ตอนที่ 7
ก่อนที่พศิกาจะพลาดท่าเสียที เตชินคว้าข้อมือของนลินีข้างที่ใช้มีดจ้วงแทงเธอไว้ทัน แล้วลากตัวกลับบ้านโดยมีสุดารัตน์ตามติด นลินีโวยวายเสียงลั่นให้เขาปล่อย ท่านจะไปฆ่านังนั่นให้รู้แล้วรู้รอด มณีกาญจน์กับจิรายุได้ยินเสียงเอะอะ รีบเข้ามาดู เห็นนลินีพยายามสะบัดมือเตชินออก ปลายมีดบาดแขนเขาเลือดสาด
นลินีหายคลั่งเป็นปลิดทิ้ง “ตาเต้...แม่...แม่ไม่ได้ตั้งใจ”
เตชินได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร มณีกาญจน์รีบพานลินีไปที่ห้องของเธอ แต่เธอขืนตัวไว้จะขอดูแลลูกก่อน จิรายุอาสาจะจัดการให้เอง เขาแค่โดนมีดบาดเล็กน้อยเท่านั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นลินีถึงได้ยอมไปกับมณีกาญจน์ เตชินเห็นยัยจอมยุแยงยังยืนลอยหน้าอยู่ ไล่ตะเพิดให้กลับไปได้แล้ว สุดารัตน์จำต้องกลับออกไปทั้งที่ยังไม่ได้รายงานเรื่องที่เห็นพศิกามีเอกสารสัญญาซื้อขาย ทันทีที่เดินมาถึงมุมปลอดคน เธอรีบโทร.แจ้งให้นลินีทราบว่าพศิการู้เรื่องการซื้อขายเกาะไข่มุกแล้ว จะให้ทำอย่างไรต่อไปดี
“ฉันจัดการเอง เธอรอฟังคำสั่งก็พอ” นลินีวางสายสีหน้าเหี้ยม...
ขณะที่นลินีวางแผนจะเล่นงานพศิกาอีกครั้ง สิรินดาตามมาต่อว่าพศินทั้งน้ำตาว่ามีเมียอยู่แล้วทำไมไม่บอก มาหลอกให้เธอหลงรักแล้วก็มาทิ้งกัน ก่อนจะวิ่งร้องไห้ออกไป พศินมองตามงงๆ
“หลอกให้รักตอนไหน ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”...
ค่ำวันเดียวกัน นลินีกลัวพศิกาจะปูดเรื่องแผนการขายเกาะไข่มุก ชิงใส่ความให้เตชินฟังว่าผู้หญิงอย่างพศิกาเชื่อถือไม่ได้ บอกมาได้ว่าป่วย คนป่วยที่ไหนจะมีแรงสู้กับท่าน
“มันเป็นจอมวางแผน มันร้ายกาจ มันเจ้าเล่ห์ ไม่ว่ามันจะทำอะไรลูกห้ามเชื่อว่ามันเป็นคนดีเด็ดขาด”
เตชินจำต้องพยักหน้ารับคำ
ooooooo
เช้าวันถัดมา จิรายุเห็นมณีกาญจน์กับนลินี
ลงมาจากข้างบน ชวนให้กินแซนด์วิชฝีมือตัวเองก่อน ทั้งคู่ขอผ่าน จะไปหาอะไรกินในเมืองทีเดียวเลย จิรายุถึงกับร้องอ้าว จะไปเที่ยวกันหรือ
“จ้ะ กานเขากลัวป้าจะประสาทแตกถ้าอยู่ในบ้านก็เลยอาสาจะพาไปเที่ยว”
“ก็ดีค่ะ จะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาดูอะไรสวยๆงามๆ การได้ออกไปจากที่เดิมๆมันจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นค่ะ”
จิรายุมองตามสองคุณป้าที่เดินจากไปก่อนจะหันมองแซนด์วิช “เยอะขนาดนี้กินคนเดียวหมดไหมเนี่ย” บ่นเสร็จ หญิงสาวกลับเข้าครัวเพื่อจัดการจานชามที่ล้างค้างไว้ แต่พอเปิดก๊อกที่อ่างล้างจาน กลับไม่มีน้ำไหลออกมา เธอรีบโทร.แจ้งแผนกซ่อมบำรุง พรชัยเป็นคนรับเรื่องแต่กลับโยนให้พศินไปจัดการทั้งที่ตัวเองก็ว่าง
ครู่ต่อมา พศินมาถึงบ้านของอนุพงศ์ จิรายุไม่ค่อยจะพอใจนักที่เห็นเขามาซ่อมท่อน้ำให้ แต่ไม่มีทางเลือก พศินเอาประแจมาไขโน่นไขนี่หัวก๊อกดันหลุด น้ำพุ่งออกมาไม่หยุด เขาพยายามจะใส่กลับที่เดิม แต่ยิ่งทำก็ยิ่งไปกันใหญ่ จิรายุต้องเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง ในที่สุดก็ปิดน้ำได้สำเร็จ สองคนตัวเปียกโชก ส่วนในห้องครัวเละราวกับโดนพายุฝนถล่ม จิรายุฉุนขาด
“เพราะนายคนเดียว ดูสิ เปียกไปหมด นายต้องรับผิดชอบ”
พศินถึงกับหน้าจ๋อย จำต้องเก็บกวาดทำความสะอาดครัวให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมทั้งที่ตัวเปียกโชก...
เสร็จจากคุยงานกับสถาปนิกเกี่ยวกับการปรับปรุงรีสอร์ตทางด้านหลังของเกาะไข่มุก เตชินกับพศิกาต่าง แซวกันไปมาก่อนจะวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนานจนเหนื่อยหอบต้องหยุดพัก เขาเห็นปอยผมละที่แก้มของเธอ ช่วยปัดออกให้ ส่วนเธอเห็นเหงื่อซึมเต็มใบหน้าของเขาก็ช่วยเช็ดให้ เตชินหักห้ามใจไม่ไหวคว้าเอวเธอไว้
“ถ้าคุณไม่ได้มีพันธะ ถ้าคุณไม่ได้มีใคร ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปเด็ดขาด” ไม่พูดเปล่าเตชินดึงพศิกา
มาจูบ เธอไม่ขัดขืนเพราะต้องการให้เขาไว้ใจเพื่อให้แผนขโมยสัญญาซื้อขายสำเร็จ ทั้งสองคนจูบกันอย่างดูดดื่ม ไม่นานนักพศิกาเป็นฝ่ายถอยออกห่าง ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขาเนื่องจากเขินจัด
“ฉันกลับออฟฟิศก่อนนะคะ” พศิกายังไม่ทันจะก้าวเดิน เตชินไม่อาจฝืนความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปได้ คว้ามือเธอเอาไว้ สารภาพว่ารักเธอมาก รักตั้งแต่วันแรกที่เจอกันที่สเปนไม่เคยลืมเธอเลยนับแต่นั้นเป็นต้นมาอยากจะสานสัมพันธ์ต่อ แต่มีเรื่องราวต่างๆเข้ามาในชีวิตจนทำให้เขาต้องหักห้ามความรู้สึกนี้ไว้
“ผมจะไม่สนใจอดีตของคุณอีกแล้วพั้นซ์ ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างที่อยากทำ”
พศิกาทักท้วงไม่มีทางเป็นไปได้เพราะแม่ของเขาไม่มีวันยอมรับเธอ เตชินไม่สน ถ้าเธอใจตรงกันกับเขา ทุกอย่างก็จบ เราจะช่วยกันฝ่าฟันปัญหาไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว สักวันเขาจะทำให้แม่ของเขาเห็นความดีของเธอและยอมหลีกทางให้เรา แค่เธอเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากกว่านี้
“ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินนะครับ”
“บางทีในอนาคต คุณอาจจะต้องเสียใจที่ไม่รีบตัดปัญหาตั้งแต่ตอนนี้”
“ผมจะไม่มีวันเสียใจ การที่คุณไม่ตอบ ผมถือว่าคุณตกลงตามที่ผมพูด” เตชินเห็นเธอไม่ปฏิเสธ ก็ฉีกยิ้มพอใจ ยกมือเธอขึ้นมาจุมพิต ขณะที่พศิกาแอบรู้สึกผิดต่อเขา...
ขณะที่แผนหลอกให้เตชินตายใจของพศิกาได้ผลดีเกินคาด นลินีซึ่งกำลังเดินเที่ยวเล่นอยู่กับมณีกาญจน์ทำทีขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พอเดินพ้นระยะที่เพื่อนรักจะได้ยิน นลินีหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ถามสุดารัตน์ว่าสำเร็จหรือเปล่า เธอมองดูสัญญาซื้อขายเกาะไข่มุกที่ตัวเองปลอมลายมือชื่อพศิกาเซ็นในสัญญาเรียบร้อย
“สำเร็จสิคะ มือชั้นนี้แล้ว” สุดารัตน์ยิ้มพอใจในฝีมือปลอมลายเซ็นที่เหมือนกันราวกับแกะของตัวเอง
ooooooo
เตชินอยากจะซื้อของขวัญเล็กๆน้อยๆให้พศิกาสำหรับการเริ่มต้นคบหากันดูใจกัน แต่ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี ก็เลยวานจิรายุมาช่วยดู เธอเลือกสร้อยพร้อมจี้เพชรที่เป็นรูปปลาดาวให้ แล้วอดถามไม่ได้ว่าซื้อให้ใคร เตชินไม่ตอบได้แต่อมยิ้ม
“ยิ้มแบบนี้อย่าบอกนะคะว่าพี่เต้กับพี่พั้นซ์...”
“ยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน พี่แค่ขอโอกาสให้เราได้รู้จักกันมากขึ้นก็เท่านั้น” เตชินยิ้มสีหน้าเต็มไปด้วยความหวัง ขณะที่จิรายุอดเป็นห่วงความรู้สึกของพศินไม่ได้ หลังแยกทางกับเตชิน เธอจึงแวะไปหาพศินที่แผนกซ่อมบำรุง แต่วันนี้เขาลาป่วยไม่ได้มาทำงาน
ครู่ต่อมา จิรายุมายืนลังเลอยู่หน้าห้องพักของพศิน ถามตัวเองว่ามาทำบ้าอะไรตรงนี้ พศินจะไม่สบายก็เรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับตัวเองสักหน่อย คิดได้ดังนั้นขยับจะไปแต่พศินเปิดประตูห้องออกมาเสียก่อน ต่างฝ่ายต่างชะงัก เขาตั้งสติได้ก่อนถามว่ามาหาเขาหรือ จิรายุไม่วายยียวน ถ้าไม่มาหาเขาแล้วจะให้ไปหาใคร เธอได้ยินมาว่าเขาไม่สบายก็เลยมาดูว่าไม่สบายกายหรือไม่สบายใจ เขานิ่วหน้าไม่เข้าใจ
“ก็นายกับพี่พั้นซ์เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ แต่คนอย่างนายคงไม่ใช่ไม่สบายใจหรอก เพราะนายเองที่เป็นฝ่ายนอกใจพี่พั้นซ์...ไม่รู้ฉันจะพูดมากทำไม”
พศินหัวเราะก๊ากคนอะไรพูดเองตอบเอง แซวเสร็จก็ไอแคกๆไม่หยุด จิรายุต้องลูบหลังให้ถึงได้รู้ว่าเขามีไข้ อาสาจะเช็ดตัวให้ พศินรู้สึกดีมากที่เธอมาคอยดูแลเอาใจใส่มองด้วยแววตาเป็นประกาย เธอเห็นสายตาของเขาเข้าถามอย่างเขินอายว่ามองทำไม
“ท่าทางคุณเหมือนเขินผม”
จิรายุโวยวายกลบเกลื่อน เขินบ้าบออะไร โยนผ้าขนหนูใส่หน้าให้เขาเช็ดเอาเองแล้วจ้ำพรวดๆออกจากห้อง พศินมองตามยิ้มมีความสุข...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องทำงานของพศิกา เตชินเอาสร้อยห้อยจี้เพชรรูปปลาดาวมามอบให้พศิกา ทีแรกเธอปฏิเสธไม่ขอรับของราคาแพง เขาต้องขอร้องให้รับเอาไว้แล้วอาสาสวมสร้อยให้ แม้จะรู้สึกแย่มากที่เขาทำดีกับเธอทั้งที่เธอกำลังใช้เขาเป็นเครื่องมือ แต่จำใจต้องรับไว้ ขอบคุณเขามากสำหรับของขวัญ
“ด้วยความยินดีครับ แต่ใส่แล้วห้ามถอดเด็ดขาด... พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เราไปเที่ยวกันไหมครับ”
พศิกาอยากรู้เขาจะพาไปเที่ยวไหน เตชินขออุบไว้ก่อน ไว้คิดออกเมื่อไหร่จะโทร.บอก แล้วเดินออกจากห้องอย่างอารมณ์ดี...
ครั้นถึงตอนค่ำ อารมณ์เบิกบานใจของเตชินต้องแปรเปลี่ยนเป็นเคืองแค้นเมื่อนลินีเอาสัญญาซื้อขายเกาะไข่มุกที่สุดารัตน์ปลอมลายมือชื่อของพศิกาเซ็นกำกับเอาไว้มาให้ดู แต่งเรื่องว่าพศิกาคิดจะขายเกาะ ท่านให้สุดารัตน์ไปสืบมาแล้ว ทำให้รู้ว่านังนั่นปลอมเอกสารอุปโลกน์ว่าตัวมันเป็นเจ้าของเกาะ แล้วจัดการขายให้กับชาติชายเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งท่านรู้มาว่าผู้ชายคนนี้สนใจ
อยากได้เกาะไข่มุกมาตั้งนานแล้ว เตชินกำสัญญาแน่นรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าโดยที่ฝนไม่ตั้งเค้า นลินีเข้ามาจับแขนลูกชายไว้
“เห็นแล้วนะตาเต้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างที่แม่บอกทุกอย่าง มันไม่เคยรักใครจริง สิ่งที่มันต้องการมีอย่างเดียวคือเซ็กซ์ มันแกล้งทำดีเพื่อให้ลูกใจอ่อนแบบเดียวกับที่มันทำกับคุณพงศ์และผู้ชายคนอื่น” นลินีเห็นสายตาเจ็บปวดปนโกรธแค้นของลูกชายก็แอบยิ้มสมใจที่เขาหลงเชื่อคำโป้ปดของตัวเอง
เตชินต้องการแก้แค้นพศิกา โทร.นัดให้มาเจอกันที่ท่าเรือเจ็ดโมงเช้า เธออ้อนให้บอกว่าตกลงเขาจะพาเธอไปไหน เขาอ้างบอกไปก็ไม่เซอร์ไพรส์ แต่รับรองได้ว่าที่ที่เขาจะพาเธอไปวันพรุ่งนี้จะทำให้เธอลืมไม่ลง
ooooooo
เจ็ดโมงเช้าวันถัดมา เตชินพาพศิกาลงเรือไปยังเกาะแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเกาะไข่มุกนัก เล่าให้ฟังว่าพ่อของเขาเคยพามาตอนเขายังเด็กๆ ทีแรกท่านจะซื้อเกาะนี้แทนเกาะไข่มุก แต่มันเล็กเกินไปทำรีสอร์ตไม่ได้ท่านก็เลยเปลี่ยใจ เขาจำได้ว่าท่านเคยมาสร้างกระท่อมเอาไว้หลังหนึ่งที่นี่ จึงชวนเธอไปดูว่ายังอยู่หรือเปล่า
พศิกาหลงกลตามเขาเข้าไปในป่าด้วยกัน โดยเขาอาสาจะช่วยถือกระเป๋าสะพายของเธอให้ ไม่นานนัก
ทั้งคู่มาถึงกระท่อมเป้าหมาย แม้มันจะดูเก่าไปบ้างแต่ยังอยู่ในสภาพดีแถมบรรยากาศยังน่าอยู่อีกด้วย พศิกาเดินสำรวจเข้าไปในห้องนอนใหญ่ซึ่งมีเตียงไม้พร้อมฟูกปูไว้ เตชินวางกระเป๋าของเธอไว้ที่ชั้นข้างประตูทางเข้า ก่อนจะตามเธอเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูตามหลัง จากนั้นหยิบสัญญาซื้อขายเกาะไข่มุกที่มีลายมือชื่อปลอมของพศิกาออกมาให้ดู เธอตกใจถึงกับผงะเมื่อเห็นลายเซ็นของตัวเอง
“มันไม่ใช่ฉัน คุณกับแม่ของคุณต่างหากที่จะขายเกาะ”
“พอโดนจับได้ก็มาโยนความผิดให้คนอื่น...เลวมาก คุณพ่อดีกับคุณมากแต่คุณกลับทรยศหักหลังท่านคิดจะขายสิ่งที่ท่านรักมากที่สุด จิตใจคุณทำด้วยอะไรพั้นซ์ แล้วคุณยังจะมาหลอกทำดีกับผมอีก ผมยอมเป็นลูกที่ไม่ดี ขัดคำสั่งแม่เพราะผมรักคุณ ผมต้องการที่จะใช้ชีวิตร่วมกับคุณ ผมไว้ใจคุณจนยอมเปิดเผยความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณทุกอย่าง ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ ทำไม... ทำไม” เตชินจับไหล่พศิกาเขย่าอย่างโกรธแค้นปนเสียใจ
“ใครกันแน่ที่เลว คุณกับแม่ของคุณต่างหากคิดจะกำจัดฉันให้พ้นไปจากเกาะไข่มุก แล้วพวกคุณสองแม่ลูกก็จะเอาเกาะไปทำปู้ยี้ปู้ยำยังไงก็ได้ พอคนอื่นถามว่าฉันหายไปไหน พวกคุณก็จะบอกว่าฉันขายเกาะและเอาเงินไปแล้ว อย่านึกว่าฉันไม่รู้แผนของพวกคุณ”
“มโนเก่งจริงนะ...ได้ ในเมื่อคุณคิดว่าผมเลวผมชั่วผมก็จะเลวจะชั่วอย่างที่คุณต้องการ” เตชินว่าแล้วย่างสามขุมเข้าหา พศิกากลัวมากหันหลังจะวิ่งหนีเขาคว้าตัวไว้ก่อนจะผลักลงไปบนเตียงแล้วโถมตัวตามซุกไซ้ ซอกคอ เธอทั้งร้องไห้ทั้งดิ้นหนี เขาเห็นน้ำตาก็ใจอ่อน เดินออกจากห้อง เจ็บใจตัวเองที่ทำเธอไม่ลง
พลันมีเสียงมือถือของพศิกาดังขึ้น เขาหยิบมือถือจากในกระเป๋าของเธอออกมาดู เห็นพศินโทร.มา รีบปิดเสียง ปล่อยให้สายหลุดไปเองแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบพิมพ์ข้อความไปหาพศิน
“พั้นซ์ต้องมาทำธุระในเมือง 4-5 วัน ไม่ต้องห่วง”...
ในเวลาต่อมา เตชินหอบเป้ใส่สัมภาระของตัวเองพร้อมด้วยแกลลอนน้ำที่ไปเอาจากเรือกลับมาที่กระท่อม เจอพศิกากำลังจะหนี ร้องถามว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบรีบวิ่งเข้าไปในป่า เตชินทิ้งข้าวของวิ่งตาม พลางตะโกนเรียกให้หยุดก่อน อารามรีบร้อนไม่ทันมองทางพศิกาสะดุดรากไม้ล้มกลิ้ง พยายามจะลุกแต่ขาเจ็บลุกไม่ไหว เตชินตามมาทันพอดีกึ่งลากกึ่งจูงกลับกระท่อม จับเธอยัดไว้ในห้องนอน ปิดประตูขังโดยใช้เก้าอี้ยันเอาไว้ด้านนอกไม่ให้หนีไปไหนอีก แล้วออกมาโทร.บอกแม่ว่าอีกสี่ห้าวันถึงจะกลับ
“ผมมีเรื่องสำคัญที่กำลังทำอยู่ มันต้องใช้เวลา”
“เรื่องสำคัญที่ว่ามันคืออะไร แม่งงไปหมดแล้วตาเต้”
“เอาเป็นว่าผมกำลังทำในสิ่งที่สมควรทำก็แล้วกัน แม่อย่ากังวลใจไปเลย แค่นี้นะครับ”...
เตชินเตรียมมื้อเย็นเรียบร้อย จึงเข้าไปเรียกพศิกามากินข้าว เธอตวาดแว้ดว่าไม่กิน เขาไม่สนใจคำปฏิเสธลากแขนเธอออกมาที่หน้ากระท่อม ขู่ถ้าไม่กินดีๆจะจูบ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ พศิกาตกใจ สะบัดมือเขาออกรีบไปนั่งหน้ากองไฟ แต่ไม่ยอมแตะต้องอาหาร
“ถ้าไม่กินแล้วเกิดผมหน้ามืดขึ้นมาทำอะไรคุณคุณจะไม่มีแรงสู้ผมนะ นี่ผมเตือนดีๆ”
พูดยังไม่ทันขาดคำ พศิกาจ้วงข้าวใส่ปากไม่ยั้งจนสำลัก เขาต้องลุกไปเอาน้ำมาให้ดื่มแล้วนั่งลงข้างๆ เธอขยับหนี แต่เขารวบตัวไว้ สั่งให้เลิกหนีได้แล้ว ถึงอย่างไรเธอก็ไม่มีวันหนีเขาพ้น เตือนว่าป่าที่เกาะแห่งนี้ตอนกลางคืนน่ากลัวมากเธออาจตายเพราะหลงป่าได้ ถ้ารักชีวิตตัวเองก็ต้องเชื่อฟังเขา...
กระทั่งตอนจะนอน เตชินไม่วายกลั่นแกล้งพศิกา ขโมยหอมแก้มหนึ่งฟอดไม่พอยังบังคับให้เธอนอนหนุนแขนเขาต่างหมอนแล้วพลิกตัวมากอดเธอเอาไว้ พศิกาอึดอัดมากแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร
ooooooo
พศิกายังคงถูกกลั่นแกล้งอย่างต่อเนื่องแม้แต่ตอนตื่นนอน พยายามแกะมือเตชินที่กอดตัวเองอยู่ เขากลับกอดเธอแน่นขึ้น บอกทั้งที่ตายังหลับว่าขอนอนกอดเธอไว้แบบนี้ก่อน เธอจำต้องให้เขากอดต่อไป...
พศินไม่สบายใจมากที่ติดต่อพศิกาไม่ได้ ที่ทำงานก็ไม่รู้ว่าเธอไปไหน โทร.ถามทางโรงแรมอันดามันเพิร์ลก็ไม่มีใครเห็น แถมเตชินหายตัวไปไม่มาทำงานเช่นกัน พศินตัดสินใจไปตามหาเขาที่บ้านก็ไม่อยู่ จึงมั่นใจว่าเขาต้องเป็นคนเอาตัวพศิกาไป นลินีฉุนขาดที่พศินชอบโทษลูกชายของเธอเวลาที่พศิกาหายตัวไป
“อาจจะเป็นผู้ชายคนอื่นที่มันเคยยุ่งด้วยก็ได้หรือแกไม่รู้ว่าเมียแกมันส่ำส่อนมากแค่ไหน”
“สิ่งที่ผมพูดเป็นเรื่องจริงผมมั่นใจ พั้นซ์ส่งข้อความมาหาผมว่าติดธุระในเมือง 4-5 วันถึงจะกลับ แล้วคุณเตชินก็ไม่อยู่ คุณไม่คิดว่ามันบังเอิญไปหน่อยเหรอ”
นลินีชักเอะใจเพราะเมื่อวานเตชินโทร.มาบอกว่าต้องไปทำธุระสำคัญ 4-5 วันเช่นกันแต่ไม่ได้บอกว่าธุระอะไร พศินฟันธงว่าเขาต้องเอาตัวพศิกาไปแน่นอน และทางเดียวที่จะออกจากเกาะได้คือทางเรือเท่านั้น ตนจะไปเช็กว่ามีเรือหายไปหรือเปล่า แล้วรีบร้อนออกไปโดยมีจิรายุขอตามไปด้วย
จากนั้นไม่นาน พศินกับจิรายุมาสอบถามสมหมายซึ่งเป็นคนดูแลเรื่องเรือ แต่ไม่ได้เรื่องอะไรมากนัก รู้แค่ว่าเตชินเอาเรือลำหนึ่งออกไปตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า แต่ไม่รู้มีใครไปด้วยหรือเปล่า จิรายุเห็นสีหน้าของพศินเดาได้ทันทีว่าเขาต้องรู้ถึงสาเหตุที่เตชินเอาตัวพศิกาไป...
ขณะที่พศินตามหาพศิกาให้ควั่ก เตชินพาพศิกาไปที่น้ำตกบังคับให้ลงน้ำ อ้างตัวเหม็นไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวาน เธอไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาก็เลยจับโยนลงน้ำแล้วโดดตาม เธอโมโหมากวักน้ำใส่หน้าเขาไม่หยุด ปากก็ด่าว่าบ้า เขาขู่ถ้าขืนด่าอีกคำเดียวจะลงโทษด้วยการจูบ เธอรีบปิดปากเงียบไม่พูดอะไรอีก...
ด้านจิรายุคาดคั้นให้พศินตอบมาสักทีว่ารู้อะไรเกี่ยวกับการหายตัวไปของพศิกากับเตชิน เขาตัดสินใจเล่าเรื่องที่เตชินกับนลินีคิดจะขายเกาะไข่มุกและยังส่งคนมาทำร้ายพศิกาอีกด้วย จิรายุไม่เชื่อว่าสองแม่ลูกจะทำ อย่างนั้น ถึงนลินีจะเกลียดพศิกาแต่ไม่มีวันส่งใครไปทำร้ายเด็ดขาด
“และพี่เต้ก็รักพี่พั้นซ์จริงๆ เขาเคยบอกกับฉัน”
พศินไม่มีวันเชื่อคำพูดของเตชินเด็ดขาด นึกโมโหตัวเองไม่น่ายอมให้พศิกาทำตามแผนบ้าๆนั่นเลย แล้วคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาเสกสรรจะให้ช่วยตามหาพศิกาอีกแรงหนึ่ง...
ฝ่ายพศิกาไม่ยอมให้ถูกขัง อาศัยจังหวะที่เตชินเผลอแอบหนีออกจากกระท่อมกลางเกาะร้าง ขณะเร่งฝีเท้ามาตามทางในป่า เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าและยังไหลย้อยลงมาที่ลำคอ เธอยกมือปาดเหงื่อสะดุดกับสร้อยห้อย
จี้เพชรที่เตชินซื้อให้ กระชากออกด้วยความโมโหแล้วปาลงพื้น ก่อนจะจ้ำพรวดๆต่อไป...
เสกสรรรีบมาที่รีสอร์ตทันทีที่ทราบเรื่อง เตือนพศินว่าจะกล่าวหาเตชินลักพาตัวพศิกาต้องมีหลักฐานมายืนยันก่อน เขาหาว่าที่นายตำรวจหนุ่มไม่เชื่อเพราะเป็นเพื่อนสนิทกับคนถูกกล่าวหา แล้วเดินจากไปอย่างหัวเสีย จิรายุขอโทษแทนพศินด้วยที่พูดจาไม่เข้าหู เสกสรร
ไม่ถือโทษโกรธอะไรเขา
“ความจริงผมก็แอบคิดแบบเดียวกับคุณพัฒน์ แต่ที่ผมไม่คล้อยตามเพราะกลัวคุณพัฒน์จะทำอะไรวู่วาม ก่อนหน้านี้ เต้กับคุณพศิกามีปัญหากัน ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าเรื่องอะไร”
“แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไป”
“ผมคงต้องรีบตามให้เจอว่าไอ้เต้พาคุณพศิกาไปที่ไหน”...
ทางด้านเตชินทั้งโมโหทั้งเป็นห่วงพศิกา เร่งฝีเท้าตามรอยเท้าของเธอมาจนเจอกับสร้อยเพชรที่เธอขว้างทิ้ง ก้มเก็บด้วยสีหน้าเจ็บปวด ก่อนจะสาวเท้าตามไปอย่างรวดเร็ว...
เสกสรรไม่อยากให้นลินีเป็นกังวล จึงโกหกว่าเพิ่งได้คุยสายกับเตชินเห็นว่าจะต้องไปจัดการอะไรสักอย่างซึ่งเป็นศัพท์ทางธุรกิจ เขาไม่ค่อยเข้าใจก็เลยไม่ได้จำ นลินีถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่ได้โกหกกันใช่ไหม
“ผมไม่โกหกคุณป้าหรอกครับ ถามน้องจิลดูก็ได้ครับ น้องจิลอยู่กับผมด้วย”
จิรายุเห็นเสกสรรขยิบตาให้รีบรับลูกทันที นลินีคลายกังวลไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก สักพัก จิรายุลากแขนเสกสรรออกมาคุยกันตามลำพัง ต่อว่าว่าไปโกหกนลินีแบบนั้น เกิดท่านจับได้พวกเราไม่ตายหมู่กันหรือ เขาไม่มีทางเลือก ขืนไม่บอกว่าเจอตัวเตชินแล้ว มีหวังท่านได้เอาเลือดหัวพศิกาออกแน่ๆ
“มันก็จริง แต่ลองโกหกครั้งหนึ่ง มันก็ต้องโกหกต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอตัวพี่เต้กับพี่พั้นซ์ เฮ้อ...นี่แหละคือส่วนที่ยากที่สุด” จิรายุสีหน้าหนักใจไม่ต่างจากเสกสรร
ooooooo
พศิกาอุตส่าห์เร่งฝีเท้าหนีแทบตายแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด เหยียบกับดักที่เตชินทำเอาไว้ ถูกตาข่ายรวบตัวขึ้นไปห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ เธอพยายามจะหาทางออกแต่ไม่มี เตชินที่ไล่ตามทันเห็นเธอติดอยู่ในกับดักก็หัวเราะชอบใจเสียงลั่น เธอสั่งให้หยุดหัวเราะแล้วช่วยเอาเธอลงไป
“ถ้าอยากให้ช่วยก็พูดจาหวานๆที่ฟังแล้วรื่นหูมากกว่านี้” เตชินเห็นเธอมองค้อน จัดแจงจะเดินหนี พศิกากลัวถูกทิ้งรีบพูดจาภาษาดอกไม้ด้วย เขาได้คืบจะเอาศอก หากช่วยเธอลงมาได้ เขามีสิทธิ์ขออะไรก็ได้เป็น รางวัลตอบแทน เธอจำต้องรับปาก เขาถึงได้ยอมตัดเชือกปล่อยเธอลงจากต้นไม้ พศิกาหล่นกระแทกพื้นดังตุบถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เตชินจะเข้ามาช่วยพยุงเธอปัดมือเขาออก
“ไม่ต้อง...บอกมาได้แล้วว่าอยากได้อะไรเป็นรางวัล”
เตชินยื่นหน้าเข้ามาใกล้เหมือนจะจูบ พศิกาไม่กล้าขัดขืนได้แต่หลับตา เขากลับสวมสร้อยพร้อมจี้เพชรเส้นที่เธอขว้างทิ้งให้ ห้ามเธอถอดมันออกอีกเด็ดขาด จากนั้นเขาพาเธอกลับมาที่กระท่อม สั่งให้กลับเข้าไปอยู่ในห้องนอน พศิกาอยากรู้เมื่อไหร่เขาถึงจะปล่อยเธอไปสักที
“จนกว่าผมจะพอใจ โอเคนะ” เตชินมองด้วยสายตากวนโอ๊ยแล้วปิดประตูขังเธอไว้ พศิกาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงสีหน้าอึดอัดมากจนร้องไห้ออกมา แต่ต้องเอามือปิดปากไว้กลัวเขาจะได้ยิน...
พศินอารมณ์เสียพาลเหม็นหน้าทุกคนไปหมดจนเกิดมีปากเสียงกับสง่าถึงขั้นวางมวยกัน สง่าสู้ไม่ได้ถูกอีกฝ่ายอัดล้มคว่ำ จิรายุผ่านมาเห็นเหตุการณ์รีบเข้าไปห้าม พศินกำลังของขึ้นเผลอเหวี่ยงเธอกระเด็นไปชนเก้าอี้ล้ม สง่าเห็นท่าไม่ดีรีบสลายตัวทันที พศินได้สติรีบพยุงจิรายุไปนั่ง ขอโทษที่เผลอทำรุนแรงไปหน่อย
“หายบ้าแล้วใช่ไหม ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงพี่พั้นซ์ ฉันเองก็ห่วงไม่แพ้นาย แต่ถ้านายทำอะไรวู่วาม แล้วคุณป้าลีรู้ พี่พั้นซ์จะเดือดร้อน” คำพูดของจิรายุทำให้พศินมองออก เธอเองก็เชื่อว่าเตชินเอาตัวพศิกาไปเช่นกัน เธออธิบายว่าที่เธอต้องเงียบๆเอาไว้ก็เพื่อความปลอดภัยของทั้งคู่ และเขาไม่ต้องเป็นห่วงเสกสรรระดมเจ้าหน้าที่ออกตามหาทั้งสองคนอยู่ พศินกลัวเตชินจะทำร้ายพศิกา เธอเชื่อหมดใจเขาไม่มีวันทำร้ายคนที่ตัวเองรัก...
สุดารัตน์ยุส่งให้นลินีหาทางกำจัดพศินไปให้พ้นทางระหว่างที่พศิกาไม่อยู่เพื่อจะได้ไม่เป็นอุปสรรคคอยขัดขวางพวกเรา นลินีเห็นดีด้วยสั่งให้เธอจัดการตามที่เห็นสมควรได้เลย...
ทั้งเตชินและพศิกาต่างผลัดกันเล่นสงครามประสาท คราวนี้เป็นฝ่ายเธอเล่นงานเขาบ้าง นั่งกินข้าวกับเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ กินเสร็จแอบเอาส้อมเก็บไว้กับตัว แล้วจะเดินกลับห้อง เตชินโกรธมากที่เธอไม่ยอมพูดด้วยวิ่งไปขวาง ต่อว่าต่อขานเธอยกใหญ่ เธอกลับยิ่งยั่วโทสะจนเขาโกรธกระชากเธอมาจูบ พศิกากัดปากเขาแก้เผ็ด ถึงกับผงะถอยห่างแทบไม่ทัน
ครั้นถึงเวลานอน เตชินจะขึ้นไปนอนบนเตียงด้วย พศิกาเอาส้อมจ่อไปที่คอของเขา ขู่ไม่ให้เข้ามาใกล้ เขาคุยอวดว่าส้อมแค่นี้ห้ามเขาไม่ได้ แล้วขยับจะลงนอน เธอเอาส้อมจิ้มมือของเขาถึงกับสะดุ้งร้องลั่น ยิ่งเห็นสีหน้าเอาเรื่องของเธอ เขาชักขยาด จำใจออกไปนอนข้างนอก พศิกามองตามโล่งใจสุดๆ...
แผนชั่วที่สุดารัตน์จะใช้เล่นงานพศิน คือให้สง่าเอายาบ้าไปซุกไว้ในลิ้นชักโต๊ะในห้องพักของเขา โดยมี พรชัยคอยดูต้นทางให้ คนดูต้นทางมัวแต่เล่นมือถือ จึงไม่เห็นพศินที่บังเอิญกลับห้องก่อนเวลาแอบมองอยู่
ooooooo
เนื่องจากอาหารใกล้หมดเตชินชวนพศิกาไปช่วยกันหาอาหาร ระหว่างเดินมาตามทางในป่า พศิกายังคงไม่ยอมพูดยอมจากับเขาแม้แต่คำเดียว เตชินโมโหมาก ตั้งใจมั่นจะต้องทำให้เธอยอมเปิดปากพูดด้วยให้ได้ ทั้งคู่เดินหาของกินจนกระทั่งมาถึงน้ำตก เขาฝากเธอช่วยดูข้าวของให้แล้วถอดเสื้อผ้าโดดลงน้ำ
“เย็นสบายสุดๆไม่ลงมาเหรอคุณ”
พศิกาไม่ตอบ เบือนหน้าไปทางอื่น เตชินยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะว่ายน้ำออกไปอีกทางหนึ่งอย่างเงียบกริบ เธอไม่ได้ยินเสียงเขาว่ายน้ำ แปลกใจหันไปมอง ไม่เห็นเขาอยู่แถวนั้นเริ่มใจคอไม่ดี ทันใดนั้นมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น เธอมองตามเสียงเห็นเตชินกำลังจมน้ำก็ตกใจรีบดำลงไปคว้าตัวเขาที่แกล้งหมดสติขึ้นมา
“คุณเตชิน...คุณอย่าตายนะ” พศิกาเขย่าตัวเขาอย่างใจเสีย
เตชินลืมตาพร้อมกับฉีกยิ้มชอบใจที่หลอกให้พศิกาพูดออกมาจนได้ เธอไม่พอใจมากต่อว่าเขาที่เห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก วักน้ำสาดหน้าก่อนจะว่ายน้ำออกไป...
ฝ่ายนลินีเดินตามแผนขั้นต่อไปทันที พาเสกสรรไปที่ห้องพักของพศินด้วยตัวเอง อ้างได้รับการแจ้งจากผู้ประสงค์ดีว่าเขาซุกยาบ้าไว้ในห้อง เสกสรรค้นจนทั่ว ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งนลินีและสุดารัตน์เจ็บใจที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ขณะที่พศินยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า แล้วรีบไปแจ้งข่าวให้จิรายุที่รอ อย่างกระวนกระวายใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอถึงกับถอนใจโล่งอก นี่ถ้าเมื่อคืนเขาไม่กลับมาเห็นพรชัยยืนลับๆล่อๆอยู่หน้าห้อง ก็คงไม่เอะใจรีบมาตามเธอไปเป็นพยานช่วยกันค้นหาจนเจอยาบ้าซุกไว้ในลิ้นชักโต๊ะ
พศินเจ็บใจมากที่นลินีกับสุดารัตน์รวมหัวกันใส่ความ เพราะต้องการจะกำจัดเขาไปให้พ้นจากที่นี่
จิรายุไม่พอใจเช่นกันที่นลินีทำเกินไป นี่เท่ากับใส่ร้ายคนบริสุทธิ์ ถ้าบังเอิญพศินไม่กลับมาเห็นเสียก่อน ป่านนี้เธอคงต้องไปส่งข้าวส่งน้ำให้เขาในคุก แล้วเตือนเขาให้ระวังตัวให้มากขึ้นอย่าประมาทเด็ดขาด
“ห่วงผมเหรอครับ” พศินมองเธอหวานหยด
จิรายุแก้ตัวเป็นพัลวันแค่ห่วงในฐานะคนรู้จักเท่านั้น...
สง่ากับพรชัยถูกสุดารัตน์ด่าเปิดเปิงที่ทำงานพลาด ให้ทำงานง่ายๆแค่นี้ยังทำไม่สำเร็จ สง่าขอแก้ตัวจะอุ้มพศินไปฆ่าทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด เธอร้องห้ามเสียงหลง ขืนทำตอนนี้แล้วถูกจับได้ขึ้นมาจะซวยยกแก๊ง...
ด้านเตชินเปิดมือถือตัวเองขึ้นมาดู พบว่ามีมิสคอลจากแม่กับเสกสรรหลายครั้ง เขาตัดสินใจโทร.หา เพื่อนรักซึ่งถามทันทีว่าเขาอยู่ไหน เตชินเหน็บแนมจะไม่ถามสารทุกข์สุกดิบกันบ้างหรือ พอรับสายก็ถามว่าอยู่ไหน
“ต้องรีบถามสิวะ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันบอกแม่แกว่าแกไปทำธุระที่กรุงเทพฯ ป่านนี้แม่แกคงสั่งให้คนพลิกแผ่นดินตามหาแกแล้ว ตกลงว่าแกเอาตัวคุณพศิกาไปจริงใช่ไหม” เสกสรรเห็นเขาเงียบไปเดาได้ไม่ยาก
ว่าเป็นเรื่องจริง เตือนว่าทำแบบนี้อาจโดนตั้งข้อหาเอาได้ เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆไม่ได้ทำอะไรพศิกา แค่เอาตัวมาสั่งสอนนิดหน่อย เสกสรรด่าลั่นสั่งสอนบ้าอะไรถึงต้องทำขนาดนี้ เตชินชิงตัดบท อธิบายไปเขาก็ไม่เข้าใจ
“แกไม่ต้องออกตามหาฉัน อีกไม่กี่วันฉันจะพาคุณพศิกาของแกกลับบ้านไม่ต้องห่วง” พูดจบเตชินตัดสาย แล้วส่งข้อความไปหาแม่ “อีกสามวันผมจะกลับไปที่เกาะ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”
เมื่อกลับมาที่กระท่อมร้างพบว่าพศิกาหนีไปอีก เตชินเป็นห่วงมากเพราะใกล้จะมืดแล้ว รีบออกตามหา พศิกาหลงป่าที่ทั้งมืดและน่ากลัว เห็นเงาอะไรไหวๆ
ด้านหลังคิดว่าเป็นสัตว์ร้ายวิ่งหนีไม่คิดชีวิต กระทั่งวิ่งชนเข้ากับเตชินที่ออกมาตามหา เธอไม่รู้ว่าเป็นเขา ตกใจสุดขีดกรีดร้องลั่นป่าก่อนจะเป็นลมหมดสติ
“คุณไม่อยากอยู่ใกล้ผมขนาดนี้เลยเหรอพั้นซ์” เตชินมองเธอด้วยสายตาเจ็บปวด
ooooooo
เตชินแก้เผ็ดคนชอบหนีด้วยการเอาเชือกมาผูกข้อมือเธอติดไว้กับข้อมือตัวเอง แล้วลากเธอไปไหนไปด้วย พศิกาพยายามจะแกะเชือกออกแต่ทำไม่ได้
เขาเหลือบมองด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า
“อย่าพยายามอีกเลย เงื่อนชนิดนี้ยิ่งแก้ก็จะยิ่งแน่น ผมเป็นคนเดียวที่รู้วิธีเพราะฉะนั้นถ้าอยากเป็นอิสระ ก็กรุณาทำตัวดีๆให้ผมเห็นก่อนนะครับคุณพศิกา” เตชินว่าแล้วกระตุกเชือกให้เธอเร่งฝีเท้าตาม
ไม่นานนัก ทั้งคู่มาชายหาด เตชินแก้เชือกข้างที่ผูกข้อมือตัวเองไปผูกไว้กับต้นไม้ เดินไปหยิบกิ่งไม้ยาวๆ
มาเหลาปลายให้แหลม ทีแรกพศิกาคิดว่าเขาจะใช้มันทำร้ายตนเอง แต่เขากลับถือมันลงไปแทงปลาในทะเล เธอถึงกับถอนใจโล่งอก...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน จิรายุมีนัดกับพศินจะไปหาเสกสรรในตัวเมืองด้วยกันเพื่อปรึกษาเรื่องการหายตัวไปของ
เตชินกับพศิกา โดยไม่ล่วงรู้เลยว่ามณีกาญจน์ซึ่งสงสัยกับท่าทางลับๆล่อๆของเธอ ชวนนลินีสะกดรอยตาม
สักพักเห็นเธอวิ่งไปหาพศินที่ยืนรอท่าอยู่ มณีกาญจน์ถึงกับบ่นอุบที่หลานสาวยังไปยุ่งกับเขาอีกทั้งที่เคยรับปากกับตนแล้ว
“รีบตามไปเถอะ ฉันกลัวมันจะหลอกพายัยจิลไปทำปู้ยี่ปู้ยำ” นลินีว่าแล้วลากแขนมณีกาญจน์ตามไป...
ไม่นานนัก พศินกับจิรายุมาถึงร้านอาหารในตัวเมืองซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายกับเสกสรร โดยที่ทั้งสามคนไม่ทันเห็นนลินีกับมณีกาญจน์แอบตามมาด้วย นายตำรวจหนุ่มเล่าให้พศินกับจิรายุฟังว่าเมื่อวานเตชินโทร.มาหา ยอมรับว่าเอาตัวพศิกาไปจริงๆ แต่เขาไม่ได้ทำอะไรเธอ และยังบอกอีกด้วยว่าจะพาเธอกลับมาเอง
“นี่ถ้าคุณป้ารู้ว่าพี่เต้โกหก จิลไม่อยากจะคิดเลยว่าคุณป้าจะโกรธระดับไหน”
จังหวะนั้นนลินีกับมณีกาญจน์ปรี่เข้าไปหา ทั้งสามคนตกใจมาก โดยเฉพาะจิรายุงงเป็นไก่ตาแตก
สองคุณป้ามาที่นี่ได้อย่างไร นลินีเฉลยให้ฟังว่าแอบตามเธอมาเพราะเห็นมากับพศินก็เป็นห่วงกลัวจะโดนหลอก
“แต่ที่ไหนได้เป็นป้าเองต่างหากที่ถูกพวกเธอหลอก โดยเฉพาะเธอ...เสก เธอเป็นถึงตำรวจ แต่กลับให้การเท็จซะเอง แล้วแบบนี้เธอจะเป็นตำรวจที่ดีได้ยังไง”
เสกสรรรู้ดีว่านลินีต้องออกอาการแบบนี้ ถึงได้ไม่ยอมบอกอะไร และที่สำคัญตนเชื่อใจเตชินจะไม่มีวันทำเรื่องเสื่อมเสีย ป่วยการจะอธิบาย นลินีไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น แทนที่จะโทษลูกชายตัวเอง กลับหาว่าพศิกาทำเสน่ห์ยาแฝดใส่ เขาถึงได้หลงหัวปักหัวปําจนไม่เห็นหัวคนเป็นแม่อย่างตน มณีกาญจน์เห็นคนในร้านมองเป็นตาเดียวกัน เตือนนลินีให้ไปคุยกันที่อื่น เธอไม่ไปไหนทั้งนั้น ต้องการรู้ว่าเตชินพาพศิกาไปไหน ทั้งเสกสรรและพศินปฏิเสธว่าไม่รู้ นลินีไม่เชื่อ ในเมื่อไม่ยอมบอก เธอจะตามหาเขาเอง แล้วจ้ำพรวดๆออกไปอย่างหัวเสีย
“สึนามิที่ว่าน่ากลัวยังสู้พลังของแม่ไอ้เต้ไม่ได้เลย ทะเลลุกเป็นไฟแน่” เสกสรรบ่นด้วยความสยอง
ooooooo
เมื่อกลับถึงเกาะไข่มุก นลินีสั่งการให้พนักงานของรีสอร์ตที่เป็นพวกของสุดารัตน์ออกตามหาเตชินซึ่งเธอแต่งเรื่องว่าโดน พศิกาล่อลวงไปให้เจอ ถ้าใครเจอเป็นคนแรก จะได้รางวัลหนึ่งแสนบาท ทุกคนตาโตตื่นเต้น โดยเฉพาะสง่ารีบวิ่งออกไปตามหาเขาเป็นคนแรก พรชัย สมหมายกับพวกพนักงานชายคนอื่นรีบวิ่งตาม
มณีกาญจน์เตือนเพื่อนรักทำแบบนี้เกินไปหรือเปล่า ให้ทุกคนไปตามหาเตชิน แล้วเกิดลูกค้าจะเข้าเมืองก็ไม่มีเรือไว้คอยบริการ นลินีไม่สนใจใครจะเป็นอย่างไรไม่ใช่เรื่องของตน จังหวะนั้นวีรภาพเข้ามาถามสุดารัตน์ว่าเรือหายไปไหนหมด ลูกค้ามาโวยวายกันใหญ่ว่าไม่มีเรือเข้าเมือง นลินีชิงตอบคำถามแทน
“ไปทำธุระให้ฉัน คุณวีรภาพมีปัญหาไหม” โดนไม้นี้เข้าไป วีรภาพถึงกับหน้าจ๋อยไม่กล้าหือ...
การกระทำของนลินีสร้างความไม่พอใจให้ลูกค้าเป็นอย่างมาก แม้วีรภาพจะไปเช่าเรือจากที่อื่นมาบริการแทนแล้ว แต่ลูกค้าก็ยังเสียความรู้สึกพากันเช็กเอาต์ไปเกือบหมด ทำให้รีสอร์ตเสียทั้งชื่อเสียงเสียทั้งรายได้...
ขณะที่เกิดความปั่นป่วนไปทั่วรีสอร์ต เตชินปิ้งปลาที่หามาได้กินอย่างเอร็ดอร่อย แล้วยื่นเนื้อปลาที่แกะแล้วให้พศิกา แต่เธอไม่ยอมกินเขาก็เลยจับยัดปาก สุดท้ายเธอก็ยอมเคี้ยว เขาจะป้อนให้อีกแต่เธอขอกินเอง เขาไม่ให้กินเอง ถ้าจะกินต้องให้เขาป้อน เธอหมั่นไส้ ตอนที่เขาป้อนปลาให้ก็เลยแกล้งกัดนิ้วเขาแก้เผ็ด...
ด้านมณีกาญจน์ยังงอนหลานสาวไม่หาย พอเห็นเธอกลับมาจัดแจงลุกหนี เธอรีบเข้าไปขวางหน้า ขอโทษที่ทำให้ท่านไม่พอใจ แล้วออดอ้อนสารพัดจนมณีกาญจน์ใจอ่อน ยอมยกโทษให้ แต่มีข้อแม้อย่าไปสนิทสนมกับพศิกาและพศินให้ท่านเป็นห่วงอีก เธอเถียงว่าทั้งคู่เป็นคนดี คนที่ร้ายกาจคือนลินีต่างหาก จิรายุรู้ว่าท่านก็คิดแบบเดียวกับเธอ มณีกาญจน์ถึงกับอึ้ง เพราะลึกๆแล้วเห็นด้วยกับหลานสาว...
หลังจากคิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ นลินีนึกออกแล้วว่าเตชินน่าจะพาพศิกาไปที่ไหน มีเกาะเล็กๆเกาะหนึ่งที่อนุพงศ์เคยพาเขาไปเมื่อตอนเป็นเด็ก อยู่ห่างจากเกาะไข่มุกประมาณหนึ่งชั่วโมง สุดารัตน์จะบอกสง่าให้ เพราะเขาเคยเป็นชาวประมงก่อนที่จะมาทำงานที่รีสอร์ต น่าจะรู้ว่าเกาะนี้อยู่ไหน
“บอกสง่าอีกอย่างด้วยว่าถ้าเจอลูกชายฉันกับนังพศิกาเมื่อไหร่ให้เอาแต่ตัวลูกชายฉันกลับมา ส่วนนังพศิกาให้เก็บมันซะ” นลินียิ้มเหี้ยม...
ในเวลาต่อมา สง่า พรชัยและสมหมายมาถึงเกาะที่นลินีว่าเห็นกองไฟที่เตชินใช้ปิ้งปลาที่ริมหาดเพิ่งมอด สง่ามั่นใจว่าเป็นเตชินกับพศิกา แต่ต้องรอให้มืดก่อนค่อยไปจัดการจะได้ไม่เห็นว่าพวกเราเป็นใคร...
ตกค่ำ ระหว่างนั่งอยู่ที่กองไฟหน้ากระท่อม เตชินเห็นพศิกาแอบร้องไห้ก็สงสาร ยื่นข้อเสนอจะแก้เชือกที่มัดข้อมือให้แต่เธอต้องรับปากก่อนว่าจะไม่หนี เธอดีใจมาก สัญญาจะไม่หนีเพราะเข็ดแล้วไม่อยากถูกจับมัดอีก เตชินแก้มัดให้ แล้วบอกให้เธอไปนอนได้แล้ว ทั้งคู่ไม่รู้ว่าสง่ากับพวกแอบซุ่มรอเวลาอยู่ที่พุ่มไม้ใกล้ๆ
จังหวะที่เตชินเผลอ ทั้งสามคนซึ่งมีผ้าคาดหน้าย่องมาทางด้านหลังทุบท้ายทอยเขาหมดสติ สง่าสั่งให้พรชัยกับสมหมายเอาตัวเขาไปที่เรือ ส่วนตนเองจะไปจัดการกับพศิกา แล้วย่องเงียบเข้าไปในกระท่อม
ฝ่ายเตชินถูกพรชัยกับสมหมายลากไปตามทางใกล้ถึงชายหาด ค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น ดิ้นรนจนเป็นอิสระ แต่ไม่เห็นพศิกาอยู่ด้วยตะคอกถามว่าเอาเธอไปไว้ไหน
“ป่านนี้คงขึ้นสวรรค์กับเจ้านายของพวกฉันไปแล้ว”
เตชินเป็นห่วงพศิกามาก รีบวิ่งกลับไปที่กระท่อม สมหมายกับพรชัยวิ่งไล่กวดไปติดๆ
ooooooo










