นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สวยร้ายสายลับ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

    ขณะเทพกำลังขับรถกลับบ้านนั้น ได้รับโทรศัพท์จากชายชาติบอกว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันอยากคุยด้วยแต่อยากคุยกันแบบเห็นหน้ากัน นัดพบกันที่คอร์ตแบดตำรวจ

    ฟังเสียงชายชาติแล้วเทพบ่น “ไอ้นี่ท่าทางจะเมา มันจะคุยเรื่องบ้าอะไรวะ” แล้วเทพก็โทร.บอกไมค์ที่รอกินข้าวอยู่ว่าไม่ต้องรอตนมีนัดคุยกับเพื่อนที่คอร์ตแบดตำรวจ

    เมษาขึ้นไปที่ห้องนอนแล้วก็คิดเครียด ปึกมาถามว่าจะกินอะไรไหมก็ไม่กิน บอกว่าจะออกไปข้างนอก

    เทพไปถึงคอร์ตแบดเห็นปิดไฟมืดมีเพียงแสงไฟจากข้างนอกสาดเข้ามา เขาร้องเรียกชายชาติ ครู่หนึ่งจึงเห็นชายชาติเดินลงจากอัฒจันทร์ในมือถือปืนมาด้วย เทพเห็นท่าไม่ดีจะชักปืน

    “อย่านะไอ้เทพ ถ้ามึงชักปืนกูยิงหัวมึงแน่”

    “นี่มันเรื่องอะไรกันไอ้ชาย”

    ชายชาติหาว่าเทพกำลังจะแย่งเมษาไปจากตน วันนี้ก็เห็นเมษาไปที่บ้านเขา เทพชี้แจงว่าเราคุยเรื่องงานกัน ชายชาติไม่เชื่อ จนเทพเตือนว่าเราเป็นเพื่อนกันอย่าทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงเลย

    ไม่ว่าเทพจะชี้แจงอย่างไรชายชาติก็ไม่ฟังยังคงหาว่าเทพจะแย่งเมษาไปจากตน

    “ไอ้ชาติ กูว่ามึงกำลังเสียสตินะ เก็บปืนซะ”

    “ไม่ วันนี้มึงกับกูต้องตายกันไปข้างนึง” ชายชาติจ่อปืนใส่เทพ

    บังเอิญแม่บ้านเข้ามาชายชาติเหลือบมอง เทพได้จังหวะเตะมือที่ถือปืนของชายชาติจนปืนลั่น แม่บ้านตกใจวิ่งออกไป

    ชายชาติยังยิงเทพแต่เทพก็หลบได้ ฝีมือระดับผู้กองกับผู้กองไม่มีใครด้อยกว่ากัน ผลัดกันพลาดผลัดกันได้เปรียบ เมื่อเทพพลั้งชายชาติเข้าล็อกคอประกาศ

    “กูบอกแล้วไงว่ากูจะหักคอมึง! มึงต้องตายไอ้เทพ!!”

    ชายชาติคว้าเหล็กมากดคอเทพจนหายใจไม่ออก โชคดีที่เมษาเข้ามาพอดี เอาปืนจ่อชายชาติสั่งให้หยุดปล่อยผู้กองขั้นเทพเดี๋ยวนี้ ชายชาติไม่ยอมปล่อย เมษาบอกว่าถ้าไม่ปล่อยตนก็จำเป็นต้องยิง เขาท้าว่าถ้าเธอรักเทพก็ยิงตนเลย

    เมษาตัดสินใจยิงที่แขนชายชาติจนเขาต้องปล่อยเหล็กที่กดคอเทพอยู่ เขาตัดพ้อเมษาว่าไม่คิดเลยว่าเธอจะเห็นเทพดีกว่าตน เมษาโต้ว่า “ที่เมต้องยิง ก็เพราะพี่กำลังจะฆ่าคนต่างหาก”

    ชายชาติกล่าวอาฆาตเทพแล้วกุมแผลที่แขนเดินออกไป เมษาถามเทพว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เทพบอกว่านิดหน่อยขอบคุณที่เธอมาช่วยตนไว้ทัน เมษาบอกว่าตนมีเรื่องชายชาติอยากคุยกับเขาไปที่บ้านจึงรู้ว่าเขามาที่นี่

    ooooooo

    ผู้กองขั้นเทพกับผู้กองเมษาพากันไปนั่งคุยในผับเหงาๆแห่งหนึ่ง หลังจากเมษาเล่าเรื่องที่ชายชาติแสดงความหึงหวงตนกับเขาให้ฟังแล้ว เทพตั้งข้อสังเกตว่า

    “ไม่อยากเชื่อเลยว่า ไอ้ชายจะหึงผมขนาดนี้ แสดงว่าคุณต้องแสดงท่าทีที่ชอบผมให้มันเห็น”

    “บ้าเหรอ ฉันไม่ได้ชอบคุณฉันจะไปแสดงท่าทีอะไร เขากำลังพาลมากกว่า ก็เลยไปลงที่คุณ”

    “นั่นน่ะสิ ผมก็เลยซวยเกือบตายฟรี ถ้าตายเพราะรักคุณผมจะไม่ว่าสักคำ”

    “ฉันว่าคุณอย่าพยายามจีบฉันเลย เพราะถึงยังไงฉันไม่ชอบคุณแน่” เมษาพูดชัดถึงเพียงนี้แล้ว เทพก็ยังย้ำอีกว่า

    “ผมรู้แล้วผมก็แค่บอกความรู้สึกในใจให้คุณรู้ว่า ถ้าผมตายเพราะรักคุณผมจะไม่เสียใจเลย”

    ไม่รู้จะทำอย่างไรกับการตื๊อของเทพ เมษาเลยจะกลับ เทพติงว่าเธอยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ เธอประชดว่ากลัวอยู่ต่อฟังเขาพล่ามมากๆ ตนอาจจะอ้วกออกมาก็ได้ เทพตื๊อให้ดื่มหมดแก้วค่อยไป สัญญาว่าจะไม่จีบเธออีกแล้ว เมษาเลยนั่งลง จังหวะนั้นเจ้าของร้านเดินมาทัก

    “อ้าว...ผู้กองขั้นเทพ มานานแล้วหรือ ไหนวันก่อนสัญญาว่าจะมาร้องเพลง สาวๆเขาทวงนะ”

    “เพิ่งดื่มน้ำมะนาวไปแก้วเดียวเอง ได้เลยเดี๋ยวจัดให้” แล้วหันบอกเมษา “รอผมเดี๋ยวนะ” เมษาถามว่าจะไปร้องเพลงจริงๆหรือ เทพก็ไม่วายหยอดว่า “ถึงคุณจะไม่รักผม แต่คุณอาจจะหลงเสียงผมก็ได้นะ”

    เทพขึ้นเวทีไปร้องเพลง ระหว่างร้องเพลงหวานๆ ตาก็มองเยิ้มมาทางเมษาตลอดเวลา เธอแสยะยิ้มให้ พอเขาทำปากถามว่า เป็นไง เธอทำท่าโอเค ประชดว่า เพราะมาก

    เพลงเป็นสื่อให้เมษาผ่อนคลายลง แต่พอเทพร้องจบลงมาถามว่าเสียงตนใช้ได้ไหม เธอก็ทำเมิน บอกว่าก็งั้นๆ พอฟังได้ เทพเลยหยอกว่าเธอน่าจะไปให้หมอตรวจสักทีเกรงว่าหัวใจเธอจะผิดปกติ พอถูกถามเสียงเขียวตาขวางว่าผิดปกติยังไง เทพก็ทำหน้าตายบรรยายว่า

    “ก็มันด้านชาไร้ความรู้สึก ขนาดผมส่งออกไปเกินร้อยแล้วนะ” เลยถูกดักคอว่าไหนว่าจะไม่จีบตนไง “นี่...ผมไม่ได้จีบนะ ผมแค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนร่วมงาน กลัวว่าคุณจะไร้หัวใจเกินไป”

    “ขอบคุณนะที่เป็นห่วง ฉันไม่ได้ไร้หัวใจอย่างที่คุณคิด เพียงแต่ฉันไม่มีหัวใจให้กับคุณต่างหาก” พูดยิ้มๆ แล้วลุกจะกลับ เทพบอกเดี๋ยว เธอไม่สนใจบอกว่า “ดึกแล้ว...ฉันง่วง เชิญคุณอยู่กับสาวๆที่หลงผิดแล้วกัน” พูดแล้วเดินออกไปเลย

    “สวยร้ายจริงๆ” เทพมองตามพูดอย่างมันเขี้ยว

    ooooooo

    เควินสมิธโทรศัพท์บอกนิโคลัสคนที่ต้องการเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอย่างลิงโลดว่าอยากให้เขามาเห็นของจริงมากเพราะงามสมราคาเหลือเกิน นิโคลัสติงว่าราคาที่เสนอสูงไปหน่อย

    แต่พอเควินบรรยายถึงความล้ำค่าที่มีประวัติมาเป็นร้อยปีและเป็นที่สักการบูชาของชาวบ้านทางอีสานแล้ว นิโคลัสก็ยอมจ่าย ถามว่าจะส่งของให้ได้เมื่อไร

    “ไม่เกินสองอาทิตย์คุณได้รับของแน่ อ้อ...อย่าลืมโอนเงินที่เหลืออีกครึ่งล่ะ” เควินมองเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่โต๊ะแสยะยิ้มเอ่ย “ลาก่อนหลวงพ่อคำเกลี้ยง”

    คืนนี้ ปึกนอนรอเมษาที่โซฟาหลับฝันไปว่า เข้าไปนั่งพนมมืออยู่หน้าหลวงพ่อคำเกลี้ยงได้ยินเสียงท่านก้องมาว่า

    “อีปึก เอ็งผิดคำสาบานกับข้า เอ็งไม่ปกป้องช่วยเหลือข้า เอ็งปล่อยให้คนชั่วมาทำลายข้า”

    ปึกพร่ำขอโทษยืนยันว่าตนไม่ได้ผิดคำสาบาน แต่เสียงหลวงพ่อก็ยังย้ำก้องไปทั่วโบสถ์ว่า

    “เอ็งผิดคำสาบาน...เอ็งผิดคำสาบาน...เอ็งผิดคำสาบาน...”

    ปึกสะดุ้งตื่นเด้งขึ้นนั่งหายใจหอบถี่เหงื่อท่วมตัว บอกกล่าวท่านว่า “ข้อยขอโทษหลวงพ่อ...ข้อยขอโทษ...” พอมองไปรอบตัวจึงรู้ว่าฝันไป รีบพนมมือก้มกราบ “หลวงพ่อ ลูกบ่ได้ลืมคำสัญญาเด้อ อีหนูปึกคนนี้จะต้อง ตามหาเศียรหลวงพ่อกลับมาให้ได้”

    พอดีเมษากลับมาถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ แล้วทำไมตัวเปียกอย่างนั้น ปึกบอกว่าตนฝันร้าย ถามเมษาว่าไปไหนมากลับเสียดึก เมษาบอกว่าไปคุยเรื่องงาน บอกปึกให้ไปนอนเสีย พอปึกลุกไปเมษาก็เดินเข้าห้องตัวเอง

    ooooooo

    ผู้กองขั้นเทพเข้าพบผู้การเสวี เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและผู้กองเมษาตัดสินใจร่วมมือกับเราแล้ว เพราะเธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองถูกหลอก ผู้การสถิตย์ยุทธฆ่าเสี่ยเล็กเพื่อปิดปากและเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไป

    ผู้การเสวีซักถามจนแน่ใจแล้วบอกเทพว่า “งั้นก็ดี เราจะได้ให้เธอสอดแนมสถิตย์ยุทธอีกที” แต่ก็ย้ำเตือนว่า “จำไว้อย่าง ถ้าเราจะจับสถิตย์ยุทธให้ได้ เราต้องมีหลักฐานมัดตัวเขาให้ดิ้นไม่หลุด เพราะไม่อย่างนั้นล่ะก็ คุณ ผม ผู้กองเมษา ไม่รอดแน่”

    ออกจากห้องผู้การเสวี เทพเจอกับชายชาติตรงประตูทางเข้าหน่วย เทพจะออกส่วนชายชาติจะเข้า ต่างจับที่ประตูพร้อมกันและไม่มีใครยอมถอย จ้องหน้ากันอึดใจเดียวก็ทำท่าจะจับปืน ผู้การเสวีออกมาเห็นทั้งสองท่าทางตึงเครียดต่อกันถามว่ามีอะไรกันหรือ ทั้งสองบอกว่าไม่มีอะไร แล้วชายชาติก็ถอยเปิดทางให้ผู้การเสวีออกไป

    พอผู้การเดินลับไป ชายชาติก็เดินอ้าวตามเทพไป ต่างจ้องหน้ากันที่ประตูด้านหลัง ทันใดนั้นเมษาเดินเข้ามาทัก

    “ผู้กองขั้นเทพ นึกว่าจะไม่เจอคุณเสียแล้ว” ชายชาติเห็นเช่นนั้นยิ่งแค้นจ้องทั้งสองเขม็ง เมษาเห็นแต่ไม่สนใจ หันกลับคุยกับเทพต่อว่า “ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

    “ผมว่าไปคุยด้านนู้นดีกว่า” เทพชวน

    ชายชาติจิกตามองตาม มือปลดปืนที่เอว คำราม “อย่าอยู่เลยไอ้เทพ” พลางยกปืนขึ้นเล็ง ยามเดินมาถามว่ามีอะไรหรือ ชายชาติชะงัก ปรับสีหน้าเป็นปกติ บอกยามว่าจะเอาปืนไปให้เขาล้าง พอยามกลับไปยืนประจำที่ ชายชาติก็จ้องไปที่เทพกับเมษาอีก

    ooooooo

    ระหว่างนั่งคุยกัน เมษาเห็นชายชาติจ้องมาตลอดเวลา เธอบอกเทพว่าเขาคงบ้าไปแล้ว เทพออกอุบายว่า ชายชาติคิดว่าเธอชอบตนถึงได้โกรธแค้น เราไม่อาจห้ามความคิดเขาได้แต่ก็ไม่อาจไปชี้แจงกับเขาได้ว่าเรามาคุยกันเรื่องอะไร แล้วเสนอว่า

    “ถ้างั้นผมว่าเราควรจะปล่อยเลยตามเลย ให้เขาคิดไปเลยว่าเราเป็นแฟนกัน เวลาคุณมาพบผมคุณจะได้ไม่ต้องกลัวคนสงสัย” เมษาอึกอักลังเล เทพย้ำว่า “ผมเอางานเป็นที่ตั้งนะ รับรองไม่มีเรื่องส่วนตัว”

    เมษาไม่ทันตั้งตัว เทพก็ทำสีหน้าตึงเครียดบอกว่าชายชาติออกมาดูเราอีกแล้ว เขาอ้างสถานการณ์ตึงเครียดนี้ ทั้งจับมือถือแขน หอมแก้มกระทั่งหลอกให้เธอหอมตัวเองด้วย

    พอเมษาจะกลับ เทพบอกว่าเธอเดินไปคนเดียวไม่ดีแน่ ว่าแล้วก็โอบเอวเธอเดินไปด้วยกัน ชายชาติเห็นแล้วแทบจะคลั่ง พอดีผู้การเสวีเดินมาเห็นเทพโอบเอวเมษาเดินอยู่ ถามชายชาติว่านั่นแฟนขั้นเทพหรือ เขาบอกว่าไม่ทราบ

    “ดูสมกันดีนะ นายว่าไหม แล้วนายล่ะเมื่อไหร่จะพาแฟนมาเปิดตัวกันบ้าง” ชายชาติบอกว่าคงไม่ช้านี้ “เอาให้สวยกว่าแฟนขั้นเทพนะ” ผู้การแซวแล้วเดินผ่านไป

    ชายชาติยังจิกตามองเทพที่โอบเอวเมษาเดินกันไปอย่างแค้นใจ

    เพราะมัวแต่เล่นแง่หยอกเย้าและหลอกล่อชายชาติ จนเมษาลืมเรื่องที่จะมาคุยกัน พอเทพนึกได้ถามว่าเธอจะมาคุยอะไรหรือ

    “ฉันจะมาคุยกับคุณเรื่องผู้การสถิตย์ยุทธ ฉันว่าเราจะจับเขาเราต้องวางแผนให้รัดกุมนะ”

    “เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง ผมมีแผนอยู่ในใจแล้ว” พอเธอถามว่าแผนอะไร เทพก็ทำกรุ้มกริ่มบอกให้เอียงหูมา เมษารู้ทันบอกว่าถ้าต้องกระซิบตนไม่อยากฟัง ถามว่าจะบอกหรือไม่บอก “คุณนี่นะ ใครก็หลอกไม่ได้จริงๆ” เทพบ่นอุบอิบ

    ooooooo

    พากันกลับไปที่บ้านแล้วเทพเล่าแผนการของตนให้ไมค์ฟัง ว่าจะให้ปึกทำทียอมไปนอนกับเควินสมิธแล้วเอายานอนหลับให้กิน จากนั้นก็ไปค้นหาว่ามันเอาหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปซ่อนไว้ที่ไหน

    ไมค์ไม่เห็นด้วยไม่ยอมให้ปึกไปเสี่ยง เทพชี้แจงว่าไม่ต้องห่วงเพราะพวกเราจะอยู่ด้านนอกเตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลือปึกถ้าความแตก หว่านล้อมไมค์ว่า

    “ถึงยังไงเราก็ต้องเสี่ยง เพราะเป็นหนทางเดียวที่เราจะจับเควินสมิธได้”

    “แล้วทำไมคุณเมไม่ยอมเสี่ยงล่ะ ปลอมตัวไปเอง ผมว่าคุณเมจะแสดงได้สมบทบาทมากกว่านะ เพราะตอนที่หลอกผม ผมยังเชื่อเลย”

    “นายลืมไปแล้วหรือว่าเควินสมิธมันเคยเจอผู้กองเมษาที่สนามมวยแล้ว”

    หว่านล้อมกันอย่างไรไมค์ก็ไม่เห็นด้วย เมษาเสนอว่าให้ปึกเป็นคนตัดสินใจเองดีไหม ไมค์ขอเป็นคนคุยกับปึกเอง

    รุ่งขึ้น ไมค์นัดปึกไปนั่งคุยกันที่สวนสาธารณะ ไมค์บอกว่าผู้กองเทพจะให้ปึกไปเป็นสายลับที่บ้านเควินสมิธ ทำทีหลอกว่าจะยอมไปนอนกับมัน ปึกตกใจไม่กล้าไป แต่พอไมค์บอกว่าต้องการให้ปึกไปสืบว่าเควินสมิธเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงซ่อนไว้ที่ไหนเท่านั้น ปึกตัดสินใจทันที บอกไมค์ว่า

    “อ้ายกลับไปบอกผู้กองเลยว่าหนูปึกยินดีค่ะ” ไมค์ติงว่าอันตรายนะ “ต่อให้ตายหนูปึกก็ยอม เพราะหนูปึกต้องเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับไปบ้านเกิดให้ได้ อ้ายบ่ต้องห่วง หนูปึกไม่มีวันยอมให้เควินสมิธมันเจาะไข่แดงหรอก”

    ปึกกลายเป็นฝ่ายให้กำลังใจไมค์ บอกว่าดีใจที่ไมค์เป็นห่วงตน ไมค์บอกว่าตนเป็นห่วงแบบพี่น้อง ปึกพูดอย่างผิดหวังว่านึกว่าไมค์ห่วงแบบคนรัก ไมค์ทำท่าจะชี้แจง ปึกตัดบทว่าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว กินส้มตำกันดีกว่า

    พอหนูปึกกลับไป ไมค์นึกโมโหตัวเองว่าทำไมไม่บอกไปตรงๆว่าชอบปึก แต่แล้วก็ห่อเหี่ยว ถามตัวเองว่า

    “ถ้าเราบอกว่าชอบ เราจะมีปัญญาเลี้ยงเขาหรือวะ...โธ่เว้ย!”

    ooooooo

    ชายชาติแค้นใจที่เมษาปฏิเสธตนและไปสนิทกับเทพ คืนนี้เขาแอบเข้าไปดักเธอในห้อง พอเมษากลับมาเขาจับเธอใส่กุญแจมือขึงพืดหวังทำลาย โชคดีที่ปึกมาเจอเอาไม้เบสบอลฟาดชายชาติจนหมดสติ เมษารีบโทร.เรียกตำรวจมาเอาตัวไป

    ขณะถูกตำรวจหิ้วปีกไป ชายชาติฟื้นขึ้นมา กล่าวอาฆาตเมษาก่อนถูกพาออกจากห้องไปว่า

    “เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้หรอก แกอีกคนนังปึก ระวังตัวให้ดี”

    “ไม่ต้องกลัวเขานะ ฉันไม่ปล่อยให้เขาทำอะไรเธอหรอก” เมษาบอก ปึกบอกว่าไม่กลัว อย่างมากก็แค่ตาย

    ครู่หนึ่ง เทพโทร.มาถามอย่างเป็นห่วง เมษาตัดบทว่าแค่นี้ก่อนเพราะตนมีเรื่องต้องคุยกับปึก

    พอเทพวางสายจากเมษา ไมค์ก็เดินซึมเข้ามา เมื่อเทพรู้ว่าปึกยอมช่วยงานก็ขอบใจไมค์ที่ช่วยพูดให้ แต่ก็แปลกใจที่ไมค์ซึมผิดปกติ ถามอย่างไรไมค์ก็ไม่ยอมบอก พูดแต่ว่า “ผู้กองอย่ารู้เลย”

    “มันเป็นอะไรของมันวะ” เทพงง

    เมษาขอบใจปึกมากที่ยอมช่วยงาน ปึกบอกว่าที่จริงเมษาบอกตนเองก็ได้ไม่ต้องให้ไมค์มาบอก เมษาบอกว่าไมค์เป็นห่วงปึกเขาขอคุยกับปึกเอง ปึกพูดงอนๆ ว่า “ก็เป็นห่วงแค่เห็นเป็นคนบ้านเดียวกันเท่านั้น”

    “แต่ฉันว่าเขาชอบเธอนะ” ปึกบอกว่าไมค์พูดเองว่ารักตนแบบน้องสาว “แล้วปึกไม่ได้ชอบเขาหรือ”

    “ชอบค่ะ แต่เขาไม่ได้ชอบหนูปึกนี่คะ เราเป็นผู้หญิงถ้าผู้ชายเขาบอกไม่ชอบ เราก็ต้องหยุดแล้วล่ะค่ะ”

    “อืม...ก็ดี ที่เธอคิดได้ ถ้าเขาไม่ชอบเรา เราก็อย่าไปสนใจเลยนะ...งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

    พอเมษาเดินไป ปึกก็ทำหน้าเง้า พึมพำงอนๆ “ใช่...ในเมื่อเขาไม่ได้ชอบเรา เราก็ควรจะตัดใจ”

    คืนนี้ไมค์นอนไม่หลับรู้สึกตัวเองผิดจึงโทร.ไปเพื่อง้อปึก พอปึกเห็นเป็นสายจากไมค์ก็ปิดเครื่องปาทิ้งบ่นงอนๆ

    “หึ! โทร.มาทำหยัง บ่ชอบข้อยก็บ่ต้องโทร.มา”

    “หนูปึกคงโกรธเราจริงๆ” ไมค์มองโทรศัพท์ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

    ooooooo

    การกระทำของชายชาติ ถูกผู้การเสวีสั่งพักงานหนึ่งเดือน ชายชาติขอโทษบอกว่าที่ทำลงไปเพราะโกรธที่ขั้นเทพมาแย่งแฟนตน ตนชอบผู้กองเมษาก่อนที่เธอจะรู้จักขั้นเทพด้วยซ้ำ

    “แต่ถ้าผู้หญิงเขาไม่ได้รักเรา ไปรักคนอื่น เราก็ควรจะมีความเป็นลูกผู้ชายยอมรับความจริงนะ ยังไงผมก็ต้องตำหนิที่คุณทำเรื่องบัดสีแบบนี้ เอาล่ะ คุณเซ็นรับคำสั่งแล้วไปสงบสติอารมณ์ คิดทบทวนเรื่องที่ทำระหว่างพักงาน”

    ชายชาติเซ็นเอกสารแล้วเดินออกไป พอเลี้ยวลงบันไดก็เจอเทพ เขามองเทพอย่างเกลียดชัง เทพเรียกหวังได้คุยกันในฐานะเพื่อน ถูกชายชาติปฏิเสธอย่างแค้นใจว่า “มึงกับกูไม่ได้เป็นเพื่อนกันนานแล้ว กูไม่นับมึงเป็นเพื่อน”

    เทพพยายามจะคุยด้วย แต่ชายชาติหุนหันเดินผ่านไปแล้ว ผู้การเสวีที่มายืนฟังอยู่ข้างหลังบอกเทพว่า

    “ปล่อยเขาไปเถอะขั้นเทพ เขากำลังพาลอยู่”

    “ผมแค่อยากเคลียร์ให้เขาเข้าใจ เพราะว่าจริงๆแล้วผมกับผู้กองเมษาก็ไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกครับ ผมกับเธอแกล้งทำทีเป็นคู่รักกันเพราะไม่อยากให้คนสงสัยว่าเธอมาหาผมทำไม”

    “อ้อ...นี่คือส่วนนึงของแผน...แต่แนบเนียนมากนะ วันก่อนผมเห็นคุณเดินจับไม้จับมือกัน ผมยังบอกชายชาติเลยว่าคุณสองคนเหมาะสมกัน” แล้วผู้การก็ถามว่า“แล้วที่คุณบอกผมว่าจะส่งคนเข้าไปประกบเควินสมิธได้เรื่องรึยัง”

    “ได้แล้วครับ เธอชื่อหนูปึก บ่ายนี้ผมนัดเจอเธอเพื่อมาคุยเรื่องแผน”

    ผู้การเสวีพยักหน้า แล้วพากันเดินเลี้ยวไป

    ooooooo

    ชายชาติไปหาผู้การสถิตย์ยุทธที่ห้อง ถูกตำหนิว่าบ้าไปแล้วหรือถึงขั้นบุกปล้ำผู้กองเมษา ถ้าวัฒนารู้เรื่องนี้ตนจะเอาหน้าไปไว้ไหน ชายชาติขอโทษและยอมรับผิด

    ผู้การสถิตย์ยุทธถามว่า แล้วที่บอกว่าผู้กองขั้นเทพกับผู้กองเมษาเป็นแฟนกันนั้นจริงหรือ

    “จริงครับ เธอบอกผมเอง ผมถึงระงับอารมณ์โกรธไม่อยู่”

    ผู้การสถิตย์ยุทธวิเคราะห์ว่านี่คงเป็นการเล่นละครตบตาเขามากกว่า สองคนนั้นอาจจะร่วมมือกันสืบเรื่องของพวกเราอยู่ก็ได้ ชายชาติสีหน้าดีขึ้นบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีแสดงว่าตนยังมีโอกาส

    “นี่ชายชาติ ฉันว่านายเลิกบ้าถึงผู้หญิงคนนี้เสียที ถ้าผู้หญิงเขาชอบนาย เขาชอบไปนานแล้ว อย่าเสียเวลาตื๊อให้ยากเลย ฉันว่าตอนนี้เรื่องที่นายควรจะทำก็คือเก็บสองคนนี้เสีย”

    ชายชาติอึ้งไปอึดใจถามว่าจะให้ตนฆ่าน้องเมด้วยหรือ? ผู้การย้อนถามว่าถ้าเธอร่วมมือกับขั้นเทพสืบเรื่องของเรา เขาคิดว่าสมควรไหมล่ะ ส่วนวัฒนาเราไม่ต้องบอก เพราะเมษาเป็นตำรวจอาจจะตายเพราะน้ำมือผู้ร้ายที่ไหนก็ได้ ย้ำเตือนสติว่า

    “นายลืมไปแล้วหรือ ผู้กองเมเขาไม่เคยรักนายและจะไม่มีวันรักด้วย ทำตามที่ฉันบอก แล้ววันนึงฉันจะหาผู้หญิงที่ดีกว่าผู้กองเมษาเป็นสิบเท่าให้นาย”

    “ครับ” ชายชาติรับคำเบาๆ

    เมษาเดินผ่านห้องผู้การสถิตย์ยุทธ เห็นผู้การพูดอบรมชายชาติ ชายชาติพยักหน้า แล้วผู้การก็เดินมาตบไหล่เขาอย่างพอใจ เธอฉุกคิดว่า ชายชาติอาจทำงานให้ผู้การสถิตย์ยุทธเพราะเขาไม่ได้ทำงานที่หน่วยวิหคเวหา

    ooooooo

    ที่ร้านกาแฟ เมษานัดพบกับเทพ เธอถามเขาว่าเป็นไปได้ไหมที่ผู้กองชายชาติทำงานให้กับผู้การสถิตย์ยุทธ เทพถามว่าทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น

    “ฉันเห็นผู้กองชายชาติมาหาหัวหน้าบ่อยๆ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำงานที่หน่วยวิหคเวหาแล้ว”

    “มันก็ว่าไม่ได้นะ ชายชาติเคยเป็นลูกน้องเก่าผู้การสถิตย์ยุทธ”

    “ก็นี่แหละ ฉันถึงสงสัยว่าเขาอาจจะทำงานลับๆให้กับผู้การก็ได้” เธอมองหน้าเทพที่เงียบไป ถามว่า “แล้วคุณเองก็เคยบอกไม่ใช่หรือว่าคุณสงสัยในหน่วยคุณอาจจะมีหนอนบ่อนไส้ บางทีอาจจะเป็นเขาก็ได้นะ”

    “ก็เป็นไปได้” เทพตอบช้าๆมองหน้าเมษานิ่งๆ จนเธอถามว่ามองทำไม “หรือว่า...ชายชาติคือคนที่ลอบยิงผม?”

    เป็นคำถามที่ทำให้เมษาคิดถึงวันนั้น วันที่เธอยิงคนร้ายที่ลอบยิงเทพและวันต่อมาเธอไปหาชายชาติพอจะกลับเธอตบแขนเขาเชิงลา วันนั้นชายชาติถึงกับสะดุ้ง พอเธอถามว่าเป็นอะไร เขาบอกว่าเมื่อวานโดนตะปูเกี่ยว วันนั้นเธอยังแซวเขาว่าพี่ร้องอย่างกับถูกยิง คิดทบทวนแล้วเธอบอกเทพว่า

    “ใช่...ฉันว่าต้องเป็นเขาแน่”

    “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องระวังตัวนะ” เธอถามว่าเขาจะเก็บตนด้วยหรือ “ถ้าผู้การสถิตย์ยุทธรู้ว่าคุณร่วมมือกับผม เขาต้องไม่ปล่อยคุณไว้แน่”

    เมษาติงว่าหัวหน้ากับพ่อตนเป็นเพื่อนกัน เทพบอกเรื่องนั้นตนไม่รู้ แต่เชื่อว่าคนอย่างผู้การสถิตย์ยุทธคงไม่ยอมให้ตัวเองเดือดร้อน บอกเธอว่า

    “ผมชักเป็นห่วงคุณแล้ว ผมว่าคุณย้ายไปอยู่บ้านผมดีไหม เพราะชายชาติเคยบุกเข้าไปทำร้ายคุณถึงในห้องพักนะ”

    เมษาบอกว่าตนดูแลตัวเองได้และไม่เชื่อว่าชายชาติจะกล้าฆ่าตน เทพได้แต่มองเธอแล้วถอนใจอย่างเป็นห่วง

    ooooooo

    เทพไปส่งเมษาที่อพาร์ตเมนต์ ขณะเดินออกจากลานจอดรถมารอลิฟต์นั้น จู่ๆมีเสียงกระป๋องล้ม เทพกระชากปืนตรงไปที่ต้นเสียงทันที ครู่หนึ่งกลับมาบอกว่าไม่มีอะไร สงสัยตนระแวงไปเอง

    เทพไปส่งเธอถึงประตูห้องพัก พอเธอเข้าห้องเขาเตือนว่า “อย่าลืมล็อกห้องล่ะ” เมษาพยักหน้าแต่พอเขาหันหลังเดินกลับ เธอเรียกเขาบอกว่า “คุณเองก็ระวังตัวด้วย”

    “ในที่สุด คุณก็เป็นห่วงผม” เทพยิ้มปลื้ม เลยถูกค้อนขวับหนึ่งแล้วปิดประตูเลย เทพเดินยิ้มกลับไป

    แต่พอกลับถึงบ้านเจอไมค์นั่งเซ็งเพราะโทร.หาปึกแล้วไม่รับสาย ไมค์ถามเทพว่าไปไหนมา พอรู้ว่าไปส่งผู้กองเมษาที่อพาร์ตเมนต์ ไมค์ถามทันทีว่าเจอหนูปึกไหม เทพบอกว่าคงอยู่ในห้อง ถามไมค์ว่าทำไมหรือ

    “เปล่า...ฉันโทร.หาเขาแต่เขาไม่รับสาย” เทพมองหน้าถามว่าทะเลาะกันหรือ ไมค์ตอบไม่มองหน้าว่าไม่มีอะไร แล้วเดินเลี่ยงไป เทพมองตามพึมพำ

    “พักนี้มันเป็นอะไรของมันวะ?”

    ooooooo

    ก่อนส่งปึกไปหาเควินสมิธเพื่อสืบเรื่องเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง เทพกับเมษาพาปึกไปฝึกศิลปะการป้องกันตัว ปรากฏว่าปึกเรียนได้เร็วมากจนครูฝึกชมว่าหัวไว เรียนไม่กี่ชั่วโมงก็จำได้หมด

    นอกจากฝึกเกี่ยวกับการต่อสู้ป้องกันตัวแล้ว ยังพาปึกไปฝึกยิงปืนด้วย ปึกตื่นเต้นดีใจเพราะไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้ยิงปืนกับเขา ไมค์เตือนว่าอย่าประมาทเพราะการเป็นสายลับไม่ได้สนุกอย่างที่คิด ปึกบอกว่าตนไม่เคยประมาทอยู่แล้ว

    เสียงปึกห้วนจนเทพกับเมษามองหน้ากันอย่างแปลกใจ

    ปึกบอกเทพกับเมษาว่าเดี๋ยวจะโชว์ให้ดู เทพยุให้ไมค์ลองเข้าไปปล้ำปึกดู ไมค์เกี่ยงว่าทำไมต้องเป็นตน พอเทพบอกว่าไม่เข้าไปก็ได้ตนเข้าไปเอง ไมค์ก็รีบบอกว่าตนเข้าไปเอง ปรากฏว่าไมค์ถูกปึกเล่นงานเสียสะบักสะบอม ตัดพ้อว่าทำไมถึงต่อยตนจริงๆ ปึกบอกว่าอยากให้รู้เสียบ้างว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง แล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

    เทพถามไมค์ว่ามีเรื่องอะไรกับปึกหรือเปล่า ไมค์บอกว่าไม่มีอะไร เมษาเลยแฉว่า ในเมื่อไมค์ไม่ชอบปึกจริงแล้วไปหลอกปึกทำไม ไมค์ก็ยังไม่เข้าใจ เทพถามตรงๆ ว่าชอบปึกหรือเปล่า ไมค์อึกอัก เมษาตัดบทว่า

    “นี่ ชอบก็บอกเขาไป จะมานั่งเก็บงำทำไม รู้ไหมหนูปึกเขาเสียใจมากนะที่นายบอกว่าชอบเขาแบบพี่น้องน่ะ”

    พอไมค์รู้ เทพยุให้รีบไปเคลียร์เสียก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป ไมค์รีบไปที่ห้องแต่งตัวโรงยิม บอกปึกว่ามีเรื่องจะสารภาพ ง้อเกือบตายกว่าปึกจะยอมคุยด้วย แต่พอไมค์บอกว่า “พี่จะบอกว่าพี่รักหนูปึกนะ” เท่านั้นไม่พอ ไมค์ยังคุกเข่ากับพื้นสารภาพ

    “พี่รักหนูปึกจริงๆนะ ที่พี่บอกว่ารักแบบพี่ชายเพราะพี่ไม่กล้าบอกความจริง พี่ไม่มีอะไรเลย มีแต่ตัวกับหัวใจที่รักปึกเต็มร้อย”

    ปึกตะลึงอึ้งก่อนจะถามอย่างดีใจสุดๆว่า “อีหลีบ่ อ้ายบ่ได้หลอกข้อยเด้อ”

    “แม่นแล่ว อ้ายฮักเจ้าอีหลี ฮักแบบหนุ่มฮักสาว”

    เท่านั้นเองปึกวิ่งเข้ากอดไมค์ ไมค์กอดตอบกระโดดโลดเต้นกันด้วยความดีใจ เทพกับเมษาเดินเลี้ยวมุมตึกมาเห็น เทพบอกเธอว่า “เขาสองคนเหมาะกันดีนะ เหลือแต่เรา” ไม่พูดเปล่ายังทำไก๋โอบไหล่เมษาไว้ พอเจอสายตาเพชฌฆาตตวัดมอง เทพรีบเอามือออกทำเป็นพูดเสียงอ่อยว่า “ขอโทษ...กำลังอินกับคู่นั้นอยู่พอดี” เลยถูกค้อนอย่างรู้ทัน

    ooooooo

    เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ปึกโทร.ไปหาเควินสมิธ บอกว่าอยากขอโทษเขาที่คืนนั้นหนีเขาไป ตอนนี้ตนกำลังเดือดร้อนต้องการเงินด่วน ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใคร เห็นมีแต่เขาเท่านั้นที่ใจดีกับตน

    เควินบอกว่าครั้งนี้คงให้เธอได้ไม่เท่าเก่า ถามว่าปึกต้องการเท่าไร? ปึกขอสองแสน เควินให้ได้แค่ห้าหมื่น ในที่สุดปึกต้องยอมบ่นว่าจากห้าแสนลดเหลือแค่ห้าหมื่น

    “ช่วยไม่ได้ เธออยากหนีฉันไปเอง ทุ่มนึงเจอกัน” เควินนัดแล้วปิดมือถือแสยะยิ้ม

    วางสายจากเควินแล้ว ปึกบอกเทพว่า เควินนัดไป หาทุ่มตรง เทพจึงทบทวนแผนการกันอีกครั้ง เมษาถามว่าทำได้ไหม ปึกมั่นใจไม่มีปัญหา แต่ไมค์ยังพูดอย่างห่วงใยว่า ระวังตัวให้ดีด้วยถ้าผิดแผนยังไงให้รีบหนีออกมา ตนจะปลอมเป็นคนขับแท็กซี่จอดรอที่หน้าบ้าน

    ทบทวนแผนการกันจนเป็นที่มั่นใจแล้ว ปึกขอตัวไปทำผม เมษาถามเทพว่า ถ้าคืนนี้เราจับเควินสมิธได้มันจะซัดทอดถึงผู้การสถิตย์ยุทธไหม เทพมั่นใจว่าถึงมันไม่ซัดทอด เราก็มีหลักฐานโยงไปถึงได้ รับรองผู้การไม่รอดแน่

    “ไม่อยากเชื่อเลยว่าวันนี้ฉันจะต้องจับผู้ร้ายที่เป็นหัวหน้าตัวเอง” เทพดักคอว่าเธอคงไม่ใจอ่อนปล่อยเขาไปนะ “ไม่มีทาง ฉันแยกแยะได้ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว” พอดีมือถือเธอดัง เธอบอกเทพว่าพ่อโทร.มาแล้วกดรับ

    วัฒนาโทร.มาถามว่าทำไมพักนี้หายไป เธอบอกว่างานกำลังยุ่ง เป็นงานใหญ่ด้วย ไว้พ่อคอยดูข่าวทางหนังสือพิมพ์แล้วกัน วัฒนาจึงส่งให้ประไพพรรณคุยต่อ แม่ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับมากินข้าวกับแม่ เธอบอกว่าอีกสองวัน แล้วต่างบอกรักและคิดถึงกันก่อนวางสาย

    “ท่าทางคุณจะสนิทกับคุณพ่อคุณแม่นะ” เทพเอ่ย เมษาถามว่าพูดเหมือนเขามีปัญหาครอบครัว “ก็นิดหน่อย ผมไม่ค่อยถูกกับพ่อ พ่อผมขี้เมาชอบก่อเรื่องบ่อย เชื่อไหมผมยังเคยจับพ่อตัวเองเข้าคุกเลย ให้ท่านเข้าไปสงบสติอารมณ์สักพัก”

    เมษาถามว่าแล้วท่านว่ายังไง เทพพูดขำๆว่า “ก็ด่าสิ หาว่าผมเป็นลูกอกตัญญู แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ท่านไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น” เมษาบอกว่าถ้าเป็นตนไม่รู้จะกล้าจับพ่อเข้าคุกหรือเปล่า “แต่ผมว่าคุณกล้านะ เพราะคุณเป็นคนไม่มีหัวใจให้ใคร”

    พอเทพวกเข้าเรื่องหัวใจ เมษาตัดบทอย่างรู้ทัน ว่าไปๆมาๆก็มาลงที่เรื่องไร้สาระอีก เทพแย้งว่าเรื่องความรักไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เธอเลยลุกไปไม่คุยด้วย เทพมองตามยิ้มขำๆบอกกับตัวเองว่า

    “สักวันผมจะทำให้คุณคุยเรื่องนี้กับผมให้ได้”

    ooooooo

    เย็นนี้เองสถิตย์ยุทธโทร.ชวนเควินไปปาร์ตี้กันล่อใจว่านัดสาวๆไว้ให้เขาหลายคน เควินบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง พอดีมีสาวที่ติดใจจะมาหา แต่นัดสถิตย์ยุทธว่า

    “ก่อนผมจะเดินทางไปอัมสเตอร์ดัมวีกหน้า ผมอยากเจอผู้การกับคุณวัฒนาก่อน เพราะลูกค้าส่งรูปมาอยากได้ของ”

    “ได้ งั้นพรุ่งนี้เที่ยงกินข้าวกัน”

    วางสายจากสถิตย์ยุทธแล้ว เควินดูรูปจากคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ เห็นรูปเศียรพระพุทธรูปเรียงกันสามรูป

    พอใกล้เวลานัด ไมค์ปลอมเป็นคนขับแท็กซี่พาปึกมาส่งที่หน้าบ้านเควินสมิธ ไมค์บอกให้ระวังตัวด้วย แล้วต่างก็บอกรักกันก่อนปึกจะเข้าไปในบ้าน ไมค์มองตามภาวนาขอให้ปึกทำงานสำเร็จและปลอดภัยกลับมา

    ส่งปึกเข้าไปแล้วไมค์โทร.บอกเทพ เทพสั่งวางกำลังตามแผน กำชับทุกส่วนว่าถ้ามีอะไรผิดปกติให้จู่โจมเข้าไปได้เลย

    ปึกเข้าไปแล้วต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยตัวเอง เควินถามว่าทำไมถึงกลับมาอีก ปึกบอกว่าต้องการเงิน ตนเห็นเขาเป็นคนใจดีมีเมตตาจึงกลับมาหา

    เควินแสดงความซาดิสม์ออกมา ใช้เชือกมัดปึกขึงพืดแล้วหยิบแส้มาจะฟาดบอกว่าต้องลงโทษเธอก่อน ปึกใจคอไม่ดีแต่ก็ยังมีสติหลอกเควินว่าก่อนจะเล่นอะไรกันตนขอดื่มอะไรย้อมใจหน่อยได้ไหม เควินเดินไปรินเครื่องดื่มใสเหมือนน้ำใส่แก้วเอามาให้ ปึกเห็นเควินเดินกลับไปที่โต๊ะก็หันหลังรีบเอายานอนหลับใส่ในแก้ว

    เควินจับได้ว่าปึกวางยาตน บังคับให้ปึกดื่มแก้วนั้น ปึกตัดสินใจสาดน้ำในแก้วใส่หน้าเควินแล้ววิ่งไปทางประตู แต่ประตูล็อก ปึกถูกเควินกระชากกลับมา แม้ปึกจะไปเรียนวิชาป้องกันตัวมาแต่แรงสู้เควินไม่ได้ ปึกถูกชกที่ท้องหลายครั้งจนตัวงอ เควินลากปึกไปมัดขึงพืดไว้กับเตียง

    ไมค์เป็นห่วงปึกมากเพราะหายเงียบไปเป็นชั่วโมงแล้ว เลยทำทีไปขอยามเข้าห้องน้ำ ยามไล่ให้ไปเข้าที่ปั๊ม ไมค์อ้างว่าเดี๋ยวลูกค้าออกมาไม่เจอ ยามเลยยอมให้เข้าไป ไมค์แอบปีนเข้าบ้านทางหน้าต่างย่องขึ้นชั้นบน เจอห้องหนึ่งประตูล็อกอยู่ ไมค์เคาะประตูเรียก

    เควินกำลังจะเคลมปึก มันฉุนที่ถูกขัดจังหวะ เดินไปเปิดประตู ถูกไมค์ชกเปรี้ยงที่หน้าจนเซ ไมค์เห็นปึกถูกมัดขึงพืดอยู่บนเตียงก็ถลาเข้าไปช่วย ถูกเควินพุ่งเข้ามาถีบไมค์กระเด็นไปกระแทกฝาแล้วตามไปล็อกคอไว้ พอเห็นหน้าไมค์ชัดๆ เควินจำได้ว่าเคยพบไมค์ที่สนามมวย

    ปึกตะโกนบอกไมค์ให้ช่วย

    “แกสองคนเป็นพวกเดียวกันงั้นหรือ” เควินคำราม

    “ปล่อยพี่ไมค์นะ” ปึกตะโกนลั่น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 12:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์