ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณพ่อหวานแหวว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้ปาริชาติจะสนิทสนมกับเดือนฉายแต่เธอก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเพื่อน แต่ก็กระหน่ำรมิดาให้ศัลย์ฟังว่าร้ายน่าดู แทนที่จะช่วยไกล่เกลี่ยให้พี่น้องปรองดองกันกลับไปด่าเดือนฉายฉอดๆ จนตะวันของขึ้นผลักพี่สาวตกน้ำไปเลย

ศัลย์บอกว่ารมิดาไม่ยอมใครอยู่แล้ว ปาริชาติยุว่าอย่างนี้ต้องรีบเอาหลานคืน ขืนปล่อยไว้กับรมิดาโตขึ้นแมนยูต้องเป็นเด็กก้าวร้าวเสียคนแน่ๆ คำยุยงของปาริชาติทำให้ศัลย์ยิ่งคิดหนัก

ตกเย็นขณะรมิดากำลังถอยรถออกจากซอยอย่างลำบากเพราะมีรถขวางอยู่นั้น เธอได้รับโทรศัพท์จากศัลย์ที่กำลังขับรถเข้ามาในบริเวณนั้นแต่ไม่เห็นกัน พูดจากวนประสาทกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ศัลย์รีบพูดกลัวรมิดาจะโมโหแล้ววางสายเสียก่อนว่า

"ผมอยากจะเตือนคุณให้ดูแลหลานผมดีๆ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นมารังแก เอารถไปขว้างทิ้งน้ำได้อย่างนี้" รมิดาถามว่าเขารู้เรื่องนี้ได้ยังไง ศัลย์ไม่ตอบบอกกวนๆ "รู้ก็แล้วกัน อย่าลืมทำตามที่ผมสั่งไม่งั้นเตรียมรับหมายศาลได้เลย"

รมิดาฉุนกึกทันทีถามว่าขู่ตนหรือ ท้าให้เขาเอาหมายศาลมาเลย ตนจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว และสุดท้ายแมนยูต้องอยู่กับตนไม่ใช่น้านิสัยแย่ๆอย่างเขา พูดพลางถอยรถอย่างแรงเพราะกำลังฉุนเลยชนรถของศัลย์ที่กำลังขับเข้ามาอย่าง จัง คราวนี้เลยได้ลงไปปะทะคารมกันซึ่งหน้า

ปรากฏว่ารถรมิดาลืมต่อประกันเลยพาลว่าเขาทำให้ตนเสียสมาธิในการขับรถ เพราะฉะนั้นต้องไปซ่อมรถเอง ว่าแล้วรีบขึ้นรถอ้างว่าต้องไปธุระ ศัลย์ได้ทีหาว่าเธอชนแล้วหนี พอดี รปภ.เดินมาไม่ทันที่ศัลย์จะอ้าปากพูดอะไร รมิดาก็โวยวายขึ้นก่อนว่า

"พี่ช่วยด้วย ผู้ชายคนนี้ขับรถชนหนู หนูบอกให้เขารับผิดชอบ เขาก็ผลักหนูล้ม ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย"

ศัลย์เหวอไปอึดใจแล้วจะเข้าไปเอาเรื่องรมิดาถูก รปภ.ล็อกตัวไว้หาว่าจะรังแกผู้หญิง รมิดาได้โอกาสจ้ำอ้าวขึ้นรถขับออกไปเลย ศัลย์ยังดิ้นโวยวายเพราะถูก รปภ.ล็อกตัวไว้ ไม่ยอมปล่อย

ส่วนตะวันเอารถบังคับที่ตกน้ำไปซ่อมจนเสร็จเอาไปให้แมนยูเล่นในวันรุ่งขึ้น รมิดาเรียกทุกคนคือแมนยู ตะวัน และสุริยนมากินของว่างกัน สุริยนถามว่าเดือนฉายเป็นอย่างไรบ้าง เห็นตกน้ำกลัวเธอจะเจ็บ ตะวันหัวเราะเซ็งๆก่อนจะตอบอย่าง ขื่นใจว่า

"คนที่เจ็บน่ะผมครับ โดนคุณพ่อตบงี้หน้าชาไปเลย พี่เดือนน่ะลูกคุณพ่อ คุณพ่อโอ๋มาตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่ยังแตะไม่ได้เลยครับ"

รมิดาฟังแล้วนึกในใจว่านัยนาคงหนักใจกับเดือนฉายไม่น้อย แล้วก็แอบสะใจนิดๆว่า

"ฮึ...นี่แหละกรรม...กรรมที่คุณทำไว้กับพ่อสุเทพและฉัน..."

ooooooo

เพื่อจะฝึกแมนยูให้แมนๆ วันนี้รมิดาแต่งเป็นพ่อดาบออกมาชกมวยกับแมนยูที่สนามหน้าบ้าน พอดีศัลย์มาเห็นได้ยินเสียงพูดและเข้าใกล้จึงรู้ว่าที่แท้ รมิดาแต่งเป็นผู้ชาย เขาหัวเราะขำพูดเยาะว่า แบบนี้ต้องเรียกว่า "คุณพ่อหวานแหวว" เพราะหน้าหวานไม่ สมกับที่จะมาเป็นผู้ชายเลย

ศัลย์ล้อและหัวเราะขำจนรมิดาทั้งเขินทั้งฉุนรำมวยเข้าหา แต่ศัลย์หลบได้ทั้งซ้ายทั้งขวาอย่างคล่องแคล่ว เขาระวังเป็นพิเศษตรงหว่างขาเพราะเคยโดนมาแล้ว และรมิดาก็เตะผ่าหมากจริงๆ แต่เขาเอามือปิดไว้ทันหัวเราะเยาะว่า "อย่า....ฝึกมาดี ปิดทัน"

รมิดาโมโหเลยทำเป็นหันหลังเดินหนี ศัลย์รีบตามไปยั่วอีก พริบตานั้นเธอหันกลับเตะเข้ากลางเป้าจังๆ คราวนี้ปิดไม่ทันเลยตัวงอกุมเป้าลงไปร้องโอดโอยที่สนามหญ้า

รมิดาหัวเราะเยาะเย้ยว่านี่หรือฝึกมาดี แล้วเดินเข้าบ้าน พออยู่ในห้องคนเดียวเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้ทำไมปากจัดยิ่งกว่าตุ๊ด แต๋วเก้งกวางเสียอีก แค้นใจที่ถูกล้อว่าเป็น "คุณพ่อหวานแหวว" เลยมุ่งมั่นที่จะฝึกมวยให้ดีให้คล่องเอาไว้อัดคนปากมอมเสียให้เข็ด

คิดแล้วลุกขึ้นมาชกลมเตะซ้ายเตะขวา เผลอไปเตะเอาขอบเตียงเข้าเลยร้องจ๊าก

ooooooo

ร้านอาหาร "ดอกบัวขาว" ตกแต่งเสร็จแล้ว นอกจากรมิดาและสุริยนแล้วยังได้ตะวันมาช่วยอย่างแข็งขัน จากนั้นหาแม่ครัว และเด็กเสิร์ฟมาช่วยงานอีกสามคน

ในวันเปิดร้าน ตะวันแต่งหล่อเป็นพิเศษจนนัยนาทัก เขาบอกว่าจะไปแสดงความยินดีกับรมิดาในวันเปิดร้าน ชวนแม่ไปด้วย แต่นัยนาต้องเคลียร์งานบอกให้เขาไปก่อนเดี๋ยวจะตามไปทีหลัง

ตะวันสั่งกุหลาบขาวช่อใหญ่ไปแสดงความยินดี เขามองกุหลาบในมืออย่างมีความสุข...

เมื่อเอากุหลาบขาวช่อสวยไปให้ รมิดาชมว่ากุหลาบสวยจัง ตะวันถามยิ้มๆว่าเธอคงชอบกุหลาบขาวมากถึงได้ตั้งชื่อร้านว่ากุหลาบขาว

"ก็...ชอบค่ะ แต่ไม่ถึงขนาดฝังใจเหมือนใครบางคน" รมิดาพูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนชวนเขาออกไปนั่งข้างนอก ดีกว่า แล้วพาเขาไปนั่งที่หน้าร้าน เธอเอากุหลาบขาวช่อนั้นไปวางไว้ที่มุมหนึ่ง

เมื่อนัยนาเคลียร์งานเสร็จก็ไปแสดงความยินดีที่ร้าน เหลือบเห็นกุหลาบขาวช่อนั้นเธอพลั้งปากอุทาน "กุหลาบขาว" รมิดาจ้องจับพิรุธทันทีถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าซีดๆ

"เออ...เปล่าจ้ะ ทำไมหนูตั้งชื่อร้านว่ากุหลาบขาวล่ะ" นัยนาถาม รมิดาตอบว่าตนชอบแล้วย้อนถามว่าคุณนัยนาก็ชอบเหมือนกันหรือ "จ้ะหนู...กุหลาบขาวเป็นดอกไม้ที่ฉันรักมาก กุหลาบขาวทำให้ฉันคิดถึงใครคนหนึ่ง...เป็นความรู้สึกดีๆที่ฉันไม่มีวันลืม"

ตะวันนั่งฟังอยู่พูดแซวขึ้นว่า "ผู้หญิงคุยกัน...ดอกไม้ และความหลัง...ผมว่ากุหลาบขาวต้องเป็นพอพพี้เลิฟของคุณแม่แน่ๆเลยใช่ไหมครับ"

"ช่างแซวแม่...ลูกคนนี้" นัยนายิ้มกลบเกลื่อน รมิดามองหน้านัยนาอย่างอยากหยั่งลึกถึงหัวใจของผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน...

ooooooo

บ่ายๆรมิดารู้สึกใจไม่สงบ เธอจึงไปนั่งที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ข้างๆโรงแรม คิดถึงอดีต...คิดถึงเรื่องราวที่พ่อเล่าเกี่ยวกับแม่ ที่ให้คนมาทำร้ายพ่อกับตนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งคับแค้นใจ สงสารพ่อและรู้สึกว่าแม่ใจร้ายมาก กระทั่งมองว่านัยนาเป็นนักสร้างภาพที่ทำให้วันนี้ใครๆดูเธอเป็นคนดีมีเมตตา แต่สำหรับรมิดาแล้วเธอปฏิเสธไม่อยากแม้แต่จะเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า "แม่"

คิดถึงอดีตแล้วก็อดสะเทือนใจจนน้ำตาไหลไม่ได้ ทันใดนั้นเองศัลย์ซึ่งโทร.ไปที่บ้านแล้วเหมียวบอกว่าไม่มีใครอยู่บ้านเลย เขานึกในใจว่าเปิดร้านทั้งทีไม่บอกกันเลย แล้วเดินทางมาที่ร้านตามมาจนเจอรมิดานั่งเหม่อน้ำตาไหลอยู่คนเดียว

ศัลย์แกล้งเข้าไปทักกวนๆ หาว่าเธอเอามรดกของหลานมาผลาญเล่น รมิดาไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วย แต่เขาก็ยังหาเรื่องจะทะเลาะให้ได้ จนรมิดาโมโหไล่ไปให้พ้น ทันใดนั้นตัวเองก็กลับเป็นลม ศัลย์ประคองไว้ถามอย่างไม่แน่ใจว่าเป็นลมจริงๆ หรือลูกไม้กันแน่

ตะวันมาเห็นศัลย์กอดประคองรมิดาพอดี เขาโกรธมากเข้ามาถามว่าจะทำอะไร ปล่อยรมิดาเดี๋ยวนี้ พอรู้ว่าเธอเป็นลมเลยกลายเป็นตกใจช่วยกันพาเข้าไปในโรงแรม

ตะวันพารมิดาเข้าไปพักในห้องทำงานของนัยนา สองแม่ลูกช่วยกันเอายาดมมารอที่จมูกนัยนาถามศัลย์ว่ามีเบอร์ที่บ้านรมิดาไหม จะได้โทร.บอกทางบ้านไม่ต้องเป็นห่วง

"ที่บ้านมีแต่เด็กรับใช้ครับ รมิดาอยู่กับแมนยูแค่สองคน ตอนนี้แมนยูคงยังไม่กลับจากโรงเรียน"

นัยนาถามถึงคุณพ่อคุณแม่ของรมิดาพอรู้ว่าเธอไม่มีแล้วก็บ่นสงสาร ถามศัลย์ว่าแล้วรู้จักกับรมิดาได้อย่างไรเพราะเขาเองก็เพิ่งมาจากอเมริกา ไม่ใช่หรือ

"เออ...ก็...พี่สาวผมเป็นอดีตภรรยาของคุณชาญศักดิ์พี่ชายคุณสุริยนไงครับ"

นัยนารู้แค่นั้นก็ลำดับความสัมพันธ์ได้ไม่ติดใจถามอะไรอีก

ครู่หนึ่งรมิดารู้สึกตัว เธอพ้อเบาๆ "พ่อคะ...ดาสงสารพ่อ...แม่ไม่รักพ่อเลย ทำไม...ทำไมแม่ต้องทำแบบนี้"

นัยนาพยายามเรียกรมิดาให้รู้สึกตัว พอเธอรู้สึกตัวก็ลุกขึ้นถามว่าอยู่ที่นี่ได้ยังไง พอรู้ว่าตัวเองเป็นลมและศัลย์ กับตะวันพามาพักที่ห้องนี้ รมิดาไหว้ขอบคุณนัยนาแล้วก็นึกเป็นห่วงแมนยูขึ้นมาขอตัวกลับ ศัลย์จับตาดูอยู่เขาลุกมาขอตัวกับนัยนาแล้วตามรมิดาไป

อึดใจเดียวตะวันก็เข้ามาถามว่ารมิดาหายไปไหน นัยนาบอกว่าไปแล้วสงสัยจะรีบไปรับลูกชาย

ooooooo

จูดี้กับเจ๊ติ๋มก็มาอวยพรวันเปิดร้านพร้อมกับเช็คของขวัญที่รมิดามีแก่ใจ ช่วยงานในวันนั้น แต่รมิดาไม่อยู่ สุริยนบอกว่าสงสัยเธอไปเดินเล่นแถวนี้  เชิญทั้งสองนั่งแล้วออกไปตาม

ออกไปเจอศัลย์กำลังเดินตามรมิดากลับเข้ามาที่ร้านทั้งสองเดินเถียงกันมาตาม เคย สุริยนถามว่ากำลังลับฝีปากกันอยู่หรือเปล่า ศัลย์บอกว่าตนจะไปรับแมนยูแต่รมิดาไม่ยอมทั้งที่ตัวเองเพิ่งเป็นลม สุริยนเลยตัดสินให้ศัลย์ไปรับแทน ศัลย์ได้ทีขู่ว่า อาทิตย์หน้าค่อยเอาแมนยูมาส่ง ทำให้รมิดาเกือบไม่ยอม สุริยนปลอบว่าศัลย์แกล้งแหย่เล่นอย่าไปบ้าจี้กับเขาเลย

"แล้วถ้าเขาเกิดทำจริงๆขึ้นมาล่ะ" รมิดาอดกังวลไม่ได้อยู่ดี

เมื่อเห็นเช็คที่เจ๊ติ๋มกับจูดี้เอามาให้แล้ว รมิดาตกใจไม่ยอมรับ จนทั้งสองต้องบอกว่านี่แค่ให้แบบงานการกุศลเท่านั้นนางแบบจริงๆได้มากกว่า นี้เยอะ ขอให้เธอรับไว้เสียขู่ว่า "ไม่งั้นเจ๊โกรธนะ" รมิดาเลยจำต้องรับไว้

ooooooo

ศัลย์ไปรับแมนยูถือโอกาสชวนไปอยู่ด้วยกันไหมที่คอนโดฯตนมีของอร่อยๆกินเยอะ แยะ แมนยูไม่ไปเพราะแม่ดาก็ทำของอร่อยๆให้กินอยู่บ่อยๆ และที่สำคัญก่อนนอนแม่ดาต้องเล่านิทานให้ฟังและหอมแก้มด้วย

"เฮ้อ...ติดกันเป็นปาท่องโก๋ จะไปอยู่อเมริกาได้ไหมเนี่ย" ศัลย์แอบหนักใจ

ศัลย์พาแมนยูกลับมาถึงร้าน "กุหลาบขาว" เจ๊ติ๋มกับจูดี้ยังไม่กลับ สุริยนเชิญศัลย์นั่งคุยด้วยกันก่อนพลางแนะนำให้รู้จักกันว่า

"คุณศัลย์ครับ นี่คุณติ๋ม คุณจูดี้ ดีไซเนอร์กับสไตลิสต์ ที่จัดงานแฟชั่นโชว์คืนนั้นไงครับ"

ศัลย์ยิ้มทักทาย เจ๊ติ๋มทำตาปริ๊บๆ แอบกระซิบจูดี้ว่า "อื้อหือ...หล่อจัง" แต่พอสุริยนแนะนำว่าศัลย์เป็นน้าชายของแมนยูหลานตน จูดี้กับเจ๊ติ๋มก็หันขวับมองหน้ากันงงๆ จูดี้ทำเสียงแหลมลำดับญาติว่า

"โอ๊ย...จูงงฮ่ะ แมนยูเป็นหลานคุณยน แต่คุณศัลย์เป็นน้าของแมนยู แมนยูเป็นลูกน้องดา นี่น้องดาเป็นพี่สาวคุณศัลย์ เหรอคะ"

สุริยนหัวเราะขำๆ บอกว่าไปกันใหญ่แล้วเดี๋ยวตนจะลำดับญาติให้ฟังเอง

ขณะนั้นเอง ที่หน้าร้าน เดือนฉายที่รู้ว่ารมิดาเป็นลมอยู่ที่ห้องทำงานของแม่ก็โทร.ไปบอกปาริชาติชวน กันมาป่วนมาถึงร้านพอดี แต่เห็นเจ๊ติ๋มกับจูดี้นั่งเจ๊าะแจ๊ะอยู่ในร้านก็สงสัยว่าสองคนนี้มาทำอะไร

"อ๋อ...ก็วันนี้นังรมิดาเปิดร้านวันแรกไงคะ คงจะมาอวยพรกัน" เดือนฉายบอก

"ฮึ...เปิดร้านเหรอ เดี๋ยวฉันจะเช็กบิลปิดร้านให้ดู" ปาริชาติยิ้มร้าย คอยอยู่จนสองเจ๊ออกไปก็ชวนกันเข้าไปลุย

พอเข้าไปเจอศัลย์ ปาริชาติก็ทำท่ารังเกียจว่าร้านกระจอกชวนศัลย์ไปหาอะไรกินกันดีกว่าตนหิวแล้ว

ส่วนสุริยนก็เข้าไปหาเดือนฉายถามว่าหิวไหม เธอทำหน้าบอกบุญไม่รับทำหน้าเบ้บอกว่าถึงหิวจนตาลายก็กินไม่ลง ว่าแล้วลุกสะบัดไปเลย

"ญาติคุณแต่ละคนแรงๆทั้งนั้น" สุริยนถอนใจมองตามเดือนฉายไป

"เปิดร้านวันแรกก็งานเข้า...สงสัยเราไม่ได้ดูฤกษ์นะคุณยน" รมิดายิ้มเซ็งๆ

ooooooo

ปาริชาติฉกศัลย์ออกจากร้านแล้วพาไปเข้าผับฟังเพลงและชวนเต้นรำกัน ระหว่างเต้นรำเธอมองตาเขาหวานฉ่ำชมว่าตาเขาสวยหวานดูเจ้าชู้ ถามหยอกว่าเป็นเสือผู้หญิงหรือเปล่านะ

"ไม่ใช่หรอกครับ เพราะถ้ารักใครพี่ก็รักคนเดียว" ปาริชาติถามทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นตนใช่ไหม ศัลย์นิ่งไม่ตอบ เธอโมเมว่า

"ไม่ตอบแสดงว่ายอมรับนะคะ รู้ไหมปาชอบพี่ศัลย์ตั้งแต่ วันแรกที่เจอแล้วก็เผลอใจให้เรื่อยๆเผลอแป๊บเดียวตกหลุมรัก

ซะแล้วไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย"

ศัลย์ทำหน้าไม่ถูกนึกไม่ถึงว่าปาริชาติจะเป็นผู้หญิงใจกล้าก๋ากั่นขนาดนี้

ooooooo

และแล้ว วันนี้รมิดาก็ได้รู้จักกับทรงยศ ที่เธอรับรู้มาว่าเป็นตาที่พรากแม่ไปจากพ่อ เพราะทรงยศเดินผ่านมาแถวหน้าร้านแล้วเกิดขาอ่อนทรุดจะล้ม รมิดาเข้าไปประคองไว้ทัน ทำให้ทรงยศไม่ล้มกระแทกพื้น เมื่อตะวันมาเจอเขาขอบคุณเธอ และพาคุณตาของเขาเข้าไปนั่งในร้านกุหลาบขาวชวนชิมฝีมือเชฟดาดูสักมื้อ

รมิดาคิดหนักว่าจะทำอาหารอะไรสำหรับผู้สูงอายุดี สุริยนช่วยคิดว่า เอาหมูสะดุ้งไหม ทำให้รมิดาคิดได้เลยทำราดหน้าปลาให้ 2 จาน

ทรงยศกับตะวันกินราดหน้าปลาแล้วชมว่าอร่อยมาก โดยเฉพาะทรงยศรู้สึกเหมือนระลึกถึงอะไรบางอย่างในอดีต พอสองตาหลานทานกันอิ่มแล้ว ตะวันนึกได้ว่านัยนายังไม่ได้ทานอาหารกลางวันเลยให้รมิดาช่วยทำอาหารจาน เดียวให้สักที่

รมิดาคิดหนัก พลันก็นึกถึงเรื่องที่สุเทพผู้เป็นพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า อาหารจานโปรดของนัยนาคือสปาเกตตีปลาเค็ม เธอลงมือทำทันที

เมื่อตะวันเอากลับไปให้นัยนาที่ห้องทำงาน เธอชิมคำแรกก็นิ่งงันอุทาน

"สปาเกตตีปลาเค็ม..."

นัยนานึกถึงสุเทพทันที เวลานั้นเขาบอกว่าเธอชอบทานสปาเกตตีปลาเค็มเขาจำได้ขึ้นใจ พูดอย่างรักมากว่า "เพราะผมรักคุณ ทุกเรื่องของคุณผมจำได้เสมอ"

คิดแล้วนัยนานิ่งอึ้งจนตะวันเตือนให้ทานเสียเพราะเพิ่งบ่นหิวไปหยกๆ นัยนาจึงตักทาน

"อร่อยไหมครับคุณแม่"

"อร่อย...อร่อยมากลูก รสชาติเหมือนที่แม่เคยทาน...นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นฝีมือหนูดา แม่ต้องคิดว่าเป็นฝีมือเขาแน่ๆ" แต่พอตะวันถามว่าใครหรือ นัยนายิ้มเกลื่อนบอกว่า "เชฟเก่าที่โรงแรมคุณตาน่ะลูก เขาทำอาหารเก่งมาก"

ooooooo

วันนี้ศัลย์โทร.ไปถามเหมียวพอรู้ว่าสองแม่ลูกไม่อยู่ เขาก็หว่านล้อมจนเหมียวยอมบอก จากนั้นเขาตามไปที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง...

ที่นั่น รมิดามาในคราบของพ่อดาบ มานั่งอ่านหนังสือรอแมนยูว่ายน้ำอยู่ในสระ ศัลย์ตรงเข้าทักกวนประสาททันที

"แปลงร่างเสียจำแทบไม่ได้...หวัดดีครับคุณพ่อหวานแหวว"

รมิดาหงุดหงิดขึ้นมาทันที การปะทะคารมเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ศัลย์รู้ว่ารมิดาปลอมตัวติดหนวดใส่วิกมาเลยท้าลงแข่งว่ายน้ำกัน เธอไม่หลงกล รำคาญจะลุกหนีถูกเขาขวางไว้ รมิดาเลยถลกแขนเสื้อตั้งการ์ด

ศัลย์ทำเป็นกลัวบอกว่าท่าเป็นนักเลงโตแต่หน้าหวานไปหน่อย

"หน้าฉันหวานเหรอ แต่คงหวานสู้ปาริชาติของคุณไม่ได้หรอก"

เลยถูกศัลย์อำว่าคิดอะไรกับตนหรือเปล่า รมิดาค้อนควับ พอศัลย์เผลอก็ผลักเขาจะให้ตกสระ ดีที่เขาขืนตัวไว้ได้เลยไม่ตกทั้งยังคว้าแขนเธอไว้แบบถ้าตกก็ลงไปด้วยกัน รมิดาทำหน้าเจ้าเล่ห์ร้องว่า

"แมนยูจมน้ำ"

เท่านั้นแหละศัลย์ก็ปล่อยมือเธอ เป็นโอกาสให้เธอผลักเขาตกน้ำอย่างสะใจ แมนยูอยู่ในสระดีใจตะโกนถาม "น้าศัลย์ ...น้าศัลย์มาเล่นน้ำกับแมนยูเหรอครับ"

พอขึ้นจากสระศัลย์บอกตัวเองว่าโชคดีที่มีเสื้อผ้าอยู่ในรถเลยเดินไปเปลี่ยน เห็นรถของรมิดาจอดอยู่เขาวางแผนแกล้งเธอแอบไปปล่อยลมยาง จนรมิดากับแมนยูเดินมาที่รถเขาเฝ้าดูอยู่อย่างสะใจ

พอเห็นรมิดาเจอปัญหาก็โผล่ไปปรากฏตัวทำทีถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

"ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาปล่อยลมยางรถฉัน" รมิดาด่า ศัลย์สะดุ้งพอเห็นเธอหันมองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถามว่าเธอขับไปโดนตะปูรึเปล่า

รมิดาทำท่าจะเปลี่ยนยางรถ ก็พอดีแมนยูร้องบอกว่าตนหิวจนตาลายแล้ว รมิดาบอกให้อดทนก่อนเลยถูกศัลย์ด่าว่า

"นี่คุณ ใจดำไปรึเปล่า เด็กหิวไส้จะขาดยังบอกให้อดทน ไปแมนยู" ศัลย์คว้าแขนแมนยูไปที่รถตัวเอง ขอกุญแจรถของรมิดา แล้วสั่งเธอให้ขึ้นรถเขาไปกินข้าวกับแมนยู เห็นเธอลังเลก็ขู่ว่า

"มีทางเลือกที่ดีกว่านี้เหรอ อยากเห็นแมนยูหิวจนเป็นลมใช่ไหม"

สุดท้ายรมิดาก็ต้องไปกับเขา ระหว่างนั่งกินอาหารศัลย์บอกว่าเห็นเธอดูแลหลานของเขาดีอย่างนี้ก็ค่อยเบาใจ หน่อย รมิดาบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็เลิกคิดเอาแมนยูไปอยู่อเมริกาได้แล้ว ศัลย์ส่ายหน้าเธอเลยท้าว่า "เอาชนะฉันให้ได้ก็แล้วกัน"

บังเอิญจริงๆที่ปาริชาติกับเดือนฉายเดินผ่านมาเห็น ทั้งสองสงสัยว่าศัลย์นั่งกินข้าวกับใครเป็นผู้ชายหน้าหวานๆ เอะใจว่าหรือศัลย์จะเปลี่ยนรสนิยมเสียแล้ว เลยพากันเข้าไปดูให้ชัดๆ

ทั้งสองเข้าไปทักแล้วจ้องหน้ารมิดา ทำให้เธอรำคาญเลย ลุกไปเข้าห้องน้ำ สองสาวดูออกแล้วว่าเป็นรมิดา เลยส่งสัญญาณ วางแผนร้าย ตามไปที่ห้องน้ำ

ooooooo

ที่ห้องน้ำหญิง รมิดารู้ว่าถูกปาริชาติกับเดือน-ฉายตามมา ก็เข้าห้องส้วมแล้วแอบดูทางใต้ประตูเห็นปาริชาติเอาสบู่เหลวในห้องน้ำมาราด พื้นหมายจะให้รมิดาเดินออกมาลื่นล้ม

พอออกจากห้องน้ำ รมิดาทำเป็นด่าลอยๆว่าใครนะนิสัยแย่มากเอาสบู่เหลวมาเทเลอะเทอะ ปาริชาติสะอึกเข้ามาหาเรื่องทันทีว่าเลยทะเลาะกัน รมิดาถามตรงๆว่าเธอต้องการอะไรกันแน่

"เลิกยุ่งกับพี่ศัลย์" ปาริชาติจ้องหน้าเขม็ง

รมิดาบอกให้เธอไปบอกกับศัลย์เอง เพราะตนไม่เคยยุ่งด้วยอยู่แล้ว เดือนฉายช่วยปาริชาติหาเรื่องรมิดา ด่าว่านิสัยเลวจ้องจับผู้ชายทั้งที่ผัวเพิ่งตาย ถูกรมิดาด่ากลับแล้วจะออกไป สองสาวไม่ยอมให้ออกทั้งยังตบหน้าเธอด้วย รมิดาเลยชกหน้าปาริชาติจนหงายแล้วรีบออกไป

เดือนฉายกับปาริชาติจะตามไปปรากฏว่าเหยียบสบู่เหลวที่ราดไว้เองลื่นหงายกัน ทั้งคู่เลยคลุกกันอยู่ตรงนั้น พอรมิดาออกไปที่รถศัลย์ถามว่าเมื่อกี้เห็นเดือนฉายกับปาริชาติเข้าห้องน้ำ ทำไมเข้าไปนานจัง รมิดาตอบขำๆว่าเห็นกำลังวัดพื้นขัดห้องน้ำกันอยู่ศัลย์ฟังแล้วเดาได้ว่าต้อง มีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้

ส่วนปาริชาติถูกชกตาเขียวกลับบ้าน รุ่งเช้าดุสิตเห็นน้องตาเขียวปั้ดถามว่าไปโดนอะไรมา เธอบอกว่าลื่นล้มในห้องน้ำ แล้วขอร้องพี่ชายให้ช่วยจีบรมิดาหน่อยเพราะชอบมาตอแยกับศัลย์อยู่เรื่อย ยุว่าจีบให้ติดแล้วสลัดทิ้ง เอาให้เจ็บแสบไปเลย

"ขอคิดดูก่อนแล้วกัน" ดุสิตไม่รับปาก

ooooooo

รมิดาต้องการสอนแมนยูให้หัดทำงานและรู้

คุณค่าของเงิน วันนี้พนักงานเสิร์ฟลาไปสอบเธอจึงสอนให้หัดเสิร์ฟน้ำให้ลูกค้า ศัลย์มาเห็นเข้าไม่พอใจมากที่เอาหลานตนมาทำงานต่ำๆ สั่งรมิดาให้เลิกใช้หลานตนมิฉะนั้นตนจะปิดร้าน ถ้าไม่มีปัญญาจ้างพนักงานก็ปิดร้านเสีย อย่าเอาหลานตนมาทำงานต่ำๆอย่างนี้

ถูกรมิดาโต้ว่าตนสอนให้แมนยูรู้จักทำงาน รู้คุณค่าของเงินมันผิดตรงไหน ตัวเขาเองเสียอีกมีแต่ใช้เงินเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

ศัลย์โกรธที่ถูกด่า ดูถูก สั่งรมิดาให้ขอโทษตนเดี๋ยวนี้ พอเธอไม่ยอมขอโทษเขาก็กระชากเธอเข้าไปกอด

ตะวันมาเจอพอดีสั่งศัลย์ให้ปล่อยรมิดาเดี๋ยวนี้และอย่ามายุ่งกับเธออีก ศัลย์ทำท่าจะเข้าไปชกตะวัน รมิดาขวางไว้ เสียงแข็งใส่ว่า

"ถ้าคุณทำอะไรตะวัน ฉันเอาคุณตายแน่" กลับถูกศัลย์ หาว่าเธอปกป้องกิ๊ก เลยถูกรมิดาไล่ออกจากร้านไปเดี๋ยวนี้ พอศัลย์ไปแล้ว ตะวันเข้ามาถามอย่างเป็นห่วงว่า

"คุณดาเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ"

พอสุริยนกลับมารู้เรื่อง ตะวันบอกรมิดาว่าไม่ต้องกลัว ถ้าศัลย์เข้ามาอีกตนจะจัดการเอง สุริยนท้วงติงว่าเขาน้าหลานกันห้ามไปมาหาสู่กันก็กระไรอยู่

"เออะ...ที่จริงมันก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย เลิกแล้วต่อกันเถอะค่ะ นะตะวันพี่...เอ้อ...เอ้อ...ฉันขอร้อง"

ตะวันจำต้องพยักหน้าแต่แววตายังกังวล

ooooooo

เพราะใช้เงินเป็นเบี้ยนี่เอง ทำให้เดือนฉายเงินขาดมือไปขอจากนัยนา แม่ไม่ให้บอกว่าถ้าอยากได้ต้องมาทำงาน ทั้งยังยกตัวอย่างที่ดีของรมิดาว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ทั้งยังต้องเลี้ยงแมนยูอีกยังทำได้อย่างดี ตำหนิลูกสาวตัวเองว่า

"แล้วเดือนล่ะ มีพร้อมทุกอย่างแต่กลับหายใจทิ้งไปวันๆ หลงระเริงอยู่กับความหรูหราฟุ้งเฟ้อ"

เดือนฉายขัดใจนักขู่ว่าจะฟ้องพ่อ ดูซิว่าแม่จะกล้าแข็งข้อกับคุณพ่อไหม

นัยนานั่งคิดแล้วเสียใจ เจ็บปวด คิดว่านี่คือผลกรรม

ที่ตนทำไว้กับสุเทพและลูก คร่ำครวญในอกว่าคิดถึงเขาและลูกเหลือเกิน

ส่วนเดือนฉายพอไม่ได้ดั่งใจก็ไประบายกับปาริชาติปาริชาติให้เอาเงินของตนไปใช้ก่อน มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน เดือนฉายแค้นใจจะฟ้องศัลย์เรื่องที่ปาริชาติถูกรมิดาชกจนตาเขียว ปาริชาติรีบห้ามกลัวว่าเล่าไปศัลย์กลับจะเห็นว่าเราสองคนเป็นนางร้ายไปด้วยซ้ำ เดือนฉายยุให้ไปตบรมิดาอีกไหม

"มันง่ายไปหน่อย สวยๆอย่างเราต้องใช้สมอง พี่เตรียมแผนเด็ดๆเอาไว้เล่นงานมันแล้ว"

ooooooo

บ่ายวันนี้ รมิดาเดินไปที่สวนหย่อมข้างโรงแรมเห็นทรงยศไปนั่งเหม่อใจลอยอยู่ดูเศร้ามาก ตะวันเดินมาเจอเธอถามว่ามาทำอะไรแถวนี้

รมิดาชี้ให้เขาดูทรงยศบอกว่าดูท่านเหงาๆ ตะวันบอกว่าท่านเป็นอย่างนี้บ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่คนเดียว คงเป็นเรื่องแหวนมรกตของคุณยายที่หายไป ตะวันเล่าว่า

"มีคนถอดแหวนมรกตจากนิ้วของคุณยายตอนที่ท่านป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล คุณยายเคยบอกว่าจะใส่แหวนวงนี้ติดตัวไปจนตายแต่มันก็หายไปเสียก่อน จนวันที่ท่านสิ้นลมก็ยังหาแหวนมรกตวงนี้ไม่เจอ"

"คุณยายคุณคงรักแหวนวงนี้มากนะคะ"

"ครับ คุณแม่บอกว่าเป็นแหวนแห่งความรักของคุณตาคุณยาย"

ฟังแล้วรมิดามองทรงยศด้วยความสงสารจับใจ

ooooooo

แผนการของปาริชาติกับเดือนฉายคือ ชวนศัลย์ไปกินอาหารร้านกุหลาบขาว ศัลย์สั่งปลาดิบ ส่วนสองสาวสั่งปลาไหลราดข้าว รมิดาบอกว่าไม่มีเลยถูกด่าว่าเป็นเชฟยังไงหรือว่าไม่มีความสามารถ รมิดาชักโมโหเลยบอกว่า

"ได้...ถ้าคุณอยากทานจริงๆฉันจะจัดให้" พูดแล้วเดินปึงๆออกไป

ปาริชาติกับเดือนฉายหัวเราะสะใจที่แกล้งรมิดาได้สำเร็จ

สุริยนถามว่าเชฟอาหารจีนอย่างเธอจะทำอาหารญี่ปุ่นไหวหรือ รมิดาตอบอย่างมั่นใจว่าไหว รับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ เดี๋ยวจะเสียชื่อร้านกุหลาบขาวหมด เธอยิ้มเจ้าเล่ห์กับแผนที่จะแก้เผ็ดศัลย์กับสองสาว

รมิดาหายไปนานมาก เมื่อเอาอาหารมาเสิร์ฟทุกจานมีฝาปิดมิดชิดสวยงาม ยกจานหนึ่งวางตรงหน้าศัลย์บอกว่าปลาดิบ ของเขา ส่วนอีกสองจานให้สองสาวบอกว่าข้าวราดปลาไหล

พอศัลย์เปิดฝา ปลาช่อนตัวเขื่องเป็นๆก็ดิ้นออกมา ส่วนสองสาวก็มีปลาไหลเลื้อยออกมา วงแตกทันที! มีแต่เสียงร้องกรี๊ดกร๊าดของสองสาวลั่นร้านไปหมด

ooooooo

เพราะคุณแฟร้งค์ต้องการนางแบบถ่ายเครื่องเพชรขึ้นปกนิตยสารของตนจึงให้เจ๊ติ๋มกับจูดี้ช่วยหานางแบบนี้ ทั้งสองไปหว่านล้อมแกมอ้อนวอนรมิดาจนสำเร็จแต่พอออกมาก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณแฟร้งค์ว่าต้องการอีกคนหนึ่งระบุว่าขอเป็นปาริชาติ เมื่อปาริชาติรู้ว่าต้องถ่ายแบบคู่กับรมิดาก็ตอบรับทันที

ปาริชาติขอให้ศัลย์ไปดูตนทำงานเป็นกำลังใจให้ด้วย ศัลย์ขอตัวเพราะติดงานกับลินน้องสาวที่อยู่ต่างประเทศ พอดีเธอได้รับสายจากเดือนฉาย  ปาริชาติจึงเล่าเรื่องงานให้ฟัง เดือนฉายเตือนว่าอย่าให้รมิดาเด่นกว่าเหมือนงานที่แล้ว

"พี่ไม่ปล่อยให้นังนั่นมันเด่นกว่าหรอก พี่มีแผนก็แล้วกัน คอยดูนะจะเหวี่ยงมันให้สะใจ เอาให้คลานกลับบ้านไปเลย เผลอๆพี่อาจจะขึ้นปกเด่นคนเดียวก็ได้"

ศัลย์เห็นท่าทางมีพิรุธของปาริชาติเลยย่องไปแอบฟังเลยรู้แผนร้ายของเธอ

ooooooo

ปาริชาติบอกสมใจสาวใช้ที่เพิ่งไปโดนหมามุ่ยมาให้ไปเก็บมาให้ตนด่วนจี๋

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเข้าไปแต่งตัวจนได้เวลาถ่ายแบบแล้ว รมิดาไปนั่งโพสท่า ตากล้องดูแล้วบอกว่าปากเธอสีอ่อนไป จูดี้บอกหนุงหนิงให้เติมปากให้รมิดาหน่อย

ระหว่างที่รมิดาออกไปนั้น เดือนฉายกับปาริชาติช่วยกันเอาหมามุ่ยเทใส่ลิปสติกทุกตลับที่มีอยู่ เมื่อหนุงหนิงเข้ามาหยิบตลับลิปสติก สองสาวก็ยิ้มร้ายให้กันอย่างสะใจ

แต่พอเจ๊ติ๋มเห็นสีลิปสติกก็ไม่ชอบบอกว่าเอาของเจ๊ดีกว่า รมิดาเลยรอดตัวไป ทำเอาปาริชาติกับเดือนฉายเจ็บใจนัก แต่ปาริชาติยังมีแผนสองอีก

ปาริชาติเอาตลับลิปสติกของตนให้ช่างแต่งหน้าเติมปากให้ตน พอดีมีโทรศัพท์เข้าจึงเดินห่างออกไปคุย ช่างทำ ตลับลิปสติกหล่นกองรวมกับที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เลยหยิบส่งๆมาตลับหนึ่ง พอปาริชาติเข้ามาก็เติมปากให้

ปรากฏว่าเป็นลิปสติกที่ใส่หมามุ่ยไว้ ครู่เดียวปาริชาติก็ปากเจ่อคันคะยอไปหมด จูดี้เสนอให้กลับไปก่อนดีกว่าพรุ่งนี้ ค่อยมาถ่ายใหม่ แต่ปาริชาติไม่ยอมกลับเพราะยังมีแผนสองที่จะแกล้งรมิดา

ขณะที่ตากล้องสั่งงานเตรียมถ่ายนั้น เห็นว่ามืดไปให้ เอาไฟเข้าใกล้อีกหน่อย ขณะนั้นเอง ปาริชาติทำเป็นสนใจงาน เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วแกล้งสะดุดสายไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียหลักล้มลง ปล่อยขาตั้งไฟหลุดจากมือ ไฟดวงใหม่กระแทกพื้นแล้วเซจะล้มใส่รมิดา

ศัลย์ที่ไปตามรมิดาที่บ้านไม่เจอวิ่งเข้ามาพอดี เขาตะโกนลั่น

"รมิดา...ระวัง!!"

รมิดาตกใจหันไปมองเห็นไฟดวงใหญ่กำลังจะล้มลงมา เธอยกมือขึ้นบังไว้กรีดร้องลั่น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:13 น.