นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สวยร้ายสายลับ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

    ณ จุดนัดหมายที่เกิดเหตุ...คนร้ายถูกต้อนขึ้นรถตำรวจ ส่วนผู้การเสวีกับเทพและเมษายืนคุยกันหน้าเครียด

    “เอาตัวไปสอบสวน เค้นให้ได้ว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างมา” ผู้การสั่งตำรวจที่คุมตัวคนร้าย แล้วเดินมาหาเทพ

    “ผมว่าตอนนี้ผู้การสถิตย์ยุทธคงรู้ตัวแล้วว่า

    พวกเราซ้อนแผนจะจับกุมเขา” เทพเอ่ย เมษาถามว่าอย่างนี้เราก็หมดโอกาสที่จะจับเขาแล้วใช่ไหม

    “ยัง ผมกำลังคิดว่าผมจะทำเรื่องขอให้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเขา” เทพติงว่าเราไม่มีหลักฐานอะไรที่จะโยงไปถึงผู้การสถิตย์ยุทธได้ “ผมจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบทรัพย์สินเขา”

    ผู้การเชื่อว่าถ้าโยงเรื่องเงินที่ได้มาไม่ถูกต้องกับการลักลอบค้าเศียรพระและสถิตย์ยุทธไม่สามารถ

    ตอบได้ว่าเงินในธนาคารที่มีมากมายมาจากไหน เขาก็เกม แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการจะเห็นด้วยกับเราหรือเปล่า

    ตำรวจมารายงานผู้การว่าจะเอาผู้ต้องหาไปสอบสวน ผู้การบอกพวกเทพว่าอย่าเพิ่งท้อแล้วขึ้นรถออกไป

    ไมค์ยกลังใส่เศียรพระไปไว้ที่รถเทพ ทุกคนขึ้นรถแล้วเทพก็ขับออกไป

    ooooooo

    ผู้การสถิตย์ยุทธกับเควินสมิธกำลังวางแผนแก้เกมกันอยู่ที่เซฟเฮาส์ เควินสมิธเสนอให้หยุดเรื่องนี้ไว้ก่อนเพราะตำรวจกำลังจ้องเล่นงานเขาอยู่

    “คุณนี่มันตาขาวจริงๆ มีเรื่องนิดหน่อยทำเป็นกลัว” เควินบอกว่าตนยังไม่อยากตายในคุก “คุณลืมไปแล้วหรือว่าผมเป็นใคร ระดับคนอย่างผมนี่หรือจะยอมให้คุณติดคุกง่ายๆ”

    “แล้วเราจะเอายังไง ผมว่าตอนนี้ผู้การเสวีเขาไม่ปล่อยเราแน่”

    “แล้วคุณคิดว่าผมจะปล่อยเขางั้นหรือ” สถิตย์ยุทธย้อนถามแสยะยิ้ม

    ooooooo

    ผู้การเสวีดำเนินการทันที เสนอเอกสารไปยังประธานตำรวจให้สอบผู้การสถิตย์ยุทธเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้มามากมาย

    จากการอ่านเอกสารของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมประชุม มีความเห็นว่าข้อมูลน่าจะมีน้ำหนักพอที่จะยื่นฟ้องได้ และถ้าผู้การสถิตย์ยุทธชี้แจงที่มาของเงินที่มีอยู่ไม่ได้เราก็เอาผิดเขาได้

    ผู้การเสวีแจ้งว่าตนกำลังประสานกับธนาคารขอดูบัญชีเครือญาติและผู้ใกล้ชิดว่าใครถือเงินฝากแทนผู้การสถิตย์ยุทธหรือไม่ ประธานถามว่าจะสรุปเรื่องนี้ได้เมื่อไร ผู้การขอเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์

    “ผมอยากให้คุณทำทุกอย่างด้วยความรัดกุม ไม่อยาก ให้เหมือนคดีผู้กองขั้นเทพ” ประธานย้ำ

    “ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่คุณนะผู้การเสวี คุณเป็นคนเดียวที่จะรวบรวมหลักฐานเล่นงานสถิตย์ยุทธได้” นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ย้ำ ประธานเตือนว่า ผู้การเสวีเองก็ต้องระวังตัว ผู้การบอกว่าไม่ต้องห่วง แล้วพยักหน้ากับตัวเองอย่างมั่นใจ

    เมื่อผู้การเสวีโทรศัพท์แจ้งผลการประชุมของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แก่เทพ บอกเทพว่าตอนนี้ตนยังต้องรวบรวมหลักฐานมากกว่านี้ เทพถามว่ามีอะไรจะช่วยได้บ้างไหม

    “ตอนนี้ยัง ผมต้องเดินเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เอาล่ะ ถ้ามีเรื่องคืบหน้า ผมจะโทร.บอกคุณ”

    ระหว่างผู้การเสวีขับรถกลับนั่นเองก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้การสถิตย์ยุทธบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย ผู้การเสวีถามว่าเรื่องอะไร

    “ก็เรื่องที่ลื้อกำลังรวบรวมหลักฐานจะจับอั๊ว คืออั๊วรู้ว่าเรื่องถึงมือ ป.ป.ช.อั๊วคงไม่รอดแน่ อั๊วอยากให้ลื้อช่วยเหลืออั๊วได้ไหม ถือว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

    ผู้การเสวีไปหาผู้การสถิตย์ยุทธที่เซฟเฮาส์ ระหว่างขึ้นลิฟต์ไปก็นึกถึงการสนทนากันเมื่อครู่นี้...

    “ถ้าอั๊วยอมมอบตัวและสารภาพทุกอย่าง ลื้อจะช่วยอั๊วได้ไหม? แค่ลื้อทำคดีให้มันเบาลงหน่อย อั๊วก็อาจจะโดนแค่ภาคทัณฑ์หรือไม่ก็ออกจากราชการ...มาหาอั๊วหน่อย อั๊วอยากปรึกษาลื้อจริงๆ”

    ผู้การสถิตย์ยุทธให้ลูกน้องมารอรับผู้การเสวี คนขับรถจะตามก็ถูกกันไว้ บอกว่าผู้การอยากคุยกับท่านเป็นส่วนตัว ผู้การเสวีจึงให้คนขับรถรออยู่ข้างนอก

    ผู้การเสวีเข้าไปนั่งในห้องที่มีเศียรพระวางประดับ ครู่หนึ่งผู้การสถิตย์ยุทธเดินออกมาจากอีกห้องเข้ามาทัก ขอโทษที่ให้รอ ผู้การเสวีเร่งว่ามีอะไรก็ว่ามาตนมีเวลาไม่มาก

    การสนทนาเปิดฉากอย่างตรงไปตรงมาและตึงเครียดทันที ผู้การสถิตย์ยุทธถามว่า

    “อั๊วอยากจะถามลื้อตรงๆนะ ลื้อจะจับอั๊วจริงๆหรือ”

    “อั๊วเคยบอกลื้อแล้วไง ถ้าลื้อทำผิดอั๊วก็ต้องจับ”

    “แล้วลื้อได้ประโยชน์อะไรจากการจับอั๊ว”

    ผู้การเสวีสะดุดใจคำถามนั้น ย้อนถามว่า ที่อยากพบไม่ได้ต้องการคุยเรื่องมอบตัวใช่ไหม ถูกย้อนถามเยาะๆว่า

    “ลื้อคิดว่าคนอย่างอั๊วจะมอบตัวง่ายๆงั้นหรือ”

    “ถ้างั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว” ผู้การเสวีจะออกไป ถูกผู้การสถิตย์ยุทธเรียกไว้ บอกว่ายังไปไม่ได้ เพราะถ้าปล่อยไป เขาก็ต้องหาเรื่องมาจับตน

    การเจรจากลายเป็นปฏิปักษ์ทันที! ผู้การเสวีแตะปืนที่เอว แต่ถูกลูกน้องผู้การสถิตย์ยุทธสองคนเดินเข้ามาเล็งปืนเก็บเสียงใส่ ลูกน้องอีกคนเข้ามาปลดปืนผู้การเสวี

    “นี่ลื้อจะทำอะไร”

    “ก็อย่างที่บอก อั๊วคงปล่อยลื้อไปไม่ได้” ผู้การสถิตย์ยุทธเอาปืนตบหน้าผู้การเสวีซ้ายขวาจนเซ ตามไปกระทุ้งที่ท้องและทุบที่ต้นคอจนผู้การเสวีทรุดลงไปกอง แล้วลูกน้องผู้การสถิตย์ยุทธก็เข้ามาหิ้วปีกจับมือไพล่หลังใส่กุญแจมือทันที

    “เอาตัวมันไป อย่าให้เหลือหลักฐาน!” ผู้การสถิตย์ยุทธสั่งเลือดเย็น

    ooooooo

    เมษากับเทพช่วยกันตรวจเอกสารและสมุดบัญชีการโอนเงินของวัฒนาพบต้นขั้วเช็คการโอนเงินให้ผู้การสถิตย์ยุทธและรายชื่อที่โอนเงินให้คนอื่นและมีชื่อผู้การสถิตย์ยุทธอยู่ด้วย

    เทพโทร.รายงานผู้การเสวีว่าพบหลักฐานเพิ่มเติม แต่ผู้การเสวีไม่เปิดเครื่อง ทั้งสองคิดว่าท่านคงอยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณ จึงรอสักพักค่อยโทร.ใหม่

    เป็นเวลาที่ผู้การเสวีถูกมัดมีเทปปิดปากใส่กุญแจมือพร้อมคนขับรถ ทั้งสองถูกนำตัวขึ้นรถตู้ มีชายชุดดำห้าคนคุมรถตู้เข้าไปจอดในป่า แล้วพวกนั้นก็ช่วยกันหิ้วผู้การเสวีและคนขับรถลงไป ชายชุดดำทุกคนมีปืนเหน็บที่เอว สองคนถือปืนเอ็ม 16

    ระหว่างถูกพาเข้าไปในป่า ผู้การเสวีมองหาทางหนีทีไล่ พวกมันถามว่ามีอะไรแล้วดึงเทปปิดปากออก ผู้การเสวีต่อรองว่า ถ้าพวกมันปล่อยตนไป ตนจะไม่เอาเรื่อง มันบอกว่าถ้าปล่อยไปพวกมันเองก็ไม่มีชีวิตรอดเหมือนกัน

    “แต่อั๊วสัญญาว่าพวกลื้อจะปลอดภัย”

    “เราอยู่กับผู้การสถิตย์ยุทธ เราได้เงิน แต่อยู่กับท่านเราไม่ได้อะไร” คนหนึ่งตอบแล้วตัดบท เอา

    เทปกาวปิดปากผู้การไว้ตามเดิมสั่งให้เดินต่อไป

    ผู้การฉวยโอกาสที่มันเอาเทปกาวมาปิดปากขึ้นเข่ากระแทกเป้ามัน แล้วหันไปฟาดใส่อีกคน คนขับรถก็ใช้กำปั้นเหวี่ยงใส่อีกคน คนที่ถือเอ็ม 16 ยกปืนจะยิง คนขับรถพุ่งเข้ากระทุ้งท้องมัน ผู้การเสวีพุ่งเอาหัวโขกมันอีกคนจนทรุด

    “หนีเร็ว!” ผู้การตะโกนบอกคนขับรถ แล้วพากันวิ่งหนี ถูกคนถือปืนเอ็ม 16 ยิงแต่ก็หลบได้ อีกคนตะโกนบอกพวกมันให้รีบตามอย่าให้หนีไปได้

    ผู้การเสวีกับคนขับรถวิ่งมุ่งไปทางถนนใหญ่ ถูกพวกมันตามทัน คนขับรถถูกยิง พวกมันรุมกันจะเล่นงานผู้การแต่ผู้การก็ต่อสู้หลบหลีกวิ่งไปจนถึงถนนใหญ่ ผู้การเห็นรถสีดำคันหนึ่งกำลังตะบึงมา จึงวิ่งออกไปขวางถนนตะโกนขอความช่วยเหลือ รถคันนั้นจอด ผู้การวิ่งไปที่รถ

    “ช่วยผมด้วย มีคนจะฆ่าผม” พลันผู้การเสวีก็ผงะช็อกเมื่อคนที่อยู่ในรถคือผู้การสถิตย์ยุทธที่แสยะยิ้มก้าวลงมาพร้อมปืนในมือ พูดเย้ยว่า

    “อั๊วบอกแล้วไงไม่มีใครช่วยลื้อได้” แล้วยกปืนขึ้น ผู้การเสวีหันหลังจะวิ่งก็ถูกยิงเข้ากลางหลังล้มตึง สถิตย์ยุทธเดินไปขึ้นรถขับออกไป ชายชุดดำที่วิ่งไล่ตามมา พากันเข้ามาล้อมร่างผู้การเสวีไว้

    ooooooo

    เทพกับเมษาออกไปกินข้าวข้างนอกเพราะนัดพบกับไมค์และปึกไว้ ระหว่างนั้น เทพก็กดโทร.เข้ามือถือผู้การเสวีอีก แต่ปลายสายไม่มีสัญญาณ เขายิ่งร้อนใจบ่นว่าวันนี้ติดต่อผู้การไม่ได้เลย

    เทพเช็กไปที่ทำงาน หน้าห้องบอกว่าวันนี้ท่านออกไปตั้งแต่เที่ยงไม่ได้กลับเข้ามาเลย ทางนั้นก็พยายามติดต่อท่านอยู่เหมือนกัน ส่วนภรรยาท่านบอกว่ายังไม่กลับและวันนี้ก็ไม่ได้โทร.กลับบ้านเลย

    “หรือว่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับผู้การเสวี” เมษาเอะใจ สังหรณ์ใจว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้การสถิตย์ยุทธ

    ขณะนั้นเอง เมียจ่ามานะคนขับรถของผู้การก็โทร.เข้ามือถือเทพบอกว่าตนก็ติดต่อจ่ามานะไม่ได้เหมือนกัน ทำให้เมษายิ่งปักใจเชื่อว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับผู้การแน่ ทุกคนเครียดกันไปหมด

    ooooooo

    ที่เซฟเฮาส์สถิตย์ยุทธ เควินหัวเราะร่าบอกว่านับถือผู้การจริงๆ ขอคารวะ ผู้การสถิตย์ยุทธพูดอย่างผยองว่า

    “ผมบอกแล้วไงว่าคนอย่างผมไม่มีใครทำอะไรได้ ตอนนี้เชื่อหรือยัง” เควินบอกว่าเชื่อแล้วและต่อไปนี้

    ก็ไม่มีใครขวางเราได้แล้วใช่ไหม “ใช่ ถ้าใครคิดจะขวางมันก็ต้องตายสถานเดียว”

    “แล้วเราจะจัดการยังไงกับไอ้ขั้นเทพ จะเป่ามันทิ้งเลยไหม”

    “หึ! ตอนนี้หมดไอ้เสวีหัวหน้ามัน มันก็เหมือนผีไม่มีศาล เป็นแค่เห็บหมาไม่มีพิษสงอะไรแล้ว”

    “ใช่สินะ เพราะทุกวันนี้มันไม่ได้เป็นตำรวจแล้ว มันก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเรา งั้นคืนนี้ต้องฉลองให้เต็มที่นะผู้การ”

    “ได้เลย” ผู้การยกแก้วชนกับเควินสมิธอย่างลำพองใจ

    เควินสมิธบ่นเสียดายที่ไม่ได้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง สถิตย์ยุทธถามว่า “ทำไมถึงจะไม่ได้”

    “อ้าว...ก็ผู้การบอกว่าเศียรอยู่กับไอ้ผู้กองขั้นเทพ มันต้องเอาไปคืนวัดไม่ใช่หรือ” สถิตย์ยุทธบอกว่าถ้าเขาอยากได้ตนจะสั่งพวกนั้นเอามาให้ เควินถามทึ่งว่า “นี่ผู้การพูดจริงหรือพูดเล่น??”

    “คนอย่างผมเคยพูดเล่นหรือ” เควินถามว่าผู้การจะสั่งมันเอามาให้จริงหรือ “อยากได้รึเปล่าล่ะ?” สถิตย์ยุทธย้อนถาม พอเควินพยักหน้า สถิตย์ยุทธก็ยิ้มร้าย

    ooooooo

    รุ่งขึ้น เทพได้รับโทรศัพท์จากท่านรองเล่าว่าท่านให้คนไปตรวจสอบที่การสื่อสารแล้ว เบอร์สุดท้ายที่ท่านโทร.คุยด้วยคือผู้การสถิตย์ยุทธ

    เมษาถามว่าแล้วผู้การสถิตย์ยุทธให้การอย่างไร เทพเล่าว่า เขาบอกว่าโทร.คุยกันเรื่องงานเลี้ยงรุ่นที่จะถึงเดือนหน้านี้ เมษาฟันธงว่าต้องเป็นฝีมือผู้การสถิตย์ยุทธโทร.เรียกผู้การเสวีไปพบแน่ๆ ไมค์เชื่อว่าถ้ามันฆ่าหัวหน้าเสวีก็ต้องเจอศพ

    “ระดับผู้การสถิตย์ยุทธคงไม่เหลือหลักฐานให้เราค้นหาหรอก” เทพพูดอย่างรู้จักสถิตย์ยุทธดี

    ไมค์พึมพำว่ามันโหดร้ายป่าเถื่อนมากเกินไปแล้ว เมษาบอกว่าก็เหมือนอย่างที่มันทำกับพ่อแม่ตนนั่นแหละ

    “ไอ้สถิตย์ยุทธ แกมันเลวเกินกว่าที่จะเป็นคนแล้ว” ปึกแค้นมาก บ่นอย่างเสียดายว่า “ในที่สุดเราก็ทำไม่สำเร็จนะ อุตส่าห์ยอมเสี่ยงเอาหลวงพ่อมาล่อพวกมัน เรากลับไม่ได้อะไรเลย”

    “แถมตอนนี้ท่านผู้การเสวีก็หายสาบสูญไปอีก” ไมค์ฮึดฮัด เมษาถามเทพว่า...

    “หรือว่าเราไม่สามารถจับไอ้สถิตย์ยุทธได้จริงๆ นี่เราแพ้พวกมันจริงๆหรือ?”

    “ถึงวันนี้เราอาจจะแพ้ แต่ต้องมีสักวันที่เราจะต้องจับมันได้” เทพมั่นใจ ทุกคนเห็นด้วย

    “แต่หนูปึกว่าอันดับแรกที่เราควรจะทำตอนนี้ก็คือ นำหลวงพ่อกลับไปคืนวัดก่อนดีไหมคะ ขืนเอาไว้ที่นี่พวกมันอาจจะบุกมาขโมยก็ได้”

    “ฉันกำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เดี๋ยวฉันจะโทร.หาท่านผู้ว่าฯเรียนท่านว่าพรุ่งนี้เราจะนำเศียรหลวงพ่อไปคืน” เทพบอก ทุกคนเห็นด้วย ปึกจึงขอออกไปซื้อของฝากพ่อแม่ เทพเตือนให้ระวังตัวด้วย ไมค์บอกว่าไม่ต้องห่วง ตนอยู่ทั้งคน รับรองไม่มีใครทำอะไรปึกได้ ก่อนออกไป ไมค์เตือนเทพว่า

    “เก็บพระซ่อนไว้ให้ดีล่ะผู้กอง”

    “เออ...ฉันรู้น่ะ รีบไปรีบกลับแล้วกัน”

    พอไมค์กับปึกออกไป เมษาหันมองเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง ถามหลวงพ่อว่า “บอกหนูได้ไหมว่าทำยังไงเราถึงจะจัดการไอ้พวกคนชั่วพวกนี้ได้” เทพที่นั่งอยู่ด้วย ได้แต่มองเธอแล้วถอนใจ...

    ooooooo

    ไมค์กับปึกไปถึงห้างสรรพสินค้าแล้ว ปึกให้ไมค์ไปเลือกของในซุปเปอร์ก่อน ตนขอเข้าห้องน้ำเดี๋ยวตามไป ไมค์ไม่วางใจจะยืนรอตรงหน้าห้องน้ำ

    ขณะที่ปึกเข้าห้องน้ำและไมค์ยืนรออยู่นั้น มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องทั้งสองไม่วางตา พอปึกเข้าห้องน้ำก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินตามเข้าไป และเข้าห้องส้วมติดกับปึก

    ไมค์ยืนรออย่างระแวดระวัง อึดใจเดียวก็มีแม่บ้านทำความสะอาดเข็นรถเข้าไป มีถังขยะใบใหญ่พร้อมไม้กวาดและไม้ถูพื้น พอเข้าไปก็เอาป้าย wet floor มาวางหน้าห้องน้ำ ไมค์ไม่สนใจคิดว่าเป็นกิจวัตรปกติ

    เข้าห้องน้ำเสร็จ ปึกออกมาล้างมือ เห็นแม่บ้านที่กำลังเช็ดกระจกมองตนจากในกระจก พอปึกหันมองก็ถูกเอาผ้าโปะหน้า หญิงสาวที่ตามปึกเข้าไปตรงเข้าสับคอปึกร่วงทันที

    ไมค์รอนาน จนเห็นหญิงสาวคนนั้นออกจากห้องน้ำ ไมค์สงสัยว่าปึกอาจท้องเสียเพราะเข้าไปนานผิดปกติ ครู่หนึ่ง แม่บ้านเข็นรถผ่านไมค์ไป ไมค์ร้องบอกว่าลืมป้าย แล้วหยิบป้ายใส่รถเข็นให้ แม่บ้านขอบคุณแล้วเข็นรถเลี้ยวไปที่ลานจอดรถด้านหลัง

    ไมค์ยังรอปึกอยู่อย่างกระสับกระส่าย บอกหญิงสาวสองคนที่มองเขาแปลกๆว่า “ผมรอแฟนครับ”

    จนหญิงสาวสองคนนั้นออกมา ไมค์ถามว่าข้างในมีคนอยู่ไหม สองสาวบอกว่าไม่มี ห้องน้ำว่างทุกห้อง ไม่เชื่อลองเข้าไปดูเอง ไมค์วิ่งเข้าไปในห้องน้ำร้องเรียก หนูปึก...หนูปึก ปรากฏว่าห้องน้ำว่างเปล่า ไมค์ตกใจว่าปึกหายไปไหน!

    ไมค์รีบออกมามองหาก็ไม่เห็น วิ่งเข้าไปดูในห้องน้ำชายก็ไม่มี วิ่งออกไปดูข้างนอกกระทั่งแถวบันไดเลื่อนก็ไม่เจอ ไมค์ยืนคว้างกลางห้าง งุนงง ใจร้อนรุ่ม

    ooooooo

    ไมค์โทร.ไปบอกเทพกับเมษา ทั้งสองถามว่าหาดีแล้วหรือ โทร.หาปึกหรือยัง

    “ฉันหาจนทั่วห้างแล้ว โทร.ตามตอนแรกก็ไม่มีคนรับสาย แต่พอโทร.อีกทีก็ปิดเครื่อง”

    “แต่นายบอกว่านายอยู่หน้าห้องน้ำไม่ใช่หรือ แล้วหนูปึกจะหายไปได้ไง ฉันว่านายคิดดีๆซิ นายเมารึเปล่า”

    “บ้าเหรอผู้กอง ฉันไม่ได้เมา ฉันเห็นหนูปึกเดินไปในห้องน้ำ แล้วฉันก็ยืนรออยู่ตรงนั้น ไม่ได้ไปไหนเลย”

    เมษาฉุกคิดได้ ถามว่าหลังจากปึกเข้าห้องน้ำมีใครเข้าไปอีกหรือเปล่า ไมค์ลำดับให้ฟังว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งตามปึกเข้าไป หลังจากนั้นก็มีแม่บ้านเข็นรถขยะเข้าไป ไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็ออกมา แม่บ้านตามออกมา แม่บ้านลืมเก็บป้ายทำความสะอาด ตนยังเก็บไปให้เขาเลย

    “ต้องเป็นแม่บ้านทำความสะอาดแน่ที่เอาตัวหนูปึกไป” เทพฟันธง

    เมษาชวนเทพไปขอดูกล้องวงจรปิดของห้างกันดีกว่า

    ระหว่างนั้นเอง ไมค์ได้รับโทรศัพท์จากปึก ไมค์ดีใจมากถามว่าปึกอยู่ไหน ปึกบอกไม่รู้ ร้องขอให้ไมค์ช่วยตนด้วย พลันเสียงที่พูดก็กลายเป็นเสียงของสถิตย์ยุทธขู่ไมค์ว่า

    “ถ้าแกยังอยากได้ชีวิตแฟนแกล่ะก็ แกต้องเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงมาแลก แล้วห้ามบอกใคร!”

    พอดีเทพกับเมษามาถึง เทพเห็นไมค์ถือโทรศัพท์ยืนอึ้ง ถามว่ามีอะไรหรือ ไมค์มองหน้าทั้งสองพูดไม่ออก ในขณะที่สถิตย์ยุทธยังขู่ราวกับรู้ว่าเทพกับเมษาอยู่ตรงนั้นว่า

    “ถ้าแกบอกเรื่องนี้กับไอ้ขั้นเทพและนังเมษาล่ะก็ แกจะไม่ได้เจอแฟนแกอีกตลอดชีวิต” พูดแล้วปิดโทรศัพท์ทันที

    ไมค์ตกใจ สับสน พอเมษากับเทพถามว่าปึกโทร.มาว่าอย่างไร ไมค์อึกอักอ้ำอึ้ง พอเทพคาดคั้นก็บอกว่า

    “ไม่รู้ เขาบอกแต่ว่า...” ไมค์พูดได้แค่นั้น เมษากับเทพร้อนใจถามว่าปึกว่ายังไง

    ไมค์ไม่กล้าบอกความจริง ปดว่าปึกบอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว เทพถามว่าทำไมจู่ๆ ปึกถึงมีแฟนใหม่ เมษาเชื่อว่าต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ พอเทพคาดคั้นไมค์ให้เล่าว่ามีเรื่องอะไรกัน ไมค์ก็ยิ่งส่อพิรุธ

    “ฉัน...ฉันเองก็ไม่รู้ อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย” แล้วไมค์ก็วิ่งหนีไปดื้อๆ

    เทพกับเมษางงมาก ไม่เชื่อว่าปึกจะมีแฟนใหม่อย่างที่ไมค์บอกเพราะปึกรักไมค์มาก

    “ฉันว่าเราไปดูนายไมค์ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะเป็นบ้าไปนะ” เมษาเสนอแล้วทั้งสองก็รีบตามไมค์ไป

    ooooooo

    ปึกถูกขังอยู่ในห้อง พอสถิตย์ยุทธเดินเข้ามา ปึกทักอย่างรู้จักดีว่าเป็นหัวหน้าขบวนการตัดเศียรพระ สถิตย์ยุทธด่าว่าปากเก่งนักไว้จะชำระความกับเธอทีหลัง

    “แกอย่าหวังเลยว่าจะได้เศียรพระหลวงพ่อคำเกลี้ยง พี่ไมค์ไม่มีทางเอามาให้แกหรอก” สถิตย์ยุทธบอกว่าถ้าไมค์ไม่เอามาให้ตนก็จะเอาศพเธอไปให้ไมค์แทน

    ปึกไม่กลัว ประกาศว่าถ้าต้องตายเพื่อปกป้องหลวงพ่อคำเกลี้ยงตนก็ยอม สถิตย์ยุทธบอกว่าเรามารอดูกันว่าไมค์จะใจกล้าเหมือนเธอไหม จะยอมปล่อยให้เธอตายหรือเปล่า แล้วปิดไฟเดินออกไป

    “ไม่นะ อ้ายไมค์ อ้ายไมค์ต้องเอาหลวงพ่อไปคืนนะ อ้ายไมค์ต้องไม่ทรยศผู้กองกับคุณเม”

    ปึกนั่งภาวนาอยู่ในความมืด...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์