นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สวยร้ายสายลับ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

    ไมค์หนีกลับไปที่บ้าน คิดถึงคำขู่ของสถิตย์ยุทธแล้วไมค์นั่งกุมหัว สับสน ว้าวุ่น

    “นี่เราจะทำยังไงดี หรือว่าเราควรจะบอกผู้กองกับคุณเม...ไม่ได้ ถ้าเราบอกมันต้องฆ่าหนูปึก แต่ถ้าไม่บอกเราต้องขโมยเศียรพระไปหรือ...ใช่...เราต้องเอาเศียรพระไปช่วยหนูปึกก่อน”

    แต่พอไมค์จะขึ้นชั้นบนเพื่อหาเศียรพระ เทพก็กลับมาพอดี ไมค์ชะงักหน้าเสีย เทพกับเมษาโล่งใจที่เจอไมค์บอกว่า

    “เราตามหานายซะทั่วเลย ทำไมโทร.มาไม่รับสาย” เมษาถาม เทพถามว่าเป็นบ้าไปแล้วหรือ

    “ฉันขอโทษ...ฉันกำลังสับสนน่ะ”

    เมษาคิดว่าไมค์สับสนเพราะปึกมีแฟนใหม่ ปลอบใจว่าปึกไม่ใช่คนอย่างนั้น ปึกคงแกล้งหลอกไมค์มากกว่า

    ไมค์ยิ่งอึกอัก จนเทพถามว่าเป็นอะไร มีเรื่องอะไรในใจแล้วไม่บอกกันหรือเปล่า

    “เปล่าๆ ก็อย่างที่บอก ฉันกำลังสับสน”

    เมษาบอกให้ทำใจให้สบาย เดี๋ยวปึกก็กลับมาเองแหละ ชวนไปกินข้าวกันดีกว่า ไมค์บอกว่าตนไม่หิว ขออยู่คนเดียวดีกว่า เทพบอกงั้นเดี๋ยวจะซื้ออะไรมาฝากก็แล้วกัน

    พอเทพกับเมษาออกไป ไมค์มองตามอย่างหนักใจ เครียด ต่อสู้ในความคิดอย่างหนัก

    ooooooo

    แม้ไมค์จะยืนยันว่าไม่มีอะไรเพียงสับสนนิดหน่อยเท่านั้น แต่เทพกับเมษาก็อดคิดไม่ได้ว่าไมค์ต้องมีอะไรปิดบังเรา

    พอเทพกับเมษาออกไป ไมค์ก็ขึ้นไปที่ห้องนอนของเทพ รื้อค้นทุกซอกทุกมุมก็ไม่พบเศียรพระ จนกระทั่งเทพกลับมาเห็นข้าวของเละเทะเต็มห้อง ถามไมค์ว่า

    “นี่นายทำอะไร? ทำไมเสื้อผ้าฉันเละเทะอย่างนี้”

    ไมค์ตกใจ แก้ตัวได้ว่า จะยืมเสื้อไปใส่สักตัว เทพถามเสียงขุ่นว่าแล้วทำไมต้องรื้อเสียเละขนาดนี้

    “เดี๋ยวฉันจะเก็บให้ คือฉันจะยืมตัวนี้นะ” ไมค์ยกเสื้อให้ดู เทพมองไปอย่างนั้นเองเพราะใจไม่เชื่อ ไมค์ทำเป็นถามว่า “แล้วนายกลับมาทำไม ไหนว่าจะออกไปกินข้าว”

    “คุณเมเขากลัวว่านายจะคิดมากเรื่องหนูปึกแล้วทำอะไรบ้าๆลงไป เลยให้ฉันมาบอกนายว่าเดี๋ยวเขาจะพยายามโทร.หาหนูปึกแล้วคุยเคลียร์ให้ นายอย่าคิดอะไรมาก เข้าใจรึเปล่า”

    ไมค์บอกว่าเข้าใจ แต่พอเทพจะออกไป ก็เรียกไว้ถามว่า “ผู้กองเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไว้ที่ไหนหรือ”

    “ฉันเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย” เทพไม่ยอมบอก ไมค์เซ้าซี้ถามอย่างไรเทพก็ไม่บอก ถูกเซ้าซี้มากเข้าก็บอกว่า “นายอย่ารู้เลย เกิดไอ้สถิตย์ยุทธมันคิดอยากได้เศียรพระขึ้นมาแล้วจับตัวนายไปขู่ นายอาจจะบอกมันก็ได้”

    “ไม่มีทาง ฉันไม่บอกมันหรอก นะ...บอกฉันหน่อยว่าเก็บไว้ที่ไหน”

    “งั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วจะกลับมาบอก” เทพตัดบทแล้วจะไป ไมค์กระโดดไปขวาง เทพบอกว่ากลับมาแล้วจะบอก พอเทพอออกไปแล้ว ไมค์เครียด สบถฮึดฮัด

    “ไอ้บ้าเอ๊ย!!”

    ไมค์ยังไม่ละความพยายาม รื้อค้นต่อไปจนหมดทุกซอกทุกมุม นั่งถอนใจมองไปในบ่อปลา เห็นอะไรแว้บๆ อยู่ในบ่อ ไมค์พรวดไปดู พลันก็ตะลึงเมื่อเห็นเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่ในบ่อปลาจริงๆ!

    “ไชโย ในที่สุดเราก็หาเศียรหลวงพ่อเจอ หนูปึกรอพี่ด้วย พี่หาเจอแล้ว พี่จะเอาตัวหนูปึกกลับมาให้ได้”

    ไมค์อุ้มเศียรพระขึ้นจากบ่อวิ่งอ้าวไป

    ooooooo

    เทพกลับมาพร้อมก๋วยเตี๋ยวต้มยำมาฝาก เดินหาไมค์ทั่วบ้านก็ไม่เจอ เมษาคาดว่าคงออกไปข้างนอก

    “ไอ้นี่มันบ้าจริงๆ คงจะรักหนูปึกจนเสียสติไปแล้ว” เทพบ่น

    เมษาเดินไปที่ระเบียง เธอชะงักเรียกเทพมาดูใบบัวที่ขาดหลุดจากบ่อ และที่พื้นก็มีรอยเปียกน้ำ เธอไปแหวกกอบัวดู ปรากฏว่าเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงหายไปแล้ว!

    เทพวิ่งออกมา ถามว่าเธอดูดีแล้วหรือ พอเทพไปดูเองก็ไม่เห็นเศียรพระแล้ว เขาฉุกคิดถึงตอนที่กลับมาแล้วไมค์เซ้าซี้ถามว่าเอาเศียรหลวงพ่อไปซ่อนไว้ที่ไหน ก็มั่นใจว่าไมค์เอาเศียรพระไปแล้ว เล่าให้เมษาฟังว่า

    “ตอนที่ผมกลับเข้ามาบอกมันเรื่องหนูปึก มันกำลังค้นห้องผม แล้วบอกว่าจะมายืมเสื้อ แล้วก็เซ้าซี้ถามว่าเก็บเศียรพระไว้ที่ไหน”

    เมษาถามว่าแล้วไมค์จะเอาเศียรพระไปทำไม ทั้งสองมองหน้ากัน พลันเทพก็เอะใจ พึมพำ... “หรือว่า...”

    ooooooo

    เวลาเดียวกัน สถิตย์ยุทธได้รับโทรศัพท์จากไมค์บอกว่าตนได้เศียรพระหลวงพ่อคำเกลี้ยงมาแล้ว สถิตย์ยุทธไม่เชื่อสั่งให้ไมค์เอาไปให้ดู ไมค์ขอคำยืนยันว่าเขาจะปล่อยตัวหนูปึกตามสัญญา

    “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนรักษาสัญญา แต่จำไว้ให้ดีนะ ถ้ามีไอ้เทพหรือมีใครมากับแกด้วย ละก็...ฉันจะฆ่านังหนูปึกทิ้งซะ” ไมค์รับรองว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ “งั้นตกลงตามนี้ พรุ่งนี้ฉันจะโทร.บอกว่าไปเจอกันที่ไหน” พูดแล้วตัดสายเลย

    ไมค์ยกมือไหว้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง “หลวงพ่อ ยกโทษให้ผมด้วย ที่ผมต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อแลกกับชีวิตหนูปึก”

    เทพมั่นใจว่าต้องเป็นเควินสมิธกับผู้การสถิตย์–ยุทธแน่ที่เอาตัวปึกไปแล้วบังคับให้ไมค์เอาเศียรพระไปแลกตัวปึก ลำดับให้เมษาฟังว่า

    “คุณคิดดูนะ ตอนแรกไอ้ไมค์บอกเราว่าอยู่ๆ หนูปึกก็หายตัวไปจากห้องน้ำในห้าง แต่หลังจากรับโทรศัพท์มันกลับบอกเราว่า หนูปึกไปมีแฟนใหม่ แล้วคุณเองก็บอกไม่ใช่หรือว่า ไม่น่าเชื่อว่าหนูปึกจะทำอย่างนั้น”

    เมษาพยักหน้าบอกว่าก็อาจจะเป็นอย่างนั้น เทพฟันธงว่าไม่ใช่อาจจะ แต่ต้องเป็นเรื่องนี้แน่ ไมค์ต้องเอาเศียรพระไปให้พวกมันเพื่อแลกตัวหนูปึกแน่

    “ถ้าอย่างนั้นฉันว่าเราต้องรีบหาตัวนายไมค์ให้เจอก่อนที่เขาจะเอาเศียรพระไปให้พวกมันนะ เพราะไม่งั้นละก็ พวกมันต้องฆ่าหนูปึกกับนายไมค์แน่” เมษาร้อนใจ เทพพยักหน้าเห็นด้วยแล้วโทร.เข้ามือถือไมค์ไม่รับสาย แต่พึมพำ...

    “ผู้กอง อย่าโกรธฉันเลย ฉันจำเป็นจริงๆ”

    เมษาร้อนใจบ่นว่าทำไมไมค์ต้องทำอย่างนี้ เทพคาดว่าไมค์คงถูกสถิตย์ยุทธขู่ว่าถ้าบอกเรามันจะฆ่าหนูปึก เมษาถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไร ถ้าเราหาไมค์ไม่เจอทั้งไมค์กับหนูปึกไม่รอดแน่

    ทันใดนั้นเอง เทพได้รับสายจากฟูเพื่อนของไมค์โทร.มาบอกว่า บุญเลิศโทร.มาหาตนให้ช่วยหาปืนให้

    สักกระบอก ตนถามว่าจะเอาไปทำอะไรก็บอกแต่ว่ามีเรื่องต้องใช้ เทพถามว่าแล้วตอนนี้ไมค์อยู่ไหน

    “เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมาหาผมที่ทำงาน ผมถามว่าทำไมไม่ยืมปืนจากผู้กอง เขากลับบอกว่าไม่ให้บอกผู้กองเรื่องนี้ ผมก็เลยสงสัยว่าผู้กองกับพี่บุญเลิศมีเรื่องอะไรกันรึเปล่า”

    เทพบอกฟูว่าถ้าไมค์มาให้ถ่วงเวลารอให้เจอตน แล้วทั้งสองก็รีบไปเพื่อดักล็อกตัวไมค์ไว้

    ooooooo

    ไมค์ไปพิพิธภัณฑ์ที่ฟูทำงานอยู่ ฟูบอกให้รอเดี๋ยวเพราะกำลังติดอธิบายแนะนำงานแสดงให้คนที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์อยู่

    เทพกับเมษากำลังบึ่งรถมา เมษาภาวนาอย่าให้ไมค์หนีเราไปก่อน เทพบ่นว่า “ไอ้นี่มันบ้าจริงๆ จะตายฟรีไม่รู้ตัว”

    ฟูทำงานเสร็จมาหาไมค์ที่รออยู่ ไมค์กระชากแขนถามทันทีว่าได้ปืนหรือเปล่า ฟูตอบไม่เต็มเสียงว่าได้ ไมค์ถามว่าอยู่ไหน ฟูย้อนถามว่า “แล้วพี่ไมค์จะเอาปืนไปทำอะไร”

    “เรื่องมันยาว เอ็งอย่ารู้เลย เอาปืนมา” ฟูถ่วงเวลาบอกไมค์ว่าต้องบอกก่อนว่าจะเอาปืนไปทำอะไร ไมค์ร้อนใจเลยบอกว่า “มีคนจับตัวแฟนข้าไป ถ้าข้าไม่ไปช่วย แฟนข้าต้องตาย เข้าใจไหม”

    “แล้วทำไมไม่บอกตำรวจล่ะ บอกผู้กองขั้นเทพก็ได้”

    “ไม่ได้โว้ย ขืนข้าบอกตำรวจหรือผู้กอง มันก็จะฆ่าแฟนข้า เอ็งอย่าพูดมาก ปืนอยู่ไหนเอามาเร็ว!”

    “อีกชั่วโมงเพื่อนมันจะเอามาให้”

    “ไอ้บ้าเอ๊ย ไหนบอกว่าได้มาแล้วไง” ไมค์หัวเสียงุ่นง่าน

    “มันไม่ใช่ของฉัน มันเป็นของเพื่อน...นี่พี่เลิศ ฉันว่าพี่นั่งสงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่า รออีกชั่วโมงเดี๋ยวเพื่อนฉันก็มาแล้ว นะ...รอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟเย็นมาให้ ใจเย็นๆ รอแป๊บเดียว เดี๋ยวมา”

    พอฟูไปซื้อกาแฟเย็น ไมค์นั่งไม่ติดงุ่นง่านร้อนใจ “หรือว่าเราไปหาที่อื่นดีวะ ไอ้ฟูท่าทางจะไม่ได้เรื่อง”

    ที่หน้าพิพิธภัณฑ์ เทพกับเมษามาถึงแล้ว ทั้งสองรีบเข้าไป

    ฟูถือกาแฟเย็นกลับมาไม่เห็นไมค์แล้ว มองหาไม่เจอ เดินหาไปเจอเทพกับเมษาพอดี เทพถามว่าไมค์มาหรือยัง

    “มาแล้วครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้อยู่ไหน...เมื่อกี๊ผมบอกให้เขารออยู่ในนี้ ผมจะไปซื้อกาแฟเย็นให้กิน แต่พอผมกลับมาเขาก็หายไปแล้วครับ”

    “ผมว่าเราแยกกันหาดีกว่า อาจจะยังอยู่ในนี้” แล้วทั้งสามก็แยกย้ายกันไปหา

    ooooooo

    ที่แท้ ไมค์นั่งส้วมอยู่ ทำธุระไปก็ดูรูปปึกไป ยิ่งดูก็ยิ่งเป็นห่วง เห็นรูปสุดท้ายที่ปึกทำท่าจุ๊บให้ ก็ทนไม่ได้พูดกับรูปว่า

    “หนูปึกของพี่ ทนอีกคืนนึงนะ พี่สัญญา พี่จะต้องช่วยหนูปึกให้ได้”

    ไมค์ทำธุระเสร็จออกมาล้างมือ ก็ต้องผงะเมื่อเทพเปิดประตูผลัวะเดินเข้ามา เทพตรงเข้ากระชากคอเสื้อ ไมค์โวยวายให้ปล่อย

    “แกรู้รึเปล่าว่าแกทำเรื่องบ้าอะไรอยู่” เทพโมโห ไมค์ตีหน้าตายบอกว่าไม่ได้ทำอะไร “ฉันรู้นะว่าแกขโมยเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงมา แกอย่าโกหก แกขโมยเพื่อไปช่วยหนูปึก ไอ้สถิตย์ยุทธมันจับตัวหนูปึกไปใช่ไหม?!”

    “เปล่า...ไม่ใช่” ไมค์ปากแข็ง พอถูกเทพกระชากคอเสื้อเข้าไปถามว่าใช่ไหม! ไมค์จึงยอมรับว่าใช่

    “แกฟังฉันให้ดีนะ ไอ้สถิตย์ยุทธมันวางแผนหลอกแก ถ้าแกเอาเศียรพระไปให้มัน มันก็จะฆ่าแกกับหนูปึกทิ้ง”

    “แต่ถ้าฉันไม่เอาไปให้มัน มันก็ต้องฆ่าหนูปึกนะผู้กอง ปล่อยฉัน ฉันจะไปช่วยหนูปึก”

    “ไม่! ฉันไม่ปล่อยให้แกไปตายหรอก”

    ไมค์อ้อนวอนว่าตนรักหนูปึก ตนปล่อยให้หนูปึกตายไม่ได้ เทพบอกว่าตนกับเมษากำลังหาทางช่วยหนูปึกอยู่ ไมค์บอกว่าสถิตย์ยุทธต้องการเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงเท่านั้น อ้อนวอนเอาไปให้มันเถอะ เทพยืนยันว่าเรากำลังหาทางช่วยหนูปึกอยู่ ให้ไมค์กลับบ้านไปวางแผนกันก่อน

    ทีแรกไมค์ไม่ยอมกลับ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจทำเป็นยอม บีบน้ำตาร้องไห้ฮือๆ บอกว่าเป็นห่วงหนูปึกขอกอด เทพที พอเทพให้กอด ไมค์ก็กระชากปืนจากเอวเทพ ถอยไปเอาปืนจ่อ สั่งเทพให้ถอยไป ขืนเข้ามาโดนยิงแน่!

    เมื่อหว่านล้อมไม่สำเร็จ เทพจึงจำต้องถอย ไมค์หมุนตัวออก ขู่สำทับ

    “อย่าตามฉันมานะ!”

    ไมค์ออกจากห้องน้ำเอาไม้กวาดขัดประตูล็อกไว้ เทพตะโกนให้เปิดประตู พลางรีบโทร.หาเมษาบอกเธอว่า

    “ผมเจอไอ้ไมค์แล้ว มันอยู่ที่ห้องน้ำชั้นใต้ดิน คุณรีบมาเร็ว”

    เมษารีบวิ่งลงบันได ไมค์เห็นพอดีหลบเข้าด้านหลังผนัง พอเมษาวิ่งผ่านไปจึงออกมา เจอฟูเข้าอีกจนได้ ไมค์กระชากคอเสื้อฟูตะคอก

    “ไอ้ฟู ไอ้เพื่อนเวร ไปบอกผู้กองทำไม” ไมค์ผลักฟูหงายเสียหลักแล้ววิ่งหนีไป

    เมษาวิ่งไปดึงไม้กวาดที่ขัดประตูออก เทพถามว่า เจอไมค์ไหม พอรู้ว่าไม่เจอก็รีบพากันออกตามหา ต่างวิ่งหาไปจนถึงหน้าตึก ก็ไม่เจอ คาดว่าไมค์คงหนีไปแล้ว ได้แต่มองหน้ากันอย่างหนักใจ

    ooooooo

    ที่อู่ต่อเรือ ค่ำแล้ว สถิตย์ยุทธกับเควินสมิธเดิน ขึ้นบันไดเรือผ่านลูกน้องที่ยืนเฝ้าทางขึ้นอยู่

    เควินสมิธถามว่าแน่ใจหรือว่าไมค์จะเอาพระมาให้จริงๆ สถิตย์ยุทธพูดเลือดเย็นว่าถ้าไม่เอามาแฟนมันก็ต้องคอขาด

    “เสียดายนะ แฟนมันทั้งสาวทั้งสวย” เควินรำพึง สถิตย์ยุทธถามว่าอยากได้หรือ “ไม่รู้เป็นไง นังเด็กนี่มันถูกชะตากับผม”

    “ถ้าคุณอยากได้ ผมให้คุณ แต่ต้องให้ได้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงก่อนนะ หลังจากนั้นคุณจะเอาไปทำอะไรก็ได้”

    เควินสมิธกระหยิ่มยิ้มย่อง พอมาถึงหน้าห้องที่จับหนูปึก คนเฝ้าเปิดประตูให้ เควินทำตีสนิททัก

    “ฮัลโหล...ดาร์ลิ่ง ในที่สุดเราก็เจอกันอีกจนได้นะจ๊ะ” ว่าแล้วตรงเข้าจับแก้มหนูปึก แต่หนูปึกเบือนหน้าหลบ “สงสัยเธอกับฉันจะเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ ถึงได้เจอกันอยู่เรื่อย”

    “ฉันว่าพวกแกปล่อยฉันดีกว่า เพราะถึงยังไงพี่ไมค์ เขาไม่มีทางเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงมาให้พวกแกแน่”

    เควินหัวเราะอารมณ์ดี ถามว่าจับมาแล้วจะปล่อยง่ายๆได้ไง ส่วนสถิตย์ยุทธพูดเยาะว่า

    “เมื่อกี๊ฉันเพิ่งคุยกับแฟนเธอ พรุ่งนี้เช้ามันจะเอาเศียรพระมาแลกกับตัวเธอ เธอควรจะรักมันมากๆนะ”

    “ฉันว่าระหว่างที่รอแฟนเธอมาช่วย เรามาสนุกกันดีกว่านะ” เควินเข้าซุกไซ้หนูปึกอย่างกลัดมัน ถูกสถิตย์ยุทธเบรกว่า

    “ใจเย็นคุณเควิน พรุ่งนี้ได้เศียรพระแล้วค่อยจัดการกับเธอ ไป...ผมจะพาคุณไปกินกุ้งแม่น้ำ”

    “ผู้การนี่...ชอบขัดจังหวะอยู่เรื่อย” เควินบ่น หันบอกหนูปึกว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะแม่หนูปึก พรุ่งนี้เราค่อยมาต่อกัน...”

    พอทั้งสองออกไป หนูปึกก็ตะโกน “ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยด้วย...”

    แต่ประตูถูกปิดสนิท เสียงปึกก็หายไปกับความมืดในห้อง...

    ระหว่างกินกุ้งแม่น้ำกัน เควินเสนอสถิตย์ยุทธว่า เดี๋ยวกินเสร็จตนขอกลับไปหาหนูปึกอีกได้ไหม ผู้การบอกให้สงบสติอารมณ์ไว้บ้าง ตนบอกพรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้สิ

    “แหม...อารมณ์ค้างเลย” เควินบ่นหน้าแดงก่ำ

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ไมค์ขับรถมาตามนัดหมาย ใจก็ คิดถึงคำขู่ของสถิตย์ยุทธเมื่อวาน...

    “แกไปหาฉันที่อู่ต่อเรือ จำไว้นะ ถ้าฉันเห็นใครมากับแกแม้แต่คนเดียว แฟนแกตายทันที!”

    ไมค์เหลือบมองปืนข้างตัว บอกกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

    “ต่อให้ตาย เราก็ต้องช่วยหนูปึกให้ได้”

    มาถึงอู่ต่อเรือ ไมค์มองสำรวจรอบๆ หยิบปืนเหน็บที่เอว ก้าวลงจากรถ แหงนมองขึ้นไปบนเรือ

    “เอาของขึ้นมาบนนี้” สถิตย์ยุทธก้าวออกมาบนเคบินเรือสั่ง

    “แล้วหนูปึกล่ะ หนูปึกอยู่ไหน” ไมค์ถาม สถิตย์ยุทธ กระชากหนูปึกออกมา หนูปึกตะโกนบอกไมค์ทันที

    “อ้ายไมค์ เอาหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับไป” ไมค์บอกว่าตนทำอย่างนั้นไม่ได้ ตนปล่อยให้หนูปึกตายไม่ได้ หนูปึกร้องบอกอย่างรับไม่ได้ว่า “ไม่นะ...อ้ายไมค์ กลับไป!”

    “หุบปาก!” สถิตย์ยุทธตวาดหนูปึก ตะโกนบอกไมค์ว่า “ขึ้นมาเลย ถ้าแกอยากได้แฟนแก แกก็เอาเศียรพระขึ้นมา”

    “ได้!” ไมค์เปิดประตูรถอุ้มเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง ออกมา เดินขึ้นไปบนเรือไม่ลังเล

    ooooooo

    เวลาเดียวกัน ที่หน่วย ฉก.911 รองอดุลย์โทรศัพท์ หาเทพขณะเขานั่งดื่มกาแฟอยู่กับเมษา ท่านรองพูดอย่างตึงเครียด

    “ผู้กองขั้นเทพหรือ ผมรองอดุลย์นะ” เทพถามว่า ท่านมีธุระอะไรกับตนหรือ “มี...คุณเข้ามาพบผมได้ไหม ฝากบอกผู้กองเมษาด้วย ผมอยากพบคุณทั้งสองคน”

    เทพรับคำ เมษาถามว่าใครโทร.มา?

    “ท่านรองอดุลย์ ท่านอยากให้เราสองคนไปพบท่านวันนี้” เมษาถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ “ท่านไม่ได้บอก บอกแต่ว่าเป็นเรื่องสำคัญ”

    ทั้งเทพกับเมษารีบไปพบรองอดุลย์ที่หน่วย ฉก.911

    “ไม่ทราบว่าท่านรองมีธุระอะไรกับเราสองคนหรือครับ” เทพถามทันทีที่นั่งลง

    “จากการสอบสวน เราเจอหลักฐานสำคัญว่าผู้การเสวีถูกฆาตกรรมเสียชีวิตแล้ว”

    แม้เทพกับเมษาจะคาดเดาไว้บ้างแล้ว แต่เมื่อได้รับการยืนยันจากท่านรอง ทั้งสองก็อึ้ง ท่านรองพูดต่อว่า...

    “ศพถูกเผาอยู่ในป่าชานเมือง และเราคิดว่าเป็นฝีมือของสถิตย์ยุทธ แต่เราไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดเขา ผมจึงอยากให้คุณสองคนสืบสวนเพื่อจับผู้การสถิตย์ยุทธ”

    “ทำไมถึงเป็นเราคะ”

    “เพราะก่อนตาย ผู้การเสวีกำลังทำเรื่องถึง ป.ป.ช. เพื่อสอบสวนสถิตย์ยุทธ และคุณสองคนเคยร่วมทีมติดตามคดีเศียรพระกับท่าน”

    “แต่ตอนนี้เราสองคนออกจากราชการแล้วนะครับ เราไม่มีอำนาจสอบสวนหรือจับกุมใคร” เทพติง

    รองอดุลย์เปิดแฟ้มเอกสารส่งให้เทพกับเมษาดู

    “นี่เป็นใบแต่งตั้งให้คุณสองคนกลับเข้ารับราชการเหมือนเดิม”

    เทพกับเมษารับไปดู มองหน้ากันอย่างดีใจ ต่างขอบคุณท่านรอง เทพเอ่ยอย่างมุ่งมั่นว่า

    “ผมให้สัญญาครับว่า ผู้การเสวีจะไม่ตายฟรี”

    “ดี กระชากหน้ากากผู้การสถิตย์ยุทธออกมาให้ได้” รองอดุลย์มองหน้าทั้งสองอย่างมั่นใจ

    ทั้งผู้กองขั้นเทพและผู้กองเมษาต่างรับคำอย่างเด็ดเดี่ยว ลุกขึ้นคำนับท่านรองแล้วเดินออกไป

    รองอดุลย์มองตามทั้งสองไปเครียดๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 11:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์