สมาชิก

ทะเลไฟ

ตอนที่ 6

ที่บ้านบนเขา เตชินกำลังโทร.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ตเช็กด่วนว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมไฟฟ้าบนเกาะถึงได้ดับ และให้ช่วยตามพนักงานคนอื่นๆไปดูแลลูกค้า เดี๋ยวตนจะรีบไปที่รีสอร์ต พศิกาเอาไฟฉายมายื่นให้เขาด้วยท่าทางยังเขินอายไม่หาย เตชินจะไปดูที่รีสอร์ต ป่านนี้แขกคงตกใจกันแย่แล้ว เธอขอตามไปด้วย

ทั้งคู่ยังไม่ทันขยับไปไหน มีเสียงเคาะประตูบ้านปังๆๆ เตชินระแวงว่าจะเป็นคนร้าย สั่งให้พศิกาไปหลบที่ห้องก่อน เขาหวั่นๆว่าไฟดับครั้งนี้จะไม่ชอบมาพากล เนื่องจากไม่ได้มีพายุหรือมีอะไรที่เป็นต้นเหตุ

“มันก็จริง ตั้งแต่ทำงานที่เกาะนี้มาไม่เคยมีไฟดับสักครั้ง คุณกำลังคิดอะไรอยู่”

“อาจจะเป็นฝีมือคนร้าย อย่าออกจากห้องไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร ล็อกประตูด้วย”...

อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน พศินเริ่มไม่สบายใจที่เคาะเรียกอยู่นานสองนานพศิกาไม่มาเปิดรับ หรือจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ตัดสินใจพังประตูเข้าไป เตชินได้ยินเสียงโครมครามก็รู้สึกไม่ดี รีบไปหาที่ซ่อนตัว เป็นจังหวะเดียวกับพศินพังประตูเข้ามาได้ มองเข้าไปในบ้านเห็นแต่ความมืด เตชินพุ่งออกจากที่ซ่อน เอากระบอกไฟฉายทุบไปที่หลังของผู้บุกรุก เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น สองหนุ่มต่างคว้าคออีกฝ่ายบีบจนหายใจไม่ออกทำให้พูดไม่รู้เรื่อง ทันใดนั้น ไฟสว่างขึ้น เตชินกับพศินเห็นหน้ากัน และกันก็ตกใจรีบปล่อยมือ

พศิกาเห็นไฟมาแล้ว ตัดสินใจลงมาจากห้องนอน เห็นพศินอยู่กับเตชิน นิ่วหน้าแปลกใจว่ามาได้อย่างไร พศินเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเตชินมาอยู่ที่นี่ทำไมดึกๆ ดื่นๆ เขากลับย้อนถามพศินว่ามาหาพศิกาทำไม

“ลืมไปแล้วเหรอว่าผมกับพั้นซ์เป็นอะไรกัน ผัวจะมาหาเมียมันผิดตรงไหน”...

ขณะที่พศิกาอึ้งกับคำตอบของพศิน จิรายุชวนนลินีไปช่วยเตชินที่รีสอร์ต เพราะเขาคงจะวิ่งวุ่นน่าดูที่ต้องลงมือทำอะไรเอง นลินีเห็นชอบด้วย ครั้นไปถึงรีสอร์ตกลับพบว่าเตชินไม่ได้อยู่ที่นั่น แถมไม่เคยมาเปิดห้องพักสักห้อง นลินีนึกถึงพศิกาขึ้นมาทันที มั่นใจลูกชายตัวเองต้องไปอยู่กับนังนั่น รีบชวนมณีกาญจน์ไปที่บ้านบนเขา สุดารัตน์ชอบเห็นความพินาศของคนอื่น ขอตามไปด้วย...

คำพูดของพศินทำให้เตชินตระหนักว่าตัวเองมาวุ่นวายอะไรกับพศิกาในเมื่อเธอมีสามีคอยดูแลอยู่แล้วทั้งคน ซึ่งคงจะดูแลเธอได้ดีกว่าเขาก็เดินออกจาก บ้านของพศิกาหน้าตาเฉย ยังไม่ทันจะพ้นบริเวณบ้าน เห็นแม่ตัวเอง จิรายุกับมณีกาญจน์และสุดารัตน์กำลังบ่ายหน้ามาทางนี้ รีบกลับเข้าบ้านพศิกาแทบไม่ทัน พศินไม่วายแขวะจะกลับมาทำไมอีก เตชินไม่สนใจเขาหันไปทางพศิกา

“แม่กำลังมาที่บ้านคุณ แม่คงรู้แล้วว่าผมโกหกแม่เรื่องที่จะไปนอนที่รีสอร์ต ขอผมหลบก่อนเพราะถ้าแม่เห็นผมอยู่ที่นี่ คุณจะเดือดร้อน...นายพัฒน์ นายก็ต้องหลบด้วยเหมือนกัน” พูดจบเตชินลากแขนพศินขึ้นไปซ่อนตัวในห้องนอนของพศิกา

ooooooo

ทันทีที่สองหนุ่มคล้อยหลัง นลินีเดินนำมณีกาญจน์ จิรายุและสุดารัตน์เข้ามาโวยวายว่าลูกชาย ของตนอยู่ไหน พศิกาเสียงแข็งใส่เตชินจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จิรายุสังเกตเห็นเจ้าของบ้านเหลือบมองขึ้นไปข้างบนบ้านอย่างมีพิรุธก็มองตามสงสัย

“แกไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ฉันรู้ว่าตาเต้อยู่ที่นี่ ตาเต้ ออกมาเดี๋ยวนี้ ตาเต้” นลินีทำท่าจะบุกขึ้นไปที่ห้องนอน

“คุณไม่มีสิทธิ์เข้าห้องนอนคนอื่นแบบนี้นะคะเพราะมันเป็นที่ส่วนตัว” ไม่พูดเปล่าพศิการีบขวางทางไว้ นลินียิ่งมั่นใจว่าเธอต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่ในห้องนอนจะขึ้นไปดูให้ได้ จิรายุอาสาจะไปดูให้เอง แล้วก้าวฉับๆ เข้าไปเจอเตชินกับพศินซ่อนตัวอยู่

“เจอแล้วค่ะคุณป้าลี เดี๋ยวจิลจะพาออกไปเอง” จิรายุคว้าแขนพศินจะลากออกจากห้อง บอกให้เตชินหลบอยู่ในนี้ก่อน พศินโวยทำไมต้องเป็นเขาคนเดียว “โง่รึเปล่าห่ะ ถ้าเกิดคุณป้าเห็นว่าพี่เต้อยู่กับพี่พั้นซ์จริง พี่พั้นซ์ตายแน่ ฉันถึงต้องพาคุณออกไปเพื่อที่คุณป้าจะได้เลิกสงสัยว่าพี่เต้อยู่ที่นี่รึเปล่า ถ้าอยากช่วยพี่พั้นซ์ก็ทำตามที่ฉันพูด” จิรายุเห็นพศินเงียบก็รู้ทันทีว่าเขาเห็นด้วย รีบพาลงไปเผชิญหน้ากับทุกคน

“จิลไม่เจอพี่เต้เจอแต่นายพัฒน์ พนักงานซ่อมบำรุงค่ะ จิลว่าเรากลับเถอะค่ะ พี่เต้ไม่ได้มาที่นี่จริงๆ คงจะไปที่อื่นมากกว่า” แผนการของจิรายุได้ผล นลินีพาทุกคนกลับออกไปไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก

เตชินรอจนทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติจึงออกจากที่ซ่อน พศิกาไล่ตะเพิดเขากลับ กำชับไม่ให้มาที่นี่อีก...

ฝ่ายนลินีกับพวกกลับไปรออยู่ที่บ้านสักพักใหญ่ เตชินเปิดประตูเข้ามา เธอตัดพ้อต่อว่าเขาว่าหายไปไหนมา เธอเป็นห่วงแทบแย่ เขาไม่ได้หายไปไหนก็อยู่ที่รีสอร์ตตามที่บอกท่านไว้

“แต่สุดาบอกแม่ว่าลูกไม่ได้อยู่ที่นั่น แล้วก็ไม่ได้เช็กอิน”

เตชินหันมองสุดารัตน์สีหน้าไม่ค่อยพอใจ การที่เขาจะไปอยู่ที่ไหนต้องรายงานให้เธอรู้ด้วยหรือ ยัยจอมยุแยงถึงกับหน้าเสีย รู้ตัวดีขืนอยู่ต่อไปจะต้องโดนเล่นงานรีบขอตัวกลับก่อน เตชินขอโทษแม่ด้วยที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ เพราะมัวแต่วุ่นๆกับเรื่องไฟดับ นลินีเชื่อสนิทใจไม่ซักถามอะไรอีก...

ทางด้านพศินให้เหตุผลที่ต้องบอกเตชินไปว่าเขากับพศิกาเป็นผัวเมียกันก็เพราะต้องการกันเตชินให้อยู่ห่างๆเธอ เขาไม่ไว้ใจผู้ชายคนนั้น สงสัยว่าคนอยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นๆก็คือเตชินนี่เอง พศิกาอยากรู้ว่าอะไรทำให้พศินคิดอย่างนั้น เขาตั้งข้อสังเกตว่าทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในอันตราย เตชินมักจะอยู่ด้วยเสมอ

“ไม่ใช่หรอก ครั้งล่าสุดเขาก็ถูกจับตัวไปพร้อมกับพั้นซ์”

“เขาเล่นละครทำให้พั้นซ์เชื่อใจจะได้ไม่สงสัยเขา เขากับคุณนลินีเกลียดพั้นซ์จะตายไม่ใช่เหรอ”

พศิกาเริ่มสับสน แต่ก็ยังเถียงแทนเตชินว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงิน พศินกลับหาว่าเตชินใช้เรื่องการยักยอกเงินมาเบี่ยงเบนความสนใจจากเธอทำให้คิดว่าที่โดนทำร้ายก็เพราะเรื่องนี้

“เชื่อพัฒน์เถอะ พัฒน์มั่นใจว่ามันต้องเป็นอย่างที่พัฒน์คิด เราต้องแอบสืบเรื่องนี้กันเงียบๆอย่าให้คุณเตชินรู้ว่าพวกเราสงสัยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเราจะจับเขาไม่ได้คาหนังคาเขา”...

หลังจากคิดทบทวนถึงเรื่องร้ายๆที่เกิดกับตัวเองซึ่งมักจะมีเตชินอยู่ในเหตุการณ์ด้วย พศิกาเริ่มคิดคล้อยตามพศินว่าคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือเตชินนั่นเอง

ooooooo

เสกสรรได้ผลตรวจสอบลายนิ้วมือจากสายเบรกแล้วเป็นของสมหมาย สง่าและพรชัยซึ่งเป็นคนของแผนกซ่อมบำรุงทั้งสิ้น จึงใช้เป็นหลักฐานอะไรไม่ได้ เตชินถึงกับบ่นอุบนี่เท่ากับจับมือใครดมไม่ได้ พศิกาเดินผ่านมาเห็นทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่จะเข้ามาหาแต่ต้องรีบหลบมุมแอบฟังเมื่อได้ยินเตชินพูดขึ้นว่า

“อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้ให้คุณพั้นซ์รู้ ฉันอยากให้แน่ใจก่อนค่อยบอก กลัวคุณพั้นซ์จะทำให้เสียเรื่อง แล้วผู้ร้ายตัวจริงจะไม่ยอมเผยตัวออกมา”

นายตำรวจหนุ่มพยักหน้ารับคำ แล้วขอตัวกลับไปทำงานก่อน ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย พศิการีบไปดักหน้าเขาระหว่างทางเดินไปท่าเรือ เธอแอบได้ยินเตชินกับเขาคุยกันก็เลยอยากรู้ว่าเตชินไม่ให้เขาบอกเธอเรื่องอะไร เสกสรรหนีไม่ออกจำเป็นต้องเล่าเรื่องการตรวจสอบลายนิ้วมือ แต่พอจะอธิบายสาเหตุที่เตชินห้ามบอกเรื่องนี้ เธอกลับตัดบทว่าไม่ต้องพูดอะไรอีกเธอรู้เหตุผลดี แล้วชวนเขาเดินไปด้านโน้น แต่พอจะก้าวเท้าเกิดวิงเวียนจะเป็นลมเสกสรรต้องประคองไปนั่งพัก เตชินมาเห็นเข้าคิดว่าสองคนมีอะไรลึกซึ้งกันก็โกรธมาก

“ทำไมคุณถึงไม่รู้จักพอสักทีพศิกา”...

พวกคนร้ายส่งราตรี มือสังหารหญิงสวมรอยเข้ามาเป็นพนักงานคนใหม่ของรีสอร์ตโดยฆ่าพนักงานสาว

ตัวจริงทิ้ง สุดารัตน์มองหน้าเธอแล้วมองรูปถ่ายในใบสมัครอดทักไม่ได้ทำไมหน้าไม่ค่อยเหมือน

“ในรูป...ฉันแต่งหน้าเยอะน่ะค่ะ”

สุดารัตน์ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก พาราตรีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปทำงานที่แผนกต้อนรับลูกค้า...

ฝ่ายพศิกากลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง ยังนั่งไม่ทันจะหายเหนื่อย เตชินพรวดพราดเข้ามาด่าสาดเสียเทเสียว่ามักมากเรื่องผู้ชาย เธอฉุนขาดตบเขาหน้าหัน เขาโต้ตอบด้วยการดึงเธอมาจูบ พศิกาพยายามดิ้นหนีแต่ไม่สำเร็จจำต้องปล่อยเลยตามเลย ปลาเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นก็ตกใจร้องว้ายลั่น ทั้งคู่รีบผละออกจากกัน

“เออ...คือตามสบายเลยค่ะ งานพี่เอาไว้ก่อนก็ได้” ปลารีบสลายตัว พศิกาไล่ตะเพิดเตชินไปให้พ้นหน้า แล้วทิ้งตัวลงนั่ง เอามือจับปากตัวเองรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก...

ปลาแอบเม้าท์ให้ณีฟังเรื่องที่เห็นพศิกากับเตชินจูบกันในห้องทำงาน สิรินดาผ่านมาได้ยินก็ตกใจมาก รีบคาบข่าวนี้ไปฟ้องสุดารัตน์ซึ่งสั่งการให้หลานสาวเร่งหาทางเผด็จศึกเตชินให้ได้ สิรินดาไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปทำอย่างนั้นในเมื่อวันๆไม่ค่อยได้เจอหน้าเขา
“รู้จักคำว่ามารยาไหม แกต้องหัดใช้มารยาไม่งั้น แกอดได้คุณเตชินเป็นผัวแน่”

จากนั้นไม่นาน สิรินดาเดินหน้าเซ็งมาตามทางเดิน ริมหาด คิดไม่ตกจะใช้มารยากับเตชินอย่างไรดีถึงจะได้ผล มัวแต่คิดเพลินไม่ทันดูทางสะดุดกิ่งไม้ล้มเข่ากระแทกพื้นเลือดไหล พอเห็นเลือดเท่านั้น เธอพานจะเป็นลม พศินเดินผ่านมาพอดีรีบประคองเธอไว้ทัน

สิรินดาปิ๊งเขาทันทีที่เห็นหน้า แกล้งทำตัวอ่อนยืนไม่อยู่ เขาต้องอุ้มเธอมาวางที่ม้านั่ง แล้ววิ่งไปหยิบอุปกรณ์มาทำแผลให้ เธอประทับใจในตัวเขามากถึงขนาดวางตัวให้เป็นพ่อของลูกเลยทีเดียว พศินเห็นสายตาแปลกๆ

ที่สิรินดามองมาที่ตัวเองแล้วอดสยองไม่ได้

ooooooo

กว่าพศินจะหลุดจากมือปลาหมึกของสิรินดามาได้เล่นเอาเหงื่อหยด ขณะเดินกลับแผนกซ่อมบำรุงเห็นพศิกายืนใจลอยอยู่ก็เข้ามาทักว่าเป็นอะไร ทำไมหน้าเศร้าๆแบบนั้น

“มันคงจะจริงอย่างที่พัฒน์บอกเรื่องคุณเตชิน วันนี้คุณเสกสรรมาตรวจหาหลักฐานที่รถ แต่คุณเตชินกำชับคุณเสกสรรไม่ให้บอกพั้นซ์ แสดงว่าเขาคิดไม่ซื่อ นึกไม่ถึงว่าเขาจะมีใจคอที่โหดเหี้ยมทำลายทุกอย่าง

ที่ขวางทางเขาได้ โดยไม่คิดถึงความผิดชอบชั่วดี”

“ถ้าอย่างนั้นพั้นซ์ก็ต้องระวังเอาไว้มากๆ เราก็เห็นแล้วว่าผู้ชายคนนี้ทำได้ทุกอย่าง เขาคงร่วมมือกับแม่ของเขานั่นแหละ” พศินเห็นพศิกามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก จับบ่าบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ ราตรีแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งได้ยินทุกคำพูดของสองพี่น้อง รีบหลบไปโทรศัพท์หาเจ้านาย

“ฉันมีแผนจะเล่นงานนังพศิกาโดยที่ไม่มีใครสงสัยเราได้แล้วนะคะ”...

ราตรีสบโอกาสเหมาะตอนที่เตชินมัวแต่คุยกับลูกค้า แกล้งเดินมาชนก่อนจะล้วงมือถือไปจากกระเป๋าของเขา แล้วทำเป็นขอโทษที่ไม่ทันดูทาง เตชินร้องทักทำไมไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน

“ฉันเพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรกค่ะ”

ท่านประธานหนุ่มพยักหน้ารับรู้ เดินจากไปไม่สงสัยอะไร ราตรีแอบถอนใจโล่งอก ก่อนจะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง พอถึงมุมปลอดคนหยิบมือถือของเขา

ขึ้นมาส่งข้อความไปหาพศิกา

“ผมอยากเจอ อยากคุยให้รู้เรื่อง ห้าโมงเย็นออกมาเจอผมที่สวนหลังรีสอร์ต”

พศิกามองข้อความจากเตชินด้วยท่าทางลังเลจะไปตามนัดดีหรือไม่...

ผ่านไปพักใหญ่กว่าเตชินจะรู้ว่ามือถือหายไป เดินหาให้ควั่กแต่ไม่เจอ ระหว่างนั้นสิรินดาเอามือถือของเขามายื่นให้บอกว่ามีคนเอาไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธอ เขารับมาโดยไม่ได้คิดอะไร...

ทางด้านพศินรู้เรื่องที่เตชินไลน์มานัดพศิกาให้ไปเจอกันตอนเย็นก็ร้องห้ามไม่ให้ไป แต่เธอยืนยันว่าต้องการจะถามเขาให้รู้เรื่องว่าทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อเธอตั้งใจจะไปเจอเตชินให้ได้ พศินเสนอตัวจะไปเป็นเพื่อน นัดแนะกันดิบดี แต่เขาเกิดมีงานด่วนต้องซ่อมท่อน้ำในห้องพักของลูกค้า

ด้านพศิกามารอที่หลังรีสอร์ตเห็นใกล้ห้าโมงเย็นเต็มทียังไม่เห็นแม้แต่เงาของพศิน ระหว่างที่เธอใจจดจ่อกับการมาถึงของเขา ราตรีแอบย่องมาทางด้านหลังเอาผ้าชุบยาสลบมาปิดปากปิดจมูก อึดใจเธอก็หมดสติ จากนั้น มือสังหารสาวเอาตัวพศิกาไปไว้ในห้องเย็น โดยไม่ลืมหยิบมือถือของเธอมาปิดเครื่อง แล้วเอากุญแจมาล็อกประตูห้องขังเธอเอาไว้ในนั้น...

บังเอิญมีงานด่วนเข้ามาต้องให้พศิกาเซ็นรับทราบ ปลากับณีพยายามโทร.หาแต่ติดต่อไม่ได้ เตชินรู้ว่าเธอหายตัวไปก็เริ่มเป็นกังวล หยิบมือถือของตัวเองลองกดหาเธอแต่ไม่มีใครรับสายเช่นกัน...

ฝ่ายพศินซ่อมท่อน้ำเสร็จวิ่งแจ้นมาถึงหลังรีสอร์ตไม่เห็นพศิกาหรือแม้แต่เตชินอยู่แถวนั้น รีบกดโทรศัพท์หาเธอ รอจนสายหลุดก็ไม่มีใครรับ ชักใจคอไม่ดีเกรงจะเกิดเรื่อง

ooooooo

ที่หน้าห้องทำงานของพศิกา เตชินยังคงพยายามโทร.หาพศิกาโดยมีปลากับณียืนลุ้นอยู่ใกล้ๆตอนที่พศินพรวดพราดเข้ามากระชากคอเสื้อเขา อัดกำปั้นใส่หน้าหงายแล้วตามเข้าไปจะซ้ำแต่ปลากับณีเข้ามาห้ามไว้ เตชินงงอยู่ๆมาต่อยตนทำไม พศินขอร้องอย่ามาตีหน้าซื่อ เอาพศิกาไปไว้ไหน เขายิ่งงงหนัก ไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร

“ก็คุณเป็นคนนัดพั้นซ์ให้ออกมาเจอกับคุณ”

เตชินปฏิเสธว่าไม่ได้นัด ไม่รู้เรื่องการหายตัวไปของเธอ พศินโกรธจะเข้ามาเอาเรื่องอีก ปลากับณีขวางไว้ขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน พศินไม่ใจเย็นด้วย สั่งให้เตชิน สารภาพมาว่าเอาพศิกาไปไว้ไหน เตชินโมโหที่ถูกกล่าวหา ถ้าไม่มีหลักฐานอย่ามาปรักปรำกันดีกว่า เขาอ้างหลักฐานอยู่ในมือถือของเตชินซึ่งส่งข้อความไปนัดแนะพศิกา

เตชินรีบเปิดดูมือถือตัวเองมีข้อความอย่างที่พศินกล่าวหา แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนส่ง

“หลักฐานคามือยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอคุณเตชิน”

“ผมไม่ได้ทำ ผมไม่รู้ว่ามีข้อความในมือถือผมได้ยังไง” เตชินนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ ผมทำมือถือหายแล้วก็มีคนเอามาคืน สิรินดา” พูดจบ เตชิน ผลุนผลันออกไป ไม่นานนักเขามาหาสิรินดาที่ห้องพัก โดยมีพศิน ปลาและณีตามมาอีกทอดหนึ่ง เขาซักสิรินดา ว่าใครเป็นคนเอามือถือของเขามาวางบนโต๊ะทำงานของเธอ สิรินดาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน พอกลับมาที่โต๊ะก็เห็นมันวางอยู่ก่อนแล้ว เตชินนึกถึงกล้องวงจรปิดขึ้นมาได้ รีบตรงไปยังห้อง รปภ. แต่จุดนั้นเป็นมุมอับ มีใบไม้มาบังกล้องจึงไม่เห็นว่าใครเป็นคนลากตัวพศิกาไป

“เราต้องแยกย้ายกันตามหาพศิกา ผมคิดว่าเธอยังอยู่ในเกาะ” ว่าแล้วเตชินรีบออกจากห้อง...

ขณะที่ทุกคนออกตามหาพศิกาให้วุ่นวายไปหมด เจ้าตัวถูกอุณหภูมิที่เย็นจัดของห้องเย็นเล่นงาน หนาวสั่น สะท้านไปทั้งตัว ใกล้หมดสติเพราะอุณหภูมิในร่างที่ลดต่ำเกินไป...

เตชินเดินผ่านหน้าห้องเย็น เอะใจบางอย่างลองทุบประตูที่ล็อกกุญแจดูเผื่อพศิกาจะอยู่ในนั้น หญิงสาวซึ่งใกล้หมดสติเต็มทีกัดฟันเคาะตอบ เขาได้ยินเสียงเคาะเบามาก ตะโกนบอกให้เธออดทนเอาไว้ เขาต้องไปหาอะไรมางัดกุญแจก่อน แล้ววิ่งไปที่ห้องซ่อมบำรุง คว้าคีมตัดเหล็กเอามาตัดลูกกุญแจ เปิดประตูห้องเย็นเข้าไปเห็นพศิกานอนตัวสั่นอยู่กับพื้นรีบเข้าไปกอดให้ความอบอุ่น พลางปลอบใจ

“ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมมาช่วยคุณแล้ว” พูดจบเตชินอุ้มเธอกลับไปที่บ้านบนเขา เอาผ้าห่มมาห่อตัวแล้วไปหาอะไรร้อนๆมาให้ดื่ม ไม่นานนัก ใบหน้าของเธอเริ่มมีเลือดฝาด อาการหนาวสั่นค่อยๆบรรเทาลง พศิกาตัดสินใจถามเขาว่าไม่ได้เป็นคนขังเธอไว้ในห้องเย็นนั่นใช่ไหม

“ผมจะทำแบบนั้นกับคุณไปเพื่ออะไร...แต่ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนทำ ผมก็คงไปห้ามความคิดของคุณไม่ได้ แต่ผมอยากให้คุณเปิดใจเปิดตามองผม ผมอยากให้คุณเห็นตัวตนข้างในที่แท้จริงของผมว่าเป็นยังไง ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ผมอยากให้คุณรู้เอาไว้ว่าผมไม่มีวันทำร้ายคุณ เพราะว่า...” เตชินหยุดไว้แค่นั้น ไม่กล้าพูดคำว่ารักเธอออกมาเพราะคิดว่าเธอมีสามีแล้ว พศิกาคาดคั้นให้เขาพูด เตชินยังไม่ทันจะสารภาพรักกับเธอ พศิน ปลาและณีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พศินปรี่เข้าไปกุมมือพศิกาไว้

“พัฒน์เป็นห่วงพั้นซ์แทบบ้า”

เตชินเห็นความห่วงใยที่พศินมีให้พศิกาก็ทนดูต่อไปไม่ไหว จำต้องเดินจากไป

ooooooo

พศิกาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าวันถัดมาเห็นพศินนอนหลับอยู่ที่โซฟา ร้องเรียกให้ตื่นได้แล้วมีเรื่องจะคุยด้วย เธอว่าเราสองคนกำลังเข้าใจเตชินผิดๆ ถ้าเขาต้องการจะกำจัดเธอ เขาคงไม่ช่วยเธอออกมาจากห้องเย็น พศินทักท้วงแล้วข้อความที่ส่งมาจากมือถือของเขาจะว่าอย่างไร พศิกาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเหมือนกัน

“การที่เขาช่วยพั้นซ์ออกมาเพราะพัฒน์บอกเขาว่าถ้าพั้นซ์ไม่ปลอดภัย พัฒน์จะแจ้งความให้ตำรวจจับเขา พั้นซ์อย่าเชื่อใจคุณเตชิน ไม่ว่าเขาจะทำอะไร มันคือการแสดงละคร” คำพูดของพศินทำให้เธอสับสน...

หลังออกจากบ้านบนเขา พศินจะกลับห้องพักตัวเองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อยู่ๆสิรินดาโดดผลุง

เข้ามาควงแขนตีซี้เรียกเขาว่าตัวเองอย่างนั้นตัวเองอย่างนี้ อ้างเพื่อจะได้สนิทกันเร็วขึ้น พศินติงทำอย่างนี้มันไม่ดี สิรินดาหาว่าเขารังเกียจ เบ้ปากจะร้องไห้ พศินก็เลยต้องยอมให้เธอทำตามที่ต้องการ

สิรินดาดีใจมากกอดแขนเอาหัวซบไหล่เขายิ้มมีความสุข พศินต้องตกใจเมื่อหันมาเห็นจิรายุมองอยู่ เขายังไม่ทันจะอ้าปากอธิบาย เธอเดินหนีไปเสียก่อน เขาดันสิรินดาออกห่างแล้วรีบตามจิรายุจนทัน แก้ตัวว่าเขากับสิรินดาไม่ได้มีอะไรกัน เธอไล่ให้เขาไปอธิบายให้พศิกาฟังจะดีกว่า พศินงง ทำไมต้องทำอย่างนั้น จิรายุด่าลั่นทำไมเขาถึงได้หลายใจแบบนี้ พี่พั้นซ์เป็นภรรยาของเขาก็ต้องเกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว พศินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าโกหกเรื่องเป็นสามีภรรยากับพศิกาเอาไว้

“เออ...ผมไม่ต้องอธิบายเพราะพั้นซ์กับผม เราไว้ใจซึ่งกันและกัน”

“อ๋อเหรอ พูดมาได้หน้าด้านๆ ฉันเห็นเต็มตาว่านายกำลังแนบแน่นกับผู้หญิงคนอื่น ทั้งๆที่นายแต่งงานแล้ว นายไม่คิดบ้างเหรอว่าพี่พั้นซ์จะเสียใจมากแค่ไหนที่นายนอกใจเธอ...ทำไมไม่พูดอะไรออกมาบ้าง เอาแต่มองหน้าฉันอยู่ได้”

“ผมกำลังคิดว่าท่าทางคุณเหมือนหึงผม” ไม่พูดเปล่าพศินยิ้มหน้าเป็นอีกด้วย ทำเอาจิรายุหน้าแดงด้วยความเขิน ด่าเขาว่าบ้าเธอจะไปหึงเขาเรื่องอะไร แล้วเดินหนีไปเลย ครู่ต่อมา จิรายุมานั่งอยู่ตรงหน้าพศิกา ถือโอกาสมาเยี่ยมอาการป่วยของเธอพร้อมกับฟ้องเรื่องที่เห็นพศินอี๋อ๋ออยู่กับเลขาฯของเตชินไปด้วย พศิกา

กลับไม่รู้สึกรู้สมอะไรจนคนเล่าต้องทัก ไม่หึงบ้างเลยหรือในเมื่อผู้ชายคนนั้นเป็นสามีของเธอ พศิการีบเออออทันที

“เออ พี่ก็รู้สึกค่ะแต่ไม่แสดงออกก็เท่านั้น”...

หลังจากจิรายุกลับไปสักพัก เตชินแวะมาเยี่ยมพศิกาเป็นรายต่อมา แต่เธอไม่ยอมให้เข้าบ้าน อ้างไม่ไว้ใจเขาเพราะเขาอาจอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็ได้ เตชินตัดพ้อถ้าเป็นแผนของเขาจริง เขาจะช่วยเธอทำไม สู้ทิ้ง ให้ตายในห้องเย็นไปเลยไม่ดีกว่าหรือ พศิกาโต้ไม่ยอมแพ้ เขาอาจแกล้งทำดีให้เธอตายใจก็ได้

“โอเค ในเมื่อคุณคิดว่าผมทำก็เรียกตำรวจมาจับผมเลยสิ” พูดจบเขาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาเสกสรร “รีบมาที่เกาะไข่มุก ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกแก” เขาวางสายแล้วหันมาทางพศิกา “ถ้าไอ้เสกจับตัวผมไป มันจะทำให้คุณสบายใจขึ้นใช่ไหม” ตัดพ้อเสร็จ เขาหันหลังกลับไปด้วยความน้อยใจ...

เสกสรรถึงกับอึ้งที่อยู่ๆเตชินสารภาพว่าเป็นคนจับตัวพศิกาไปขังเอาไว้ในห้องเย็น ให้เขาจับตนเองใส่กุญแจมือพาไปโรงพักได้เลย พศิกาตามเข้ามาพอดี นายตำรวจหนุ่มหันไปถามเธอว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“แกจะถามเธอทำไม ฉันเล่าทุกอย่างให้แกฟังหมดแล้ว แกก็รีบเอากุญแจมือใส่ฉันสิไอ้เสก”

“ฉันไม่ทำเพราะมันไม่ได้มีหลักฐานตรงไหนที่มุ่งไปที่แก”

“คุณพั้นซ์นี่ไงคือหลักฐานสำคัญ ถ้าแกจับฉันแล้วจะทำให้เธอสบายใจขึ้น ฉันก็พร้อมที่จะไปกับแกใส่กุญแจมือฉันสิวะ” ปากพูดกับเพื่อนรักแต่สายตาของเตชินกลับมองไปที่พศิกาด้วยแววตาเจ็บปวด เสกสรรไม่อาจทำตามที่เพื่อนต้องการได้ และที่สำคัญเขาไม่เชื่อว่าเตชินจะใจคอโหดเหี้ยมทำร้ายผู้หญิงได้ลงคอ ไม่ว่าทั้งคู่จะมีปัญหาอะไรกัน แต่อย่าทำแบบนี้เลยเพราะยังต้องทำงานด้วยกัน เคลียร์ๆกันให้จบจะดีกว่า

“เรื่องระหว่างฉันกับคุณเตชินไม่มีวันที่จะเคลียร์กันได้หรอกค่ะ” พูดจบพศิกาเดินจากไป...

เตชินกลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ใช้เหล้าเป็นเครื่องดับอารมณ์จนเมามาย ระบายให้เสกสรรฟังไม่รู้จะทำอย่างไรกับพศิกาดี ตอนนี้หัวใจของเขาจะระเบิดเพราะเธออยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้กำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า เสกสรรเองก็มีส่วนทำให้เขาเป็นอย่างนี้เช่นกัน นายตำรวจหนุ่มงงไปทำอะไรให้ เตชินกระดากที่จะพูดออกมา จ่ายเงินค่าเหล้าแล้วเดินเมาแอ่นออกจากร้าน เสกสรรจะตามแต่ไม่ทันเขาเดินหายไปในความมืดเสียก่อน...

พอกลับถึงเกาะไข่มุก เตชินซึ่งเมาได้ที่มายืนตะโกนเรียกพศิกาอยู่หน้าบ้านให้เปิดประตูรับ ทันทีที่เห็นหน้าเจ้าของบ้านเขาโผกอดไว้แน่น แล้วจะพาเข้าไปข้างใน เธอต้องขืนตัวไว้ก่อนจะผลักเขาออกห่าง

“คุณเตชิน คุณเมาเหรอเนี่ย”

“ผมเนี่ยนะเมา ไม่เมา...เอิ๊ก...ไปๆ เข้าบ้านกัน” เตชินคล้องคอพศิกาพาเข้าบ้านจนได้ แล้วเดินเซมาล้มตัวลงนอนที่โซฟาดึงเธอล้มตามไปด้วย ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ พศิกาเขินจัดต้องเบือนหนี

“ทำไมคุณต้องมีสามีด้วยพั้นซ์ ทำไม...ทำไม ถ้าคุณไม่มีใคร คุณจะเปิดใจให้ผมบ้างไหมพั้นซ์” ไม่พูดเปล่า เขายื่นหน้าเข้ามาจะจูบเธอ แต่ดันหลับกลางอากาศเสียก่อน เธอค่อยๆเอาหมอนหนุนหัวให้ เตชินคว้าเธอมากอดทั้งที่เมาหลับ พศิกาถึงกับใจอ่อนยวบ

ooooooo

เตชินลืมตาตื่นขึ้นมาเจอพศิกาหลับฟุบอยู่กับโซฟาตรงหน้าตัวเองก็มองอย่างหลงใหล เธอขยับตัวลืมตาขึ้นมาเห็นเขาจ้องอยู่ รู้สึกเก้อเขินรีบลุกพรวดขึ้นยืน เขามองไปรอบห้องอย่างงงๆ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“คุณเมามากแล้วก็เดินเข้าบ้านฉันก่อนที่คุณจะหลับไปน่ะสิ”

“คุณคงลำบากใจมากสินะ ผมขอโทษที่รบกวนคุณ” เตชินลุกออกไปยืนลังเลอยู่นอกประตูบ้าน ก่อนจะหันกลับไปมองอีกครั้ง พยายามบอกกับตัวเองให้ตัดใจจากผู้หญิงคนนี้เพราะเธอมีเจ้าของแล้ว

จังหวะนั้น นลินีเดินออกมาจากบ้านพัก ชะเง้อคอยาวมองหาลูกชายที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนกระทั่งเช้ายังไม่กลับ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หา เสียงสัญญาณเรียกเข้าดังแว่วเข้าหู เธอหันมองตามเสียงเห็นเตชินยืนอยู่หน้าบ้านพศิกาซึ่งอยู่ห่างกันไม่มากนักถึงกับปรี๊ดแตก

ฝ่ายเตชินหยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นแม่โทร.มารีบกดรับสาย แต่ไม่มีเสียงตอบ รู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองตกใจแทบช็อกที่เห็นแม่ยืนอยู่ นลินีไม่พูดอะไรสักคำ ก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้านพศิกาแล้วปิดประตูล็อก เตชินตามเข้าไปไม่ได้ รีบวิ่งไปหลังบ้านหาทางเข้าทางอื่น...

นลินีไม่พูดพร่ำทำเพลงตบพศิกาซ้ายหันขวาหัน แล้วด่าว่าเธอหยาบๆคายๆ แถมด่าไปถึงบุพการีของเธออีกด้วย พอเธอด่าให้บ้างก็ทนฟังไม่ไหวปรี่เข้ามาจะตบเธอซ้ำ แต่เตชินเข้ามาขวางเสียก่อนก็เลยโดนฝ่ามือพิฆาตของท่านเข้าไปเต็มๆ เขาขอร้องให้แม่พอได้แล้ว พศิกากับเขาไม่ได้มีอะไรกัน แล้วชวนท่านกลับ

“แม่ไม่กลับ แม่ยังด่ามันไม่จบ เมื่อไหร่แกจะหายไปจากชีวิตฉันสักทีนังพศิกา แกจะอยู่เป็นมารหัวใจฉันทำไม” ไม่ด่าเปล่า นลินีจะเข้าไปเล่นงานพศิกาอีก เตชินทนไม่ไหวกึ่งลากกึ่งจูงแม่ออกไป พศิกาทรุดฮวบนั่งแปะ

กับพื้น คลำหน้าตัวเองที่แดงเถือกจากถูกนลินีตบป้อยๆ...

นลินีทั้งดิ้นทั้งสะบัดหนี แต่เตชินดึงแม่กลับเข้าบ้านตัวเองจนได้ เธอโกรธมากที่เขาคอยปกป้องนังนั่น คาดคั้นให้ตอบมาว่าเป็นเพราะเขารักมันใช่ไหม ยิ่งเห็นเขานิ่งเงียบเธอก็แทบคลั่ง นั่นเท่ากับเขายอมรับว่าเป็นความจริง ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ มณีกาญจน์เดินนำจิรายุเข้ามาเห็นพอดีตกใจมาก ตำหนิเพื่อนรักทำไมต้องทำรุนแรงกับลูกแบบนั้น นลินีโกรธที่เขาไปหลงรักนังอสรพิษอย่างพศิกา

“ลูกไม่รักดี ทำไมถึงไม่เชื่อแม่...ทำไมๆๆ” นลินีทุบตีเตชินไม่ยั้ง

มณีกาญจน์พยายามห้ามปรามแต่เธอไม่ฟัง ตัดสินใจลากเธอไปที่ห้องของเธอ พลางปลอบให้ใจเย็นๆ นลินีไม่ต้องการคำปลอบใจ แค่อยากอยู่เงียบๆคนเดียว รอจนมณีกาญจน์ออกจากห้อง เดินไปหยิบรูปแต่งงานของเธอกับอนุพงศ์ที่เก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมาดูด้วยสายตาเจ็บแค้นใจ

“ทำไมฉันต้องรักคนอย่างคุณด้วยคุณพงศ์”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของนลินี ตอนนั้นเธอมีปากเสียงกับอนุพงศ์ เพราะคิดว่าเขากับพศิกามีอะไรกัน เขาพยายามอธิบายแต่เธอไม่ฟังพาลด่าว่าพศิกาต่างๆนานาจนเขาทนไม่ไหวขอร้องให้หยุดดูถูกพศิกา ยิ่งทำให้นลินีโกรธหาว่าเขาปกป้องนังนั่น

“ผมต้องปกป้องเพราะหนูพศิกาคือผู้บริสุทธิ์ ถ้าคิดจะอยู่ที่เกาะไข่มุกต่อก็อย่าให้ผมเห็นหรือได้ยินคุณระรานหนูพศิกาอีกเด็ดขาด” ยิ่งคิดถึงคำพูดของอนุพงศ์ นลินีก็ยิ่งแค้น ในเมื่อเขารักพศิกามาก เธอก็จะทำให้เขาเสียของที่เขารักที่สุดไป

เมื่อตั้งใจมั่นอย่างนั้น นลินีเรียกสุดารัตน์มาพบ บอกว่าต้องการจะขายเกาะไข่มุกรวมทั้งรีสอร์ตแห่งนี้ด้วย สุดารัตน์งงทำไมถึงคิดจะขาย เธอต้องการทำลายของที่อนุพงศ์รัก ทั้งเกาะไข่มุกและพศิกา

“นังนั่นควรจะได้บทเรียน มันจะได้เลิกผยองและรู้ตัวว่าไม่สมควรจะมาเล่นกับคนอย่างฉัน ถ้าเธอหาคนซื้อเกาะนี่ได้ ฉันจะให้ค่านายหน้าสิบเปอร์เซ็นต์ เกาะไข่มุกคงขายได้ไม่ต่ำกว่าพันล้าน”

สุดารัตน์ถึงกับตาโตตื่นเต้น รับปากจะหาคนมาซื้อให้เร็วที่สุด

ooooooo

จิรายุเห็นเตชินมีสีหน้าเคร่งเครียดอยากช่วยให้ผ่อนคลาย ถ้าเขาต้องการจะระบายเธอยินดีรับฟังไม่คิดค่าปรึกษา เขาระบายให้ฟังว่าเขาเองก็ไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน มันสับสนไปหมด บางทีก็เป็นห่วงพศิกา แต่บางทีก็อยากให้เธอไปไกลๆ ความรู้สึกแบบนี้มันแปลกหรือเปล่า

“ไม่แปลกหรอกค่ะ ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน มันก็เหมือนเวลาที่เราอยากนั่งรถไฟเหาะแต่เรากลัว”

“งั้นพี่ไม่ควรขึ้นรถไฟเหาะหรือขึ้นไปนั่งแล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นดี”

หญิงสาวแนะนำในเมื่อเขารู้ว่านั่งรถไฟเหาะแล้วน่ากลัว จะขึ้นไปนั่งทำไม เตชินเข้าใจทันทีว่าเธออยากให้เขาตัดใจจากพศิกา...

ระหว่างที่พศิกานั่งให้พศินเอาน้ำแข็งประคบแก้มที่ถูกนลินีตบอยู่ที่ริมหาด ราตรีแอบเอางูเข้าไปปล่อยในบ้านพศิกาหวังจะให้งูกัดตอนเธอกลับเข้ามา โชคดีที่พศิกาหนีเอาตัวรอดมาได้ ก่อนจะไปตามสมหมายซึ่งเคยเป็นอดีตหมองูมาช่วยจัดการกับงูให้ เขาตีงูตายแล้วเอาใส่ถุงจะไปทิ้ง พศิกานึกแผนแก้เผ็ดขึ้นมาได้ เอาซากงูไปคืนให้นลินีถึงบ้าน ทั้งเตชิน มณีกาญจน์และจิรายุต่างตกใจ โดยเฉพาะนลินีถึงกับปรี๊ดแตก

“นังพศิกา แกบ้าไปแล้วเหรอ เอางูที่ตายแล้วมาทำไม”

“ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนสั่งให้คนมาปล่อยงูในบ้านของฉัน แผนชั่วๆแบบนี้มีคุณคนเดียวที่คิดได้คุณนลินี แล้วฉันจะบอกให้นะคะว่างูตัวเดียวไม่ทำให้ฉันกลัวหรอกค่ะ” พูดจบพศิกาผละจากไป เตชินรีบตามเธอจนทัน ยืนยันว่าแม่ของเขาไม่มีทางทำอย่างที่เธอกล่าวหา ถึงท่านจะปากร้าย แต่ไม่เคยต้องการให้เธอตาย

“เหรอ...แล้วไอ้ที่แม่คุณบอกว่าอยากให้ฉันหายไปจากชีวิตของเธอล่ะ มันหมายความว่ายังไง”

“ตอนนั้นแม่โมโห แม่ก็เลยพูดไปแบบนั้น”

พศิกาไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวจากเขาซึ่งเชื่อถืออะไรไม่ได้ ต่อไปอย่ามาใกล้เธออีก เธอไม่อยากเดือดร้อนเพราะเขา ราตรีที่แอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง เจ็บใจที่พศิการอดเงื้อมมือไปได้อีกครั้ง

ooooooo

สุดารัตน์หาคนซื้อเกาะไข่มุกได้รวดเร็วทันใจ เป็นเจ้าพ่อด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อชาติชาย ซึ่งเคยติดต่อขอซื้อเกาะไข่มุกมาก่อน แต่อนุพงศ์ไม่ขายให้ ชาติชายดีใจมาก รีบมาพบกับนลินีที่รีสอร์ตทันที

“ว่าแต่คุณอนุพงศ์ใจอ่อนยอมขายเกาะไข่มุกให้ผมแล้วเหรอครับ”

“คุณพงศ์เสียไปหลายเดือนแล้วค่ะ เพราะแบบนี้ฉันถึงต้องการขายที่นี่ ฉันต้องการให้คนที่รักมันพอๆ กับคุณพงศ์ได้มันไปและสุดาก็นึกถึงคุณขึ้นมาได้ ฉันก็เลยให้รีบติดต่อไป”

“คุณตัดสินใจถูกแล้ว ผมต้องการที่นี่มากจริงๆ ผมจะให้ทนายส่งสัญญาซื้อขายมาให้คุณอ่าน ถ้าคุณไม่มีปัญหา ผมก็พร้อมจ่ายเงินสดให้คุณทันที”

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก พศิกาเห็นนลินีกับสุดารัตน์กำลังคุยอยู่กับชาติชาย รู้สึกคุ้นหน้าผู้ชาย

คนนี้มาก แต่นึกไม่ออกเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

หลังจากส่งชาติชายกลับไปเรียบร้อย สุดารัตน์อดถามนลินีไม่ได้ว่าจะขายเกาะทั้งทีไม่บอกให้เตชิน

รู้ก่อนหรือ นลินีส่ายหน้า ขืนบอกให้รู้ เขาคงไม่ยอมขาย สุดารัตน์ถึงกับร้องอ้าว ถ้าเตชินซึ่งเป็นเจ้าของเกาะ

ไม่ยินยอม แล้วเราจะขายได้หรือ นลินียิ้มเจ้าเล่ห์

“การขายเกาะไข่มุกขึ้นอยู่กับกระดาษแผ่นเดียวและถ้ากระดาษแผ่นนั้นมีลายเซ็นตาเต้ ทุกอย่างก็จบ”...

พศิกานึกออกแล้วว่าผู้ชายที่เห็นคุยอยู่กับนลินีคือชาติชายคนที่เคยขอซื้อเกาะไข่มุก แต่อนุพงศ์ไม่ขายแถมยังไล่ตะเพิดให้กลับไปแทบไม่ทัน เธอยังจำได้อีกว่าเขาประกาศลั่นจะต้องเป็นเจ้าของเกาะแห่งนี้ให้ได้ นั่นก็หมายความว่านลินีกำลังจะขายที่นี่ และเตชินก็ต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย พศิกายอมให้เกาะไข่มุกนี้ตกเป็นของคนอื่นไม่ได้ ชักชวนพศินช่วยกันหาทางขัดขวาง

สบโอกาสเหมาะตอนที่เตชินออกไปกินมื้อเที่ยงกับจิรายุ พศิกาชวนพศินไปที่ห้องทำงานของเขา เผื่อจะเจอสัญญาซื้อขายเกาะ แต่พอมาถึงหน้าห้องเป้าหมายเจอสุดารัตน์กำลังปริ๊นต์บางอย่างอยู่โดยมีสิรินดาเร่ง

ให้รีบทำหิวข้าวจะแย่แล้ว ไม่นานก็ได้เอกสารครบถ้วน สุดารัตน์หยิบเอกสารเหล่านั้นติดมือไปด้วย สองพี่น้องรอจนทั้งคู่ลับสายตา พศิการีบไปนั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิดไฟล์ที่ดาวน์โหลดวันนี้ขึ้นมาดู เห็นไฟล์ชื่อ “สัญญาซื้อขาย” รีบเรียกมาดู ระหว่างนั้นสิรินดาเดินเลี้ยวหัวมุมมาแต่ไกล

“เดี๋ยวพัฒน์จัดการเอง” พศินว่าแล้วเดินตรงไปหาสิรินดา ชวนไปกินมื้อเที่ยงด้วยกัน

“รินกำลังจะไปกินข้าวพอดี แต่ลืมกระเป๋าตังค์ก็เลยกลับมาเอา”

พศินรีบควงแขนสิรินดาหันหลังกลับ “ไม่ต้องกลับไปเอาหรอก มื้อนี้ผมเลี้ยงรินเอง รีบไปเถอะหิวแล้ว”

สิรินดาไม่รอให้ชวนซ้ำเดินไปกับเขาอย่าง

อารมณ์ดี ขณะที่พศิการีบปริ๊นต์เอกสารการซื้อขาย

ooooooo

เอกสารที่ได้จากคอมพิวเตอร์หน้าห้องทำงานของเตชินเป็นเอกสารซื้อขายเกาะไข่มุกอย่างที่พศิกาคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน พศินอยากรู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป เพราะถ้าเตชินเซ็นสัญญาฉบับนี้ทุกอย่างก็จบ

“พั้นซ์จะต้องเอาสัญญาตัวจริงมาให้ได้ แล้วพั้นซ์จะเอามันไปให้คุณอาประกอบ เพื่อยื่นฟ้องคุณเตชินและคุณนลินีที่ขัดคำสั่งในพินัยกรรมของคุณลุง ถ้าเกาะไข่มุกถูกขายก็เหมือนพั้นซ์ถูกไล่ออก ซึ่งในพินัยกรรมระบุว่าพั้นซ์ต้องทำงานที่นี่ภายในเวลาสองปีและห้ามใครไล่ออกเด็ดขาด”

พศินยกนิ้วให้กับแผนการของเธอ แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอจะเอาสัญญาตัวจริงมาจากเตชินได้อย่างไร พศิกาพอจะรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง ก็เลยจะหาทางใกล้ชิดและขโมยสัญญามาให้ได้ พศินไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ ถ้าแผนแตกขึ้นมาเตชินอาจทำร้ายเธอก็ได้ เธอจะระวังตัวไม่ให้เขาจับได้

“แต่ตอนนี้เขาคิดว่าเราเป็นสามีภรรยากัน เขาไม่มีทางที่จะมาใกล้ชิดพั้นซ์แน่ เพราะฉะนั้น เลิกล้มความคิดนี้ไปได้เลย”...

ด้านนลินีปลอมลายเซ็นของเตชินเซ็นชื่อในสัญญาซื้อขายเสร็จเรียบร้อย สั่งให้สุดารัตน์โทร.แจ้งชาติชายว่าสัญญาพร้อมแล้ว แต่ปรากฏว่าเขาไม่อยู่มีงานด่วนต้องไปต่างประเทศ อีกหนึ่งอาทิตย์ถึงจะกลับ เลขาฯของเขารับเรื่องไว้แทนแล้วจะแจ้งให้เจ้านายทราบอีกทอดหนึ่ง ทำให้การซื้อขายครั้งนี้ต้องเลื่อนออกไปก่อน...

เพื่อให้เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ พศินกับพศิกาแกล้งทะเลาะกันให้เตชินกับจิรายุเห็น แถมเขายังฉุดกระชากแขนเธอให้ดูสมจริงอีกด้วย เตชินโกรธมากที่เขาทำร้ายพศิกา ปรี่เข้าต่อยหน้าเซถลาเป็นนกปีกหัก

“ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกก็ไสหัวไปซะ แล้วอย่ามายุ่งกับคุณพั้นซ์อีก...ไปสิ”

พศินทำเป็นกระฟัดกระเฟียดออกไป เดินยังไม่ทันถึงแผนกซ่อมบำรุง จิรายุปรี่เข้ามาตบซ้ำที่เดิมที่ถูกเตชินต่อย เขาร้องโอ๊ยลั่น ต่อว่าว่ามาตบหน้าเขาทำไม เธอตบเขาฐานที่ทำให้พี่พั้นซ์เสียใจ เพราะเขานอกใจไปคบกับสิรินดา พศินปฏิเสธทันทีว่าเปล่า จิรายุชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“ยังจะปฏิเสธอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้แล้วจะเป็นเรื่องไหนได้ นายไม่ต้องแก้ตัวอะไรอีกแล้ว แค่อ้าปากก็เห็นไปถึงสันดาน เลว...เลวที่สุด” ด่าเสร็จ จิรายุจ้ำพรวดๆ จากไป ทิ้งให้พศินยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

ฝ่ายเตชินเห็นพศิกาหน้าเศร้าน้ำตาซึม ถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีปัญหาอะไรกับสามีหรือ

“ฉันไม่อยากพูดถึงแต่ฉันกับเขาคงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว” พูดจบพศิกาหันหลังเดินจากไป สีหน้าไม่มั่นใจว่าเตชินจะเชื่อละครตบตาบทนี้ของตัวเองหรือเปล่า จากนั้นไม่นาน เธอกลับเข้าบ้านอย่างหนักใจกลัวแผนจะไม่เป็นดั่งหวัง ยังไม่ทันจะทิ้งตัวลงนั่ง มีไลน์จากเตชินเข้ามา พศิการีบเปิดมือถือดู

“อย่าคิดมากนะครับ ผมจะเป็นกำลังใจให้คุณเอง”

ข้อความจากเตชินทำให้เธอโล่งใจ รีบโทร.บอกพศินว่าปลาฮุบเหยื่อแล้ว เตชินเชื่อสนิทใจว่าเราสองคนทะเลาะกันจริงๆ เขาเตือนให้เธอระวังตัว ห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียวเพราะเตชินไม่ใช่คนโง่

ooooooo

พศิกาเดินตามแผนการขั้นต่อไปทันที โทร.บอก ปลาว่าไม่สบายวันนี้ไม่ไปทำงาน เตชินรู้เรื่องนี้ก็ยิ่งเป็นห่วง รีบแวะไปหาพศิกาที่บ้าน แต่ไม่ลืมชะเง้อมองไปทางบ้านตัวเองให้แน่ใจก่อนว่าแม่จะไม่มาเห็น แล้วจึงเคาะประตูเรียก พศิกาในชุดนอนสวมเสื้อคลุมทับรีบขยี้ผมให้ยุ่งๆตีหน้าเป็นคนป่วยก่อนจะเปิดประตูรับ

“ผมรู้จากคุณปลาว่าคุณไม่สบาย”

“ใช่ค่ะ พั้นซ์ไม่ได้เป็นอะไรมาก” พศิกาแกล้งเซจะ เป็นลม เตชินรีบประคองไปนั่งที่โซฟา แนะให้ไปหาหมอ เธอส่ายหน้า แค่ได้นอนพักสักหน่อยก็คงจะหาย เขาจะพยุงไปที่ห้อง พศิกาแกล้งทำขาอ่อนไม่มีเรี่ยวแรง เขาก็เลยต้องอุ้ม แต่ดันสะดุดขาตัวเองเสียหลักทำให้ล้มลงบนเตียงด้วยกัน เตชินทับอยู่บนตัวเธอใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ เสื้อคลุมของเธอเปิดทำให้เห็นหัวไหล่ดูเซ็กซี่ เธอหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย รีบดึงเสื้อคลุมมาปิดไว้อย่างเดิม เตชินลุกขึ้นมานั่งข้างๆ เห็นหน้าเธอแดงก็ลองเอามือแตะหน้าผาก

“ตัวคุณร้อน มียาลดไข้ไหม” เตชินเห็นเธอส่ายหน้า บอกให้รอสักครู่ จะไปเอายามาให้

ครู่ต่อมา เตชินไปที่ตู้เก็บยาบ้านของตัวเอง กำลังจะหยิบยาแก้ไข้ นลินีเดินมาด้านหลังถามว่าไม่สบายหรือ เขาโกหกว่าจะมาเอายาแก้ไข้ไปให้สิรินดา แล้วรีบตัดบทขอเอายาไปให้เธอก่อน นลินีมองตามลูกที่เดินออกจากบ้านด้วยความพอใจที่เขาเริ่มสนใจในตัวสิรินดา...

หลังจากเอายาให้พศิกากินเรียบร้อย เตชินดึงผ้ามาห่มให้ บอกให้เธอนอนพัก ช่วงกลางวันเขาจะให้คนเอาอาหารมาส่ง ถ้าเธอรู้สึกไม่ค่อยดีให้รีบโทร.หาเขา พศิกาไม่เข้าใจทำไมเขาถึงทำดีกับเธอ ทั้งที่ตอนแรกเขาเอง

ก็ไม่ชอบขี้หน้าเธอนัก อยากให้เธอไปจากที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงเปลี่ยนไป

“เมื่อก่อนสิ่งที่ผมทำกับคุณ ผมไม่ได้ทำตามหัวใจตัวเอง ผมฝืนทำมันแล้วมันก็ทำให้ผมไม่มีความสุข แต่ ตอนนี้เวลานี้ผมกำลังทำตามเสียงหัวใจของตัวเอง” เตชินว่าแล้วลุกออกไป พศิการู้สึกแย่มากที่หลอกลวงเขา...

ขณะที่นลินีกำลังคุยให้สุดารัตน์ฟังว่าเตชินเริ่มจะสนใจเป็นห่วงเป็นใยสิรินดาขึ้นมาบ้างแล้ว พอรู้ว่าเธอไม่สบายรีบกลับไปเอายาแก้ไข้จากที่บ้านมาให้ เธอพูดยังไม่ทันขาดคำ เห็นสิรินดาเดินอี๋อ๋อมากับพศินที่มุมไกลๆ ถึงกับหน้าเหลอ ไหนว่าไม่สบายแล้วทำไมถึงมาเกาะแกะกับผัวของนังพศิกา

“สุดา รีบไปหาคำตอบมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ว่าเรื่องมันเป็นไงมาไงกันแน่”

สุดารัตน์ตามไปจิกตัวหลานสาวมาซักถาม ไหนว่าไม่สบายแล้วทำไมถึงมานัวเนียอยู่กับผัวของพศิกา สิรินดาถึงกับใบ้กินเมื่อรู้ว่าพศินเป็นอะไรกับพศิกา สุดารัตน์เห็นเธอเงียบคาดคั้นให้บอกว่าตกลงป่วยจริงหรือเปล่า เธอยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ป่วย สุดารัตน์อึ้ง ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณเตชินก็ไม่ได้เอายาแก้ไข้มาให้เธอ

“ยาอะไรไม่มี...ตกลงพัฒน์เป็นผัวยัยพศิกาจริงน่ะเหรอ” สิรินดาอยากจะร้องกรี๊ดๆให้รีสอร์ตแตก...

ทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวจากสุดารัตน์ นลินีเดาได้

ไม่ยากว่าลูกชายเอายาแก้ไข้ไปให้ใคร ชวนสุดารัตน์ไปที่บ้านบนเขา ระหว่างทางเจอป้าน้อยกำลังยกถาดใส่อาหารจะเอาไปให้พศิกาพอดี สุดารัตน์รู้ใจเจ้านาย รีบแย่งถาดใส่อาหารไปจากมือเธอ...

พศิกากำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ในบ้าน ตอนที่เตชินโทร.มาบอกว่าเดี๋ยวป้าน้อยจะเอาอาหารไปให้ น่าจะใกล้ถึงแล้ว พลันมีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น พศิการีบไปเปิดประตูรับโดยที่ยังพูดสายค้างอยู่กับเตชิน ทันทีที่ประตูเปิด นลินีเอาอาหารสาดใส่ พศิกาถึงกับร้องลั่นมือถือร่วงลงพื้น เตชินได้ยินเสียงเธอร้องถึงกับหน้าตาตื่น รีบวางสายแล้วผลุนผลันออกจากห้องทำงาน

ทางด้านนลินีย่างสามขุมเข้าหาพศิกาที่ถอยกรูดโดยมีสุดารัตน์ตามติด แล้วด่าว่าคู่อริเสียๆหายๆที่มาวุ่นวายกับเตชินไม่เลิกไม่แล้ว สุดารัตน์รำคาญที่เจ้านายเอาแต่ด่า ยุส่งให้ตบไปเลยพูดทำไมให้เมื่อยปาก นลินีหมั่นไส้ผลักสุดารัตน์ให้เข้าไปจัดการกับพศิกาเอง เธอเงื้อมือจะตบ แต่พศิกาผลักเธอเซไปชนโต๊ะ

สุดารัตน์เหลือบไปเห็นเอกสารซื้อขายเกาะไข่มุกที่วางอยู่บนโต๊ะก็ตกใจมาก นลินีไม่รอช้าปรี่เข้าไปตบพศิกา แต่เธอคว้ามือเอาไว้ทัน แล้วผลักผู้บุกรุกล้มก้นจ้ำเบ้า สุดารัตน์เข้ามาล็อกตัวพศิกาจากด้านหลัง เพื่อให้นลินีได้ตบถนัดๆ แต่พศิกาก้มหลบ กรรมเลยตามสนองสุดารัตน์โดนฝ่ามือพิฆาตของนลินีเต็มๆถึงกับร้องโอ๊ยลั่น นลินีถึงกับสติแตกที่เล่นงานพศิกาไม่ได้หันไป คว้ามีดที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมา สุดารัตน์ยุส่งให้แทงมันเลย

“วันนี้แกต้องตาย นังพศิกา”

“คุณอยากให้ฉันตายมาตลอดใช่ไหมคุณนลินี”

“ใช่...ฉันอยากให้แกหายสาบสูญไปจากโลกนี้” ว่าแล้วนลินีพุ่งเข้าหาพศิกา

ooooooo

ทะเลไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด