ตอนที่ 5
อัลบั้ม: เรื่องราวความรักความแค้นของ2ครอบครัวใน "สุดแค้นแสนรัก"
รุ่งขึ้น ลือพงษ์ที่นอนตะแคงหันหลังให้พะยอมทั้งคืนลุกขึ้นเลิกมุ้งมุดออกมาแต่เช้ามืด พะยอมถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่ากลับบ้าน จะสว่างแล้วตนต้องไปขับรถคิวแรก
“หยุดสักวันไม่ได้รึไง” พะยอมถามเสียงสะท้าน
“ไม่ได้หรอก มันเป็นหน้าที่ เดี๋ยวเดกับแม่ด่าเอา”
“แต่เราเพิ่งแต่งงานกันนะ ใจคอพี่จะปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวรึไง”
“แต่งงานกันไม่ได้แปลว่าตัวต้องติดกันตลอดเวลานี่หว่า” ลือพงษ์เสียงเริ่มขุ่นแล้วเดินออกจากห้องไปเลย พะยอมร้องไห้อย่างอัดอั้น ขณะลือพงษ์เดินผ่านบ้านนางอ่ำอยากจะตะโกนเรียกอุไรแต่ไม่กล้า...ทุกอย่างสายเกินกว่าจะแก้แล้ว...
นกเล็กเปิดร้านแต่เช้ามืด พอพับบานเฟี้ยมแล้วจึงเห็นลือพงษ์นั่งอยู่ที่ม้านั่งโคนต้นไม้ ถามว่ากลับมาได้ยังไง
“ฉันนอนไม่หลับ อยากกลับมานอนบ้านมากกว่า” เลยถูกแม่ด่าว่าทำอย่างนี้ได้ไง เดี๋ยวนางแย้มก็โกรธตาย ไล่ให้กลับไปเดี๋ยวนี้เลย ลือพงษ์บอกว่าตนจะออกรถคิวแรก
“ไม่ต้อง! มีคนขับแทนเอ็งแล้ว กลับไป แม่บอกให้กลับไป”
“เมื่อไหร่จะเลิกบังคับฉันเสียที ให้แต่งงานฉันก็แต่งให้แล้ว ยังจะเอาอะไรกันนักหนาอีก” นกเล็กเสียงดังว่าพะยอมเป็นเมียเขาแล้ว “แต่ฉันไม่เคยรักพะยอมเลย แล้วชาตินี้ก็คงทำใจให้รักไม่ได้ด้วย” พูดแล้วเดินหนีเข้าบ้านไปเลย
นกเล็กอารมณ์ขุ่นมัวแต่เช้า แต่ก็ทำได้แค่เรียกอย่างกราดเกรี้ยว “ลือพงษ์! ลือพงษ์!!”
เช้าวันเดียวกัน อุไรอาเจียนหนัก นางอ่ำเข้าไปลูบหลังให้ พออาเจียนเสร็จนางอ่ำส่งขันน้ำให้บ้วนปาก อุไรร้องไห้ถามแม่ว่า
“แม่...ฉันจะทำยังไงดี ฉันนับดูแล้ว ประจำเดือนฉันไม่มาสิบกว่าวันแล้ว ฉันท้องแน่ๆเลยแม่...ฉันท้องแน่ๆ”
นางอ่ำพูดไม่ออก ได้แต่กอดลูกไว้น้ำตาคลอไปด้วย...
ooooooo
นางแย้มเดินมาในครัวถามพะยอมว่ามีอะไรกินบ้าง พะยอมบอกว่าตำน้ำพริกปลาร้า นางแย้มพูดอย่างเห่อลูกเขยว่า
“เผ็ดนักผัวมึงจะกินได้เรอะ” พะยอมพูดไม่ออก “แล้วนี่มันยังไม่ตื่นเรอะ เงียบเชียว สงสัยเมื่อคืนคงจะเพลีย” พะยอมพูดเสียงเครือนิดๆว่า เขาไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว นางแย้มถามว่าไปไหน พะยอมบอกว่ากลับบ้านเขา เขา บอกว่าต้องออกรถเที่ยวแรก นางแย้มยิ้มเต็มหน้าพูดอย่างถูกใจมากว่า “เออ...หาผัวมันก็ต้องให้ได้ที่ขยันทำมาหากินยังงี้...”
พะยอมเล่าว่าเมื่อคืนเขาไม่คุยกับตนสักคำ นอนหันหลังให้ยันรุ่ง บอกว่า “เขาไม่ได้มีใจให้ฉันเลยนะแม่”
“มึงนี่ก็คิดมาก อีกสักพักขี้คร้านมันจะสะกิดมึงทั้งคืน มึงขยันปรนนิบัติมันเอาไว้ เดี๋ยวก็ดีเอง อย่างน้อยมึงก็ชนะอีอุไร มึงจะต้องกลัวอะไรอีก”
ขณะนั้นเอง ประยูรมาร้องเรียกแม่ นางแย้มชิงพูดขึ้นว่ามาพอดีเดี๋ยวไปนากันหน่อย ประยูรบอกให้ไปดูประยงค์หน่อย นางแย้มตัดบทว่าไม่ต้อง เดี๋ยวสุดาก็มาดู พะยอมก็ต้มข้าวต้มยกเอาไปให้แล้ว กินข้าวแล้วก็กินยา สุดารู้ดี
ประยูรบอกแม่ว่ายังไงก็ไปดูหน่อย พอนางแย้มเข้าไป ก็ได้ยินเสียงประยงค์เพ้อเรียกหาแต่อัมพร...อัมพร นางแย้มถามว่าเป็นอย่างไรปวดหัวตัวร้อนหรือเปล่า แตะตัวประยงค์ บอกว่าเดี๋ยวสุดาก็มาเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนยาให้เหมือนทุกวันแหละ ประยูรเสนอให้พาไปโรงพยาบาลดีกว่า ก็พอดีพะยอมยกข้าวต้มเข้ามา นางแย้มบอกให้ป้อนเลย พลางก็บอกให้ประยงค์กินข้าวเสียเดี๋ยวจะได้กินยา
ประยงค์เพ้อเรียกหาแต่อัมพร...อัมพร...จนนางแย้มเดือดขึ้นมา ปรามประชดว่า
“มันมีผัวใหม่ไปแล้ว เรียกหามันอยู่ได้ กินข้าวกินปลาเสีย พอเอ็งหายแม่จะหาเมียใหม่ให้ เอาให้แจ๋วกว่าอีอัมพรมันอีก ได้ยินไหม”
พอพะยอมตักข้าวต้มป้อนให้ ก็ถูกประยงค์ที่ชักกระตุกอย่างแรงร้องโหยหวน ปัดชามข้าวต้มหลุดมือข้าวต้มหกชามแตก นางแย้มมองประยงค์ตกใจ
ooooooo
เพียงสายๆ นางอ่ำก็พาอุไรมาร้องเรียกนกเล็กที่หน้าร้าน บอกนกเล็กว่าอยากเจอลือพงษ์ นกเล็กกันท่าว่าจะพบทำไมเขาผูกข้อไม้ข้อมือมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว บอกอุไรว่า
“ตัดอกตัดใจจากลูกชายฉันซะ ต่างคนต่างอยู่”
นางอ่ำถามว่าจะต่างคนต่างอยู่ได้อย่างไรในเมื่ออุไรท้องกับลือพงษ์แล้ว นกเล็กปฏิเสธพัลวันซ้ำยังพูดให้เจ็บใจว่า
“ไม่ได้มีลูกชายฉันคนเดียวแน่ๆ หาพ่อให้ลูกในท้องไม่ได้ก็เลยมาตู่เอากับลูกชายฉัน”
“แม่นกเล็ก ทำไมพูดอย่างนี้” นางอ่ำไม่พอใจ ส่วนอุไรโกรธจนตัวสั่น กำมือแน่น
ขณะนั้นเองลือพงษ์ที่ได้ยินการโต้เถียงกันเขาลุกพรวดออกมา ถูกโกตาตวาดว่าจะไปไหน พอลือพงษ์บอกว่าไปหาอุไรก็ถูกโกตาคว้าตัวไว้พูดเสียงดัง “ลื้อห้ามออกไปเจอมันนะ ไอ้พงษ์!”
ส่วนนกเล็กก็ขับไล่ไสส่งนางอ่ำกับอุไรให้กลับไปเสีย ลือพงษ์มีเมียเป็นตัวตนแล้วจะให้มารับอีกคนมีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ทำแบบนี้ ลือพงษ์พรวดออกมาอีกถามอุไรว่าท้องจริงๆหรือ อุไรตอบไม่ออกแต่น้ำตาร่วงเผาะ
“น้ำฝนปนน้ำท่า ใครยอมรับก็บ้าแล้ว” นกเล็กยืนกรานปฏิเสธ ส่วนโกตาก็ออกมาไล่นางอ่ำกับอุไร ให้กลับไปเสียรู้จักอายชาวบ้านชาวช่องเขาบ้าง นกเล็กบอกนางอ่ำว่าถ้านางอ่ำเป็นตนก็ต้องทำแบบนี้เหมือนกันไล่ให้กลับไปเสีย
“ในเมื่อมึงไม่ยอมรับ วันข้างหน้ามึงอย่ามาเสียใจก็แล้วกัน ไป อุไร...กลับ” นางอ่ำดึงอุไรกลับไป
อุไรหันมองลือพงษ์ที่ถูกโกตาล็อกตัวไว้ สั่งให้เข้าบ้านเดี๋ยวนี้ ลือพงษ์ดิ้นพล่านบอกโกตาว่าตนจะไปกับอุไร อุไรเป็นเมียตนแล้ว นกเล็กหันขวับตวาดถามว่าแล้วพะยอมไม่ใช่เมียรึไง ย้ำอีกว่า “มันผ่านผู้ชายมาตั้งกี่คน เอ็งเชื่อมันได้ยังไง” ส่วนโกตาหนักกว่านั้นประกาศว่า “ถ้าลื้อยังคิดจะเอาผู้หญิงอย่างนี้มาทำพันธุ์ ลื้อกับอั๊ว ขาดกัน ไอ้พงษ์”
“แน่จริงก็ไปเลย ไปแล้วมันเจริญก็ไป ไปแล้วคิดว่าพ่อแม่มีความสุขก็ไป ไปสิ...ไป!” นกเล็กตะโกนไล่ลือพงษ์ร้องไห้อย่างคับแค้นใจ นกเล็กเองก็ร้องไห้อย่างเจ็บใจเช่นกัน
ooooooo
อัมพรไปเล่าเรื่องอุไรให้หมวดทวีฟังที่โรงพัก บอกหมวดว่าขอแต่ให้ได้ชื่อว่าคนชั่วมันทำได้ทุกอย่าง หมวดเชื่อว่าคนเข้มแข็งอย่างอุไรต้องผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปได้
อัมพรถามถึงเรื่องที่เคยคุยไว้คือให้หมวดพาไปบ้านย้อยน้องนางแย้มเพื่อเอาลูกคืน เชื่อว่าถ้าย้อยเห็นตำรวจก็คงจะกลัวบ้าง หมวดทวีถามว่าถ้าได้ลูกคืนมาแล้วฝ่ายโน้นไม่มาแย่งคืนอีกหรือ อัมพรคิดจะเอาลูกไปฝากญาติที่เมืองกาญจน์
“มันไกลมากเลยนะ ถ้าได้มาจริงๆ เอาไปอยู่บ้านผมก่อนก็ได้” อัมพรดีใจถามว่าจริงหรือ หมวดบอกว่าถ้าได้นะอัมพรมั่นใจว่าต้องได้ ยังไงก็ต้องได้
ระหว่างที่อัมพรเดินนำไปนั้น เธอเห็นประยูรก็ชะงัก ถูกประยูรพูดประชดว่า
“ถึงว่า...ทำไมพี่ไม่คิดจะไปให้กำลังใจพี่ยงค์ก็เพราะยังงี้นี่เอง” อัมพรบอกว่าไม่ใช่อย่างที่ประยูรเข้าใจ ชี้แจงว่า
“ถ้าพี่จะเปลี่ยนไป มันก็ไม่ใช่เพราะธาตุแท้ของพี่ เอ็งก็น่าจะรู้ดีว่าเรือนพี่แตกก็เพราะใคร อย่าให้พี่ต้องขุดคนที่บ้านเอ็งขึ้นมาจาระไนความร้ายกาจเลยนะ ไปเถอะค่ะ ผู้หมวด” แต่เห็นประยูรยังจ้องเขม็งอยู่ อัมพรบอกว่า “ยูร...พี่จะบอกให้นะว่าพี่จะไปไหน กำลังจะไปทำอะไร”
ประยูรนิ่งฟัง อัมพรจึงบอกความจริงว่า
“พี่มาวานคุณตำรวจให้ไปหาบ้านป้าย้อย บอกตาม ตรง พี่ไม่รู้หรอกว่าบ้านแกอยู่ไหน แต่ถ้ายูรนึกถึงหัวอกคนที่ต้องถูกพรากลูกพรากแม่ ยูรช่วยบอกพี่ได้ไหม พี่อยากเจอลูก พี่อยากได้ลูกพี่คืน”
ประยูรอึ้งไปกับความมุ่งมั่นของอัมพร
ooooooo
นางแย้มกับสำลีคู่หูที่ต่างก็หวังประโยชน์กัน ต่างตีปีกดีอกดีใจที่ทำให้อุไรถูกชาวหนองนมวัวรู้กันทั่วไปว่าท้องไม่มีพ่อ นางแย้มสะใจบอกว่าจะดูว่าสามแม่ลูกนี้จะอยู่หนองนมวัวไปได้อีกสักกี่วัน
นางแย้มขอบใจสำลีที่ร่วมมือกับตนเล่นงานอุไรเป็นอย่างดี สำลีเตือนความจำว่าอย่าลืมเรื่องที่รับปากไว้ก็แล้วกัน
“เออ ไม่ลืมหรอก ยงค์มันหายดีเมื่อไหร่ ข้าจะให้มันแต่งกับสุดาทันที เย้ยอีอัมพรให้มันปวดกระดองใจเล่นอีกคน”
นางแย้มพาพะยอมไปหานกเล็กกับโกตาที่บ้าน รุมกันด่าอุไรลับหลังตามเคย นางแย้มชมนกเล็กว่าทำถูกแล้ว
“ฉันก็ต้องปกป้องศักดิ์ศรีลูกชายฉันกับตัวฉันน่ะแหละ แม่แย้มไม่ต้องกลัวหรอกนะ พะยอม ยังไงป้าก็ถือว่าพะยอมเป็นสะใภ้ป้าคนเดียว คนอื่นไม่ใช่” พะยอมฟังแล้วยิ้มปลื้ม พอดีโกตาคุมตัวลือพงษ์เข้ามาบอกนางแย้มว่า
“เอาตัวมาให้แล้ว นี่กระเป๋าเสื้อผ้า ลื้อจะได้ไม่ต้องไปๆมาๆ”
นางแย้มกระทุ้งสะกิด พะยอมจึงบอกลือพงษ์ว่า “กลับบ้านเรากันเถอะนะจ๊ะ พี่พงษ์”
ลือพงษ์กลับไปอยู่กับพะยอมอย่างคนตายซาก เรียกไปกินข้าวก็บอกไม่หิว นางแย้มเสี้ยมสอนพะยอมให้คดข้าวเข้าไปให้ในห้องเลย ลือพงษ์จะเย็นชาจืดชืดอย่างไรก็ให้เฉยๆ ไว้ อย่าไปตะบึงตะบอนใส่เขา ทำตัวให้น่าสงสารเข้าไว้ พอลือพงษ์กินข้าวอิ่มตัวเองก็ไปอาบน้ำประแป้งให้หอมไว้ ขี้คร้านจะสะกิดทั้งคืน พอมีลูกกันก็จะลืมอุไรไปเองแหละ
ooooooo
หมวดทวีกับอัมพรไปถึงบ้านย้อย ถูกย้อยไล่ให้กลับไปเสีย เสียเวลาทำมาหากินของตน หมวดทวีจึงขอเข้าไปดูในบ้านหน่อยได้ไหม ย้อยหัวหมอถามหาหมายค้น
ในที่สุดหมวดทวีกับอัมพรต้องกลับไปอย่างผิดหวัง หมวดถามอัมพรว่าอยากได้หมายค้นไหม
“ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ถึงจะได้หมายค้นมามันก็คงพาลูกฉันหลบไปซ่อนที่อื่นแล้ว สันดานมันเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง ฉันขอสาปแช่งให้พวกมันต้องเจอกับความเจ็บปวด เพราะต้องพลัดพรากสูญเสียลูกมันบ้าง มันจะได้รู้ซึ้งถึงหัวอกคนอื่นเขา” อัมพรเช็ดน้ำตาอย่างพยายามตัดใจ ในขณะที่หมวดทวีนิ่งฟังอย่างเห็นใจ
กลับถึงบ้านอัมพรเล่าให้นางอ่ำฟัง นางอ่ำบอกว่าเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้เอาเรื่องย้ายบ้านก่อน ถามว่าเราจะย้ายเมื่อไหร่ดี หมวดทวีถามว่าอาทิตย์หน้าทันไหมตนจะได้พาไปดูตึกที่จะเช่ากันก่อน
พออัมพรรู้จากแม่ว่า พาอุไรไปหานางแย้มเมื่อเช้า ถูกไล่ตะเพิดซ้ำยังหาว่าเด็กในท้องอุไรไม่ใช่ลูกของลือพงษ์ นางอ่ำบอกว่ากลัวอุไรจะคิดสั้น อัมพรบอกแม่ว่าอุไรไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอก
“แม่ไม่อยากเห็นมันต้องทนตากหน้าอยู่ในหนองนมวัวให้อายใครๆเขา อยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียวันนี้พรุ่งนี้เลย”
“ยังไงเราก็ต้องย้ายกันแน่...แม่ไม่ต้องห่วงหรอก แล้วอุไรมันก็ต้องมีคนกู้หน้าให้ด้วย” อัมพรหมายมาดมั่นใจ
“มีลูกติดท้องอย่างนี้ ใครเขาจะยอมรับมัน” นางอ่ำกังวล...เป็นทุกข์
ooooooo
ค่ำนี้ขณะหมวดทวีขับรถกลับ ชนประยูรที่กำลังเร่งรีบกลับบ้าน หมวดรีบลงไปดู ประยูรขอโทษหมวดบอกว่าตนไม่เป็นไร
ประยูรรีบร้อนจะกลับไปบอกนางแย้มว่าประยงค์ อาการหนัก หมวดทวีจึงขับรถไปส่งที่บ้าน พอนางแย้มรู้อาการของประยงค์ว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ ทั้งประยูร นางแย้ม พะยอม สุดา และลือพงษ์ก็รีบไปโรงพยาบาล
นางแย้มโผเข้าไปที่เตียง พร่ำบอกว่าแม่มาแล้ว ถามว่าได้ยินไหม ในขณะที่ประยงค์เอาแต่เพ้อ นางแย้มจับมือบอกว่า
“เอ็งต้องหายนะยงค์ หายแล้วจะได้กลับบ้านนะลูก”
แม้ประยงค์จะสงบลง แต่เขาก็เอาแต่เพ้อเรียก “อัมพร...อัมพร...” ไม่ขาดปาก จนประยูรบอกแม่ว่าให้ไปตามอัมพรมาเถอะ นางแย้มสวนเสียงแข็งว่า “ไม่! ไม่ต้องตาม!!”
“แต่เขาเป็นผัวเมียกันนะ พี่ยงค์เขารักพี่อัมพรมากนะแม่ แม่ก็เห็น เพ้อออกมาเรียกหาแต่พี่อัมพร”
“ไม่!!” นางแย้มยืนกระต่ายขาเดียว
แม้แต่สุดาที่นางแย้มหมายได้เป็นสะใภ้ก็ยังสงสารประยงค์ขอร้องให้ไปตามอัมพรมา พะยอมก็อ้อนวอนขอให้ประยงค์ได้พบอัมพรคนที่เขารักเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเถิด กระนั้นนางแย้มก็ยังนิ่งเฉยอย่างเลือดเย็นอำมหิต จนประยูรทนไม่ได้หันไปชวนลือพงษ์
“ไอ้พงษ์ ไปด้วยกัน ไปรับพี่อัมพร” พูดแล้วเดินนำลิ่วไป ลือพงษ์ตามไป นางแย้มได้แต่นิ่งหน้าเครียดประยูรไปตะโกนเรียกอัมพรกับนางอ่ำที่หน้าบ้าน บอกอย่างร้อนใจว่า
“พี่ยงค์แย่แล้ว อาอ่ำบอกพี่อัมพรให้ไปดูใจแกหน่อยเถอะ แกเพ้อถึงแต่พี่อัมพรไม่ขาดปาก” พออัมพรกับอุไรเดินออกมา ประยูรอ้อนวอน “ฉันขอร้องล่ะพี่อัมพร จะให้ฉันกราบก็ได้ พี่ทิ้งทิฐิไปให้หมดเถอะ ไปดูใจพี่ยงค์เป็นครั้งสุดท้ายด้วย”
ในที่สุด หมวดทวีก็ขับรถพาอัมพรไปโรงพยาบาล อัมพรร้องไห้ไปตลอดทาง หมวดทวีได้แต่มองอย่างเห็นใจ
ooooooo
ในห้องคนไข้ นางแย้มพร่ำเรียกประยงค์ให้ลืมตามาคุยกับแม่ ให้รีบหายเพราะข้าวในนายังรอเขาไปเกี่ยวอยู่ แต่ประยงค์ก็นอนเหมือนไม่รับรู้อะไร
ทันใดนั้น ประยูรผลักประตูเดินนำอัมพรเข้ามา อัมพรโผกอดประยงค์พร่ำเรียกอ้อนวอน...
“พี่ยงค์...พี่ยงค์...ฉันมาแล้ว พี่อย่าเป็นอะไรนะ พี่...พี่ได้ยินเสียงฉันไหม พี่ยงค์...”
“อัมพร...อัมพร...” ประยงค์เพ้อ พยายามลืมตาอย่างยากเย็น อัมพรบอกว่าตนมาแล้ว เห็นตนไหม
นางแย้มร้องไห้น้ำตาอาบหน้า จนพะยอมบอกให้ไปนั่งทางโน้นดีกว่า นางแย้มไม่ยอมไปยืนยันจะขออยู่ใกล้ๆลูก บอกประยงค์ให้ทำใจดีๆ ไม่ต้องห่วง ตนจะเลี้ยงยงยุทธให้อย่างดี ประยงค์ลืมตาหันมองนางแย้มพยายามพูดอย่างยากลำบาก
“ผะ...ผะ...ผม ขะ...ขอลูก คะ...คืนให้...อะ...อัมพรได้ไหม”
พูดจบก็คอพับสิ้นใจทั้งที่ยังลืมตาค้าง...ทุกคนช็อกกับการจากไปของประยงค์
อัมพรกลับไปกับหมวดทวี เธอร้องไห้อย่างหนักจนหมวดปลอบให้หักห้ามใจและดูแลตัวเองให้ดี เพราะเธอยังต้องต่อสู้ฟาดฟันกับอะไรๆอีกมาก อัมพรคร่ำครวญว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม หมดสิ้นแล้วทั้งผัวทั้งลูก
“คุณยังมีแม่ มีน้องสาวคุณนะ อย่าลืม คุณต้องอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็งเพื่อพวกเขา” หมวดปลอบและให้กำลังใจ
ooooooo
นางแย้มตกอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจจนแทบคุมสติไม่อยู่ พอประยูรบอกให้กลับบ้านก่อนพรุ่งนี้ค่อยมารับประยงค์ไปวัดก็ไม่ยอมกลับจะอยู่เป็นเพื่อนประยงค์
ทั้งพะยอมและสุดาช่วยกันหว่านล้อมให้กลับไปก่อนเพราะยังมีเรื่องที่จะต้องทำอีกมาก นางก็เอาแต่ ร้องไห้ฟูมฟาย
“แม้แต่เรื่องยงยุทธฉันว่ารีบคืนให้พี่อัมพรไปเป็นดีที่สุด พี่ยงค์เขาจะได้สบายใจ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สั่งเสียอะไรนอกจากเรื่องนี้เรื่องเดียว คืนลูกเขาไป ให้แม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะนะแม่นะ” ประยูรหว่านล้อม แต่นางแย้มก็เอาแต่ร้องไห้
นางอ่ำได้รับข่าวการตายของประยงค์ด้วยความตกใจเสียใจ หมวดทวีบอกว่ายังดีที่ทันได้ดูใจกัน พูดแล้วหันมองอัมพรที่นั่งซึมอยู่ที่มุมหนึ่งมีอุไรปลอบใจอยู่ใกล้ๆ เมื่อหมวดทวีลากลับ นางอ่ำจึงเดินไปส่งที่บันได
อัมพรคิดถึงการพบกับประยงค์ครั้งหลังสุดที่กระท่อมปลายนาแล้วยิ่งเศร้า เมื่อจู่ๆประยงค์ก็ถามขึ้นว่า ถ้าตนตายก่อนอัมพรจะมีผัวใหม่ไหม เธอตอบทีเล่นทีจริงว่าดูก่อนว่าตายตอนไหน ประยงค์ถามว่าทำไมล่ะ?
“ถ้าตายตอนหนุ่มก็อาจจะมี” ประยงค์ถามว่าถ้าสักสี่สิบล่ะ? “ตอนนั้นลูกโตแล้ว ฉันก็คง...คงเห็นแก่ลูก” ถูกประยงค์ดักคอว่าถ้าไม่เห็นแก่ลูกก็คืออยากมี???
เห็นประยงค์เริ่มเครียด อัมพรหัวเราะบอกว่าพูดเล่น เลยถูกประยงค์ทำโทษประสาผัวเมียในกระท่อมปลายนานั่นเอง
คิดถึงวันนั้นแล้ว อัมพรยิ่งร้องไห้ ได้แต่พร่ำบอก “พี่ยงค์...ฉันขอโทษนะพี่...ฉันขอโทษ...”
ooooooo
พอค่อยสร่างจากความโศกเศร้า นางแย้มก็หาว่าประยงค์ตายเพราะถูกอัมพรสาปแช่ง ร้ายกว่านั้นคือ ทั้งกล่าวโทษและจองเวรอาฆาตมาดร้ายยิ่งกว่าเดิม ก่นด่าปาวๆ
“มันคงตรอมใจ เพราะไม่ทันไรอีอัมพรมันก็เอาผัวใหม่มาเย้ยให้เห็น อีคนบ้านนี้มันอัปรีย์จัญไรกันทั้งบ้าน พ่อมันทำให้ผัวฉันตายไปคนหนึ่งแล้ว ลูกมันยังมาพรากยงค์ไปจากฉันอีก ชาตินี้ฉันจะขอจองเวรจองกรรมกับพวกมันให้ถึงที่สุด!”
ประยูรกับพะยอมได้แต่ปลงกับความอาฆาตแค้นของแม่
ส่วนสำลี พอประยงค์ตายก็สั่งสุดาให้อาบน้ำ แต่งตัวให้สดชื่นจะได้ช่วยนางแย้มรับแขก สุดาบอกว่าแค่นี้ตนก็อายเขาจะแย่อยู่แล้ว แม่ไม่ได้ยินที่ชาวบ้านนินทากันหรือว่าตนมีส่วนทำให้ผัวเมียเขาผิดใจกัน
“เอ็งจะมามัวคิดเล็กคิดน้อยทำไม เรื่องพรรค์นี้ใครดีใครได้ มันนินทากันสักพักเดี๋ยวก็เลิกกันไปเอง
สันดานคนมันก็ยังงี้แหละ” สุดาถามว่าตนควรจะทำอย่างไร “ไม่เห็นต้องทำยังไงนี่หว่า”
“แล้วฉันจะหาผัวได้ไหมล่ะแม่ ในเมื่อคนทั้งหนองนมวัวมันคิดว่าฉันกับพี่ยงค์มีอะไรกันแล้ว ใครมันจะมาเอาฉัน”
“เอ็งทำเฉยๆ แม่จัดการเอง ยังไงแม่ก็ไม่ปล่อยให้เอ็งอยู่ไปจนเทื้อขึ้นคานหรอกวะ” สำลียิ้มมีแผน
ส่วนอัมพรนั่งซึมอยู่ที่มุมบ้าน ชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นก็ร้องถามว่าไม่ไปวัดหรือ อัมพรบอกว่าคงไม่ไป ไม่อยากถูกนางแย้มด่าเอากลางงาน เพราะขืนด่ามาตนก็คงทนไม่ได้ ทะเลาะกันกลางวัดอายเขาเปล่าๆ
“แล้วที่ชาวบ้านเขาลือกันว่าอุไรมันท้องน่ะ จริงรึเปล่าวะอัมพร” อัมพรถามว่าได้ยินมาจากไหน ป้าคนนั้นบอกว่าได้ยินเขาพูดกัน อัมพรพูดปลงๆว่าจะเอาอะไรกับปากคน คิดอะไรก็พูดได้ทุกเรื่อง ป้านั่นเลยไม่รู้ว่าอุไรท้องหรือไม่ท้อง
ส่วนนางอ่ำปรารภกับอัมพรว่าสงสารอุไร จะมองหน้าใครได้ยังไงถ้าได้ชื่อว่าท้องไม่มีพ่อ
“ฉันกลัวใจมันมากกว่าแม่ อุไรมันเป็นคนเข้มแข็ง ไอ้เรื่องจะคิดหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายน่ะ ฉันว่าไม่มีทางหรอกแม่ แต่ฉันกลัวว่า...มันจะหนีไปเอาเด็กออกหนีปัญหา”
นางอ่ำใจหายวาบ รู้อยู่เต็มอกว่า นั่น...มันบาปหนัก!
ooooooo
พะยอมทำตามที่นางแย้มเสี้ยมและสอน วันนี้เห็นลือพงษ์เลี่ยงไปนั่งที่มุมหนึ่งของศาลาวัด จึงไปเรียกให้กินข้าวบอกว่าตนตั้งสำรับไว้แล้ว ลือพงษ์บอกว่าไม่หิวก็ตื๊อว่าหรือจะให้ตักราดข้าวมาให้
“บอกว่าไม่หิวก็ไม่หิวสิ เลิกมาเซ้าซี้กวนใจเสียทีได้ไหม รำคาญ หิวเมื่อไหร่ก็ไปกินเองแหละ ไม่ต้องมาแสดงให้ใครต่อใครเขาเห็นหรอกว่าเป็นเมียฉัน” ว่าแล้วลุกไปเลย พะยอมยืนหน้าจ๋อยน้ำตาร่วงอยู่ตรงนั้น
ลือพงษ์ลงไปนั่งที่ชั้นล่างของศาลา ประยูรเดินมาถามว่าไปพูดอะไรให้พะยอมเสียใจเห็นนั่งร้องไห้อยู่บนศาลาโน่น
ลือพงษ์ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “พูดความจริง รับไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้”
“รักษาน้ำใจกันหน่อยโว้ย ยังไงน้องสาวข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียเอ็ง”
“ในเมื่อข้าไม่ได้รักแล้วจะให้ทำยังไง” ลือพงษ์ชักฉุน ประยูรถามว่าคิดจะกลับไปคืนดีกับอุไรรึไง “อย่างน้อย เด็กในท้องอุไรก็ลูกข้า ยังไงข้าก็ต้องรับผิดชอบ”
ประยูรนิ่งไป รู้สึกเห็นใจลือพงษ์ขึ้นมาไม่น้อย ผิดกับนางแย้มเห็นพะยอมร้องไห้ก็เข้าไปเอ็ดเบาๆว่าแค่นี้ก็ต้องร้องไห้ พะยอมเล่าว่าลือพงษ์บอกว่ารำคาญตน นางแย้มของขึ้นถามว่า
“ก็ช่างหัวมันสิ รำคาญแล้วเอามึงทำเมียทำไม มึงไม่ถามมันไปล่ะ” พะยอมบอกว่าแค่นี้ตนก็อายจะแย่แล้ว “อียอม...ยังไงมึงก็ต้องทน ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อยังงี้ ลือพงษ์มันคงยังตัดจากอีอุไรมันไม่ได้ มึงต้องคอย
ประกบเอาอกเอาใจให้ดี บางเรื่องมึงก็ต้องทำเอาหูทวนลมเสียบ้าง กูไม่ได้ขู่นะ มึงจะอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านมากกว่านี้ถ้าผัวมึงพากันหนีไปกับอีอุไรขึ้นมา”
ปากบอกพะยอมไปอย่างนั้น แต่นางแย้มก็แว่บไปบ่นกับนกเล็ก นกเล็กบอกว่าลือพงษ์เป็นคนใจอ่อน เห็นน้ำตาเข้าเดี๋ยวก็ลืมอุไรไปเองแหละ นางแย้มแถมด้วยการเป่าหูยุยงนกเล็กว่าอุไรมั่วกับผู้ชายหลายคนแต่หมายจับลือพงษ์เพราะหวังสมบัติ นกเล็กผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าขืนได้อุไรมาเป็นสะใภ้ ตนกลั้นใจตายดีกว่า
นางแย้มพูดอย่างสะใจอีกว่าคอยดูเถอะ อุไรทนไม่ได้ก็ต้องไปหานังอาบหมอตำแยที่รับทำแท้งด้วย
ลือพงษ์ได้ยินทั้งสองคุยกันแล้วใจคอปั่นป่วน กลัวอุไรจะทำอย่างที่นางแย้มพูดจริงๆ
ooooooo
วันนี้นางอ่ำกับอัมพรชวนอุไรไปดูทำเลตึกที่จะย้ายไปอยู่กัน อุไรไม่อยากไป บอกแม่กับอัมพรว่าสองคนไปดูก็ได้แล้ว แม่กับพี่ไปไหนตนก็ไปด้วยทั้งนั้น
ลือพงษ์กระวนกระวายใจ โอกาสเหมาะเมื่อนางอ่ำกับอัมพรไปดูตึกแถวในเมืองย่องขึ้นไปหาอุไร ถูกอุไรขับไล่ไสส่งอย่างโกรธแค้น ลือพงษ์กอดอุไรบอกว่าตนยังรักเธออยู่ อุไรถามอย่างเจ็บปวดว่า
“คนรักกันเขาทำกันอย่างนี้หรือ...เขาทรยศนอกใจกันอย่างนี้หรือ” อุไรทั้งตบทั้งตีลือพงษ์แต่เขาก็ไม่ตอบโต้ เมื่ออุไรไม่ฟังและไม่หยุด ลือพงษ์พูดอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ว่า
“ในเมื่อเค้าให้โอกาสตัวเองแล้ว ตัวเองกลับทำลายโอกาส เราก็คงไม่จำเป็นต้องคุยอะไรกันอีก....แล้วลูกล่ะ?”
“ลูกเหรอ?...ทำแท้งก็สิ้นเรื่อง” พูดแล้วอุไรสะบัดออกไป ลือพงษ์เย็นวาบไปทั้งตัว ตามไปบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ “ทำไมจะไม่ได้ จะเก็บมันเอาไว้ประจานหน้าแม่มันทำไม พ่อมันก็ไม่มี” ลือพงษ์ถามว่าคุยกันดีๆ ไม่ได้หรือ “ได้...แต่ตัวเองต้องเลิกกับมัน แล้วมาแต่งงานกับเค้าแทน เด็กถึงจะมีสิทธิ์ลืมตาดูโลก”
ลือพงษ์เสียงอ่อยว่ารู้อยู่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ อุไรแข็งกร้าวว่าตนก็ไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครเหมือนกันลือพงษ์ต่อรองว่าตนจะช่วยค่าเลี้ยงดูลูกเอง ขออย่างเดียวขอให้อุไรเอาลูกไว้
“ไม่! ฉันจะไม่มีวันรับเงินทองของใครเพื่อเลี้ยงลูกทั้งนั้น ถ้าฉันจะปล่อยให้เด็กมันลืมตาดูโลก ฉันก็จะเลี้ยงมันด้วยน้ำพักน้ำแรงของฉันเอง แต่ถ้าคุณคิดจะช่วยเลี้ยง ฉันก็ต้องการตำแหน่งผัวเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น” อุไรยื่นคำขาด
ลือพงษ์มืดแปดด้าน นางอ่ำกับอัมพรกลับมาได้ยินชัดๆเต็มสองหู ต่างมองหน้ากันอึ้ง
ooooooo
ลือพงษ์เดินหัวเสียออกไป เจอหมวดทวีลงจากรถพอดี หมวดทัก “สวัสดีครับ” ลือพงษ์มองหน้าบอกบุญไม่รับเพราะคิดว่าเป็นแฟนใหม่ของอุไร หมวดถามว่ามาหาอุไรหรือ ลือพงษ์ไม่ตอบเดินผ่านไปเลย
อุไรก้มกราบนางอ่ำขอโทษที่ทำให้แม่อับอายขายหน้าชาวบ้าน นางอ่ำปลอบใจว่าที่แล้วมาก็ให้แล้วไปถือเสียว่าผิดเป็นครู อัมพรถามว่าแล้วเรื่องลูกล่ะ หวังว่าอุไรจะไม่เอาเด็กออกจริงๆใช่ไหม
“เรื่องนั้นมันไม่เคยอยู่ในหัวฉันเลยพี่อัมพร ลูกของฉันยังไงฉันก็ไม่มีวันทำร้ายเขาได้หรอก ที่พูดออกไปฉันก็แค่อยากจะดูน้ำใจคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อมันท่านั้น”
เป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งนางอ่ำและอัมพรโล่งใจ อัมพรบอกอุไรว่า เอาไว้ตนเอายงยุทธคืนมาได้เมื่อไรเราจะเลี้ยงลูกคู่กัน ลูกของเราจะเป็นพี่น้องกลมเกลียวกัน อุไรยิ้มรับ สามแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก น้ำตาแห่งความตื้นตันต่างไหลอาบหน้า
พะยอมยังตามวอแวลือพงษ์จนเขารำคาญ เลยกระชากเข้าไปกอด แล้วลือพงษ์ก็แก้แค้นด้วยการจูบอย่างระห่ำและทำหน้าที่ผัวระบายความอัดอั้น พะยอมร้องไห้กับสัมผัสแรกที่ได้รับจากลือพงษ์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและสับสนระคนกัน
ที่งานสวดศพประยงค์นี่เอง สุดากับประยูรพูดหยอกล้อประสาคนโตมาด้วยกันไม่คิดอะไร แต่สำลีที่ลอบดูอยู่ ฉุกคิดอะไรบางอย่าง ถามสุดาว่าคุยอะไรกับประยูร สุดาบอกคุยกันเรื่อยเปื่อย สำลีชมว่าที่จริงประยูรก็หน่วยก้านดี เรียนจบออกมาได้ก็รับราชการแล้ว สุดา ทำหน้าเบ้ว่าประยูรเจ้าชู้อย่างกับอะไรดี แต่สำลีกลับเห็นว่าเป็นผู้ชายต้องเจ้าชู้บ้างเป็นธรรมดา มันอยู่ที่คนเป็นเมียจะเอาอยู่หรือไม่ต่างหาก
“แม่คิดอะไรอยู่เนี่ย”
“เป็นตำรวจก็ดีมีบารมีใครก็ต้องกลัว แถมรวยเร็วด้วย ข้าเห็นมาหลายรายแล้วรวยเอ๊ารวยเอา รถเก๋งไม่รู้กี่คันต่อกี่คัน”
สุดาฟังแล้วอ่านใจออกว่าแม่คิดอะไรอยู่
ooooooo
ครอบครัวนางอ่ำที่ถูกนางแย้มกับพวกโกรธแค้นรังเกียจรังแกมาตลอด เมื่อได้รับความโอบเอื้ออาทรจากหมวดทวี ต่างรู้สึกดีที่พวกตนไม่ได้เป็นญาติอะไรกัน แต่หมวดก็มีน้ำใจให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนอัมพรบอกว่าหมวดสนใจอุไร
อัมพรแนะให้อุไรบอกเรื่องที่ตัวมีท้องเผื่อเขาจะเต็มใจแต่งงานด้วยทั้งที่รู้ว่ามีท้อง อุไรบอกพี่สาวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า
“ไม่หรอกพี่ คนเราจะตัดสินใจร่วมหอลงโรงกับใครมันต้องมีความรักเป็นตัวตั้ง ฉันไม่ปฏิเสธว่าผู้หมวดทวีเขาเป็นคนดีมาก แต่ฉันไม่ได้รักเขาเลย ฉันขอบใจพี่มากที่หวังดีต่อฉัน แต่ฉันตั้งใจเอาไว้แล้ว ฉันจะไม่มีวันแต่งงานใหม่อย่างเด็ดขาด ฉันจะเลี้ยงลูกด้วยตัวของฉันเองพี่อัมพร”
“เอ็งจะรอให้ลือพงษ์มันเลิกกับอีพะยอมยังงั้นเหรอ”
“ไม่หรอกพี่ ฉันไม่ยอมเสียเวลารอหรอก ถึงเขาจะสลัดอีพะยอมมาได้จริงๆ พี่มั่นใจเหรอว่าอีแย้มมันจะไม่พาอีพะยอมตามมาราวีฉันกับเขา จนกระทั่งเรา หาความสุขกันไม่ได้ ฉันคิดไม่ผิดใช่ไหมพี่อัมพร”
เพราะไม่อยากไปวัดให้ถูกนางแย้มด่าให้อายชาวบ้าน เช้าตรู่วันนี้อัมพรจึงแอบไปขออโหสิกรรมกับประยงค์ที่โลงศพ ขอให้ประยงค์ช่วยดลใจให้นางแย้มยอมคืนลูกให้ตน สัญญาว่าตนจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้
ประยูรนอนที่ศาลา ตื่นมาเห็นอัมพรแว้บๆ เขาได้แต่มองตามอัมพรไปด้วยความเห็นใจ
เมื่อพะยอมเป็นเมียลือพงษ์สมใจในคืนนั้นแล้ว นางก็ไปเยาะเย้ยอุไรถึงที่บ้าน ทำเป็นขอร้องว่าอย่าคิดที่จะเอาลือพงษ์กลับไป อีกไม่นานตนกับลือพงษ์ก็จะมีลูกด้วยกันแล้ว จะให้กราบขอร้องตนก็ยอม
“เมียหลวงลงทุนมากราบตีนเมียน้อยถึงที่เลยเหรอเนี่ย น่าสมเพชว่ะ เอ็งไม่ต้องลดศักดิ์ศรีเอ็งขนาดนั้นหรอกพะยอม สักวันเอ็งก็จะได้รู้เองว่ารสชาติของการถูกทรยศหักหลังมันเป็นยังไง ตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกเอ็งให้มันได้ดีเถอะ โตขึ้นมันจะได้ไม่จัญไรเหมือนพ่อแม่มัน”
พะยอมหน้าชาพูดไม่ออกหันหลังเดินออกไป อุไรมองตามอย่างสมเพช
ooooooo
นางแย้มกับสำลีคุยกันถึงข่าวครอบครัวนางอ่ำที่ซ้งข้าวในนาปีนี้เก็บค่าเช่าทั้งเป็นข้าวและเป็นเงิน นางแย้มพูดอย่างสะใจว่าคงหมดปัญญาจะทำกินกันแล้ว
สำลีเล่าว่า ข่าวว่าทั้งสามคนจะย้ายเข้าเมืองไปขายข้าวแกงกัน เห็นว่าไปเช่าตึกไว้แล้วทำเลดีด้วย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร นางแย้มก็พูดอย่างสะใจว่า
“ดีแล้ว แค่พวกมันไสหัวไปเสียจากหนองนมวัวนี่ได้ ข้าว่าหมู่บ้านนี้มันก็น่าอยู่ขึ้นมาเป็นกองแล้วล่ะ”
นางอ่ำ อัมพร และอุไร สามแม่ลูกช่วยกันเก็บข้าวของเตรียมย้ายบ้านกัน อุไรหักโหมเสียจนนางอ่ำบอกให้เพลาๆลงบ้างเพราะยังมีเวลาเหลือแหล่ อัมพรบอกว่าเผาศพประยงค์เสร็จตนจะไปขอลูกคืนจากนางแย้ม ได้ลูกคืนมาเราก็จะไปจากที่นี่และจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย
ในวันเผาศพประยงค์ อัมพรกับอุไรแอบไปเผาตอนที่คนอื่นกลับไปกันแล้ว หมวดทวีไปรับไม่เห็นทั้งสองจึงขึ้นไปเผาศพประยงค์แล้วกลับ แต่พอหมวดกลับมาไม่นานอัมพรกับอุไรก็กลับถึงบ้าน อุไรบอกอัมพรว่าตนยังไม่อยากเจอหมวดทวี อัมพรจึงไปรับหน้าแทน และเล่าเรื่องราวของอุไรให้หมวดฟัง เพื่อหมวดจะได้พิจารณาไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ
“ผมเต็มใจนะ ผมยินดีช่วยเหลือไม่ได้คิดรังเกียจอะไรเลย” หมวดทวีตอบทันทีที่ได้ฟังอัมพรพูดจบ อุไรที่แอบฟังอยู่ตื้นตันความเป็นคนดีของหมวดจนน้ำตาไหล
“ฉันขอบคุณผู้หมวดมาก ถ้าอุไรรู้คงจะดีใจ แต่ฉันต้องบอกผู้หมวดอีกเรื่องนึง อุไรเขาไม่คิดจะแต่งงานกับใครทั้งนั้นเขายอมเลี้ยงลูกตามลำพัง” หมวดทวี หน้าเจื่อนไปถนัด อัมพรชี้แจงว่า “ฉันอยากให้ผู้หมวดตัดใจ แล้วคิดกับฉันกับอุไรอย่างเป็นเพื่อนคนหนึ่ง”
หมวดทวีถามว่าตนไม่ดีตรงไหน อัมพรรีบบอกว่าไม่ใช่หมวดไม่ดีแต่ทางพวกตนแปดเปื้อน...มัน...
“ผมไม่สน” หมวดตัดบททันที อุไรน้ำตาร่วงกับถ้อยคำที่จริงใจและจริงจังของหมวดทวี ส่วนอัมพรยังหว่านล้อมให้หมวดให้เวลากับตัวเองเพราะวันนี้อาจจะไม่รู้สึกอะไรแต่วันข้างหน้าล่ะ “ผมไม่ใช่คนใจคอโลเล” หมวดยังหนักแน่นมาก
“ผู้หมวดคะ ฉันขอบคุณผู้หมวดมาก” อุไรเข้าไปบอก “แต่ว่าอย่างที่พี่สาวฉันบอก ฉันไม่มีค่าพอสำหรับผู้หมวดหรอกค่ะ ฉันมันคงไม่มีค่าพอ” หมวดทวียังจะชี้แจง ถูกอุไรตัดบท “ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณมากๆ” อุไรไหว้ขอบคุณน้ำตาแห่งความตื้นตันใจไหลแล้วลุกเข้าห้องไปทันที
“เป็นอย่างนี้แล้ว พวกเรายังจะได้รับความเป็นเพื่อนจากผู้หมวดอยู่หรือเปล่าคะ” อัมพรถาม หมวดถามว่าทำไมถึงดูถูกน้ำใจตนจัง “หัวใจของผู้ชายฉันยังหยั่งไม่ได้หรอกค่ะ แต่ที่เห็นๆมา ร้อยทั้งร้อยหวังจะได้อะไรก็ทำตัวอย่างหนึ่ง หมดหวังหรือได้อย่างที่หวังแล้วก็จะทำตัวอีกอย่าง ถ้าผู้หมวดไม่ใช่คนประเภทนั้น ฉันก็ขอโทษด้วย”
“ทุกเรื่องที่ผมเคยรับปากจะช่วยพวกคุณ...ผมจะช่วยให้ถึงที่สุด” หมวดทวีฝืนยิ้มแต่พูดหนักแน่นจริงใจ
อัมพรยกมือไหว้หมวดด้วยความขอบคุณจากหัวใจ
ooooooo










