นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สวยร้ายสายลับ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

    เมษากับเทพซุ่มเตรียมพร้อมอยู่ข้างนอก เมษาเห็นปึกหายเงียบไปนานผิดปกติ ก็พอดีดาบยิ้มโทร.มาบอกเทพว่าเห็นไมค์เข้าไปในบ้านแล้ว น่าจะเกิดเรื่องในบ้าน เมษาเสนอให้บุกเข้าไปช่วยพวกเขาเลย

    เมษาไปบอกยามว่าจะเข้าไปพบเควินสมิธ ยามบอกว่าเควินไม่ได้สั่งไว้

    “เขาเพิ่งโทร.เรียกฉันมาเดี๋ยวนี้เองค่ะ” ยามจะเข้าไปถามเควินก่อน เมษารีบทัดทาน “ฉันว่าคุณอย่าเสียเวลาเลย หนูปึกเพื่อนฉันก็เพิ่งเข้าไปหาเขา” ยามมองหน้าชั่งใจแล้วเปิดประตูให้ พริบตานั้นเมษาดันประตูกระแทก

    หน้ายามจนเซ ยามหันมาจะต่อย ถูกเมษาถีบไปทางเทพ เทพรับล็อกคอรัดจนยามหมดสติ แล้วพากันวิ่งเข้าไปในบ้าน

    เข้าไปแล้วยังต้องเจอด่านการ์ดอีกชั้นหนึ่ง เทพถูกการ์ดยกปืนจะยิง แต่ถูกเมษากระโดดเตะปืนกระเด็น การ์ดถูกเทพจัดการจนหมดสภาพ เมษาร้องบอกเทพให้รีบขึ้นข้างบน

    ที่ห้องนอนเควิน ปึกยังถูกมัดอยู่ ไมค์ถูกเควินล็อกคอ มันเย้ยว่า “คิดจะมาลอกคราบฉันงั้นหรืออย่าหวังเลย”

    ไมค์บอกว่าตอนนี้ตำรวจล้อมบ้านไว้หมดแล้ว ถ้ายิงตนเขาก็ต้องถูกจับ ให้ปล่อยพวกตนเสียแล้วเขาจะไม่เดือดร้อน

    “ใช่ ถ้าแกยิงเรา ตำรวจเขาก็จะจับแก ที่แกขโมยหลวงพ่อคำเกลี้ยงมา พวกเรารู้แล้วว่าแกคือโจร ไม่ใช่นักบุญ บอกมาเสียดีกว่าว่าซ่อนหลวงพ่อคำเกลี้ยงไว้ไหน”

    พอเควินยกปืนจะยิงไมค์ ประตูก็เปิดผัวะ เทพกับเมษาจ่อปืนเข้ามาสั่ง

    “ทิ้งปืน! ถ้าคุณขยับแม้แต่ก้าวเดียวละก็...ผมจำเป็นต้องยิงคุณนะ”

    เมษาสำทับให้ทิ้งปืน ปึกร้องบอกเมษาให้ช่วยตนด้วย ส่วนไมค์ยุเทพให้ยิงมันเลยไม่ต้องห่วงตน พอเทพกับเมษาขยับจะยิงจริงๆ เควินก็ยอมทิ้งปืน เทพเข้าไปใส่กุญแจมือ เควินถามว่ามาจับตนเรื่องอะไร ตนจะฟ้องพวกเขาที่บุกรุกในยามวิกาล

    “ไม่ต้องทำหัวหมอกับเรา เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่ไหน” เมษาถาม เควินทำไขสือถามว่าเศียรอะไรตนไม่รู้เรื่อง

    “เราเจอหลวงพ่อคำเลี้ยงแล้วครับผู้กอง อยู่ในห้องใต้บันไดข้างล่างครับ” ดาบยิ้มเข้ามาบอก เทพบอกให้ดาบยิ้มเอาตัวเควินไปที่หน่วย เควินโวยวายว่าตนไม่รู้เรื่อง ดาบยิ้มบอกว่า “ไปให้การที่ศาลแล้วกัน” แล้วคุมตัวเควินออกไป

    พอเอาตัวเควินไปแล้ว เทพตำหนิไมค์ว่าวันหลังจะทำอะไรให้ปรึกษากันก่อน ถ้าตนกับผู้กองเมษาเข้ามาไม่ทัน ทั้งไมค์และปึกเป็นผีเฝ้าบ้านเควินไปแล้ว

    ooooooo

    เควินสมิธถูกนำตัวไปที่หน่วย ผู้การเสวีส่งเอกสารให้เซ็นรับสารภาพ เควินปากแข็งปฏิเสธว่าตนไม่รู้ว่าเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปอยู่ในบ้านตนได้อย่างไร ทั้งยังหาว่าตำรวจเอาหลักฐานไปยัดไว้ที่บ้านตนด้วย

    เมื่อเทพบอกว่าทางการมีหลักฐานว่าเขาเป็นพ่อค้ารับซื้อเศียรพระพุทธรูปมานานแล้ว เควินท้าว่ามีหลักฐานก็เอามาแสดงเลย ตนจะรอทนาย ตอนนี้ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ผู้การเสวีจึงบอกให้เทพกับเมษาออกไปก่อน

    ทั้งหมดมานั่งที่ห้องของผู้การเสวี ผู้การชมว่า สองคนเก่งมากที่ทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จ เทพถามว่าเราจะจัดการผู้การสถิตย์ยุทธเลยไหม ผู้การบอกให้ใจเย็นๆ เชื่อว่าไม่เกินสองวันเควินสมิธจะต้องซัดทอดผู้การสถิตย์–ยุทธเพื่อเอาตัวรอดแน่

    “ไม่น่าเชื่อนะคะว่าเราจะปิดคดีนี้ได้ง่ายกว่าที่คิด” เมษาเอ่ย ผู้การชมว่า แสดงว่าสองคนเป็นคู่หูทำงานกันได้ลงตัว ดูนาฬิกาแล้วบอกว่าเกือบตีสี่แล้วให้ไปพักผ่อนกันเสีย เพราะเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว

    ooooooo

    ออกจากห้องผู้การเสวี ทั้งเทพและเมษาต่างถามขึ้นพร้อมกันว่าหิวไหม แล้วก็ชะงักมองหน้ากันขำๆ ต่างบอกให้อีกฝ่ายพูดก่อน เทพเป็นสุภาพบุรุษให้สุภาพสตรีเมษาพูดก่อน เธอบอกว่าตนหิว เทพจึงบอกว่าตนก็หิว

    แต่พอไปนั่งที่ร้านกาแฟ พนักงานเอาเบอร์เกอร์กับกาแฟมาเสิร์ฟ เทพเทซอสมะเขือเทศให้เมษา เธอหยิบเฟรนช์ฟรายจิ้มซอสเข้าปาก เทพนั่งมองอยู่ เมษาเหลือบเห็นถามว่าไหนว่าหิวไม่เห็นกิน จ้องหน้าตนทำไม

    เทพหยิบเบอร์เกอร์กัดกินบอกว่าไม่มีอะไร

    แค่กำลังคิดเรื่องที่หัวหน้าพูดว่า เราสองคนเหมาะสมที่จะเป็นคู่รักกัน เมษาทำเสียงเข้มปรามว่า

    “น้อยๆหน่อย หัวหน้าคุณแค่บอกว่าเป็นคู่หูในการทำงาน”

    “ก็นั่นแหละ แสดงว่าเราสองคนมีทัศนคติในการทำงานตรงกัน มีมุมมองเดียวกัน มีจุดยืนเดียวกัน แล้วที่สำคัญมีใจที่ตรงกัน” เทพมั่วนิ่ม เมษาบอกว่า อย่างอื่นอาจจะใช่ แต่ใจคงไม่ใช่ “ถามจริง คุณไม่คิดจะใจอ่อนกับผมบ้างหรือ”

    เมษาย้ำว่าบอกแล้วไงว่าเขาไม่ใช่สเปกตน เทพก็มั่วอีกว่าไม่จริง ถ้าไม่มีใจกันบ้างคงไม่มานั่งกินเบอร์เกอร์กับตนตอนตีสี่ครึ่งแบบนี้หรอก อย่างน้อยก็เชื่อใจกันถึงยอมมากินกันสองต่อสอง

    “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันหิว แล้วฉันก็เป็นตำรวจ ฉันจะกลัวคุณทำไม”

    เทพถอนใจยาวบ่นว่าตนคงไม่มีหวังแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะมาไม้ไหนมุกไหนเธอก็หลบและโต้ได้ทุกมุก เธอถามว่าท้อหรือ

    “ก็มีบ้าง คุณคิดดูซิ ถ้าเราตะโกนออกไปแล้วมีเสียงสะท้อนกลับมา มันก็ยังมีความหวังใช่ไหม แต่นี่ผมตะโกนไปกี่ครั้ง เสียงก็หายไปในหุบเขา”

    “คุณไม่คิดหรือว่าฉันอาจจะทดสอบคุณก็ได้”

    เป็นคำถามที่ทำให้เทพกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ถามว่าเธอพูดจริงหรือ บอกตนหน่อยได้ไหมตนคิดไม่ออกจริงๆ เมษาบอกว่าคิดไม่ออกก็ช่วยไม่ได้ ยกกาแฟดื่มแล้วลุกขึ้น บ่นไม่อยากพูดกับเขาแล้ว ง่วงนอน

    เทพตามไปตื๊อให้บอกหน่อยว่าเธอมีใจให้ ตน จะได้มีความหวัง ถูกเมษาปรามาสว่าท่าทางก็ฉลาดไม่น่าโง่เรื่องง่ายๆเลย พอเทพไปดักหน้าถามว่าเธอชอบตนเหมือนกันใช่ไหม เมษากอดอกทำไม่รู้ไม่ชี้ พอถูกรบเร้ามากเข้าเธอเลยพยักหน้า

    แค่นั้นเอง! เทพกระโดดตัวลอยโผจะกอด ถูกเธอยกแขนไขว้กันไว้ เทพเลยชะงักหน้าจ๋อย ขอโทษที่ลืมตัวไปหน่อย

    เทพบอกว่าอยากตะโกนให้คนได้ยินกันให้ทั่วว่าในที่สุดเธอก็ชอบตน เมษาแย้งว่าตนแค่ให้ความสนใจระดับหนึ่งเท่านั้น

    “ก็นั่นแหละ ผมเหมาว่าคุณชอบ ไชโย...” เทพยิ้มเต็มหน้าอย่างมีความสุข กุมมือเมษาเดินไปด้วยกัน

    ooooooo

    เช้าเดียวกันนี้ ชายชาติเข้าไปพบผู้การสถิตย์ยุทธที่ห้องทำงาน รายงานว่าเมื่อคืนนี้เควินสมิธถูกจับพร้อมของกลาง โดยผู้กองขั้นเทพและผู้กองเมษา ขณะนี้ผู้การเสวีให้คุมตัวเควินไว้ที่หน่วยเฉพาะกิจ ถามว่าจะให้ทำอย่างไรดี

    ผู้การสถิตย์ยุทธฟังแล้วนิ่ง หน้าเครียด

    ภายในห้องสอบสวนหน่วย ฉก.911 ทนายของเควินบอกเขาว่า เท่าที่เขาให้การมาโอกาสรอดมีน้อยมาก เพราะตำรวจพบหลักฐานชัดเจนในบ้านเขา เควินถามว่าแล้วแนวทางต่อสู้จะทำอย่างไร

    “ผมคิดว่าคุณควรจะรับสารภาพว่าเป็นคนรับซื้อไม่ใช่ผู้บงการ แล้วซัดทอดไปถึงผู้บงการว่าเป็นใคร ผมว่าวิธีนี้ตำรวจอาจจะกันคุณไว้เป็นพยาน”

    เควินขอคิดดูก่อนแต่ตอนนี้ให้ทนายไปหาวิธีอื่นที่จะสู้คดีให้ตน ทนายรับปากจะลองปรึกษาทีมงานดูก่อน

    “ถ้าเราซัดทอด ผู้การสถิตย์มันต้องฆ่าเราแน่” เควินคิดหนัก

    เกิดเรื่องร้ายแรงใกล้ตัวเช่นนี้ ผู้การสถิตย์ยุทธโทรศัพท์ให้วัฒนามาคุยกันที่เซฟเฮาส์ของตนย้ำให้พาภรรยามาด้วย

    เมื่อวัฒนาบอกประไพพรรณ เธอถามว่าเรื่องอะไรหรือ วัฒนาเองก็ไม่รู้ต่างมองหน้ากันเครียดๆ

    ไปถึงเซฟเฮาส์ของผู้การสถิตย์ยุทธ จึงรู้ว่าเควินสมิธถูกจับขณะนี้อยู่ที่หน่วยเฉพาะกิจพร้อมของกลางเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง ประไพพรรณตกใจถามว่ามันจะโยงมาถึงเราไหม

    “ขึ้นอยู่กับว่าไอ้เควินสมิธมันจะซัดทอดเรารึเปล่า” ผู้การบอก

    “แต่ผมว่ามันคงไม่กล้าหรอก อย่างน้อยมันก็ต้องรู้ว่าถ้ามันซัดทอดผู้การ มันก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน” วัฒนาคาด ผู้การย้ำว่ายังไงเราก็ต้องช่วยเควินสมิธออกมาก่อน “ก็ผู้การบอกว่าตำรวจจับได้พร้อมของกลางเราจะช่วยได้ยังไง” วัฒนาถาม

    ผู้การบอกว่านี่แหละถึงได้เรียกสองคนมาพบ ประไพพรรณถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราสองคนด้วย

    “เพราะตำรวจที่จับเควินสมิธ คือลูกสาวคุณ!”

    “ไหนคุณบอกว่ากันลูกสาวผมออกไปจากเควินสมิธ แล้วไง”

    ชายชาติที่ร่วมฟังอยู่ด้วยบอกว่าเมษาแอบไปร่วมมือกับหน่วยเฉพาะกิจ 911 ประไพพรรณถามว่าแล้วเราจะทำยังไงดี ผู้การแนะนำว่า เขาสองคนต้องบอกลูกสาว ให้ถอนคดีนี้ออกไป วัฒนาถามว่ามันจะทำได้หรือ?

    “ถ้าทำไม่ได้ คุณสองคนก็ต้องเข้าคุกพร้อมกับผม”

    ประไพพรรณตกใจหน้าซีดเผือด วัฒนาถามว่าแล้วจะให้ตนบอกลูกสาวว่าอย่างไร

    “ให้ลูกสาวคุณไปบอกไอ้ผู้กองขั้นเทพให้ล้มคดีนี้เสีย” ผู้การพูดหน้านิ่ง จนวัฒนากับประไพพรรณมองหน้ากันอึ้ง

    หลังจากนั้น ชายชาติถามผู้การว่าเมษาจะยอมช่วยเหลือเราไหม ผู้การย้อนถามว่าถ้าเป็นเขาจะยอมให้พ่อแม่ติดคุกหรือ ชายชาติติงว่าเมษาไม่เหมือนคนอื่น

    “ถ้าผู้กองเมอยากเป็นลูกอกตัญญู ก็ช่วยไม่ได้” ผู้การพูดแล้วเดินออกไป ชายชาตินิ่งไปอย่างหนักใจเป็นห่วงเมษา

    ooooooo

    คืนนี้ ทั้งผู้กองขั้นเทพ ผู้กองเมษา ไมค์และปึก พากันไปฉลองชัยชนะที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทุกคนชูแก้วไชโยกัน

    “ยินดีด้วยกับความสำเร็จของผู้กองเมษากับผู้กอง ขั้นเทพนะคะ” ปึกเอ่ยขึ้นก่อน ไมค์ติงว่าแล้วตนล่ะ ถ้าไม่มีตนผู้กองก็จับเควินไม่ได้นะ

    “ถูกต้อง” เทพเห็นด้วย “ขอบใจมากบุญเลิศ แล้วก็ต้องขอบใจหนูปึกด้วยที่ยอมเสียสละเอาตัวเข้าไปล่อไอ้เควินสมิธ” เมษาเห็นด้วยบอกปึกว่างานนี้สำเร็จได้ ก็เพราะเธอ ปึกพูดเขินๆว่า

    “หนูปึกก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นล่ะค่ะ ต้องยกความดีความชอบให้กับผู้กองขั้นเทพที่เป็นคนวางแผนทั้งหมด”

    “ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอก ผู้กองเมก็เป็นผู้ร่วมวางแผนจับไอ้เควินสมิธด้วย”

    ไมค์ได้ทีบอกว่าอย่างนี้ก็เข้าล็อกเรียกว่าคู่รักคู่คิดกัน เทพเห็นด้วยทันทีบอกเมษาว่า เห็นไหมใครๆก็บอกว่าเราสองคนเหมาะสมกัน เลยถูกเมษาเอาศอกกระทุ้งท้องจนร้องโอ๊ย

    ขณะทั้งสี่กำลังฉลองกันอย่างชื่นมื่นนั่นเอง มือถือของเมษาดังขึ้น เธอเปิดดูเห็นหน้าแม่ที่หน้าจอ ประไพ– พรรณบอกเมษาว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยให้มาพบที่บ้านหน่อย พ่อกับแม่อยากให้มาตอนนี้เลย เมษาบอกว่าเดี๋ยวจะไป วางสายแล้วบอกทุกคนว่า แม่อยากให้ตนไปหาเดี๋ยวนี้ ฟังเสียงแม่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ขอตัวกับทุกคน สัญญาว่าคราวหน้าจะเป็นเจ้ามือเอง

    เทพจะไปส่ง เธอบอกไม่ต้อง ให้เขาอยู่ทานกันต่อถ้าไม่มีอะไรตนจะรีบกลับมา

    “ผมจะรอนะ” เทพบอก แล้วหันไปชวนไมค์กับปึกชนแก้วกันต่อ

    ooooooo

    เมษาไปถึงบ้านเห็นพ่อกับแม่สีหน้าไม่ดีถามว่าเรียกตนมามีอะไรหรือเปล่า

    “พ่อกับแม่มีเรื่องสำคัญอยากให้ลูกช่วย” วัฒนาบอก เมษาถามว่าเรื่องอะไร พอวัฒนาบอกว่าเรื่องเควินสมิธ

    เมษาชะงักถามว่าพ่อกับแม่รู้จักเควินสมิธด้วยหรือ จะให้ตนช่วยเรื่องอะไร

    “เราอยากให้ลูกล้มคดีแล้วปล่อยตัวเควินสมิธ” ประไพพรรณบอก เมษามองหน้าพ่อกับแม่ถามว่า

    “นี่แม่พูดอะไรคะ แม่รู้หรือเปล่าว่าเควินสมิธมันคือพ่อค้าลักลอบซื้อขายเศียรพระพุทธรูปอย่างผิดกฎหมายนะคะ”

    “พ่อรู้ เราถึงอยากให้ลูกช่วย” ประไพพรรณรีบเสริมว่า “นะ...ลูกนะ ช่วยพ่อกับแม่สักครั้ง”

    วัฒนาบอกว่าถ้าลูกไม่ช่วยพ่อกับแม่ก็เดือดร้อน เมษาถามว่าพ่อกับแม่เกี่ยวอะไรด้วย ทั้งสองมองหน้ากันอึกอักพูดไม่ออก เมษาถามด้วยสีหน้าหวาดหวั่นว่า

    “นี่...พ่อกับแม่ อย่าบอกนะคะว่า พ่อกับแม่ร่วมมือกับเควินสมิธ” พอทั้งสองพยักหน้า เมษาตกใจ “พ่อกับ แม่ลักลอบขายเศียรพระพุทธรูปผิดกฎหมายงั้นหรือคะ”

    ประไพพรรณร้องไห้โฮ ขอโทษรับว่าแม่ผิดไปแล้ว ส่วนวัฒนาพูดด้วยสีหน้าหวาดหวั่นว่า

    “ลูกต้องช่วยพ่อกับแม่นะ ไม่งั้นเราสองคนต้องเข้าคุกนะลูก”

    เมษาน้ำตาคลอ มองหน้าพ่อกับแม่ตัวชาไปหมด

    ooooooo

    ออกจากบ้านพ่อกับแม่ก็เจอชายชาติมาดักเรียกเธอไว้ บอกว่ารู้ว่าน้องเมมีเรื่องกลุ้มใจ

    “คุณเองก็อยู่ในขบวนการนี้ด้วยใช่ไหม?” ชายชาติ อ้ำอึ้ง “ฉันถามว่าใช่ไหม คุณ ผู้การสถิตย์ยุทธ พ่อฉัน แม่ฉัน เควินสมิธอยู่ในขบวนการลักลอบตัดเศียรพระพุทธรูป ใช่ไหม!” ชายชาติพยักหน้า เมษาพูดอย่างเจ็บปวดว่า “นี่ฉันอยู่ในวงล้อมของคนที่...”

    “พี่เสียใจ แต่พี่อยากให้เมช่วยพวกเรา”

    “ช่วยงั้นหรือ?! พวกคุณทำผิดกฎหมาย คุณเอง ก็เป็นตำรวจ คุณกล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันจะบอกให้รู้นะ ฉันจะไม่มีวันบิดเบือนความจริงหรอก” เมษาโกรธมาก ขึ้นรถขับออกไปทันที

    “นี่เธอกล้าจับพ่อแม่ตัวเองงั้นหรือ” ชายชาติพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ

    กลับถึงห้องพัก เมษานั่งอยู่ในความมืด นึกถึงคำพูดของพ่อกับแม่เมื่อครู่นี้ เธอปาดน้ำตา พึมพำเครียด...

    “นี่เราจะทำยังไงดี เราต้องปล่อยเควินสมิธไปงั้นหรือ แต่ถ้าเราไม่ปล่อยพ่อกับแม่ก็ต้องติดคุก”

    เป็นภาวะกดดันที่ทำให้เมษาเครียดหนัก

    เทพ ไมค์ และปึก นั่งดื่มกันต่อจนเที่ยงคืนแล้วเมษาก็ยังไม่กลับมา เทพโทร.เข้ามือถือก็ไม่รับ จึงแยกย้ายกันกลับโดยไมค์ไปส่งปึกที่อพาร์ตเมนต์

    พอปึกเข้าห้องเห็นกระเป๋าเมษาวางอยู่บนโต๊ะก็แปลกใจที่เธอกลับมาแล้ว แต่ห้องเงียบไปหมด เลยคิดเองว่า สงสัยจะหลับไปแล้ว

    แต่เมษายังไม่หลับ เธอนั่งคิดเรื่องที่พ่อกับแม่ขอ นึกถึงเทพที่เคยเล่าว่าตัวเองเคยจับพ่อเข้าคุกแล้วถูกพ่อด่าว่าลูกอกตัญญู และบอกว่าเธอเองก็สามารถทำได้ เพราะเธอเป็นคนไม่มีหัวใจให้ใคร ไม่ว่าเมษาจะคิดทบทวนอย่างไรก็หาทางออกไม่ได้ อึดอัดกดดันจนลุกขึ้นทุบผนังอย่างเจ็บปวด

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น พอตื่นนอนเทพก็หยิบมือถือมาดูปรากฏว่าไม่มีเมสเสจเข้ามาเลย ครั้นจะโทรศัพท์ถึงเมษาแต่เพิ่งเจ็ดโมง เกรงว่าเธอยังไม่ตื่นเลยเปิดดูรูปที่ฉลองกันเมื่อคืนนี้เป็นรูปถ่ายของตัวเองคู่กับเมษา

    ไมค์มาเห็นแซวว่าผู้กองเป็นเอามากเลยนะ ดูรูป แต่เช้าเลย เทพถามว่าคนชอบกันดูไม่ได้หรือไง ไมค์ถามว่าชอบผู้กองเมษาตั้งแต่เมื่อไหร่ เทพบอกว่าตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกที่เธอเป็นสวยเสมอเลยแหละ

    “โอ้โห...แล้วตอนนั้นผมชอบอยู่ ผู้กองก็ชอบเขาหรือ ผู้กองนี่เลวจริงๆ กะแทงผมข้างหลังเลยหรือ”

    “ฉันรู้ว่าถึงยังไงเขาก็ไม่มีวันชอบนายอยู่ดี” ไมค์ถามว่าตนเสียหายตรงไหน “ไม่ได้เสียหายหรอก เพียงแต่ ฉันหล่อกว่านาย” ทำเอาไมค์โอดว่าตั้งแต่เล่นตลกมาไม่เคยเห็นใครหลงตัวเองเท่าผู้กองเลย สุดท้ายไมค์ก็ยอมแพ้บอกว่า เทพเหมาะสมกับเมษา ส่วนตนก็เข้ากับปึกได้ไม่มีที่ติ

    อึดใจต่อมาเทพทนไม่ได้จึงโทร.ไปหาเมษา

    เมษาเห็นรูปเทพโชว์ที่หน้าจอ เธอหยิบมากดรับเสียงเนือยๆ เขาถามว่าตื่นหรือยัง ทำอะไรอยู่

    เธอบอกว่ากำลังแต่งตัว เทพถามว่ามีงานเข้าหรือ เธอตอบเนือยๆว่าใช่ เทพถามว่ามีอะไรหรือเปล่าดูเสียงไม่ค่อยดี แล้วเมื่อคืนมีปัญหาอะไรไหม ทำไมโทร.หาแล้วไม่รับสาย

    เมษาสะเทือนใจกับเรื่องของพ่อกับแม่จนเงียบไป พอเทพถามว่าทำไมเงียบไป เธอตัดบทว่า

    “เอาไว้ฉันจะเล่าให้ฟังทีหลังแล้วกัน ฉันต้องรีบแล้ว”

    พอวางสาย เทพพึมพำกังวล “ทำไมดูแปลกๆ”

    เมษารีบออกไปแม้แต่กาแฟกับขนมปังที่ปึกเตรียมไว้ให้ก็ไม่กิน ปึกสงสัยว่ามีงานด่วนอะไรถึงกับไม่กินอาหารเช้า

    ooooooo

    ชายชาติเข้าพบผู้การสถิตย์ยุทธแต่เช้ารายงานว่า

    “น้องเมยืนยันว่าเธอจะไม่ยอมช่วยเหลือใครทั้งนั้นครับ”

    “แม้แต่พ่อแม่เขางั้นหรือ” ชายชาติรับว่าใช่ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะคุยกับเขาเอง” ผู้การเครียด ชายชาติก็หนักใจ

    เมษาไปถึงสำนักงานแต่เช้า เดินผ่านส่วนงานต่างๆ เพื่อนตำรวจพากันปรบมือเอ่ยชมตลอดทาง

    “ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะน้องเม เก่งมาก”

    “ร้ายนะเนี่ย ทำงานอยู่วิหคเวหาแต่ไปร่วมมือกับหน่วยเฉพาะกิจ 911 จับเควินสมิธ”

    “เรื่องราวมันเป็นยังไง เล่าให้ฟังบ้างสิ”

    เมษายิ้มให้กับทุกคน บอกคนสุดท้ายว่า “เรื่องมันยาวน่ะค่ะ เอาไว้ให้ทางโน้นเขาสรุปคดีก่อนแล้วเมจะเล่าให้ฟังนะคะ”

    ขณะนั้นเอง ตำรวจคนหนึ่งมาบอกว่า

    “ผู้กองเมคะ ผู้การเชิญพบที่ห้องค่ะ”

    เมษาอึ้งเพราะรู้แก่ใจดีว่าผู้การสถิตย์ยุทธเรียกทำไม ตำรวจคนหนึ่งคาดว่า

    “หัวหน้าคงจะแสดงความยินดีด้วยล่ะสิ รีบไปเลยจ้ะน้องเม” อีกคนบอกว่า “สงสัยสิ้นปีได้ติดนายพันแน่เลย”

    เมษาฝืนยิ้มให้เขาเหล่านั้น แล้วขอตัวไปห้องผู้การสถิตย์ยุทธ ท่ามกลางสายตาที่มองตามอย่างชื่นชมของเพื่อนตำรวจ

    ooooooo

    เมษาเดินเข้าไปในห้องผู้การสถิตย์ยุทธ เห็นชายชาตินั่งอยู่ก่อนแล้ว ผู้การมองหน้าเธอนิ่งบอก ให้นั่ง ถามว่า

    “คุณคงได้คุยกับพ่อแม่คุณแล้วใช่ไหม” เมษา ตอบสั้น ค่ะ ผู้การถามว่าแล้วเธอตัดสินใจอย่างไร เมษาบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ “หมายความว่าคุณอาจจะยอมให้พ่อแม่คุณติดคุกก็ได้ใช่ไหม”

    เมษาอึ้ง ชายชาติเหลือบมองเธออย่างเห็นใจ ส่วนผู้การจ้องเขม็ง ถามย้ำ “ว่าไง คุณยังไม่ตอบผมเลย”

    “ค่ะ”

    “งั้นคุณก็คิดจะจับผมด้วยสิ”

    “ถ้าคดีความซัดทอดไปถึงใครที่ผิด ดิฉันก็ต้องจับค่ะ”

    “หึ!” ผู้การโกรธพูดประชด “นับว่าคุณเป็นตำรวจที่ดีจริงๆ”

    “ที่หัวหน้าเรียกดิฉันมาเพื่อจะถามเรื่องนี้หรือคะ”

    “ใช่ ผมอยากรู้จุดยืนของคุณ แต่ผมจะบอกให้คุณรู้ว่า คุณไม่มีวันจับผมได้หรอก คุณเป็นแค่มดตัวเล็กๆตัวนึง ทำได้แค่กัดให้ผมคัน ระวังนะ ผมอาจจะบี้ให้คุณตายเลยก็ได้”

    เมษานิ่ง แต่ในใจทั้งโกรธ อึดอัดใจ แค้นใจ แต่ก็อยู่ในภาวะที่ทำอะไรไม่ได้ ผู้การยังจ้องหน้าเมษาอย่างสำแดงอำนาจของตัวเอง แล้วบอกให้ไปได้แล้ว แต่พอเมษาลุกเดินไปก็เรียกไว้

    “เดี๋ยว ผู้กองเมษา ผมลืมบอกไปอีกอย่าง ถ้าพ่อแม่คุณติดคุกก็คงไม่ต่ำกว่าสิบปี ไม่แน่อาจจะยี่สิบ สามสิบหรือไม่ก็ตลอดชีวิต เพราะผมจะแฉว่า พ่อแม่คุณลักลอบตัดเศียรพระมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันองค์แล้ว!”

    เมษาอึ้ง กลั้นน้ำตาไว้อย่างเจ็บปวด แต่พอหันหลังให้ผู้การน้ำตาก็ไหลพราก ชายชาติมองเธออย่างห่วงใย พอผู้การมองมาชายชาติก็หลบตาวูบ ผู้การจิกตาไปข้างหน้าพึมพำอำมหิต

    “คิดหรือว่าคนอย่างฉันจะให้เธอจับง่ายๆ”

    ooooooo

    เมษาน้ำตาไหลพรากออกจากห้องผู้การเดินมาตามทาง บรรดาเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งอวยชัยให้พรแสดงความยินดีกับเธอเมื่อครู่นี้ ต่างพากันมองอึ้ง...งง...

    ลงลิฟต์ไปถึงชั้นล่าง พอประตูลิฟต์เปิดเมษาก้าวออกมาก็เจอเทพเดินขึ้นบันไดมาพอดี เขายิ้มให้ พลันก็ชะงักเมื่อเห็นเธอร้องไห้ เทพสาวเท้าเข้าหาถามว่าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม เมษาก้มหน้า ร้องไห้อย่างสุดที่จะอดกลั้นได้

    “คุณเม...บอกผมว่าคุณเป็นอะไร มีเรื่องอะไรหรือ”

    เมษาเอาแต่ร้องไห้พูดไม่ออก พอดีผู้การกับชายชาติลงลิฟต์มา ผู้การยิ้มให้เทพแล้วเดินผ่านไปขึ้นรถกับชายชาติเทพมองตาม ถามเมษา “เขาทำอะไรคุณหรือ” เธอทำได้แค่ส่ายหน้าน้ำตายังไหลไม่หยุด...

    เทพยังพยายามถาม จนเธอบอกว่าไม่มีอะไร เพียงแต่มีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อย

    “เกี่ยวกับผู้การสถิตย์ใช่ไหม เขาพูดอะไรกับคุณ เขาข่มขู่อะไรคุณหรือเปล่า บอกผม ผู้การเขาข่มขู่คุณใช่ไหม”

    “เปล่า...มันเป็นเรื่องครอบครัวฉัน”

    “บอกผมเถอะ มีอะไรที่ผมช่วยเหลือคุณได้ผมอยากช่วยนะ ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมรักคุณ อะไรที่ทำให้คุณเสียใจหรือไม่มีความสุข มันก็ทำให้ผมไม่มีความสุขด้วย”

    “ฉันขอบคุณนะที่คุณดีกับฉัน...ถ้าวันนึงฉันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด คุณยังจะรักฉันอยู่ไหม” เมษากุมมือเขาแน่น

    “รักสิ ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง ผมก็จะรักคุณตลอดไป” เทพพยายามถามว่าเธอมีเรื่องอะไรในใจ เมษาบอกว่าตนบอกไม่ได้ แล้ววันหนึ่งเขาจะรู้เอง แล้วจะผละไป เทพถามว่าไปไหนตนจะไปส่ง

    “ฉันขออยู่คนเดียวได้ไหม...ฉันขอโทษ ฉันเพียงแต่อยากมีเวลาทบทวนอะไรหน่อย”

    “แต่ผมอยากให้คุณรู้นะ ไม่ว่ายังไง ผมก็จะอยู่เคียงข้างคุณ” เทพมองตามเธอไปอย่างเป็นห่วง พอเมษาเดินเลี้ยวไปแล้ว เทพก็ได้แต่พึมพำ “มันเรื่องอะไร ทำไมเธอถึงบอกเราไม่ได้”

    ooooooo

    คืนนี้ ผู้การสถิตย์ยุทธโทรศัพท์จากที่บ้านคุยกับทนาย ให้ทนายบอกเควินสมิธได้เลยว่าไม่ต้องห่วง ตนรับรองเขาจะไม่ติดคุกแน่

    “ถ้าผู้การยืนยันอย่างนั้น ผมค่อยเบาใจหน่อย เพราะตามรูปคดีแล้ว ผมว่าคุณเควินไม่น่ารอด”

    “แต่เกมนี้ต้องรอด! เอาล่ะ มีอะไรคืบหน้าก็ส่งข่าวผมแล้วกัน” สถิตย์ยุทธตัดบท แล้ววางสาย

    เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้การเสวีเข้าไปในห้องสอบสวน เควินนั่งรออยู่มีแก้วกาแฟเปล่าวางอยู่ตรงหน้า ทักทายกันแล้วผู้การถามว่าจะเอากาแฟอีกไหม

    “ไม่ล่ะ ผมกินไปหลายแก้วแล้ว ผู้การมีอะไรก็ว่ามา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่จะให้ผมรับสารภาพ ผมบอกก่อนนะ ผมไม่สารภาพอะไรทั้งนั้น”

    “คุณเควิน ผมจะบอกให้คุณรู้นะว่าไม่ว่าทนายคุณ หรือใครที่บอกกับคุณว่าเขาจะช่วยเหลือคุณได้ในคดีนี้ละก็ ผมบอกได้เลยว่าไม่มีทาง เพราะตอนนี้หลักฐานที่ผมมีอยู่ทั้งหมด สามารถส่งให้อัยการฟ้องคุณติดคุกได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีแน่”

    เควินมองหน้าผู้การชะงัก

    “ผมว่าคุณควรจะให้ความร่วมมือกับผม ผมจะได้ช่วยเหลือคุณจากยี่สิบปีอาจเหลือแค่สามปีหรือห้าปี คิดดีๆนะ ผมจะให้เวลาคุณจนถึงเย็นนี้ ถ้าคุณยังยืนกรานที่จะไม่ให้ความร่วมมือกับผม พรุ่งนี้ผมจะให้เขาส่งคุณเข้าคุก วันจันทร์ผมจะให้อัยการส่งฟ้องคุณ”

    ผู้การเสวีพูดทิ้งไว้ให้เควินคิดแล้วจะออกไป เควินถามว่า “แล้วจะให้ผมช่วยอะไร?”

    “คุณแค่บอกว่ายังมีใครที่อยู่ในขบวนการของคุณ บอกผมมาให้หมด”

    พอผู้การออกไป เควินถามตัวเองอย่างสับสนว้าวุ่นใจว่า “เอาไงดีวะเรา...เราจะเชื่อใครดีวะ?”

    ผู้การเสวีกลับเข้าไปในห้องทำงานที่ผู้กองขั้นเทพนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาถามผู้การว่าเควินว่าอย่างไรบ้าง

    ผู้การบอกว่าเควินยังไม่ยอมซัดทอดใคร เชื่อว่าสถิตย์ยุทธคงบอกว่าจะเอามันออกไปได้ เทพถามว่าแล้วจะช่วยได้จริงหรือ ผู้การบอกว่าไม่มีทาง เพราะหลักฐานมัดตัว ขอแต่ให้มันสารภาพว่ามีใครร่วมมือบ้างเท่านั้น ทุกอย่างก็จบ เทพได้แต่หวังว่าคงไม่มีอะไรทำให้พลิกล็อก

    “ไม่มีทาง ยกเว้นว่าคุณจะถูกไอ้เควินซื้อตัว แล้วให้การว่ามันไม่เกี่ยว” เทพบอกว่าไม่มีวัน “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรพลิกล็อก”

    ooooooo

    วันนี้ไมค์ซื้อส้มตำไก่ย่างกับสปาเกตตีขี้เมามากินกับปึกที่ห้องของเมษา

    ปึกบอกไมค์ว่าดีใจมากที่ตนทำภารกิจตามหาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงสำเร็จจะได้กลับบ้านเสียที เพราะพ่อกับแม่ส่งข่าวมาว่าญาติเสี่ยเล็กยอมให้ผ่อนหนี้ ปึกเลยจะกลับไปช่วยพ่อแม่ทำนา ไมค์ถามหน้าละห้อยว่าจะทิ้งตนไปหรือ ปึกบอกว่าถ้าไมค์คิดถึงก็ไปเยี่ยมได้

    ระหว่างคุยกันนั้น ประไพพรรณมาหาเมษา พอเจอปึกก็ถามว่ามาอยู่บ้านลูกสาวตนได้ยังไง ปึกบอกว่าคุณเมให้มาอยู่เป็นเพื่อน คุณนายบ่น “แกนี่ร้ายจริงๆ แล้วยัยเมก็ไม่บอกฉันเสียด้วย”

    ประไพพรรณเดินเข้าห้อง เห็นไมค์นั่งอยู่ก็ชักสีหน้าถามปึกว่านี่ใคร ปึกบอกว่าเพื่อน ก็ถูกดุด่าว่าพาผู้ชายมาลักลอบได้เสียกันในห้องลูกสาวตน ปึกบอกว่าเมษาก็รู้จักไมค์

    “คุณนายครับ ผมกับคุณเมเป็นทีมเดียวกันครับ เราร่วมกันจับผู้ร้ายนะครับ”

    ปึกอยากช่วยไมค์ ถามว่า “คุณนายรู้หรือยังคะว่า เควินสมิธ ถูกผู้กองเมจับแล้วค่ะ มันเป็นโจรลักลอบตัดเศียรพระค่ะ” ไม่เพียงเท่านั้น ไมค์ยังอวดความเก่งกล้าของปึก บอกคุณนายว่า

    “ใช่ครับ หนูปึกเป็นคนปลอมตัวเข้าไปหาเควินสมิธครับ แล้วพวกเราก็ร่วมกันจับมัน พร้อมเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงครับ”

    คุณนายช็อก ถามแทบไม่เป็นภาษาว่า “พวกแก เองงั้นหรือ”

    ปึกกับไมค์ตอบหน้าบานว่า ครับ...ค่ะ...ก็พอดีเมษากลับมา เธอถามแม่ว่ามีอะไรหรือ คุณนายบอกว่ามีธุระจะคุยด้วย เมษาจึงให้ปึกกับไมค์ออกไปข้างนอกก่อน ตนขอคุยธุระกับแม่สักครู่

    พอออกจากห้อง ไมค์บอกว่า เมื่อกี๊พอเราบอกว่าจับไอ้เควินได้ คุณนายอึ้งเลย ปึกเล่าฉอดๆว่า

    “อึ้งสิคะ ก็ไอ้เควินสมิธ มันเป็นเพื่อนสนิทคุณพ่อ คุณแม่คุณเม แกก็คงช็อกไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นผู้ร้ายน่ะสิ”

    ไมค์สงสัยว่าคุณนายจะมีส่วนร่วมกับเควินสมิธหรือเปล่า ปึกเถียงคอเป็นเอ็นว่า

    “บ้าน่ะพี่ไมค์ ลูกเขาเป็นตำรวจนะ เขาจะทำเรื่องเสียหายได้ยังไง”

    ประไพพรรณคุยกับเมษาอย่างเป็นทุกข์ ร้อนใจ ถามว่า เธอตัดสินใจจะช่วยพ่อกับแม่แล้วใช่ไหม เห็นเธอนิ่งก็ถามย้ำ เมษามองหน้าแม่ถามว่า

    “แล้วถ้าหนูไม่ช่วยล่ะคะ” ประไพพรรณถามว่าลูกจะปล่อยให้พ่อกับแม่ติดคุกไปจนตายหรือ พ่อกับแม่แก่แล้วนะ “แต่แม่กับพ่อไม่ควรทำอย่างนี้ แม่ก็รู้ว่าหนูเป็นตำรวจ หนูมีหน้าที่จับคนทำผิดเข้าคุก แต่พ่อกับแม่กลับทำผิดเสียเอง”

    ประไพพรรณคร่ำครวญว่าที่พ่อกับแม่ทำก็เพื่อส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือ ได้ไปเรียนเมืองนอก เมษาบอกว่าถ้าพ่อกับแม่บอกก่อนตนไม่มีวันจะแตะเงินสกปรกพวกนั้นเลย

    “แม่ขอโทษ...แม่ผิดไปแล้ว บอกแม่สิว่าลูกจะช่วยแม่ นะเม...บอกแม่ว่าลูกจะช่วยพ่อกับแม่ อย่าปล่อยให้พ่อกับแม่ต้องตายอยู่ในคุกนะลูก”

    เมษาได้แต่ร้องไห้ ประไพพรรณดึงเธอเข้าไปกอดอย่างอ้อนวอน

    ooooooo

    ที่สำนักงานหน่วย ฉก.911...วันนี้ดาบยิ้มเข้ามารายงานผู้กองขั้นเทพว่า ที่ให้ไปสืบเรื่องวัฒนานั้น ได้ความแล้วว่า

    “เขาเป็นพ่อของผู้กองเมษาน่ะครับ นายวัฒนากับภรรยา นอกจากจะสนิทกับเควินสมิธแล้ว ยังสนิทกับผู้การสถิตย์ยุทธด้วยครับ” รายงานแล้วถามว่า จะให้ตนตามเรื่องวัฒนาต่อไหม เทพบอกว่าไม่ต้อง

    พอดาบยิ้มออกไป เทพนั่งทบทวนเหตุการณ์ในคืนที่ไปฉลองกัน แล้วเมษาขอตัวกลับก่อนบอกว่าแม่มีธุระด่วน คิดๆแล้ว เทพพึมพำ

    “อย่าบอกนะว่าเธอกลุ้มใจเรื่องนี้...ขออย่าให้เป็นเรื่องนี้เลย”

    เทพร้อนใจ ลุกเดินออกจากห้องไป

    ooooooo

    ประไพพรรณกลับถึงบ้าน วัฒนาถามทันทีว่าลูกว่าไง เห็นสายตาที่เสียใจ ผิดหวังแล้ว วัฒนาถามว่า ลูกไม่ยอมช่วยเราหรือ?

    “ลูกขอเวลาหน่อย เขาบอกมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่อยู่ๆจะล้มคดีนี้”

    “แต่ผู้การสถิตย์บอกว่า แค่ยัยเมยืนยันว่าตำรวจยัดข้อหาเควินสมิธ ทุกอย่างก็จบ”

    “แต่มันเป็นเรื่องยากสำหรับลูกนะที่จะโกหก คุณก็รู้ว่าลูกเป็นคนยังไง เขายึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต”

    วัฒนาบอกว่ารู้ว่าลูกเป็นคนอย่างไร แต่เราเป็นพ่อเป็นแม่เขาต้องช่วยเหลือเรา ประไพพรรณร้องไห้ โทษว่าเป็นเพราะเขาคนเดียว ตนเคยเตือนแล้วว่าให้เลิก แต่เขาก็ไม่ยอมเลิก ทั้งสองเป็นปากเสียงกัน วัฒนาปรามว่า อย่ามาโทษตนตอนนี้ เพราะตนทำเพื่อครอบครัวเพื่อลูก

    ประไพพรรณได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญว่าสงสารลูก เราไม่น่าทำเรื่องให้ลูกเดือดร้อนเลย

    เมื่อเทพรู้เรื่องของเมษาแล้ว เขาไปซื้อพิซซ่า ทำทีผ่านมาทางอพาร์ตเมนต์เลยแวะเอามาให้ จัดพิซซ่าใส่จานให้เธอทาน แต่เมษาบอกว่าตนยังไม่หิว เทพถามอย่างห่วงใยว่า

    “บอกผมได้ไหมว่ามีเรื่องอะไรในใจ” เธอก็ยัง ยืนกรานว่าไม่มีอะไร เทพตัดสินใจถามตรงๆ ว่า “พ่อแม่คุณมีส่วนร่วมกับเควินสมิธใช่ไหม” แม้จะตกใจ แต่เมษาก็ยังปากแข็งว่าไม่ใช่

    “อย่าโกหกผมเลย...ผมรู้ว่ามันต้องมีเรื่องสำคัญมากคุณถึงเปลี่ยนไป และเรื่องสำคัญนั้นต้องเกี่ยวกับพ่อแม่คุณ...ผมรู้ว่าพ่อแม่คุณทำธุรกิจกับเควินสมิธและผู้การสถิตย์ยุทธมานานแล้ว” เมษามองหน้าเขาน้ำตารื้น เทพย้ำถาม “ใช่ไหม ท่านร่วมมือกับเควินสมิธและผู้การสถิตย์”

    เมษาลุกเดินหนีไปที่โซฟา เอ่ยเสียงสะอื้น “ฉัน ขอโทษ...ฉันขอโทษแทนพ่อแม่ฉันด้วย” เทพถามว่าท่านขอให้เธอล้มคดีใช่ไหม เมษาพูดไม่ออก ได้แต่

    พยักหน้าแล้วร้องไห้อย่างหนัก

    เทพเห็นใจเธอมาก ถามว่าเธอตอบท่านไปอย่างไร เธอบอกว่า “ฉันบอกว่าฉันทำไม่ได้” เทพโล่งใจชมว่าเธอทำถูกแล้ว เมษาถามเขาน้ำตาไหลพรากว่า “ฉันผิดใช่ไหมที่ฉันไม่ช่วยท่าน ฉันเป็นลูกที่ไม่ดี เป็นลูกอกตัญญู”

    “แต่ท่านทำผิดกฎหมายนะ และเราเองก็เป็นผู้รักษากฎหมาย ถ้าเราบิดเบือนหรือละเว้นเราจะบอกตัวเองว่ายังไง คุณตัดสินใจถูกต้องแล้วเม...” เทพดึงเธอไปกอดอีกครั้ง เมษาร้องไห้สะอื้นอย่างอัดอั้น

    ooooooo

    วันนี้ ผู้การเสวีเรียกประชุมบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับคดีมาซักซ้อมก่อนให้การกับศาลพรุ่งนี้เพื่อไม่ให้มี ช่องโหว่ในคดี

    ผู้การบอกปึกกับไมค์ว่าให้การเป็นพยานตามความจริงว่าระหว่างเราทำการจับกุมนั้น เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่ในบ้านเควินสมิธ เตือนดาบยิ้มอย่าลืมเอาเทปจากกล้องวงจรปิดในบ้านเควินสมิธระหว่างที่บุก

    ค้นหาหลักฐานเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปด้วย

    “ส่วนผู้กองเมษากับผู้กองขั้นเทพ ต้องขึ้นยืนยันว่าเป็นผู้วางแผนจับกุมเควินสมิธครั้งนี้” ผู้การย้ำแล้วถามรองสมภพว่าคิดอย่างไร รองสมภพบอกว่าจากสำนวนและหลักฐาน เควินสมิธไม่น่าหลุดรอดไปได้

    ปึกขออนุญาตถามว่าตนจะเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับบ้านนอกได้เมื่อไร ผู้การบอกว่าต้องรอให้สิ้นสุดคดีก่อน คิดว่าอีกนาน เพราะหลังจากจับเควินสมิธแล้วเราต้องสืบสวนต่อไปว่ามีใครที่ร่วมขบวนการกับเควินสมิธอีกบ้าง

    เมษาฟังแล้วก้มหน้า เทพเหลือบมองอย่างเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของเธอ

    ผลงานครั้งนี้ ทั้งผู้กองขั้นเทพและผู้กองเมษา ได้รับเสียงปรบมือจากทีมงานอย่างชื่นชม ทั้งสองลุกยืนฝืนยิ้มรับ

    ooooooo

    ออกจากห้องประชุม ปึกบอกเมษาว่า ยังไม่ได้ขอบคุณเธอเลยที่ช่วยทำให้ตนพบเศียรหลวงพ่อคำ-เกลี้ยง เมษาบอกว่าไม่ต้องขอบคุณเพราะมันเป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว

    “แต่ถ้าไม่ได้คุณเมกับผู้กองขั้นเทพ เราก็ไม่สามารถทลายแก๊งลักลอบตัดเศียรพระนี่ได้หรอกนะคะ แหม...อยากจะเห็นหน้าไอ้พวกคนไทยที่มันร่วมมือกับไอ้เควินสมิธนี่จัง ไอ้พวกนี้ถ้าจับได้น่าจะเอามันไปตัดคอนะคะ”

    ยิ่งพูดปึกก็ยิ่งมีอารมณ์ นึกได้ถามเมษาว่าวันก่อนที่คุณนายมาหาเพราะเรื่องเควินใช่ไหม เมษามองหน้าปึกนิ่ง ปึกยังพูดต่ออย่างติดลมว่า

    “คุณนายมาบอกว่าท่านเกือบซวยใช่ไหมคะที่ไปรู้จักกับมัน แหม...ไอ้นี่มันร้ายจริงๆ เบื้องหน้าทำเป็นคนใจบุญ ที่ไหนได้ เบื้องหลังมาลักลอบตัดเศียรพระ เลวจริงๆ!”

    เมษาฟังปึกด่าคนเดียวก็ร้อนรุ่มใจแล้ว ไมค์ยังมาผสมโรงช่วยกันด่าคนไทยที่คบคิดกับเควินสมิธทำลายศาสนาของตัวเองอย่างแค้นใจด้วย เมษาเลยฝากปึกบอกผู้กอง

    ขั้นเทพด้วยว่าตนขอตัวกลับก่อน ไมค์นึกได้บอกว่าผู้กองขั้นเทพเพิ่งบอกตนว่าให้คุณเมรอหน่อย ผู้กองมีธุระคุยกับผู้การนิดเดียว ปึกเลยชวนไปทานข้าวรอ ตนขอเลี้ยงเอง

    “ฉันต้องขอตัว วันนี้ฉันมีงานสำคัญ เอาไว้วันหลังนะ แล้วเจอกันที่บ้าน” พูดแล้วรีบเดินไปเลย ไมค์มองตามบอกว่าดูคุณเมซึมๆ ปึกคิดว่าคงเหนื่อยจากภารกิจ แต่ไมค์กลับคิดว่าน่าจะดีใจมากกว่าที่เราทลายแก๊งตัดเศียรพระได้

    ที่ห้องผู้การเสวี เทพเล่าให้ผู้การฟังว่าพ่อแม่

    ของเมษาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ผู้การเลยนึกได้ว่าตอนที่เราประชุมดูท่าทีเธอแปลกๆ ถามว่าแล้วเธอว่าอย่างไร

    “เธอยืนยันว่าจะทำตามหน้าที่ครับ”

    “อืม...ถ้างั้นผมค่อยโล่งอกหน่อย ก็น่าเห็นใจเธอนะ ที่ต้องจับพ่อแม่ตัวเอง คุณเองก็ให้กำลังใจเธอหน่อยแล้วกัน”

    เมื่อเทพออกมารู้ว่าเมษาไม่รอและไม่ไปทานข้าวด้วย เขาบอกปึกกับไมค์ว่าตนคงไม่ไปทานข้าวด้วยจะไปหาผู้กองเมษาหน่อย ปึกฝากถามเมษาว่าอยากทานอะไรให้โทร.บอกเดี๋ยวตนจะซื้อเข้าไปให้

    ooooooo

    ขณะเมษากำลังขับรถกลับที่พักนั่นเอง เธอได้รับโทรศัพท์จากผู้การสถิตย์ยุทธถามว่าพรุ่งขึ้นศาลอยากรู้ว่าเธอตัดสินใจอย่างไร เธอตอบไม่ลังเลว่าก็อย่างที่เคยบอกไว้แล้ว

    “แต่ผมอยากได้ยินคำยืนยันจากคุณอีกครั้ง ว่าพรุ่งนี้คุณจะช่วยเหลือพวกเรา...” ฟังได้แค่นั้น เมษาก็ปิดโทรศัพท์โยนออกไปนอกรถอย่างอัดอั้นคับแค้นใจ ผู้การสถิตย์ยุทธเห็นเสียงปลายสายเงียบหายไปก็แสยะยิ้ม พอชายชาติเข้ามาถามว่าเมษาว่าอย่างไร ผู้การสั่งเหี้ยมก่อนเดินออกไปว่า

    “ถ้าพรุ่งนี้ศาลตัดสินให้เควินติดคุก นายก็ฆ่าเธอได้เลย!”

    ชายชาติมองผู้การอึ้ง...และอึ้งอยู่นาน...

    วัฒนาโทร.หาเมษาโทร.แล้วโทร.อีกก็ไม่มีคนรับสาย บอกประไพพรรณว่า “ยัยเมไม่ยอมรับโทรศัพท์”

    ผู้กองขั้นเทพตามหาจนเจอเมษานั่งน้ำตาไหลอยู่ที่สวนสาธารณะ เธอบอกว่ามานั่งทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น บอกเขาว่า

    “ฉันบอกตามตรงนะ ตอนที่คุณเล่าให้ฉันฟังว่าคุณเคยจับพ่อตัวเองเข้าคุก ฉันจินตนาการความรู้สึกของคุณตอนนั้นไม่ออก แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันอยากเป็นคนเลือดเย็น ที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยเหมือนที่คุณบอก”

    “ผมว่าเราเจ็บปวดตอนนี้เพราะทำสิ่งที่ถูกต้อง ดีกว่าที่จะต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิตเพราะเราบิดเบือนความจริงนะ”

    “คุณรู้ไหม ถ้าทำได้ฉันอยากหยุดเวลาไว้แค่นี้ ไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เลย”

    “แต่ผมอยากให้วันพรุ่งนี้มาถึงเร็วๆ เพราะคุณจะได้ผ่านความเจ็บปวดนี้ไปเสียที...” เทพมองหน้าเมษาที่น้ำตายังไหลเป็นทาง เขาเช็ดน้ำตาให้ ปลอบโยนอย่างอบอุ่น “จำไว้นะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป”

    เทพโน้มหน้าไปหอมหน้าผากเธอแผ่วเบา เมษาซบหน้าสะอื้นกับไหล่เขาอย่างสุดที่จะทนได้

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์