ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณพ่อหวานแหวว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ศัลย์พุ่งเข้ามากอดรมิดาเอาตัวบังโคมไฟดวงใหญ่ ที่กำลังเอียงล้มลงมา พริบตาเดียวมันก็ล้มครืนลงมาทับศัลย์ศีรษะแตกเลือดทะลักออกมา

รมิดาตกใจ ปาริชาติก็ตกใจวิ่งเข้ามาดูอาการศัลย์จับตัวเขาเขย่าร้องเรียกร้อนรน

"พี่ศัลย์...เป็นยังไงบ้างคะ ดูสิสลบไปเลย" ส่วนเดือนฉายก็บ่นว่าไม่น่าเลยมาช่วยนังนั่นทำไม รมิดาชะงักหันจ้องเดือนฉายจนฝ่ายนั้นหน้าเสีย มองปาริชาติเพื่อนก็ขยิบตาเป็นเชิงให้เงียบ

เจ๊ติ๋มกับจูดี้มัวแต่ตกใจวี้ดว้ายทำอะไรไม่ถูกทำท่าจะเป็นลม ตากล้องหงุดหงิดตะโกนว่ามัวแต่ตกใจอยู่นั่นแหละรีบเรียกรถพยาบาลเร็วๆ ทั้งคู่จึงวิ่งออกไป

รมิดาเฝ้ามองดูศัลย์อย่างเป็นห่วง ส่วนปาริชาติเขย่าร่างพร่ำเรียกไม่หยุดปาก...

ooooooo

ที่ห้องแต่งตัว เจ้าหน้าที่แสงบอกเจ๊ติ๋มกับจูดี้ด้วยความเสียใจว่าตนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ปาริชาติมาชนตนเลยเสียหลักล้มลง เจ๊ติ๋มบ่นว่าทางเดินออกกว้างทำไมต้องแทรกมาเดินตรงนี้

"เอ๊ะ! หรือว่าชีจะแกล้งให้ไฟล้มทับน้องดา" จูดี้เอะใจ รมิดาแย้งว่าคงไม่กระมัง จะทำแบบนั้นเพื่ออะไร จูดี้หันมองรมิดาพูดอย่างผู้เจนจัดในวงการว่า "ก็สกัดดาวรุ่งไงคะ ฟังเจ๊นะน้องดา วงการนี้คนดีก็มี นังพวกชะนีขี้อิจฉาก็เยอะ เห็นใครดีใครเด่นเกินหน้าไม่ได้หรอก"

"เออเจ๊...ไอ้ที่ยัยปาคันปาก ปากชีบานเป็นดอกเห็ดเนี่ยมันน่าสงสัยนะ" ช่างหน้าตั้งข้อสังเกตฉุกคิดอะไรบางอย่างหันไปหยิบตลับลิปสติกขึ้นมาดู อุทานตาโตเมื่อเห็นทุกตลับเต็มไปด้วยขน ทีมงานคนหนึ่งเข้ามาดูบอกว่านั่นคือหมามุ่ยตนเคยโดนมาแล้ว

"ต้องเป็นฝีมือยัยปาริชาติแน่ๆ มิน่าถึงต้องเอาลิปสติกของตัวเองมาให้ฉันทาปากให้ ตอนนั้นฉันก็รีบๆเลยทำลิปสติกของยัยปาหล่น แล้วก็ดันคว้าตลับไหนไม่รู้มาทาให้ แป๊บเดียวชีร้องกรี๊ด ปากบานเป็นกระด้ง เฮ้อ...เสียดายจริงๆลิปสติกฉัน" ช่างหน้ากวาดลิปสติกทั้งหมดลงถังขยะอย่างเสียดาย

จูดี้เตือนรมิดาว่าต้องระวังตัวเพราะตอนโชว์เครื่องเพชรก็โดนไปทีหนึ่งแล้ว เจ๊ติ๋มดูนาฬิกาแล้วร้องอย่างตกใจ เพราะจนป่านนี้ยังไม่ได้ถ่ายเลย ไล่ทุกคนรีบไปทำงานขู่ตามเคยว่าใครอู้จะไม่จ่าย

รมิดาไม่สบายใจนัก เธอเปิดกระเป๋า หยิบกระเป๋าสตางค์ที่มีรูปพ่อสุเทพอยู่ในนั้นออกมาบอกพ่อว่า "พ่อคะ...ดารู้สึกแย่จัง พ่อเป็นกำลังใจให้ดาด้วยนะคะ ขอให้ดาทำงานได้สำเร็จลุล่วง..."

รมิดาเก็บกระเป๋าสตางค์ ยิ้มอย่างมีกำลังใจเหมือนมีพ่อมาให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ

แล้วรมิดาก็ถ่ายแบบได้หลายชุดด้วยเวลาอันรวดเร็วราวกับมืออาชีพเลยทีเดียว...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ศัลย์ยังนอนไม่ได้สติอยู่ พอพยาบาลเข็นเขาเข้าห้องไอซียู ปาริชาติก็น้ำตาเอ่อ เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

"พี่ศัลย์...ปาขอโทษ...ปาไม่ได้ตั้งใจ...ถ้าพี่ศัลย์ไม่ฟื้นล่ะเดือน พี่จะทำยังไง พี่ต้องตายแน่ๆ"

เดือนฉายปลอบให้ใจเย็นๆ ศัลย์คงไม่เป็นขนาดนั้นหรอก ถึงมือหมอแล้วอย่าห่วงเลย เตือนให้ห่วงตัวเองดีกว่าปากบวมเจ่อขนาดนั้นไปหาหมอเสียเถอะ ปาริชาติไปหาหมอแต่ก็ยังเหลียวมองไปที่ห้องไอซียูอย่างเป็นห่วง

สุริยนรู้เรื่องนี้เข้า เขาตกใจถามว่าศัลย์ถึงกับสลบเลยหรือ รมิดาบอกว่าเขามารับเคราะห์แทนตน ถ้าเขาไม่เอาตัวมาบังไว้คนที่ต้องนอนในห้องไอซียูก็ต้องเป็นตนแน่ๆ

รมิดาเอะใจถามว่าแล้วศัลย์รู้ได้อย่างไรว่าตนไปถ่ายแบบที่นั่น สุริยนบอกว่าศัลย์มาที่ร้านตนเป็นคนบอกเอง พอรู้เขาก็รีบไปทันที

"ก็คงอยากไปกวนประสาทดาตามเคย โดนซะบ้างก็ดีเหมือนกันจะได้เข็ด" รมิดาพูดหน้านิ่งถูกสุริยนตำหนิว่าเขาเจ็บตัวเพราะเธอนะ นั่นน่ะสุภาพบุรุษเชียวล่ะ

"จริงด้วยครับ น้าศัลย์เป็นฮีโร่เลยนะแม่ดา" แมนยูฟังอยู่ด้วยร้องอย่างชื่นชมตื่นเต้น จนรมิดาหน้าแหยยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

ศิริยังคงขลุกอยู่แต่ในบ่อนเล่นเสียไปสองล้านแล้วคนคุมเสนอให้กู้อีก 1 ล้านเผื่อดวงจะขึ้น เครดิตของเขาดีเสี่ยให้กู้ไม่อั้นอยู่แล้ว ศิริพยักหน้าเห็นด้วย

ส่วนนัยนาอยู่ที่บ้าน เดือนฉายกลับมาระบายอารมณ์ด่ารมิดาว่าทำให้ศัลย์เจ็บตัว ยัยตัวซวย ตะวันฉุนกึกถามว่าทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ เลยถูกพี่สาวหันมาแหวใส่ว่า "ไม่ต้องมาเข้าข้างยัยนั่น ดูตาเดียวก็รู้ว่ากำลังแอบปิ๊งแม่นั่นอยู่" ทำเอาตะวันชะงักพูดกลบเกลื่อนว่า

"เออ...ไม่ต้องมานอกเรื่องเลย ยอมรับมาตรงๆดีกว่า พี่ไปเป็นเพื่อนพี่ปาเนี่ย เพราะอยากไปแกล้งคุณดาใช่ไหม" ตะวันถูกพี่สาวแหวใส่แล้วยังเข้ามาทุบอีก เขาได้แต่ยกมือปัดป้อง

นัยนาสั่งให้หยุด ตำหนิว่าต่อหน้าแม่ยังทำอะไรกันแบบนี้ เดือนฉายจะฟ้องแต่ถูกนัยนาปรามเลยบ่นกระปอดกระแปดว่ารู้งี้ไปเที่ยวต่อดี กว่า แล้วปึงปังขึ้นข้างบน

ฝ่ายรมิดาแม้จะหมั่นไส้และปะทะคารมกันทุกครั้งที่เจอกันกับศัลย์ แต่เธอก็แอบห่วงเขา คืนนี้จึงโทร.ไปเช็กที่โรงพยาบาลถึงอาการของเขา แมนยูมาหารมิดาเลยหยุดฟัง พอรมิดาคุยโทรศัพท์เสร็จจึงเข้าไปหา รมิดาถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ แมนยูตีหน้าเศร้าบอกว่านอนไม่หลับเป็นห่วงน้าศัลย์

"ไม่ต้องห่วงจ้ะเขาฟื้นแล้ว" รมิดาบอก แมนยูบอกว่าเมื่อกี้ได้ยินแม่ดาพูดแล้ว ถูกรมิดาทำหน้าอำๆว่า "แอบฟังผู้ใหญ่คุยโทรศัพท์ไม่ดีนะลูก"

"ก็แมนยูอยากรู้นี่ครับ...แล้วพรุ่งนี้แม่ดาจะไปเยี่ยมน้าศัลย์ไหมครับ" แมนยูถามอ้อนๆ

รมิดาไม่ตอบ นิ่งคิด สีหน้ามีกังวล

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งรมิดา สุริยน และแมนยูก็พากันไปเยี่ยมศัลย์ พอเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นศัลย์นอนหลับอยู่บนเตียง สุริยนเพิ่งนึกได้ว่าลืมกระเช้าเยี่ยมไว้ที่รถจึงลงไปเอา ส่วนแมนยูอยู่ๆก็ปวดฉี่ขึ้นมา รมิดาจึงจูงแมนยูไปห้องน้ำ

ศัลย์ตื่นพอดีลืมตาเห็นรมิดาพาแมนยูไปห้องน้ำ พอเธอกลับมาเขาก็รีบหลับตาทำเป็นหลับต่อ เธอเข้ามาดูเขาด้วยสีหน้าแววตาอ่อนโยน ถอนใจพูดเบาๆ

"คุณช่วยฉันไว้ทำไม...ขอบคุณนะคุณศัลย์"

ทันใดนั้น ศัลย์ลืมตาโพลงขึ้น รมิดาที่กำลังเอื้อมมือจะแตะมือเขาสะดุ้งเฮือกรีบชักมือกลับ ศัลย์อมยิ้มพูดล้อๆว่านึกว่าจะไม่ได้ยินคำนี้จากปากเธอเสียแล้ว ถามว่ามาเยี่ยมหรือ

รมิดาปั้นหน้าปึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ก่อนตอบกวนๆว่าเปล่าตนมาเป็นเพื่อนแมนยู แล้วพูดประชดว่า

"ที่จริงน่าจะปล่อยให้ไฟล้มใส่ฉันนะ ถ้าฉันเป็นอะไรไป คุณจะได้เอาแมนยูไปอยู่กับคุณง่ายขึ้น" พอศัลย์แกล้งถามว่าอยากตายหรือ เธอทำตาโตเอ็ด "นี่คุณ!" ศัลย์พูดต่อกวนๆตามเคยว่า

"ผมไม่ให้คุณตายง่ายๆหรอก เดี๋ยวไม่มีคนทะเลาะด้วย หมดคู่กัดก็หมดสนุก!"

"ฮึ่ย!!โรคจิต" รมิดาทำปากขมุบขมิบ พอดีแมนยูเข้ามารีบมายกมือไหว้ศัลย์ เขาถามว่ามาเยี่ยมหรือ ไม่ไปโรงเรียนหรือคนเก่ง

"วันนี้วันเสาร์ครับ น้าศัลย์หัวแตกเจ็บไหมครับ"

"โอย...เจ็บสิครับ เจ็บมากด้วย เนี่ยน้าศัลย์ปวดหัวตุ้บๆยังไม่หายเลย โอ้ยยยเจ็บ"

"ทีตอนแมนยูหัวแตก น้าศัลย์บอกว่าหัวแตกแค่นี้เรื่องเล็กน่า แมนๆหน่อย ลูกผู้ชายกลัวเจ็บได้ไง ถึงตาน้าศัลย์ หัวแตกมั่ง จะร้องเจ็บทำไมล่ะครับ แมนๆหน่อยสิคร้าบบบ"

ศัลย์เอ้ออ้าพูดไม่ออก รมิดายิ้มเย้ยพูดเบาๆ "สมน้ำหน้า! โดนเด็กย้อนรอยเข้าให้"

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน ปาริชาติชวนเดือนฉายไปเยี่ยมศัลย์ที่โรงพยาบาลเพื่อเร่งทำคะแนน สุริยนที่มาเอากระเช้าเยี่ยมที่รถเห็นสองสาวเข้ามาพอดีโดยเดือนฉายถือ กระเช้าเยี่ยมมาด้วย

คู่นี้ก็เช่นกัน เจอกันทีไรพูดจาไม่เข้าหูกันทุกที เดือนฉายนั้นตะบึงตะบอนแต่สุริยนหยอกแกมหยิก สุริยนถามว่ามาเยี่ยมศัลย์ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นไปด้วยกันเลยเพราะตนก็มาเยี่ยมศัลย์เหมือนกัน

"ไม่ต้องย่ะฉันไปเองได้" เดือนฉายกระฟัดกระเฟียด สุริยนยิ้มกรุ้มกริ่มบอกว่ากลัวเธอหลง พอถูกถามว่าหลงอะไร เขายิ้มกวนๆพูดก่อนเดินไปว่า "ก็หลงรักผมไงครับ"

เดือนฉายด่าตามหลัง แต่ปาริชาติยิ้มขำๆบอกว่าสุริยนจีบเธอแน่ๆ ดีใจที่น้องสาวจะขายออกแล้ว เดือนฉายทำเสียงงอนใส่ว่า

"พี่ปาอ่ะ...เดือนเกลียดเขาจะตาย เจอหน้าทีไรกวนประสาทได้ทุกที สักวันจะตบให้หน้าหัน"

"ระวังเขาหันมาจูบนะยะ" ปาริชาติแซวเลยถูกเดือนฉายผลักให้เดินนำไปแก้เขิน

ooooooo

แมนยูจับมือน้าศัลย์ของตนอย่างเป็นห่วงบอกให้น้าหายเร็วๆ ศัลย์ยิ้มชื่นใจชมว่าตัวแค่นี้รู้จักห่วงน้าด้วยหรือ ขอบใจนะ

สุริยนถือกระเช้าเยี่ยมเข้ามาเอาไปวางที่โต๊ะ อวยพรให้ศัลย์หายไวๆ ไม่ถึงอึดใจเสียงปาริชาติก็แจ๋เข้ามาแต่ไกล "พี่ศัลย์ขา...เป็นยังไงบ้างคะ..."   แล้วเจ้าตัวก็เข้ามาพร้อมเดือนฉาย

เดือนฉายจัดแจงเอากระเช้าไปวางที่โต๊ะ ในขณะที่ปาริชาติก็จ้องรมิดาเขม็งอย่างพร้อมจะมีเรื่อง แล้วก็เปิดฉากด่ารมิดาว่าเป็นตัวซวยทำให้ศัลย์ต้องเจ็บ ครั้นรมิดาย้อนถามว่าแล้วใครเป็นคนเดินไปชนเจ้าหน้าที่แสงจนเขาเสียหลัก หกล้ม ปล่อยขาตั้งไฟหลุดมือ

แม้จะมีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ปาริชาติก็ยังทำไขสือว่าพูดอะไรไม่รู้เรื่อง เดือนฉายประสานเสียงทันทีว่าหมดเวลาเยี่ยมของเธอแล้วออกไปเสีย

เมื่อรมิดา สุริยน และแมนยูเดินออกไปแล้ว ศัลย์ถามว่าทำไมรมิดาพูดแปลกๆ หรือว่า...ปาริชาติรีบสวนไปทันทีว่าอย่าไปฟังแม่นั่นพล่ามเลย แล้วฉอเลาะว่าเมื่อคืนตนนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงเขามาก ถามว่าแล้วยังเจ็บอยู่หรือเปล่า พลางเข้ามาจับโน่นจับนี่ที่ตัวเขาเบี่ยงเบนความสนใจ

ooooooo

ศิริเพิ่งกลับมา เดือนฉายเข้าไปฟ้องพ่อทันทีว่าเงินตนหมดเบิกกับแม่ก็ไม่ได้ ศิริเล่นเสียกลับมาฟัง

ลูกสาวแล้วตรงดิ่งไปหานัยนาที่โต๊ะทำงาน ถามว่าทำไมใจร้ายกับลูกอย่างนี้เงินแค่แสนสองแสนเอง

"ถ้าคุณคิดว่าฉันใจร้าย พ่อใจดีอย่างคุณก็หาเงินให้ลูกใช้บ้างสิ" นัยนาย้อน

"อย่ามายอกย้อนผมนะคุณนา ฮึ! เมื่อก่อนไม่มีปากเสียง ตั้งแต่ผมปล่อยให้คุณบริหารโรงแรมคนเดียวเก่งขึ้นเยอะนี่ อย่าลืมสิว่าสยามคอสโมของใคร!"

นัยนาลุกเดินมาหน้าโต๊ะจ้องหน้าศิรินิ่ง ย้ำว่าเขาถือหุ้นใหญ่แต่กลับไม่เหลียวแลทิ้งขว้างธุรกิจที่คุณพ่ออุตส่าห์ สร้างขึ้นมา ปล่อยให้ตนแบกรับภาระอยู่คนเดียวทั้งที่ทำงานและที่บ้าน

ศิริโต้อย่างไม่กระดากปากว่าเธอคือผู้บริหารโรงแรมให้มีผลกำไรมากที่สุด ต้องหาเงินมาให้ทันใช้ไม่ใช่ปล่อยให้ตนกับลูกต้องเงินขาดมืออย่างนี้

"เห็นแก่ตัว คุณไม่เหลือคราบของนักธุรกิจที่เคยประสบความสำเร็จเลยสักนิด คุณหลงมัวเมาไปกับอบายมุข ปล่อยให้ผีพนันเข้าสิงจนกลายเป็นคนสิ้นคิด!" นัยนาตอบโต้ อย่างสุดที่จะทนต่อไปแล้ว

ศิริโกรธจัดหาว่านัยนาด่าตนตรงเข้าไปเงื้อมือจะตบ ตะวันรีบเข้ามาขวางไว้ถามพ่อว่าแม่พูดแทงใจดำใช่ไหมถึงทนฟังไม่ได้ ศิริด่าตะวัน "ไอ้ลูกเลว" แล้วตบหน้าตะวันแทน แต่พอจะตามไปตบซ้ำ นัยนาถลันเข้าเอาตัวขวางไว้ไม่ให้เขาทำอะไรตะวัน พูดเฉียบขาดว่า

"ถ้าคุณทำร้ายลูกอีก ฉันจะเลิกกับคุณ"

ศิริชะงัก เดือนฉายเห็นท่าไม่ดีรีบดึงพ่อไว้ขอให้พ่อ กลับไปพักผ่อนเสีย นอนน้อยเดี๋ยวจะไม่สบาย แล้วรีบจูงพ่อออกไป

ตะวันกัดฟันน้ำตาเอ่อสีหน้าเจ็บปวดใจนัก พูดทั้งน้ำตาท้นว่า "คุณพ่อไม่รักคุณแม่เลย...ผมเกลียดพ่อ" กระนั้น นัยนายังกอดลูก บอกตะวันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

"อย่าพูดแบบนี้อีกนะลูก...นั่นคุณพ่อนะ"

ooooooo

แจ่มจันทร์ สาวใช้ที่ถีบตัวเองขึ้นมาเป็นเมียเก็บของวัลลภนับวันทะเยอทะยานเหิมเกริม หลายครั้งที่แอบอ่อยดุสิตลูกชายวัลลภเอง แต่ดุสิตไม่เล่นด้วยก็หันมากอบโกยจากวัลลภ   อ้อนวัลลภว่าเจ็บหน้าอกหมอบอกว่าพลอยสีเหลืองจะช่วยป้องกันอาการเจ็บหน้าอก ของผู้หญิงได้

วัลลภบอกว่าพลอยสีเหลืองก็คือบุษราคัม ถ้าอยากได้ ตนจะซื้อให้ แจ่มจันทร์ไม่เอาต้องการบุษราคัมล้อมเพชรที่ลัดดาเคยใส่ วัลลภบอกว่านั่นเป็นแหวนหมั้นที่ตนให้ลัดดาตอนแต่งงาน

แจ่มจันทร์ตัดพ้อว่าแหวนเก่าๆยังหวงอีกไม่รักตนแล้วใช่ไหม แล้วทำเป็นน้อยใจว่า

"เอาเถอะค่ะ แจ่มไม่อยากให้คุณลภลำบากใจ ปล่อยให้ แจ่มเจ็บหน้าอกไปอย่างนี้แหละ อกแจ่มไม่มีค่าหรอกค่ะถ้าเทียบกับแหวนวงนั้น"

สุดท้ายด้วยมารยาและเจ้าเล่ห์ของแจ่มจันทร์ วัลลภก็ไปเอาแหวนบุษราคัมล้อมเพชรวงนั้นจากลัดดามาจนได้ แม้เธอจะขอร้องว่านี่เป็นแหวนหมั้นที่มีความหมายกับตนมากเป็นตัวแทนของความ รักของเรา วัลลภกลับหัวเราะเยาะว่าคิดเลอะเทอะ ไร้สาระ คิดว่าตนยังรักเธออยู่หรือ

ได้แหวนบุษราคัมล้อมเพชรไปแล้วแจ่มจันทร์ได้คืบจะเอาศอก วันต่อมาก็พาสำลีมาชะเง้อคอยาวข้ามรั้ว พูดกับลัดดาที่กำลังรดน้ำต้นไม้และสมใจพรวนดินอยู่ใกล้ๆว่า

"คุณพี่ลัดดาขา...แจ่มขอบคุณคุณพี่ที่อุตส่าห์มีน้ำใจกัดฟันให้แหวนวงนี้กับ แจ่ม ดูสิคะคุณพี่แหวนบุษราคัมล้อมเพชรวงนี้แจ่มใส่แล้วขึ้นจัง ราศีคุณนายจับเลยอ่ะ" พูดพลางกรายนิ้วไปมา ขอบคุณและอวยพรให้เจริญๆ เกิดชาติหน้าขอให้มีวาสนาได้เป็นเมียหลวงใจบุญอย่างนี้อีก

ลัดดาตัดบทอย่างระอาใจว่าอย่าพูดประชดเลยเราต่างคนต่างอยู่เถอะขอร้อง แจ่มจันทร์ทำดีดดิ้นบอกว่าไม่ได้ ต่างคนต่างอยู่ได้ไง เรามีผัวคนเดียวกัน แล้วทำเป็นนึกออกบอกลัดดาว่า

"เอ...ฉันอยากได้อะไรอีกนะ อ๋อ...สร้อยเพชรจี้ทับทิมที่คุณพี่เคยใส่ออกงานวันเกิดคุณทรงยศปีที่แล้วไง เส้นนั้นน่ะหลายล้านเชียวนะ"

สำลีลอยหน้าถามว่าเขาจะให้หรือของเก่าราคาแพงหูฉี่ขนาดนั้น

"ไม่ให้ฉันก็จะเอา ขนาดผัวคุณพี่ฉันยังเอามาเป็นผัวฉันได้ นับประสาอะไรกับสร้อยเพชรแค่นั้น จริงไหมคะคุณพี่ขา ซ่อนเอาไว้ให้ดีๆนะคะ"

ลัดดาทนฟังไม่ไหวเดินออกไป กลับไปนั่งร้องไห้อย่างเก็บกดที่ระเบียงบ้าน ปาริชาติมาเจอถามว่าร้องไห้ทำไม

ลัดดาเช็ดน้ำตาบอกว่าไม่มีอะไร สมใจทนไม่ได้จะเล่าถูกลัดดาเรียกปรามเลยอึกอัก

"ใครทำคุณแม่! บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นแกโดน" ปาริชาติขู่จนสมใจละล่ำละลักจะเล่า

ooooooo

พอปาริชาติรู้เรื่องก็เดินอ้าวไปที่ริมรั้ว บอกให้แม่อยู่เฉยๆ ถ้ากลัวก็กลับเข้าไปในบ้านเสีย จากนั้นก็ตะโกนเรียกแจ่มจันทร์ออกมา

แม่นั่นนวยนาดมาดคุณนายออกมาถามว่ามีธุระอะไรหรือ ปาริชาติทวงแหวนแม่คืน แจ่มจันทร์เล่นแง่ว่าวัลลภเป็นคนให้ตนต้องให้เขามาเอาคืนเอง

ปาริชาติโกรธจัดกระชากแจ่มจันทร์ข้ามรั้วมาแล้วตบซ้ายตบขวานับไม่ถ้วน แจ่มจันทร์ร้องกรี๊ดๆให้สำลีช่วยด้วย สำลียืนตาเหลือกบอกให้ทนหน่อย อึดไว้ เจ็บเดี๋ยวเดียวพรุ่งนี้ก็หาย

เป็นตายอย่างไรแจ่มจันทร์ก็ไม่ยอมคืนแหวนให้ ปาริชาติให้สมใจไปเอาปังตอมาตนจะตัดนิ้วเอาแหวนคืน แจ่มจันทร์ขู่ว่าจะฟ้องวัลลภ ปาริชาติข่มว่าตนก็จะฟ้องคุณปู่ ดูซิว่าใครจะใหญ่กว่ากัน

พอเจอปังตอมาเงื้อตรงหน้าจะตัดนิ้วจริงๆ แจ่มจันทร์ก็ยอมถอดแหวนคืนให้ ปาริชาติเอากลับไปคืนให้ลัดดา บอกแม่ว่าเก็บให้ดี ปรามแจ่มจันทร์ว่า

"ถ้าเรื่องนี้ถึงคุณพ่อ แกโดนคุณปู่เฉดหัวออกจากบ้านแน่"

พอปาริชาติพากันเดินกลับไปแล้ว แจ่มจันทร์ในสภาพยับเยินมองตามคำรามด้วยความแค้นว่า

"ปาริชาติ! นังเด็กเมื่อวานซืน คอยดู ตาแก่นั่นตายเมื่อไหร่ คนที่จะโดนเฉดหัวออกไปก็คือแกกับแม่แกนั่นแหละ!"

ooooooo

ตะวันฝึกงานอยู่ที่โรงแรมตัวเอง เขาจึงมีเวลาใกล้ชิดรมิดาและครอบครัวตัวเองมากขึ้น วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เขาพาทรงยศคุณปู่ของเขามาที่ร้านกุหลาบขาว มาทานติ่มซำที่จะมีเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

ทรงยศชิมติ่มซำแล้วชมว่าอร่อยมากถามว่ารับจากไหน รมิดาบอกว่าทำเอง ทรงยศมองอย่างทึ่งชวนนั่งคุยกันก่อน ชมว่าติ่มซำของเธออร่อยไม่แพ้ติ่มซำตามภัตตาคารเลย และติ่มซำก็ไม่ใช่ของทำง่ายๆ ถามว่าไปเรียนทำมาจากไหน

"คุณพ่อสอนค่ะ พ่อหนูเคยเป็นเชฟอาหารจีนในโรงแรม" พูดแล้วเผลอจ้องหน้าทรงยศนึกในใจต่ออีกว่า "ก็โรงแรมของคุณนั่นแหละ คุณทรงยศ! คุณใจร้าย กีดกันความรักของลูกสาวตัวเอง คุณรู้เห็นเป็นใจกับลูกสาวส่งคนมาฆ่าพ่อกับฉัน ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคนในตระกูลนี้..."

ทรงยศเห็นรมิดานิ่งไปนานเลยเรียกแล้วถามว่าพ่อเธอเป็นเชฟอยู่โรงแรมไหน บางทีตนอาจรู้จัก รมิดายิ้มเกลื่อนบอกว่า พ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว

"เหรอ...ฉันเสียใจด้วยนะหนู พ่อหนูคงทำอาหารเก่งมาก หนูเองก็ทำอาหารอร่อย นี่ถ้าพ่อหนูยังอยู่เขาคงภูมิใจ ในตัวลูกสาวมากนะ"

รมิดาได้แต่ยิ้มนัยน์ตาหม่นเศร้าด้วยความคิดถึงพ่อ...

ooooooo

ในที่สุดนัยนาก็ต้องเซ็นเช็คให้เดือนฉาย แต่ บอกว่านี่จะให้เป็นครั้งสุดท้าย  ถ้าต่อไปอยากได้เงินใช้ ก็ต้องช่วยทำงานจะไม่ให้เงินเดือนใช้อีกแล้ว เดือนฉายถามขู่ๆว่าไม่กลัวตนฟ้องคุณพ่อหรือ

"อยากเห็นแม่ทะเลาะกับคุณพ่อก็เชิญ ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด ถ้าแม่หมดความอดทนเมื่อไหร่เดือนกับคุณพ่อก็ช่วยกันบริหารโรงแรมนี้แทนแม่ แล้วกัน"

สีหน้าจริงจังของนัยนาทำให้เดือนฉายใจไม่ดีรีบบอกว่าอย่าทำอย่างนั้น ถามแม่ว่าจะให้ตนทำอะไร คำตอบของนัยนาทำเอาเดือนฉายหน้าเบ้ เพราะจะให้เธอทำสวน ให้เธอหาคนมาจัดสวน ให้เขาเขียนแบบมาให้แม่ดูก่อน สั่งให้เริ่มงานเลย แล้วเดินไปทำงานต่อ

เดือนฉายเครียดขึ้นมาทันที เพราะไม่รู้จักคนจัดสวนเลยสักคน จะทำอย่างไรดี ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม เดินกระฟัดกระเฟียดไปนั่งที่ม้านั่งหน้างอ

สุริยนเดินผ่านมาเห็นอดเข้าไปแหย่ไม่ได้ถามว่ากลุ้มอะไรหรือ แล้วเดินเข้ามาใกล้แหย่อีกว่า อย่าทำหน้าบึ้งอย่างนั้น เดี๋ยวไม่สวย เดือนฉายเลยระเบิดอารมณ์ออกไปว่าช่างมัน ตอนนี้ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย  สุริยนถามว่าเรื่องอะไรตนอาจช่วยให้หายกลุ้มได้นะ

เดือนฉายถามว่าพอรู้จักคนจัดสวนบ้างไหม สุริยนตอบทันทีอย่างกระตือรือร้นว่ารู้จัก รู้จักดีเสียด้วยแล้วชี้ที่อกตัวเองบอกว่า "ก็ผมนี่ไงครับ" พูดแล้วยักคิ้วแผล็บยิ้มหน้าเป็น

พอสุริยนเดินฮัมเพลงกลับมาที่ร้านกุหลาบขาว รมิดา ถามแซวว่าอารมณ์ดีมาแบบนี้แสดงว่าไปแอบจีบสาวมาแน่เลย เขาตอบเขินๆว่า "ก็...นิดนึง" รมิดาถามว่าใครใช่คุณหนูเจ้าอารมณ์ คนนั้นหรือเปล่า

"อย่าเดาซะให้ยากเลย ไม่บอกหรอก" สุริยนยิ้มอำๆ พอดีแมนยูเข้ามาชวนไปเยี่ยมน้าศัลย์กัน  ตนอยากเอาติ่มซำไปให้น้าศัลย์กินจะได้หายไวๆ รมิดาไม่อยากไปเพราะห่วงร้าน

"ไม่ต้องห่วงหรอกคุณดา ไปเถอะ เดี๋ยวผมดูร้านให้" สุริยนรับอาสาด้วยความเต็มใจ

ooooooo

รมิดาพาแมนยูไปเยี่ยมศัลย์ไม่ทันไร ปาริชาติก็เอาอาหารมาให้เขา   เจอกันจนได้   แล้วปาริชาติก็ทำทีขอดูอาหารที่รมิดากับแมนยูเอามาให้ศัลย์ แกล้งทำหลุดมือหกหมด ทำเป็นเสียใจบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ศัลย์บอกแมนยูว่าไม่เป็นไร วันหลังจะไปชิมที่ร้านก็ได้ ปาริชาติฟังแล้วยิ่งเจ็บใจ

พอรมิดาพาแมนยูออกมา ปาริชาติก็ตามมาราวีอีกจนได้ เห็นท่าทางของปาริชาติแล้วรมิดารู้ว่าต้องมีเรื่องแน่ จึงให้แมนยูเดินไปทางอื่นก่อน

ปาริชาติหาเรื่องจนได้ว่ารมิดาตั้งใจมาจับศัลย์ สั่งว่า อย่ามายุ่งกับศัลย์  รมิดาสวนไปตามเคยว่า  ให้เธอไปบอกศัลย์ ดีกว่าว่าอย่ามายุ่งกับตน ถ้าตัวเองดีจริงผู้ชายในมือก็คงไม่ดิ้นหลุดไปไหนหรอก

ถูกว่าอย่างเจ็บแสบเข้าจังๆ ปาริชาติก็แกล้งเหยียบเท้า รมิดาขยี้อย่างแรง รมิดาสั่งให้เอาเท้าออก ไม่เพียงไม่เอาออกเธอยังจะตบหน้ารมิดาด้วย

ได้การ! รมิดาจับมือเธอไว้หักแขนไพล่หลังจนเธอร้องจ๊าก สั่งสอนก่อนไปว่า

"ถ้าคิดว่าจะรังแกฉันได้ง่ายๆ คุณคิดผิด!" รมิดาผลักปาริชาติออกไปอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น

"โอยยย...นังรมิดา! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!" ปาริชาติมองตามรมิดาอย่างแค้นใจ

ooooooo

เพราะปู่ทรงยศชมว่าติ่มซำร้านกุหลาบขาวอร่อย ตะวันจึงซื้อไปฝากนัยนาที่ห้องทำงาน บอกแม่ว่ารมิดาทำขายที่ร้านเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ให้แม่ลองชิมดู

"เหรอลูก หนูดานี่เก่งนะ มีฝีมือทำอาหาร เท่าที่แม่รู้ติ่มซำเนี่ยทำยากนะ" พอลองชิมดูก็ชมว่า "อื้อ...อร่อยมาก ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวอย่างรมิดาจะมีฝีมือขนาดนี้"

"ไม่ได้อร่อยอย่างเดียวนะครับ คุณดายังรู้ตำนานติ่มซำอีกด้วยครับ" ตะวันคุยอวดอย่างภูมิใจ เพราะได้ฟังรมิดา เล่าให้คุณปู่ทรงยศฟังมาเมื่อครู่นี้เอง เธอเล่าอย่างจำได้แม่นยำขึ้นใจว่า

"พ่อหนูเล่าให้ฟังว่า...หยำฉาหรือโรงน้ำชาจีน ถือเป็น ต้นกำเนิดของติ่มซำค่ะ สมัยโบราณชาวจีนมักจะแวะเพิงพักริมทางเพื่อดื่มน้ำชาและทานซาลาเปาเป็นของ ว่าง ต่อมาได้มีการพัฒนาอาหารว่างที่เรียกว่าติ่มซำ  ให้กลายเป็นอาหารจานด่วน มีทั้งนึ่ง ทอด สารพัดชนิด...ติ่มซำมีความหมายว่า "สัมผัสใจ" เป็นความหมายลึกซึ้งเพราะเชื่อมโยงใจของผู้ที่มาร่วมจิบน้ำชาพบปะสังสรรค์ กันค่ะ"

"สัมผัสใจ" นัยนาฟังแล้วพึมพำเสมือนหนึ่งมีความจำ ที่ฝังใจในอดีต...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:32 น.