สมาชิก

สุดแค้นแสนรัก

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: เรื่องราวความรักความแค้นของ2ครอบครัวใน "สุดแค้นแสนรัก"


ประยูรเดินออกมาเจออุไรระหว่างทางถามว่าอุไรจะไปกลางทุ่งหรือเปล่าจะได้ขอไปด้วย อุไรไม่ให้ไป ประยูรเลยโดดซ้อนท้ายจนรถล้ม พอรู้ว่าอุไรจะไปตามอัมพรที่ไปดูประยงค์ที่กลางทุ่งประยูรเลยขอขี่ให้อุไรซ้อนไปด้วยกัน

อัมพรมาดูแลประยงค์ อ้อนวอนขอลูกคืน ประยงค์ขอลูกไว้เป็นตัวแทนอัมพร สัญญาว่าตนจะไม่แต่งงานใหม่ ถ้าแต่งงานใหม่วันใดก็จะคืนลูกให้อัมพรวันนั้น อัมพรยอมให้ลูกอยู่กับประยงค์แต่เขาต้องรักษาสัญญา

“พี่ยงค์ ทำไมชีวิตของเราต้องเป็นอย่างนี้ ทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้...ทำไม...” อัมพรรำพันอย่างเจ็บช้ำ

อุไรกับประยูรมาถึง อุไรถามอัมพรว่าตกลงกันได้ไหม ประยงค์ชิงตอบว่าตกลงกันได้แล้ว อัมพรบอกอุไรว่า

“ฉันกับพี่ยังเป็นผัวเมียกันเหมือนเดิมทุกอย่างตามที่ตกลงกัน” แล้วอัมพรก็ซ้อนรถอุไรกลับกัน

ประยูรไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย ถามพี่ชายว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ ประยงค์โบ้ยให้ไปถามแม่ดูเอาเอง

ค่ำนี้เอง นางแย้มก็ให้เด็กสองคนเอาห่อของไปทิ้งหน้าบ้านนางอ่ำแล้วตะโกนบอกว่า ป้าแย้มให้เอามาให้ สั่งมาด้วยว่าอย่าไปเหยียบที่บ้านแกอีก

ในห่อนั้นมีข้าวของเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆของอัมพร อุไรโมโหมากด่านางแย้มว่าอีนี่ร้ายจริงๆ บอกว่าเราต้องไปเอายงยุทธคืนมาให้ได้ อัมพรบอกว่าตนตกลงกับประยงค์แล้วว่าจะไม่ไปแย่งลูกคืนจากเขา

อุไรฉุนขาดถามว่าไปรับปากทำไม แต่งงานมาเป็นปีได้อะไรมาบ้างของที่เอามาก็มีแต่ของเก่าที่แม่ซื้อให้ทั้งนั้น

“สินสอดทองหมั้นไงอุไร เงินตั้งเป็นหมื่นนะที่แม่ได้มา” อัมพรบอก

“ส่วนทองที่อยู่ในตู้ พี่ยงค์คงเอาตามมาให้แล้วพี่ยงค์เขาสัญญาว่าจะไม่แต่งงานใหม่ ถ้าแต่งงานใหม่เมื่อไหร่ เขาจะต้องคืนยงยุทธให้กับพี่ ถ้าเขาไม่คืน เมื่อนั้นแหละพี่จะแผลงฤทธิ์ พี่จะฟ้องศาล ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อีสุดาที่อีแย้มมันหมายมั่นปั้นมือจะเอามาเป็นสะใภ้แทนพี่ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เสนอหน้าที่เรือนหอของพี่”

อุไรบอกว่าประยงค์หัวอ่อนจะตายไม่ทันนางแย้มหรอก อัมพรบอกว่าเวลานี้ตนทำสงครามประสาทกับฝ่ายโน้นเหมือนกันตนกับประยงค์สัญญายังเป็นผัวเมียกัน เขาคิดถึงเมื่อไรก็ให้มาหา อัมพรพูดอย่างมั่นใจ สะใจว่า

“พี่ว่าอีกไม่กี่วันหรอก พี่ยงค์ก็จะทนคิดถึงพี่ ไม่ไหว เมื่อนั้นอีแย้มมันก็จะเต้นเป็นเจ้าเข้า ที่สำคัญระหว่างนี้เราทำเหมือนจะแย่งยงยุทธคืน อีแย้มมันคงไม่เป็นอันทำอะไรแน่ คนมันคิดแต่เรื่องชั่วๆ ความหวาดระแวงน่ะแหละทำให้มันอยู่ไม่เป็นสุข”

“เราเองก็หาได้มีความสุขหรอกลูกเอ๊ย” นางอ่ำติง

“ช่างมันเถอะแม่ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อยู่ที่ใครมันจะเป็นฝ่ายแพ้ก่อนเท่านั้นเอง” อัมพรเข้มแข็งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

นางแย้มหมายมั่นปั้นมือจะหาเมียให้ประยงค์ แล้วถามถึงสินสอดทองสองบาทว่าอยู่ที่ไหน เงินทองเก็บไว้ที่ไหนให้เอากุญแจมา ประยงค์บอกว่ากุญแจอยู่ที่อัมพร นางแย้มสั่งให้ไปเอาคืนมา เมื่อมาแต่ตัวก็ต้องไปแต่ตัว ประยงค์ถามว่าถ้าอัมพรขอทั้งหมดแลกกับลูกชายเขาล่ะ นางแย้มตอบทันทีว่า “ไม่ได้! กูไม่ให้!!” ประยงค์บอกว่างั้นแม่ก็ไปขอกุญแจเองแล้วกัน

นางแย้มบอกจะให้ประยูรงัดตู้เอา ประยงค์เลยบอกว่าพรุ่งนี้จะไปเอามาให้ แต่ดึกคืนนี้เองประยงค์ก็เอาสินสอดและเงินทั้งหมดรวมทั้งค่าขายข้าวส่วนหนึ่งไปให้อัมพร อัมพรถามว่าเอามาให้ตนทำไม

“ทองเป็นของเอ็งตามสิทธิ์ ส่วนเงินพี่ให้เพื่อเป็นเครื่องประกันว่าพี่จะไม่ทอดทิ้งเอ็ง แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างเดิม แต่พี่อยากให้เอ็งรู้ไว้ว่าพี่จะยังรับผิดชอบชีวิตเอ็งตลอดไป”

อัมพรชวนประยงค์หนีไปด้วยกันไหม ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ตนไปด้วยทั้งนั้น ลำบากแค่ไหนก็ทนได้ ขอแต่ไปให้พ้นหน้าแม่เขา แต่ประยงค์ฟังแล้วนิ่ง ไม่มีคำตอบ

ooooooo

นางแย้มผูกพยาบาทอาฆาตครอบครัวนางอ่ำชนิดผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ไล่อัมพรออกจากบ้าน ยึดยงยุทธไว้แล้ว ยังวางแผนที่จะทำให้อุไรกับลือพงษ์เข้าใจผิดจนเลิกกันเพื่อดึงลือพงษ์มาเป็นเขยตน

งานนี้นางแย้มจ้างประยูรด้วยรถยนต์หนึ่งคัน ให้ไปตีสนิทกับอุไรเพื่อให้ลือพงษ์เข้าใจผิด รถยนต์หนึ่งคันทำให้ประยูรรับงานนี้อย่างไร้หิริโอตตัปปะ

รุ่งขึ้นนางแย้มทำดีกับประยงค์เพราะเขารับปากว่าจะไปเอากุญแจจากอัมพรมาไขเอาสมบัติในตู้ให้ อ่อยล่อใจประยงค์ก่อนว่าเรื่องผลประโยชน์ในนาที่เคยรับปากว่าจะให้ก็ยังเหมือนเดิมไม่ต้องกลัวว่าแม่จะดึงกลับมาเป็นของกลาง เห็นประยงค์นิ่งก็ทำเป็นนึกขึ้นได้บอกว่า

“อย่าลืมไปเอากุญแจมานะ ทองหยองนั่นแม่จะเก็บไว้เอง”

“ฉันโกหกแม่” ประยงค์บอก นางแย้มทำหน้างงถามว่าอะไรนะ “เงินทองในตู้นั่นน่ะ ฉันเอาไปให้อัมพรหมดแล้ว มันเป็นของอัมพรเขา”

“ไอ้ยงค์” นางแย้มโกรธแทบจะฆ่าถ้าไม่ติดว่าเป็นลูก

ประยงค์บอกว่าเพราะตนขอลูกไว้เพื่อไม่ให้อัมพรไปแจ้งความ จึงต้องให้อะไรเขาบ้าง นางแย้มถามทันทีว่าให้อะไรไปบ้าง

“ทองของเขากับเงินก้อนนึง” นางแย้มถามว่าเท่าไหร่! พอประยงค์บอกว่าหมื่นนึง นางแย้มด่าทันทีว่า มันขายลูกกิน ประยงค์บอกว่าตนเสนอให้อัมพรเอง

แลกกับการไม่ต้องไปแจ้งความให้วุ่นวายกว่านี้ เพราะแค่นี้ตนก็อายจนไม่อยากออกไปไหนแล้ว

“ทำไมต้องอาย ไอ้อีหน้าไหนมันมานินทากาเลให้ได้ยิน ถ้ามันไม่มีจะกินเดือดร้อนมาหยิบยืมเงินทองกูเมื่อไหร่กูจะด่ามันให้”

ประยงค์ฟังแล้วได้แต่เหนื่อยล้าระอาใจ ผิดกับนางแย้ม พอประยงค์ขี่จักรยานออกไป ก็พึมพำเหี้ยม

“คิดว่ากูจะยอมแพ้ง่ายๆเหรอ ยังไงกูก็ต้องหา เมียใหม่ให้มึงให้ได้ แล้วอีอัมพรก็ไม่มีวันได้ลูกมันกลับไปด้วย!”

ooooooo

เพราะมีแผนในใจ วันนี้นางแย้มจึงเคี่ยวเข็ญให้ประยูรไปวัดทำบุญให้พ่อกับตน ระหว่างทางไปวัดผ่านบ้านนางอ่ำ อัมพรนั่งอยู่นอกชานเห็นเข้าก็นึกอะไรขึ้นมาได้

อัมพรแอบไปขอพะยอมขอเยี่ยมยงยุทธ พะยอมขอร้องอย่าเอาหลานไปไม่งั้นแม่เอาตนตายแน่

อัมพรได้อุ้มลูกก็ถึงกับน้ำตาไหล ขอร้องพะยอมว่าอย่าสอนให้หลานเกลียดตน เพราะตนไม่ได้อยากทิ้งเขาไป

“พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันก็ไม่อยากมีเวรมีกรรมเรื่องพรากลูกนกลูกกาหรอกพี่ ฉันรู้ ฉันว่าฉันเข้าใจความรู้สึกของพี่นะ” พะยอมขอร้องอัมพรให้อโหสิให้แม่ตนด้วย ตนก็ภาวนาให้อะไรๆมันดีขึ้นมา บอกอัมพรว่า “ฉันสงสารพี่ยงค์เหมือนกัน ยังไงพี่ก็อย่าเพิ่งมีใหม่นะ รอสักพักเถอะ เดี๋ยวแม่แกเย็นลง อาจจะได้คืนดีกัน”

“คงยาก พะยอมเอ๊ย...” อัมพรพูดอย่างไม่มีความหวังเลยตราบที่นางแย้มยังไม่ตาย

ooooooo

นางแย้มไปถึงวัด ชาวบ้านทักว่าใส่เสื้อสวย นางแย้มอวดทันทีว่าเป็นฝีมือของพะยอม บอกว่าเรียนจบก็จะเปิดร้านอย่าลืมไปเป็นลูกค้าด้วย

อีกคนชมประยูรว่ากตัญญูมากอุตส่าห์พาแม่มาวัด ถามว่าใกล้จะจบหรือยัง ประยูรบอกว่าจบปีหน้า

“อีกหน่อยเขาก็จะได้เป็นเจ้าคนนายคน” นางแย้มภูมิใจล่วงหน้า แล้วยิ่งหน้าบานเมื่อคนนั้นชมว่า

“แม่แย้มนี่ทำบุญมามากแท้ๆ ลูกเต้าได้ดีกันทุกคน น่าชื่นใจจริงๆ”

พอขึ้นศาลาการเปรียญ นางแย้มชี้ให้ประยูรเอาหาบไปวางตรงนั้น ประยูรถามว่าตรงนั้นไม่ใช่ที่ประจำของแม่เป็นที่ของอาอ่ำเขา นางแย้มยิ้มในหน้าบอกว่าก็ไม่ใช่น่ะสิ แต่วันนี้ตนพอใจจะนั่งตรงนี้ มีอะไรไหม? พอประยูรวางหาบ นางแย้มก็บงการทันที

“ไอ้ยูร เดี๋ยวมึงคอยดูนะว่าอีอ่ำกับอีอุไรมันจะมาไหม ถ้ามันมามึงก็เริ่มแผนการได้เลย วันนี้นังนกเล็กมันมา แน่นอนเอาให้นังนกเล็กมันเห็นว่าเอ็งก้อร่อก้อติกนังอุไร แค่นั้นแหละ ทำได้ไหม” ประยูรยอแม่ว่าฉลาดเป็นกรดเลย “ไป เอาข้าวไปใส่บาตร แล้วอย่าหายหัวไปไหนล่ะ มาทำบุญให้พ่อมึงจะได้มีกินในสัมปรายภพ”

“จ้า...” ประยูรลากเสียงยาวใจคิดถึงรถที่แม่ ติดสินบนไว้ นางแย้มไปหยิบขันข้าวออกจากหาบชาวบ้านข้างๆ ถามว่าวันนี้แกงอะไรมาทำบุญ นางแย้มยิ้มสดชื่นตอบเสียงดังแจ่มใสว่า

“แกงคั่วสับปะรดจ้า ของโปรดตาเทืองเขา วันนี้มาทำบุญให้เขา”

ครู่หนึ่งนางอ่ำกับอุไรก็มาถึง อุไรบอกแม่ว่านางแย้มไปนั่งที่ประจำของเราแล้ว มันจงใจหาเรื่องกันชัดๆ

นางอ่ำปรามว่าอย่าไปสนใจเลย เราไปนั่งที่อื่นก็ได้

“มันคงนึกว่าเรากลัวมันละมั้ง”

“เรามาทำบุญนะอุไร เอ็งทำใจให้มันสงบได้ไหม สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจนะลูก”

อุไรเลยจำใจต้องไปนั่งที่มุมใหม่ตามใจแม่

ooooooo

พอสำลีกับสุดามาถึงก็ตรงไปหานางแย้มทักทายกันอย่างชื่นมื่นทั้งนางแย้มกับสำลีและสุดากับประยูร อึดใจเดียวนางแย้มก็กระเถิบเข้าหาสำลีตั้งท่าจะเม้าท์แตก

นางแย้มบอกประยูรกับสุดาให้เอาข้าวไปใส่บาตร ฝากสุดาให้คุมประยูรด้วยอย่าให้แอบลงจากศาลาไปไหน

พอประยูรกับสุดาลุกไป นางแย้มก็บอกสำลีว่าเรื่องสุดากับประยงค์คงจะยากแล้วเพราะประยงค์ไปสัญญากับอัมพรว่าถ้าแต่งงานใหม่จะคืนลูกให้ สำลีถึงกับสบถ “ปั้ดโธ่!”

“แต่ข้าไม่กลัวหรอก เอ็งบอกสุดามันด้วยแล้วกันว่าให้อดทนหน่อย ถึงยังไงถ้ากับประยงค์มันไม่ได้ผล ข้าก็ยังมีประยูรเอาไว้เกี่ยวดองอีกคนไม่ต้องห่วง” สำลีถามว่าจะดีหรือ “ดีสิ มันจะไม่ดีได้ยังไง คนรู้ใจกันเอง”

สำลีติงว่าสุดามันชอบประยงค์ไม่ใช่ประยูร นางแย้มบ่นว่าประยงค์มั่นคงกับเมียเสียจนตนหมดปัญญา อย่างน้อยสุดาก็จะได้ไม่เก้อไม่ดีเหรอ สำลีถามว่าแล้วนางแย้มบังคับประยูรได้หรือ

“อ้าว...ถึงเวลานั้น ถ้าไม่ใช่สุดา ข้าก็ไม่ขอใครให้มัน ไม่ยกนาให้มัน แล้วมันจะฟังข้าไหม เอ็งอย่าลืมนะสำลี เราน่ะเป็นแม่พวกมัน มันต้องฟังเราถึงจะถูก” สำลีเสียงอ่อยว่าตนไม่เก่งทางบังคับลูก “เราไม่ได้บังคับ เราชี้ช่องทางดีๆให้มันเท่านั้น” นางแย้มตะแบงไปจนได้

ooooooo

ประยูรเริ่มแผนทันทีที่เดินผ่านอุไร ถามว่าแกงอะไรมาทำบุญ อุไรมองหน้านิ่ง ประยูรเลยไหว้นางอ่ำ แล้วแซวอุไรว่ามาทำบุญยิ้มแย้มหน่อย ถูกอุไรเสียงเข้มใส่ว่ามาสนใจตนทำไม จะไปไหนก็ไป

“คนรู้จักกันเข้ามาทักทายกันไม่ได้รึไง อีกอย่างบอกตามตรงนะ ไอ้การกระทำแบบเด็กๆ ข้างมึงข้างกู เวลาทะเลาะกันนี่ข้าไม่ชอบเลยว่ะ มาคุยกันซะแบบนี้ให้ชาวบ้านเห็นว่าเราใจกว้างไม่ดีกว่าเหรอวะ ถ้าข้าบ้าจี้ตามแม่ข้าไปอีกคน คนจะนั่งหัวร่อกันมากกว่าชื่นชม เอ็งว่าไหมล่ะ”

“มันก็ถูกของเอ็ง แต่แม่เอ็งก็ยังประกาศสงครามอยู่โทนโท่ รึเอ็งไม่เห็น” ประยูรถามว่าสงครามอะไร “ก็ตรงนั้นมันที่นั่งประจำแม่ข้ามาก่อน แล้วไปแย่ง นี่มันหมายความว่ายังไง”

พอจนด้วยความจริง ประยูรก็ขอเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า อุไรไม่ยอมเปลี่ยนฝากไปบอกนางแย้มด้วยว่าอย่าคิดว่าคนอื่นเขาร้ายไม่เป็น นางอ่ำพยายามบอกอุไรให้พอ แต่อุไรด่าติดลมตบท้ายว่า

“หัวหงอกหัวดำ ถ้ามันทำตัวไม่น่าเคารพ มันก็จำเป็นต้องถอนหงอกกันบ้าง” ว่าแล้วถือขันข้าวลุกไป ประยูรยิ้มแหยให้นางอ่ำแล้วตามไปตอแยอุไรอีก ทำเป็นถามเรื่องเรียนตัดเสื้อแล้วเดินตามไปตักบาตรด้วย อุไรแว้ดใส่ว่ามาเดินตามตนทำไม

“อ้าว...ข้าก็มาใส่บาตร ข้าผิดด้วยเหรอวะ”

“ขึ้นชื่อว่าลูกยัยแย้ม ข้าไว้ใจใครไม่ได้หรอก”

ไม่ว่าจะโดนด่าโดนว่าอย่างไรประยูรก็ยิ้มหน้าเป็น เพราะใจนึกถึงรถที่นางแย้มจะซื้อให้เลยตื๊อไม่เลิก

ooooooo

ลือพงษ์กับนกเล็กเพิ่งมาถึง นางแย้มกวักมือเรียกให้ไปหา เห็นลือพงษ์เหลียวมองไปรอบๆ นางแย้มถามว่ามองหาแฟนอยู่หรือ เห็นหลังไวๆอยู่ทางโน้นแน่ะ ลือพงษ์บอกนกเล็กว่าขอเอาข้าวไปใส่บาตรแล้วลุกไป

นางแย้มถามนกเล็กทันทีว่าคุยกับลูกหรือยัง นกเล็กตอบหน้าเครียดว่าคุยแล้ว

นกเล็กนึกถึงเหตุการณ์เมื่อค่ำวานนี้ที่โกตาโวยวายใส่ลือพงษ์เมื่อเขาไปขอให้เดกับแม่ไปทาบทามอุไรให้ว่าพ่อเขาผัวเขาเพิ่งตายจะให้ไปสู่ขอลูกสาว เขาได้ด่าเปิงกลับมาสิ ลือพงษ์ต่อรองว่าแค่ไปเกริ่นๆไว้ก่อน พ้นร้อยวันแล้วค่อยว่ากันอีกที พอนกเล็กถามว่าทำไมถึงใจร้อนนัก ลือพงษ์อ้างว่ากลัวอุไรจะเป็นอื่นไปเสียก่อน

“แม่ว่าเอ็งใจเย็นๆก่อนดีกว่า ให้พ้นสามเดือนห้าเดือนค่อยว่ากัน อุไรมันอาจจะไม่เหมาะกับเอ็งก็ได้ คนเรามองกันแค่ภายนอกไม่ได้หรอกนะ”

“แต่ฉันยืนยันนะว่าอุไรเป็นคนดี...ดีมากเลย ชาตินี้ถ้าฉันจะแต่งงาน ฉันจะแต่งกับอุไรคนเดียว ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่กับเดก็ต้องไปขออุไรให้ฉันด้วย”

โกตากับนกเล็กได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนใจ...เฮ้ออออ

ซ้ำค่ำนั้นมีลุงขี้เมามาซื้อเหล้า ระหว่างนกเล็กไปหยิบเหล้า ลุงคนนั้นถามลือพงษ์ว่าคบกับอุไรอยู่ใช่ไหม บอกว่าเห็นอุไรซ้อนท้ายประยูรไปกลางทุ่งกลางนากันเย็นๆได้ยินเสียงหัวเราะต่อกระซิกเหมือนเป็นแฟนกัน ก็ทำเอาลือพงษ์อึ้ง ขอร้องลุงขี้เมาว่าอย่าพูดไปเขาคงไปทำธุระกันเฉยๆ แต่ตัวเองกลับเครียด

ซ้ำวันนี้ยังมาเห็นประยูรตามวอแวอุไร ลือพงษ์ เข้าไปทักประยูรแต่ไม่มองหน้าอุไรแล้วค่อยๆถอยไปอย่างน้อยใจ

อุไรเสียใจไปนั่งที่ลานวัดห่างจากศาลาน้ำตาไหล ประยูรตามมาถามว่าร้องไห้ทำไม ถูกอุไรไล่ไปให้พ้นแล้วลุกหนี ประยูรยิ้มให้กับตัวเองว่า แผนสำเร็จแล้ว

นกเล็กได้ทีถามลือพงษ์ว่า “เชื่อแม่รึยังว่าให้ดูๆ กันไปก่อน หรือเอ็งกับมันมีอะไรกันแล้ว” พอเห็นลือพงษ์ตกใจก็เดาได้ ด่าอุไรว่า “มันง่ายกับเอ็ง มันก็อาจจะง่ายกับคนอื่นได้เหมือนกัน”

นางแย้มกับสำลีและนกเล็กยังตั้งวงนินทาว่าร้ายอัมพรอย่างเผ็ดร้อนหาว่าอัมพรเอาเงินไปตั้งหมื่น ขายลูกกินชัดๆ นางแย้มก็โพนทะนาว่าอัมพรไม่สนใจลูกนมตัวเองก็ไม่ยอมให้กินกลัวเสียทรงดูแล้วเวทนาเด็ก

นางอ่ำทนฟังไม่ได้จะลุกหนี บอกชาวบ้านที่นั่งข้างๆว่า ดีที่อุไรลงไปข้างล่างแล้ว ไม่อย่างนั้นศาลาแตกแน่ ตนทนฟังไม่ได้สงสารลูก

ชาวบ้านคนนั้นบอกว่าต้องทน เพราะตอนนี้อุไรกลายเป็นเด็กก้าวร้าวไปแล้ว แว่วๆว่านกเล็กมันไม่อยากได้เป็นสะใภ้แล้ว นางอ่ำเลยนึกได้ว่า “ถึงว่าสิ ลือพงษ์มันไม่เข้ามาพูดคุยด้วยสักคำ” พอดีประยูรมาบอกนางอ่ำ ว่าอุไรฝากบอกว่าปวดหัวขอกลับไปก่อน

เมื่อประยูรกลับไปที่วงนางแย้ม สำลีถามว่าไปติดลูกสาวบ้านนั้นไม่เห็นแก่หน้าแม่เอ็งเลยรึไง ประยูรบอกว่าแม่ตนใจกว้าง ตนชอบใครแม่ก็ชอบด้วยอยู่แล้ว สำลีถามอีกว่าแล้วจะแต่งกันเมื่อไร

“ยังหรอกจ้ะ รอให้งานอยู่ตัวก่อน เผื่อเขาจะเจอคนที่ดีกว่าฉัน”

“อู๊ยยยย...ใครที่ไหนจะดีกว่าพ่อยูรล่ะ ตอนนี้ทั้งหนองนมวัวก็มีพ่อคนเดียวที่จะได้ยศได้ศักดิ์ ได้แต่งกับพ่อก็ได้เป็นคุณน้ำคุณนายไปด้วย ใครเขาจะปฏิเสธ” ประยูรพูดเหน็บลือพงษ์ที่นั่งอยู่ด้วยว่าตนไม่หล่อสู้อีกคนของเขา “วุ๊ย...พูดเข้า ถ้าพ่อไม่หล่อ หนุ่มๆทั้งหนองนมวัวนี่ก็ขี้เหร่หาดีไม่ได้สักคนหรอก”

แก๊งนางแย้มหัวเราะกันครืน ลือพงษ์ทนฟังไม่ได้ลุกออกไป นางแย้มสบตาประยูรอย่างชื่นชมฝีมือลูกชาย

ooooooo

อุไรกลับไปนั่งเซ็งที่บ้าน เห็นลือพงษ์เดินมาหยุดมองก็กรากไปหา เห็นลือพงษ์ยืนนิ่งเป็นสากกะเบือก็ถามว่าเป็นอะไรไป

ลือพงษ์ระเบิดความอัดอั้นที่ได้ฟังชาวบ้านนินทาอุไร ถามว่าเมื่อวานตอนเย็นไปไหนกับไอ้ยูร ไปไหนไปทำอะไรกันมา อุไรฉุนกึก ไม่ทันตอบ ลือพงษ์ก็ใส่ทันที

“ตอบไม่ได้ใช่ไหม หาคำพูดโกหกปลิ้นปล้อนอยู่ใช่ไหม ก็แน่ละสิ เค้ามันคนไม่มียศ ไม่มีศักดิ์ ไม่มีการศึกษา พาตัวเองเป็นคุณนายไม่ได้นี่”

“ทำไมตัวเองพูดดูถูกน้ำใจเค้าอย่างนี้”

“มันเป็นความจริงต่างหาก ดูถูกอะไรกันเห็นอยู่กับตาว่าอี๋อ๋อกันขนาดไหน ต่อหน้าต่อตาคนทั้งศาลาวัดแล้วยังจะว่าไม่มีอะไรอีก” อุไรบอกว่าประยูรมาวอแว

ตนเอง “เค้าไม่เชื่อ ถ้าตัวเองไม่ไปให้ท่ามันจะกล้าเข้ามาเรอะ แล้วมันก็รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองกับเค้ารักกันมันยังกล้า มันจงใจหยามหน้าเค้าชัดๆ แต่อย่างว่าล่ะ เมื่อวานกลางทุ่งคงจะถึงพริกถึงขิงมันถึงได้...”

อุไรตบหน้าลือพงษ์ฉาดใหญ่ พูดเสียงสั่นด้วยความโกรธจัด “ถ้าดูถูกกันขนาดนี้ก็เลิกคบกันไปเลยแล้วไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก” ลือพงษ์กัดฟันกรอด แล้วเดินจากไป อุไรน้ำตาร่วง ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น

ooooooo

อุไรเข้าห้องปิดประตูร้องไห้ อัมพรกลับจากไปพบประยงค์ ได้ฟังประยงค์เล่าเรื่องอุไรให้ฟัง กลับมาหาน้องบอกให้เปิดประตูหน่อย พอเปิดประตูเห็นอัมพรอุไรโผกอดร้องไห้โฮ

อุไรสารภาพกับอัมพรว่าตนพลาดไปแล้ว ตนกับลือพงษ์...มันจบแล้ว

“พี่พอจะรู้แล้วล่ะ พี่ยงค์บอกพี่ เขาว่าได้ยินไอ้ยูรกับแม่มันคุยกันเรื่องแผนทำลายเอ็งให้ย่อยยับ แต่พี่ไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้ เอ็งไม่น่าไปยอมลือพงษ์มันเลย”

“มันเองก็อาจจะไม่ได้คิดจริงใจกับฉันแต่แรกก็ได้ มันแค่หาเหตุมาอ้างจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ”

“เอ็งใจเย็นๆก่อน พี่จะไปคุยกับลือพงษ์มันให้ ถ้ามันเข้าใจผิด อย่างน้อยมันก็ต้องตั้งสติฟังพี่บ้าง เอ็งหยุดร้องไห้ได้แล้ว เราต้องแก้ปัญหาก่อนที่แม่จะรู้ พี่ไม่อยากให้แม่ทุกข์ใจไปมากกว่านี้” อุไรบอกว่านางแย้มร้ายกาจกว่าที่ตนคิดไว้จริงๆ “มันร้ายมาเราก็ร้ายตอบ ถ้าชาตินี้มันคิดจะจองเวรจองกรรมกับเรา แล้วทำไมเราจะปล่อยให้มันจองเวรฝ่ายเดียวล่ะ ในเมื่อเราไม่มีความสุข มันเองก็อย่าหวังเลย” อัมพรประกาศจองเวรกับนางแย้มอย่างถึงที่สุด

แต่ระหว่างที่อัมพรเดินอ้าวจะไปบ้านลือพงษ์นั้น ชาวบ้านคนหนึ่งที่นอนเอกเขนกอยู่บนแคร่กวักมือเรียกอัมพรไปหาบอกว่า “เมื่อเช้าที่วัด ป้าแย้มแกเที่ยวพูดไปทั่วเลยว่าเอ็งขายลูกกิน จริงรึเปล่าวะ”

“ไม่จริง” อัมพรเสียงดังอย่างแค้นใจ ชาวบ้านคนนั้นถามว่าไม่จริงแล้วนางแย้มเอาไปพูดเป็นคุ้งเป็นแควได้ยังไง แล้วเล่าว่า “ป้าแย้มแกบอกว่าเอ็งเสนอราคา

ไปเองตั้งหมื่นนึง ไอ้ยงค์มันจำใจต้องยอมให้เอ็งทั้งที่เงินก้อนนั้นน่ะมันตั้งใจเก็บเอาไว้ทำทุน แต่มันอยากได้ลูกไว้เลยยอมตัดใจ”

“อีแย้มมันว่ายังงั้นเหรอ” อัมพรโกรธจนตัวชาใจสั่น เมื่อไปถึงบ้านลือพงษ์ อัมพรถามว่าลือพงษ์อยู่ไหน นกเล็กบอกว่าออกไปวิ่งรถแล้ว มีอะไรจะฝากไว้ไหม นางแย้มที่นั่งอยู่สอดขึ้นทันทีว่าจะฝากอะไร ก็ฝากน้องมันน่ะสิ
อัมพรพยายามอดกลั้นบอกนกเล็กว่าไม่มีอะไร นางแย้มก็ยังสอดปากมายั่วยุว่า

“เห็นไหม มันวอนมือวอนตีนยังงี้แหละ มีเรื่องจะคุยมันก็บอกว่าไม่มี” อัมพรจ้องหน้านางแย้มอย่างพยายามอดกลั้น “ทำไมมาจ้องหน้ากูยังงี้ อีบ้า!” อัมพรยังจ้องหน้านิ่งไม่ตอบ นางแย้มลุกพรวดมาถึงตัวตวาด “กูถามทำไมไม่ตอบ” แล้วผลักอกอัมพรจนเซ แต่อัมพรก็ยังพยายามสะกดใจ ได้แต่กำมือแน่น พอดีมีชาวบ้านมาซื้อของ นางแย้มก็โพนทะนาว่า “แม่นกเล็ก ดูมันเถอะ ดูมัน มันท้าทายฉันขนาดไหน” แล้วเข้าผลักอัมพรอีกครั้งแรงกว่าเดิม “มึงจะลองดีกับกูใช่ไหม”

ผลักอัมพรล้มแล้วนางแย้มปราดเข้าตบหลายฉาดก่อนที่นกเล็กจะมาแยกออกไป นางแย้มก็ยังตะโกนด่าอย่างหยาบคาย อัมพรยิ้มเข้ม ก็ถูกนางแย้มหาว่า “มันด่ากู พวกมึงเห็นไหม มันด่ากู” นกเล็กบอกให้อัมพรกลับบ้านไปเสีย แต่นางแย้มก็ยังด่าไม่หยุดสาปแช่งให้ตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดแล้วโถมเข้าถีบกลางท้องอัมพร

อัมพรทำเป็นล้มฟุบกุมท้องดิ้นเร่าๆ ร้องครวญครางน้ำตาไหลพราก

“โอย...ช่วยฉันด้วย...เจ็บเหลือเกิน...โอย...” ชาวบ้านอีกส่วนรีบเข้าประคองอัมพร อัมพรเปิดฉากรุกทันที

“เห็นไหม...ว่าป้าแย้มแกร้ายกาจกับฉันขนาดไหน เจอหน้าก็ด่า” อัมพรถามใครๆที่ยืนมุงอยู่ว่าเห็นความร้ายกาจของนางแย้มหรือยัง แล้วรำพึงรำพันความทุกข์ขณะอยู่บ้านนางแย้มว่า

“ฉันต้องทนกับแกมาเป็นปี ทำดีก็ไม่เคยได้ดี ฉันเป็นสะใภ้บ้านแก ฉันต้องกล้ำกลืนฝืนทน เงินทองที่ผัวฉันหามาได้ ทำนาได้เท่าไหร่ฉันกับผัวไม่เคยได้ใช้นักหรอก ป้าแย้มแกริบไปหมด เงินที่พี่ยงค์ให้ฉันมาบอกตรงๆเลย บอกให้รู้ทั่วกันตรงนี้ พี่ยงค์เขาไม่อยากให้ฉันมีผัวใหม่ พี่เขายังรักฉันมาก ฉันก็รักเขามาก แต่เรามันคนมีกรรม ฉันไม่ได้คิดจะขายลูกกิน แต่ต้องมาพรากจากลูกจากผัวก็เพราะแก พ่อฉันฆ่าพ่อเทืองก็เพราะบันดาลโทสะ พ่อฉันผิด ฉันก็รู้ แต่จะให้ฉันทำยังไงกัน

คนตายไปแล้ว แต่แกไม่แล้วด้วย เที่ยวขุดพ่อฉันขึ้นมาด่าทุกวัน ใครเป็นฉัน ใครจะทนได้ พอฉันจะออกจากบ้านมา ต่างคนต่างไป แกก็ไม่ให้ลูกฉันมา ดูกันต่อไปแล้วกันว่า เวรกรรมที่พรากลูกพรากแม่เขาเนี่ย แกจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”

นางแย้มอึ้งที่ถูกสาวไส้จนหมดพุง พอตั้งหลักได้ก็ตวาดอัมพรให้หยุดใส่ร้ายตนเดี๋ยวนี้ อัมพรบอกว่าตนพูดความจริง ประกาศว่า “ฉันจะไปแจ้งความ พยานรู้เห็นตั้งเยอะแยะว่าฉันถูกทำร้าย” นางแย้มท้าว่าไปเลยตนไม่กลัวหรอก “ไม่ต้องท้า ฉันไปแน่ เตรียมเงินค่าปรับเอาไว้ให้ดีแล้วกัน”

นางแย้มกระโจนจะไปถีบอัมพรอีก ดีที่ชาวบ้านฉุดไว้ อัมพรกุมท้องตัวงอร้องโอดโอยว่าปวดท้องเหลือเกิน ชาวบ้านอีกส่วนช่วยประคองอัมพรออกมา อัมพรมองนางแย้มยิ้มเย้ย นางแย้มรู้ตัวว่าเสียท่าอัมพร แต่ยังตะโกนด่าปาวๆ

ooooooo

อุไรกับอัมพรไปแจ้งความ อุไรประกาศจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะนางแย้มทำร้ายร่างกายพี่สาวตนฝ่ายเดียว นางแย้มโต้ว่าอัมพรด่าตนก่อน อุไรก็โต้ว่า

“อย่ามาตอแหล ต่อหน้าตำรวจยังจะโกหกมดเท็จอีกเหรอ ชาวบ้านทั้งหนองนมวัวเขาก็เป็นพยานได้”

นางแย้มโต้ว่าอัมพรด่าตนด้วยสายตา ประยูรติงว่าแม่ไปลงมือลงไม้กับเขาก่อนนะ ก็ถูกนางแย้มตวาด

“ไอยูร!” ประยูรต้องเงียบ อุไรยืนยันกับตำรวจว่า “ลงบันทึกประจำวันไปเลยจ้ะ ยังไงฉันก็ต้องเอาอีแก่นี่เข้าคุกให้ได้”

นางแย้มท้าว่าตนไม่กลัว ขึ้นศาลเมื่อไรจะแฉมันทั้งโคตรเลย ประยูรบอกแม่ว่าอายเขา ขึ้นศาลยังไงเราก็มีแต่ทางแพ้

“มีเรื่องอะไรกันจ่า” ร้อยตำรวจตรีทวี ทวีวัฒนะ เข้ามาถามสิบเวร สิบเวรลุกขึ้นทำความเคารพรายงานว่าทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน

ทวีถามอุไรว่าเป็นเจ้าทุกข์หรือ อุไรบอกว่าไม่ใช่พี่สาวตนต่างหาก

“คนบ้านเดียวกันทะเลาะเบาะแว้งกันทำไมล่ะครับ ค่อยๆพูดค่อยๆจากันดีกว่า” ทวีไกล่เกลี่ย อุไรสวนทันควันว่าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรอย่าพูดดีกว่า “ทุกวันนี้ตำรวจมีงานต้องทำล้นมืออยู่แล้วนะครับ ผมอยากจะแนะนำว่าถ้าไกล่เกลี่ยยอมความกันได้ก็จะดี เสียค่าปรับตามกฎหมาย อย่าให้ถึงกับลงบันทึกประจำวัน ขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยครับเสียเวลาเปล่าๆ”

อุไรกับอัมพรจ้องหน้านางแย้ม ฝ่ายนั้นยังสะบัดหน้าอย่างถือดี

ooooooo

สุดท้ายนางแย้มก็ต้องยอมเสียค่าปรับ นางแย้มเดินบ่นอย่างเจ็บใจว่าอยู่ดีๆ ก็ต้องมาเสียเงินให้อีสองตัวนี่จนได้

ประยูรบอกว่าแม่ผิดเต็มประตู ก็ถูกนางแย้มแว้ดใส่ว่าไม่เข้าข้างกันเลย “กูเป็นแม่มึงนะไอ้ยูร!”

“แม่จะให้เขาขนเอาใครต่อใครมาเป็นพยานถึงโรงพักให้ขายขี้หน้าเขาอีกเหรอ” ประยูรชักหงุดหงิด

ส่วนอัมพรกับอุไรหัวเราะกันคิกคักขณะเดินผ่านนางแย้มกับประยูร อุไรชวนอัมพรไปดูผ้าสวยๆกันดีกว่า ประยูรกลัวแม่จะของขึ้นอีกรีบชวนแม่กลับบ้าน

“กูไม่กลับ กูจะเอาคืนอีสองตัวนั่นให้ได้ มันรู้จักคนอย่างกูน้อยไปแล้ว” นางแย้มเดินตามสองพี่น้องไปห่างๆ ประยูรเกาหัวยิกบอกนางแย้มว่าตนไม่ไปด้วยหรอกนะ

อุไรกับอัมพรไปเข้าร้านขายผ้า อุไรชี้ให้อัมพรดูว่าผ้าชิ้นนี้ยกดอกสวยจัง เจ้าของร้านชมว่าตาถึงจัง ผ้านั้นเป็นผ้านอกเพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้เอง เนื้อดี๊ดี อัมพรบอกขอดูก่อน

เจ้าของร้านเหลือบเห็นนางแย้มเข้ามาก็รีบไปทักทายถามว่าวันนี้ลมอะไรพัดมาถึงร้านตนได้

“ไม่มีอะไรหรอก ตังค์มันเยอะเลยต้องหาทางใช้ หน่อย ซื้อหลานเป็นหมื่นๆ ฉันยังซื้อมาแล้วเลย” นางแย้มแขวะเสียงดัง อัมพรกับอุไรสบตากันนิ่งฟัง พอเจ้าของร้านถามว่าซื้อหลาน? ทำไมถึงขนาดนั้น หลานคนไหน นางแย้มได้ทีฉะต่อ

“ก็ลูกประยงค์มันไง แม่มันเลว เลี้ยงลูกก็ไม่เป็นนมมันยังไม่ยอมให้ลูกกินเลย มันว่ามันกลัวหน้าอกมันคล้อย”

“ต๊าย...เป็นแม่ประสาอะไร” เจ้าของร้านผสมโรง นางแย้มพูดฉอดๆ ว่าทุกวันนี้ก็ต้องซื้อนมกระป๋องให้หลานกิน วันๆไม่ทำอะไรข้าวปลาก็ต้องให้ลูกชายตนหุงหาให้ ตนเหลืออดเลยไล่ตะเพิดไป ยิ่งพูดนางแย้มก็ยิ่งเสียงดังใส่อารมณ์ “มันว่ามันไปก็ได้แต่ต้องแลกกับเงินหมื่นนึง ฉันสงสารหลานใจจะขาด หมื่นนึงก็เลยต้องฟาดหัวมันไป มีแม่จัญไรยังงั้นคงเอาดีได้ยาก”

นางแย้มพูดไม่หยุดว่า “เข็ดจนตาย นี่ก็เลยตั้งใจว่า ถ้าลูกชายคนรองมันจะเอาเมียจะต้องเฟ้นให้ได้ผู้หญิงดีๆ ให้ได้ลูกสาวคนเล็กน่ะ ฉันไม่ห่วงหรอก เพราะคงไม่แคล้วได้แต่งกับลูกชายโกตา รู้จักไหมโกตา เจ้าของตลาดหนองนมวัวน่ะ”

“รู้จักจ้ะ ยังดีนะยังมีเรื่องให้ปลื้มใจได้บ้าง แม่แย้มนี่คงทำบุญมาเยอะแหละ” เจ้าของร้านผสมโรงอย่างเอาใจ

อุไรแทบทนฟังไม่ได้ ดีแต่อัมพรรั้งไว้แล้วดึงอุไรออกจากร้าน เจ้าของร้านถามว่าไม่ดูผ้าไปด้วยหรือ

“ไม่แล้วล่ะจ้ะ ร้านพี่น่ะผ้าสวย เสียอย่างเดียวมันมีอีตัวซวยตามฉันสองคนเข้ามาด้วย” อัมพรตอบแล้วพากันออกไป

“อีนั่นแหละ ลูกสะใภ้ฉัน ทีหลังอย่าให้มันเข้าร้านทีเดียวนะ มันน่ะตัวซวย ไปเหยียบที่ไหนก็เจ๊งที่นั่นแหละ พวกมันน่ะเลวกันทั้งโคตร จะให้เล่าสามวันสามคืนก็เล่าไม่จบ”

นางแย้มด่าเป็นไฟ น้ำลายแตกฟองอย่างไม่จบง่ายๆ

ooooooo

พอออกจากร้านขายผ้า อุไรถามอัมพรว่าทำไมไม่เล่นมันซะตรงนั้นเลย

“เบื่อที่จะต้องขึ้นโรงพักอีกรอบ ให้มันบ้าไปคนเดียวเหอะ บางทีการที่เราไม่โต้ตอบอะไรเลยก็ใช่ว่าเราจะแพ้นะ เห็นไหมล่ะ วันนี้แค่พี่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้มันลงมือฝ่ายเดียวมันถึงกับเสียเงินนี่ไง” แล้วอัมพรก็นึกถึงเรื่องของอุไร บอกน้องว่า “เรื่องลือพงษ์พี่ยังช่วยเธอไม่ได้เลย”

“ลองอีแย้มมันโฆษณาว่ามันจะเอาเขาไปเป็นเขยแล้ว ฉันก็คงหมดหนทางแล้วล่ะพี่”

“ถ้าลือพงษ์มันรักเอ็งเข้าใจเอ็ง ก็พากันหนีไปก็ได้ ไม่ต้องแต่งให้มันถูกตามต้องประเพณีหรอก” อัมพรย้ำว่า “อะไรก็ไม่สำคัญเท่าสองคนรักกันตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน”

อุไรบอกว่าตนกลัวตกเป็นขี้ปากนางแย้มไปทั้งชาติ อัมพรบอกว่าไม่ต้องสนใจ ขอให้เราได้อยู่กับคนที่เรารักก็พอ บอกว่าป้านกเล็กคงไม่ร้ายเท่านางแย้ม มีหลานให้แกอุ้มแล้วอะไรๆก็คงจะดีขึ้น ฟังแล้วอุไรเริ่มเห็นทางแก้ปัญหาขึ้นบ้าง

เมื่อเข้าไปในอีกห้างเล็กๆ อุไรชี้ให้อัมพรดูที่คาดผมบอกว่าสวยดี อัมพรเดินไปถึงแผนกสินค้าสำหรับเด็กอ่อนก็อดคิดถึงลูกไม่ได้ บอกอุไรว่า

“อุไร...พี่อยากได้ลูกคืน ทำยังไงกันดีล่ะ ช่วยพี่คิดหน่อยเถอะ ยังไงพี่ก็ต้องเอาลูกคืนมาให้ได้”

ooooooo

ลือพงษ์บอกแม่กับเดว่าตนต้องรับผิดชอบต่ออุไรเพราะได้เสียกันแล้ว ถูกนกเล็กโวยวายว่าให้ลืมๆมันไปเสีย ผู้หญิงดีๆยังมีอีกถมไป แม่จะเลือกให้เอง

นกเล็กชี้ให้ลือพงษ์เห็นว่า วันนั้นก็เห็นกับตาแล้วไม่ใช่หรือว่าอุไรไม่ได้มีเขาคนเดียว จะยอมเป็นควายให้ใครต่อใครหัวเราะเยาะหรือ ลือพงษ์บอกว่ามันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ โกตาตัดบทว่าไว้คุยกันวันหลังเถอะ ไล่ลือพงษ์ให้ไปนอนเสีย นกเล็กก็ยังพูดตามหลังดักทางไปว่า

“นังอุไรมันไม่ได้รักเอ็งจริงหรอก เอ็งมันคิดไปเองฝ่ายเดียว แล้วอย่าได้คิดจะพากันหนีนะ เอ็งก็รู้ว่าไปแต่ตัวยังไงเอ็งก็ไปไม่รอด”

พอลือพงษ์เดินออกไป โกตาติงนกเล็กว่ามันอาจจะรักกันจริงก็ได้ นกเล็กหาว่าอุไรรักสมบัติมากกว่า ขืนเอามาเป็นสะใภ้ตนคงช้ำใจตาย บอกโกตาว่า “พะยอมดีกว่าเยอะ เชื่อฉันสิ”

“แต่ยัยแย้มก็ร้ายกาจใช่เล่นนา ปากหวานก้นเปรี้ยวอย่างกับอะไรดี วันนี้เอ็งก็เห็นกับตาแล้วนี่ว่ามันร้ายขนาดไหน ข้าว่าถ้าดองกับยัยแย้มมันก็น่ากลัวพอกันแหละ” นกเล็กฟังแล้วเงียบไป

คืนเดียวกันนางแย้มวางแผนว่า พรุ่งนี้ให้ประยูรไปเจอลือพงษ์พูดให้เข้าหูว่าอุไรเสร็จตนแล้ว ประยูรบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องกลับเข้าโรงเรียนแต่เช้า นางแย้มบ่นว่าจะใช้สอยอะไรไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ประยูรขอร้องแม่ว่าแค่นี้ก็พอแล้ว ตั้งหน้าทำมาหากินไปดีกว่า ต่อความยาวสาวความยืดขายขี้หน้าชาวบ้านเปล่าๆ

“กูไม่ยอมจบแค่นี้หรอก กูจะทำให้ไอ้ลือพงษ์มันทิ้งอีอุไร แล้วมาแต่งกับพะยอมมันให้ได้ น้องสาวมึงทั้งคนนะ ยังไงมึงก็ต้องช่วย แล้ววันไหนที่พวกมันทนตากหน้าอยู่หนองนมวัวนี่ไม่ได้ วันนั้นแหละ กูจะสาแกใจที่สุด” นางแย้มหมายมาด

ooooooo

รุ่งขึ้น ขณะประยงค์กับนางแย้มเดินผ่านหน้าบ้านนางอ่ำ เขาแกล้งถามดังๆว่าแม่ลืมอะไรหรือเปล่ากว่าจะกลับถึงบ้านก็เย็น นางแย้มบอกว่าไม่ลืม สั่งพะยอมไว้หมดแล้ว

อัมพรที่หาบน้ำใส่ตุ่มหน้าบ้านอยู่ หลบจนทั้งสองเดินผ่านไปก็รีบบอกอุไรให้ช่วยหาบน้ำให้อีกสักหาบสองหาบก็เต็มตุ่มแล้ว ตนจะรีบไปหาลูก วันนี้โอกาสเหมาะเพราะนางแย้มออกนากับประยงค์

อัมพรรีบไปหาพะยอมมีที่คาดผมกับเสื้อชั้นในไปฝาก ขอให้พะยอมรับไว้แทนคำขอบใจที่อุตส่าห์เลี้ยงดูยงยุทธแทนตน พะยอมบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะยงยุทธก็หลานตนเหมือนกัน พูดกับยงยุทธอย่างเอ็นดูว่า

“ได้เวลากินนมพอดีเลย วันนี้ได้กินนมแม่นะยงยุทธนะ ไม่ต้องกินนมกระป๋องแล้ว”

อัมพรอุ้มลูกขึ้นมาให้นมอย่างแสนรักแสนคิดถึง

แล้วจู่ๆ สุดาก็มาร้องเรียกพะยอมอยู่หน้าบ้าน พะยอมบอกให้อัมพรลงหลังเรือนไปก่อน เพราะถ้าตนลงไปสุดาจะสงสัยว่าทิ้งหลานไว้บนเรือนได้ยังไง เสียงสุดาร้องเรียกถี่ขึ้น อัมพรจึงรีบลงไปทางหลังเรือน และพะยอมก็อุ้มยงยุทธออกไปรับหน้าสุดาบอกว่าให้นมยงยุทธอยู่ เพิ่งอิ่มพอดี

สุดาเอาผ้ามาให้พะยอมตัดเสื้อ มองยงยุทธที่พะยอมอุ้มอยู่ชมว่าหน้าตาน่าเกลียดน่าชัง ถามว่าหน้าเหมือนพ่อหรือเหมือนแม่ พะยอมบอกว่าเหมือนแม่แต่อาภัพ เกิดมาปัญหาก็ตามมาพร้อมเลย ช่วงนี้ตนเลยต้องหยุดเรียนตัดผ้าไปด้วย พะยอมบอกให้สุดารอเดี๋ยวตนเก็บกวาดแถวนี้ก่อนหิวน้ำก็เดินไปในครัวเลย

พอพะยอมออกไป สุดาก็มองสำรวจบ้าน เดินไปในครัวเปิดตู้กับข้าวหยิบปลาช่อนทอดกิน เช็ดมือกับชายเสื้อ กินแล้วก็เอาขันตักน้ำจากโอ่งกลั้วปากล้างขี้ฟันแล้วกลืน สาดน้ำที่เหลือออกนอกหน้าต่าง เดินออกมาชมสมบัติและรูปถ่ายต่างๆ เห็นรูปประยูรโพสท่าเท่ในชุดนักเรียนพลตำรวจมีรูปประยงค์วางติดกันก็ยิ้มเขินกับรูป

พะยอมกวาดเรือนเสร็จก็เรียกสุดาให้มาวัดตัวถามว่าจะเอาแบบไหน สุดาบอกไม่เอาแบบที่ตัดให้นกเล็กเพราะแก่ไป พะยอมเสนอให้ตัดแขนตุ๊กตาคอบัวไหมที่กรุงเทพฯกำลังนิยมกัน สุดาเห็นด้วย พะยอมหยิบผ้าคลี่ดูว่าจะพอหรือเปล่า ชายผ้าเกี่ยวตะกร้าขวดนม เห็นถุงกระดาษที่อัมพรใส่ที่คาดผมกับเสื้อชั้นใน สุดาหยิบไปดูชมว่าสวยดีราคาเท่าไร พะยอมบอกว่าไม่รู้ แม่ซื้อให้

สุดาเห็นนมของยงยุทธยังเต็มขวดก็มองอย่างสงสัย เพราะพะยอมบอกเมื่อกี๊ว่าเพิ่งป้อนนมยงยุทธเสร็จ

ooooooo

เช้านี้อัมพรจะไปหาหมอและอุไรจะไปเรียนจึงออกไปด้วยกัน พอไปถึงท่ารถ เห็นรถของลือพงษ์มีคนอื่นขึ้นนั่งหน้าที่ประจำของตนก่อนแล้ว อุไรกับอัมพรจึงนั่งข้างหลัง ลือพงษ์เห็นอุไรแต่ไม่พูดอะไร

อัมพรบอกอุไรว่าลือพงษ์ไม่ใช่คนใจคอคับแคบถ้ามีโอกาสก็หาทางคุยปรับความเข้าใจกันเสียยังไม่สายเกินไปหรอก

“ฉันน่ะพร้อมจะคุย แต่เขาต่างหากคงจะเกลียดฉันไปแล้วล่ะ”

เมื่อไปถึงกลางเมืองอัมพรกับอุไรไปจ่ายค่ารถ ลือพงษ์ไม่รับเงินทั้งยังจะไปส่งอัมพรกับอุไรให้ถึงที่ด้วย อัมพรเลยให้ไปส่งอุไร ส่วนตนไปโรงพยาบาลใกล้ๆแค่นี้เอง หันบอกอุไรว่า

“ลือพงษ์มันจะไปส่งเอ็งที่โรงเรียน เอ็งขึ้นไปเถอะ โอกาสดีแล้ว คุยปรับความเข้าใจกันเสีย” แล้วดันอุไรให้ขึ้นรถ มองตามรถไปลุ้นขอให้ทุกอย่างจบด้วยดี

และก็เป็นไปอย่างที่อัมพรเอาใจช่วย ลือพงษ์ขอโทษอุไรที่วันก่อนพูดไม่ดีกับเธอ ยอมรับว่าเพราะรักอุไรมากรักมากก็หวงมาก อ้อนว่า “เรามาคืนดีกันนะ” ทำให้อุไรใจมาเป็นกอง ยิ่งเมื่อลือพงษ์สัญญาว่าทีหลังจะไม่ทำอย่างนี้อีก บอกว่านอนไม่หลับมาสองคืนแล้ว อุไรพูดงอนๆว่า สมน้ำหน้า และเมื่อลือพงษ์ดึงมือไปจูบ
เอ๊า...จูบเอา อุไรก็ตีเขินๆ บอกให้ขับรถดีๆ

“เค้าบอกเดกับแม่เรื่องของเราแล้วนะ พ้นร้อยวันเมื่อไหร่ เดกับแม่คงไปสู่ขอตัวเองแน่ๆ ตัวเองอดทนรอหน่อยนะ”

ooooooo

สุดาอ่อยประยงค์ทั้งด้วยเล่ห์กลและมารยาแต่ประยงค์ที่มั่นคงต่อความรักกับอัมพรก็ไม่ได้หลงกลเผลอไผล บอกสุดาว่า เลิกวอแวกับตนเสียทีตนไม่มีวันหลงกลแน่ ถูกสุดาถามเย้ยว่ากลัวเมียรึ?

“ถึงข้ากับอัมพรจะต้องแยกกันอยู่ แต่เราก็ไม่เคยมีปัญหากัน ไม่มีอะไรมาพรากความรักของข้ากับอัมพรได้หรอก” พูดแล้วประยงค์เดินจากไป พอไม่ได้ดั่งใจ สุดาก็ด่า

“ไอ้พี่ยงค์หน้าโง่...โง่! โง่ๆๆ!!”

อัมพรกลับจากโรงพยาบาลมารอรถที่ท่า หมวดทวีมาซื้อกล้วยแขกจำได้ พอรู้ว่าจะกลับบ้านหนองนมวัวหมวดบอกว่าจะไปทางนั้นพอดีเลยชวนขึ้นรถไปด้วยกัน อัมพรเห็นหมวดเป็นคนดีไม่มีพิษมีภัยจึงขึ้นรถไปด้วย

ระหว่างทางอัมพรเล่าอย่างไม่ปิดบังว่าตนเป็นลูกสะใภ้นางแย้มทนอยู่ด้วยไม่ไหวจึงกลับมาอยู่กับแม่ส่วนลูกอยู่กับประยงค์ที่บ้านนางแย้ม บอกหมวดว่า ตนกับประยงค์ยังรักกันดี ชมประยงค์ว่าเป็นคนดีแต่ก็ลำบากใจเพราะคนหนึ่งก็แม่อีกคนก็เมีย หมวดทวีฟังอย่างสนใจและเห็นใจ

อุไรกลับมาเจออัมพรที่ท่ารถหมู่บ้าน พอรู้ว่าอัมพรกลับมากับหมวดทวี อุไรถามว่าเขามาจีบพี่หรือเปล่า อัมพรบอกว่าหมวดเขารู้ว่าตนมีลูกมีผัวแล้วสงสัยจะมาจีบอุไรมากกว่า อุไรบอกว่าตนไม่เอาคนในเครื่องแบบหรอก

“เพราะคืนดีกับลือพงษ์มันแล้วมั้ง” อัมพรดักคอ อุไรได้แต่ยิ้มอายๆ

ooooooo

วันนี้พะยอมเอาแกงฉู่ฉี่ปลาหมอไปให้บ้านนกเล็กบอกว่าตนแกงเองและจะมาวัดตัวตัดเสื้อให้นกเล็กด้วย

โกตาชื่นชมพะยอมว่าทั้งทำอาหารเก่งตัดเสื้อเก่งถ้าลือพงษ์ได้เมียอย่างนี้ตนปลื้มใจตาย ส่วนนกเล็กก็บอกให้พะยอมกินขนมก่อนหมายถ่วงเวลารอให้ลือพงษ์กลับมาเจอกัน

พอลือพงษ์กลับมาทั้งโกตาและนกเล็กลุ้นให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน นกเล็กยุให้พะยอมวัดตัวตัดเสื้อฮาวายให้ลือพงษ์สักสองสามตัว ลือพงษ์บอกว่าไม่ต้องเพราะอุไรตัดให้ตนเยอะแล้ว และขอตัวไปอาบน้ำ ทำเอา

พะยอมปั้นหน้าไม่ถูก นกเล็กปลอบใจว่า

“อย่าไปสนใจมันเลย ฝากขอบใจแม่แย้มด้วยนะลูก”

พอพะยอมไปนกเล็กกับโกตาก็ตำหนิด่าว่าลูกชาย ลือพงษ์ยืนยันว่าตนชอบอุไรไม่ได้ชอบพะยอม โต้เถียงกันจนโกตาไล่ให้ไปกินข้าวได้แล้ว ลือพงษ์บอกว่าตนไม่หิวเดกับแม่กินกันเถอะแล้วขึ้นข้างบนเลย โกตามองตามบ่นกับนกเล็กว่า

“ไอ้ลูกคนนี้มันหัวดื้อ อยากรู้นักว่าถ้าเรายืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่เอาอุไรมันจะกล้าขัดขืนไหม”

นกเล็กถามว่าแล้วถ้ามันกล้าล่ะ? “มันก็โง่ยิ่งกว่าควาย สมบัติแม่แย้มตั้งเท่าไหร่ นาเป็นร้อยไร่กินไปทั้งชาติก็ไม่หมด ถ้ามันมีสมองมันต้องตรองให้เห็นโว้ย”

ooooooo

ค่ำนี้ นางแย้มไปเดินแถวท่ารถจะซื้อบัวลอยไข่หวานไปกิน ก็ได้ยินแม่ค้าแซวว่าอัมพรเสน่ห์แรง วันนี้เห็นนั่งรถเก๋งใครก็ไม่รู้มาลงที่ท่ารถ คนขับงี้...หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวเชียว ท่าทางจะสนิทสนมกันมากด้วย นางแย้มฟังหูผึ่ง

ฝ่ายสุดาก็หาซื้อครีมทาหน้าขาวมาทาเอาจริงเอาจังหมายล่อให้ประยงค์หันมอง ตานากที่เป็นพ่อบอกว่าประยงค์คงไม่ยอมทิ้งอัมพรง่ายๆหรอก สุดาถามว่าพ่อรู้ได้ไง

“ก็ข้าเห็นกับตา วันไหนยัยแย้มมันไม่ได้ไปนา อีอัมพรมันขี่จักรยานไปหาผัวมันทุกวัน มันคงจะอาศัยกระท่อมปลายนาพลอดรักกันแทนบ้านยัยแย้มน่ะแหละ”

สุดาฟังแล้วชะงักอึ้ง พอมาเจอนางแย้มที่ท่ารถวันนี้เลยแกล้งถามว่าไม่ไปนาหรือจะได้เห็นอัมพรกับประยงค์ไปพลอดรักกันที่กระท่อมปลายนา แล้วถามว่า “ป้าซื้อที่คาดผมกับยกทรงมาให้พะยอมมันเหรอ”

พอนางแย้มบอกไม่รู้เรื่อง สุดายุต่ออย่างสะใจปากว่า

“ไหมล่ะ! ฉันคิดแล้ว ตอนป้าไม่อยู่บ้าน พี่อัมพรเขาก็ดอดไปหาลูกเขาแน่ๆเลย ยกทรงกับที่คาดผมนั่นน่ะ เขาคงซื้อมาปิดปากพะยอมมัน” นางแย้มผีเข้าทันทีคำราม อียอม มึงกล้าแหกตากู สุดาได้ทียิ่งยุว่า

“ฉันบอกตามตรงนะป้า ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งผัวชาวบ้านเขาหรอกนะ ที่ฉันกล้าเสนอตัวนี่ก็เพราะป้าบอกว่าจะช่วย แต่ถ้าผัวเมียเขายังเลิกกันไม่ขาดยังงี้ ฉันก็คงถอยดีกว่า”

“ใจเย็นๆสิสุดา เอาเหอะน่า รู้อย่างนี้แล้วรับรองป้าจะตีมันให้แตกกระเจิง จะประจานมันให้ได้อายทั้งหนองนมวัว เอาให้มันอยู่ที่นี่ไม่ได้เลย ร่านทั้งพี่ทั้งน้อง อีอ่ำนะอีอ่ำ ลูกเต้าไม่รู้จักสั่งสอน ใจง่ายกันนัก ยังงี้ต้องประจาน!”

ooooooo







สุดแค้นแสนรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด