ตอนที่ 10
อัลบั้ม: เรื่องราวความรักความแค้นของ 2 ครอบครัวใน "สุดแค้นแสนรัก"
อีก 10 ปี ผ่านไป...
ธนากลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่มีแฟนคลับคลั่งไคล้ เปิดคอนเสิร์ตที่ไหนฮอลล์แทบแตก วันนี้เป็นคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ เพียงธนาปรากฏตัว เสียงกรี๊ดของแฟนคลับก็แทบทำให้ฮอลล์ระเบิด
พิเศษสุดวันนี้คือระพีพรรณชวนหทัยรัตน์ ซึ่งทั้งคู่เป็นหมอในโรงพยาบาลเดียวกันที่นครสวรรค์และยิ่งรักกันสนิทสนมกันมากขึ้นมาดูด้วย ระพีพรรณถามหทัยรัตน์เมื่อแฟนคลับกรี๊ดรับธนาว่า
“ทีนี้เห็นหรือยังว่าเขาดังขนาดไหน”
วันนี้หทัยรัตน์สนุกกับการแสดงของธนาอย่างมาก
พอร้องเพลงจบ ธนาวิ่งกลับไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ผู้กำกับเวทีย้ำกับเขาว่า “ที่นั่งแขกรับเชิญจำได้นะธนา”
เปิดฉากด้วยธนาขับรถเปิดประทุนออกมาและมีแดนเซอร์เต้นรอบรถ ธนาหยิบช่อดอกไม้จากในรถเดินลงจากเวทีเข้าหาคนดูเป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้แฟนเพลงยิ่งกรี๊ดอย่างหนัก
ธนาเดินผ่านแถวที่นั่งวีไอพี ผ่านลลดาที่ลุ้นใจระทึกที่จะได้รับช่อดอกไม้ เขาหยุดร้องเพลงท่อนหนึ่งกับเธอแล้วเดินผ่านไป ทำให้ลลดาผิดหวังมาก
และแล้วธนาก็เดินมาที่ระพีพรรณกับหทัยรัตน์ แล้วเขาก็ทำให้ทั้งฮอลล์ตะลึง เมื่อเขาคุกเข่าลงตรงหน้าหทัยรัตน์ มอบช่อดอกไม้ให้เธอ เสียงกรี๊ดลั่นไปทั้งฮอลล์ ทุกคนอยากรู้ว่าใครคือผู้หญิงที่โชคดีคนนั้น ธนาร้องเพลง วิงวอนหญิงสาวตรงหน้าให้รับความรักจากตน
กล้องนับร้อยตัวกระหน่ำถ่ายภาพนั้น หทัยรัตน์ถูกกดดันจากสภาพนั้นมาก อึดอัดจนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงตัดสินใจรับช่อดอกไม้นั้นไว้เพื่อจะได้พ้นจากสถานการณ์นั้น เมื่อร้องเพลงจบ ธนายังไม่ยอมลุกขึ้น เขาบอกเธอว่า
“รัตน์คือผู้หญิงคนเดียวในหัวใจธนาครับ”
แต่หทัยรัตน์อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี คนดู ยิ่งกรี๊ดเธอก็ยิ่งถูกกดดัน เวลาเดียวกัน ลลดาเห็นภาพนั้นเธอเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เมื่อเพลงใหม่จังหวะสนุกสนานเริ่มขึ้น ธนาวิ่งขึ้นไปบนเวที ร้องบอกแฟนเพลง “เอ้า...ขยับแข้งขยับขากันหน่อยเร็ว” แล้วธนาก็โชว์สเต็ปแดนซ์กับแดนเซอร์อย่างคึกคักสนุกสนาน
หทัยรัตน์ยื่นช่อดอกไม้นั้นให้ระพีพรรณ บ่นว่าถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้ไม่มาด้วยหรอก ระพีพรรณปลอบว่า
“เอาน่า...มันก็แค่โชว์คอนเสิร์ตเท่านั้น”
ooooooo
หลังจากคอนเสิร์ตเลิกแล้ว ธนากลับเข้าไปที่ห้องแต่งตัว ลลดาเข้าไปหาเขาที่ห้องโดยที่การ์ดกับแบ็กสเตจไม่ขัดขวางเพราะเธอคือดาราระดับนางเอกคนหนึ่ง
“ถ้าคอนเสิร์ตคราวหน้า ลดาไม่ได้ขึ้นเวทีเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ลดาโกรธจริงๆด้วยนะพี่ธนา” เธอตัดพ้อ
“ลดาต้องไปบอกเจ๊อึ่ง บอกพี่ไม่ได้หรอก” ธนาตอบอย่างเย็นชาแล้วจะออกไป ช่างแต่งหน้าถามว่าจะไปไหน ทำไมไม่ล้างหน้าก่อน ธนาบอกรีบๆ ว่า “เดี๋ยวผมกลับมา” แล้ววิ่งพรวดออกไป ไม่ลืมสวมหมวกแก๊ปปิดบังหน้า
ลลดาเดาได้ว่าเขาจะไปไหน เธอรู้สึกเสียหน้ามากที่ดาราระดับนี้เข้ามาหาถึงห้องแต่งตัวแต่ไม่ได้รับความสนใจเลย
ธนาวิ่งไปที่ลานจอดรถ พอถูกแฟนคลับไล่ตาม เขาตะโกนบอกให้ระพีพรรณเปิดประตูรถแล้วกระโดดขึ้นขับออกไปทันที
ธนาบอกสองสาวว่าจะพาไปหาข้าวกินเพราะตนหิวไส้จะขาดแล้ว เรื่องเล่นคอนเสิร์ตรอบใหม่ไม่ต้องห่วงยังมีเวลาเดี๋ยวตนจะโทร.ให้รถมารับที่นี่ พูดอารมณ์ดีว่า
“ตอนนี้ ยังไงก็ต้องรับรองแขกพิเศษให้เต็มที่ก่อน ไปๆๆ หิวข้าว” ธนาเร่งสองสาวลงจากรถเมื่อมาถึงร้านอาหารสวย สงบ ที่นอกเมือง เขาสั่งอาหารมากมายบอกว่าอยากให้ชิมทุกอย่างของที่นี่ กินกันให้อิ่มเพราะยังต้องขับรถกันอีกหลายชั่วโมง
“เค้าไปล้างมือก่อนนะ” ระพีพรรณขอตัวลุกไป
ธนาถามหทัยรัตน์ว่าเหนื่อยไหม เธอตอบเมินๆ ว่าเซ็งมากกว่า เขาถามอีกว่าคอนเสิร์ตไม่สนุกหรือ
“จะสนุกกว่านี้ถ้าไม่มีมุกบ้าๆ มุกนั้น” ธนาบอกว่านั่นไม่ใช่มุก มันเป็นเรื่องจริง “เห็นเค้าเป็นตัวตลกรึไง เลิกเซ้าซี้ เลิกใช้ความพยายามได้แล้ว ปีหน้าเค้าอาจจะแต่งงาน”
ธนาถามว่าดูดีแล้วหรือ เธอประชดว่าดีแล้วดีมากถึงมากที่สุดด้วย ธนาพูดอย่างไม่ยี่หระว่า ยังดีที่ไม่แต่งวันนี้พรุ่งนี้ ย้ำอย่างหนักแน่นว่า
“ธนาถือว่าตราบใดที่รัตน์ยังไม่ได้แต่ง ธนาก็ยังมีหวังจะบอกรักรัตน์อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่ารัตน์จะใจอ่อน ไม่เชื่อคอยดู”
หทัยรัตน์จะโกรธก็โกรธไม่ลงกับท่าทีจริงจังแต่น่ารักของธนา
ส่งสองสาวขึ้นรถ ธนาบอกว่าถ้าง่วงก็นอนนะ... อย่าไปจอดข้างทางล่ะ...ห้ามขับเกินร้อยนะ...เขาพิรี้พิไรสั่งจนระพีพรรณไล่ให้ไปได้แล้วเดี๋ยวไม่ทันคอนเสิร์ตหรอก ส่วนหทัยรัตน์ทำปั้นปึ่งไม่มองหน้า ธนาจึงจำต้องเดินไปขึ้นรถตู้ที่มารับ แต่ก็ยังตะโกน “รัตน์...” แล้วยกมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ จนหทัยรัตน์ด่าเขินๆ “ตาบ้า...”
ooooooo
ระหว่างขับรถกลับ หทัยรัตน์บ่นว่ารู้อย่างนี้กลับนครสวรรค์ตั้งแต่สัมมนาเสร็จเมื่อวานก็ดี ระพีพรรณถามว่าธนาอุตส่าห์ให้ตั๋วฟรีมาไม่สงสารเขารึไง หทัยรัตน์พูดงอนๆว่า ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ยังไงก็ไม่สงสาร
“จะว่าไปสิบปีมานี่ ธนาเขาก็เสมอต้นเสมอปลายกับตัวเองนะ ถ้าเป็นคนอื่นก็คงเฟดไปนานแล้ว ตัวเองไม่ใจอ่อนลงบ้างเลยเหรอ” หทัยรัตน์บอกว่าจะทำอย่างไรได้ในเมื่อตนสัญญากับยงยุทธไว้แล้ว “แปลว่าถ้าไม่ติดที่คำสัญญาก็มีสิทธิ์เหมือนกัน” เสียงระพีพรรณกระตือรือร้นขึ้นมา
หทัยรัตน์บอกว่าไม่มีทาง ตนไม่ชอบคนเจ้าชู้เพราะมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับดาราคนโน้นคนนี้แทบทุกวัน ระพีพรรณบอกว่าเป็นข่าวปล่อยเพื่อสร้างกระแสเท่านั้น หทัยรัตน์ตอบอุบอิบว่า
“พอดีเค้าเป็นคนเชื่อข่าวซะด้วยสิ”
ระพีพรรณแอบขำเพราะรู้ใจเพื่อนดี
ส่วนลลดาก็พยายามใกล้ชิดธนา อ้อนว่าอยากได้ดอกไม้แบบช่อคอนเสิร์ตรอบบ่าย ธนาบอกว่าต้องถามเจ๊อึ่งเพราะไม่รู้ไปซื้อจากที่ไหน ลลดารู้ว่าธนาตัดรำคาญ เธอตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า
“พี่ธนาจะโกหกตัวเองไปทำไม พี่หทัยรัตน์เขาไม่ได้มีใจให้พี่ธนาสักนิด ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าพี่ยงยุทธเป็นแฟนพี่หทัยรัตน์ เขารักกันอย่างกับอะไรดี พี่ธนายังมามัวหลอกตัวเองกับฝันลมๆแล้งๆอยู่ได้”
พูดแล้วลลดาเดินงอนๆ ออกไป
ooooooo
ระพีพรรณขับรถไปส่งหทัยรัตน์ที่หน้าบ้าน พอหทัยรัตน์ลงไประพีพรรณถามว่าลืมอะไรหรือเปล่าแล้วเอื้อมไปหยิบช่อดอกไม้ที่เบาะหลังให้
หทัยรัตน์ถามว่าไม่เอาได้ไหม ระพีพรรณติงว่าคนให้เขาจะเสียใจ หทัยรัตน์บอกว่าถ้ายงยุทธรู้ก็ไม่ดีเหมือนกัน
ระพีพรรณบอกให้คิดว่าเพื่อนให้ก็แล้วกัน หทัยรัตน์ติงว่า “เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น”
“คำสัญญาบางทีมันก็เป็นเครื่องผูกมัดจนทำให้เราหมดอิสรภาพเหมือนกันนะรัตน์” หทัยรัตน์บอกว่าตนรู้แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อตนสงสาร “ความรักกับความสงสารมันคนละเรื่องกันนะอย่าลืม”
“ขอบใจที่เตือนสติ” หทัยรัตน์รับช่อดอกไม้แล้วเดินเข้าบ้าน
เมื่อระพีพรรณกลับถึงบ้าน เจอปวริศมาดักรออยู่ คุยกันไม่กี่คำ อุไรก็ออกมาเรียกถามว่าทำอะไรอยู่กลับมาตั้งนานแล้วทำไมไม่เข้าบ้าน มองไปเห็นปวริศก็ปรามว่า “อย่าคิดจะมาทำรุ่มร่ามกับลูกสาวฉัน”
“สิบกว่าปี ถึงคุณน้าจะยังไม่เชื่อใจผมก็ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้”
“งั้นก็รอไปเถอะ ฝันลมๆแล้งๆ” อุไรประชดแล้วเดินเข้าบ้าน แต่ปวริศมิได้ย่อท้อเพราะเจออย่างนี้มาบ่อยมากแล้ว
พออุไรเข้าบ้านก็คาดคั้นถามระพีพรรณว่าปวริศเคยถูกเนื้อต้องตัวอะไรหรือเปล่า
“แม่คะ ผู้กองเขาเป็นสุภาพบุรุษพอค่ะ”
“แม้แต่จับมือแกก็ไม่ให้มันจับงั้นเหรอ มันรักแกชอบแกแบบไหนกันเนี่ย” อุไรหัวเราะสมเพช ระพีพรรณบอกว่า วันๆตนทำแต่งาน “ฉันว่าแกไม่สนใจจะมองใครมากกว่า ฉันจะเตือนเอาไว้นะ อย่าปักใจอยู่แต่กับหลานอีแย้มนี่ เพราะถึงพ่อแม่มันด้านหน้ามาสู่ขอแก ต่อให้เอาเงินมากองท่วมหัว ก็อย่าหวังว่าฉันจะยกแกให้มัน”
ฝ่ายนางแย้มก็ลุ้นให้ยงยุทธโทร.ถามหทัยรัตน์ว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เขาบอกว่าคงถึงแล้ว โทร.ไปก็ไม่รู้จะคุยอะไร นางแย้มบ่นว่าเฉื่อยแฉะแบบนี้ระวังเขาจะไปมีคนอื่น
“ไม่หรอกครับคุณย่า ผมกับรัตน์เราเชื่อใจกัน” ตอบย่าแล้วก็อ่านหนังสือต่อ แต่ไม่นานหทัยรัตน์ก็โทร.มาบอกว่ากลับมาได้สักพักแล้ว ยงยุทธถามเนือยๆว่าขับรถเหนื่อยไหม
“สลับกันขับกับระพี พอรู้สึกล้าๆก็เปลี่ยนกัน ไม่มีอะไรมาฝากจากกรุงเทพฯเลยนะ ไม่รู้จะซื้ออะไร”
“อือ...ไม่เป็นไรหรอก ดึกแล้วนอนเถอะ ยุทธกำลังรีบอ่านหนังสือให้จบอยู่ด้วย”
หทัยรัตน์จึงวางสาย การพูดคุยกันเป็นไปอย่างเรียบเฉยเย็นชาไม่มีชีวิตชีวาเหมือนกับทุกครั้ง นางแย้มฟังอยู่ถามว่าเมื่อไรจะไปขอหมอหทัยรัตน์ เขาบอกว่ายังไม่เคยคิดเรื่องนี้ นางแย้มบอกว่าคิดได้แล้ว ถามว่าแล้วไม่เคยคุยกันเลยหรือ
ยงยุทธตอบเรียบเฉยว่าไม่เคย ตนอยากให้ตัวเองพร้อมกว่านี้ก่อน
“มีอะไรที่ไม่พร้อมอีก หน้าที่การงานเราก็เป็นถึงผู้จัดการธนาคารน้อยหน้าใครเสียที่ไหน เรื่องสินสอดทองหมั้นย่าพร้อมเสมอ เขาจะเรียกเท่าไหร่ก็ว่ามา ย่าจะสมทบไปให้อีกเท่าตัวเลยเอ้า”
แต่ยงยุทธก็ยังเฉย เพราะเรื่องนี้ยังไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย
ooooooo
เพียงวันรุ่งขึ้น รูปที่ธนานักร้องซุปเปอร์สตาร์คุกเข่ามอบดอกไม้ให้หทัยรัตน์ในงานคอนเสิร์ตก็ตีพิมพ์ในหนังสือพิพม์เกือบทุกฉบับอย่างครึกโครม
พนักงานธนาคารที่ยงยุทธเป็นผู้จัดการก็พากันซุบซิบว่า หทัยรัตน์เป็นแฟนผู้จัดการเราอยู่ไม่ใช่หรือ
ยงยุทธเองก็เห็นข่าวนั้น เขาพยายามวางท่าทีเป็นปกติทั้งที่ใจร้อนรุ่มปั่นป่วนจนอาการหอบหืดกำเริบหายใจติดขัด เขาดึงผ้าม่านที่กั้นระหว่างสำนักงานกับห้องผู้จัดการแล้วรีบค้นหายามาพ่นและกินบำบัดตัวเองทันที
หทัยรัตน์เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ว้าวุ่นใจบ่นกับระพีพรรณว่าไม่น่าไปคอนเสิร์ตบ้านั่นเลย โทษว่าธนานั่นแหละตัวดี ไม่รู้จะสร้างกระแสอะไรให้ตัวเองแล้วรึไง ถึงต้องเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
ระพีพรรณบอกว่าอย่าเพิ่งคิดมาก หทัยรัตน์สวนอย่างหงุดหงิดว่าไม่คิดได้อย่างไรป่านนี้ยงยุทธคงเห็นข่าวนี้แล้วเขาจะคิดอย่างไร
คนที่เป็นเดือดเป็นแค้นกว่าใครคือนางแย้ม พอเห็นข่าวก็ด่า “ระยำ!” แล้วด่าว่าอุไรนั่นแหละตัวดีส่งลูกสาวมาอ่อยปวริศไม่พอ พวกนี้จองเวรกับตนไม่จบไม่สิ้น
อัมพรก็กลัดกลุ้ม บ่นว่าไม่รู้เวรกรรมอะไร พี่น้องต้องมาผิดใจกันเพราะผู้หญิงคนเดียว ตนรับไม่ได้
ส่วนธนาที่ไปออกงานอีเวนต์กับลลดา ก็ตอบนักข่าวอย่างเปิดเผยว่า ตนชอบหทัยรัตน์มาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว อ้อนแฟนคลับว่า “ถ้ารักธนาจริง ธนารักใครแฟนคลับก็ต้องรักเธอด้วยนะครับ” นักข่าวถามอีกว่าแล้วที่มีข่าวกุ๊กกิ๊กกับลลดาแปลว่าแค่สร้างกระแสใช่ไหม
ลลดาเสียหน้ามากรีบบอกว่าธนาเป็นพี่ชายที่ดี ธนาก็ชมว่าลลดาเป็นน้องสาวที่ดี
เมื่อธนามาส่งลลดาที่รถ เขาส่งเธอขึ้นรถแล้วปิดประตูให้เยี่ยงสุภาพบุรุษ ลลดาตัดพ้อว่าธนาก็รู้อยู่ว่าตนคิดอย่างไรกับเขา ธนาตอบไม่ลังเลว่า
“ก็รู้ แต่รักกันอย่างพี่น้องมันยืนยาวกว่ากันนะลดา...ขับรถดีๆ อย่ามัวแต่โทรศัพท์ล่ะ”
“พี่กับพี่รัตน์ไม่มีทางได้สมหวังกันหรอก นี่ลดาไม่ได้แช่งนะคะ” ลลดาพูดแล้วขับรถไปเลย
ooooooo
หทัยรัตน์แคร์ความรู้สึกของยงยุทธมาก เธอรอโทรศัพท์จากเขา ก็พอดีพยาบาลมาบอกว่าคนไข้พร้อมแล้ว พอเธอเดินออกไปโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะก็สั่นเรียกพอดี แต่...ช้าไปแล้ว
ยงยุทธถือโทรศัพท์รอหทัยรัตน์รับสาย ก็พอดีพนักงานมาบอกว่าลูกค้าจะขอปรึกษาเรื่องบัญชีมรดก เขาจึงวางโทรศัพท์ลุกออกไป
นางแย้มทำแกงคั่วหน่อไม้ไก่กับหมูหวานไปฝากหทัยรัตน์ที่โรงพยาบาลหมายเกี่ยวหทัยรัตน์ไว้และหยั่งเชิงเรื่องธนา หทัยรัตน์ดูออกใจคอไม่ดีที่จะต้องตอบคำถามนาง พอดีระพีพรรณมาตามไปตรวจคนไข้ที่นัดไว้
พอหทัยรัตน์ออกมาแล้ว เธอบอกระพีพรรณว่า “ตัวเองเหมือนมาช่วยชีวิตเค้าไว้เลยนะเนี่ย”
นางแย้มออกมาเจออัมพรที่กำลังไปรับยา ก็ด่าหาว่าเป็นคนยุยงให้ธนามาแย่งหทัยรัตน์จากยงยุทธ ขู่ว่า
“ถ้าลูกมึงยังไม่เลิกคิดจะแย่งหมอรัตน์ กูบอกมึงได้เลยว่ายงยุทธจะยิ่งเกลียดมึงเข้าไปอีก ไม่เผาผีกันแล้วยังจะสาปแช่งมึงอีกด้วย” ด่าเสร็จนางแย้มก็ผละไปเลย
พออุไรรู้ก็บ่นพี่สาวว่าไปยืนให้มันด่าอยู่ฝ่ายเดียวทำไม เป็นตนหน่อยไม่ได้จะด่ากลับให้ต้องเอาปี๊บคลุมหัวกลับบ้านไม่ถูกเลย อัมพรบอกว่านางแย้มโกรธที่ธนาจะแย่งหมอรัตน์จากยงยุทธ บ่นว่าธนาไม่น่าทำอย่างนี้
“ก็มันรักของมัน จะไปห้ามมันได้ยังไง ฉันน่ะเชียร์ให้มันแย่งหมอรัตน์มาให้ได้ด้วยซ้ำ อยากเห็นอีแย้มมันกระอักเลือด” อุไรขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่อัมพรบอกว่าสงสารยงยุทธ ธนาจะไปแย่งคนรักของพี่ตัวเองได้ยังไง อุไรฉุนขึ้นมาถามว่า “พี่ห่วงความรู้สึกของยงยุทธมันมากขนาดนี้เลยหรือ ทั้งที่มันไม่คิดด้วยซ้ำว่าพี่เป็นแม่มัน”
อัมพรได้แต่นิ่งไปด้วยความเสียใจ
ooooooo
เย็นแล้ว ระพีพรรณชวนหทัยรัตน์ออกไปหาอะไรกินกัน แต่หทัยรัตน์กังวลใจว่าเห็นเบอร์โทร.ยงยุทธค้างอยู่คงต้องไปหาเขาด้วยตัวเอง เชื่อว่าเขาคงโทร.มาเรื่องนี้แหละ ระพีพรรณถามว่าทำไมไม่ให้ยงยุทธเป็นฝ่ายมาหาเอง
หทัยรัตน์บอกว่าตนเข้าใจยงยุทธมากกว่าใคร เลยถูกระพีพรรณบ่นว่านี่แค่เป็นแฟนถ้าแต่งงานกันไปไม่รู้จะต้องง้อกันขนาดไหน เลยถูกหทัยรัตน์แซวว่าใครจะเหมือนผู้กองปวริศล่ะตามรับส่งแทบทุกวัน
“บอกตามตรง เค้าไม่เข้าใจความรักแบบยงยุทธ แค่แสดงออกว่ารักว่าแคร์มันจะยากอะไรนักหนา” หทัยรัตน์ก็ยังแก้ต่างให้ยงยุทธว่าเขาก็เป็นแบบนี้มา
แต่ไหนแต่ไรแล้ว “เขาต้องการความรักจากคนอื่นมากกว่าจะเป็นผู้ให้ความรักหรือเปล่า” ระพีพรรณพูดทิ้งไว้ให้เพื่อนคิด
แล้วหทัยรัตน์ก็ไปหายงยุทธรอเขาที่ลานจอดรถของธนาคาร ชวนไปหาอะไรกินกันไหม ยงยุทธบอกว่าคุณย่ารอกินข้าวอยู่ แต่พอหทัยรัตน์บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย เขาจึงโทร.ไปบอกนางแย้มว่าให้กินกันก่อนเลยไม่ต้องรอตน
นางแย้มบอกทุกคนในบ้านว่าไม่ต้องรอ ยงยุทธเขาจะไปกินข้าวกับหมอรัตน์ สุดาถามเยาะๆว่าปรับความเข้าใจกันแล้วหรือ นางแย้มเลยเล่าว่าวันนี้เจออัมพรที่โรงพยาบาลตนด่าไปเรียบร้อยแล้ว ที่ส่งลูกชายมาแย่งหมอรัตน์ แต่หมอรัตน์ไม่ตาต่ำเอาลูกชายหน้าลิงนั่นมาทำแฟนหรอก เลยถูกประยูรขัดคอว่า
“ไอ้หน้าลิงที่แม่ว่า สักวันอาจกลายมาเป็นหลานเขยแม่ก็ได้”
“ไปบอกยัยลดาเสียด้วยเลยว่าแม่ไม่เอา เลิกคิดไปได้เลย ลูกหลานบ้านนี้มันเป็นอะไรกันไปหมด คนดีมีให้คบหาตั้งเยอะแยะไม่เอา ชอบกินของสกปรก” พอดีปวริศเข้ามาเขาขอโทษที่มาช้า เลยโดนลูกหลงจากนางแย้ม
เข้าจนได้ นางแย้มติดสินบนว่าจะออกรถป้ายแดงให้เพื่อแลกกับการเลิกคบหากับลูกสาวอุไร
“พอดีรถคันที่ผมใช้อยู่ ผมยังรักมันอยู่เลยครับ ยิ่งขับมันยิ่งเหมือนรู้ใจ ผมยังไม่คิดจะเปลี่ยนป้ายแดงหรอกครับคุณย่า ขอบพระคุณคุณย่ามากครับ”
เป็นคำตอบที่ทำให้บรรยากาศการกินข้าวกร่อยไปทันที สุดาตาเขียวปั้ดใส่ปวริศ ประยูรทำไม่รู้ไม่ชี้ ปวริศน่ังกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางแย้มหน้างอ ปวริศเลยตักกับข้าวให้เอาใจ
ยงยุทธไปกินข้าวกับหทัยรัตน์เขาสั่งอาหารเดิมๆ จนหทัยรัตน์ถามว่ากินแต่กับข้าวเดิมๆไม่เบื่อบ้างหรือ เขาบอกว่าอย่างอื่นกินไม่เป็น เธออยากกินอะไรก็สั่งเพิ่มเอา
เมื่อทั้งสองคุยกันถึงเรื่องช่อดอกไม้ที่ธนาให้ในงานคอนเสิร์ต หทัยรัตน์บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด นักข่าวเอาไปเขียนกันเอง ยงยุทธทำเป็นถามว่าจะให้ตนทำอย่างไรในเมื่อตนไว้ใจเธอ ทำเอาหทัยรัตน์สะดุ้งใจเพราะจริงๆแล้วตัวเองก็แอบคิดอะไรกับธนาอยู่แว้บๆ แต่ยงยุทธก็พูดอย่างมั่นใจหนักแน่นว่า
“หรือถ้าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ยุทธก็หวังว่าจะได้ยินจากปากของรัตน์เองเป็นคนแรกแล้วกัน คำสัญญาต่อให้นานแค่ไหนมันก็ไม่มีทางลดค่าในตัวของมันเองได้หรอก ยกเว้นใจของคนถือสัญญานั้นจะเปลี่ยนไป”
พูดแล้วยงยุทธก้มหน้าก้มตากินข้าว หทัยรัตน์เสียอีกที่เป็นคนคอยตักโน่นนี่ให้เขาอย่างที่เคยทำ
กลับถึงห้องนอน หทัยรัตน์เห็นช่อดอกไม้ที่ธนาให้เริ่มเฉาจึงฉีดน้ำใส่ ทำแล้วจึงรู้สึกว่าตัวเองให้ความสำคัญกับธนาไม่รู้ตัว เปิดลิ้นชักเห็นเทปคาสเส็ทที่ธนาให้เป็นของขวัญวางอยู่อีก ครั้นถอดนาฬิกาที่ยงยุทธให้ก็คิดถึงคนให้ หัวใจเธอเวลานี้มีผู้ชายสองคนแทรกซึมอยู่ไม่รู้ตัว...
ooooooo
ธนาถ่ายละครเสร็จเขารีบกลับบ้านพร้อมของฝากพ่อกับแม่มากมาย พอมาถึงรู้ว่าแม่ไม่สบายก็บ่นกับพ่อว่าบอกแล้วว่าอย่าทำงานหนัก บอกพ่อว่าจะหาแม่บ้านมาสักคนตนจะจ่ายเอง ทวีโบ้ยให้ไปคุยกับแม่เองก็แล้วกัน
ธนาขึ้นไปหาอัมพรที่ห้อง เห็นแม่นอนหลับตาอย่างอ่อนเพลียก็เข้าไปสวัสดีอ้อนว่าคิดถึงแม่จังเลย วันนี้ปิดกล้องก็ชิ่งมาเลย เล่าอย่างร่าเริงว่า
“แม่คอยดูละครธนาเรื่องนี้นะครับ แม่ต้องชอบ ได้ดูไปด่าธนาไปแน่ ตบจูบทั้งเรื่อง ธนาซื้อของมาฝากแม่เพียบเลย” อัมพรบ่นว่าซื้อมาทำไมสิ้นเปลืองเปล่าๆ เก็บเงินไว้ดีกว่า “เงินเก็บก็ส่วนเงินเก็บ ธนาแยกเก็บไว้แล้วอย่างที่แม่สอนแหละครับ รับรองเวลาไปขอลูกสะใภ้ให้แม่ธนาจะไม่กวนแม่ซักบาท”
ธนาหัวเราะอย่างร่าเริง แต่อัมพรยิ้มไม่ออกถามว่าลูกสะใภ้คนไหน ธนาบอกว่าถึงเวลาแล้วจะพามาให้แม่ดูตัวรับรองไม่แต่งแบบสายฟ้าแลบแน่ๆ
“แม่ขออย่างเดียว ไม่เป็นหมอรัตน์ได้ไหมธนา”
ธนายิ้มค้างหน้าเจื่อน สายตาที่มองแม่นั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
แม้ธนาจะมีอุปสรรค ทั้งคู่แข่งทั้งถูกสั่งห้ามทั้งถูกกีดกัน แต่เขาก็ไม่ย่อท้อมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงไปอย่างมั่นคง ด้วยวิธีที่เปิดเผย สู้กันอย่างแมนๆแฟร์ๆ
วันนี้เขาไปหายงยุทธที่ธนาคาร บอกยงยุทธว่ามาขอกู้เงินไปแต่งงาน ยงยุทธพูดหน้าขรึมว่าไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อแบบนั้น ธนาหัวเราะบอกว่า “นายก็น่าจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”
“นายนี่ยังเซ้าซี้ไม่เลิก ทั้งที่รัตน์เขาไม่ได้คิดอะไรกับนายอย่างนั้นซักนิด”
“แล้วถ้ารัตน์คิดล่ะนายจะว่ายังไง”
“ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของรัตน์”
“โอเค นายพูดออกมาเองนะ ว่านายเคารพการตัดสินใจของรัตน์”
“นายไม่มีทางแยกรัตน์ไปจากฉันได้หรอก”
“แน่ใจก็ดี แต่จำไว้อย่าง จำให้ขึ้นใจเลยนะตราบใดที่นายกับรัตน์ยังไม่แต่งงานกัน ฉันถือว่าฉันมีสิทธิ์เหมือนกัน”
ทั้งคู่เผชิญหน้ากันแน่วนิ่ง มองกันตาไม่กะพริบ!
ooooooo
ธนาแน่วแน่ มุ่งมั่น แต่ร่าเริงสุขภาพจิตดี เขามีลูกเล่นมากมายกับหทัยรัตน์ที่บางทีก็น่าโกรธแต่เธอก็โกรธไม่ลง
วันนี้ธนาทำทีป่วยหนาวสั่นไปหาหมอหทัยรัตน์ที่โรงพยาบาล พอหทัยรัตน์เห็นหน้าคนป่วยเท่านั้น เธอฉุนกึกดุว่า ไม่ตลกเลย หทัยรัตน์บอกว่าเห็นหน้าเขาก็เครียดแล้วเพราะข่าวบ้าๆนั่นแหละทำให้ชีวิตตนปั่นป่วนไปหมด
“ก็มันเป็นเรื่องจริง รัตน์จะต้องกลัวอะไร”
“เงียบไปเลย แก้ข่าวเสียด้วย แล้วถ้าจะสร้างกระแสอะไรก็ไปสร้างกับลดาโน่น อย่าเอาเค้าไปเกี่ยวข้องอีก” พูดแล้วเดินออกจากห้องตรวจไป ธนาวิ่งตามไม่รู้จะทำอย่างไรเลยร้องเพลงรักลั่นไปหมด กระนั้นหทัยรัตน์ก็ไม่แม้แต่จะหันมอง
แต่ลลดาก็ยังลุ่มหลงธนายิ่งเมื่อได้เล่นละครด้วยกันก็ยิ่งรัก วันนี้ได้ยินนางแย้มที่ดูละครอยู่บ่นว่านางเอกไม่เห็นสวยเลย ลลดาทำหน้าอ้อนถามว่าสวยสู้ตนไม่ได้ใช่ไหม อวดว่าละครที่ตนเล่นจะออนแอร์ต่อจากเรื่องนี้แหละย่าอย่าลืมดูนะ แต่พอนางแย้มรู้ว่าแสดงคู่กับธนาก็บ่น “พระเอกคนอื่นไม่มีแล้วรึไง ถึงต้องเล่นคู่กับไอ้นี่ทุกที”
“คุณย่า ตอนนี้ไม่มีใครดังเท่าธนาหรอกนะคะ ขืนลดาจับคู่กับคนอื่นเรตติ้งตกแหงๆ” นางแย้มบอกว่าตนไม่ชอบ “แหมคุณย่า พี่ธนาเขาน่ารักจะตาย” นางแย้มหน้าตึงว่ามันลูกหลานอีพวกบ้านโน้น “ไม่เห็นเป็นไรเลย คุณย่าต้องขอบใจลดาด้วยซ้ำที่เป็นตัวกันพี่หมอรัตน์ให้พี่ยงยุทธ คุณย่าไม่ชอบหรือคะ”
“คนบ้านนี้จะหน้าไหนก็ห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกมัน” นางแย้มประกาศิต ยงยุทธนั่งอยู่เงียบ ๆ เขาลุกขึ้นขอตัวขึ้นข้างบนทันที ลลดาอ้อนนางแย้มว่า คุณย่าต้องไปห้ามพี่ปวริศให้ได้ก่อน แล้ววิ่งตามยงยุทธไป นางแย้มมองตามบ่นอย่างขัดใจ
“แต่ละคน...มันไม่เห็นหัวกูเลย...”
ลลดาวิ่งตามไปถามยงยุทธว่าเมื่อไรจะแต่งงานกับหทัยรัตน์ เขาถามหน้านิ่งว่าจะรู้ไปทำไม เธอถามอีกว่าเคยชวนหมอรัตน์แต่งงานไหม ยงยุทธพูดอย่างตำหนิว่า “นี่มันเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเขานะ”
“เรื่องส่วนตัวพี่ก็เรื่องส่วนตัวลดาเหมือนกัน ลดารู้ว่าพี่ธนาเขาเอาจริงนะ เรื่องพี่หมอรัตน์น่ะ ขืนพี่ทำอืดเป็นเต่าคลานอยู่อย่างนี้ พี่หมอรัตน์เสร็จพี่ธนาแน่ พี่ธนาเขามีเสน่ห์จะตาย ผู้หญิงที่ไหนก็หลงได้ง่ายๆ ลดาอยู่ข้างพี่นะ ยินดีให้คำปรึกษาทุกอย่างค่ะ” พูดทิ้งให้คิดแล้วกลับลงไป
ooooooo
วันนี้เพื่อนสมัยเรียนมัธยมนัดเจอกัน ธนากำลังจะออกไปก็ถูกทวีทักว่ากลับมาทั้งทีก็อยู่ไม่ติดบ้าน เตือนว่าไปก็ระวังตัวหน่อยแล้วกันอย่ากลับดึกนักแม่เขาเป็นห่วง
ธนาบอกพ่อว่าแม่ห่วงผิดคนแล้ว ทวีรู้ว่าเขาหมายถึงใครบอกว่าอย่าน้อยใจแม่เขาเลย
“ไอ้หมอนั่นมันไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าแม่เป็นแม่มัน แต่แม่ก็ยังไปแคร์มันอยู่ได้ จะไม่ให้ธนาน้อยใจได้ยังไงครับพ่อ”
“เราต้องเห็นใจแม่เขาด้วย แม่รู้สึกผิดกับเรื่องนี้มาร่วมสามสิบปี มันเหมือนเป็นบาปที่ยังติดค้างอยู่ในใจเขาน่ะแหละ เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะห่วงพี่ชายเรามากกว่า”
“แต่เรื่องที่แม่ขอร้อง ธนาทำให้ไม่ได้หรอกนะครับ รัตน์เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ธนารักแล้วจะให้ธนาถอนตัวออกมาง่ายๆได้ยังไง ถ้าหมอนั่นมันแน่จริงดีจริง ก็ชนะใจรัตน์ไปให้ตลอดแล้วกัน แล้วธนาจะเป็นฝ่ายยอมแพ้ยอมถอยออกมาเอง”
เพราะตรอมใจทั้งเรื่องผัวเรื่องลูก ทำให้พะยอมสุขภาพไม่ดี คืนนี้ขณะนอนยังไม่หลับ หูแว่วเสียงรื้อของกุกกักอยู่ข้างล่างจึงย่องลงมาดู เห็นลือชัยกำลังรื้อค้นข้าวของอย่างกระวนกระวาย พอเห็นพะยอมลงมาก็แบมือขอเงินห้าร้อย พะยอมถามว่าจะเอาไปทำอะไรค่ำมืด ข้าวปลาที่บ้านก็มี
ที่แท้ลือชัยหันไปติดยาอีก เมื่อพะยอมไม่ให้ ก็ถามว่าแม่อยากให้ตนตายตรงนี้ใช่ไหม พะยอมใจแข็งหันหลังเดินกลับขึ้นข้างบน ก็ได้ยินลือชัยทำลายข้าวของอย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายทนไม่ได้ลงมาบอกให้พอแล้ว อยากได้เท่าไรก็มาเอาแต่อย่าทำลายข้าวของ พอพะยอมเอากระเป๋าสตางค์ออกมา ลือชัยก็คว้าไปเอาเงินทั้งหมดในกระเป๋าไปแล้วโยนกระเป๋าทิ้งวิ่งกระเซอะกระเซิงออกจากบ้านไป
พะยอมร้องไห้โฮทั้งเจ็บปวดและแค้นใจ เพราะนี่ก็เหมือนกับฆ่าลูกให้ตายด้วยน้ำมือตัวเอง...
รุ่งขึ้นนางแย้มรู้เรื่องก็ยุพะยอมให้ส่งลือชัยไปอยู่กับพ่อเขาเสีย ให้พ่อเขากำราบกันเอง พูดอย่างมีอารมณ์ว่า ทำให้มันเกิดมาก็ต้องรับผิดชอบด้วยกัน พะยอมก็ได้แต่กลัดกลุ้มมองไม่เห็นทางออก...
ooooooo
วันนี้ธนาเอาของฝากมาให้ทุกคนในบ้าน มีผ้าไหมให้ยายอ่ำบอกว่ายายจะได้มีผ้าไหมสวยๆ ใส่ไปวัด มีผ้าผืนมาฝากน้า อุไรแกะดูแล้วชมว่าสวยถูกใจจริงๆ
นางอ่ำบอกว่าวันหลังไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากหรอก ถามว่าเก็บเงินได้เยอะไหม ธนาคุยว่าเยอะเข้าขั้นเศรษฐีแล้ว อุไรเดาว่าวันหลังไปขอสาวแต่งงานก็คงไม่ต้องอาศัยเงินพ่อแม่แล้วกระมัง ธนาหัวเราะบอกน้าว่า เท่าไรถึงจะพอยังไม่รู้เลย
“ดีแล้วลูก รู้จักเก็บเงิน แต่อย่าให้เงินทองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิตจะทำอะไรก็อย่าประมาท ต้องรอบคอบ ต้องมีสตินะลูก” นางอ่ำสอน ธนาไหว้รับคำสอนอย่างอ่อนน้อม นางอ่ำลูบหัวหลานด้วยความรัก
วันนี้วันเกิดหมอหทัยรัตน์ บรรดาพยาบาลใครผ่านไปผ่านมาเจอกันก็อวยพรวันเกิด พยาบาลคนหนึ่งเอาดอกไม้มาให้บอกว่ามีคนมาฝากไว้แต่เช้าแล้ว
หทัยรัตน์รับดอกไม้เข้าห้องอย่างมีความสุขมากแต่พอดูการ์ดที่ติดมาก็หน้าเจื่อน ระพีพรรณมาเห็น แซวว่าก็ยังดีอุตส่าห์ส่งดอกไม้มาให้สงสัยรู้ตัวว่ามีคู่แข่ง หทัยรัตน์บอกว่าไม่ใช่จากยงยุทธ แต่เป็นดอกไม้จากธนา ทำเอาระพีพรรณร้องอ้าว ทำหน้าไม่ถูก
ธนาไม่เพียงส่งดอกไม้มาอวยพรวันเกิด เขายังมาร้องเพลงเหมือนเปิดคอนเสิร์ตย่อยๆ อวยพรวันเกิดให้หทัยรัตน์ด้วย บรรดาพยาบาลและคนป่วยในโรงพยาบาลต่างได้ดูคอนเสิร์ตขนาดย่อมมีความสุขกันถ้วนหน้า
แม้หทัยรัตน์จะนึกในตอนแรกว่า “อีตานี่ ทำอะไรแผลงๆ อีกแล้ว” แต่พอคอนเสิร์ตจบ เธอกลับรู้สึกประทับใจ ปลื้มใจ ในสิ่งที่ธนาทำให้ในวันนี้
ลูกค้าที่ธนาคารคุยกันอย่างตื่นเต้นถึงคอนเสิร์ตวันเกิดหมอหทัยรัตน์ที่โรงพยาบาล ยงยุทธฟังเงียบๆแล้วเดินผละไป
หทัยรัตน์ถามระพีพรรณว่าตนควรจะทำอย่างไรกับ “อีตาคนนี้” ดี ระพีพรรณบอกว่าไม่เห็นต้องทำยังไง เวลาจะเป็นเครื่องตัดสินทุกอย่าง ดักคอเพื่อนยิ้มๆว่า “เค้าว่าตัวเองรู้อยู่แล้วว่าควรทำยังไง ถามไปอย่างนั้นแหละ ใช่ไหม”
“มันเป็นเรื่องลำบากใจนะ”
“ถามตัวเองแล้วกันว่าอยู่ใกล้ใครแล้วมีความสุขกว่ากัน”
ooooooo
นางแย้มไปตลาดได้ยินคนที่ตลาดเล่าลือกันเรื่องธนาไปเปิดคอนเสิร์ตอวยพรวันเกิดหมอหทัย-รัตน์ที่โรงพยาบาลก็ร้อนใจ ลิ่วไปหายงยุทธที่ธนาคาร พอพูดเรื่องนี้ยงยุทธบอกว่าช่างมันเถอะครับคุณย่า
นางแย้มโวยว่าช่างมันได้ยังไง ทำอย่างนี้เสียหายทั้งสองคน มันหยามกันชัดๆ คนเขารู้กันทั้งจังหวัดว่าสองคนเป็นแฟนกัน ยงยุทธมั่นใจว่าถ้าหทัยรัตน์ไม่เล่นด้วยก็จบ ไม่ว่านางแย้มจะยั่วยุอย่างไรยงยุทธก็ยังเฉื่อยอยู่อย่างนั้น จนนางแย้มถามว่าจะไม่ทำอะไรเลยรึ เขาย้อนถามหน้านิ่งว่า จะให้ตนทำอะไร
“ทำอะไรก็ได้ ตอกให้มันหน้าหงายกลับไปบ้าง แล้ววันนี้วันเกิดหมอรัตน์เขาจริงๆเหรอ...แกทำอะไรให้เขาบ้าง”
“ทำไมต้องทำอะไรด้วยเหรอครับ”
เป็นคำตอบที่ทำเอานางแย้มอยากจะบ้าตาย แต่ยงยุทธก็โทร.ไปทักทายหทัยรัตน์อย่างจืดชืดถามตอบกันไม่กี่คำก็ไม่รู้จะพูดอะไรตัดบทวางสายเอาดื้อๆ แต่ก็ยังทำให้หทัยรัตน์ชื่นอกชื่นใจไม่น้อย
เมื่อยงยุทธกลับไปกินข้าวที่บ้าน นางแย้มถามว่าเมื่อไรจะขอหทัยรัตน์แต่งงาน บอกว่าจะหาแหวนเพชรให้ติดตัวไว้ มีโอกาสเมื่อไรก็ขอแต่งงานเลย ยงยุทธบอกว่าขอคุยกับเธอก่อนได้ไหม เธออาจจะไม่อยากแต่งงานกับตนก็ได้ เพราะเวลาอาจทำให้คนเปลี่ยนแปลงได้ นางแย้ม ร้อนใจทั้งเป่าหูยุยงและเคี่ยวเข็ญให้เขาต้องสู้กับ “ไอ้หน้าลิง” นั่นให้ถึงที่สุด ถอยไม่ได้เด็ดขาด
หารู้ไม่คืนนี้ธนาซื้อขนมนมเนยไปมากมายเพื่อเลี้ยงฉลองวันเกิดให้หทัยรัตน์ มีเค้กวันเกิดให้เธอเป่าเทียนด้วย บรรยากาศคึกคักร่าเริงมาก
นางแย้มก็ทำข้าวต้มปลาใส่ปิ่นโตให้ยงยุทธหิ้วไปฝากหทัยรัตน์ที่คืนนี้อยู่เวรพอดี พอยงยุทธหิ้วปิ่นโตไปมองผ่านห้องกระจก เห็นภายในห้องมีการฉลองวันเกิดให้หทัยรัตน์กันครึกครื้น ที่บาดตาบาดใจคือเห็นธนาป้อนเค้กให้หทัยรัตน์ด้วย
ยงยุทธตัดสินใจหิ้วปิ่นโตกลับผ่านยามที่ประตูก็เอาข้าวต้มปลาเทให้ยามแล้วหิ้วปิ่นโตกลับ นางแย้มถามว่าหทัยรัตน์ได้กินไหม เธอว่าอย่างไรบ้าง ยงยุทธบอกว่าเธอชมว่าอร่อยมากฝากขอบคุณคุณย่าด้วย
“เห็นไหม เป็นแฟนกันเนี่ย แกต้องรู้จักเอาอกเอาใจ จะมามัวเกรงใจอยู่ไม่ได้ ผู้หญิงน่ะนะยังไงก็แพ้ความใกล้ชิด ขืนแกทำเฉยๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวเขาทิ้งแกแน่เข้าใจไหมที่ย่าพูดเนี่ย”
“เข้าใจครับ คุณย่า”
รุ่งขึ้นนางแย้มทำกับข้าวไปให้หทัยรัตน์อีก ถามว่าข้าวต้มปลาเมื่อคืนอร่อยถูกปากใช่ไหมวันนี้เลยทำกับข้าวมาให้เอากลับไปกินที่บ้าน หทัยรัตน์งงๆ แต่กลับลำทันบอกว่าอร่อยค่ะ อร่อยมาก
พอเล่าให้ระพีพรรณฟัง ทั้งสองเชื่อว่ายงยุทธคงมาแล้วเห็นพวกเรากำลังฉลองกับธนาในห้องเลยกลับไป หทัยรัตน์เป็นกังวลกลัวยงยุทธเข้าใจผิด ระพีพรรณบอกว่า ก็หาทางคุยกันเสียจะได้เคลียร์
หทัยรัตน์ปรารภว่ายงยุทธเป็นคนขี้น้อยใจ ระพีพรรณบอกว่าถ้ารักกันจริงก็ต้องหนักแน่น เรื่องแค่นี้ก็มัวแต่น้อยใจไม่เข้าท่าเลย ถามว่าเธอแคร์ยงยุทธแค่ไหน
“สงสาร เค้าไม่อยากเห็นยงยุทธผิดหวังหรือเสียใจ”
“แต่เขาก็ต้องปรับปรุงตัวเองด้วยใครจะมาคอยเอาใจได้ตลอดชีวิต เขาควรจะเป็นคนที่รู้จักให้คนอื่นบ้าง ไม่ใช่คอยแต่รับอย่างเดียว”
การพูดตรงๆของระพีพรรณทำให้หทัยรัตน์ยิ่งกลุ้ม พอดีพยาบาลมาบอกระพีพรรณว่ามีคนมาพบ เธอจึงออกไป
คนที่มาพบระพีพรรณคือลือพงษ์ เขาบอกว่าลือชัยกลับไปติดยาอีกแล้วคราวนี้อาละวาดทำลายข้าวของและขโมยของไปขายหลายอย่างตนไม่รู้จะทำอย่างไร ถามว่าให้ตำรวจจับเข้าคุกไปเลยดีไหม และพะยอมเองตอนนี้ก็กลุ้มใจมากพาลมาลงกับตน ถามว่าหรือจะตัดหางปล่อยวัดไปเลยไม่ให้เข้าบ้านอีกดีไหม
ระพีพรรณเห็นว่าขืนไม่มีที่อยู่ก็จะยิ่งเป็นโจร ลือพงษ์ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรตอนนี้ตนจนปัญญาแล้ว
ooooooo
นางแย้มซื้อแหวนเพชรให้ยงยุทธเอาติดตัวไว้โอกาสเหมาะเมื่อไรก็ให้ขอหทัยรัตน์แต่งงานเลย ทั้งยังให้ลลดาไปซื้อดอกไม้เอาไปให้ที่ธนาคาร เพื่อเย็นนี้เขาเอาแหวนให้หทัยรัตน์จะได้ให้ดอกไม้ด้วย
เหตุการณ์นี้ทำให้ยงยุทธรู้สึกว่าตัวเองเหมือนหุ่นยนต์ที่ต้องให้ใครต่อใครคอยป้อนข้อมูลให้ไม่มีผิด
แต่ธนายังรุกต่อเนื่อง วันนี้พอรู้ว่าหทัยรัตน์ไปช็อปปิ้งก็ตามไปช่วยหิ้วของให้ แต่ก็เสียท่า ถูกแฟนคลับมารุมกรี๊ดจนเป็นโอกาสให้หทัยรัตน์หลบไปได้ พอธนาหลุดจากแฟนคลับได้ก็ปลอมตัวตามหาหทัยรัตน์จนเจอ แต่ไม่ทันไรลลดาก็มาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องไปงานอีเวนต์ด้วยกัน ตนไม่อยากขับรถฉะนั้นให้มารับไปด้วยกัน
พอแยกจากลลดามาได้ ธนาก็วิ่งตามไปหาหทัยรัตน์ที่ลานจอดรถ ชวนไปกินไอติมด้วยกัน เธอย้อนถามว่าทำไมไม่ชวนลลดาล่ะ ธนาบอกว่าลลดาคบกันแค่เรื่องงาน ธนาออดอ้อน มีลูกล่อลูกชนลูกเล่นที่ทำให้หทัยรัตน์ยิ้มออก ก่อนแยกกันยังย้ำว่า จะโทร.ไปหาถ้าไม่รับสายจะตามไปให้ถึงบ้านเลย
ยงยุทธเอาแหวนกับช่อดอกไม้เตรียมไปมอบให้หทัยรัตน์ที่โรงพยาบาล รวบรวมความกล้าว่าวันนี้ต้องทำให้ได้
ส่วนธนาเตรียมกลับกรุงเทพฯแล้ว อัมพรมาส่งลูกที่รถบอกให้ขับรถดีๆ อย่าประมาท แต่พออัมพรจะพูดเรื่องยงยุทธอีก ธนาบอกแม่ว่า เราทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าเขาไม่คิดว่าเราเป็นญาติก็ช่างหัวมันเถอะ
แต่พอธนาขับรถออกไป มยุรีย์กลับเข้าบ้านก็พบว่าอัมพรล้มฟุบกับพื้น เธอตกใจมากวิ่งออกไปโบกมือเรียกธนาให้กลับมา ธนากลับมาพาแม่ไปส่งโรงพยาบาลด้วยความตกใจเป็นห่วงมาก
หทัยรัตน์กับระพีพรรณเตรียมรับคนไข้อยู่ที่โรงพยาบาล หทัยรัตน์ได้รับโทรศัพท์จากยงยุทธถามว่าอยู่ที่ไหน พอเธอบอกว่าอยู่โรงพยาบาล เขาติงว่าไหนว่าวันนี้วันหยุดไง
“มีเคสฉุกเฉิน...เท่านี้ก่อนนะยุทธ คนไข้มาถึงพอดี”
เมื่ออัมพรมาถึงโรงพยาบาลหทัยรัตน์ก็ให้เข้าห้องฉุกเฉินทันที
ยงยุทธประคองช่อดอกไม้และแหวนเพชรในกระเป๋าเข้ามาในโรงพยาบาล เชื่อว่าหทัยรัตน์ต้องอยู่ห้องฉุกเฉินจึงมุ่งไปทางนั้น
พอไปถึงเห็นครอบครัวของธนาอยู่กันหน้าห้องฉุกเฉิน และเมื่อหทัยรัตน์ออกมา ทุกคนก็กรูกันเข้าไปถามอาการ
“คุณป้าเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจแตก ต้องผ่าตัดด่วนที่สุด” หทัยรัตน์บอก ทุกคนเครียด หทัยรัตน์เอื้อมมือไปจับมือธนาบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจบอกว่า “อาจารย์หมอทวีศักดิ์จะเป็นคนผ่าตัดให้เอง ไม่ต้องห่วงนะธนา คุณป้าจะต้องปลอดภัย”
ภาพความสัมพันธ์ของธนากับหทัยรัตน์ ทำให้ยงยุทธชะงักฝีเท้าขยับหลบเชื่อว่าคงมีใครสักคนป่วยหนักและถ้าเดาไม่ผิดคงเป็น “ผู้หญิงคนนั้น” ในภาวะนี้ยงยุทธนิ่งคิดไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไรดี
ooooooo










