นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สวยร้ายสายลับ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

    วันนี้ เควินสมิธ โทร.หาไมค์ทวงถามเรื่องหลวงพ่อคำเกลี้ยงว่าไปถึงไหนแล้ว ไมค์คุยโวทันทีว่าดีที่เขาโทร.มาทันเวลาเพราะเมื่อเช้ามีลูกค้าโทร.มานัดว่าอีกวันสองวันจะมาเอา

    เควินโวยว่าไมค์รับปากจะให้ตนแล้วทำไมจะเอาไปให้คนอื่นอีก ไมค์กะล่อนไปตามประสาว่าก็นานแล้วไม่เห็นโทร.มาก็คิดว่าเขาไม่เอาแล้ว เควินติงว่าเรานัดกันสิ้นเดือน ไม่ใช่เหรอ

    “เอา...เอา...งั้นผมจะให้คุณเป็นคนแรก ถ้าคุณสู้ราคาผม” เควินถามว่าเท่าไหร่ ไมค์เอ่ยคำโตว่า “สิบเจ็ดล้าน” เควินติงว่าแพงไป ต่อรองกันไปมาลงตัวที่สิบหกล้านถ้วน ไมค์มีเงื่อนไขว่าต้องจ่ายเงินสด เควินบอกไม่มีปัญหาถามว่าจะเอาของได้เมื่อไหร่ ไมค์นัดไม่เกินอาทิตย์หน้า

    พอไมค์ปิดมือถือ เทพดุว่าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เรียกราคาไปสิบห้าล้าน ไมค์บอกว่าก็ต้องเผื่อให้เขาต่อ เทพกลัวเขาจะไม่เอา ถามว่าแล้วตกลงยังไง ไมค์โอ่ว่า

    “เสียใจครับ ผู้กองขั้นเทพ ไอ้เควินสมิธมันตกลงที่สิบหกล้านครับ”

    ปึกเอากาแฟเย็นมาให้พอดี ถามว่าเมื่อกี๊ได้ยินสองคนพูดถึงเควินสมิธมีอะไรหรือเปล่า ไมค์บอกว่ากำลังจะทำธุรกิจกัน ปึกขอร้องอย่าบอกเควินว่ารู้จักตน กลัวเขาจะมาตามกลับไป

    “บ่ต้องกลัวอีหล้า ตราบใดที่อ้ายยังอยู่ อ้ายสิบ่ยอมให้ไผมาทำร้ายเจ้า”

    ปึกทั้งซาบซึ้งทั้งเขินบิดไปมา เทพมองทั้งคู่แล้วส่ายหน้าทำนองว่า พอกัน...ถือถ้วยกาแฟเดินขึ้นข้างบนเอือมๆ

    ooooooo

    เมษากลับมาที่ห้องพัก เธอครุ่นคิดใคร่ครวญถึงการพูดคุยกับผู้การสถิตย์ยุทธที่เป็นหัวหน้า คุยกับเทพ และคุยกับชายชาติ

    ผู้การสถิตย์บอกว่าเทพพัวพันกับขบวนการลักลอบค้าวัตถุโบราณ เทพบอกว่าผู้การทำธุรกิจลับในการส่งออกวัตถุโบราณไปต่างประเทศ ส่วนชายชาติรับรองว่าผู้การเป็นคนดี

    คิดแล้วถอนใจถามตัวเองว่า “นี่เราจะเชื่อใครได้เนี่ย”

    ปึกหนีจากเควินสมิธมาแล้วก็คิดถึงเมษาที่ตนออกจากบ้านมาไม่ได้บอกเธอ พอดีไมค์เอาชามข้าวต้มมาให้เอาไปล้าง ปึกเลยขอยืมมือถือโทร.ไปหาเมษา

    “อ้าว...หนูปึก นี่เธออยู่ไหน เห็นคุณแม่บอกว่าเธอได้งานใหม่แล้ว” เมษาทัก ปึกบอกว่ายังไม่ได้งาน เธอจึงชวนให้กลับมาทำงานที่บ้านแม่อีก ปึกไม่กล้ากลับแต่ก็ไม่กล้าเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแต่ว่าคิดถึงคุณเมเลยโทร.มาบอกว่าไม่ต้องห่วงหนูปึกสบายและปลอดภัยดี เมษาถามว่าแล้วปึกอยู่กับใคร

    “หนูปึกมาอาศัยอยู่กับพี่เขาชั่วคราวค่ะ เราเพิ่งรู้จักกันแต่เขาดีกับหนูปึกมาก”

    พอเมษารู้ว่าคนที่ปึกมาอยู่ด้วยไม่ใช่พี่แท้ๆ และเป็นผู้ชายก็เป็นห่วงถามว่าบ้านอยู่ตรงไหนเดี๋ยวจะไปหา

    “หนูปึกอยู่ที่ซอยต้นสนค่ะ คุณเมเข้าซอยมาแล้วเลี้ยวซ้ายบ้านหลังที่สามซ้ายมือค่ะ”

    “โอเค...รอฉันนะ” เมษาขับรถไปตามที่ปึกบอก

    ooooooo

    หลังจากโทร.คุยกันไม่นาน เมษาก็มาถึงบ้าน เทพ ปึกรีบไปรับพามานั่งบอกว่าเดี๋ยวจะแนะนำพี่ชายที่แสนดีให้รู้จัก

    ครู่เดียว ไมค์เดินถือแก้วน้ำออกมาถามปึกว่าใครมาหรือ พลางยกน้ำดื่ม พอเห็นเมษา ไมค์สะดุ้งอุทาน

    “น้องสวยเสมอ!”

    พอปึกแนะนำว่านี่คือพี่ชายที่แสนดีของตน เมษาก็รำพึงปลงๆว่า “นึกว่าใคร ที่แท้ก็นายเอง” บอกปึกว่า “ฉันว่าเธอไม่ควรอยู่กับเขานะ ไอ้หมอนี่มันอันตราย” แล้วถามปึกว่ามาอยู่กับเขาได้ยังไง รู้ไหมว่าหมอนี่เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ มันทำอะไรเธอหรือเปล่า

    ปึกรับรองว่าไมค์เป็นคนดีและตนก็ไม่ได้อยู่กันแค่สองคน พอดีเทพลงมาจากข้างบนร้องถามก่อนตัวมาถึงว่า

    “เอะอะเสียงดังอะไรกันไอ้ไมค์” พอเดินมาเห็นเมษา เทพชะงักอุทาน “คุณเม...นี่คุณมาเยี่ยมผมหรือ ผมนึกแล้วว่าคุณต้องใจอ่อนมาเยี่ยมผม”

    “น้อยๆหน่อย ฉันไม่ได้พิศวาสคุณถึงขั้นนั้น” เทพถามว่าแล้วมาบ้านตนทำไม ปึกไม่ได้สนใจอะไรเพราะมัวแต่ตื่นเต้นว่าทั้งสามคนรู้จักกันมาก่อน

    จิกกันพอได้หายหมั่นไส้แล้ว เมษาถามปึกว่า พ่อกับแม่ตนพาเธอไปให้เควินสมิธจริงหรือ ปึกบอกว่าจริง คงเห็นว่าตนเคยบ่นว่าอยากมีผัวฝรั่ง แต่ก็ขอร้องเมษาว่าอย่าไปว่าคุณพ่อคุณแม่เลย ท่านคงเจตนาดีอยากให้ตนได้เงินไปไถ่นาให้พ่อแม่

    “ผมว่าพ่อแม่คุณต้องสนิทกับเควินสมิธมาก ถึงได้เป็นธุระจัดการส่งผู้หญิงไปให้” เทพหยั่งเชิงสืบเสาะ

    “คุณไม่ต้องมาวิจารณ์ นี่มันเรื่องส่วนตัวพ่อแม่ฉัน” เสียงเข้มใส่เทพแล้วบอกปึกว่า “เอาล่ะหนูปึก ถ้าเธออยากจะอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่ว่าอะไรแต่ใจฉันอยากให้เธอไปอยู่กับฉันมากกว่า” ปึกอึกอักนึกว่าจะให้กลับไปอยู่กับพ่อแม่เธอ เมษารู้ใจบอกว่า “ฉันหมายถึงไปอยู่กับฉันที่คอนโดน่ะ”

    เทพเห็นด้วยทันที ปึกเองก็อยากไป เมษาบอกงั้นก็ไปเก็บของเลย ตนจะไปรอที่รถ

    เมษาเดินกลับมาที่รถ เข้าไปนั่งทุบพวงมาลัยบ่นอย่างอัดอั้นว่า “พ่อกับแม่ไม่น่าทำเรื่องนี้เลย ใครรู้อายเขาแย่”

    “คราวนี้เชื่อผมรึยังว่าเควินสมิธไม่ใช่นักบุญ” เทพเดินตามมาย้ำ เธอบอกว่าอาจจะจริงของเขา “ไม่อาจจะหรอกนะ ผมว่าไอ้หมอนี่อาจจะค้าผู้หญิงด้วยก็ได้”

    เมษาปรามว่าไม่มีหลักฐานก็อย่าเพิ่งปรักปรำ เทพย้อนถามว่าที่เธอพยายามไม่เชื่อเพราะไม่อยากคิดว่าตนเป็นคนดีใช่ไหม ถูกสวนมาว่าเขาจะดีหรือเลวไม่เกี่ยวกับตน

    “ผมว่าเกี่ยวนะ ก็ถ้าผมเป็นคนดีคุณก็จะห้ามใจไม่ให้ชอบผมไม่ได้”

    “ฉันว่าคุณบ้าไปแล้ว ฉันไม่มีทางชอบผู้ชายอย่างคุณแน่” เธอจ้องหน้าเขา แต่พอเจอสายตาปิ๊งๆของเทพเธอก็เมินไปทางอื่น เทพกลั้นหัวเราะขำๆที่ยั่วเธอได้

    ปึกไปลาไมค์แล้วถามว่าถ้าว่างจะมาเยี่ยมอ้ายไมค์ได้บ่ ไมค์บอกได้ ถ้าปึกมีโทรศัพท์ก็โทร.บอกด้วยว่าไปอยู่ที่ไหน ปึกชะโงกไปหอมอำลา ทำเอาไมค์อึ้ง พอปึกเดินไปไมค์แปลกใจตัวเองว่าทำไมรู้สึกหวิวๆ

    ทั้งเทพและไมค์ต่างมองกันอย่างจับผิดเมื่อปึกกับเมษาพากันขึ้นรถจากไป

    ooooooo

    เมษาขับรถไปจอดหน้าบ้านพ่อกับแม่บอกปึกให้นั่งรอในรถ เธอเข้าไปถามพ่อกับแม่ว่าส่งปึกไปให้เควินสมิธหรือ ทั้งสองยอมรับว่าใช่แต่คิดว่าไม่เสียหายอะไร เพราะเควินสมิธเป็นคนรวย ปึกจะได้มีเงินไปใช้หนี้ไถ่นาให้พ่อแม่

    “เอาล่ะค่ะ ถ้าพ่อกับแม่มีเจตนาดีหนูก็ขอโทษ แต่หนูขอร้องนะคะขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย”

    พอเมษาไปแล้ว วัฒนากับประไพพรรณมองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ วัฒนาบ่นว่า

    “ลูกเรานี่มันเป๊ะจริงๆ ผิดอะไรนิดอะไรหน่อยไม่ได้” “ฉันถึงบอกไงว่าถ้าวันนึงยัยเมรู้เรื่องธุรกิจของเรา แกต้องจับคุณเข้าคุกแน่”

    “เป็นไปได้ยังไง ลูกจะกล้าจับพ่อ” วัฒนามั่นใจมาก แต่ประไพพรรณยังอดหวั่นใจไม่ได้

    พอเมษากลับออกมา ปึกถามอย่างกังวลว่าคุณนายด่าตนไหมที่ไม่กลับมาที่นี่ เมษาตอบสั้นๆว่า

    “ฉันว่าดีแล้วที่เธอไม่กลับมา”

    ooooooo

    คืนนี้ ไมค์กับเทพมีนัดกับดาบยิ้มที่ผับแห่งหนึ่งพอทั้งสองเดินเข้าไป พวกสาวๆที่นั่งดริ๊งก์คุยกันอยู่ก็จ้องตา เป็นมันแย่งกันจอง คนโน้นจองคนสูงคนนี้จองคนเตี้ย

    ไมค์มาเจอบรรยากาศเก่าๆก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที จนเทพต้องปรามว่าเรามาเรื่องงานไม่ได้มาเที่ยว

    พอสาวๆพากันมาทักทายจะพาไปที่โต๊ะ เทพบอกว่าไม่ต้องเพราะนัดเพื่อนไว้ ก็พอดีดาบยิ้มยกมือทัก พวกสาวๆก็เกาะแขนจะไปด้วย จนเทพต้องบอกว่า

    “พี่จะขอคุยเรื่องงานส่วนตัวนิดนึง เดี๋ยวคุยจบแล้วค่อยมานั่งนะ” พวกสาวๆจึงยอมถอย แต่ย้ำว่าอย่าลืมเรียกนะ

    ดาบยิ้มบอกเทพว่า นัดเสี่ยเล็กว่าสองทุ่มจะโทร.ไปหา ไมค์หวังว่าเราจะไม่ถูกหักหลังนะ

    “ไม่น่านะครับ เพราะผมคุยกับน้องเมียมัน น้องเมียมันบอกว่าไอ้เสี่ยเล็กมันปฏิเสธเจ้าอื่นไปหมดแล้ว”

    ไมค์ถามเทพว่าเรามีเงินสิบห้าล้านให้มันหรือ เงินสิบห้าล้านไม่ใช่น้อยเลย

    “มีสิ... นายไม่เคยเห็นเงินในหนังหรือ” ไมค์เลยนึกออกว่า อ๋อ...เงินยัดไส้ ก็พอดีมือถือของดาบยิ้มมีสายเข้า พอยกดูดาบบอกว่าเสี่ยเล็กโทร.เข้ามาแล้ว ดาบยิ้มเสียบหูฟังส่งให้เทพได้ฟังการสนทนาด้วย ไมค์จ้องตาเป๋งเงี่ยหูฟังด้วย

    ดาบยิ้มบอกเสี่ยเล็กว่าตนชื่อกำพล ทักทายกันแล้วดาบถามว่าตนนัดจะโทร.หาเสี่ยตอนสองทุ่มไม่ใช่หรือ

    “ใช่ แต่เผอิญมีลูกค้าคนหนึ่งเขาโทร.มาหาผมเขาให้ราคาเท่ากับเฮียกำพล ผมก็เลยอยากจะรู้ว่าเฮียกำพลจะเอาของผมแน่รึเปล่า เพราะถ้าไม่เอา ผมจะได้ปล่อยให้เจ้าอื่น”

    “เอาสิเสี่ย เราคุยกันแล้วนี่”

    “ถ้าอย่างนั้นก็โอเค ผมเพียงแต่โทร.มาย้ำเพื่อความมั่นใจ สิบห้าล้านนะ”

    ดาบยิ้มมองหน้าเทพเชิงถาม พอเทพพยักหน้า

    ดาบยิ้มตอบไปหนักแน่นว่า “ไม่มีปัญหา” เสี่ยเล็กนัดวันศุกร์ บ่ายโมงเจอกันที่โรงแรมร้อยเอ็ด ดาบยิ้มตกลงตามนั้น แล้วปิดโทรศัพท์ เทพดึงหูฟังออก พูดอย่างมั่นใจว่า

    “เที่ยวนี้ไอ้เสี่ยเล็กไม่มีทางหลุดมือเราแน่”

    ไมค์เสนอให้ฉลองกันเลย เทพบอกว่าเอาไว้จับเควินสมิธได้ก่อนค่อยฉลอง แล้วบอกให้กลับเลย ไมค์บ่นว่าคุยเสร็จก็กลับเลยหรือ ยังไม่ได้กินไม่ได้ดื่มไม่ได้กอดสาวๆเลยนะ เทพบอกว่าไว้ทำงานสำเร็จจะเลี้ยงให้เต็มคราบเลย ไมค์เลยขอไปฉี่เซ็งๆ เทพไปรอข้างนอก ส่วนดาบยิ้มแยกไปอีกทาง

    ooooooo

    ถึงคราวซวยของไมค์จริงๆ เพราะนอกจากไม่ได้กินดื่มกอดสาวแล้ว เข้าห้องน้ำยังไปเจอเฮียฮงเข้าอีก ไมค์พยายามเอี้ยวตัวเบี่ยงหน้าหลบ เฮียฮงรู้สึกสะดุดตาแต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร

    ฉี่และล้างมือเสร็จ เฮียฮงหยิบผ้าขนหนูเช็ดมือ เช็ดรองเท้าโยนผ้าทิ้งแล้วเดินออกไป

    “ไปซะทีหัวใจจะวาย” ไมค์รีบจัดการกับตัวเอง แต่พอออกไปก็ชะงักกึก เพราะเฮียฮงนั่งอยู่โต๊ะหน้าห้องน้ำพอดี! ไมค์คิดหนักว่าจะออกไปอย่างไรดี เหลือบเห็นผ้าขนหนูที่เฮียฮงทิ้งไว้ รีบหยิบมาคลุมหัวเหม็นก็ต้องทน ทำเดินงุดๆออกไป

    ลูกน้องเฮียฮงเห็นแล้วคุยกันขำๆว่าสงสัยเมาหนัก อีกคนว่าสงสัยเมียมาตามมากกว่า แต่พวกสาวๆพากันห้อมล้อมไมค์ถามว่าจะหนีกลับหรือ สาวอีกคนขี้เล่นเข้ามาดึงผ้าออกร้องจ๊ะเอ๋ เป็นจังหวะที่เฮียฮงมองมาพอดี

    “ไอ้บุญเลิศ! นั่นมันไอ้บุญเลิศ จับมัน!”

    พอลูกน้องเฮียฮงกรูกันเข้าไปยำไมค์ พวกสาวๆ ก็แตกกันกระเจิง

    “หน็อย! มึงนึกว่าจะหนีกูพ้นหรือไอ้บุญเลิศ เมื่อกี๊ในส้วมกูนึกอยู่ตั้งนานว่าใคร”

    ไมค์อ้อนวอนเฮียฮงอย่าทำอะไรตนเลย ขณะไมค์กำลังจะถูกเล่นงานหนักนั้น เทพพรวดเข้ามาสั่งให้ปล่อยไมค์ เฮียฮงถามว่า “ก็แล้วถ้ากูบอกไม่ปล่อยล่ะ”

    “ผมเป็นตำรวจนะ ผมว่าพวกคุณเก็บปืนดีกว่าแล้วผมจะไม่เอาเรื่อง”

    เฮียฮงหัวเราะเยาะว่านึกว่าเป็นตำรวจแล้วใหญ่งั้นหรือถ้าไม่อยากตายก็อย่ามายุ่ง เทพทำเป็นยอมหันจะเดินออกไป พริบตานั้นเขาเอามือตบปืนคนขวามือซ้ายคว้าปืนคนซ้าย แล้วจระเข้ฟาดหางใส่เฮียฮงจนหงายไม่เป็นท่า ไมค์กระโดดคร่อมต่อยเฮียฮง ลูกน้องเฮียฮงกรูกันเข้ามาตะลุมบอนกันจนโต๊ะล้มระเนระนาด เทพฉวยโอกาสนั้นลากแขนไมค์ออกไป

    ooooooo

    การติดตามเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงงวดเข้าทุกที วันนี้วัฒนาไปพบผู้การสถิตย์ยุทธที่ห้องทำงานบอกว่า คนของตนรายงานมาว่าของอยู่กับเสี่ยเล็กตั้งแต่ออกจากวัดแล้ว เสนอว่าถ้าผู้การคุยกับเสี่ยเล็กเองเสี่ยคงไม่กล้าปฏิเสธ

    “ได้...งั้นผมจะหักคอมันซะเลย” สถิตย์กดโทรศัพท์ถึงเสี่ยเล็กทันที “สวัสดีเสี่ยเล็ก ผมได้ข่าวว่าหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่กับคุณ” แล้วพูดดักคอเสียจนเสี่ยเล็กต้องบอกว่าตนเพิ่งได้มาเมื่อไม่นานนี้เอง สถิตย์พูดอย่างวางอำนาจว่า “ผมอยากได้นะ”

    เสี่ยเล็กบอกว่าคงให้ไม่ได้เพราะมีคนออเดอร์ไว้นานแล้ว สถิตย์ขู่ทันทีว่า

    “ผมไม่ได้เอาไว้เองหรอก เจ้านายผมอยากได้ แล้วผมก็คิดว่าถ้าเสี่ยไม่ให้ผม มันจะยุ่งกับเสี่ยเล็กภายหลังนะ” แนะเสี่ยเล็กให้หาอย่างอื่นให้ลูกค้าไป เสี่ยเล็กอ้างว่าเขาจ่ายเงินตนเรียบร้อยแล้ว เสนอให้สถิตย์บอกเจ้านายว่าตนจะหาของใหม่ให้ดีกว่า คิดราคาครึ่งเดียว สถิตย์เสียงเข้มขึ้นทันทีว่า “เสี่ยเล็กกล้าปฏิเสธผมหรือ”

    เมื่อทั้งขอทั้งขู่แล้วเสี่ยเล็กก็ยังไม่ให้ สถิตย์พูดทิ้งท้ายว่า “ถ้าคุณยืนยันอย่างนั้น ผมก็คงไม่มีอะไรจะพูด!”

    “มันไม่ยอมหรือ” วัฒนาที่ฟังอยู่ด้วยถาม สถิตย์พยักหน้า วัฒนาปรารภว่า “ถ้าของชิ้นนี้หลุดไปอยู่กับคนอื่น เควินสมิธมันต้องไม่เชื่อใจพวกเราอีกต่อไป”

    “ใจเย็นคุณวัฒนา บอกเควินสมิธว่า เขาจะได้ของที่เขาต้องการ แต่ครั้งนี้คุณต้องบวกราคาให้ผมอีกเท่าหนึ่ง”

    “เรื่องราคาไม่มีปัญหา แต่ปัญหามันอยู่ที่ไอ้เสี่ยเล็กมันไม่ยอมให้เรานี่ครับ”

    “ถ้ามันไม่ให้ มันก็ต้องตาย”

    ฝ่ายเสี่ยเล็ก หลังจากปฏิเสธผู้การสถิตย์แล้ว บัติถามว่าถ้าเราไม่ยอมให้ ผู้การสถิตย์ยุทธจะไม่เคืองหรือ

    “ช่วยไม่ได้ ขายให้ผู้การสถิตย์ยุทธมากสุดก็ได้แค่ห้าล้าน สู้เจ้าใหม่นี่ไม่ได้ ให้ตั้งสิบห้าล้าน”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้การสถิตย์ยุทธในชุดเดินทางออกจากห้องทำงาน บอกนายเวรว่าไม่ต้องไปส่งตนไปเองได้ฝากดูแลทางนี้ด้วย เมษาเห็นผู้การเดินผ่านหน้าห้องไปมีลูกน้องเดินตามสองคนก็แปลกใจ

    เมษาได้ยินลูกน้องผู้การถามนายเวรว่าไม่ไปร้อยเอ็ดกับผู้การหรือ นายเวรบอกว่านายบอกไม่ต้องเพราะไปธุระส่วนตัว เธอเอะใจลุกไปดูที่ระเบียงเห็นผู้การใส่แว่นดำขึ้นรถไป เธอมองครุ่นคิดสงสัย...

    “ไปร้อยเอ็ด เรื่องส่วนตัวงั้นหรือ??”

    ไปถึงร้อยเอ็ด สถิตย์เรียกเสี่ยเล็กมาพบที่โรงแรม อ้างว่ามางานเลยแวะมาอยากดูหลวงพ่อคำเกลี้ยงเป็นบุญตาสักครั้งเห็นเขาว่างามมาก เสี่ยเล็กพูดอย่างเกรงใจว่าถ้าไม่ได้รับเงินมัดจำไว้แล้วตนก็จะให้ท่าน

    เสี่ยเล็กถามว่าจะดูเมื่อไหร่ สถิตย์บอกว่าตอนนี้เลยได้ไหมเพราะบ่ายตนก็ต้องกลับแล้ว เสี่ยเล็กเชิญขึ้นไปที่ห้อง แล้วสั่งบัติให้ไปเอาของมา

    เมษาตามมาซุ่มดู เธอพึมพำ “ผู้การกับเสี่ยเล็กรู้จักกันจริงๆด้วย หรือว่าผู้การจะมาจับเสี่ยเล็ก” เธอซุ่มดูใจจดจ่อ

    วันเดียวกันนี้ เทพกับดาบยิ้มและตำรวจอีกสามนายวางแผนจะไปจับเสี่ยเล็กกัน ระหว่างนั่งในรถตู้ เทพทบทวนแผนกับดาบยิ้มที่ปลอมตัวเป็นเสี่ยมาซื้อพระมีผู้ติดตามหนึ่งคน

    ทบทวนแผนและรหัสที่จะจับเสี่ยเล็กและชิงหลวงพ่อคำเกลี้ยงกันจนแม่นยำแล้ว เทพบอกดาบยิ้มว่าวันนี้ตนต้องจับเสี่ยเล็กให้ได้และต้องเอาของกลางคือหลวงพ่อคำเกลี้ยงคืนมาให้ได้ด้วย

    ooooooo

    เมื่อเสี่ยเล็กเอาหลวงพ่อคำเกลี้ยงมาให้สถิตย์ดูเขาชมว่างามจริงๆ ถามเสี่ยเล็กว่าไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ

    “ก็อย่างที่บอกล่ะครับท่าน ถ้าลูกค้าเขาไม่วางมัดจำไว้ ผมให้ท่านแล้ว เอาไว้ให้ผมรับใช้ท่านคราวหน้าแล้วกัน”

    “แล้วถ้าผมบอกว่าผมต้องการจริงๆล่ะ” เสี่ยเล็กขอร้องอย่าให้ตนต้องลำบากใจเลย “หมายความว่าคุณไม่ยอมให้?”เสี่ยเล็กบอกว่า ตนให้ไม่ได้จริงๆ “เอา...ให้ไม่ได้ก็ไม่ต้องให้!”

    สิ้นเสียงสถิตย์ลูกน้องที่อยู่ข้างนอกก็เข้ามาใช้ปืนเก็บเสียงเก็บลูกน้องเสี่ยเล็กทีละคน บัติชักปืนแต่ไม่ทันถูกยิงคว่ำไปอีกคน แล้วลูกน้องสถิตย์ก็ปราดเข้าล็อกเสี่ยเล็กสั่งให้อยู่เฉยๆ

    “ท่านครับ ผมขอร้องล่ะครับ ผมให้ท่านก็ได้ อย่าทำอะไรผมเลย ไว้ชีวิตผมเถอะครับ” เสี่ยเล็กอ้อนวอน สถิตย์ตะคอกว่าเมื่อกี๊ขอดีๆ ก็บอกว่าไม่ให้ “เอาไปเลยครับ ผมให้ฟรีๆเลย ไว้ชีวิตผมด้วยนะครับ”

    “มันสายไปแล้วเสี่ยเล็ก” สิ้นเสียงสถิตย์ ลูกน้องเขาที่ยืนอยู่ก็ยิงเสี่ยเล็กคว่ำไปทันที สถิตย์สั่ง “เอาของไปใส่รถ” แล้วเขาก็ก้าวข้ามศพเสี่ยเล็กไป

    เมษาซุ่มดูอยู่เห็นแต่พวกผู้การสถิตย์ยุทธเดินออกมา คนหนึ่งถือกล่องออกมาด้วย เธอฉุกคิดว่าแล้วพวกเสี่ยเล็กล่ะ?? เธอวิ่งขึ้นไปดูที่ห้องนั้น พบศพเสี่ยเล็กและลูกน้องนอนเกลื่อน เธอรีบออกมาวิ่งลงทางบันไดหนีไฟไป

    พอลงมาถึงข้างล่างรถของผู้การสถิตย์ยุทธไม่อยู่แล้วแต่มีรถตู้อีกคันเพิ่งเข้ามาจอด พอประตูรถเปิด ผู้กองเทพก้าวลงจากรถตามด้วยดาบยิ้มในมาดเสี่ยและคนอื่นๆ ก้าวตามกันลงมาแล้วพากันเดินตรงไปที่ล็อบบี้

    “ผู้กองเทพ!” เมษาแปลกใจ

    เมื่อเข้ามาในล็อบบี้แล้ว ดาบยิ้มพยายามโทร.ถึงเสี่ยเล็กแต่ไม่มีใครรับสาย เทพบอกให้พยายามอีก ทันใดนั้นพนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์รับโทรศัพท์พูดเสียงดังอย่างตกใจว่า

    “อะไรนะ!” แล้วหันบอกผู้จัดการ “ผู้จัดการคะ แม่บ้านบอกมีคนถูกยิงตายห้อง 609 ค่ะ”

    “แจ้งตำรวจสิ” ผู้จัดการสั่ง

    ดาบยิ้มกับเทพมองหน้ากัน พอเทพหันกลับมาอีกที ก็เห็นเมษายืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง เขาอุทานแปลกใจ

    “ผู้กองเมษา?”

    ooooooo

    เมื่อเจอกันจะจะจังจังในสถานการณ์ไม่ปกติ เมษากับเทพจึงไปคุยกันที่ริมสระน้ำโรงแรม เมษาบอกว่าตนตามผู้การสถิตย์ยุทธมา เทพถามดักทันทีว่า

    “อย่าบอกนะว่าที่เสี่ยเล็กตายก็เพราะฝีมือของผู้การสถิตย์ยุทธ”

    “ฉันตอบไม่ได้ว่าเป็นฝีมือผู้การรึเปล่า แต่ที่ฉันเห็นก็คือผู้การเข้าไปในห้อง แล้วเดินออกมาพร้อมกับกล่องอะไรสักอย่าง” เทพฟันธงว่าต้องเป็นเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงแน่ๆ “คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง ฉันไม่รู้ว่าใช่รึเปล่าแต่หลังจากที่ผู้การออกไป ฉันก็เข้าไปดูที่ห้อง แล้วก็พบศพเสี่ยเล็กกับลูกน้อง”

    “ถ้าเป็นอย่างที่คุณเล่า ผมว่าต้องเป็นฝีมือของผู้การสถิตย์ยุทธแน่ที่ฆ่าเสี่ยเล็ก”

    เมษาไม่เชื่อง่ายๆ ถามว่าทำไมผู้การต้องฆ่าเสี่ยเล็ก เทพเล่าความจริงว่าเพราะ “เสี่ยเล็กตกลงขายเศียรพระให้กับคนของตน ผู้การสถิตย์ยุทธเลยชิงตัดหน้าฆ่าเสี่ยเล็กเสีย” เล่าแล้วเห็นเมษานิ่ง เขาถาม “คราวนี้คุณเชื่อผมรึยังว่าหัวหน้าคุณอยู่ในขบวนการโจรกรรมเศียรพระ”

    “ฉันยังไม่เชื่อ” เทพถามว่าเธอเป็นคนเห็นหลักฐานทั้งหมดแล้วยังไม่เชื่ออีกหรือ “ผู้การอาจจะมาล่อซื้อเพื่อจับเสี่ยเล็กก็ได้ แล้วเสี่ยเล็กคิดต่อสู้ ผู้การก็เลยจำเป็นต้องจับตาย”

    เทพไม่เชื่อ เลยสรุปว่ารอดูหัวหน้าเธอแถลงข่าวว่ายังไงก็แล้วกัน

    ooooooo

    การแถลงข่าวที่ห้องประชุมหน่วยวิหคเวหาในวันรุ่งขึ้น ในห้องมีเศียรพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปหลายองค์วางบนโต๊ะ มีรูปเสี่ยเล็กและลูกน้องตั้งอยู่ด้วย ข้างหน้ามีป้ายข้อความว่า “จับโจรกรรมเศียรพระ”

    ผู้การสถิตย์ยุทธแถลงข่าวท่ามกลางสื่อมวลชนมากมายว่า

    “เนื่องจากหน่วยวิหคเวหาได้ติดตามขบวนการลักลอบตัดเศียรพระมาเป็นเวลาหกเดือน จากนั้นเราได้ส่งสายเข้าไปล่อซื้อพระพุทธรูปที่ถูกโจรกรรมจากนายสมชัยหรือเสี่ยเล็ก ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการในภาคอีสาน ผมในฐานะหัวหน้าชุดปราบปราม จึงเดินทางเข้าจับกุม แต่เสี่ยเล็กไม่ยอมให้จับกุมจึงเกิดการยิงต่อสู้กันและคนร้ายทั้งหมดได้เสียชีวิต และนี่คือของกลางที่เรายึดมาจากเสี่ยเล็ก”

    นักข่าวคนหนึ่งถามว่า เท่าที่ได้ยินข่าวมามีเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงด้วยใช่ไหม? อีกคนถามว่า ได้ข่าวว่าเสี่ยเล็กกำลังจะขายเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงด้วยใช่ไหม?

    “อันนี้ไม่มีในรายงานที่ผมได้รับ เราเพียงแต่สืบทราบมาว่าเสี่ยเล็กเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดและเราเข้าจับกุม ผมขอปิดการแถลงข่าวเท่านี้” พูดจบผู้การสถิตย์ยุทธขยับจะลุก นักข่าวถามอีกว่า สรุปว่าการไปจับกุมครั้งนี้ไม่มีเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงใช่ไหม “ถูกต้องครับ” ผู้การตอบหนักแน่นชัดเจน แล้วเดินออกไป

    เมษายืนมองอยู่ด้านนอก ผู้การเดินผ่านยิ้มให้เธอ เธอฝืนยิ้มอย่างยังคาใจ

    ที่หน่วย ฉก.911...

    ผู้การเสวีและผู้กองขั้นเทพ ดูการแถลงข่าวจากคอมพิวเตอร์แล้ว ผู้การเสวีสรุปว่าผู้การสถิตย์ยุทธฆ่าเสี่ยเล็กปิดปากแล้วเอาหลวงพ่อคำเกลี้ยงไป แถมยังได้ผลงานในการจับกุมอีก ถ้าเราจะจัดการกับผู้การสถิตย์ยุทธได้ เราต้องมีหลักฐานว่าผู้การเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไป แต่ระดับผู้การสถิตย์ยุทธทำอะไรไม่มีหลักฐานให้เราสาวไปถึงตัวหรอก

    “แต่ยังไงผมก็จะต้องจับผู้การสถิตย์ยุทธให้ได้” เทพมุ่งมั่นจริงจัง

    ooooooo

    เมษาจับตาสังเกตผู้การสถิตย์ยุทธอย่างคาใจ เห็นผู้การเดินคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องอย่างอารมณ์ดี ผู้การเหลือบมองเธอแล้วคุยต่อจนจบ

    ครู่หนึ่งผู้การเรียกเมษาเข้าไปพบในห้องถามว่ามีเรื่องอะไรกับตนหรือเปล่า เห็นจ้องมองตนเหมือนมีคำถามอะไรที่อยากถาม เมษาบอกว่าไม่มี ผู้การจ้องหน้าบอกว่า “ทำงานกับผมต้องไม่ติดใจกัน” เมษาจึงตัดสินใจถามว่าจะไปจับเสี่ยเล็กทำไมไม่บอกให้พวกเรารู้ด้วย

    ผู้การชี้แจงว่ากลัวคนในหน่วยเราจะโทร.ไปบอกเสี่ยเล็กรู้ตัวเสียก่อน เธอถามว่าแม้แต่ตนหัวหน้าก็ไม่ไว้ใจหรือ

    “ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่การจับไอ้เสี่ยเล็กมันไม่ใช่เรื่องง่าย มันยิงต่อสู้กับพวกเรา” เธอถามว่ามันยิงเราก่อนหรือ? “ใช่สิ มันจ่อยิงใส่ผมก่อน ดีนะที่ผมหลบทันเลยยิงสวนมันไป จากนั้นพวกมันก็กระหน่ำยิงใส่เรา เราเลยต้องจับตายพวกมัน”

    ก่อนเมษาจะออกไป ผู้การยังสั่งยกเลิกภารกิจติดตามผู้กองขั้นเทพที่เคยมอบหมายให้ทำเพราะจะให้นพดลไปตามแทน ส่วนเธอจะดูงานชิ้นใหม่ให้

    พอเมษาออกไป ผู้การก็โทร.ถึงชายชาติทันที บอกว่า

    “ตอนนี้ฉันดึงผู้กองเมษาออกมาจากไอ้ขั้นเทพแล้ว เหลือแต่นายทำภารกิจให้สำเร็จนะ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย”

    ooooooo

    เมื่อรู้ว่าหลวงพ่อคำเกลี้ยงถูกตัดหน้าเอาไปแล้ว เทพบอกไมค์ให้โทร.ถามเควินสมิธว่ายังต้องการอยู่หรือเปล่า

    พอไมค์โทร.ไป เควินถามว่าใครรู้ไหม ไมค์บอกว่าไม่รู้ เควินตัดใจง่ายๆ ว่านั่นแสดงว่าตนไม่มีบุญแล้ววางสายเลย

    ที่แท้หลวงพ่อคำเกลี้ยงวางอยู่บนโต๊ะที่บ้านเควินแล้ว ทั้งผู้การสถิตย์ยุทธ วัฒนา และเควินต่างพอใจกับงานครั้งนี้เพราะทุกฝ่ายได้ในสิ่งที่ต้องการ เควินสมิธได้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง วัฒนากับผู้การได้เงินก้อนโตตามที่เรียกร้อง ต่างหัวเราะกันอย่างชื่นมื่น

    เมื่อรู้ชัดว่าเควินสมิธได้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปแล้ว ไมค์ถามเทพว่าจะทำอย่างไรต่อไปขืนช้ามันเอาออกนอกประเทศแล้วจะยิ่งตามยาก เทพขอเวลาคิดก่อน

    ขณะทั้งสองกำลังคุยกันนั่นเอง เมษากับปึกก็มาถึง เธอบอกเทพว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย เทพจึงเชิญเข้ามาคุยกัน ส่วนปึกที่หิ้วส้มตำไก่ย่างมาด้วยก็ชวนไมค์เข้าครัวจัดใส่จานกุ๊กกิ๊กกันตามประสา

    เมษาบอกเทพว่า เขาพูดถูกแล้วที่ว่าหัวหน้าของตนเป็นผู้บงการเรื่องนี้ เพราะตนจับได้ว่าหัวหน้าโกหกตน

    “เขาบอกฉันว่าพวกเสี่ยเล็กรู้ตัวก็เลยยิงต่อสู้ แต่ฉันอยู่หน้าห้อง ฉันไม่ได้ยินเสียงปืนของพวกเสี่ยเล็กเลย” เทพถามว่าแล้วเธอจะเอาอย่างไรต่อไป “คุณเคยขอให้ฉันร่วมมือกับคุณจับหัวหน้าไม่ใช่หรือ”

    “คุณกล้าจับหัวหน้าคุณจริงๆหรือ”

    “ฉันกล้าจับทุกคนที่ทำผิด”

    “ฟังคุณแล้วทำให้ผมรักคุณมากขึ้นเลยนะเนี่ย” พูดแล้วถูกเมษาถลึงตามอง เทพรีบแก้ “ขอโทษผมตกคำว่า รักในความกล้าหาญของคุณจริงๆ” พอถูกเธอค้อน เทพก็ยิ้มทำหน้าซื่อตาใส

    เมื่อปึกกับไมค์จัดส้มตำไก่ย่างเสร็จยกออกมากินกัน ไมค์กับปึกต่างตักให้กันอย่างน่าเอ็นดู แต่พอเทพตักให้เมษาบ้าง ไม่ว่าจะตักอะไรก็ถูกปฏิเสธหมด ซ้ำยังพูดอย่างหงุดหงิดว่า

    “ฉันว่าคุณกินของคุณไปเถอะ ไม่ต้องยุ่งกับคนอื่นเขาหรอก” เมื่อเทพยังตักให้ เธอรำคาญเลยอิ่ม ถามปึกว่าจะกลับพร้อมกันไหมหรือจะอยู่ที่นี่ก่อน ปึกจะกลับพร้อมกันแต่ขอไปล้างมือก่อน เมษาจึงไปรอที่รถ ไมค์ยุเทพให้ตามไปเลย

    “นี่เพราะนายบอกนะ ไม่งั้นฉันไม่ตามไปหรอก” เทพพูดแก้เกี้ยวแล้วลุกตามเมษาไปที่รถ ไมค์มองตามส่ายหน้าบ่น “อื้อหือ...โคตรฟอร์มเลยผู้กองเรา”

    ooooooo

    เทพไปที่รถเมษาเธอถามว่าตามมาทำไม เขาถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหมเธอจะร่วมมือกับตนจับผู้การ สถิตย์ยุทธไม่ใช่หรือ เราจะได้วางแผนกัน พูดแล้วเห็นเธอลังเล เทพดักคอว่า

    “ผมรู้ว่าคุณเป็นแฟนกับชายชาติอยู่ ผมไม่คิดจะจีบคุณหรอก”

    เมษาสวนทันทีว่าตนเคยบอกแล้วว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน เทพอ้างว่าชายชาติบอกตน เธอโต้ว่านั่นเขาพูดฝ่ายเดียว เทพมั่วนิ่มไปว่า

    “สรุปว่าตอนนี้เราสองคนต่างคนต่างโสด” เมษาถามว่าแล้วทำไม “ไม่ทำไมหรอก ก็แค่บอกตัวเองว่าเรายังมีความหวังว่าสักวันนึงคุณอาจจะสนใจผมบ้าง”

    “ฉันบอกตอนนี้ได้เลยว่าไม่ต้องหวัง เพราะคนอย่างฉันไม่มีวันชอบคุณแน่นอน”

    “นี่คุณพูดจริงหรือ ถ้างั้นก็ได้ ผมจะจีบคุณจนกว่าคุณจะยอมเป็นแฟนผม” พูดแล้วหันหลังเดินกลับไปเลย เมษาเรียกให้กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ เทพโบกมือโดยไม่หันมอง พอเข้าไปในบ้านปึกบอกว่าผู้กองเมษาเรียกแน่ะ

    “ปล่อยให้เขาเรียกไป ให้เขาตามง้อฉันบ้าง”

    ปึกออกมาถามเมษาว่าเรียกผู้กองเทพมีอะไรหรือ เธอบอกว่าไม่มีแค่จะถามอะไรหน่อยเท่านั้น แล้วเคลื่อนรถออกไป

    ชายชาติมาจอดรถซุ่มดูอยู่ มองตามรถเมษาไปแล้วหันจ้องไปในบ้านเทพกัดฟันพึมพำ

    “ไอ้เทพ นี่มึงคิดจะแย่งผู้หญิงของกูงั้นหรือ”

    ooooooo

    เทพกลับเข้าไปในบ้านแล้ว บอกไมค์ว่าเดี๋ยวจะเข้าออฟฟิศหน่อย ไว้เจอกันค่ำๆ

    ฝ่ายเมษาขับรถกลับถึงอพาร์ตเมนต์ ปึกขอลงไปซื้อของก่อนเดี๋ยวตามขึ้นไป เมษาเอาเงินให้บอกให้ซื้อน้ำส้มให้ด้วยและปึกอยากกินอะไรก็ซื้อมา

    เมษากลับเข้าห้องไม่ทันดื่มน้ำเสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น เธอคิดว่าปึกนึกว่าทำไมซื้อของเร็วจัง แต่พอเปิดประตูกลายเป็นชายชาติ เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

    ชายชาติถามว่าเธอชอบขั้นเทพหรือ เห็นนัดเจอกันบ่อยๆ แถมวันนี้ยังไปหาถึงบ้านอีก

    “จะบอกให้พี่รู้นะว่าเมมีสิทธิ์ที่จะไปหาใครที่ไหนก็ได้ มันไม่เกี่ยวอะไรกับพี่”

    “เกี่ยวสิ เพราะเมเป็นแฟนพี่” ชายชาติกระชากแขนเมษาเข้าหาตัว เธอโกรธมากถามว่าพูดไม่รู้เรื่องหรือ ก็บอกแล้วไงว่าตนไม่ได้ชอบเขา ชายชาติตะแบงว่า “แต่พี่รักเมนะ”

    เมษาบอกว่าถ้ายังพูดกันเรื่องนี้อีกก็ให้กลับไปเสีย ชายชาติไม่ยอมกลับจนกว่าเธอจะบอกว่ารักตน ย้ำดุดันว่า

    “เมยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เมต้องตอบว่าเมรักพี่ จะอยู่กับพี่” เมษาผลักเขาออกหันตัวยกปืนจ่อ สั่งให้ ปล่อย ถ้าไม่ปล่อยจะยิงจริงๆ ชายชาติจำต้องปล่อยแต่ยังพูดอาฆาตว่า

    “แต่พี่ก็จะบอกให้เมรู้ พี่จะไม่ยอมให้ไอ้ขั้นเทพมันแย่งเมไปจากพี่แน่” พูดแล้วออกไปปิดประตูปัง พอเมษาลดปืนลง ประตูก็เปิดอีก เธอยกปืนจ่อทันที ที่แท้เป็นปึก ปึกตกใจบอกว่าเมื่อกี๊สวนกับผู้กองชายชาติที่หน้าลิฟต์มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า เมษาบอกว่าไม่มีแล้วเดินเข้าห้อง ปึกมองตามบ่นอุบอิบว่า ไม่มีแล้วทำไมต้องชักปืนมาขู่ด้วย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:43 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์