นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สวยร้ายสายลับ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

    เช้าวันนี้ ทั้งปึก เทพ เมษาและไมค์ พากันไปกราบหลวงพ่อคำเกลี้ยงในโบสถ์ เมษาพนมมืออธิษฐาน...

    “หลวงพ่อคะ ขอให้อำนาจบารมีของหลวงพ่อ ช่วยดลบันดาลให้หนูหาทางจัดการกับคนชั่วได้สำเร็จด้วยเถอะค่ะ”

    ออกจากวัดแล้วก็พากันไปนั่งเล่นที่ริมบึง เทพนั่งที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ คิดถึงเรื่องหลวงพ่อคำเกลี้ยงแล้ว ก็นึกเห็นใบหน้ายิ้มอย่างพอใจของเควินสมิธและผู้การสถิตย์ยุทธที่ได้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปครู่หนึ่งเมษาเอาข้าวโพดปิ้งมาให้ ถามว่าคิดอะไรอยู่หรือ

    “ผมกำลังคิดว่าถ้าเราจะจับผู้การสถิตย์ยุทธให้ได้ เราต้องหาทางเข้าให้ถึงตัวมัน” เมษาขอให้ขยายความหน่อย เทพบอกว่า “เราต้องหาของที่มันอยากได้ เอาไปขายให้

    ถึงมือผู้การสถิตย์ยุทธโดยตรง แล้วเมื่อมันตกลงซื้อขายกับเรา นั่นแหละเราถึงจะจับมันได้”

    “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ามันอยากได้อะไร”

    “หลวงพ่อคำเกลี้ยง”

    เมษาตกใจถามว่าเราจะเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปขายให้มันหรือ เทพบอกว่าใช่ เราต้องขโมยเอาเศียรหลวงพ่อไป “ผมเชื่อว่าไอ้เควินสมิธกับผู้การสถิตย์ยุทธมันต้องอยากได้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงแน่”

    ฟังเทพแล้วเมษาอึ้งที่เราเพิ่งช่วยกันตามเอาเศียรหลวงพ่อคืนมาได้ แล้วเราจะเป็นคนไปขโมยเศียรท่านไปอีกหรือ?!

    เมื่อเทพเล่าแผนการให้ไมค์กับปึกฟัง ทั้งสองตกใจร้องลั่น จนเทพต้องบอกอย่าเสียงดังไป ปึกบอกว่าตนทำไม่ได้ เทพชี้แจงว่าเราแค่ยืมเศียรท่านไปล่อโจรเท่านั้น ตนเชื่อว่าหลวงพ่อท่านคงยินดี เมษาช่วยพูดว่าพอเราจับผู้การสถิตย์ยุทธและเควินสมิธได้ เราก็จะเอาเศียรหลวงพ่อมาคืน

    “แต่เราจะขโมยยังไง ตอนนี้ที่วัดเขามียามคอยเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะ” ไมค์ติง

    “ฉันคิดแผนไว้แล้ว” เทพบอก ทุกคนมองหน้าเขาอย่างอยากรู้ พอเทพเล่าแผนให้ฟัง ปึกถามว่า

    “หนูปึกอีกแล้วหรือ”

    เทพกับเมษาช่วยกันอธิบายว่า ให้ปึกเอายาสลบไปให้ยามที่เฝ้าหลวงพ่อคำเกลี้ยงกิน ปึกทำได้แนบเนียนที่สุดเพราะปึกเป็นคนนำเศียรหลวงพ่อกลับมา คงไม่มีใครระแวง ไมค์ถามว่ารายละเอียดของแผนเป็นอย่างไร

    “ไม่มีอะไรหรอก ตอนเย็นก่อนที่เขาจะปิดโบสถ์ หนูปึกต้องไปที่วัดทำทีว่าจะไปไหว้พระแล้วเอาขนมที่ใส่ยาสลบไปให้ยามกิน แค่นี้ทุกอย่างก็จบ”

    แม้ปึกจะกลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อจับคนชั่วใจบาป

    ให้ได้ ปึกตกลง ทั้งสี่ยกมือตีกันอย่างเป็นสัญญาใจ

    แล้วคืนนี้ปึกก็ลงมือตามแผน ปึกซื้อเต้าฮวยน้ำขิงไปฝากสิงกับใจที่เฝ้าอยู่หน้าโบสถ์ แล้วขอเข้าไปไหว้พระ

    ปึกเห็นใจกับสิงเดินปิดหน้าต่างไปรอบโบสถ์ พอทั้งสองเดินผ่านไป ปึกก็แอบถอดกลอนหน้าต่างไว้บานหนึ่งแล้วเข้าไปไหว้พระ เสร็จแล้วยังหยอกล้อสิงกับใจว่า เฝ้าหลวงพ่อให้ดีนะ อย่าหลับเวรยามล่ะ เดี๋ยวใครมาขโมยเศียรพระไปอีก สิงยกลูกซองโชว์ว่าขืนมาก็เจอไอ้นี่ ปึกยิ้มๆหันไปไหว้พระ “เจ้าประคู้ณ...หลวงพ่ออย่าโกรธหนูปึกเด้อ” แล้วกลับไป

    ooooooo

    ปึกกลับถึงบ้าน เจอเทพ เมษาและไมค์รอฟังข่าวอยู่ ปึกบอกเรียบร้อย เทพนัดหลังสามทุ่มลงมือ ปึกติงว่าเพื่อความแน่นอนเอาสี่ทุ่มดีกว่า ทุกคนตกลง

    ทั้งสี่รอกันใจระทึก จนเหลือเวลาอีกสิบนาทีสี่ทุ่ม คาดกันว่าสองคนนั้นจะหลับหรือยัง ปึกเชื่อว่าหลับแล้ว เพราะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

    “งั้นก็ไปกันเถอะ” เทพบอกแล้วพากันย่องไปที่ข้างโบสถ์เพื่อแอบเข้าไปทางหน้าต่างที่ปึกถอดกลอนไว้แล้ว

    เทพเดินไปด้านหลังองค์พระ เอาเก้าอี้มาปีนขึ้นไปดึงสไบเฉียงที่ห่อองค์พระออก ถอดเศียรพระส่งให้ไมค์รับไปใส่ในย่ามอย่างรวดเร็ว

    “เฮ้ย นั่นพวกเอ็งทำอะไรกันวะ” เสียงใจตะโกนถาม ทั้งสี่สะดุ้ง หนาวเยือก ครู่เดียวสิงก็ตะโกนขู่ “อย่าคิดขโมย นะเว้ย ข้ายิงจริงๆนะ” หลังจากนั้นทั้งสองก็เงียบไป เทพบอกว่าสงสัยละเมอ เทพกับพวกเร่งทำงานกันอย่างเร็ว

    ooooooo

    รุ่งเช้า น้อยกับชัยมาเปลี่ยนเวรสิงกับใจ เจอทั้งสองยังหลับอยู่ น้อยสงสัยถามว่าน้าทั้งสองเพิ่งตื่นใช่ไหม แล้วใครเปิดประตูโบสถ์ไว้ พวกตนเข้ามาประตูไม่ได้ล็อก

    สิงกับใจตกใจตาเหลือกรีบไปดู ทั้งสองช็อกเพราะเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงหายไปแล้ว!

    “ไปบอกผู้ใหญ่เร็วไอ้น้อย” ชัยบอก น้อยวิ่งอ้าวออกไป ใจกับสิงมองหน้ากันช็อกอยู่อย่างนั้น

    ผู้ใหญ่เรียกใจกับสิงไปซักถาม ใจบอกว่าพวกตนไม่รู้จริงๆ สิงคาดว่าพวกตนคงโดนมอมยา ไม่อย่างนั้นไม่หลับถึงสว่างหรอก ผู้ใหญ่ถามว่า “แล้วใครที่มันมอมยาเอ็ง”

    “หนูปึก” ใจกับสิงพูดพร้อมกัน

    ผู้ใหญ่ถามว่าบ้าไปแล้วหรือ เพราะหนูปึกเป็นคนไปตามเอาเศียรพระกลับมาแล้วจะขโมยทำไม ใจนึกไปเล่าไปว่า

    “ก็เมื่อวานเย็นก่อนปิดโบสถ์ หนูปึกมันมาไหว้พระ แล้วก็เอาเต้าฮวยน้ำขิงมาให้เรากิน”

    “จริงด้วยน้าใจ พอเรากินเต้าฮวยน้ำขิงก็ง่วงหลับไป ต้องเป็นอีหนูปึกแน่ ที่วางยาพวกเราแล้วเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไป”

    ระหว่างกำลังซักถามโต้เถียงกันนั่นเอง ปึกตีหน้า ตายเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ตนได้ยินว่ามีคนขโมยเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปหรือ

    “เอ็งมาก็ดีแล้ว ไอ้ใจกับไอ้สิงมันบอกว่าเอ็งมอมยามัน แล้วเป็นคนเอาเศียรหลวงพ่อไป”

    “ฉันเนี่ยนะ!” ปึกทำเสียงเข้ม

    “ก็มีแต่เอ็งคนเดียวที่เข้ามาแล้วเอาเต้าฮวยน้ำขิงมาให้พวกเรากิน” ใจยืนยัน

    “ฉันถามพวกเราหน่อยเถอะ ถ้าฉันจะขโมยเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไป ฉันจะเอามาคืนทำไม เก็บไว้ที่กรุงเทพฯไม่ดีกว่าหรือ” ปึกทำเป็นโวยวาย ผู้ใหญ่เห็นด้วยกับปึก น้อยก็หาว่าใจกับสิงพูดจาเลอะเทอะ ปึกถามผู้ใหญ่ว่าแล้วจะทำยังไงต่อไป

    “อันดับแรกต้องเอาตัวมันสองคนไปสอบสวนก่อน ไป...ไป” ผู้ใหญ่เข้าประกบทั้งสองพาไป

    ชาวบ้านพากันเดินออกจากโบสถ์ ปึกมองไปที่หลวงพ่อคำเกลี้ยงที่ไร้เศียร ยกมือไหว้หลวงพ่อ...

    “ลูกช้างขอโทษเด้อหลวงพ่อ ลูกช้างจำเป็นอีหลี ขอให้บารมีของหลวงพ่อช่วยให้หมู่เฮาเฮ็ดงานนี้ได้สำเร็จด้วยเถิด...สาธุ”

    ooooooo

    ที่ห้องทำงานของผู้การสถิตย์ยุทธในหน่วยวิหคเวหา ผู้การถามสารวัตรหญิงคนหนึ่งว่าผู้กองเมษาติดต่อมาบ้างไหม

    “เมื่อสองวันก่อนเธอเพิ่งโทร.มาคุยค่ะ เห็นบอกว่าจะไปอยู่ต่างจังหวัดกับผู้กองขั้นเทพ เธอบอกว่าผู้กองขั้นเทพมีที่ดินอยู่ที่เพชรบูรณ์ ก็เลยจะไปทำไร่กัน”

    “หมายความว่าเขาจะเลิกอาชีพตำรวจงั้นหรือ ถ้าเขาโทร.มาอีกบอกผมขอแสดงความยินดีด้วย” พอสารวัตรหญิงคนนั้นออกไป สถิตย์ยุทธก็แสยะยิ้ม “ฉันเคยบอกแล้วไงว่าเธอกับไอ้ขั้นเทพไม่มีทางชนะฉันได้ ขอให้โชคดีกับชีวิตชาวไร่”

    หารู้ไม่ขั้นเทพที่ใส่หมวกสวมแว่น มาดักพบผู้การเสวีที่มาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะเช้านี้แล้ว

    เทพมาเล่าแผนเด็ดที่จะจัดการสถิตย์ยุทธ ผู้การถามว่าจะทำอย่างไร

    “ผมจะเอาเศียรพระหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับมาล่อซื้อไอ้สถิตย์ยุทธอีกครั้งครับ เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่เราจะจับมันได้พร้อมของกลาง เที่ยวนี้ผมว่ามันดิ้นไม่หลุดแน่”

    ผู้การถามว่าจะยืมเศียรพระมาหรือ เทพบอกว่าตนขโมยมาเรียบร้อยแล้ว และเล่าว่า

    “ถ้าเราจะจับมันต้องแนบเนียน ตอนนี้ชาวบ้านกำลังปล่อยข่าวว่าเศียรพระหลวงพ่อคำเกลี้ยงถูกขโมยไป อีกไม่ช้าก็ต้องเข้าหูสถิตย์ยุทธกับเควินสมิธ”

    ผู้การเกรงว่าสถิตย์ยุทธอาจจะรู้ตัวว่าเป็นแผนของเขา เทพบอกว่าตนปล่อยข่าวว่าเมษากับตนออกจากวงการไปอยู่เพชรบูรณ์แล้ว ส่วนคนกลางที่จะไปล่อซื้อ กำลังสืบอยู่ว่าสถิตย์ยุทธไว้ใจใคร

    “ต้องรัดกุมหน่อยนะ เพราะสถิตย์ยุทธมันไม่โง่ ถ้าต้องการให้ผมช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน”

    “ขอบคุณครับ”

    แยกจากผู้การเสวีแล้ว เทพ เมษา ไมค์และปึก นั่งปรึกษากันว่าเราต้องหาตัวคนกลางเชื่อมต่อสถิตย์–ยุทธให้ได้ ต้องเป็นคนที่สถิตย์ยุทธกับเควินสมิธไว้ใจและกล้าที่จะซื้อของด้วย

    ปึกนึกได้บอกว่าเคยเห็นคนเข้าออกไปมาที่บ้านบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจ เมษานึกออกเล่าว่า

    “ใช่แล้ว มีคนนึงที่ฉันเคยเห็นมาหาพ่อสองสามครั้ง ฉันเคยถามพ่อแต่พ่อบอกว่าเขามายืมเงิน แต่ดูจากหน้าตาท่าทางแล้ว ฉันว่าเขาไม่ใช่คนดี” ปึกถามว่าคนที่เคยเดินสวนกับเธอใช่ไหม “ใช่ รู้ไหมเขาชื่ออะไร”

    “ชื่อโตค่ะ ตอนคุณเมไม่อยู่เขาก็มาบ่อยๆนะคะ”

    เทพลงมือค้นหาจากคอมพิวเตอร์ ไล่ไปจนเจอคนชื่อโต ท่าขนอม ชื่อจริงนายวัชระ เกียรติบุญ อายุ 45 ปี เทพเอารูปโตพร้อมชื่อให้ดู เมษายืนยันว่าใช่ คนนี้แหละ เทพอ่านรายละเอียดให้ฟังว่า

    “เคยต้องโทษคดียักยอกทรัพย์ ปี 2551 ปัจจุบัน เป็นนายหน้าค้าวัสดุโบราณ” ไมค์ถามว่าแล้วจะทำอย่างไร เทพบอกว่าเราต้องไปคุยกับมัน ปึกถามว่าแล้วถ้ามันไม่ร่วมมือล่ะ

    “ถ้ามันไม่ร่วมมือ มันก็ต้องเข้าไปนอนในคุก” เมษาเฉียบขาด เทพพยักหน้าเห็นด้วย

    ooooooo

    วันต่อมา ขณะที่โตออกจากอพาร์ตเมนต์ไปที่รถ ก็ถูกเทพเข้าไปทัก

    “ขอโทษครับ คุณโต ท่าขนอม รึเปล่า” โตมองขวับบอกว่าใช่ มีธุระอะไรหรือ “ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วยหน่อย”

    โตถามอย่างระแวงว่าเรื่องอะไร พลันก็เห็นเมษาใส่แว่นดำยืนเยื้องๆเทพ เขาทักว่านี่ลูกสาวคุณวัฒนาหรือเปล่า เมษาบอกว่าใช่ โตมองหน้าเทพกับเมษาสลับไปมา พูดอย่างระแวงระวังตัวมากว่า

    “คุณมีอะไรกับผม ถ้าจะมาถามเรื่องพ่อคุณผมไม่เกี่ยวนะ” โตขยับจะเดินหนี ถูกเทพคว้าแขนไว้ บอกให้ ไปคุยกันก่อน โตสะบัดเดินหนีบอกว่าไม่ไป ตนไม่อยากมีเรื่อง

    เมษาจับบิดแขนจนโตร้อง แม้โตจะพยายามหนีแต่ก็สู้ตำรวจอาชีพไม่ได้ สุดท้ายถูกเทพจับบิดมือไพล่หลังมันจึงยอม

    เทพพาโตไปที่บ้านพักตัวเอง บอกว่า ตนต้องการให้เอาของไปขายให้ผู้การสถิตย์ยุทธ โตบอกว่าตนไม่เคยขายของถึงตัวผู้การ ทุกครั้งก็ขายผ่านวัฒนา เทพบอกว่าครั้งนี้เขาต้องไปขายเอง เพราะเราต้องการจับผู้การสถิตย์ยุทธ

    “จะให้ผมเป็นตัวล่อซื้องั้นหรือ...ผมไม่เล่นด้วยหรอก ขืนทำอย่างนั้นผมก็ตายฟรี”

    พอโตปฏิเสธ เทพก็งัดไม้เด็ดออกมาว่าถ้าไม่ช่วยเหลือเขาก็ต้องติดคุก เมษาซึ่งรู้เห็นเหตุการณ์ที่โตไปที่บ้านบ่อยๆ ขู่จะเล่นงานเขาฐานเอาของผิดกฎหมายมาขายให้พ่อตนหลายอย่าง เทพบอกว่าแค่ที่เมษาพูดมาเขาก็ต้องติดคุกอย่างน้อยสามปี และถ้าเราหาหลักฐานเพิ่มได้ก็อาจจะติดคุกเพิ่มเป็นสิบปี ไมค์ก็อาสาจะหาหลักฐานมาเพิ่มให้อีก

    “นี่น้าโต ฉันว่านะ น้าควรจะร่วมมือกับพวกเรานะ” ปึกหว่านล้อม โตถามว่าถ้าร่วมมือแล้วจะได้อะไร เทพบอกว่าถ้าร่วมมือตนก็จะลบคดีต่างๆของเขาออกให้หมด โตถามว่าแค่นั้นหรือ?

    “หรือว่าอยากเข้าไปนอนในคุกโดยไม่ได้อะไรเลย?” เทพถาม โตมองหน้าไล่ไปทีละคน ทุกคนพยักหน้าเอาจริง

    ooooooo

    วันนี้ เควินสมิธไปหาสถิตย์ยุทธที่เซฟเฮาส์ บอกตนได้ข่าวว่าหลวงพ่อคำเกลี้ยงหายไปจากวัด

    ผู้การถามว่าเขาอยากได้อีกหรือ

    “ก็บอกแล้วไง ถ้าหาได้ก็ดี” ผู้การจึงเล่าว่าเมื่อคืนตนเพิ่งโทร.ถามพรรคพวก ก็ไม่รู้ว่าใครเอาไป “สืบให้ผมหน่อยแล้วกัน”

    มือถือผู้การดังขึ้น เขาเห็นเบอร์แปลกๆ สงสัยว่าใครโทร.มา พอกดรับ ปลายสายแนะนำตัวเองว่า

    “ผมโต ท่าขนอมครับ” ผู้การถามว่าเรารู้จักกันด้วยหรือ “ผมรู้จักท่าน แต่ท่านไม่รู้จักผมหรอกครับ ผมเคยขายของให้กับคุณวัฒนาน่ะครับ ตอนนี้ผมได้ของร้อนมา ไม่ทราบว่าท่านสนใจหรือเปล่า”

    สถิตย์ยุทธทำเสียงแข็งถามว่า รู้ว่าตนเป็นตำรวจ มาพูดอย่างนี้กับตนได้ยังไง โตอ้างว่าคราวที่แล้ววัฒนาสั่งของจากตนบอกว่าท่านสนใจ ผู้การถามว่ามันคืออะไร

    “เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงครับ”

    “เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงงั้นหรือ?” ผู้การย้อนถามพลางหันสบตาเควิน ฝ่ายนั้นมองอย่างสนใจ ผู้การถามว่า “หมายความว่าตอนนี้ของอยู่กับคุณงั้นหรือ”

    โตบอกว่าตนได้มาอย่างฟลุคๆ เป็นของร้อนไม่อยากถือไว้นาน ถ้าท่านไม่สนใจก็ขอโทษด้วย ผู้การบอกว่าถ้าของอยู่กับเขาจริงก็เอามาให้ดู อีกชั่วโมงจะโทร.บอกว่าให้ไปเจอกันที่ไหน

    วางสายจากโตแล้ว ผู้การคุยกับเควิน ฝ่ายนั้นระแวงว่าโตเป็นตำรวจหรือเปล่า ผู้การบอกว่าคงไม่เพราะเคยได้ยินวัฒนาพูดถึงชื่อนี้บ่อยๆ เควินยังระแวงเมษากับขั้นเทพและผู้การเสวี แต่ผู้การสถิตย์ยุทธยืนยันว่าเมษากับขั้นเทพไปเป็นชาวไร่ชาวนาแล้ว ส่วนผู้การเสวีตอนนี้ก็ไปทำคดีอื่นแล้ว

    “ถ้าผู้การคิดว่าปลอดภัย ผมก็ไม่มีปัญหา แล้วมันบอกราคาไหมว่าเท่าไหร่”

    “ยัง ตอนนี้อยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าจะซื้อจากผมเท่าไหร่” เควินบ่นล้อๆ ว่าผู้การเขี้ยวยาวจริงๆ ก็ถูกสวนกลับหน้านิ่งๆว่า “บิสสิเนสคือบิสสิเนส”

    ไม่นานเกินรอ ผู้การสถิตย์ยุทธก็โทร.มาหาโต บอกว่าอีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันแล้วนัดหมายสถานที่ มีข้อแม้ที่ต้องปฏิบัติเคร่งครัดคือ “นายต้องไปคนเดียวเอาของไป แล้วรออยู่ใต้ศาลา ถ้าฉันเห็นคนอื่นมากับนายด้วยละก็...นายตาย!”

    พอผู้การจะวางสาย โตบอกเรื่องราคาว่าตนขอห้าล้าน ถูกต่อเหลือล้านเดียว ต่อไปต่อมาลงตัวกันที่สามล้าน โตขอเป็นเงินสด ผู้การสถิตย์ยุทธย้ำอีกครั้งว่าต้องไปคนเดียวถ้าตุกติก “ตายสถานเดียว!”

    วางสายจากผู้การสถิตย์ยุทธแล้ว โตบอกสถานที่และเวลานัดกับเทพ เมษา ไมค์และปึกก่อนออกไป

    เมื่อโตไปถึงที่นัดหมาย เขาโทร.บอกเทพว่า “ถ้ามีปัญหาผมจะพูดคำว่า ‘ยกเลิกก่อน’ ถ้าผมย้ำว่า ‘ขอยกเลิกก่อน’ ผู้กองต้องออกมาช่วยผมทันทีนะ”

    ooooooo

    เมื่อโตไปรอ ณ จุดนัดพบ ฝ่ายนั้นมีรถกระบะนำมาก่อนตามด้วยรถเบนซ์ ชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมสี่คนลงจากรถกระบะ มีอาวุธครบมือทุกคน ทั้งสี่ตรงมาล้อมโตไว้

    พวกนั้นอ้างว่าผู้การให้พวกตนมาเช็กของก่อนโตพาไปเปิดท้ายรถให้ดูเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงในลัง โตบอกพวกมันว่าให้ผู้การมาดูกับตาเองดีกว่า

    พวกเทพที่ซุ่มดูอยู่ ปึกกับไมค์ถือกล้องวีดิโอจับภาพ เทพกับเมษาส่องกล้องดูการเคลื่อนไหว นอกจากนั้น ผู้การเสวียังเตรียมกำลังสนับสนุนล้อมไว้ด้วย จากการ

    ส่องกล้องดูของเทพและเมษา พบว่าคนที่ลงจากรถเบนซ์ ไม่ใช่ผู้การสถิตย์ยุทธ โตเองก็แอบพูดผ่านไวร์เลสว่าผู้การสถิตย์ยุทธไม่มา

    ผู้การเสวีที่นำกำลังมาซุ่มอยู่อีกด้านของโกดังพูดผ่านวิทยุจากข้อมือบอกเทพว่าสถิตย์ยุทธไม่มา ให้ดู

    เชิงมันไปก่อนถ้ามันเอาเศียรพระไปก็ปล่อยไปแล้วเราค่อยตามจากเครื่องติดตามที่เศียรพระอีกที

    ชายชุดดำที่ลงจากรถเบนซ์แสดงตนว่าเป็นตัวแทนสถิตย์ยุทธ สั่งโตให้เอาของลงมา โตถามถึงเงิน มันยกกระเป๋าให้ดู โตขอดูมันไม่พอใจแต่ก็เปิดให้ดู โตจึงเดินไปเปิดท้ายรถเอาของให้ ผู้การเสวีสั่งทุกหน่วยให้เตรียมพร้อมรอคำสั่งทันที

    โตยกกล่องใส่เศียรพระวางไว้บนกระโปรงรถบอกชายชุดดำว่าก่อนเอาของไปต้องส่งเงินให้ตนก่อน มันส่งกระเป๋าเงินให้แล้วไปยกกล่องใส่เศียรพระ แต่พอโตเปิดกระเป๋าดูมันเป็นเงินยัดไส้ โตโวยวายแล้วตะโกน “ผมขอยกเลิก ยกเลิก”

    เทพกดวอถามผู้การว่าเอาอย่างไร โตต้องการความช่วยเหลือ ผู้การเสวีบอกให้ดูเหตุการณ์ไปก่อน เทพติงอย่างร้อนใจ

    “แต่ไอ้โตกำลังเดือดร้อนนะครับ”

    “ฉันว่ามันต้องฆ่าไอ้โตแน่” เมษาเองก็ร้อนใจ

    ชายชุดดำชักปืนจะยิงโต ทันใดนั้นเสียงปืนก็รัวขึ้น ผู้การเสวีประกาศว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ววางปืนเสีย มันหันปืนยิงใส่โตสามนัดซ้อนจนร่างโตกระเด็น ชายชุดดำสั่งให้เอาพระขึ้นรถและให้ยิงสกัดไว้

    เทพบอกเมษาให้อ้อมไปดักมันไว้ตนจะตามมันไป ให้ปึกกับไมค์อยู่ตรงนี้ แต่ไมค์ทนไม่ได้บอกปึกให้ตามตนไป

    รถของชายชุดดำที่มีเศียรพระพุ่งทะยานออกไป เมษาวิ่งมาขวางระดมยิงใส่แต่มันก็หลบหลีกไปได้ เทพเอารถตามไป ต่างโผล่หน้าต่างรถออกมายิงกัน แต่พอรถคนร้ายเลี้ยวโค้งก็ถูกไมค์กับปึกขี่มอเตอร์ไซค์มาขวาง ไมค์ กระหน่ำยิงใส่รถคนร้ายแต่ไม่โดนสักนัด เทพตะโกนให้ไมค์หลบ ไมค์ประกาศสู้ตายแล้วยิงใส่รถอีก คราวนี้กระสุน ทะลุกระจกไปถูกคนขับ เขาปล่อยมือจากพวงมาลัยหงายตึง ชายชุดดำกระโดดลงจากรถวิ่งหนี

    เทพไล่ตามตะโกนให้มันหยุดและทิ้งปืน มันไม่หยุดเทพจึงยิงมันร่วง เมษาตามมาทัน เธอวิ่งไปดูไมค์กับปึก ทั้งสองปลอดภัย ทุกคนวิ่งไปที่รถคนร้าย ปึกร้องถาม “หลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่รึเปล่าคะ” เทพเปิดกล่องชูเศียรพระให้ทุกคนดู

    “อยู่...ปลอดภัย”

    ทุกคนโล่งใจ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 12:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์