ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวยร้ายสายลับ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

เพื่อจับเท็จสวยเสมอ เทพทำเป็นรู้สึกผิดที่ห้ามไมค์คบกับสวยเสมอ วันนี้เขาบอกไมค์ให้โทร.ไปนัดสวยเสมอทานข้าวกัน ตนอยากเลี้ยงขอโทษเธอ

ไมค์ดีใจรีบโทร.นัดพบกันที่ร้านอาหารเกาหลีที่สยามซอย 3 ไมค์นัดเสร็จเทพบอกให้เขาไปเล็มผมหน่อยเพราะดูยาวเกินไป ไมค์แปลกใจที่เทพทำดีกับตนมาก แต่ก็เชื่อที่เทพบอกว่าเขาสำนึกผิด พอไมค์จะออกไป เทพเรียกไว้บอกว่าตนเปลี่ยนใจไม่ไปกินข้าวด้วยดีกว่าเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอ

“นั่นล่ะถูกต้องแล้ว ฉันดีใจนะที่นายคิดได้ผู้กอง”

พอไมค์ออกไปเทพก็โทร.ถึงเมษาบอกว่าไมค์ให้ตนโทร.มาบอกว่าขอเปลี่ยนร้านทานข้าวกันเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ทองหล่อซอย 13 เมษาถามว่าทำไมไมค์ไม่โทร.มาเอง เทพอ้างว่าไมค์คุยกับลูกค้าอยู่เลยให้ตนโทร.แทน

พอวางสายจากเมษา เทพบอกตัวเองอย่างหมายมาดว่า “เดี๋ยวก็รู้ว่าเธอเป็นใคร”

เมื่อถึงเวลานัด เมษาไปถึงเห็นเทพนั่งรออยู่ในห้องอาหารส่วนตัวแล้ว เธอถามว่าไมค์ล่ะ เทพบอกว่าติดธุระอยู่เดี๋ยวตามมา พอเมษานั่งลง เทพก็จ้องหน้าจนเธอถามว่า “จ้องหน้าฉันทำไม”

“ผมแค่อยากถามคุณตรงๆ คุณเข้ามาตีสนิทกับคุณไมค์คุณต้องการอะไร” เมษาทำไขสือถามว่าพูดเรื่องอะไร “ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ชอบคุณไมค์ คุณมีแผนอะไร” เมษาตัดบทว่าไม่จำเป็นที่ตนต้องบอกเขา พอเทพบอกว่าเธอไม่ได้ชื่อสวยเสมอ เมษาก็รู้ตัวว่าถูกเทพรุกฆาต เลยลุกขึ้นบอกว่าไม่อยากคุยด้วยแล้ว

เทพวางแผนมาอย่างดีแล้ว พอเมษาลุกขึ้นเดินออกไปก็ถูกลูกน้องสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องสกัดไว้ ไม่ให้ไปไหน

“คุณตอบผมมาตรงๆดีกว่า คุณเข้ามาหาคุณไมค์ คุณต้องการอะไร”

เมษาไม่ยอมจำนนเปิดฉากต่อสู้กับเทพทันที ต่างก็ได้รับการฝึกปรือมาอย่างดีจึงต่อสู้กันด้วยชั้นเชิงที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จังหวะที่เมษาเสียหลัก เธอถูกเทพจับใส่กุญแจมือ สั่งให้บอกมาว่าเธอเป็นใครถ้าไม่บอกจะหักคอเธอเดี๋ยวนี้ เทพทำจริงจนเมษาเจ็บ เธอจึงยอมบอกว่า “ฉันเป็นตำรวจ...ร้อยตำรวจเอกเมษา” แล้วชักปืนจ่อเทพทันที

“ผมร้อยตำรวจเอกเทพ นราดุล หน่วย ฉก.911” เทพเผยตัว

เมื่อต่างรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นตำรวจเหมือนกัน เทพถามว่าทำไมหน่วยวิหคเวหาต้องส่งเธอมาสอดแนมตน เมษาบอกว่าตนก็ไม่รู้เพียงแต่ทำตามคำสั่งของหัวหน้าเท่านั้น เทพจ้องหน้าถามว่าหัวหน้าเธอมีแผนอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงอยากรู้การเคลื่อนไหวของหน่วยงานตน หรือเขาต้องการผลงานเพื่อตัดหน้า

ถามอะไรเมษาก็ไม่รู้ เทพจึงเปลี่ยนเป็นถามว่าแล้วชายชาติแฟนเธอล่ะรู้ไหมว่าเธอเป็นตำรวจ เมษาบอกว่านั่นไม่ใช่แฟนตน ซักไซ้กันไปมา เทพจึงรู้ว่า ชายชาติรู้ว่าเมษาเป็นตำรวจแต่ทำไมเขาไม่บอกตน เมษาบอกว่าชายชาติก็ไม่บอกตนเหมือนกันว่าเทพเป็นตำรวจ เทพวิเคราะห์ว่า “แสดงว่าชายชาติไม่อยากให้เราสองคนรู้จักกัน”

การคุยกันยังไม่ทันได้ข้อสรุปอะไร เมษาก็ขอตัวกลับ

ooooooo

เทพกลับถึงบ้านเจอไมค์กำลังระดมกดโทร.ถึงเมษา เทพทำไก๋ถามว่าไม่ไปกินข้าวกับสวยเสมอหรือไมค์บอกว่าตนไปรอตั้งสามชั่วโมงเธอก็ไม่มา โทร.หาก็ปิดเครื่อง

ไมค์ถามเทพว่าไปไหนมา เขาบอกว่าไปกินข้าวกับแฟน ไมค์ถามว่ามีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นบอกกัน เทพบอกเพิ่งเจอกัน ไมค์ถามว่าสวยไหม เทพบอกว่าคล้ายๆ สวยเสมอของเขานั่นแหละ ไมค์ระแวงปรามว่าอย่ามาตีท้ายครัวตนก็แล้วกัน แล้วระดมโทร.หาเมษาอีก โทร.ไปบ่นไป “เอ...ทำไมไม่เปิดเครื่องนะ”

ที่แท้เมษากำลังนอนแช่น้ำในอ่างที่มีฟองสบู่ฟูฟ่อง เธอคิดไม่ตกว่าทำไมหัวหน้าไม่บอกตนว่าผู้กองเทพเป็นตำรวจ ตัวแช่อยู่ในอ่าง ใจคิดถึงเรื่องราวของเทพ และในความนึกคิดก็เห็นแต่ใบหน้าของผู้กองหนุ่ม จนหงุดหงิดตัวเองว่า “ทำไมเราเห็นแต่หน้าผู้ชายคนนี้

จ้องหน้าเรา ไม่น่าไปมองหน้าอีตานี่เลย ภาพเลยติดตา”

เมษาบ่นตัวเอง แล้วค่อยๆเลื่อนตัวหายไปใต้ฟองสบู่ในอ่าง...

เทพก็อยู่ในอารมณ์เดียวกัน เขาอาบน้ำไปก็คิดถามตัวเองว่าทำไมชายชาติไม่บอกว่าผู้กองเมษาเป็นตำรวจ พอดีไมค์มาเคาะประตูบอกว่าจะออกไปกินข้าวต้มปากซอย ไมค์ได้ยินมือถือเทพดัง คิดว่าแฟนเทพโทร.มาเลยรับอำเป็นเทพ

เป็นสายจากปึกที่เพิ่งมีโทรศัพท์ใช้เลยโทร.มาบอกเทพ ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ คนหนึ่งอยู่ร้อยเอ็ดอีกคนอยู่กาฬสินธุ์ เลยเว่าลาวกันสนุกสนาน

พอวางสายเทพออกมาพอดีถามว่ายังไม่ไปอีกหรือ ไมค์ต่อว่าเทพที่มีแฟนอีสานก็ไม่บอกกันเลย เทพถามว่าใคร ไมค์ทำเป็นอำไม่บอกเดินยิ้มกริ่มออกไป เทพมองบ่นงงๆ “ไอ้นี่...ดูบ๊องๆ”

ooooooo

ผู้กองเทพรายงานสภาพที่รับรู้จากเมษาให้

ผู้การเสวีฟังสงสัยว่าทำไมวิหคเวหาจึงส่งผู้กองเมษามาสอดแนมเรา ผู้การขอให้เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราสองคน

ชายชาติเข้ามาเตือนผู้การว่าบ่ายนี้มีประชุมที่ กอ.รมน. แต่ที่แท้ต้องการมาดูการเคลื่อนไหวของเทพ ทักเทพว่าหน้าเครียดๆ มีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้แล้วออกไป

“คุณเองก็ลองสืบเรื่องที่เราคุยกันดู ระวังอย่าให้หน่วยวิหคเวหาไหวตัวล่ะ เพราะถ้าเรื่องนี้เป็นจริงอย่างที่คุณสงสัยงานนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ” ผู้การย้ำเตือน

“ครับ ผมรู้ว่าเป็นเรื่องยากและอันตราย เพราะตำรวจที่อยู่เบื้องหลัง คงไม่ยอมให้เราจับง่ายๆ” ให้คำมั่นกับผู้การว่า “ผมจะเปิดโปงขบวนการนี้ให้ได้” ผู้การกับผู้กองจับมือเป็นสัญญาต่อกัน

เมษาก็ครุ่นคิดสงสัยว่า “ทำไมหัวหน้าถึงให้เราไปสอดแนมผู้กองเทพ ในเมื่อเขาก็เป็นตำวจ หรือหัวหน้าอาจจะไม่รู้...ไม่น่าเป็นไปได้” คิดอย่างไรก็หาคำตอบไม่ได้ เมษาบอกกับตัวเองว่า “เราต้องถามให้รู้เรื่อง ขืนเก็บไว้จะทำงานไม่ได้”

เมื่อเมษาเข้าไปถาม ผู้การสถิตย์บอกว่าตนรู้ว่าเทพเป็นตำรวจ แต่ที่ส่งเมษาไปสืบเพราะ...

“สายของเรารายงานมาว่า ผู้กองเทพพัวพันกับขบวนการลักลอบค้าวัตถุโบราณ” แต่ก็พูดออกตัวว่าเท็จจริงอย่างไรตนไม่รู้จึงต้องส่งเธอไปสอดแนม ย้อนถามว่าแล้วผู้กองเทพรู้ไหมว่าเธอเป็นตำรวจ พอเมษาบอกว่ารู้ ก็เตือนว่า “งั้นตอนนี้ก็คงลำบากแล้ว เพราะเขาต้องระวังตัวไม่ให้คุณเข้าใกล้เขาแน่”

เมษาบอกไม่ต้องห่วงตนมีทางที่จะเข้าถึงตัว

ผู้กองเทพได้ ตนจะใช้แผน “สวยร้ายสายลับ” แล้วขอตัวกลับ

พอเมษาออกไป ผู้การก็โทร.คุยกับชายชาติ บอกว่าผู้กองเทพรู้แล้วว่าเราส่งคนไปสอดแนมแล้ว หน้าที่ของเขาคือต้องเก็บผู้กองเทพ เพราะขืนปล่อยไว้ทั้งเขาและตนพังแน่ๆ พูดวัดใจว่าถ้าเขาไม่กล้าตนจะให้คนอื่นทำภารกิจนี้แทน

“อ๋อ...ไม่ครับ ผมทำได้”

“มันต้องอย่างนี้สิ ถึงจะอยู่กับผมได้ จัดการให้เร็วที่สุด อย่าให้เหลือหลักฐาน”

“รับรองครับ ผมจะไม่ให้เหลือซาก” ชายชาติยิ้มเหี้ยมนึกบอกเทพว่า “ขอโทษด้วยนะเพื่อน มันจำเป็นจริงๆ”

ooooooo

ผู้กองเทพเดินออกมาชนเข้ากับผู้กองเมษาต่างขอโทษกันเพราะไม่ทันได้มอง เทพถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่หรือ เธอบอกว่าอยากมาชวนเขาไปกินข้าวกลางวันและมีเรื่องจะคุยด้วย เทพตกลง แล้วเดินลงบันไดไปด้วยกัน

เข้าไปนั่งในร้านอาหารแล้วเทพมองเมษาอย่างสำรวจชมว่า “วันนี้คุณสวยกว่าทุกครั้งที่ผมเจอนะ” เมษาตัดบทว่าถ้าคิดจะจีบตนก็อย่าเสียเวลาเลยเพราะตนไม่ชอบผู้ชายอย่างเขา เทพเลยถามว่าเธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับตน

เมษาบอกว่า ตนกลับไปคิดเรื่องที่หัวหน้าให้ตนสืบเขาแล้วสงสัยว่าหัวหน้าอาจเล่นไม่ซื่อ คงต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่ ถึงให้ตนมาสอดแนมเขา ถามว่าภารกิจของเขาตอนนี้คืออะไรหรือ เทพบอกว่าเรื่องนี้ตนบอกไม่ได้ เธอถามว่าไม่ไว้ใจใช่ไหม ต้องทำอย่างไรเขาถึงจะไว้ใจตน

“ถ้าคุณยอมเป็นแฟนผม ผมอาจจะเล่าให้คุณ

ฟังได้” เมษาพูดห้าวๆว่ามากไปนะ เทพเลยเปลี่ยนเป็นชวนคุยเรื่องอาหารร้านนี้ว่าสปาเกตตีที่เธอสั่งอร่อยมาก

ทั้งสองต่างมีชั้นเชิงของตัวเอง เทพอ่อยจีบเมษา แต่เธอไร้อารมณ์ซ้ำยังมองว่าเขากะล่อนมากกว่า เทพท้าว่าถ้าไม่เชื่อให้ไปถามชายชาติดูว่าตนเคยมีแฟนไหมตั้งแต่เรียนจบนายร้อยมา

“ทำไมฉันต้องถามด้วย”

“ก็คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือว่าผมทำภารกิจอะไร” เทพจ้องมองเธออย่างเจ้าชู้ แม้จะทำเป็นแข็งกร้าวแต่เมษาก็อดประหม่าไม่ได้ แก้เกี้ยวด้วยการคว้ากระเป๋าลุกขึ้นบอกว่า

“ถึงวันนี้ฉันจะไม่รู้ แต่สักวันฉันต้องรู้ให้ได้ หวังว่าคุณจะมีเงินจ่ายค่าอาหารนะ”

“อ้าว...เดี๋ยวสิคุณ” เทพพยายามจะรั้งไว้อีก แต่เมษาโบกมือให้โดยไม่หันมอง ผู้กองหนุ่มมองยิ้มตาเยิ้ม “นอกจากจะสวยแล้วยังร้ายจริงๆ ผู้กองเมษา”

ส่วนเมษาพอเดินออกมาแล้วก็บ่นหงุดหงิด “ตาบ้านี่ ท่าทางไม่โง่เหมือนนายไมค์”

ooooooo

ด้วยความสำนึกในบุญคุณของผู้ที่ช่วยตนไว้ในวันนั้น วันนี้ปึกซื้อส้มตำไก่ย่างมาที่บ้านเทพเจอไมค์อยู่คนเดียว พอออกมาเปิดประตู ปึกทักอย่างสนิทสนม

“สวัสดีค่ะ คุณพี่คือคนที่ช่วยหนูปึกวันนั้นแม่นบ่คะ” ไมค์ทำเสียงหวานว่าใช่จ้ะ “หนูปึกยังบ่ได้ขอบคุณพี่เลย ขอบคุณหลายๆเด้อค่ะ”

ไมค์รู้สึกสนิทสนมมากเมื่อได้ยินปึกเว้าอีสานถามว่าสำเนียงแบบนี้เป็นคนบ้านไหน ปึกบอกว่าร้อยเอ็ด ไมค์สนิทขึ้นทันทีเชิญชวนราวกับรู้จักกันนานปีว่า “ใกล้กันน้อ...อ้ายอยู่กาฬสินธุ์ มา เข้าบ้านก่อน เข้ามาก่อน”

ปึกถามถึงผู้กองเทพ บอกว่าตนซื้อส้มตำไก่ย่างมาฝาก อยากขอบคุณที่ช่วยเหลือตนวันนั้น แต่พอรู้ว่าผู้กองเทพไม่อยู่ ปึกบ่นเสียดาย จะเก็บไว้กินตอนเย็นก็บ่แซ่บ บอกว่าวันนี้เอามาฝากอ้ายก่อน วันหน้าค่อยเอามาฝากผู้กองใหม่

ไมค์กับปึกช่วยกันเอาจานมาแกะส้มตำไก่ย่างใส่จาน กินกันไปคุยกันไป ยิ่งคุยกันด้วยภาษาอีสานก็ทั้งแซ่บทั้งสนุก คุยลึกจนถึงเรื่องหัวใจ ไมค์บอกว่าตนเป็นโสดเพราะอยู่คนเดียวยังเอาตัวแทบไม่รอดอยู่แล้ว ส่วนปึกก็เล่าอย่างเปิดเผยว่า

“ที่ข้อยมากรุงเทพฯก็ตั้งใจจะหาผัวฝรั่งนี่ล่ะ”

“อ้ายสิเตือนเจ้าเด้อ ฝรั่งมันบ่ได้ดีเหมือนที่เจ้าคิดดอก ดูอย่างปู่อ้าย พอสงครามเวียดนามจบก็กลับไปอเมริกา บ่เคยส่งเงินมาให้ย่าอ้ายสักดอลลาร์” ปึกติงว่าฝรั่งดีๆก็มี แถวหมู่บ้านตนสาวๆที่ได้ผัวฝรั่ง ผัวเขาก็เอาเงินมาปลูกบ้านให้ตั้งหลายล้าน “แต่อ้ายว่าเอ็งหาช่องทางเฮ็ดงานให้ได้เงินดีกว่า อย่าไปคิดฮอดเรื่องผัวฝรั่งเลย เฮามีมือมีตีน ใช้สองมือสองตีนออกไปทำกิน อย่าให้คนเขาดูถูกว่าเจ้าต้องเอาความสาวไปแลกกับเงิน”

คำแนะนำที่หวังดีอย่างจริงใจของไมค์ทำให้ปึกซึ้งใจ ขอกอดไมค์ พอกอดไมค์ปึกก็ร้องไห้บอกว่าคิดถึงพ่อแม่ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ไมค์ปลอบใจว่า
“เอาน่ะ อดทนไว้ ถ้างวดนี้อ้ายถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง อ้ายสิให้เงินเจ้าไปไถ่นาเอาบ่” ทำให้ปึกยิ่งซึ้งใจร้องไห้ฮือๆ “อย่าร้องไห้ ชีวิตมันก็เป็นจังซี่ ท่องไว้ เฮาสิบ่จนไปตลอดชีวิต สักวันโอกาสต้องเป็นของเฮา”

ทั้งสองกินส้มตำไก่ย่างแล้วก็ช่วยกันเก็บจานล้างจาน เช็ดถูปัดกวาดในครัวจนสะอาดเรียบร้อย เมื่อปึกลากลับ ปึกโผกอดไมค์ ไมค์ตบไหล่เบาๆบอกให้สู้ๆ

ส่งปึกแล้วไมค์หาวหวอด เดินง่วงๆเข้าไปนอนพักในบ้าน

ooooooo

ระหว่างเทพขับรถกลับบ้านนั้น ชายชาติโทร.ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน จะชวนไปกินเหล้า เทพบอกว่ากำลังจะถึงบ้านแล้วไว้วันหลังก็แล้วกัน

วางสายจากเทพแล้ว ชายชาติโทร.ถึงวัยรุ่นที่แต่งเป็นเด็กส่งพิซซ่าบอกว่า “ไปส่งที่บ้านได้เลย” ปิดเครื่องแล้วชายชาติพึมพำ “ขอโทษด้วยว่ะเพื่อน”

วัยรุ่นในชุดเด็กส่งพิซซ่าถือกล่องพิซซ่าเข้าไปในบ้านวางไว้ข้างๆไมค์ที่นอนหลับอยู่ แล้วรีบออกไป ไม่นานเทพก็กลับมาถึงบ้านเดินผ่านไมค์ไปห้องน้ำ ไมค์ตื่นขึ้นมาเห็นกล่องพิซซ่า ลุกพรวดบอกว่าผู้กองรู้ใจจริงๆ กำลังหิวเลย

“เฮ้ย...เดี๋ยวก่อน” เทพร้องห้าม ตะโกนว่าอย่าหยิบ อย่าแตะกล่องพิซซ่า เพราะตนไม่ได้ซื้อมา ไมค์บอกว่าตนก็ไม่ได้สั่งแล้วพิซซ่ามาอยู่ในบ้านได้ยังไง “ฉันไม่แน่ใจว่ามันเป็นระเบิดรึเปล่า” เทพก้มฟังได้ยินเสียงติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...ในกล่อง เขากระชากไมค์ออกตะโกน “หนีเร็ว!”

ทั้งสองวิ่งออกไปไม่นานก็เกิดระเบิดตูม!! ไมค์ถามเสียงสั่นว่าใครเอาระเบิดมาไว้ที่บ้านเรา

“ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ มีคนพยายามจะฆ่าเรา” แล้วเทพก็โทร.แจ้งตำรวจให้ส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาด่วน

เหตุการณ์นี้ทำให้ไมค์ถอดใจขอลาไม่ทำงานนี้อีกต่อไป แม้เทพจะบอกว่าถึงไมค์ออกจากงานไปตอนนี้พวกนั้นก็ใช่ว่าจะปล่อยเขาไว้ เมื่อไมค์ยืนยันจะออก เทพได้แต่เตือนว่า “ฟังให้ดีนะไอ้ไมค์ พวกมันไม่ปล่อยแกไว้แน่” พลางดึงแขนไมค์ไว้ ไมค์สะบัดหลุดต่อยปลายคางเทพพูดใส่หน้า “พอกันที” แล้วทิ้งเทพไปเลย

ชายชาติไปรายงานและขอโทษผู้การสถิตย์ที่บ้านพักทันทีว่า ไม่คิดว่าเทพจะรอดไปได้ ขอโอกาสอีกครั้ง คราวนี้จะไม่ให้เทพรอดไปได้เป็นครั้งที่สอง ผู้การบอกว่าครั้งนี้คงไม่ง่ายแล้วเพราะเทพรู้ตัวแล้วว่ามีคนตามเก็บเขาต้องระวังตัวมากขึ้น

“แต่ถึงยังไงผมก็จะต้องฆ่าผู้กองเทพให้ได้ครับ”

“อย่าช้าแล้วกัน เพราะถ้าขืนปล่อยไว้ ผู้กองเทพจะทำให้เราเดือดร้อน”

“ครับ ผมจะรีบลงมือ”

ooooooo

ที่บ้านวัฒนา โตเอากล่องใส่พระพุทธรูปตามออเดอร์มาให้ วัฒนาพอใจมากชมว่า

“เยี่ยม คุณนี่ร้ายจริงๆ ออเดอร์ไปไม่ถึงเดือนก็ได้ของมาเลย” โตบอกว่าออเดอร์ด่วนตนก็รีบเต็มที่ แต่ครั้งนี้ต้องขอพิเศษหน่อย วัฒนาไม่ทันพูดอะไร

ประไพพรรณก็ชิงต่อว่าขึ้นก่อนว่าคำก็พิเศษสองคำก็พิเศษที่นี่จ่ายเงินสดนะ

“ผมทราบดีครับ แต่พี่พรรณอย่าลืมนะครับ ระยะหลังตำรวจตอมพวกผมอย่างกับยุง”

“ไม่ต้องคุยกันมาก ครั้งนี้ผมเพิ่มให้ห้าแสน” วัฒนาตัดบทแล้วส่งเช็คให้ โตขอบคุณ วัฒนาถามว่า “แล้วที่ให้ตามเรื่องเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงว่าไง” โตบอกว่าตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอยู่กับใคร

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทุกคนมองหน้ากัน

ประไพพรรณสงสัยว่าปึกคงเอาของว่างมาให้ แต่พอเปิด ประตูกลายเป็นเมษา ประไพพรรณตกใจ วัฒนาบอกโตให้รีบเก็บของก่อน

เมษาสวัสดีแม่แล้วจะผลักประตูเข้าไป ประไพพรรณดันประตูไว้บอกว่าพ่อมีแขก เมษาบอกว่างั้นตนไปรอที่ห้องนั่งเล่นก็แล้วกัน ประไพพรรณเดินกลับมาพูดอย่างไม่หายตกใจว่าเกือบไปแล้ว อยู่ๆเมษาก็กลับมา

“แต่ผมว่าถึงคุณหนูจะรู้ แกก็ไม่กล้าจับพี่วัฒกับพี่พรรณหรอกครับ”

ประไพพรรณบอกให้โตกลับไปก่อนดีกว่า ให้เดินเลี่ยงๆไปหน่อยก็แล้วกันเพราะเมษาอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

เมษาไม่ได้อยู่ที่ห้องนั่งเล่นแต่กำลังเอาของจากท้ายรถให้ปึกเอาไปเก็บ เธอเห็นโตเดินเลี่ยงๆมา พอเห็นเมษาโตก็ตกใจไม่คิดว่าจะเจอ

“ทำไมเรามาบ้านทีไร เจอเพื่อนพ่อคนนี้ทุกที” เมษานึกสงสัยแล้วเดินเข้าบ้านไป เจอแม่กับพ่อเธอถามว่าเพื่อนพ่อคนนี้ครั้งที่แล้วมาก็เจอ เขามายืมสตางค์อีกหรือ วัฒนาบอกว่าเปล่า เขาเอาสตางค์มาคืนต่างหาก “แต่แปลกนะคะ เมื่อกี้เขาทำหน้าเหมือนตกใจ”

วัฒนาพูดขำๆว่าเขาเป็นคนขวัญอ่อน ส่วนประไพพรรณรีบชวนไปทานของว่างกันดีกว่า ตนทำไว้ เยอะเลย แล้วเดินนำเข้าไป แต่แอบสบตาวัฒนาอย่างกังวลไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

ขณะปึกกวาดใบไม้ที่สนาม เมษาถือแก้วน้ำหวานเดินไปคุยด้วย ถามว่าอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ปึกบอกว่าก็ดีแต่ตนอยากหางานที่ได้เงินมากกว่านี้

เมษาถามว่าปึกเรียนจบชั้นไหน พอรู้ว่าจบมอสาม เมษาบอกว่าก็คงหางานได้ยากหน่อย ปึกบอกว่าตอนแรกที่มาตั้งใจจะมาหาผัวฝรั่ง เพราะใครๆบอกว่าฝรั่งรวย

ตนอยากได้เงินไปไถ่ที่นาของพ่อกับแม่ เมษาถามว่าปึกจะทนอยู่กับคนที่ไม่รักได้หรือ

“ทำยังไงได้ล่ะคะ ไม่งั้นที่นาของหนูปึกก็จะถูกยึด”

เมษาชมว่าปึกเป็นคนกตัญญูเชื่อว่าวันหนึ่งเธอจะต้องได้ดี ปึกเลยถามเมษาบ้างว่าไม่เคยเห็นพาแฟนมาด้วยเลย เมษาบอกว่าตนยังไม่มี ยังไม่เจอใครที่ ชอบเลย

ปึกอาสาจะหาให้บอกว่าไม่ใช่ฝรั่งแต่เป็นตำรวจหล่อ สูงใหญ่ หน้าตาคมเข้มอย่างกับพระเอกทีเดียว เมษาถามขำๆว่าเขาเป็นใครล่ะ ก็พอดีประไพพรรณเดินมาถามว่าคุยอะไรกัน พอรู้ว่าปึกจะแนะนำผู้ชายให้เมษา เลยด่าว่าอย่าสาระแน เมษามีแฟนแล้ว ขู่ว่าเดี๋ยวแฟนเขาได้ยินระวังจะถูกจับเข้าตะราง

“คุณแม่พูดถึงใครคะ” เมษาเห็นแม่พูดจริงจังเลยสงสัย ประไพพรรณชี้ชายชาติที่กำลังเดินมาว่านั่นไง ผู้กองชายชาติมาหา ชายชาติพูดแก้เกี้ยวว่าพอดีผ่านเลยซื้อของมาฝากคุณแม่

พอเห็นชายชาติมา เมษาก็บอกแม่ว่าเดี๋ยวจะกลับเพราะหัวหน้าโทร.เรียกด่วน วานชายชาติทานข้าวเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ด้วยก็แล้วกัน ปึกสังเกตอยู่คิดเองว่าเมษาไม่ชอบผู้กองชาย เลยคิดจะแนะนำผู้กองเทพให้แทน

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันในห้องรับแขก ทั้งสามคุยอย่างเห็นพ้องกันว่าอยากให้เมษาลาออกจากตำรวจเสียที ประไพพรรณถามชายชาติว่าคุยเรื่องแต่งงานกับเมษาหรือยัง เขาบอกว่าคุยแล้วแต่พูดทีไรเธอก็โกรธทุกที บางทีไม่พูดด้วยไปตั้งหลายวัน แล้วชายชาติก็เปลี่ยนเรื่องเอามือถือมาเปิดรูปเศียรพระให้ดูบอกว่าวันก่อนมีคนส่งมาให้ดู เผื่อวัฒนาจะสนใจ

ooooooo

ไมค์กลับไปที่คาเฟ่วางมาดลูกพี่เก่า เจอฟูกับเหยิน กำลังเล่นตลกอยู่บนเวทีก็พูดกับสองสาวที่มาทักทายว่าไม่เห็นขำเลย เดี๋ยวดูลีลาตนแล้วพวกเธอจะหัวเราะจนขาดใจ บอกสองสาวให้เรียกฟูกับเหยินมาพบหน่อย

พอสองสาวไปบอกฟูกับเหยินที่กำลังลงจากเวที ทั้งสองมองมาที่ไมค์แล้วทำหน้าเอือมๆ พอมานั่งที่โต๊ะ ไมค์ก็วางตัวเป็นลูกพี่สอนทั้งสองว่าต้องเล่นอย่างนั้นรอจังหวะปล่อยมุกอย่างนี้ เหยินกับฟูแย้งว่าเล่นแบบพี่ไม่ทันกินแล้วกว่าจะขำก็เที่ยงคืนพอดี

“เฮ้ย...มึงพูดจาให้ดีหน่อยนะไอ้เหยิน กูรุ่นไหนมึงรุ่นไหน”

ทั้งฟูและเหยินต่างไม่เห็นด้วยกับไมค์ พอข่มทั้งสองไม่ได้ก็ลำเลิกว่า ถ้าไม่ใช่ตนสองคนจะมีกินได้ยืนอยู่ตรงนี้หรือเหยินโต้ว่า “แต่ถ้าไม่มีพวกเราพี่เลิศก็ไม่ได้มายืนตรงนี้เหมือนกันนะ”

“มึงนี่ปากดี เดี๋ยวปั๊ด” ไมค์ทำท่าจะชก ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงเสี่ยซ้งเจ้าของคาเฟ่ก้าวเข้ามาพูดเสียงดังว่า

“ถูกของไอ้เหยินมันนะไอ้บุญเลิศ”

ไมค์หันไปสวัสดีเสี่ยบอกว่าตนจะกลับมาทำให้ร้านเสี่ยดังอีกครั้ง เพราะตนดูพวกนี้เล่นแล้วไม่ไหว เสี่ยแย้งว่าพวกนี้เล่นได้ตลกกว่าและแขกก็ชอบด้วย ไมค์ถามว่าเสี่ยพูดเล่นใช่ไหม

“อั๊วไม่ได้พูดเล่น อั๊วพูดจริง แล้วอั๊วจะบอกให้ลื้อรู้นะ วันนี้ที่ลื้อกินลื้อต้องจ่ายเงินนะ ถ้าติดอีกอั๊วเอาตำรวจมาลากลื้อเข้าคุกแน่ ไอ้ฟูไอ้เหยินรีบไปกินอาหารเดี๋ยวจะได้ขึ้นอีกรอบ”

ไมค์เสียหน้า โมโหมาก ด่าว่าเสี่ยเนรคุณตนเป็นคนทำให้เสี่ยร่ำรวย แขกมาเที่ยวเพราะอยากดูตนไม่ใช่ดูพวกนี้ เสี่ยโดนด่าก็ของขึ้น แต่ยังไว้หน้าบอกไมค์ให้ออกจากร้านไปเลย

“กูไม่ไป กูมีสิทธิ์จะอยู่ที่นี่เพราะกูเป็นผู้มีพระคุณกับมึง กูทำเงินให้มึงเยอะแยะ นี่หรือคือสิ่งที่มึงตอบแทนกู” ไมค์โต้ แต่พูดไม่ทันจบดีก็ถูกยามเอากระบองฟาดหัว ไมค์หันมองก็ฟาดหน้าแล้วยังถูกอีกสามคนมารุมตีจนไมค์สลบ

“ลากมันออกไป” เสี่ยสั่ง พวกยามลากไมค์ออกไป ทิ้งที่กองขยะ พอไมค์รู้สึกตัวก็ลุกไปเกาะรั้วคาเฟ่พูดอย่างยโส

“นึกหรือว่าคนอย่างกูจะง้อพวกมึง”

ooooooo

เช้านี้ เทพเปิดประตูออกมาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นไมค์นอนหน้าเกรอะกรังไปด้วยเลือดอยู่บนกระโปรงรถ เข้าไปปลุกถามว่าไปฟัดกับหมามารึไง หน้าตาถึงเละเทะอย่างนี้

“เรื่องมันยาว” ไมค์ตอบอย่างไว้เชิงตามเคย เทพถามว่าจะกลับมาเอาเสื้อผ้าใช่ไหม ตนเก็บใส่กระเป๋าไว้ให้แล้วอยู่ในบ้าน พลางจะเข้าไปเอามาให้ “เดี๋ยวผู้กอง คืออย่างนี้ ฉันมาคิดๆดูแล้ว ฉันว่าถ้าฉันไปจากผู้กองแล้วปล่อยให้ผู้กองทำงานคนเดียว งานนี้คงไม่สำเร็จคนอย่างฉันเป็นลูกผู้ชายพอ เมื่อรับปากทำงานให้ใครแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ”

“แต่ฉันว่านายไม่มีที่ไปมากกว่าถึงกลับมาหาฉัน” เทพรู้แกว

“นี่...ผู้กอง... พูดมาเลย พูดมาคำเดียว ไอ้ไมค์คนนี้จะไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีกต่อไป”

เทพตัดบทบอกให้ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาตนจะไปรออยู่ข้างนอก

“ฮี่โธ่...ในที่สุดผู้กองก็ขาดฉันไม่ได้” ไมค์หัวเราะอย่างเป็นต่อแล้วเดินเข้าบ้านไป เทพมองตามพึมพำอย่างสมเพช...

“ในที่สุด มันก็ไปไหนไม่รอด”

ooooooo

เมื่อไปนั่งกินกาแฟแฮมไข่ดาวที่ร้านกาแฟไมค์ถามว่ารู้หรือยังว่าใครเป็นคนมาวางระเบิดเรา เทพบอก ว่ายัง ไมค์ถามอีกว่าแล้วเขาสงสัยใคร

“มันคงเป็นใครสักคนที่ไม่อยากให้ฉันสืบเรื่องเควินสมิธ”

คาดเดากันไปหลายแง่มุม ไมค์ถามว่าหรือจะเป็นหัวหน้าของเทพเอง เทพถามว่าถ้าใช่ หัวหน้าจะสั่งให้ตนตามเควินทำไม จนมาฉุกคิดว่าหรือจะเป็นตำรวจคนอื่น ไมค์ถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตำรวจคนไหน เทพโพล่งไปว่า

“สวยเสมอ”

แต่พอไมค์ถามว่าสวยเสมอเกี่ยวอะไรด้วย เทพไม่บอกเร่งให้รีบกินแล้วจะได้รีบไปทำงาน

แล้วเทพก็พาไมค์ไปพบเมษาในร้านอาหารที่นัดกันไว้ ไมค์ดี๊ด๊าเข้าไปแสดงตัวเป็นคนรักของเมษา

ถูกเธอสะบัดใส่ บอกเทพว่า เราจะคุยเรื่องส่วนตัวเขาก็

ควรมาคนเดียวไม่เกี่ยวกับไมค์ แล้วชวนเทพไปนั่งโต๊ะอื่นกัน

ไมค์ทำท่าจะตามไป เทพบอกให้นั่งรอตรงนี้ก่อนเดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดให้ฟังเอง ไมค์มองอย่างระแวงว่าเมษาเป็นกิ๊กกับเทพ

ooooooo

ย้ายโต๊ะไปนั่งกันสองคนแล้ว เทพเปิดฉากคุยอย่างไม่อ้อมค้อมถามเมษาว่าทำไมเธอถึงส่งคนไปวางระเบิดตน

เมษาฉุนกึกปรามว่าอย่ามากล่าวหากัน เทพยันว่าถ้าไม่ใช่เธอก็ต้องเป็นหน่วยงานของเธอ รุกอย่างดุดันว่า

“บอกผมมาดีกว่าว่าทำไมหัวหน้าคุณต้องการเก็บผม”

เมษาคิดถึงคำพูดของผู้การสถิตย์ทันทีที่บอกว่าผู้กองเทพพัวพันกับการลักลอบค้าวัตถุโบราณ แต่พูดอย่างไว้เชิงว่า

“ฉันว่าคุณควรจะรู้ตัวนะว่าคุณทำอะไรอยู่ พวกคุณอาจจะหักหลังกันเองก็ได้” พอถูกเทพถามว่าพูดเรื่องอะไร เมษาก็เฉไฉว่า “ถ้าคุณไม่รู้ว่าฉันพูดเรื่องอะไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” แล้วลุกขึ้นจะไป

“เดี๋ยว” เทพคว้ามือไว้ “คุณยังไปไม่ได้ ถ้าคุณไม่บอก ว่าทำไมหัวหน้าคุณต้องการฆ่าผม”

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้!” เธอเงื้อหมัดจะทุบก็ถูกเทพคว้าไว้ พอบิดข้อมือหลุดจะเงื้อสันมือฟัน ก็ถูกเทพรับไว้ได้อีก แต่สุดท้ายเธอก็ถูกเทพจับมือบีบแน่นจนขยับไม่ได้

ไมค์จับตาดูอยู่ ทั้งหึงหวงทั้งตกใจ ทนไม่ได้พรวดเข้าไปขวางบอกเทพให้ปล่อยเธอไม่เห็นหรือว่าเธอเจ็บจนจะเป็นลมอยู่แล้ว ไมค์พูดไม่ทันขาดคำเมษาก็เป็นลมหมดสติ ไมค์โวยวายใส่เทพว่าทำอะไรลงไปรู้หรือเปล่า เทพบอกไม่ต้องเป็นห่วง เธอไม่ใช่ผู้หญิงหน่อมแน้มเธอเป็นคนวางระเบิดเรา ไมค์ไม่เชื่อ เทพชี้ให้ดูที่เอวบอกว่าเธอเป็นตำรวจ พอไมค์เห็นปืนก็หน้าเผือด ถาม “ตำรวจงั้นเหรอ?!” ไมค์จึงรู้ว่าตัวเองถูกเมษาหลอกใช้

พอเมษาฟื้น ไมค์ถามว่ามาหลอกให้ตนรักทำไม เธอบอกว่ามันเป็นหน้าที่ แล้วหันถามเทพว่าตนไปได้หรือยัง

“ก็ได้ ครั้งนี้ผมจะปล่อยคุณไป แต่ผมจะต้องรู้

ให้ได้ว่าหัวหน้าคุณทำไมถึงพยายามขัดขวางงานของผม” เมษาบอกว่าตนไม่รู้ ให้ไปถามหัวหน้าตนเอาเอง พอเมษาไปแล้ว เทพบอกไมค์ว่า “ฉันต้องหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้ ผู้กองเมษา”

ooooooo

ฝ่ายคนของวัฒนาก็แจ้งข่าวทางโทรศัพท์มาว่าตอนนี้มีนายหน้าหลายสายพยายามติดต่อเสนอขายหลวงพ่อคำเกลี้ยงให้เควินสมิธ

ประไพพรรณเร่งวัฒนาว่าเขาต้องหาอะไรมาล่อใจเควินสมิธคนคนนี้ไม่ให้ไปซื้อของกับคนอื่น วัฒนาคิด

แต่ในแง่วัตถุสิ่งของเพราะเควินสมิธคนนี้ไม่ชอบเที่ยวผู้หญิง

“ฉันรู้ค่ะ ที่ฉันพูดฉันหมายถึงจะหาผู้หญิงให้ไปเป็นเมียเก็บไง” วัฒนาถามว่าจะไปหาที่ไหน พอดีปึกเอาน้ำชากับแตงโมเข้ามาให้ ประไพพรรณเสนอทันที “นังปึกไง”

“แล้วนังปึกมันจะยอมเป็นเมียเก็บเควินสมิธหรือ” ประไพพรรณบอกว่าปึกเคยบอกว่าอยากมีผัวฝรั่ง “ถ้างั้นก็เข้าล็อกพอดี” วัฒนากระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนล่อใจเควินสมิธที่ประไพพรรณเสนอ

เมื่อประไพพรรณคุยกับปึกว่าจะหาผัวฝรั่งให้แม้ปึกจะดีใจแต่ก็ขอเช็กความหล่อความแก่ก่อน คุณนายบอกว่าหล่อน้อยกว่าคุณผู้ชายหน่อย ถามขู่ๆว่าจะเอาหรือไม่เอา ซักอยู่ได้ทั้งที่ตัวเองมีแต่ตัว ปึกขอคิดคืนหนึ่งแล้วจะให้คำตอบ

จังหวะเหมาะ เมื่อเทพบอกไมค์ว่าวันนี้ให้ไมค์พักวันหนึ่งแต่อย่าออกไปไหน ตนจะไปทำงานแล้วเจอกันตอนเย็น ไมค์ขอเงินติดตัวสองพัน เทพให้พันเดียว ไมค์รีบรับแต่ก็บ่นอุบอิบ “ไอ้ผู้กองนี่มันงกจริงๆ”

พอเทพออกไป ไมค์ก็ได้รับโทรศัพท์จากปึกบอกว่าเดี๋ยวจะมาหา มีเรื่องจะปรึกษา

ปึกมาปรึกษาเรื่องคุณนายจะหาผัวฝรั่งให้จะทำอย่างไรดี ไมค์ให้ปึกตัดสินใจเองเพราะจะต้องไปอยู่กินใช้ชีวิตกับฝรั่งยังไงก็คงต้องเสี่ยงตาดีได้ตาร้ายเสีย ปึกปรารภว่าถ้าตนไม่เลือกฝรั่งก็คงต้องทำงานไปอีกนานที่นาของพ่อกับแม่ก็อาจต้องเสียไป ไมค์บอกให้ปึกเลือกสิ่งที่ดีที่สุดก็แล้วกัน

ปึกบอกว่าไมค์เหมือนพี่ชายตนเป็นคนที่ตนไว้วางใจที่สุด ไมค์จึงแนะนำว่าให้ไปดูก่อนถ้าฝรั่งไม่ดีค่อยกลับมา ยังไงตนก็รอปึกอยู่ ปึกซึ้งใจจนน้ำตาคลอไมค์

ตัดบทว่ากินลาบส้มตำไก่ย่างกันดีกว่าเดี๋ยวจะชืดเสียหมด

ครู่หนึ่งฝนตกลงมา ไมค์ถอดเสื้อตัวเองคลุมกันฝนให้ปึก ทั้งสองหลบฝนใต้เสื้อตัวเดียวกัน ปึกเสนอไมค์มาผูกเสี่ยวกันดีกว่า เรามาสาบานกันว่าจะเป็นพี่น้องกันไปตลอดชีวิต ไมค์ตามใจ ยื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวก้อยปึกที่ยื่นมาแล้วเดินเกี่ยวก้อยกันไปท่ามกลางสายฝนพรำ

ooooooo

เทพไปสอดแนมเมษาบ้าง เมษารู้โดยสัญชาต-ญาณนักสืบว่ามีคนตามแต่พอหันมองก็ไม่เห็นใคร

เมษาเข้าไปในร้านขายของเก่าโชว์บัตรตำรวจของตัวเองให้เจ๊เจ้าของร้านดูแล้วยกรูปถ่ายเทพถามว่าเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มาติดต่อซื้อขายของที่นี่บ้างไหม

เจ๊บอกว่าจำไม่ได้เพราะวันๆมีคนเข้าออกร้านเยอะมาก เธอพยักหน้ามอบนามบัตรให้ บอกเจ๊ว่าถ้าผู้ชายคนนี้มาให้โทร.บอกด้วย

พอเมษาออกไป เทพก็เข้าไปถามเจ๊ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี๊มาถามอะไรและให้ดูรูปอะไร เจ๊บอกว่ารูปของเขาเอง เธอยังถามว่าผู้ชายคนนี้เคยมาซื้อของที่นี่ไหม ตนบอกว่าจำไม่ได้ แต่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าตนเป็นตำรวจและถ้าเขามาให้โทร.บอกด้วย

“อ๋อ...คุณไม่ต้องโทร.หรอกครับ ผมกำลังสืบดูพฤติกรรมว่าเขาเป็นตำรวจคอร์รัปชันรึเปล่า” เจ๊ถามว่า

ทำไมเธอถึงถามหาเขา “เรื่องมันยาวน่ะครับ ขอบคุณมากนะครับ” เทพตัดบทแล้วรีบออกไป

“ยุคนี้ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ ตำรวจยังตามจับตำรวจด้วยกันเอง” เจ๊บ่นงึมงำ

เทพออกไปก็ไม่เห็นเมษาแล้ว ขณะเขากวาดตามองหาก็ถูกเมษาเอาปืนจ่อหน้า ถามว่าตามตนมาทำไม เทพทำไก๋พูดเยาะยั่วให้โมโหว่าอย่าหลงตัวเองเกินไป หรือคิดว่าตนแอบชอบเธอ ไม่มีทาง เพราะตนไม่ชอบผู้หญิงแนวนี้

“อย่ามาบ่ายเบี่ยงพูดเรื่องอื่น ไม่ตามฉันแล้วมาที่นี่ทำไม” เทพบอกว่ามาเช่าพระ ควักพระพร้อมใบเสร็จออกมาให้ดู

ระหว่างโต้เถียงกันนั้น เมษาเห็นคนเล็งปืนยาวมาที่เขา เธอโผกอดเขาล้มไปด้วยกัน บอกว่ามีคนจะยิงเขาจากด้านหลัง เทพม้วนตัวชักปืนยิงไปอีกฝั่งบอกเมษาให้ยิงโต้ไว้ตนจะอ้อมไปด้านหลัง พอเทพวิ่งไปชายคนนั้นก็ขี่มอเตอร์ไซค์หนีไปแล้ว

พอเทพกลับมารู้ว่าเมษาถูกกระสุนเฉี่ยวที่ขา เขาอุ้มเธอพาไปโรงพยาบาล เมษาดิ้นไม่ยอมไป บอกให้ปล่อยตนเดี๋ยวนี้

“ปล่อยคุณก็ตกน่ะสิ ไม่ต้องกลัวหรอก ผมไม่ได้ชอบคุณ ที่ทำเนี่ยไม่อยากให้คุณตายเท่านั้น”

ถึงเทพจะพูดเช่นนั้น แต่เมษาก็อดประหม่าไม่ได้ที่ตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:25 น.