ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวยร้ายสายลับ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"


ปึกไปทำงานที่บ้านประไพพรรณ ถูกสอนให้ทำความสะอาดบรรดาของเก่าที่โชว์ในตู้ สั่งปัดกวาดเช็ดถูตรงนี้ ตรงนั้น ตรงโน้น กินข้าวแล้วไปเก็บใบไม้ในสนามต่อ

ระหว่างนั้น วัฒนาบอกประไพพรรณขอน้ำชาแก้วหนึ่ง ประไพพรรณสั่งปึกให้เอาน้ำชาใส่น้ำแข็งมาให้คุณผู้ชาย

พอประไพพรรณเดินออกไปและปึกไปเอาน้ำชา วัฒนาก็ได้รับโทรศัพท์จากเควินที่โทร.มาจากต่างประเทศ บอกว่าตนได้ข่าวเรื่องมีคนไปเอาเศียรพระจากจังหวัดแถวภาคอีสานมาถามว่าของอยู่ที่เขาแล้วหรือยัง

“ยังเลยครับ ผมกำลังให้คนหาข่าวอยู่ว่าของอยู่กับใคร” เควินบอกว่าตนสนใจและอยากได้ “ไม่มีปัญหาครับ ผมตั้งใจจะหาให้คุณอยู่แล้ว” เควินถามว่าหลวงพ่อนั้นชื่ออะไร

ปึกเอาน้ำชาใส่น้ำแข็งมาวางไว้แล้วเดินออกไป พอพ้นประตูก็ชะงักเมื่อได้ยินวัฒนาคุยโทรศัพท์ว่า

“เห็นว่า...ชื่อหลวงพ่อคำเกลี้ยงครับ”

ปึกคิดว่าตัวเองคิดเรื่องหลวงพ่อคำเกลี้ยงมากไปเลยหูฝาด ก็พอดีประไพพรรณเรียกไป แต่วัฒนายังคุยกับเควินอยู่

“ผมจะพยายามหาของให้ได้ก่อนที่คุณจะมาถึงเมืองไทย” แต่พอวางสายจากเควิน วัฒนาแสยะยิ้มพึมพำ “ไอเควินนี่ไวจริงๆ พระเพิ่งถูกตัดไม่กี่วันรู้เรื่องแล้ว อย่างนี้ต้องโขกราคาให้หนัก”

ooooooo

ที่แท้ของอยู่ที่เสี่ยเล็ก บัติลูกน้องคนสนิทสอพลอเสี่ยเล็กว่า องค์นี้เสี่ยต้องปล่อยได้ราคาเยอะแน่ ถูกเสี่ยเล็กถลึงตาดุ

“มึงอย่าทำรู้เยอะไอ้บัติ อยู่กับกูกูไม่ชอบคนรู้เยอะ”

มือถือเสี่ยเล็กดังพอดี เป็นสายจากวัฒนา ทักทายกันพอเป็นพิธีแล้ว วัฒนาถามว่าได้ข่าวว่าเสี่ยเล็กมีของมาใหม่หรือ เสี่ยเล็กชำเลืองมองเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงตรงหน้า บอกวัฒนาว่ายังเลย ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

วัฒนาดักคอว่าที่ตนเช็กมาเขาบอกว่าคนของเสี่ยเล็กเอาของไป เสี่ยเล็กรับว่าใช่มันเป็นลูกน้องเก่าแต่ออกไปนานแล้ว วัฒนาตะล่อมอยู่นานเสี่ยเล็กก็ยังบอกว่าของไม่ได้อยู่กับตน วัฒนาบอกตรงๆว่าตนอยากได้

“ได้ครับ ถ้าได้เรื่องยังไงผมจะโทร.กลับท่านวัฒนาอีกที” พอวางสายจากวัฒนา บัติก็พูดอย่างลิงโลดว่าของมา

ยังไม่ถึงสองวันลูกค้าโทร.มาแล้ว “แต่องค์นี้พวกมึงต้องหุบปากไว้นะ อย่าเที่ยวบอกใครว่าของอยู่กับกู”

เสี่ยเล็กวางแผนจะเก็บของไว้สักพักเพื่ออัพราคา เพราะของดีใครๆก็อยากได้ แสยะยิ้มกับเงินก้อนโตที่จะได้

ooooooo

เมื่อมาถึงร้อยเอ็ด เทพกับไมค์ตรงไปที่วัด เห็นรอบองค์พระที่ไร้เศียรมีสายกั้นไว้ไม่ให้คนเข้าใกล้

ไมค์แค้นใจที่ของเก่าคู่บ้านคู่เมืองเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านถูกตัดเศียร เทพชมว่าอย่างน้อยไมค์ก็ยังเป็นคนดีที่รู้สึกรักชาติหวงของแผ่นดิน จะได้มาช่วยกันจับพวกนั้นมาลงโทษ บอกไมค์ว่า

“เย็นนี้ฉันมีนัดกับคนที่จะพาเราไปหาคนที่ตัดเศียรพระ” ไมค์บอกดีตนจะได้ฆ่ามันด้วยมือตัวเอง เทพเตือนสติไมค์ว่า “นายต้องแสดงตัวเป็นนายหน้ามารับซื้อของเขา” ไมค์จึงสงบลง

ooooooo

วันนี้เอง เมษาก็มาถึงโรงแรมที่ร้อยเอ็ด เธอโทร.หาไมค์ทันที เป็นเวลาที่ไมค์นั่งอยู่ในรถที่เทพขับอยู่

เทพมองในกระจก เห็นไมค์คุยหวานกับเมษา เธอหวานกับเขาว่าคิดถึงจึงมาหา มาทานข้าวกัน ไมค์ ก็รำพันว่าคิดถึงเธอใจแทบขาดแต่ไปไม่ได้จริงๆ

“ทำไมไม่ได้ล่ะคะ ตอนนี้สวยอยู่ร้อยเอ็ด” ไมค์ตื่นเต้นถามว่าจริงหรืออย่าล้อตนเล่น “สวยไม่ได้ล้อเล่นค่ะสวยอยู่โรงแรมที่ร้อยเอ็ดจริงๆ ทุ่มนึงเจอกันที่ล็อบบี้โรงแรมนะคะ”

“ได้เลยครับ” ไมค์ตอบอย่างลิงโลด พอปิดมือถือไมค์ก็เย้ยเทพว่า “เป็นไงผู้กอง น้องสวยเสมอบินมาหาฉันถึงร้อยเอ็ดเลยนะ”

เทพเบรกรถทันทีกระชากคอเสื้อไมค์ตะคอกถาม “นายไปบอกผู้หญิงหรือว่านายอยู่ไหน”

ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เทพย้ำว่าเรากำลัง ทำงานลับ ในขณะที่ไมค์เชื่อมั่นว่าสวยเสมอรักตนต้องการตน

“นายอย่าหลงตัวเองให้มาก ผู้หญิงสวยขนาดนั้น เขาไม่น่ามาตามติดนาย ฉันว่าเธอต้องมีแผนอะไรสักอย่าง” เทพเตือนสติ ในขณะที่ไมค์หาว่าเทพตีกันตน สวยเสมอหลงใหลในความหล่อของตนต่างหาก

แล้วทั้งสองก็ขัดแย้งกันรุนแรง เมื่อเทพบอกว่าเรามาที่นี่เพื่อมาทำงานและเย็นนี้เราก็มีนัดสำคัญห้ามบอกใครทั้งนั้น ไมค์เสียงแข็งว่าตนก็มีนัดกับสวยเสมอ เทพสั่งให้โทร.ไปยกเลิกเสีย ให้อ้างว่าไม่สบาย ไมค์ทำท่าจะต่อต้านแต่พอถูกเทพขู่ว่าอยากติดคุกรึไง ไมค์ก็ฮึดฮัดยอมโทร.อย่างประชดประชัน

พอไมค์โทร.ไปยกเลิกนัด เมษานิ่งคิด วิเคราะห์ว่า

“แสดงว่าไอ้ไมค์โจ๊กเกอร์ ต้องมีนัดสำคัญแน่ ถึงไม่ยอมกินข้าวกับเรา ต้องสืบให้ได้!”

ส่วนไมค์ยังต่อรองกับเทพว่าหลังจากเสร็จธุระแล้วตนขอไปกินข้าวต้มรอบดึกกับสวยเสมอได้ไหม

“ไม่ได้ ตอนนี้นายห้ามพบกับใครทั้งนั้น และนายก็ควรจะอยู่ห่างๆกับเธอ เธออาจจะเป็นคนของใครสักคนที่กำลังสืบเรื่องของนาย แล้วถ้าเธอรู้ว่านายเป็นแค่ตลกคาเฟ่ นายอาจจะตายก็ได้” ไมค์ก็ยังหาว่าเทพคิดมากไป

พอดีมีสายเข้ามือถือของเทพ ดูเบอร์แล้วเขาสั่งไมค์ “หุบปาก!” แล้วกดรับสายจากบัติที่โทร.บอกว่ามาถึงโรงแรมแล้ว เทพบอกบัติว่าไม่เกินสิบนาทีเจอกัน แล้วกำชับไมค์สีหน้าจริงจังว่า

“ไอ้คนที่ฉันนัด มันโทร.มาแล้ว เดี๋ยวถึงโรงแรมนายวางมาดให้ดีแล้วเดินขึ้นห้องไป ฉันจะคุยกับมันเพื่อให้พา

เราไปหาหัวหน้ามัน จำไว้นะ ถ้าฉันไม่เรียกนายห้ามออกมาเปิดประตูรับใครทั้งนั้นเข้าใจไหม”

ooooooo

เมษาเข้ามาถามที่เคาน์เตอร์โรงแรมว่าไมค์เข้ามาหรือยัง พอรู้ว่ายังก็ไปนั่งที่ล็อบบี้ เป็นเวลาที่บัติกับลูกน้องก็มานั่งรอเทพที่ล็อบบี้เช่นกัน ต่างมองกันอย่างหนุ่มสาวเท่านั้น

เทพเข้ามาหาบัติแล้วพากันเดินออกไปทางหลังโรงแรม เมษามองอย่างสังเกตแล้วแอบตามไป

เทพกับบัติคุยกันไม่ลงตัวเพราะเทพต้องการคุยกับเจ้านายบัติ ในขณะที่บัติบอกว่านายตนไม่คุยด้วยถ้าเขาสนใจก็เปิดราคามาก่อน ถ้านายโอเคทุกอย่างก็จบ

“พี่บัติ ผมจะบอกให้นะ นายผมคนนี้เขาไม่ได้

ซื้อของแค่ชิ้นสองชิ้นนะ เขาเป็นพ่อค้าระดับชาติ เราไม่ได้มาหาซื้อปลาทูนะ ถ้าเจ้านายพี่ไม่สนใจก็ไม่เป็นไร”

บัติรับปากจะกลับไปคุยกับนายก่อนถ้านายยอมคุยด้วยก็จะโทร.มาบอก รอแค่ไม่เกินชั่วโมงก็รู้เรื่อง เทพ พยักหน้า

พอบัติกับลูกน้องเดินไป เทพก็เห็นพุ่มไม้ไหว เขาตรงไปดู เมษามัวแต่มองตามบัติไปอย่างสงสัย พอหันมาอีกทีเจอเทพยืนหน้าถมึงทึงอยู่ข้างหลังแล้ว

เมื่อตำรวจนักสืบมือฉมังสองคนมาเจอกันต่างมีชั้นเชิงที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หลังจากซักถามจับพิรุธกันแล้ว เมษาถามว่าไมค์อยู่ไหนเห็นว่าไม่สบาย เทพบอกว่าอยู่บนห้องนอน เธอขอไปเยี่ยม เทพบอกไมค์สั่งห้ามรบกวน เธอเปลี่ยนเป็นขอคุยกับเขา อยากรู้เรื่องส่วนตัวของไมค์ เพราะตนชอบไมค์ เทพคว้ามือเธอไว้จ้องหน้าบอก

“ผมรู้ว่าคุณโกหก...คุณต้องการอะไรกันแน่ถึงมาตามติดคุณไมค์” เมษายืนยันว่าตนชอบไมค์ สั่งเทพให้ปล่อยตน เทพไม่ยอมปล่อยจนกว่าเธอจะตอบคำถามตน เมษาไม่ขอร้องอีกแต่สับเข้าที่มือเขาจนต้องปล่อย แล้วหมุนตัวสับเข้าที่เอวซ้ายขวาตามด้วยเตะซ้ายขวาอีก แต่เทพรับได้หลบได้ทุกดอก แล้วคว้าตัวเธอไปกอด ตะคอก “บอกผมมาซะดีๆว่าคุณเป็นใคร ถ้าไม่บอกผมจะจูบให้คุณเปิดปากพูด”

เมื่อเมษาไม่ยอมบอก เทพทำท่าจะจูบ ก็ถูกไมค์วิ่งเข้ามากระชากเทพออกตวาดว่าทำอะไร แล้วถามเมษาอย่างอ่อนโยนว่าเป็นยังไงบ้าง เมษาบอกว่าตนไม่เป็นอะไรแต่คนขับรถของเขาจะปล้ำตน ไมค์จะเล่นงานเทพ เทพบอกว่าตนไม่ได้ปล้ำแค่ถามว่าเธอมาที่นี่ทำไม จะมาทำมิดีมิร้ายเจ้านายตนหรือเปล่า

แต่พอเมษาบอกว่าตนชอบไมค์เท่านั้น ไมค์ก็จิตเตลิดมโนกระเจิง สั่งเทพให้หยุด จะไปไหนก็ไปเลย

“ผมคงไปไม่ได้หรอกครับ ผมได้รับคำสั่งจากท่านพ่อคุณให้ดูแลคุณตลอดเวลา อย่าให้ผมต้องรายงานท่านพ่อคุณเลยนะครับ” เจอไม้นี้ของเทพเข้า ไมค์ก็รู้ว่าขืนดึงดันไปจะเกิดอะไรขึ้น เขาขอโทษเมษาบอกว่านายเคนคนนี้ไม่ค่อยเต็ม วันนี้ตนก็ไม่ค่อยสบายคงต้องขอตัว พรุ่งนี้ค่อยคุยส่วนตัวกัน เมษาบอกให้ไมค์พักผ่อนเยอะๆ แล้วแยกไป

พอแยกออกมา ไมค์ทำท่าจะเอาเรื่องเทพ แต่พอเทพปรามว่า “ไม่ต้องพูดมาก ตามฉันขึ้นไปที่ห้อง” เท่านั้น ไมค์ก็หุบปาก บ่นอุบอิบขณะตามเทพขึ้นไปว่า

“ทำไมเราต้องมาเป็นลูกน้องมันด้วยวะ???”

ooooooo

ไมค์กับเทพนอกจากมีปัญหากันเรื่องการทำงานแล้ว ยังโต้เถียงกันบ่อยๆ เพราะไมค์ระแวงว่าเทพกีดกันตนกับสวยเสมอและแอบตีท้ายครัวตน

แต่เมื่องานมา ทั้งคู่ก็ร่วมมือกันทำงานได้ บัติโทร. บอกว่าเจ้านายตนยินดีพบไมค์คืนนี้สามทุ่มตรงเจอกันที่อุทยานประวัติศาสตร์ ย้ำว่า “มาแค่สองคนนะ”

เมษาที่กำลังติดตามการเคลื่อนไหวของเทพกับไมค์ โทร.รายงานสถิตย์ว่าสองคนนี้อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่เพิ่งถูกตัด

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี เราจะได้รู้ว่าตอนนี้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่กับใคร” เมษาบอกว่ามีข่าวคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบ “ดีมาก ระวังตัวด้วย”

ชายชาตินั่งอยู่กับผู้การสถิตย์ เขาชมว่าผู้การสุดยอดมากเพราะถ้าไมค์ตามไปเจอเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงจริงๆ เราก็ไม่ต้องออกแรงหาให้เสียเวลา

“นายก็อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกให้วัฒนารู้ล่ะ เพราะถ้าเราเจอหลวงพ่อคำเกลี้ยงก่อน เราก็จะขายให้กับไอ้เควินก่อน ไม่ต้องรอแบ่งเปอร์เซ็นต์จากวัฒนา” แล้วถามชายชาติว่ามีข่าวอะไรคืบหน้าบ้าง

ชายชาติบอกว่ายังไม่มี ถ้ามีจะรายงานท่านก่อน แล้วขอเบิกเงินล่วงหน้าสักก้อน สถิตย์พูดอย่างรู้ทันว่านึกแล้วเพราะถ้าเขามาหาต้องมาเรื่องนี้ แต่ก็ควักเงินให้ไปหนึ่งแสน เตือนว่าอย่าใช้ให้มากนักเก็บๆไว้บ้าง

“ขอบคุณมากครับ” ชายชาติรับคำยิ้มเต็มหน้า

ooooooo

วันนี้ ประไพพรรณเรียกปึกมาจะพาไปตลาดให้รู้จักร้านที่เป็นเจ้าประจำ ต่อไปจะได้ไปซื้อแทนตนได้

ระหว่างนั้น วัฒนาเรียกประไพพรรณถามว่าตอนนี้มีเงินสดที่ตัวเท่าไหร่ หกเจ็ดแสนถึงไหม คุณนายบอกว่ามี ย้อนถามว่าแล้วเงินสดของเขาเองล่ะ วัฒนาบอกว่าเพิ่งเอาเข้าแบงก์ไปเมื่อวาน ปึกยืนรออยู่มองเข้าไปในห้องเห็นชายคนหนึ่งกำลังดูเศียรพระ ปึกชะเง้อมอง พอดีคุณนายบอกปึกให้ไปรอข้างนอกก่อน ได้ยินวัฒนาสั่งคุณนายว่าให้เอาเงินมาให้ตนที่ห้องเพราะคุณวินัยรออยู่

ปึกไปยืนคิดถึงเศียรพระที่เห็นในห้อง แต่แล้วก็บอกตัวเองว่า

“ไม่ใช่หลวงพ่อคำเกลี้ยงนี่หว่า แล้วทำไมคุณผู้ชายถึงมีเศียรพระ?”

พอดีคุณนายมาเรียก ปึกนึกจะถามแต่ยั้งปากไว้ เดินตามคุณนายไป

ooooooo

สามทุ่มแล้ว เทพกับไมค์เข้ามาที่อุทยานประวัติศาสตร์ เทพย้ำกับไมค์อีกครั้งว่า ที่เราจะลงไปคุยนี้อันตรายมากต้องระมัดระวังคำพูดให้ดี แล้วเทพก็ลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้ไมค์แบบคนขับรถที่ดี

ไมค์กับเทพเดินไปหยุดรอที่หน้าน้ำพุเหลียวมองไม่พบใครเลย อึดใจเดียวเทพก็เห็นบัติ เขายกมือเรียก ถามบัติว่าเจ้านายเขาอยู่ไหน บัติบอกว่าอยู่ในรถ ไมค์บอกให้ไปเรียกมาตนมีเวลาคุยไม่มาก บัติยืนกรานว่าเจ้านายตนเชิญไปคุยที่รถ พอไมค์กับเทพจะไปก็ถูกบัติขวางไว้ขอค้นตัวก่อน ไมค์ทำท่าไม่พอใจ แต่เทพยอมให้ค้น เจอปืนที่เอว บัติยึดไว้ แล้วถึงคิวไมค์ บัติตบๆ ลูบๆลงมาด้านล่าง ไมค์เอามือตะปบเป้าไว้

“หวังว่านายคงไม่ตบเป้าฉันนะ เพราะฉันคงไม่ซ่อนปืนไว้ในเป้า” เทพมองลุ้น บัติมองหน้าไมค์อย่างชั่งใจแล้วให้ผ่าน เดินนำทั้งสองไป ไมค์หันยักคิ้วให้เทพทำนองถาม “เป็นไง??” เทพส่ายหน้ากับความกะล่อนของไมค์แล้วเดินตามไป

เมื่อไปคุยกับเสี่ยเล็กในรถตู้ เทพถูกกันไว้ข้างนอก เสี่ยเล็กถามไมค์ทันทีว่าอยากได้อะไร ไมค์ตอบทันทีเช่นกันว่าทุกอย่างที่เขามี เสี่ยเล็กชะงักถามอย่างไม่แน่ใจว่าจะซื้อของตนหมดเลยหรือ?

“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าของของเสี่ยสวยและแท้พอที่ผมจะเอาไปให้ลูกค้าได้รึเปล่า”

“เรื่องสวยและแท้ไม่ต้องห่วง ของของผมระดับสองร้อยปีขึ้นทั้งนั้น” แล้วเสี่ยเล็กก็เปิดโน้ตบุ๊กให้ดูภาพเศียรพระ ทั้งสองจ้องที่หน้าจออย่างใจจดจ่อ

เทพอยู่ข้างนอกก็ใช่จะปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขาเลียบเคียงถามบัติว่าของส่วนใหญ่ของเสี่ยเล็กบัติเป็นคนไปเอาหรือ

“ก็แล้วแต่งาน ถ้างานยากและแพงเสี่ยเขาก็ต้องให้ผมไป” เทพถามอีกว่าแล้วบัติอยู่กับเสี่ยนานหรือยัง “ตั้งแต่ผมตัดผมจุก พ่อผมก็ให้มาอยู่ที่นี่แล้ว”

แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ อยู่ในสายตาผ่านกล้องจากปืนยาวของเมษาที่ขึ้นไปซุ่มส่องอยู่บนต้นไม้

ooooooo

หลังจากดูเศียรพระจากโน้ตบุ๊กแล้ว ไมค์บอกว่าตนเอาทั้งหมด ทำเอาเสี่ยเล็กมองอึ้งถามว่าพูดเล่นหรือเปล่าอย่าหลอกให้ตนหลงดีใจ ถามว่ารู้ไหมว่าทั้งหมดนี้ราคาเท่าไร บอกไมค์ว่าเกือบสองร้อยล้านบาทเชียวนะ

ไมค์บอกว่าตนวางล่วงหน้าร้อยล้าน แต่เงินอยู่ในรถ พอเสี่ยบอกไม่มีปัญหา ไมค์ก็บอกว่า

“แต่ผมจะวางเงินสด ก็ต่อเมื่อผมต้องเห็นของทั้งหมดด้วยตาผมก่อน” เสี่ยเล็กนัดพรุ่งนี้ไปดูที่โกดังเลยนัดเก้าโมงเช้าเจอกัน ไมค์บอกว่าเช้าไปตนไม่เคยตื่นเช้าขอเป็นเที่ยง เสี่ยตกลง

“งั้นเดี๋ยวผมวางมัดจำให้คุณสิบล้านก่อนดีไหม” พอเสี่ยเล็กไม่มีปัญหา ก็บอกว่า “แต่คิดอีกที เงินสิบล้านมันน้อยไปสำหรับเครดิตผม เอาไว้พรุ่งนี้เอาไปให้ร้อยล้านเลยดีกว่า เสี่ยจะได้สบายใจ”

“ก็ได้ครับ” เสี่ยเล็กตกลงทันที

พอไมค์ออกมา เทพถามว่าว่ายังไง ไมค์วางมาดเข้มสั่งกลับโรงแรม แล้วหันลาเสี่ยนัดพรุ่งนี้เจอกัน เทพถือโอกาสมองหน้าเสี่ยเล็กอย่างจดจำ จนบัติเตือนว่าเจ้านายกลับไปแล้วนะ เทพจึงทวงปืนคืน บัติเอาปืนคืนให้ เมษาที่ส่องกล้องอยู่บนต้นไม้นึก “พกปืนซะด้วย?...ใครกันนะที่มันมาเจอ” เมษาสะพายปืนยาวกระโดดลงจากต้นไม้ แล้วเดินหายไปในความมืด...

เทพถามไมค์ว่าคุยอะไรกับเสี่ยเล็กบ้าง ไมค์ยักท่าต่อรองราคาถูกๆว่า

“ฉันจะไม่บอกนาย จนกว่านายจะพาฉันกลับโรงแรมแล้วสั่งเบียร์ให้ฉันกิน...อยากรู้ก็รีบขับให้ถึงโรงแรมเร็วๆ”

เทพชำเลืองมองไมค์อย่างหมั่นไส้แต่ในยามนี้ต้องอดกลั้นไว้ก่อน

คืนเดียวกันนี้ปึกฝันว่าตนไปเจอพวกลักลอบตัดเศียรพระแล้วเข้าไปขัดขวาง ต่อสู้กับพวกมัน ในฝันปึกเก่งมาก ต่อสู้กับมันหนึ่งต่อสี่อย่างกล้าหาญ สุดท้ายถูกพวกมันตวัดเชือกรัดคอ ปึกหายใจไม่ออกตะโกนขอความช่วยเหลือ พอสะดุ้งตื่นพบตัวเองกลิ้งตกลงมานอนที่พื้นข้างเตียงจึงรู้ว่าฝันไป

คุณนายได้ยินเสียงปึกโวยวายรีบมาดู พอรู้ว่าปึกฝันก็บ่น “แกนี่บ้าจริงๆ” แต่พอคุณนายไป ปึกนั่งนึก...

“ทำไมเราถึงฝันถึงหลวงพ่อคำเกลี้ยงอีก” ปึกยกมือพนม “หลวงพ่อคะ หนูจะเอาเศียรหลวงพ่อมาคืนให้ได้ค่ะ หนูสัญญา”

ooooooo

เช้านี้ เมษาเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม เห็นเทพนั่งหันหลังกินอาหารเช้าอยู่คนเดียว ครู่หนึ่งเห็นไมค์ลงจากรถของเสี่ยเล็กที่มาส่งหน้าโรงแรม

เมษาคิดแผนบางอย่าง เดินไปหยิบถาดเอาขนมปัง กล้วยหอมและโยเกิร์ตใส่ถาดเหลือบมองเทพแล้วแกล้งถือถาดไปชนเทพ อาศัยความไวขณะเทพหันมาติดเครื่องดักฟังจิ๋วที่ปกเสื้อเขา แล้วทำเป็นขอโทษตนไม่ทันมองและเขาก็หันมาพอดี

เทพช่วยเก็บของที่พื้น เมษาทำกระฟัดกระเฟียด เขาถามว่ายังไม่หายโกรธที่เมื่อวานตนจะจูบเธออีกหรือ

“นายอย่าสำคัญผิด นายก็แค่คนขับรถ” เทพติงว่าเธอแบ่งชนชั้น เธอตอบอย่างยโสว่า “แน่นอน ฉันมีการศึกษาหน้าตาสวย ฉันจะไปมองคนขับรถอย่างนายทำไม” เทพบอกว่าบางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริง ถูกถามประชดว่า “จะบอกว่านายเป็นเจ้าชายปลอมตัวมาเป็นคนขับรถหรือ”

“ก็ไม่แน่นะครับ คุณไมค์อาจจะเป็นคนขับรถของผมก็ได้”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันก็คงต้องรอวันที่นายถอดรูปเป็นเจ้าชายก่อน ถึงวันนั้นฉันอาจจะมองนายแล้วกัน ขอตัว” เมษาเดินเชิดไปแล้ว เทพมองตามพึมพำยิ้มๆ ว่าปากจัดจริงๆ น่าจะจูบเสียให้เข็ด

ไมค์เห็นเมษาพอดี เขาร้องเรียก จะรี่ไปหา ถูกเทพคว้าแขนไว้เตือนว่า ตอนเที่ยงเรามีนัดสำคัญ ตอนนี้เขาควรรีบทานอาหารเสียเดี๋ยวบุฟเฟ่ต์จะหมดเวลา ไมค์มองหน้าแล้วพึมพำอย่างขัดใจ

“นายนี่มันยุ่งจริงๆ”

แต่เมษาพึมพำอย่างสนใจเมื่อได้ยินเสียงคุยกันจากบลูทูธ

“มีนัดสำคัญตอนเที่ยงงั้นเหรอ”

ooooooo

ไมค์กับเทพเดินคุยกันมาถึงหน้าโรงแรม ไมค์ถามว่าจะเอาเงินร้อยล้านที่ไหนมามัดจำเสี่ยเล็ก เทพส่ายหน้า ไมค์ใจไม่ดีบอกว่าถ้าไม่มีเงินแล้วไปพบ ตนถูกมันฆ่าแน่

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันมีแผนแล้ว” เทพพูดนิ่งๆ อย่างมั่นใจ

เมษาฟังบลูทูธอยู่สงสัยว่าสองคนนี้พูดจาแปลกๆ ได้ยินไมค์ถามว่าแผนอะไร

“พอไปถึงโกดังเก็บของของมัน...” เทพพูดได้แค่นั้น ก็ถูกไมค์บอกเดี๋ยว มองไปที่ปกเสื้อเทพบอกว่ามีอะไรติดอยู่แล้วเอื้อมมือไปหยิบทิ้งบอกไม่รู้อะไร ที่แท้มันคือเม็ดเครื่องดักฟังที่เมษาแอบติดไว้ที่ปกเสื้อเทพ ไมค์บอกให้เทพเล่าแผนของเขาต่อ เทพบอกว่าเดี๋ยวขึ้นรถแล้วค่อยเล่าต่อ

เมษาหงุดหงิดมากที่เม็ดเครื่องดักฟังมีแต่เสียงอู้อี้ๆ วิ่งออกมาดูเห็นไมค์กับเทพขึ้นรถไปแล้ว

พอขึ้นรถ เทพเล่าแผนของตนว่า ให้ไมค์ถ่วงเวลาการจ่ายเงินให้เสี่ยเล็ก หาทางคุยกับมันเพื่อเชื่อมโยงไปถึงเควินสมิธให้ได้ ย้ำว่า เราต้องการให้เสี่ยเล็กพาเราไปพบเควินสมิธ

เมษาวิ่งออกมาขี่มอเตอร์ไซค์ตามไมค์กับเทพไป เห็นรถของไมค์เลี้ยวเข้าไปในโกดังของเสี่ยเล็ก แต่เธอเข้าไม่ได้เพราะมียามเฝ้าประตูอยู่

แต่เมษาไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรค เธอใช้ความสามารถพิเศษเหวี่ยงตะขอเหล็กเกี่ยวขอบรั้วแล้วไต่เชือกข้ามกำแพงไป จากนั้นซ่อนตัวเลื้อยไปด้านหลังโกดัง

บัติพาไมค์เข้าไปในโกดัง ไมค์บอกเทพให้เข้าไปด้วย

ooooooo

ภายในโกดังมีทั้งเศียรพระพุทธรูป องค์พระ-พุทธรูปวางเรียงอยู่นับสิบองค์

ไมค์วางมาดนักซื้อของเก่า เอาแว่นขยายส่องสำรวจองค์พระ เทพเดินตามคอยมองรอบตัวอย่างสังเกตระแวดระวัง โดยมีบัติถือไอแพดที่มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับพระแต่ละองค์คอยอธิบาย เสี่ยเล็กนั่งอยู่มีลูกน้องรายรอบ

ไมค์พยายามทำตัวเป็นนักซื้อของเก่า ติว่าองค์นั้นบิ่น องค์นี้พระใหม่หรือเปล่า ไม่ใช่เอามาย้อมนะ ทำเอาเสียเล็กฉุนถามว่าทำไมพูดอย่างนี้! บัติเป็นลูกคู่เสริมทันทีว่า

“นั่นสิครับ นี่เราค้าขายกันระดับชาตินะ แล้วองค์นี้ผมเป็นคนตัดมากับมือผมเอง”

“คุณไมค์แกแค่โจ๊กน่ะครับเสี่ย” เทพช่วยคลี่คลายสถานการณ์ แต่ไมค์กลับโพล่งขึ้นว่า

“ฉันไม่ได้โจ๊ก เรามาซื้อของเป็นร้อยๆล้าน เราก็ต้องสอบถามให้แน่นอน”

บัติกระซิบกับเสี่ยเล็กว่าดูท่าไมค์ไม่มีความรู้เรื่องของเก่าเท่าไร เสี่ยบอกช่างมัน ขอให้มันมีเงินให้เราก็พอ ส่วนเทพก็กระซิบเตือนไมค์ว่าอย่าพูดมากนักเดี๋ยวมันจะสงสัย ไมค์ตอบอย่างอวดดีว่า “รู้แล้วน่า” แล้วก้มส่องพระต่อ

เมษาซุ่มดูอยู่ เธอยกมือถือขึ้นถ่ายรูปทั้งเศียรพระ องค์พระ และไมค์กับเทพที่คุยกับเสี่ยเล็ก พึมพำเครียด...

“มันลักลอบซื้อขายเศียรพระจริงๆด้วย ไอ้พวกนี้มันเลวจริงๆ” และเมื่อซูมเข้าหน้าเสี่ยเล็กก็จำได้ว่า “ไอ้นี่มันไอ้เสี่ยเล็กร้อยเอ็ดนี่”

เมษาแอบโทร.รายงานผู้การสถิตย์ว่าตอนนี้ไมค์– โจ๊กเกอร์กำลังซื้อขายเศียรพระอยู่กับเสี่ยเล็กร้อยเอ็ด จะให้ตนจับเลยไหม ตนจะได้ขอกำลังเสริมจากพื้นที่เลย สถิตย์บอกไม่ต้อง อ้างว่าตำรวจพื้นที่อาจจะเป็นพวกของเสี่ยเล็กก็ได้ สั่งเมษาให้ออกจากพื้นที่เดี๋ยวตนจะจัดการเรื่องนี้เอง เมษาพยายามจะชี้แจงก็ถูกตัดบทว่า

“ผมไม่อยากให้คุณได้รับอันตราย ผมจะส่งหน่วยเฉพาะกิจไปเอง คุณรีบออกมาจากพื้นที่ได้เลย นี่เป็นคำสั่งผู้กองเมษา”

“ก็ได้ค่ะ” เมษาจำต้องรับคำ บ่นอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า “ทำไมหัวหน้าไม่ให้เราจับพวกมันนะ?”

ชายชาติที่นั่งอยู่กับสถิตย์ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ พอสถิตย์เล่าให้ฟัง ชายชาติพูดอย่างรู้ดีว่า

“ถ้าเมษาจับไอ้ไมค์กับผู้กองเทพได้ แผนแตกนะครับ”

“ก็นี่ไง ฉันถึงสั่งให้เธอถอนตัวออกมา”
ooooooo

ในโกดัง เทพถ่ายรูปเศียรพระและพระพุทธรูปในโกดังและติดหน้าเสี่ยเล็กไปด้วย เสี่ยเล็กโวยว่ามาถ่ายรูปตนทำไม

“ผมไม่ได้ถ่ายเสี่ย ผมแค่ถ่ายเปรียบเทียบขนาดความสูงให้ลูกค้าดู” เทพชี้แจง แต่ก็ถูกเสี่ยสั่งไม่ต้องถ่ายตน

ไมค์พยายามที่จะเชื่อมกับเควินสมิธ อ่อยเสี่ยเล็กว่า ได้ข่าวว่าเควินสมิธเป็นเศรษฐีชอบสะสมของเก่าพอดี ตนได้ทับหลังนารายณ์จากเขมรมา

เห็นเสี่ยเล็กมองหน้า ไมค์ถามว่าไม่เชื่อหรือ ตนมีคนไปฝังตัวไว้ที่เขมรแล้วหาจังหวะเอาของปลอมไปเปลี่ยนของจริงมา อ่อยว่าถ้าเสี่ยติดต่อเควินสมิธให้ตนได้เสี่ยก็จะได้เห็น และถ้าขายให้กับเควินสมิธได้ ตนจะให้เสี่ยสิบเปอร์เซ็นต์ เสี่ยถามว่าจะปล่อยเท่าไหร่

“ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้าน”

“เดี๋ยวผมจะลองถามพรรคพวกดู รู้สึกว่าจะมีเพื่อนที่อยู่กรุงเทพฯคนหนึ่งเขาสนิทกับคุณเควินสมิธ” แต่พอไมค์ถามว่าใคร เสี่ยตัดบทว่าบอกไปไมค์ก็ไม่รู้ เพราะเขาไม่ค่อยเปิดตัว

ขณะเสี่ยเล็กกำลังคุยกับไมค์นั่นเอง มีสายจากสถิตย์เข้าถามเสี่ยว่าคุยกับไมค์โจ๊กเกอร์อยู่ใช่ไหม พอเสี่ยบอกใช่ สถิตย์บอกว่า

“มันเป็นสายตำรวจ คนที่มากับมันเป็นตำรวจชื่อผู้กองเทพ จัดการเก็บมันซะ อย่าให้เหลือซาก”

เสี่ยเล็กรับคำแล้วทำทีหันมาคุยกับไมค์ ต่อรองว่าถ้าตนติดต่อให้ไมค์พบเควินสมิธได้ขอยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้ไหม ไมค์ต่อรองเหลือสิบห้า เสี่ยตกลงทันที ยื่นมือไปเช็กแฮนด์ พลางเหลือบมองและพยักหน้าให้บัติพร้อมกับกระชากไมค์เข้าไปล็อก เทพขยับจะหยิบปืนก็ถูกบัติเอาปืนจ่อหลังแล้ว

ไมค์ทำเสียงเข้มถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เทพก็บอกให้เสี่ยปล่อยไมค์เดี๋ยวนี้

“มึงไม่ต้องตอแหลไอ้ผู้กองเทพ” เสี่ยตวาด เทพตกใจที่เสี่ยรู้ทั้งยศและชื่อตน ไมค์ทำเป็นผสมโรงด่าเทพว่าเป็นตำรวจปลอมตัวมาจับตนหรือ ไมค์ขอบใจเสี่ยที่ช่วยชีวิตตนไว้ กลับถูกเสี่ยเล็กต่อยโครม ด่า “มึงอย่ามาแหลกะกู”

เมื่อรู้ตัวว่าพลาดท่าแน่แล้ว เทพบอกเสี่ยว่าคนที่ตนต้องการจับคือเควินสมิธ ส่วนเสี่ยตนจะกันไว้เป็นพยาน เมื่อเสี่ยไม่เล่นด้วย เทพบอกว่าเมื่อกี๊ที่ตนถ่ายรูปเสี่ยมันออนไลน์ไปที่สำนักงานตำรวจแล้ว และตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าตำรวจมาปิดล้อมอยู่ข้างนอกแล้วหรือยัง

“ฆ่ามัน!”

สิ้นเสียงเสี่ยเล็ก เสียงปืนกัมปนาทขึ้นนัดหนึ่งจากที่สูง ลูกปืนถูกท้องลูกน้องเสี่ยล้มลง ทุกคนแหงนมองเห็นคนชุดดำสวมหมวกสวมแว่นอยู่ข้างบน ไมค์ถามว่าใครมาช่วยเรา เทพเองก็ไม่รู้ ลากไมค์วิ่งหนี เสี่ยเล็กเห็นตะโกนสั่ง “ตามมันไป!”

“ออกรถเร็ว!” เทพสั่งไมค์ รถพุ่งออกไป กระจกท้ายรถลูกน้องเสี่ยระดมยิงแตก เสียงปืนยังรัวไล่หลังมา

ooooooo

ที่หลังโกดัง ลูกน้องเสี่ยเดินล้อมเข้าไปในพงหญ้าและเศษวัสดุที่ทิ้งอยู่เกลื่อนกลาด เสี่ยเล็กวิ่งมาถามว่ามันอยู่ไหน แต่ไม่มีใครเห็น บัติบอกว่ามันอาจจะอยู่ในบ่อ เสนอให้ยิงลงไปเลยดีไหม

“ไอ้บ้า ยิงได้ไง ในนั้นมีแต่เศียรพระ แต่ถ้ามันอยู่ในบ่อจริง เดี๋ยวมันก็ต้องโผล่ขึ้นมาให้เรายิง”

ที่ใต้น้ำในบ่อ...เมษาคาบหลอดกาแฟหายใจลำบากเข้าทุกที โชคดีที่เสี่ยเล็กบอกลูกน้องว่าถ้ามีใครซ่อนอยู่ใต้บ่อไม่น่าอึดได้ขนาดนี้ แล้วสั่งให้รีบกลับไปย้ายโกดัง

พอพวกเสี่ยเล็กไป เมษาก็โผล่ขึ้นมาฮุบอากาศหายใจแทบไม่ทัน

ไมค์กับเทพขับรถหนีกลับมาถึงห้องพักที่โรงแรม ไมค์ถามว่าคนที่มาช่วยเราเป็นพวกผู้กองใช่ไหม เทพบอกไม่รู้แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ผู้ชาย ไมค์ถอดใจขอถอนตัวจากงานนี้ เทพบอกว่าถอนตัวไม่ได้ ไมค์ไม่ฟังไม่ยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเงินแสนสองแสนอีกแล้ว

เทพเตือนว่าถ้าไมค์เดินออกจากห้องนี้ไป ตนไม่แน่ใจว่าพวกมันจะมารออยู่ข้างล่างคอยเชือดอยู่หรือเปล่า ไมค์หาว่าขู่ออกไปจนได้ แต่พอลงมาออกจากลิฟต์ก็เจอพวกบัติกำลังกระจายกำลังกันค้นหา ไมค์ตกใจแต่ยังห่วงเทพรีบโทร.บอกปรากฏว่าเทพปิดเครื่อง ไมค์ว้าวุ่นจะหนีก็ไม่รู้จะออกไปทางไหน

ไมค์แอบใส่ชุดมาสคอตเดินออกไป พอไปถึงหน้าโรงแรมถอดหัวออก ก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งเข้ามา!

เทพนั่นเอง...เขาบอกไมค์ให้รีบขึ้นรถ พอไมค์โดดซ้อนท้าย เทพก็พุ่งรถออกไปทันที

ooooooo

เมษากลับไปรายงานผู้การสถิตย์ ถูกผู้การตำหนิ ที่ขัดคำสั่ง เมษาอ้างว่าในสถานการณ์อย่างนั้นถ้าเป็นผู้การ ผู้การก็ต้องทำแบบตน ผู้การอ้างว่าเป็นห่วงความปลอดภัยของเธออย่าได้ทำอย่างนี้อีก

เมษาขอบคุณ ถามว่าแล้วจะให้ตนตามไมค์โจ๊กเกอร์ต่อไหม ผู้การให้ตามต่อ เธอสัญญาว่าจับไมค์โจ๊กเกอร์ให้ได้ พอเมษาออกไป ผู้การสถิตย์ก็ส่ายหน้าบ่น “เสีย เรื่องหมด!”

เมษาออกมาเจอตำรวจรุ่นพี่คือวิทย์กับสิทธิ์ เธอถามว่ารู้จักไมค์โจ๊กเกอร์ไหม สิทธิ์แนะให้ลองถามแฟนเธอดูเพราะชายชาติเคยตามพวกลักลอบตัดเศียรพระอยู่เป็นปี พอเดินผ่านไปเมษาบ่น “ฮึ...แฟนเราที่ไหนกัน” แล้วหยิบมือถือขึ้นกด

ชายชาติคุยอยู่กับผู้การเสวี พอมือถือดังเขาขอตัวออกไปรับสาย บอกผู้การว่าเดี๋ยวจะตามไปที่ห้องประชุมเลย

เมษาโทร.มาชวนชายชาติทานข้าวกัน เขาทั้งแปลกใจและดีใจ แต่พอเมษานัดเย็นนี้เขาบอกติดงานขอเป็นพรุ่งนี้เที่ยงเจอกัน พอกดวางสายก็พึมพำกระหยิ่ม “สงสัยงวดนี้จะถูกหวย น้องเมโทร.ชวนกินข้าว...”

เควินสมิธมาถึงเมืองไทยแล้ว ทีวีออกข่าวแพร่ภาพที่เขาแสดงความรักเด็กและผู้หญิงที่ด้อยโอกาสอย่างอบอุ่นมาก

ปึกดูทีวีอยู่กับคุณนาย ชมว่าฝรั่งคนนี้ใจดีมากเลย คุณนายบอกว่าแต่ละปีเขาบริจาคเงินช่วยคนบ้านเราเยอะมาก ผู้หญิงหลายคนที่ไปอยู่มูลนิธินี้นอกจากได้งานแล้วบางคนยังได้ผัวฝรั่งด้วย ปึกหูผึ่งตาโตแต่ถูกคุณนายปรามว่าห้ามไปไหนเพราะเพิ่งมาทำงานได้ยังไม่ถึงเดือน

“วันไหนมีโอกาสต้องหาทางไปมูลนิธิเควินโฮปซะหน่อย เผื่อจะได้เจอฝรั่ง” ปึกแอบหวัง

โอกาสเป็นของปึก เมื่อเควินโฮปโทร.มาคุยกับวัฒนาและนัดทานข้าวกลางวันกัน วัฒนาบอกคุณนายว่าพรุ่งนี้ให้ปึกออกจากบ้านไปสักสองสามชั่วโมงเพราะเควินโฮปจะมาทานข้าวเที่ยงที่นี่ คืนนี้คุณนายจึงบอกปึกว่าพรุ่งนี้อนุญาตให้หยุดงานหนึ่งวัน เช้าทำงานให้เสร็จ สิบเอ็ดโมงให้ออกจากบ้านได้เลย กลับมาอีกทีตอนห้าโมงเย็น

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าความฝันของเราจะเป็นจริง นี่คงเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่ดลบันดาลให้เรา...” ปึกดีใจมากยกมือพนม “ขอบคุณหลวงพ่อหลายๆเด้อ อีปึกสิต้องนำเศียรของหลวงพ่อกลับคืนสู่บ้านเฮาให้ได้”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:36 น.