ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวยร้ายสายลับ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"


ในคืนบาป!

วายร้ายอุบาทว์ชาติชั่ว 4 คน กำลังแอบตัดเศียรพระพุทธรูป มันใช้เวลาเพียง 1 นาทีก็ทำการสำเร็จ ที่หน่วย ฉก.911...ผู้กองขั้นเทพ นายตำรวจหนุ่มวัย 28 ปี เดินมาตามทางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มาถึงหน้าห้องที่มีป้าย “พล.ต.อ.เสวี ผู้บังคับการหน่วย ฉก.911” เขาเปิดประตูเข้าไปแล้วปิดทันที

เวลาเดียวกันที่หน่วยวิหคเวหา ผู้กองเมษา ตำรวจสาววัย 25 ปี แววตามุ่งมั่น ดุดัน จริงจัง เดินเข้าห้อง “พล.ต.อ.สถิตยุทธ ผู้บังคับการหน่วยวิหคเวหา” อย่าง รวดเร็ว

ทันทีที่ผู้กองเทพเข้าไปในห้อง ผู้การเสวีบอกให้นั่ง แจ้งว่าที่เรียกมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะให้ทำ แล้วผู้การเสวีก็หยิบรูปเควินสมิธส่งให้ดู

“นี่คือเควินสมิธ เอเย่นต์ใหญ่ที่รับซื้อพระพุทธรูปและเศียรพระที่ถูกลักขโมยในเอเชีย”

“แต่เท่าที่ผมรู้ เขาเป็นประธานมูลนิธิเควินโฮปที่ช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในเอเชียไม่ใช่หรือครับ”

“ใช่ หน้าฉากมันคือพ่อพระผู้เสียสละ แต่จริงๆแล้วมันคือบุคคลอันตราย ทำลายศิลปวัฒนธรรม”

ผู้กองเทพบอกว่าจะลากมันเข้าคุกให้ได้ ผู้การพูดต่อว่าไม่ใช่มีแค่เควินสมิธคนเดียว แต่จะให้เขาสืบจากมันว่ามีใครในเมืองไทยที่ร่วมอยู่ในขบวนการทำลายชาตินี้ด้วย ผู้กองเทพก็ยังแข็งขันว่า เรื่องนั้นไม่มีปัญหา

“ช้าก่อนผู้กองเทพ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะที่ผมรู้มา คนที่ร่วมขบวนการกับไอ้เควิน มันไม่ใช่บุคคลธรรมดา แต่มันเป็นพวกเดียวกับเรา”

ผู้การย้ำว่า สืบให้รู้ว่าตำรวจที่อยู่เบื้องหลังคือใคร ตนต้องการขุดรากถอนโคนพวกมันให้หมด ผู้กองเทพ รับปากหนักแน่นว่าจะไม่ทำให้ผู้การผิดหวัง ผู้การพยักหน้าอย่างพอใจ

ส่วนที่ห้องผู้การสถิตย์ หน่วยวิหคเวหา ผู้การสถิตย์เอารูปของไมค์โจ๊กเกอร์ให้ผู้กองเมษาดู

“คุณมีหน้าที่ติดตามมัน สืบให้รู้ว่ามันไปไหน ติดต่ออะไรกับใคร มันเป็นนายหน้ารับซื้อเศียรพระพุทธรูปที่ถูกลักลอบนำมาขาย แล้วส่งให้กับเอเย่นต์ต่างประเทศ ผมอยากให้คุณเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมมันตลอดเวลา”

ผู้กองเมษาบอกว่าตนได้รับมอบหมายงานจากท่านผู้บัญชาการให้ไปอารักขาเควินสมิธ ประธานมูลนิธิเควินโฮปที่จะมาเดือนหน้านี้แล้ว ผู้การสถิตย์บอกว่าตนทราบดี เดี๋ยวจะทำเรื่องขอตัวมาทำภารกิจนี้ ส่วนงานอารักขาตนจะส่งพิสิฐไปแทน เมื่อผู้กองเมษารับทราบ ผู้การสถิตย์ย้ำความสำคัญว่า

“ที่ผมเรียกคุณมารับงานนี้ เพราะเห็นว่าคุณเป็นคนเก่งและมีความสามารถ เหมาะกับงานสำคัญชิ้นนี้มากกว่า”

“ขอบคุณท่านมากค่ะที่เห็นความสามารถของเม” ผู้กองเมษายิ้มปลื้ม

ooooooo

ที่ห้องผู้การเสวี ผู้กองเทพดูรูปของไมค์โจ๊กเกอร์ รูปเดียวกับที่ผู้กองเมษาดูอยู่ ผู้กองเทพพลิกอ่านชื่อข้างหลัง...

“บุญเลิศ แหล่ทั่วคิง นี่มันตลกคาเฟ่นี่ครับ”

“ใช่...เราจะอุปโลกน์มันขึ้นมาเป็นไมค์โจ๊กเกอร์ นายหน้าค้าของเถื่อนคนสำคัญ” ผู้กองเทพถามว่าคนในหน่วยเรามีมากมายทำไมต้องเอาตลกคาเฟ่มาทำงานนี้ “แต่ไอ้ไมค์โจ๊กเกอร์นี้มันไม่ธรรมดา มันมีความกะล่อนปลิ้นปล้อนและที่สำคัญมันพูดได้หลายภาษา ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ลาว พม่า เขมร”

ผู้กองเทพถามว่าตนจะไปกับไมค์ในฐานะอะไร ผู้การตอบชัดเจนว่า “คนขับรถ”

ส่วนผู้กองเมษา เข้าไปพบผู้การสถิตย์ ได้รับคำสั่งให้ปลอมตัวเป็นเซลส์ขายโบราณวัตถุ เข้าไปตีสนิทกับไมค์–โจ๊กเกอร์เตือนให้ระวังเพราะไมค์เป็นคนเจ้าชู้ ผู้กองเมษาบอกว่าไม่ต้องห่วงมันไม่มีทางได้แอ้มตนแน่ แล้วขอไปเตรียมตัว

พอผู้กองเมษาออกไป วัฒนาก็มาจากอีกฝั่งเอ่ยกับผู้การสถิตย์ว่า

“ผมค่อยโล่งอกหน่อย ที่คุณจัดการให้ลูกสาวผมออกไปอยู่ห่างจากเควินสมิธ”

“คุณไม่ต้องห่วงหรอก ถึงคุณจะไม่ขอให้ผมดึงเมษาออกมาจากงานนี้ ผมก็ต้องเอาเธอออกมาจากงานของเรา” วัฒนาถามว่าผู้การก็กลัวลูกสาวตนเหมือนกันหรือ? “เมษาเป็นคนเก่งและเป็นคนฉลาด ผมไม่อยากให้เธอต้องมาจับเราสองคน”

“ถึงยังไงผมก็เชื่อว่าลูกสาวผมไม่กล้าจับผมแน่ แล้วผู้การก็เป็นหัวหน้าเธอให้การสนับสนุนในหน้าที่การงาน ยัยเมไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอกครับ”

“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นแล้วกัน” ผู้การสถิตย์กับวัฒนาต่างยิ้มให้กัน

ooooooo

ที่ทุ่งนา หนูปึกสาวน้อยวัยสิบเก้าปี กำลังหว่านปุ๋ยกลางทุ่งนา มือหว่านปุ๋ยปากก็ร้องหมอลำอีสานลั่นทุ่ง ระหว่างนั้นเห็นเสี่ยเล็กเจ้าหนี้นำชายชุดดำสี่คนเดินตรงไปที่บ้าน ปึกเป็นห่วงพ่อกับแม่ โยนกระบุงทิ้งวิ่งอ้าวกลับบ้าน

ปึกวิ่งกลับถึงบ้าน เจอเสี่ยเล็กยืนคร่อมหัวพ่อกับแม่กำลังข่มขู่ว่า วันนี้ถึงกำหนดที่ต้องเอาเงินไปให้ตนแล้ว พ่ออ้อนวอนว่าตนยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าวเลย แม่ก็บอกว่าทางการบอกว่าเดือนหน้าจะได้เงินจำนำข้าว แต่เสี่ยเล็กไม่ฟังเสียงย้ำแต่ว่าเมื่อยืมเงินไปแล้วก็ต้องคืนตามกำหนด ไม่อย่างนั้นก็ต้องยึดที่นา

“โธ่เสี่ยเล็ก ฉันกราบเท้าล่ะจ้ะ ถือว่าเห็นใจคนจนเถอะนะ” แม่ก้มกราบเท้า เสี่ยเล็กสะบัดขาถามว่าจะมาขอความเห็นใจอะไร ถามว่าแล้วมีใครเห็นใจตนบ้างหรือเปล่า ยืนยันคำเดียวว่า ไม่มีเงินจ่ายต้องยึดโฉนด
“ทำไมพูดหมาๆอย่างนั้นล่ะเสี่ยเล็ก เรากู้เงินมาห้าแสน ที่นาเราขายได้เป็นล้าน อยู่ๆจะมายึดกันง่ายๆ

งั้นหรือ” ปึกพรวดเข้ามาด่า เสี่ยเล็กตวาดว่าปากดีนักเดี๋ยวโดนตบ บอกว่าถ้าขายนาได้แล้วก็เอาเงินมาคืนเสียดีๆ “ก็ตอนนี้มันยังขายไม่ได้นี่ แล้วเราก็กำลังรอเงินจำนำข้าวจากทางการอยู่”

เมื่อเสี่ยเล็กไม่ยอมปึกด่าว่าเสี่ยควรมีจิตใจเป็นมนุษย์บ้าง เห็นใจกันหน่อย เราไม่มีเงินเหมือนอย่างเสี่ย เลยถูกเสี่ยตบจนเซไป เสี่ยยอมผ่อนให้อีกเดือนหนึ่งแต่ต้องเพิ่มดอกเบี้ยเป็นร้อยละสามสิบ ถ้าถึงเวลาแล้วยังไม่ได้ก็จะไม่ใจดีอีกแล้ว

เสี่ยเล็กเดินกลับไปพร้อมลูกน้อง ปึกพรวดออกไปตะโกนด่าตามหลัง จนพ่อกับแม่ต้องช่วยกันห้าม แม่บอกว่า

“เสียนาไปแม่ยังไม่ว่า อย่าให้แม่ต้องเสียเอ็งไปเลยลูก”

พ่อถามว่าแล้วปึกจะทำอย่างไร ปึกตอบอย่างแน่วแน่ว่าตนจะหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ แม่ติงว่าเหลือเวลาอีกเดือนเดียวจะไปหาเงินที่ไหน แม่กอดพ่อร้องไห้ พูดอย่างท้อใจว่าเราคงต้องเสียนาให้เขาไปจริงๆแล้ว ปึกมองพ่อกับแม่อย่างคับแค้นใจ

ooooooo

ที่ร้านขายของเก่า ภายในห้องกระจกมีทั้งเศียรพระพุทธรูปสมัยต่างๆ พระจีน แจกัน และเครื่องทองเหลืองวางขายมากมาย

ไมค์โจ๊กเกอร์ ในชุดนักธุรกิจสีสันจัดจ้าน ขึ้นบันไดเลื่อนมาโดยมีผู้กองเทพซึ่งบัดนี้มาในฐานะคนขับรถของไมค์เดินตามไมค์เข้าไปในร้านขายของเก่า

เฮียฮงเจ้าของร้านกระวีกระวาดมาต้อนรับ ถามว่ามองหาพระหรือแจกันตู้ตั่งเตียง ร้านตนมีทุกอย่าง

“ผม...ไมค์โจ๊กเกอร์” ไมค์ยื่นมือออกไป “เป็นนายหน้าหาของเก่าส่งต่างประเทศ”

เฮียฮงต้อนรับอย่างดีสั่งเด็กให้เอากาแฟกับน้ำเย็นมาต้อนรับ บอกว่าอยากได้อะไรตนจะจัดให้ราคาพิเศษเลยพลางเดินเข้าไปหลังร้าน จังหวะนั้นไมค์หยิบของเก่าใกล้มือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาโยนเล่น เทพรีบคว้าไปวางที่เดิมกระซิบเตือนว่า ระวังหน่อยนี่ไม่ใช่อันละบาทสองบาทเกิดตกขึ้นมาซวยแน่

“รู้แล้วน่ะ นี่มันลีลาของฉัน ฉันก็ต้องวางมาดให้ดูเป็นเซียนหน่อยสิ” ไมค์ตอบอย่างถือดี เทพมองอย่างไม่ชอบใจนัก

เฮียฮงกลับเข้ามาพร้อมเด็กถือถ้วยกาแฟมาด้วย เฮียถามว่าแล้วอีกท่านจะดื่มอะไรดี ไมค์บอกว่าไม่ต้อง นั่นมันคนขับรถของตน

“แล้วท่านตัดสินใจหรือยังครับว่าจะออเดอร์อะไรดี” เฮียฮงกระตือรือร้นอยากขาย

ไมค์วางมาดบอกว่าลูกค้าตนที่ต่างประเทศอยากได้พระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หยก เฮียฟังแล้วงง กว่าจะสื่อสารซักไซ้กันรู้เรื่องระหว่างผู้รู้กับผู้อวดรู้ว่าไมค์ต้องการพระเชียงแสนที่ทำด้วยหยก ก็ทำเอาเหนื่อย

พอเฮียฮงเอาออกมาให้ดู ไมค์ถามว่าเท่าไหร่ เฮียบอกว่าห้าแสน ไมค์ก็บอกว่าตนอยากได้แบบที่ไม่เสียภาษี เฮียบอกว่าร้านนี้ไม่มี ไมค์ถามว่าแล้วรู้ไหมว่าร้านไหนมี

“ไม่มีหรอกครับ ที่นี่เราขายแต่ของถูกกฎหมาย” แล้วหันสั่ง “เด็กๆ ส่งแขกด้วย”

ไมค์ทำเป็นไม่พอใจถามว่าไล่เลยหรือเนี่ย เทพสะกิดบอกให้ไปดูร้านอื่นกันเถอะ ไมค์ต่อว่าเฮียว่าพอไม่ซื้อก็ไล่เลย

“ก็ใช่สิครับ คุณไม่ซื้อจะอยู่ทำไม เด็กๆเอากาแฟไปเก็บ” เฮียหันหลังหยิบถ้วยกาแกส่งให้เด็ก ไมค์อาศัยจังหวะนั้นมือไวหยิบของชิ้นที่เอามาเดาะเล่นเมื่อครู่ใส่กระเป๋าอย่างเร็วแล้วเดินวางมาดออกไป

แม้เฮียฮงจะไม่เห็น แต่กล้องวงจรปิดเห็น พนักงานตะโกนบอก รปภ.ที่ยืนหน้าร้าน รปภ.เหลียวมองล่อกแล่กแล้ววิ่งตามไป

พอออกจากร้านเทพก็บ่นไมค์ว่าพูดมากไป พูดเลอะเทอะระวังเขาจะจับได้ว่าตัวเองไม่ใช่นักค้าของเก่าจริงแต่มาถามเรื่องของเถื่อน ไมค์เถียงว่า “ก็เรากำลังตามหาไอ้พวกค้าของเถื่อนอยู่ไม่ใช่หรือ”

“แต่มันไม่ใช่วิธีถามโง่ๆแบบนี้” เทพชักฉุน ไมค์โมโหที่ถูกหาว่าโง่ เทพตัดบทว่า “เอาล่ะ ฉันไม่อยากทะเลาะกับนาย ไปได้แล้ว”

ทันใดนั้น รปภ.วิ่งตามมากระชากแขนไมค์บอกว่ามีคนหยิบของจากร้าน ถูกไมค์ทำเสียงแข็งด่าว่าซี้ซั้วพูดเดี๋ยวโดนตบปาก รปภ.กล่อมแกมขู่ว่าเอาคืนมาดีๆดีกว่าตนไม่อยากแจ้งตำรวจ ไม่อย่างนั้นต้องขอค้นตัว

เทพถามไมค์ว่าหยิบของเขามาจริงหรือ ไมค์โวยว่าอย่างตนน่ะหรือจะขโมย รปภ.เข้าล็อกตัวไมค์ เทพพุ่งเข้าขวางยังไงก็ต้องช่วยไมค์ไว้ก่อน เทพต่อสู้กับ รปภ. ทั้งสองที่ตามมาจนทำท่าจะแย่ รปภ.คนที่สามก็วิ่งแท่ดๆ เข้ามาสั่ง “จับมัน!”

ภาวะคับขันเช่นนี้ เทพลากไมค์หนีไปท่ามกลางเสียง รปภ.คนที่สามวอบอกพรรคพวกให้สกัดจับคนร้ายด่วน

เทพลากไมค์ไปขึ้นรถขับพรืดไป รปภ.ที่ตามมาได้แต่ร้องโวยวายให้ช่วยกันสกัดจับ

ooooooo

ขับรถหนีพ้นแล้ว เทพจอดรถกระชากไมค์ลงจากรถเหวี่ยงไปกระแทกกำแพง ถามว่าขโมยอะไรมาเอาคืนมาเดี๋ยวนี้ ไมค์ปากแข็งแต่พอเทพค้นเจอก็ฉุนกึก เอาสันมือตบหน้าไมค์ผัวะ

“ฉันจะบอกให้นายรู้นะ ถ้านายยังทำแบบนี้อีกล่ะก็ ฉันนี่แหละจะจับนายยัดเข้าตะราง ฉันจ้างนายมาทำงาน นายมีหน้าที่ทำตามที่ฉันสั่ง เข้าใจรึเปล่า”

“ฉันก็จะบอกให้นายรู้นะ ฉันไม่ทำแล้วไอ้งานปลอมตัวบ้าบออะไรเนี่ย” แต่พอเทพบอกว่าไม่ทำก็เอาเงินที่เบิกล่วงหน้าคืนมา ไมค์ก็พูดหน้าตาเฉยว่า “ฉันคืนแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

เทพบอกว่า เมื่อไม่คืนเงินก็ต้องทำงานให้ตนต่อไป ไมค์ไม่ยอมทำ ถูกเทพเตะผ่าหมากจนร้องลั่น โดนซ้ำเข้าไปอีกสองหมัด ไมค์คว้าไม้ฟาดหัวไหล่เทพ ถูกเทพกางมือออกตบด้วยหมัดซ้ายขวา แค่นั้นไมค์ก็ร่วงลงไปกองแน่นิ่ง เทพคลำหัวไหล่ที่ถูกไม้ฟาด เช็ดเลือดที่มุมปาก บ่นงึมงำก่อนเดินออกไป

“ไอ้นี่ ท่าทางจะทำงานด้วยไม่ได้จริงๆ”

ooooooo

คืนนี้เมษากลับมาค้างที่บ้าน ขณะนั่งทานมื้อเย็นกับพ่อและแม่ วัฒนาหว่านล้อมให้เมษากลับมาอยู่บ้านเพราะแม่บ่นคิดถึงทุกวัน เธอบอกว่าไว้อีกสักพัก ช่วงนี้ขอพิสูจน์ผลงานก่อน

วัฒนาไม่อยากให้ลูกเป็นตำรวจชวนมาทำงานที่บริษัทพ่อดีกว่า เมษาไม่เอาเพราะไม่ชอบงานชิปปิ้ง อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ตมันไม่ตื่นเต้นเหมือนจับผู้ร้าย

ระหว่างนั้นสาวใช้มารายงานวัฒนาว่ามีแขกมาหา วัฒนาถามว่าใคร สาวใช้บอกว่าคนที่เคยมาหาบ่อยๆ ชื่อโต วัฒนานิ่งไปนิดหนึ่งบอกว่าคงมาติดต่อเรื่องส่งของ บอกให้แม่ลูกทานกันไปพลางก่อน เมษามองออกไปบอกประไพพรรณผู้เป็นแม่ว่าผู้ชายคนนี้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นกันที่ไหน แม่บอกให้ทานข้าวกันเถิด ลูกเป็นตำรวจเจอผู้คนมากมายคงจำผิดจำถูก

แม่ลูกนั่งทานข้าวกันครู่หนึ่ง สาวใช้เข้ามาบอกว่า วันมะรืนตนขอลากลับบ้านเพราะพ่อไม่สบาย พอถามว่าจะไปกี่วันก็บอกว่ายังไม่รู้ ประไพพรรณบอกให้รีบไปรีบมาก็แล้วกันเพราะทางนี้ไม่มีคนทำงาน ระแวงว่าไปแล้วจะไม่กลับเหมือนคนก่อน

“พ่อเขาไม่สบายนี่คะแม่...เอาเถอะ เดี๋ยวหนูจะลองถามแม่บ้านที่คอนโดดูให้ว่าเขามีเด็กบ้างไหม”

วัฒนาพาโตเข้าไปนั่งคุยกันในห้องทำงาน โตเอามือถือมาเปิดให้ดูรูปเศียรพระพุทธรูปสองภาพถามว่าชอบมั้ย วัฒนาพอใจถามว่าเท่าไหร่ โตบอกว่าสามล้าน วัฒนาต่อรองเหลือล้านห้า ต่อกันไปต่อกันมา โตยอมที่ล้านห้า

“พรุ่งนี้เอาของมาดู อ้อ...แต่ก่อนจะมาโทร.มาก่อน อย่าพรวดพราดเข้ามาแบบคืนนี้ ลื้อรู้ไหมว่าลูกสาวอั๊วเป็นตำรวจ”

“เหรอครับ...งั้นผมไปล่ะ” โตรีบลากลับ

ooooooo

ผู้กองเทพเข้าไปเสนอต่อผู้การเสวีว่าตนไม่อาจร่วมงานกับไมค์โจ๊กเกอร์ที่เป็นพวกโจรได้ ขอให้ผู้การหาคนใหม่ให้ด้วยเพราะไมค์มีแต่จะทำให้งานเราเสียหายมากกว่า

“แต่ถึงยังไงผมก็อยากให้คุณอดทนกับมันอีกสักหน่อย เพราะตอนนี้ถ้าจะเปลี่ยนตัวกะทันหัน ผมเกรงว่าจะไม่ทันกับภารกิจของเรา เพราะไอ้เควินสมิธก็กำลังจะมาแล้ว ผมไม่อยากให้เราพลาดโอกาสนี้” ผู้การหว่านล้อม ก็พอดีชายชาติตำรวจวัยเดียวกับผู้กองเทพเข้ามา พอเห็นหน้าผู้กองเทพก็ทักว่างานหนักหรือดูเครียดเชียว

“ผู้กองกำลังเอือมกับสายของเรา” ผู้การบอก ชายชาติอาสาทันทีว่าถ้าทำไม่ไหวตนทำแทนได้ ผู้กองเทพขอบใจแต่จะขอลองดูอีกครั้ง ผู้การพูดอย่างพอใจมากว่า “มันต้องอย่างนั้นสิผู้กองเทพ แล้วคุณมีอะไรชายชาติ”

ชายชาติรายงานว่า สายรายงานมาว่าเควินสมิธคอนเฟิร์มมาเมืองไทยอาทิตย์หน้าแน่นอนแล้ว ผู้การกำชับผู้กองเทพให้ต้องรีบทำงานแล้ว แนะผู้กองเทพว่า

“ผมว่าคุณใช้น้ำเย็นเข้าลูบไอ้ไมค์โจ๊กเกอร์ซะหน่อย เดี๋ยวมันก็ยอมคุณเอง”

ผู้กองเทพรับคำแล้วลุกเดินออกไป ชายชาติเสนอผู้การอีกว่า ตนเคลียร์ฝ่ายต่างประเทศเรื่องเควินแล้วพอจะมีเวลาว่าง หัวหน้าจะให้ตนไปช่วยงานผู้กองเทพก็ได้

“ตอนนี้ยังก่อน ผมไม่อยากให้พวกไอ้เควินมันไหวตัว ผมอยากให้คุณประสานกับฝ่ายต่างประเทศไปก่อน”

“ได้ครับ แต่ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้บอกได้นะครับ” ชายชาติยังกรุยทางเต็มที่ ผู้การขอบใจยิ้มให้ชายชาติ

แต่พอออกจากห้องผู้การเสวี ชายชาติก็โทรศัพท์ถึงผู้การสถิตย์ทันที

“ผมจะโทร.มาเรียนให้ท่านทราบว่า...” ชายชาติรายงานความเคลื่อนไหวของหน่วย ฉก.911 ของผู้การเสวีให้ผู้การสถิตย์ฟังอย่างละเอียด...

ooooooo

ปึกรับปากกับเสี่ยเล็กว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ภายในเวลาหนึ่งเดือนที่เสี่ยกำหนดไว้ วันนี้ปึกไปนั่งซึมอยู่ที่นาคิดหนักไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้

ดอกอ้อเพื่อนวัยเดียวกันมาเห็น แนะปึกว่ามีทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้คือปึกต้องเข้ากรุงเทพฯไปหาผัวฝรั่งรวยๆสักคน ปึกบอกว่าตนก็คิดอยู่แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ดอกอ้อแนะนำให้ไปแถวบาร์พัฒน์พงศ์ สุขุมวิท เห็นในทีวีมีพวกฝรั่งเยอะมาก ปึกก็ยังไม่มั่นใจ ดอกอ้อเลยแนะให้ไปวัดหลวงพ่อคำเกลี้ยง ไปบนกับหลวงพ่อถ้าได้แล้วค่อยกลับมาแก้บน

ปึกไปถึงโบสถ์ก็เย็นแล้ว รีบเข้าไปกราบหลวงพ่อคำเกลี้ยง พนมมือธิษฐาน

“ข้าแต่หลวงพ่อคำเกลี้ยง ข้อยชื่อหนูปึก ข้อยสิมาบนหัวหมูบายศรีขนมนมเนยชุดใหญ่ ข้อยสิไปหางานเฮ็ดที่กรุงเทพฯ ขอให้ข้อยได้ผัวฝรั่งรวยๆและเป็นคนดีด้วยเด้อค่ะหลวงพ่อ”

ทันใดนั้น เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง ไฟในอุโบสถดับ ลมพัดหน้าต่างปิดดังปัง ปึกคิดเข้าข้างตัวเองว่า

“หรือหลวงพ่อสิได้ยินคำขอของข้อย เจ้าประคู้น ...ขอให้หนูปึกได้ผัวฝรั่งด้วยเด้อ”

แต่พอออกจากโบสถ์เจอฝนห่าใหญ่ ปึกเลยรอให้ฝนซา จากค่ำจนมืด ฝนก็ยังไม่หยุด จนปึกหลับไป

ตื่นขึ้นมาฝนหยุดแล้ว ปึกเดินออกจากโบสถ์ผ่านพุ่มไม้โดยไม่รู้ว่ามีชายชุดดำสี่คนมาซุ่มอยู่ พอปึกเดินผ่านไป พวกมันก็เข้าไปในโบสถ์ใช้เลเซอร์ตัดเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปเงียบกริบ

รุ่งขึ้น ชาวบ้านที่โกรธแค้นพากันถือมีด จอบ เสียม ไม้ เดินมาตามคันนาบ่ายหน้ามาที่บ้านพ่อฟักกับแม่คิงพ่อแม่ของปึก เพราะแค้นปึกว่าเป็นคนวางแผนให้คนใจบาปไปตัดเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง

ปึกกำลังอาบน้ำอยู่ พออาบเสร็จก็มาชี้แจงกับชาวบ้านว่าตนไปกราบพระออกมาเจอฝนจึงรอฝนหยุด แต่ไม่มีใครเชื่อเพราะมีคนเห็นปึกออกจากโบสถ์เป็นคนสุดท้ายตอนหนึ่งทุ่ม

จนหลวงตามาถามปึกว่าไม่ได้ทำใช่ไหม ปึกยืนยันว่าตนเกิดที่นี่ โตที่นี่ ไม่มีวันทำเรื่องอย่างนี้เด็ดขาด

“ข้าเชื่อเจ้า ข้าเห็นมันมาตั้งแต่เด็ก รู้จักตาฟักกับยายคิงมาตั้งนาน ครอบครัวนี้บ่มีวันเฮ็ดเรื่องอัปมงคลจังซี่ดอก ขอให้ทุกคนเชื่ออาตมา คนร้ายมันต้องเป็นคนถิ่นอื่นมันถึงเฮ็ดเรื่องนี้”

“ทุกคนฟังนะ” ปึกประกาศต่อหน้าหลวงตาและชาวบ้าน “ข้อยสัญญาและขอสาบานว่า ข้อยจะตามหาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับมาคืนหมู่บ้านเฮาให้จงได้”

เมื่อทั้งหลวงตาและชาวบ้านแยกย้ายกันกลับไปอย่างเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แม่คิงถามปึกว่าจะไปตามหาเศียรพระที่ไหน

“ข้อยก็บ่ฮู้ แต่ถ้าข้อยบ่ตาย ข้อยสิต้องเอาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับมาให้จงได้!”

พ่อฟักดึงปึกเข้าไปกอด แม่คิงเข้ามากอดด้วย สามพ่อแม่ลูกกอดกันด้วยปณิธานอันแน่วแน่

ooooooo

บอกยกเลิกงานกับเทพแล้ว คืนนี้ไมค์กลับไปเล่นตลกที่คาเฟ่ ถูกลูกน้องคือฟูกับเหยินมาทวงเงินค่าตัว ไมค์โกหกว่าเสี่ยยังไม่ได้จ่าย ทั้งสองยืนยันว่าเสี่ยบอกว่าไมค์เบิกล่วงหน้ามาแล้วสองเดือน

ไมค์พูดไม่ออก ฟูกับเหยินยื่นคำขาดว่าถ้าไม่จ่ายเราแยกทางกัน เราจะไม่ทนให้โกงอีกแล้ว ทั้งสองเดินออกจากห้องไป อึดใจเดียวก็มีเสียงเปิดประตู ไมค์คิดว่าฟูกับเหยินกลับมา ที่แท้คือผู้กองเทพ เข้ามาบอกว่าจะให้ไมค์กลับไปทำงานต่อ ไมค์ตวาดว่างานสายลับบ้าบอนั่นตนไม่ทำ

“แต่นายเป็นหนี้ฉัน” เทพย้ำ ไมค์ยังคงบอกว่าถ้ามีแล้วจะคืนให้ “ไม่...ถ้านายไม่ทำ ฉันจะจับเข้าคุกข้อหาโกงเงิน” ไมค์ยังคงใช้ความดื้อด้านอ้างแต่ว่าตอนนี้ไม่มีถ้ามีแล้วจะคืน พอดีฟูกับเหยินกลับเข้ามา ฟูบอกว่า

“ตอนนี้เฮียหมงมันให้ลูกน้องมานั่งรออยู่ข้างนอก มันบอกว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงินจากพี่ มันจะอัดพี่ให้เละเลย”

เหยินยังเสริมให้ฝ่อว่า “นักเลงมาตั้งห้าหกคน ฉันว่าพี่รีบหนีก่อนเถอะ”

ถูกรุมทวงหนี้ไมค์ไม่กลัว แต่ถ้าถูกรุมอัดไมค์คิดหนัก ในที่สุดก็ยอมไปทำงานให้ผู้กองเทพ ผู้กองย้ำปรามล่วงหน้าว่า

“ฉันบอกก่อนเลยนะ ถ้านายก่อเรื่องหรือทำให้ฉันเสียเรื่องละก็...คราวนี้นายลงโลงแน่” เห็นไมค์ทำหน้าไม่แยแส เทพย้ำ “ฉันไม่ได้ขู่นะ เพราะเรื่องงานฉันสำคัญที่สุด”

“คุณไมค์โจ๊กเกอร์ใช่ไหมคะ” เสียงหวานๆทักขึ้น ไมค์หันมอง เห็นเป็นสาวสวยก็รีบลุกขึ้นต้อนรับ “ดิฉันสวยเสมอค่ะ” หญิงสาวแนะนำตัวเอง ที่แท้เธอคือผู้กองเมษาที่ปลอมตัวมาทำงานในฐานะเซลส์ ชื่อสวยเสมอ

เทพถามว่าไม่ทราบมาจากไหน เธอบอกว่าตนเป็นเซลส์จากร้านอาร์ทแอนทีค มีคนแนะนำมาว่าไมค์กำลังอยากได้เศียรพระรูปหยก เทพซักว่าแล้วเธอทราบได้ ยังไงว่า...เทพพูดไม่ทันจบสวยเสมอก็ถามขัดขึ้นว่าเขาเป็นเลขาของไมค์หรือ

“ไม่ใช่หรอกครับ เขาเป็นแค่เด็กขับรถให้ผมน่ะครับ บักเคน นายไม่ต้องสะเออะมาสอบถาม ฉันว่านายไปสั่งกาแฟหรือชามาให้คุณสวยเสมอดีกว่า” ไมค์ตัดบทถลึงตาใส่เทพพลางดึงเก้าอี้ให้สวยเสมอนั่ง และไล่เทพให้รีบไปเลย

พอเทพออกไป สวยเสมอก็เอาแค็ตตาล็อกรูปภาพให้ไมค์โจ๊กเกอร์ดู เทพไปที่เคาน์เตอร์กาแฟก็ยังหันมองสวยเสมออย่างไม่ไว้วางใจ

ooooooo

ปึกมาถึงกรุงเทพฯแล้ว ในมือหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่าๆใบหนึ่ง เดินออกจากสถานีขนส่ง มาชะเง้อชะแง้ ก็มีคนขับแท็กซี่คันหนึ่งเข้ามาเสนอตัวจะรับไป ปึกบอกว่าไม่ต้องเพราะตนนัดญาติมารับแล้ว

“เฮ้ย ไอ้ต๋อง นั่นหลานสาวข้าโว้ย” เสียงแหล่คนขับแท็กซี่ปรามเพื่อนที่กำลังตื๊อปึกอยู่ ไอ้ต๋องยิ้มแหยถอยไป แหล่รีบเข้ามาจะช่วยหิ้วกระเป๋า ปึกบอกถือเองได้แล้วพากันไปขึ้นรถแท็กซี่ที่แหล่จอดรออยู่

แหล่พาปึกไปที่ห้องเช่าซึ่งมีเพียงห้องเดียว พอปึกถามก็บอกว่า ไม่ต้องห่วง ปึกนอนในห้องนี้เลย ตนขับรถกว่าจะกลับก็เกือบสว่าง นอนในรถก็ได้ ปึกหางานได้เมื่อไหร่ตนก็จะย้ายออกไป ก่อนออกไปขับแท็กซี่แหล่ให้เงินปึกไว้ร้อยหนึ่ง บอกว่าถ้าหิวก็ออกไปหาซื้ออะไรกินที่ปากซอย

ปึกขอบคุณแต่ไม่รับเพราะตนมี แหล่ก็ยังยัดเยียดให้ จนปึกต้องรับไว้ มองแหล่ที่เดินออกไปด้วยความรู้สึกชื่นใจว่า “อ้ายแหล่เป็นคนดีหลายๆเด้อ บ่เสียแรงที่เฮาเป็นคนบ้านเดียวกัน”

แต่พอแหล่ออกไปเจอผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่แถวหน้าห้องก็ถูกแซวว่า ได้เด็กใหม่มาอีกแล้วหรือ แหล่ปรามว่าคนนี้ห้ามใครยุ่ง ตนหวง คนหนึ่งบอกว่าก็น่าหวงล่ะ สาวสวยออกอย่างนั้น อีกคนพูดอย่างกระหยิ่มว่า

“ถ้าเบื่อก็ให้ฉันละกัน...”

ooooooo

สวยเสมอเอาแค็ตตาล็อกให้ไมค์ดูแล้วบอกว่าถ้าสนใจยังไงก็โทร.หาตนได้ตลอดเวลา ไมค์ขี้หลีถามว่าโทร.ตอนเที่ยงคืนได้ไหม สวยเสมอเปิดทางสว่างโร่ว่าโทร.ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไมค์นัดพรุ่งนี้พบกันอีกครั้ง เธอถามว่าที่ไหนดี?

ขณะไมค์กำลังคิดหาที่นัดนั้น ถูกเทพเตะขาหลังจนหน้าคะมำปากแตก สวยเสมอรีบส่งผ้าเช็ดหน้าให้เช็ดเลือด ถามไมค์ว่าเดินยังไงล้มลงไปได้ ไมค์บอกว่ามีคนเตะขาตน โทษว่าเทพเป็นคนเตะ เทพบอกว่าเขาเดินสะดุดขาตัวเองระหว่างกำลังพล่ามเลยไม่ได้มองทางต่างหากสวยเสมอสะดุดหูคำพูดแปลกๆของเทพ เขาเลยพูดใหม่ว่า

“ขอโทษครับ ตอนที่เจ้านายพูดกับคุณสวยเสมอน่ะครับ เจ้านายมัวแต่พูดเลยไม่ได้มองทาง”

เทพบอกว่าพรุ่งนี้ไมค์คงไปทานข้าวกับเธอไม่ได้แล้ว เพราะดูจากปากแล้วเดี๋ยวกลับไปมันคงระบมและเจ่อมากกว่านี้ สวยเสมอเลยเลื่อนเป็นอีกสองวันต่อไปแต่ถ้าไมค์มีอะไรสงสัยก็โทร.หาตนได้ แล้วลากันตรงนั้นเลย

พอสวยเสมอแยกไป ไมค์ก็หันมาเอาเรื่องเทพว่าเตะขาตน เทพยอมรับว่าใช่ นั่นแค่เตือนให้รู้ว่าเขามีงานต้องทำ ไมค์โต้ว่าที่ตนคุยก็เรื่องงานเพราะสวยเสมอกำลังเอาของมาเสนอให้เรา เทพตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจเป็นสายให้พวกผู้ร้ายก็ได้

ไมค์ที่ขี้หลีเป็นนิสัยไม่เชื่อว่าสวยเสมอสวยขนาดนั้นจะเป็นสายลับได้ยังไง ด่าเทพว่าไม่น่าเป็นตำรวจเลย เพราะเมื่อสองวันก่อนเราแจกนามบัตรไปตามร้านขายของเก่าจนเกือบทั่วกรุงเทพฯ พวกร้านค้าก็ต้องส่งเซลส์มา เยาะเทพว่าเรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ออก

โต้เถียงกันไม่ชนะ เทพบอกไมค์ว่าตนไม่อยากให้เขาสนิทสนมกับใคร และเรื่องนัดหมายอะไรกันนั่นไมค์ก็ต้องรอฟังคำสั่งจากตนก่อน ทำเอาไมค์เซ็งที่ตนเป็นหัวหน้าแต่ต้องรอฟังคำสั่งจากคนขับรถ! พอไมค์จะไปเทพรั้งแขนไว้ย้ำตบท้ายว่า

“เดี๋ยว แล้วนายก็อย่าใช้ความกะล่อนปลิ้นปล้อนกับผู้หญิง เพราะมันจะทำให้งานฉันพัง เข้าใจรึเปล่า” ไมค์สะบัดหลุดทำเสียงขัดใจ ฮึ่ย! แล้วเดินไป เทพมองอย่างหนักใจ บ่นงึมงำ “ไอ้นี่...เห็นผู้หญิงไม่ได้”

ooooooo

คืนนี้ ปึกนอนหลับสนิทอยู่ที่ห้องเช่าของแหล่ เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางไม่ทันดึก แหล่ก็ไขกุญแจห้องเข้ามา พอปึกตกใจตื่นถามว่าเข้ามาได้อย่างไร เข้ามาทำอะไรทำไมไม่เปิดไฟ แหล่บอกว่าตนมีกุญแจสำรองและเข้ามาเพื่อ “จะเอาเอ็งเป็นเมียไง!”

พอเผยโฉมหน้า แหล่ก็ใช้กำลังหมายข่มขื่นปึก เมื่อใช้กำลังไม่สำเร็จก็ชักมีดพกขู่จะฆ่าถ้าปึกไม่ยอม ปึกสู้สุดชีวิตถีบแหล่กระเด็นชนฝาแล้วเปิดประตูวิ่งออกไป แผดเสียงร้องขอความช่วยเหลือไปตลอดทาง แหล่ไล่ตามไปจนปึกสะดุดหกล้มก็เข้าไปคว้าตัวไว้

ทันใดนั้นเอง แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา เป็นทางที่เมษาขับรถกลับผ่านมาพอดี เมษาลงไปห้าม แหล่ตวาดอย่ายุ่ง นี่เป็นเรื่องของผัวเมีย ปึกตะโกนว่าไม่ใช่ ตนกำลังจะถูกข่มขืน เมษาแสดงตัวเป็นตำรวจจับแหล่ใส่กุญแจมือแล้ววอเรียกตำรวจมาเอาตัวแหล่ไป ถามปึกว่า บ้านอยู่ไหนจะพาไปส่ง ปึกบอกว่าตนไม่มีบ้านเพิ่งมาจากร้อยเอ็ดวันนี้เอง เมษาจึงพาไปนอนที่ห้องพักของตนก่อน บอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปทำงานที่บ้านแม่

ปึกก้มกราบเมษาด้วยความซาบซึ้งใจที่ช่วยตนรอดพ้นจากความหื่นของแหล่ เมษาบอกไม่ต้องกราบหรอกเพราะนั่นเป็นหน้าที่ของตน บอกให้ไปอาบน้ำเสียเดี๋ยวจะหาเสื้อผ้าของตนให้ใส่ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยหาทางแก้ปัญหากันต่อไป

ooooooo

เทพหงุดหงิดแต่เช้า เพราะนัดไมค์ไว้จนเลยเวลาไปนานแล้วยังไม่มา โทร.ไปก็ไม่รับสาย แต่หลังจากนั้นไม่นานไมค์ก็นั่งแท็กซี่มาถึง พร้อมกลิ่นเหล้าโชยกรุ่นมาทีเดียว

“อย่าบอกนะว่านายไปกินเหล้าถึงสว่าง” ไมค์บอกว่าใช่แค่เพลินไปหน่อยเพราะเป็นงานวันเกิดเพื่อน แต่ถึงยังไงก็มาแล้วไม่ได้เบี้ยว เร่งรีบขึ้นรถเถอะจะได้งีบ ในรถหน่อย แล้วเปิดรถขึ้นนั่งเลย เทพมองเซ็งๆ ขึ้นรถ ขับออกไป ไม่ถึงอึดใจมองเบาะหลังเห็นไมค์หลับเป็นตายก็คิดเซ็งๆ “เราจะทนกับไอ้นี่ไปได้อีกนานแค่ไหนวะ”

ขับรถไปได้ไม่นานมือถือของไมค์ก็ดังขึ้น ไมค์หลับไม่รู้เรื่อง เทพจึงเอื้อมไปรับแทน เป็นสายจากสวยเสมอ พอเธอรู้ว่าเป็นเทพรับสายก็ขอพูดกับไมค์

“คุณไมค์เขาไม่อยู่ครับ กำลังประชุม เดี๋ยวประชุมเสร็จผมจะบอกให้นะครับ” พูดแล้วกดปิดคิด “แม่นี่สงสัยจะเป็นเซลส์จริง ตื๊อไม่เลิก”

ขับรถไปถึงปั๊มต่างจังหวัดจึงแวะเข้าไป หันปลุกไมค์ให้ลุกมากินข้าว ไมค์งัวเงียขึ้นมาบ่นปวดหัวถามว่าเราอยู่ไหนเนี่ย เทพบอกว่าขอนแก่น ไมค์โวยวายว่ามาทำอะไรที่ขอนแก่น แล้วเราจะไปไหน เทพบอกว่า เราจะไปร้อยเอ็ด แล้วเดินนำไปที่ร้านอาหารเลย

“เวรกรรมของเราจริงๆ ที่ต้องมาทำงานกับไอ้ผู้กองบ้านี่” ไมค์บ่นงึมงำพลางเดินไปห้องน้ำ หยิบมือถือมากดดู เห็นเบอร์ของสวยเสมอโทร.มาก็ไม่พอใจหาว่าเทพสาระแนมารับสายแทนตน พาลระแวงว่าเทพกีดกันตนกับสวยเสมอ

ไมค์โทร.กลับทำเสียงหล่อถามว่า “เมื่อกี๊คุณสุดสวย โทร.หาผมหรือครับ” เมษาบอกว่านายเคนบอกว่าเขากำลังประชุมอยู่ “อ๋อ...ครับ ประชุมลับกับพวกต่างชาติน่ะครับ ประชุมเรื่องสั่งของน่ะครับ เรื่องแบบนี้ให้ใครรู้ไม่ได้หรอกครับ แล้วคุณสวยโทร.หาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ”

เมษาชวนเย็นนี้ทานข้าวด้วยกันไหม ไมค์เสียดายรู้ว่าไปไม่ได้ บอกว่าตนติดธุระสำคัญต้องไปติดต่อดูของที่ร้อยเอ็ด ถูกเมษาดักคอว่าเมื่อกี๊ว่าประชุมอยู่ไม่ใช่หรือ

“อ๋อ...ใช่ครับ ผมประชุมอยู่บนเครื่องบินน่ะครับ” เมษาถามว่าแล้วจะกลับเมื่อไหร่ “ผมยังไม่ทราบเลยครับ เอาเป็นว่าถ้าผมถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่จะโทร.หาคุณทันทีเลย” แล้วตัดบทว่าเดี๋ยวต้องเข้าประชุมต่อแล้ว พอกดปิดเครื่องก็บ่น “เฮ่ย...เสียดายจริงๆ ไม่งั้นคืนนี้น้องสวยเสมอต้องเป็นของเราแน่ๆ”

เมษาฉุกคิดได้ว่าไมค์กำลังไปร้อยเอ็ด ก็รีบเดินออกไปทันที

ooooooo

ไมค์เดินไปร้านอาหารที่เทพนั่งรออยู่แล้ว สั่งอาหารจานเดียวมากินพลางถามเทพว่าเราต้องไปอยู่ที่ร้อยเอ็ดกี่วัน พอเทพบอกว่าจนกว่าจะได้เรื่องก็โวย

“แล้วเมื่อไหร่นายจะบอกเสียทีว่าเรื่องอะไรที่เราจะไปเนี่ย” เทพบอกว่าถึงร้อยเอ็ดแล้วจะบอก ไมค์เริ่มขุ่นมัวถามว่าแล้วจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับทำไม “ก็เพราะนายเป็นคนปากสว่าง นายจะทำให้งานของเราเสียหาย ฉันจะเตือนนายอีกอย่าง งานที่เรากำลังทำมันอันตรายมาก นายกับฉันอาจจะตายพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ได้ ไม่มีใครรู้ ฉะนั้น นายจะต้องฟัง แล้วต้องทำตามที่ฉันบอก เข้าใจรึเปล่า...รีบกินซะ ฉันจะไปรอที่รถ”

เทพหยิบแบงก์ร้อยวางให้สี่ใบแล้วลุกเดินออกไป ไมค์ยกน้ำดื่มมองตาขวางบ่น

“ทำมาเป็นขู่เรา นึกว่าเรากลัวตายงั้นสิ ฮี่โธ่...อย่าหวังเลยไอ้ผู้กอง มุกนี้ใช้กับคาเฟ่ไม่ได้โว้ย ต้องไปใช้ที่งานวัด” แล้วไมค์ก็หยิบไม้จิ้มฟันเดินจิ้มฟันออกไป

พอไปถึงรถเห็นเทพนั่งมองอยู่ก็ทำทะเล้นประชด “อู้ยยย...กลัวแล้วครับผู้กอง” แล้วทำตัวลีบหัวเราะร่าขึ้นรถ ไม่สนใจเทพที่มองตาเขียวตาขวาง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:32 น.