นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สวยร้ายสายลับ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

    หมอทำแผลให้เมษาเสร็จกำชับว่าอย่าให้แผลโดนน้ำ วันสองวันนี้อย่าเพิ่งเดินเกรงแผลจะอักเสบ เดี๋ยวจะบอกให้แฟนเธอมารับ เมษารีบบอกว่าเขาไม่ใช่แฟนตน

    “แต่เมื่อกี๊เขาบอกพยาบาลว่าคุณเป็นแฟนเขานะ แล้วตกลงคุณสองคนเป็นแฟนกันไหมครับ” เมษาตอบทันทีว่าไม่ได้เป็น “ถ้าอย่างนั้นเขาคงต้องแอบชอบคุณแล้วล่ะ”

    เมษานึกเคืองว่าตาบ้านี่เที่ยวบอกใครๆว่าเป็นแฟนเรา พอเทพเข้ามาเธอถามว่าเข้ามาทำไม เทพบอกว่าหมอไม่ให้เธอเดินเลยจะมาอุ้มไปที่รถ เมษาไม่ยอมให้อุ้มเดี๋ยวจะให้พยาบาลเข็นวีลแชร์ไปส่ง เทพอาสาจะเข็นให้ก็ถูกตวาดว่าไม่ต้อง เขาจะขับรถไปส่งก็ไม่เอา จะนั่งแท็กซี่ไปเอง

    “ผมว่าคุณอย่าทำให้เรื่องมันยุ่งเลย ไปเถอะน่า ไม่ต้องพูดมาก” พูดแล้วเข็นรถออกจากห้อง ถามว่าหิวไหมเธอตอบห้วนๆว่าไม่! “แต่ผมหิวมากนะ ตั้งแต่เที่ยงยังไม่ได้กินอะไรเลย นี่สองโมงกว่าแล้วผมว่าแวะกินอะไรรองท้องก่อนดีไหม”

    ระหว่างที่ยังเคลียร์กันไม่ลงตัว ชายชาติก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อนตรงมาถามเมษาว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เทพถามทันทีว่ารู้ได้ยังไงว่าผู้กองเมษาถูกยิง เมษาเห็นด้วยถามว่า “นั่นสิ ทำไมพี่ชายถึงรู้เรื่องนี้”

    “อ๋อ...พี่มีเพื่อนเป็นหมออยู่ที่นี่ เขาบอกเห็นน้องเมโดนยิงแล้วมารักษาที่นี่ พี่ก็เลยรีบมา ขอบใจมากนะเทพที่ช่วยดูแลน้องเม เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง”

    เทพปล่อยให้ชายชาติไปส่ง บอกเมษาว่าตนอยากคุยกับเธอเรื่องที่เราถูกลอบยิงวันนี้ เมษารับปากว่าจะโทร.หาเขาเอง

    พอชายชาติเข็นรถพาเมษาแยกไป เทพก็โทร.ถึงมีมี่ทันที บอกให้คนของเราไปที่ลานจอดรถริเวอร์ซิตี้ ขอเทปกล้องวงจรปิดวันนี้หน่อย

    ooooooo

    ชายชาติพาเมษากลับถึงห้องพัก เอาชาร้อนมาให้ดื่ม หว่านล้อมให้เธอกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านดีกว่าท่านจะได้ดูแลเวลาเจ็บป่วย เธอปฏิเสธและห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง

    “จ้ะ...แล้วน้องเมไปทำอะไรที่นั่นกับไอ้เทพ”

    “เมบังเอิญเจอกับเขาที่นั่น พี่ชายพอจะรู้ไหมคะว่าผู้กองเทพมีเรื่องอะไรกับใคร ทำไมถึงมีคนพยายามตามฆ่าเขา”

    “ว่าไม่ได้ ไอ้เทพมันก็ไม่ใช่คนดีนะ มันคงจะไปขัดแย้งอะไรกับใครเขา พี่ว่าน้องเมพยายามอยู่ห่างๆ มันไว้ดีกว่าจะได้ไม่โดนลูกหลง” แต่พอเมษาถามว่าเทพมีเรื่องอะไรเล่าให้ฟังได้ไหม ชายชาติก็ปฏิเสธว่า “พี่ไม่รู้อะไรมาก แต่ได้ยินพรรคพวกคุยกันว่า ไอ้เทพมันไปร่วมมือกับพวกลักลอบค้าโบราณวัตถุ แล้วคงหักหลังกันเรื่องเงิน”

    แม้เมษาจะติงว่าเทพไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้น ชายชาติก็ยังยืนยันขอให้เธออยู่ห่างๆเขาไว้ดีกว่า ก็พอดีมีสายเข้ามือถือ เขาขอตัวไปรับสายเป็นสายจากผู้การสถิตย์ ย้ำว่าเขาพลาดเป็นครั้งที่สองแล้ว เขาต้องรับผิดชอบและหวังว่าครั้งที่สามจะไม่พลาดอีก

    “ครับ...ผมรับรอง” พอกลับมา เมษาเห็นเขาหน้าเครียดถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ

    “ไม่มีอะไร พี่ต้องกลับไปที่หน่วยก่อนนะ พอดีมีงานสำคัญเข้ามา น้องเมอยากได้อะไรไหม เย็นๆพี่จะซื้อเข้ามาให้ แล้วจะให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม” เมษาบอกไม่ต้องตนอยู่ได้ พอชายชาติออกไป เมษาคิด “ทำไมพี่ชายดูเครียดๆ”

    ooooooo

    เทพกลับถึงบ้านได้ยินไมค์โวยวายกับตัวเองว่าทำไมคิดถึงแต่เรื่องหนูปึก ต้องลืม...ลืมไปเลย พอเทพถามว่าโวยวายอะไร ไมค์บอกว่าพยายามจะลืมบางเรื่องออกไปจากสมอง ย้อนถามว่าแล้วเทพไปไหนมาทั้งวัน

    เทพบอกว่ามีคนพยายามฆ่าตน ไมค์ถามว่าฝีมือน้องสวยเสมอใช่ไหม

    “ไม่ใช่ เธอช่วยชีวิตฉัน ถ้าไม่ได้เธอ วันนี้ฉันไม่ได้กลับมาเจอหน้านายแล้ว” ไมค์ถามว่าแล้วตกลงใครที่จะฆ่าเขา พอเทพบอกว่ายังไม่รู้ ไมค์ขอปืนตนสักกระบอกได้ไหม จะเอาไว้ป้องกันตัว เพราะมันพยายามฆ่าผู้กองสองครั้งไม่สำเร็จมันต้องมีครั้งที่สามแน่ ไมค์ยอมรับว่าตนกลัวตาย เทพจึงเอาปืนสั้นที่เหน็บซ่อนไว้ที่ขาให้ ถามว่าใช้เป็นนะ

    “สบายมาก” ไมค์รับไปควงเล่น ปืนลั่นเปรี้ยง

    ทั้งสองสะดุ้งเฮือก “ขอโทษ...ขอโทษ...ไม่คิดว่าไกมันจะอ่อน ขนาดนี้” ไมค์ควงปืนทำเท่พูดอย่างกระหยิ่ม“เที่ยวนี้ล่ะ ได้บู๊เต็มที่หน่อย”

    เทพพาไมค์ไปที่มูลนิธิ อ.คึกฤทธิ์บอกไมค์ว่าเรามาที่นี่เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามาเจอใคร

    พอเจอดาบยิ้มที่มารออยู่ก่อนแล้วเทพถามทันทีว่า ที่บอกว่ามีข่าวดีคืออะไร

    ดาบยิ้มรายงานว่าหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่ที่เสี่ยเล็กจริงๆตนยังไม่ได้ของมาแต่เสนอราคาไปแล้วให้สิบห้าล้าน เทพถามว่ามันสนใจไหม ดาบคาดว่าสนใจแต่ดึงเวลาไว้ตามฟอร์ม อีกสองวันจะให้คำตอบ

    “แต่ดาบยิ้มต้องระวังตัว อย่าให้มันจับได้นะครั้งที่แล้วฉันกับผู้กองเทพเกือบไม่รอด” ไมค์เตือน

    “ไม่ต้องห่วงครับ ผมเข้าไปทางสายน้องเมียมัน แล้วตอนนี้มันก็เชื่อว่าผมเป็นเสี่ยมาจากกรุงเทพฯ”

    “ถ้ามันเซย์เยสเมื่อไหร่ ดาบรายงานฉันทันทีนะ” กำชับแล้วเทพกับไมค์ออกจากมูลนิธิอย่างระแวดระวัง

    ooooooo

    เมื่อถึงเวลานัดหมาย วัฒนาและประไพพรรณพาปึกที่ถูกจับแต่งโป๊นิดๆ จนปึกกระดากถามว่า ชุดสั้นไปไหม

    “ไม่หรอก ฉันว่าแกใส่แล้วสวย ใช่ไหมจ๊ะ”

    ประไพพรรณหันไปถามวัฒนา เห็นสายตาที่วัฒนามองปึกแล้วหึงขึ้นมา ตัดบทบอกว่าปึกแต่งแล้วสวยชวนรีบไปกันเดี๋ยวจะสาย

    “เจ้าประคู้ณ...ขอให้บักสีดาเห็นข้อยแล้วปิ๊งข้อยทีเทอะ...” ปึกภาวนาในใจ

    เมื่อไปถึงบ้านเควินสมิธ พอเขาเห็นปึกก็มองอย่างเจ้าชู้ ยิ้มพอใจ ในขณะที่ปึกตื่นเต้นประหม่ามาก

    เมื่อไปนั่งกันที่โต๊ะอาหาร เควินยกแก้วชู “ดื่มให้กับว่าที่เจ้าสาวของผม” ทั้งวัฒนาและประไพพรรณยกแก้วชู ปึกยังนั่งนิ่งจนประไพพรรณบอกให้ชนแก้วกันหน่อย ปึกบอกว่าตนอาย

    “ไม่ต้องอาย เดี๋ยวเราก็จะได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว” เควินบอก

    จังหวะหนึ่งประไพพรรณถามเควินว่าชอบของขวัญชิ้นนี้ไหม เควินยิ้มกริ่มบอกว่าชอบมาก วัฒนาอวยพรขอให้คืนนี้มีความสุขแล้วหัวเราะกันอย่างครื้นเครง ในขณะที่ปึกใจคอไม่ดี ทั้งกลัว ทั้งอาย

    เวลาเดียวกัน ไมค์กลับมาถึงบ้านก็หยิบมือถือลูบๆคลำๆ นึกถึงเมื่อเช้าที่ปึกโทร.มาบอกว่าวันนี้ตนจะไปเป็นเมียฝรั่งแล้วอวยพรให้ตนหน่อย ไมค์อวยพรไปว่า “ขอให้เจ้าโชคดี ได้เงินแสนอย่างที่หวัง” คิดแล้วไมค์เครียดถามตัวเองว่าทำไมไม่ทัดทานปึกแต่แรกทุบโต๊ะอย่างขัดใจตัวเอง เทพมาเห็นพอดีถามว่าเป็นอะไร

    “เปล่า...ฉันจะออกไปขับรถเล่นหน่อยนะผู้กอง” พอเทพพยักหน้าไมค์ก็เดินงุดๆออกไปเลย เทพมองสงสัยว่า

    “เป็นอะไรของมันวะ”

    ooooooo

    วัฒนากับประไพพรรณส่งปึกมาให้เควินสมิธแล้วพาปึกที่ท่าทางประหม่ากังวลลุกไป คุณนายบอกว่าไม่ต้องตื่นเต้นตกใจ ถ้าทำให้เควินรักและมีความสุขเขาก็จะให้เงินทองมามากมายจะได้มีเงินไปไถ่ที่นาให้พ่อแม่

    ปึกบอกว่าตนอาย คุณนายแนะนำให้บอกเควินปิดไฟก่อน บอกปึกให้ไปที่ห้องสุดท้ายอาบน้ำแล้วไปนอนรอเขาเลย คุณนายย้ำก่อนไปว่า “จำไว้นะ ห้ามขัดใจเขา เข้าใจรึเปล่า”

    พอปึกเดินขึ้นข้างบน คุณนายก็ได้รับโทรศัพท์จากเมษาว่าพรุ่งนี้อยากให้ปึกมาทำความสะอาดที่ห้องให้หน่อย ประไพพรรณบอกว่าปึกลาออกไปแล้ว ปึกได้งานใหม่เจอผู้ชายก็ไปเลย

    “ทำไมปึกไม่บอกเราว่าจะลาออก” เมษาสงสัย

    วัฒนากับประไพพรรณมาที่โต๊ะอาหารบอกเควินว่าส่งปึกขึ้นไปที่ห้องนอนแล้ว เควินขอบคุณที่ทั้งสองเอาใจใส่ตนดีมาก

    “อย่าพูดอย่างนี้เลยครับ ของเล็กๆน้อยๆ เราเองก็ทำธุรกิจกันมานาน ขอให้คุณเควินพอใจและซื้อสินค้าจากเราคนเดียวก็พอ”

    “มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ซื้อของจากใครนอกจากคุณวัฒนากับคุณพรรณ”

    ทั้งสองขอบคุณและขอตัวกลับ เควินย้ำก่อนแยกกันว่า “อย่าลืมเรื่องหลวงพ่อคำเกลี้ยงล่ะ ผมซีเรียส” วัฒนาบอกไม่ลืม สองวันนี้ได้เรื่องแน่

    ooooooo

    ปึกว้าวุ่นทั้งประหม่าทั้งกลัวถามตัวเองว่าหวังว่าคงตัดสินใจถูกที่ยอมเป็นเมียฝรั่งเพื่อพ่อกับแม่

    อึดใจเดียวเควินก็เปิดประตูเข้ามา ปึกขยับถอยกลัวๆ เควินบอกไม่ต้องกลัวตนไม่ทำอะไรเธอหรอก แต่เคลื่อนตัวเข้าไปจะจูบ ปึกยกมือจับหน้าเขาไว้

    “เอ่อ...เดี๋ยวค่ะ...คุณนายบอกว่าคุณเควินรวยมากใช่ไหมคะ” เควินถามว่าเธอต้องการเงินหรือต้องการเท่าไหร่ พอปึกบอกห้าแสน เควินหัวเราะถามว่าเธอพูดจริงหรือพูดเล่น “หนูไม่ได้ล้อเล่นค่ะ หนูจะเอาเงินไปไถ่นาให้พ่อแม่ค่ะ”

    เควินหัวเราะหึๆ ปึกถามว่าไม่เชื่อหรือ เควินบอกไม่ใช่ไม่เชื่อแต่หัวเราะขำความซื่อของเธอ เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนขอเงินตนมากขนาดนี้ ปึกใจไม่ดีถามว่าเขาจะไม่ให้ใช่ไหม เควินย้อนถามว่า “ถ้าฉันบอกว่า ไม่ให้ล่ะ”

    “ถ้าคุณไม่ให้หนูปึกจะกลับ” ปึกลุกขึ้นทันที เควินคว้ามือไว้ถามว่าจะรีบไปไหนเรายังคุยกันไม่จบ บอกว่าตกลง ตนจะให้เงินปึกห้าแสนแต่มีข้อแม้ คือเธอจะต้องอยู่กับตนตลอดชีวิต ปึกคิดหนักแต่อยากได้เงิน บอกเขาว่า “แต่คุณต้องให้เงินปึกก่อนนะคะ ปึกถึงจะยอมเป็นเมียคุณ”

    “ก็ได้...” เควินหยิบเงินออกมาทีละปึก...ทีละปึก จนครบห้าปึก เอาเงินทั้งหมดวางที่ตักปึก “นี่เงินของเธอ เอาล่ะ คราวนี้ถึงเวลาที่เธอจะต้องตอบแทนฉันแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปอาบน้ำ”

    ทีแรกปึกดีใจที่จะได้เงินไปไถ่ที่นาให้พ่อกับแม่ แต่พอนึกถึงคำพูดของไมค์ที่ว่าให้หาช่องทางทำงานให้ได้เงินดีกว่า...เรามีสองมือสองตีนออกไปทำกินอย่าให้คนเขาดูถูกว่าเอาความสาวเข้าไปแลกกับเงิน คิดแล้วปึกก็ลังเล แต่พอดีเควินกลับเข้ามา ตรงมาหอมปึกที่เตียง ปึกกลัวจนตัวสั่นบอกเควินให้ดับไฟก่อน

    เควินกำลังหื่นก้มจะจูบปึกอีก ปึกตกใจผลักเขาตกเตียง ลุกขึ้นถอยหนี เควินโมโหถามว่าเธอเป็นอะไร

    “หนู...หนูทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ...หนูขอโทษ...”เควินถามว่าเงินห้าแสนนี่ไม่อยากได้แล้วหรือ ปึกก็เฝ้าแต่บอกว่า “หนูทำไม่ได้จริงๆ หนูขอโทษ...” แล้ววิ่งออกจากห้องไป

    “เฮ้ยเดี๋ยว!!” เควินอารมณ์ค้าง วิ่งตามออกไปเจอการ์ดที่เฝ้าอยู่ในบ้านถามว่าจะให้ตนจับตัวไหม

    “ไม่ต้อง เกิดบ้าอะไรขึ้นมาวะเนี่ย” เควินมองตามปึกไปอย่างหัวเสีย

    ooooooo

    ปึกหนีออกจากบ้านเควินแล้วเดินเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหนจะโทรศัพท์ก็ไม่มีเงินสักบาท

    เควินโทร.บอกวัฒนาว่าปึกหนีไปแล้ว วัฒนาถามว่าเกิดเรื่องอะไรหรือ เควินบอกตนก็ไม่รู้อยู่ๆปึกก็ผลักตนตกเตียงแล้ววิ่งหนีไป วัฒนาสงสัยเด็กจะตื่นเต้น ขอโทษเขาแล้วจะจัดคนใหม่ไปให้ เควินบอกไม่ต้องคืนนี้ตนไม่มีอารมณ์แล้ว

    วางสายจากเควินแล้ว วัฒนาถามประไพพรรณว่าไหนว่าคุยกับปึกรู้เรื่องแล้ว

    “ก็คุยแล้วน่ะสิคะ ถึงได้กล้าพามันไป นังนี่ถ้ากลับมาจะไล่มันออกเลย หน็อย! ทำเราเสียงาน”

    ปึกเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหน เดินน้ำตาไหลไป ตามถนน จะกลับไปบ้านคุณนายก็คงถูกด่าไม่ให้อยู่อีกแล้ว พลันปึกก็ตกใจเมื่อจู่ๆก็มีรถเข้ามาจอด ปึกวิ่งหนีจนได้ยินเสียงไมค์เรียก “หนูปึก นี่พี่ไมค์”

    ปึกหยุดวิ่ง พอเห็นไมค์ลงจากรถ ปึกก็โผกอดดีใจเหมือนรอดตาย หอมแก้มซ้ายขวา ขอบคุณไม่ขาดปาก จนไมค์ยืนมึนงง ถามว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งหรือถึงได้ดีใจขนาดนี้

    หลังจากฟังปึกเล่าแล้ว ไมค์พาปึกไปบ้านเทพให้ปึกนอนที่ห้องตนก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

    “ขอบคุณอ้ายคักๆเด้อ อ้ายดีกับข้อย ข้อยบ่ฮู้สิตอบแทนอ้ายได้จังได๋”

    ไมค์บอกว่าไม่ต้องคิดมาก ขึ้นไปอาบน้ำนอนเสีย พอปึกจะขึ้นไป ไมค์เรียกไว้บอกว่า

    “อีหล้า...อ้ายดีใจเด้อที่เอ็งยอมทิ้งเงินห้าแสน”

    “แต่ข้อยก็เสียดายเด้อ บ่ฮู้ว่าชาตินี้ข้อยสิมีปัญญาหาเงินแสนได้บ่”

    “ถ้าอ้ายบ่ตายเสียก่อน อ้ายสิช่วยเจ้าหาเงินไป ไถ่นา”

    ปึกขอบใจไมค์ ซึ้งใจที่ไมค์ดีกับตนเหลือเกิน ไมค์มองตามปึกไป ยิ้มกับตัวเอง รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกกับการที่ปึกตัดสินใจกลับมา...

    ooooooo

    เช้านี้ พอเทพเดินลงมาได้ยินเสียงในครัว เดินเข้าไปทัก

    “เมื่อคืนเมาหนักรึไงไมค์ ถึงนอนข้างล่าง” แต่พอเดินเข้าครัวก็ร้องอ้าว เพราะกลายเป็นปึกกำลังจัดอาหารใส่จานอยู่ถามว่ามาทำอะไรแต่เช้า

    “เมื่อคืนหนูปึกค้างที่นี่ค่ะ”

    เทพร้องอ้าว พอดีไมค์เข้ามาบอกว่าตนพาน้องมานอนที่นี่เอง เทพฉุนกึกถามว่า

    “ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามพาผู้หญิงมานอน”

    ไมค์ขอให้ฟังตนก่อนอย่าเพิ่งโวยวาย ปึกบอกว่าเมื่อคืนตนมีเรื่องแล้วเจอไมค์โดยบังเอิญ “อ้ายไมค์ก็เลยให้มานอนค้างที่นี่” เทพถามว่าไมค์ไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม แล้วมีเรื่องอะไรถึงต้องมาค้างที่นี่

    “นี่แหละเรื่องสำคัญที่ฉันจะบอกให้นายฟัง เมื่อคืนหนูปึกเขาไปเจอไอ้เควินสมิธ” เทพถามว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับปึก

    หลังจากฟังไมค์กับปึกเล่าแล้ว เทพถามว่าเจ้านายของปึกเป็นใคร

    “คุณผู้ชายชื่อคุณวัฒนา ส่วนคุณนายชื่อคุณพรรณค่ะ” เทพถามว่าเขามีอาชีพอะไร “หนูก็ไม่รู้ค่ะ แต่เห็นมีคนเข้าออกที่บ้านบ่อยๆ อ้อ...นึกออกแล้วค่ะหนูเคยได้ยินคุณนายพูดว่าเขามีบริษัทส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ น่ะค่ะ”

    ไมค์ฉุกคิดได้ถามเทพว่าหรือจะเป็นคนที่เรากำลังตามหาอยู่ ปึกถามว่าตามหาอะไรหรือ ไมค์ทำท่าจะโม้ ถูกเทพเบรกว่า

    “นายไม่ต้องเล่ารายละเอียดหรอก” แล้วบอก

    ปึกว่า “ไม่มีอะไรมาก ฉันกำลังตามจับผู้ร้าย แล้วเธอจะเอายังไง จะกลับไปบ้านนอกหรือจะกลับไปบ้านเจ้านายเก่า”

    ปึกบอกว่าตนคงไม่กลับไปแล้ว ขออยู่ที่นี่สักสองสามวันได้ไหม ตนจะรีบหางานทำ เทพลังเล แต่ไมค์ลุ้นว่าดี ระหว่างนี้ก็จ้างหนูปึกซักผ้าถูบ้านเก็บกวาดให้เราก่อน เห็นเทพยังลังเลไมค์ลุ้นว่าน้องเขาไม่มีที่ไป

    “เอา...ก็ได้... เดี๋ยวฉันจะไปออฟฟิศ นายอยู่บ้านแล้วกัน ถ้ามีอะไรฉันจะโทร.มาตาม”

    ไมค์ดีใจรับรองว่าตนจะไม่ออกไปไหนเลย ปึกก็รีบไปทำงานตามที่ไมค์บอก เทพปรามไมค์ว่า ตนไม่อยู่ห้ามทำมิดีมิร้ายกับปึก ไมค์บ่นงึมงำว่า “ผู้กองนี่ทำไมชอบมองเรามุมอับอยู่เรื่อย”

    ooooooo

    วันนี้มีงานเลี้ยง บนเวทีมีป้ายข้อความว่า “ขอ แสดงความยินดีกับประธานรุ่น วนอ. พล.ต.ต. สถิตย์ยุทธ” มีเพื่อนร่วมรุ่นมาแสดงความยินดีกันคับคั่ง

    ผู้การเสวีเข้ามาทักทายเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกันหลายปี เพื่อนคนหนึ่งคุยกันสนุกๆว่า

    “อิจฉาไอ้ยุทธ มันจะได้ติดพลโทคนแรกของรุ่นเลยนะ” เสวีบอกว่าคนเราแข่งบุญแข่งวาสนากันไม่ได้ เพื่อนคนนั้นบอกว่า “แต่ตอนนี้มันรวยมากนะโว้ย”

    “ทำอะไรถึงรวย ข้ากับเอ็งก็รับราชการมาพร้อมกับมัน” เสวีถาม

    “ข้าได้ข่าวมาว่า มันทำกิจการส่งของพวกวัตถุ โบราณไปขายเมืองนอก” เสวีถามว่าถูกกฎหมายรึเปล่า เพื่อนคนนั้นบอกว่าเรื่องนั้นไม่รู้

    สถิตย์ยุทธเข้ามาถามว่าคุยอะไรกันอยู่ เสวีบอกว่าคุยเรื่องเขานั่นแหละเห็นว่าเขารวยมากตอนนี้

    “รวยอะไรกัน ก็พอมีพอใช้” สถิตย์ยุทธบอกเพื่อนๆ ก็พอดีลูกน้องคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า ด็อกเตอร์สมคิดมา สถิตย์ยุทธขอตัวไปรับแขก เสวีมองตามนึกถึงเรื่องที่เคยคุยกับเทพขึ้นมา ตอนนั้นเขาถามเทพว่า

    “คุณกำลังสงสัยว่าวิหคเวหาสอดแนมเรางั้นหรือ เขาจะสอดแนมเราเพื่ออะไร ในเมื่อหน่วยงานของเราได้ รับภารกิจให้ติดตามจับเควินสมิธ”

    “นั่นสิครับ ผมถึงสงสัยแล้วมาปรึกษาท่าน เป็นไปได้ไหมครับ หน่วยวิหคเวหามีเบื้องลึกอะไรกับเควินสมิธ”

    คิดถึงการสนทนากันวันนั้นแล้ว เสวีถามตัวเอง “หรือจะเป็นสถิตย์ยุทธ?”

    เสวีมองสถิตย์ยุทธที่กำลังต้อนรับด็อกเตอร์สมคิดอย่างสนิทสนม ด็อกเตอร์สมคิดมอบกระเช้าให้ แล้วถ่ายรูปคู่กัน

    ooooooo

    วันต่อมา ที่ห้องทำงานของผู้การเสวี เทพนั่งคุยกับหัวหน้าอย่างเคร่งเครียด

    “ผมว่าผู้การสถิตย์ยุทธต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จริงๆ ถึงให้ผู้กองเมษามาสืบความเคลื่อนไหวของเรา”

    ผู้การเสวีพยักหน้า คาดว่าเขาคงรู้ว่าเรากำลังตามเรื่องนี้อยู่ เทพถามว่าแล้วหัวหน้าคิดอย่างไร

    “จะว่าไง เราก็ต้องจับผู้การสถิตย์ยุทธให้ได้” เทพติงว่าท่านเป็นเพื่อนกัน “จะเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องหรือเป็นตำรวจด้วยกัน ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องจับ”

    “ถ้าท่านพูดอย่างนี้ผมก็ค่อยสบายใจ”

    “คุณเดินหน้าสืบเรื่องนี้ ถ้าติดขัดอะไรรายงานผม”

    “ครับ...ขอบคุณครับท่าน” เทพลุกขึ้นคำนับ เดินออกไป ผู้การเสวีมองตามอย่างครุ่นคิด

    ooooooo

    ออกจากห้องผู้การเสวี เทพเดินมาตามทาง สวนกับชายชาติที่เดินเลี้ยวมา ชายชาติมองหน้าเทพจนเขาถามว่ามีอะไรรึเปล่า ชายชาติบอกไม่มี

    “แล้วทำไมนายจ้องหน้าฉัน”

    “เปล่า ฉันแค่จะถามนายว่านายคิดยังไงกับผู้กองเมษา” เทพบอกว่าสวยดี “แล้วนายชอบเธอไหม” เทพบอกว่าไม่ พอชายชาติถามว่าจริงหรือ เทพเลยบอกว่า

    “ถ้านายไม่ได้จีบเธออยู่ บางทีฉันอาจจะชอบเธอก็ได้ แต่ในเมื่อนายจีบอยู่ โดยมารยาทฉันก็ไม่ควรจะตีท้ายครัว”

    “อย่างน้อยนายก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีนะ”

    เทพยิ้มให้ แต่พอชายชาติจะเดินไป เทพเรียกไว้

    บอกว่า “แต่ถ้าผู้กองเมษาสนใจฉันขึ้นมา ก็ช่วยไม่ได้นะโว้ย” เทพหัวเราะแล้วเดินต่อไป ชายชาติมองตามแสยะยิ้มพึมพำ

    “ถึงเธอจะชอบเอ็ง แต่เอ็งคงไม่มีวาสนาได้อยู่กับเธอ”

    ขณะเมษายังทำแผลอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น เทพโทรศัพท์ไปหา พอรับสายเธอถามเสียงห้วน “คุณโทร.มามีอะไร” เทพเลยพูดเชิงตัดพ้อว่าดูท่าเธอไม่ชอบตนจริงๆ เมษาตัดบทว่า “มีอะไรก็พูดมา”

    เทพบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ คือเรื่องที่เราถูกลอบยิงวันก่อน ถามว่าเธอพอจะสละเวลาอันมีค่ามาคุยด้วยสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม เธอถามว่าที่ไหน “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนผมไปหาก็ได้”

    “ฉันอยู่โรงพยาบาล เอาอย่างนี้ คุณไปเจอฉันที่ร้านกาแฟในสวนสาธารณะตรงข้ามโรงพยาบาลแล้วกัน แต่ต้องรอหน่อยนะ เพราะฉันยังไม่เสร็จธุระ”

    เทพออกจากห้องทำงานเดินลงบันไดไป ชายชาติยืนมองจากฝั่งตรงข้ามขับรถตามเทพไปจนถึงร้านกาแฟ พอเทพเดินเข้าร้านกาแฟ ชายชาติก็เปิดท้ายรถหยิบเสื้อวอร์มใส่รูดซิปปิดถึงคอ หยิบหมวกไหมพรมใส่ เอาเป้ที่ใส่อุปกรณ์ปืนสะพายไหล่เดินออกไปที่ตึกร้างใกล้ร้านกาแฟ ขึ้นไปซุ่มที่หน้าต่างใส่ถุงมือเอาปืนออกมาเล็งไปยังเทพที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟพึมพำ

    “อโหสิกรรมให้กูด้วยแล้วกัน”

    ครู่เดียวเมษาก็เดินเข้ามา ชายชาติชะงักสงสัยว่าเมษานัดพบเทพทำไม?

    ooooooo

    เทพสั่งกาแฟเย็นให้เมษา ถามว่าเธอจะทานเค้กหรือแซนด์วิชดี เธอไม่เอาเร่งว่ามีอะไรก็ว่ามาตนมีงานต้องทำอีกเยอะ

    เทพพูดหยอกให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่เธอไม่เล่นด้วย เขาเลยเข้าเรื่องถามว่าคิดว่าใครที่ลอบยิงเราสองคนวันนั้น เมษาบอกว่าลอบยิงเขามากกว่าและเขาก็น่าจะรู้ดีว่าเป็นฝีมือใคร

    “ผมสงสัยหัวหน้าคุณ” เทพพูดตรงจนเมษามองหน้าขวับ “ผมสืบรู้มาว่าผู้การสถิตย์ยุทธทำธุรกิจลับในการส่งออกวัตถุโบราณไปต่างประเทศ”

    เมษาโต้ว่าใครๆก็ทำธุรกิจสำรองได้ถ้าไม่เบียดบังเวลาราชการ เทพชี้ว่าธุรกิจของหัวหน้าเธอเกี่ยวกับการลักลอบตัดเศียรพระ เธอถามว่าเขามีหลักฐานหรือ เทพบอกว่าไม่มีไงถึงต้องมาขอความร่วมมือจากเธอ

    “นี่คุณจะให้ฉันเป็นสายให้คุณเพื่อสืบเรื่องหัวหน้าตัวเองงั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันโง่รู้ไม่ทันคุณรึไง คุณต่างหากที่อยู่ในขบวนการลักลอบตัดเศียรพระไปขาย” พอเทพถามว่าเธอพูดเรื่องอะไร เมษาจ้องหน้าจับผิด “คุณไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ฉันบอกให้คุณรู้ก็ได้ที่ฉันตามสืบคุณก็เพราะจะจับคุณ”

    เทพถามว่าเธอเอาเรื่องนี้มาจากไหน เมษาบอกว่าจากไหนไม่สำคัญแต่ตนจะจับเขาให้ได้

    “อ้อ...ผมรู้แล้ว คนที่ใส่ความผมคือผู้การสถิตย์ยุทธใช่ไหม คุณเมษาคุณกำลังถูกหัวหน้าตัวเองหลอกใช้อยู่นะ”

    “พอได้แล้วฉันขี้เกียจฟังนิยายของคุณ” พูดพลางจะลุก

    “เดี๋ยวสิคุณเม ผมยังพูดไม่จบ หัวหน้าคุณกำลังซ้อนแผนผมอยู่ เขาอุปโลกน์เรื่องผมขึ้นมาเพื่อให้คุณมาสอดแนมผม เพื่อจะได้รู้ตัวว่าหน่วย ฉก.ของผมจะจับเขาเมื่อไหร่ คุณคิดให้ดีนะ ถ้าผมเป็นคนร้ายจริง ผมจะมาเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังทำไม”

    “เพราะคุณต้องการหลอกให้ฉันไขว้เขว”

    “งั้นผมถามคุณหน่อย ตอนที่คุณตามผมไปร้อยเอ็ด คุณคือคนที่เข้ามาช่วยผมกับไอ้ไมค์ใช่ไหม”

    เมษาบอกว่าตนไม่ได้ช่วยเขาแต่จะไปจับเขากับพวกเสี่ยเล็กต่างหาก เทพซักไซ้จนเมษายอมรับว่าตนเป็นคนโทร.รายงานหัวหน้าเอง

    “มิน่า ไอ้เสี่ยเล็กถึงรู้ตัวว่าผมเป็นตำรวจ มันถึงจะฆ่าผม” เมษาถามว่าหมายความว่าหัวหน้าตนโทร.บอกเสี่ยเล็กหรือ “ถูกต้อง เพราะเสี่ยเล็กกำลังจะถูกผมจับอยู่แล้ว แต่อยู่ๆก็มีโทรศัพท์ลึกลับเข้ามา หลังจากนั้นมันก็ยิง เชื่อผม หัวหน้าคุณเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมด”

    เมษานิ่งไป ทันใดนั้นเทพสะดุ้งเพราะหลังเขาถูกกระสุนสามนัดจนหงายตกน้ำไป เมษาตกใจมองไปทางต้นเสียงเห็นไอ้โม่งที่หน้าต่างเธอกระหน่ำยิงไปทันที ชายคนนั้นวิ่งหนี เธอไล่ตามไปจนถึงสวนสาธารณะ ถูกชายคนนั้นยิงสกัดที่พื้นไม่ให้เธอตาม

    เมษาไล่ตามไอ้โม่งที่หนีไปหลบในห้องน้ำสวน สาธารณะ ต่อสู้กันจนถึงตัวเธอจับมือบิดทุบจนปืนร่วง เมษาพยายามจะถอดหมวกไอ้โม่งแต่ไม่สำเร็จ มันหนีขึ้นมอเตอร์ไซค์พุ่งออกไป พอคนร้ายหนีไปแล้ว เมษาคิดถึงเทพที่ถูกยิง เธอรีบกลับไปที่ร้านกาแฟเจอเทพนั่งตัวเปียกอยู่

    ปรากฏว่าเทพไม่เป็นไรเพราะเขาใส่เสื้อเกราะ เมื่อพากันไปโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วบอกเทพว่าซี่โครงไม่เป็นอะไรพักสักอาทิตย์ก็จะดีขึ้น ส่วนเมษาต้องใส่เฝือกอ่อนที่ข้อมือ

    ใส่เฝือกอ่อนและทำแผลเสร็จ ต่างเดินออกมา เมษาจะแยกไป เทพเรียกไว้อ้อนให้ไปส่งตนหน่อยเพราะรถจอดอยู่ที่สวน พอเมษาบอกว่าให้เขานั่งแท็กซี่ไปเองก็ถูกตัดพ้อว่า

    “คุณนี่สวยครบสูตรนะ คนสวยใจดำ ที่จะให้ไปส่งเนี่ยเพราะผมมีเรื่องจะคุย”

    ooooooo

    ชายชาติกลับไปรายงานสถิตย์ที่บ้าน สถิตย์ถามว่าผู้กองเมษาเห็นหน้าเขาหรือเปล่า เขาคาดว่าไม่เห็น สถิตย์ถามอีกว่ารู้ไหมว่าเมษาไปพบผู้กองเทพทำไม

    “ไม่ทราบครับ แต่เท่าที่เห็นคุยกัน ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องอะไรสักอย่างที่ดูซีเรียส”

    สถิตย์บอกว่าเดี๋ยวตนจะถามเอง ชายชาติเสนอให้เมษาออกจากงานนี้ดีกว่าไหม ตนไม่อยากให้เธออยู่ใกล้ผู้กองเทพเพราะกลัวจะโดนลูกหลงเมื่อเราต้องจัดการเทพ

    “ถ้าในสถานการณ์คับขันจริงๆ ฉันว่านายไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง” ชายชาติติงว่าเธอเป็นคนของหัวหน้า “อย่างที่ฉันบอกนาย ใครก็ไม่สำคัญเท่ากับความปลอดภัยของเรา แล้วคราวหน้านายรู้ว่าผู้กองเทพใส่เสื้อเกราะก็อย่ายิงที่ตัวมัน” ชายชาติชี้ที่หัวตัวเองแทนคำพูด ยืนยันว่าคราวหน้าเทพต้องตายแน่!

    ooooooo

    เมษายอมให้เทพนั่งรถมาด้วย แต่เขาหลับตลอดทาง พอมาถึงสวนสาธารณะที่เขาจอดรถไว้ก็บ่นว่ายังไม่ได้คุยกับเธอเลย เมษาเร่งว่าจะคุยอะไรก็ว่ามา

    เทพยืนยันอีกครั้งว่ามีคนพยายามฆ่าตน เมษาถามประชดว่าเขาจะบอกว่าเป็นฝีมือหัวหน้าตนใช่ไหม เทพบอกว่าใช่ เมษาโต้ว่าเขาไม่มีหลักฐาน ตนก็จับมือปืนไม่ได้และตนก็ไม่รู้ว่าเขาทำงานอะไรอยู่

    “เอาล่ะ ผมจะบอกความจริงคุณก็ได้ หน่วย ฉก.911 ได้รับภารกิจให้ทลายล้างขบวนการโจรกรรมพระพุทธรูปและผมเองกำลังล่อซื้อเพื่อจับเควินสมิธเพื่อขยายผล

    หาตัวผู้บงการที่เป็นคนไทย เควินสมิธนั้น หน้าฉากคือฝรั่งใจบุญ แต่หลังฉากมันคือมารร้ายทำลายศาสนาและวัฒนธรรมของเรา”

    เทพยังเล่าว่า หัวหน้าเธอเกี่ยวโยงกับเควินสมิธเขาจึงส่งเธอมาสอดแนมตน เทพเคลียร์ตัวเองกับเธอว่า ตนไม่ใช่วายร้ายอย่างที่หัวหน้าเธอใส่ความ ถามว่าจากที่เธอได้พูดคุยกับตน เธอว่าตนเป็นคนเลวหรือเปล่า เมษาบอกว่าก็ไม่ได้ดีมาก เทพอยากให้เธอเชื่อตน เขาพยายามจะเผยความในใจแต่เมษาก็ปิดกั้นทำไขสือ เทพเลยถามว่าจริงๆแล้วเธอรู้สึกอย่างไรกับตน

    เมษาตัดบทว่าเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วตนไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย แล้วแกล้งถอยรถจงใจชนปลายเท้าเขาจนเทพผงะถอยโวยวายว่าเธอถอยรถทับขาตน

    “ฉันก็แค่อยากจะบอกให้คุณรู้ว่าที่คุณคิดน่ะผิดหมด” พูดแล้วขับรถเฉียดเทพไปจนเขาโดดหลบแทบไม่ทัน

    “ร้ายจริงๆ ผู้หญิงคนนี้” เทพมองตามรถบ่นอุบอิบแล้วเดินไปที่รถตัวเอง

    ooooooo

    ระหว่างที่ปึกอยู่บ้านเทพนั้น เธอดูแลบ้านเรือนและอาหารการกินให้สองหนุ่มอย่างดี จนไมค์บอกว่านับแต่ปึกมาอยู่ด้วยทำให้ตนมีชีวิตชีวาจริงๆ

    เทพกลับมาก็นอนซม จนไมค์เอาข้าวต้มมาให้ที่ห้องทักว่าท่าทางอาการหนัก พูดอย่างหวาดเสียวว่าไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเขาไม่ใส่เสื้อเกราะจะเป็นยังไง เทพเชื่อว่ามันต้องเป็นฝีมือของคนที่ไม่ต้องการให้ตนเข้าใกล้สมิธ ไมค์เลยเล่าว่าปึกบอกว่าเคยเห็นคนเอาเศียรพระพุทธรูปมาที่บ้านเจ้านาย ไมค์ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้ไหมที่เจ้านายปึกอาจจะทำธุรกิจกับเควินสมิธ

    ไมค์อาสาจะสืบจากปึกให้อีก ส่วนเทพก็จะสืบจากเจ้านายของปึกดู

    เมษาถูกสถิตย์เรียกไปพบ ถามว่าเธอรู้จักกับผู้กองเทพหรือ เห็นว่านัดเจอกันบ่อยๆใช่ไหม เมษารับว่าใช่

    แต่เขาไม่ไว้ใจตน ไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับงานให้ฟังเลย สถิตย์ถามว่าเมื่อวานมีคนลอบยิงผู้กองเทพและเธอก็ตามมือปืนไปใช่ไหม เมษาเอะใจถามว่าผู้การรู้ด้วย

    “อ้าว...ก็คุณเรียกกำลังเสริมจากหน่วยเราไปช่วยนี่ คราวหลังถ้าคุณอยู่กับผู้กองเทพแล้วเกิดอะไรที่ไม่เกี่ยวกับเรา ผมว่าคุณอย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลย เกิดถูกยิงขึ้นมามันจะไม่คุ้ม ที่ผมพูดนี่เพราะไม่อยากให้คุณพ่อคุณต้องเป็นห่วง อย่างน้อยท่านก็ฝากฝังให้คุณมาทำงานกับผม” เมษาขอบคุณแล้วขอตัว ผู้การเรียกไว้ถามอีก “คุณกับผู้กองเทพไม่มีอะไรกันใช่ไหม หมายถึงสนิทกันหรือชอบกัน”

    “ไม่มีค่ะ”

    พอเมษาออกมาเธอก็โทร.ถึงชายชาติถามว่าอยู่ไหน เขาบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยสบายเลยลาพักอยู่ที่บ้าน เธอบอกว่ามีเรื่องอยากคุย ชายชาติขอเป็นพรุ่งนี้ เมษารับปาก แต่อึดใจต่อมาเธอก็ไปหาเขาที่ห้องพัก ชายชาติตั้งรับเกือบไม่ทันรีบคว้าเสื้อมาใส่

    เมษาถามว่าเขาเคยบอกว่าผู้กองเทพเป็นคนไม่ดีใช่ไหม เขาบอกว่าเจ้าชู้ เธอเล่าว่าหัวหน้าบอกว่าผู้กองเทพอยู่ในขบวนการลักลอบค้าพระพุทธรูปผิดกฎหมาย ชายชาติบอกว่าตนก็ได้ยินมาเหมือนกัน ซ้ำยังเป็นพวกคอร์รัปชันรับใต้โต๊ะด้วย เมษาถามว่าแล้วผู้การหัวหน้าตนล่ะเป็นคนยังไง

    “ผู้การเป็นคนดี” ชายชาติรับรองย้อนถามว่าเธอถามทำไม เธอคิดว่าผู้การเป็นอย่างไร เมษาบอกว่าเมื่อเขาบอกว่าเป็นคนดีตนก็เชื่อ แล้วขอตัวกลับ เอามือตบแขนเขาตรงที่ถูกยิง ชายชาติถึงกับสะดุ้ง พอถามว่าเป็นอะไร เขาบอกว่าโดนตะปูเกี่ยว

    “แต่พี่ร้องอย่างกับถูกยิง” เมษาแซวขำๆ แล้วลากลับเตือนว่า “อย่าลืมล้างแผลล่ะเดี๋ยวเป็นบาดทะยัก”

    ก่อนไปเมษานัดวันสองวันกินข้าวกันนะ พอเธอเดินออกไป ชายชาติปิดประตูแล้วแอบมองทางตาแมว คิดเข้าข้างตัวเองว่า “หวังว่าคงไม่สงสัยนะ”

    ส่วนเมษา พอออกไปก็คิดปลอบใจตัวเองว่า “หวังว่า ไอ้มือปืนเมื่อวานคงไม่ใช่พี่ชายนะ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์