราจะคุยกัน เขาไม่เคยเห็นพศิกาเป็นคนอื่น แล้วหยิบมือถือของเธอยื่นให้แม่ดู ถามว่าใช่ฝีมือท่านไหม นลินีทำไก๋ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร

“แม่ครับที่ผ่านมา ผมเชื่อฟังแม่ทุกอย่างผมไม่เคยขัดใจแม่สักครั้ง แต่เรื่องนี้ผมยอมให้มันผ่านไปไม่ได้จริงๆ แม่คิดจะขายเกาะไข่มุกก็เลยปลอมลายเซ็นของผมใช่ไหมครับ”

“นังเนี่ยมันบอกลูกใช่ไหม มันใส่ร้ายแม่ แม่ไม่ได้ทำ เตชินลูกกำลังกล่าวหาแม่โดยไม่มีหลักฐาน ถ้ามีหลักฐานว่าแม่เป็นคนทำก็เอาออกมาสิ เอาออกมาให้แม่ดู” นลินีเห็นลูกนิ่งเงียบ แกล้งดราม่าใส่ “ไม่มีใช่ไหมล่ะ แม่เสียใจจริงๆที่ลูกเชื่อมันมากกว่าแม่ มันต้องการให้เราสองคนแม่ลูกแตกคอกัน แล้วลูกก็ยังไปหลงกลแผนของมันอีก ในเมื่อลูกไม่เชื่อใจแม่อีกต่อไป แม่ก็จะกลับอังกฤษและไม่มาเหยียบที่นี่อีก” นลินีร้องไห้โฮ

แล้วหันหลังจะไป หวังให้เตชินรั้งตัวไว้แต่เขากลับนิ่งเฉย เธอทำทีกุมขมับเดินเซจะล้ม

เตชินหลงกลรีบเข้ามาประคอง นลินีก็เลยแกล้งเป็นลม เพื่อไม่ให้ถูกสอบถามเรื่องการขายเกาะอีก...

สุดารัตน์เจ้าเล่ห์ไม่แพ้เจ้านาย จ้างหมอปลอมมาตรวจอาการของนลินี แถมวินิจฉัยโรคเสร็จสรรพที่เธอล้มป่วยเนื่องจากเครียดจัด ทำให้เตชินเอาเรื่องแม่ไม่ลง ทำได้แค่โทร.ไปแจ้งชาติชายว่าไม่ขายเกาะให้แล้ว พรุ่งนี้จะไปขอโทษเขาด้วยตัวเอง และขอให้แม่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก...

ค่ำวันเดียวกัน เตชินนัดพศิกามากันเจอที่ด้านหลังเกาะเพื่อแจ้งว่าเขายกเลิกการขายเกาะแล้ว อีกทั้งขอโทษเธอด้วยที่ทำไม่ดีกับเธอ เสียใจที่กล่าวหาเธอว่าเป็นคนขายเกาะ ส่วนเรื่องสุดท้ายที่จะแจ้งให้รู้ก็คือ แม่ของเขาเป็นโรคเครียด หมอเตือนไม่ให้มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ ดังนั้นเราสองคนคงจะเจอกันไม่ได้อีก ยกเว้นเวลาทำงาน นี่คงจะเป็นช่วงเวลายากที่สุดสำหรับเขา แต่เขาจะพยายามลืมเธอให้ได้

ooooooo

เพื่อความสบายใจของแม่ แต่กลับทำให้เตชินทุกข์ใจอย่างหนัก เขาไม่อาจลืมพศิกาได้ ยังคิดถึงเธอ ตลอดเวลาทั้งยามหลับและยามตื่น พศิกาก็เช่นกัน ยิ่งเห็นสร้อยคอที่เขาให้ยิ่งคิดถึงเขาใจแทบขาด...

หลังจากไม่ได้เจอกันหลายวัน เช้านี้เตชินเดินมาเจอพศิกาโดยบังเอิญที่ทางเดินริมชายหาด ต่างฝายต่างชะงัก ก่อนจะทักทายกันตามมารยาท เธอขยับจะไปแต่เขาจับมือเอาไว้

“ผมแค่อยากจะบอกว่า ผม...ผมคิดถึงคุณ” เตชินปล่อยมือพศิกาแล้วเดินจากไป

“ฉันก็คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะคุณเตชิน” พศิกาพึมพำน้ำตาคลอ...

ทางด้านนลินียังไม่เลิกจองเวรจองกรรมพศิกา สั่งให้สุดารัตน์หาทางกำจัดนังนั่นไปจากเกาะไข่มุกให้ได้ เธอสนองความต้องการของเจ้านายด้วยการเอายาพิษฉีดใส่ขวดน้ำดื่มที่ป้าน้อยจะต้องเอาไปไว้ที่บ้านของพศิกา สุดารัตน์ยังคุยอวดสรรพคุณของยาพิษชนิดนี้ให้นลินีฟังว่าเป็นยาพิษไร้สีไร้กลิ่น นังนั่นไม่มีวันรู้ตัวว่ากำลังดื่มมันทุกวัน พอยาสะสมมากเข้า ก็จะเกิดภาพหลอนจนเหมือนคนบ้า

“หลังจากนั้นเราก็ส่งมันไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แล้วมันก็จะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก”

นลินียิ้มพอใจกับแผนกำจัดเสี้ยนหนามของสุดารัตน์...

หลังจากพศิกาดื่มน้ำผสมยาพิษติดต่อกันสามวัน อาการก็เริ่มออก รู้สึกวิงเวียนก่อนจะเป็นลมหมดสติ ณี กับปลาได้ยินเสียงแก้วในห้องทำงานของพศิกาตกแตก รีบเข้าไปดูพบเธอนอนฟุบอยู่กับโต๊ะ พากันตกใจ ปลาตั้งสติได้ก่อนรีบวิ่งไปบอกเตชิน ครู่ต่อมาเตชินอุ้มพศิกาที่หมดสติกลับมานอนพักที่บ้านบนเขา ฝากปลากับณีดูแลเธอด้วย ถ้าพรุ่งนี้อาการไม่ดีขึ้น เขาจะพาไปหาหมอ...

ทางฝ่ายพศิกาฝันว่าอนุพงศ์มาชวนไปอยู่ด้วยแล้วคว้าแขนเธอไว้ สีหน้ายิ้มแย้มของเขาเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ก่อนจะฉุดกระชากลากถูจะเอาเธอไปอยู่ด้วยให้ได้ พศิกากลัวมาก ละเมอลั่น

“ไม่...พั้นซ์ไม่ไป...อย่า...อย่า”

ปลากับณีที่นอนเฝ้าอยู่ปรี่เข้าไปจับแขนพศิกาเขย่าให้รู้สึกตัว เธอลืมตาขึ้นมาเห็นณีที่จับแขนตัวเองเป็นอนุพงศ์ ถึงกับร้องกรี๊ดๆให้ปล่อย ณีพยายามปลอบจนพศิกาได้สติถึงเห็นว่าคนที่จับแขนตัวเองอยู่คือณีไม่ใช่อนุพงศ์ก็ถอนใจโล่งอก ปลาปลอบว่าแค่ฝันร้ายไปเท่านั้น เธอพยักหน้ารับรู้แล้วลงนอนอย่างเดิม

ooooooo

อาการป่วยของพศิกาไม่ดีขึ้น ดูจะทรุดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ปลาเห็นท่าไม่ดีรีบตามเตชินมาดู เพราะเธอเอาแต่นั่งนิ่งมาเป็นชั่วโมงๆแล้ว เขาเข้าไปถามว่าเป็นอะไรไป

“ฉัน...ฉันฝันเห็นคุณลุงพงศ์ ท่านบอกว่าท่านจะมารับฉันไปอยู่ด้วย ฉันไม่อยากไป ฉันยังไม่อยากตาย ฉัน...ฉันกลัว” พศิกาจับมือเตชินเอาไว้อย่างต้องการที่พึ่ง เขาดึงเธอมากอด ปลอบว่าไม่ต้องกลัว เขาจะปกป้องเธอเอง พศิกาพยักหน้ารับคำแต่สีหน้าแววตาดูหวาดระแวงไปหมด

เตชินเป็นกังวลกับอาการป่วยของเธอ ตัดสินใจพาไปโรงพยาบาล หลังจากหมอฉีดยานอนหลับให้เธอได้พักผ่อน จึงหันมาบอกกับเตชินว่าตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าเธอโดนอะไรมา จนกว่าจะตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อน แต่เท่าที่ดูอาการ หมอคิดว่าเธอน่าจะมีปัญหาทางจิต ไม่รู้ว่าพักหลังมานี่มีเรื่องอะไรกระทบกระเทือนใจเธออย่างแรงบ้างไหม

“ไม่มีนะครับ เมื่อหลายวันก่อนเธอก็ดูปกติดี” เตชินหันมองพศิกาด้วยสีหน้าหนักใจ...

จิรายุกับพศินรู้ข่าวพศิกาเข้าโรงพยาบาลรีบแวะมาเยี่ยม เตชินถือโอกาสนี้วานให้เธอช่วยตรวจสอบสภาพจิตใจของคนป่วยไปในตัวด้วย ผลออกมาไม่พบสิ่งผิดปกติคนป่วยไม่ได้มีอาการทางจิต จิรายุดูจากลักษณะแล้วน่าจะเกิดจากโดนวางยามากกว่า พศินตั้งข้อสังเกต แสดงว่ามีคนต้องการทำร้ายพศิกา

“อย่าเพิ่งคิดกันไปเอง รอหมอตรวจก่อนจะดีกว่า พี่จะจ้างพยาบาลให้อยู่ดูแลคุณพั้นซ์”

พศินอาสาจะดูแลพศิกาให้เอง แล้วรอจนเตชินกับจิรายุพากันกลับ รีบโทร.บอกปาณัทว่าพศิกาอาการไม่ดี เขาอยากพาเธอกลับกรุงเทพฯ...

เตชินมาเยี่ยมพศิกาในวันรุ่งขึ้น เจอแต่ห้องพักฟื้นว่างเปล่า สอบถามพยาบาลประจำวอร์ดได้ความว่า ผู้ชายที่มาอยู่เฝ้าไข้เมื่อคืนพาคนป่วยออกจากที่นี่ตั้งแต่ตอนเช้า เขารีบโทร.เข้ามือถือของพศิกาแต่เครื่องปิด ลองโทร.หาพศินก็ติดต่อไม่ได้เช่นกัน เขากังวลใจมากไม่รู้พศินพาเธอ ไปไหน...

ปาณัทรับตัวพศิกาไว้เป็นคนไข้ในโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ หลังจากตรวจอาการจากภายนอกดูแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติ พรุ่งนี้เขาจะสั่งเจาะเลือด ซีทีสแกนตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งจะได้รู้ว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ พิรญาณ์จับมือน้องสาวซึ่งนอนหลับ ไม่เข้าใจทำไมเธอถึงต้องเจอแต่เรื่องแย่ๆด้วย แล้วหันไปทางพศิน

“ทางคุณเตชินเขาว่าอย่างไรบ้าง”

“ผมว่าเราไปคุยเรื่องนี้กันข้างนอกดีกว่า” ปาณัทพูดจบเดินนำพิรญาณ์และพศินมานั่งที่โซฟาตรงโถงหน้าวอร์ด จากนั้นเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดกับพศิกาก็พรั่งพรูออกจากปากพศิน พิรญาณ์ตกใจมากที่รู้ว่าหลังจากเหตุเรือระเบิดพศิกาถูกลอบทำร้ายมาตลอด พาลต่อว่าไปถึงเตชินซึ่งรับปากจะปกป้องน้องสาวของเธอแต่กลับทำไม่ได้อย่างที่พูด ไม่รู้จะสัญญาให้เสียความรู้สึกกันทำไม ปาณัททักท้วงอย่าเพิ่งไปว่าอะไรเขาจะดีกว่า เรื่องระหว่างเขากับพศิกาเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ดีมากไปกว่าสองคนนั่น

“พี่นนท์คะ ถ้าไงพิณขอเฝ้าพั้นซ์ที่โรงพยาบาลนะคะ...จริงสิ เรื่องที่พั้นซ์กลับมาและเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับพั้นซ์ที่เกาะไข่มุก ห้ามให้คุณแม่รู้เป็นอันขาด พิณไม่อยากให้ท่านเครียด”

ooooooo

เตชินต้องการรู้ที่อยู่ของพศิกาที่กรุงเทพฯ จึงมาที่แผนกบุคคลเพื่อเอาแฟ้มประวัติ โดยไม่ลืมกำชับวงจันทร์ห้ามบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ เธอรับปากดิบดี แต่พอเขาคล้อยหลังเท่านั้น รีบโทร.แจ้งสุดารัตน์ซึ่งวิ่งแจ้นไปฟ้องนลินีอีกทอดหนึ่ง ฝ่ายหลังเอะใจ สั่งให้สุดารัตน์โทร.ไปถามทางโรงพยาบาลว่านังนั่นยังอยู่หรือเปล่า

ได้ความว่าพศิกาออกไปตั้งแต่เมื่อวาน นลินีฟันธงที่เตชินไปขอแฟ้มประวัติของพศิกาคงเพราะอยากรู้ว่าบ้านมันอยู่ที่ไหน สุดารัตน์โพล่งขึ้นทันที นั่นแสดงว่าเขาจะไปตามมันกลับมา นลินีเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ ขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

เป็นอย่างที่นลินีคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เตชินจะเข้ากรุงเทพฯไปตามหาพศิกา เธอขวางไว้ไม่ยอมให้ไปในเมื่อมันไปจากที่นี่แล้ว จะตามกลับมาให้เป็นเสนียดกับพวกเราทำไมอีก เขาต้องไปตามเธอกลับมาเพราะเธอถูกวางยา หมอโทร.มาบอกว่าเจอสารพิษในเลือดของเธอ โชคดีที่มีปริมาณไม่มากก็เลยช่วยเอาไว้ได้ทัน เขาจะไม่ยอมให้เธอจากไปโดยที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม นลินีไม่สนยืนกรานไม่ให้เขาไป

“ขอโทษนะครับที่ครั้งนี้ผมต้องขัดคำสั่งของแม่” พูดจบเตชินหิ้วกระเป๋าเดินทางออกไป...

ไม่ได้มีแต่นลินีที่ไม่ต้องการให้พศิกากลับมาที่เกาะไข่มุก พิรญาณ์ ปาณัทและพศินต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเธอไม่ควรกลับไปที่นั่นอีก พศิการับปากอนุพงศ์ไว้ว่าจะดูแลที่นั่นให้ แล้วจะไม่ให้เธอกลับไปได้อย่างไร

“คราวนี้พี่จะไม่ยอมใจอ่อนกับพั้นซ์อีกแล้ว พี่จะไม่มีวันยอมให้น้องสาวคนเดียวต้องกลับไปอยู่ในที่ที่อันตราย อยู่ในที่ที่มีคนต้องการทำร้ายพั้นซ์ตลอดเวลา พี่รู้ว่าพั้นซ์รักและเคารพคุณอนุพงศ์มาก แต่ในความจริงเขาไม่ใช่ครอบครัวของเรา พี่ พี่นนท์ พัฒน์ คุณแม่และคุณพ่อต่างหากคือครอบครัวของพั้นซ์ พวกเราไม่อยากสูญเสียพั้นซ์ไป” พิรญาณ์ว่าแล้วดึงพศิกาซึ่งน้ำตาคลอเบ้ามากอดแนบอก...

บ่ายวันเดียวกัน เตชินแปลกใจมากที่มาตามหาพศิกาถึงบ้านแม่ของเธอแต่กลับไม่เจอตัว แถมเจ้าของบ้านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกสาวคนเล็กกลับกรุงเทพฯ ซักเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในห้องพักฟื้นของพศิกา ปาณัทบอกกับพิรญาณ์และพศินว่าผลตรวจร่างกายของพศิกาออกแล้ว พบสารพิษปะปนอยู่ในกระแสเลือด เขาส่งเลือดของเธอไปที่ห้องแล็บเพื่อตรวจให้ละเอียด

อีกครั้งว่ามันคือสารพิษอะไร มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน ระหว่างนั้นมัทนาโทร.มาถามพิรญาณ์ว่าพศิกาอยู่ไหน ท่านอยากเจอ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่านรู้เรื่องพศิกาได้อย่างไร

ทันทีที่มัทนาวางสาย เตชินถามด้วยความเป็นห่วงว่าพศิกาอยู่ไหน นอกจากท่านจะไม่ยอมบอกแล้วยังไล่เขากลับเกาะไข่มุก ในเมื่อเขาทำตามที่รับปากกับท่านไม่ได้ ท่านก็จะไม่ให้พศิกากลับไปที่นั่นอีก แล้วคว้ากระเป๋ากับกุญแจรถจ้ำพรวดๆออกไป เตชินรีบกลับไปที่รถเช่าจากสนามบินซึ่งจอดรออยู่หน้าประตูรั้ว สั่งให้ตามรถของมัทนาอย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด

ขณะที่มัทนาบ่ายหน้ามาที่โรงพยาบาล พิรญาณ์ ปาณัท พศินและพศิกาต่างสงสัย มัทนารู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นกับพศิกา พศินตั้งข้อสังเกต เตชินอาจจะตามเธอมาที่นี่ แต่ถ้าอยากรู้ความจริง เขาจะลองโทร.ถาม

จิรายุดู เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ เตชินมาตามพศิกาที่กรุงเทพฯจริงๆ พศินถือโอกาสนี้ฝากให้จิรายุช่วยจับตาดูคนที่อยู่ใกล้ชิดพศิกาทุกคน เพราะเชื่อว่าหนึ่งในนั้นเป็นคนวางยาเธอ

“คนที่ใกล้ชิดกับพี่พั้นซ์ก็มีพี่ปลา พี่ณี ซึ่งสองคนนี้ไม่ใช่แน่ๆแล้วจะเป็นใครกัน” จิรายุพึมพำสีหน้าหนักใจ

ooooooo

ไม่นานนัก มัทนามาถึงห้องพักฟื้นของพศิกาโดยไม่รู้ว่าเตชินแอบสะกดรอยตาม ทันทีที่เจอหน้าพิรญาณ์ มัทนาต่อว่าว่าเกิดเรื่องใหญ่กับน้องขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมบอกท่าน ทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก มีอะไรต้องรีบบอกท่านก่อน พศินอดถามไม่ได้ที่มัทนารู้ว่าพศิกาอยู่โรงพยาบาลเป็นเพราะเตชินใช่ไหม

“อือ...เขามาที่บ้าน แต่ป้าไล่เขาไปแล้ว และบอกเขาไปด้วยว่าพั้นซ์จะไม่กลับไปที่เกาะไข่มุกอีก”...

ขณะที่จิรายุกำลังบ่ายหน้ากลับบ้านพัก ป้าน้อยเข้ามาถามว่าพศิกาเป็นอะไรถึงต้องเข้าโรงพยาบาลไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงใช่ไหม จิรายุแปลกใจทำไมถึงคิดแบบนั้น เธอกลับอึกอัก ท่าทีมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ก่อนจะจ้ำพรวดๆจากไป จิรายุมั่นใจต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล รีบสะกดรอยตาม เห็นเธอหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาใครบางคน บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย จิรายุจะตามป้าน้อยต่อ แต่สง่าย่องมาด้านหลัง ทุบ ท้ายทอยทรุดลงหมดสติไปเสียก่อน...

ป้าน้อยตกใจมากเมื่อรู้จากสุดารัตน์กับสง่าว่า

จิรายุแอบสะกดรอยตามตัวเอง ถ้าสง่าไม่จัดการเสียก่อน ป่านนี้ได้ตายหมู่กันแน่ๆ ป้าน้อยสงสัยตงิดๆที่พศิกาเข้าโรงพยาบาลเป็นเพราะสุดารัตน์ทำอะไรกับน้ำดื่มที่ตนเอาไปให้พศิกาใช่ไหม ยัยตัวแสบจอมยุแยงยอมรับ

หน้าตาเฉยว่าใส่ยาพิษลงในขวดน้ำดื่มเหล่านั้น

“ในเมื่อรู้ความลับของฉันแบบนี้แล้ว ก็เท่ากับว่าป้ากับฉันลงเรือลำเดียวกัน ถ้าหากฉันถูกจับได้จะเกิดอะไรขึ้นกับป้านะสง่า” สุดารัตน์หันไปพยักพเยิดกับจอมหื่น

“ป้าก็คงจะสิ้นอายุขัยเท่านี้น่ะสิ” ไม่พูดเปล่าสง่าชักมีดสั้นขึ้นมาขู่ ป้าน้อยถึงกับเข่าอ่อน...

ฝ่ายมัทนา ปาณัทและพศินเห็นสมควรแก่เวลาพากันกลับ พิรญาณ์ออกมาส่งที่หน้าห้องพักฟื้นรอจนทั้งสามคนลับสายตา หันหลังจะกลับเข้าห้องต้องตกใจที่เจอเตชินยืนอยู่ เขาเป็นห่วงพศิกามากก็เลยแอบตาม มัทนามา ขอเข้าไปเยี่ยมเธอได้ไหม พิรญาณ์ไม่อนุญาตแล้วเดินเข้าห้องไปเลยทิ้งเขายืนผิดหวังอยู่ตรงนั้น

ooooooo

เตชินยังไม่ยอมถอดใจ นั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องพักฟื้นของพศิกาจนเช้า พิรญาณ์เห็นความพยายามของเขาทนใจแข็งไม่ไหว ยอมให้เขาเยี่ยมน้องได้ ทันทีที่เจอหน้าพศิกา เตชินขอโทษที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ไม่มีใครรู้ว่าฉันจะโดนวางยา”

“มันเป็นความผิดของผมสิครับ ผมไม่สามารถปกป้องคุณตามที่รับปากกับแม่ของคุณเอาไว้ มันก็สมควรแล้วที่แม่ของคุณจะไม่ให้คุณกลับไปที่เกาะไข่มุกอีก”

“แล้วคุณล่ะคะ คุณอยากให้ฉันกลับไปเกาะไข่มุกหรือเปล่า” พศิกามองเขาอย่างรอคำตอบ

“ผม...อยากให้คุณอยู่ที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของคุณ ผมจะเป็นคนจัดการปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นเอง”

พศิกายืนกรานจะต้องกลับไปที่เกาะไข่มุกเพราะรับปากอนุพงศ์เอาไว้ เตชินเชื่อว่าถ้าพ่อของเขายังอยู่ ท่านคงจะทำแบบเดียวกับเขา เพราะท่านต้องการเห็นเธอมีชีวิตต่อไป

อีกมุมหน้าห้องพักฟื้น พิรญาณ์หันไปเห็นแม่เดินมากับพศินถึงกับหน้าตาตื่น มัทนาแปลกใจทำไมเธอถึงออกมานั่งอยู่หน้าห้อง เธอแต่งเรื่องว่าพยาบาลมาเช็ดตัวให้พศิกา เธอก็เลยออกมารอข้างนอก แล้วชวนทั้งคู่ไปกินมื้อเช้าเป็นเพื่อนเธอก่อน ทั้งสามคนยังไม่ทันจะถึงลิฟต์ เจอพยาบาลที่ดูแลพศิกาเดินสวนมาเสียก่อน

“ดิฉันจะเข้าไปเช็ดตัวให้คุณพศิกานะคะ”

พิรญาณ์ถึงกับหน้าเสีย มัทนาเห็นสีหน้าลูกสาวคนโตก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล...

ไม่ว่าพศิกาจะว่าอย่างไร เตชินยังคงยืนกรานไม่ให้เธอกลับไปที่เกาะไข่มุกอีก และบอกทั้งน้ำตาคลอเบ้า นี่จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน เขาขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ขอโทษแทนแม่ของเขาที่เคยทำร้ายเธอ ขอให้เธอมีความสุข ขอให้เจอกับคนดีๆอย่าเจอกับคนที่ชอบทำร้ายจิตใจเธอแบบเขา พศิกากลั้นน้ำตาไม่อยู่ เตชินซับน้ำตาให้ บอกลาเธอ แล้วหันหลังจะไป แต่หักห้ามใจไม่ไหวหันกลับมาจูบเธอ

ไม่นานนักทั้งคู่ผละออกจากกันเป็นจังหวะเดียวกับมัทนาเปิดประตูผลัวะเข้ามา ไล่ตะเพิดเตชินไปจากชีวิตลูกสาวของตนสักที เขามองพศิกาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินจากไปอย่างเสียใจสุดๆ พศินรีบเดินจนทันกันที่โถงหน้าลิฟต์ ไหนๆเราสองคนจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เขามีความจริงจะบอกให้เตชินรู้

“ผมกับพั้นซ์ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน เราสองคนเป็นพี่น้องคนละแม่กัน แต่ที่ผมต้องโกหกคุณเพราะตอนนั้นผมไม่ไว้ใจคุณ จึงใช้เรื่องนี้มาทำให้คุณไม่กล้าเข้าใกล้พั้นซ์ แต่ผมคงจะคิดผิดเพราะดูเหมือนคุณจะเป็นประเภทยิ่งห้ามก็ยิ่งจะทำ”

“ขอบคุณนะครับที่มาบอกผม แต่ก็มาบอกในวันที่สายไปแล้ว ผมกับพั้นซ์คงไม่มีทางลงเอยกันได้”...

ขณะที่เตชินเดินทางกลับเกาะไข่มุกพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลาย จิรายุยังไม่ละความพยายาม ใช้ความรู้ทางด้านจิตเวชที่ร่ำเรียนมาหลอกล่อจนป้าน้อยยอม

เปิดปากซัดทอดว่าสุดารัตน์เป็นคนวางยาพศิกา เพื่อความสบายใจอีกทั้งเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของป้าน้อย

จิรายุรับปากจะไม่บอกใครว่าได้ยินมาจากเธอ...

จิรายุเล่าเรื่องนี้ให้เตชินฟังอีกทอดหนึ่งทันทีที่เขากลับถึงรีสอร์ต เล่าอีกด้วยว่าวิธีวางยาที่สุดารัตน์ใช้ คือเอาเข็มฉีดยาพิษเข้าไปตรงคอขวดน้ำดื่มใกล้กับฝา นอกจากนี้เธอยังเอาขวดน้ำดื่มที่ค้นได้จากถังขยะหน้าบ้านพศิกาใส่ถุงพลาสติกปิดผนึกอย่างดี ให้เขาเอาไปให้เสกสรรตรวจหาลายนิ้วมือเผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง

“หลักฐานแค่นี้ยังไงก็เล่นงานหัวหน้าสุดารัตน์ไม่ได้”

“จิลรู้ค่ะ เพียงแต่เรื่องนี้ทำให้จิลสงสัยว่าหัวหน้าสุดารัตน์อาจจะอยู่ในขบวนการยักยอกเงินที่พี่เต้กำลังตามหาตัวอยู่”...

ตกค่ำ พศินวีดิโอคอลมาหาจิรายุเพื่อบอกลา ทั้งเขาและพศิกาคงจะไม่ได้กลับไปที่เกาะไข่มุกอีกแล้ว เธอทั้งใจเสียทั้งโกรธที่เขาคิดจะไปโดยไม่บอกกันก่อน แล้วยังมีหน้าโทร.มาหาให้เสียความรู้สึก พศินพยายามจะอธิบาย แต่เธอไม่ฟังและไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้วตัดสายทิ้ง พศินโทร.กลับไปอีกครั้ง แต่เธอปิดเครื่องหนี

ooooooo

วันนี้หมออนุญาตให้พศิกากลับบ้านได้ มัทนาประคองลูกมานั่งที่โซฟา โดยมีพิรญาณ์ตามมานั่งข้างๆ

“ต่อไปนี้อยู่กับแม่ ช่วยงานแม่กับพี่พิณ ไม่ต้องจากบ้านไปไหนไกลๆอีก”

พศิกายังทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้ขอตัวไปพักผ่อนก่อน พิรญาณ์อาสาพาน้องขึ้นไปเอง เมื่อได้อยู่กันตามลำพังพี่น้อง พศิกาสารภาพกับพิรญาณ์ทั้งน้ำตาว่าคิดถึงเตชินมาก

“พั้นซ์ก็ไม่เข้าใจตัวเองไปรักเขาได้ยังไงทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้ทำดีกับพั้นซ์นักแถมแม่ของเขาก็ยังเกลียดพั้นซ์”

“คุณเตชินอาจจะเป็นคู่แท้ของพั้นซ์ก็ได้ ถึงทำให้พั้นซ์เกลียดเขาไม่ลง”

“พั้นซ์คิดถึงเขาจังเลยค่ะพี่พิณ” พศิกาน้ำตาไหลพราก มัทนาแอบฟังอยู่หน้าห้องสีหน้าไม่สบายใจ...

แม้จะรักเตชินมากเพียงใด พศิกาจำต้องตัดใจจากเขาให้ได้ ถอดสร้อยห้อยจี้เพชรที่เขาให้เก็บใส่ลิ้นชักโต๊ะ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาลบเบอร์ของเขาทิ้งทั้งน้ำตานองหน้า...

ฝ่ายจิรายุดีใจมากเมื่อรู้จากเตชินว่าพศิกากับพศินไม่ได้เป็นผัวเมียกัน แต่เป็นพี่น้องต่างมารดากัน เธอรีบส่งข้อความไปหาเขา ถ้าไม่โทร.กลับภายในสามสิบวินาที ไม่ต้องมาเจอกันอีกในชาตินี้

พศินอ่านข้อความเสร็จรีบโทร.หาเธอทันที จิรายุรู้เรื่องที่เขากับพศิกาเป็นพี่น้องกันแล้ว และอยากจะขอโทษที่เคยว่าเขาเจ้าชู้ ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด พศินสัญญาต่อจากนี้ไปจะโทร.หาเธอทุกวัน...

ทางด้านนลินีฟาดงวงฟาดงาไม่เลิก บุกไปยึดห้องทำงานของพศิกามาเป็นของตัว แถมแต่งตั้งให้ตัวเองเป็นรองประธานกรรมการแทนเธออีกด้วย พอปลากับณีทักท้วงก็โดนนลินีไล่ออกจากงาน สองสาวทนความอยุติธรรมไม่ไหว วิ่งโร่จะไปฟ้องเตชินถึงห้องทำงาน แต่เขาไม่อยู่ เข้าเมืองไปคุยกับเสกสรรเรื่องการตรวจลายนิ้วมือบนขวดน้ำดื่มที่จิรายุเอามาให้ แต่ไม่ได้อะไรคืบหน้า เนื่องจากมีแต่ลายนิ้วมือของพศิกา

“งั้นก็หมดหวังที่จะจับตัวคนร้ายได้ ยิ่งคุณพั้นซ์ไม่อยู่แบบนี้ พวกมันคงไม่มีทางลงมืออีก” เตชินบ่นอุบ

“ถ้าแกคิดว่าการที่คุณพั้นซ์โดนวางยาจะเกี่ยวข้องกับขบวนการยักยอกเงินจริง แกก็ต้องระวังตัวเพราะแกเองก็แหย่ขาเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้เหมือนกัน”

เตชินยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก ปลาโทร.มาฟ้องเรื่องที่นลินีให้คนขนข้าวของของพศิกาออกจากห้องทำงานแถมยึดตำแหน่งรองประธานฯไปเป็นของตัวเอง ไม่นานนัก เตชินมายืนอยู่ตรงหน้าแม่ ขอร้องให้ทุกคนที่กำลังย้ายข้าวของออกไปก่อน เขามีธุระจะคุยกับแม่เป็นการส่วนตัว แล้วรอจนทุกคนไปกันหมด เตือนแม่ว่าทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะในพินัยกรรมของพ่อระบุชัดเจนว่าไม่ให้แม่

มายุ่งกับการบริหารงานของบริษัท

“มันก็แค่คำสั่งของคนตาย...คนตายไปแล้วมันจะรู้ได้อย่างไร”

ป่วยการที่เตชินจะห้ามปรามเพราะนลินีไม่สนใจฟัง เรียกสุดารัตน์กับพวกมาช่วยกันเก็บของต่อไป...

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เตชินสั่งให้ปลาและณีมาช่วยงานเขาไปพลางก่อน สองสาวดีใจมาก รีบโทร.ไปเล่าเรื่องนี้ให้พศิกาฟัง เธอขอโทษทั้งคู่ด้วยที่

ไม่สามารถอยู่ช่วยอะไรได้ แต่ถ้าทนไม่ไหว ให้มาทำงานกับเธอที่กรุงเทพฯ เธอรับรองจะไม่ทอดทิ้งทั้งคู่เด็ดขาด...

นลินีไม่พอใจมากที่เตชินสั่งให้ปลากับณีไปช่วยงานเขา นั่นเท่ากับฉีกหน้าเธอ สุดารัตน์ยุแยง เขาคงยังลืมพศิกาไม่ได้ถึงได้เข้าข้างลูกน้องเก่าของนังนั่น ขนาดตัวมันไม่อยู่ที่นี่ ยังทำให้นลินีต้องเสียอารมณ์ อาสาจะไปสั่งสอนนังสองคนนั่นให้

“ไม่ต้อง ขืนทำอะไรไปตอนนี้ มันจะเข้าตัว แต่ถ้าเกิดมันสองคนเก่งกล้ามากเกินไป เธอก็ค่อยส่งคนไปจัดการ” นลินียิ้มเหี้ยม

ooooooo

ทะเลไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด