ข่าว

วิดีโอ



สวยร้ายสายลับ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-แอ็กชั่น-คอเมดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: วิลักษณา

กำกับการแสดงโดย: บัวรัตนา (รัตนา แซ่ตั่น)

ผลิตโดย: บริษัท ยูม่า99 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธนิน มนูญศิลป์,อรเณศ ดีคาบาเลส

อัลบั้ม: บอม - ริชชี่ พบกันครั้งแรกใน "สวยร้ายสายลับ"

ไมค์เปิดประตูเข้าไป เห็นปึกนั่งอยู่มุมหนึ่ง สถิตย์ยุทธกับเควินสมิธอยู่ในห้องกับลูกน้องอีกสี่คนที่ยืนล้อมเขาอยู่ ปึกขยับจะโผเข้าหาไมค์

“อยู่เฉยๆ เอาพระวางไว้บนโต๊ะ” สถิตย์ยุทธสั่ง ไมค์เอาเศียรพระไปวางบนโต๊ะ ลูกน้องคนหนึ่งหยิบเอาไปให้ สถิตย์ยุทธเปิดผ้าคลุมดู เห็นเป็นเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง ก็ยิ้มให้กันกับเควินสมิธ

ไมค์บอกให้ปล่อยปึกได้แล้ว เควินสวนทันทีว่าเรื่องอะไรจะปล่อยตนยังไม่ได้ปึกเป็นเมียเลย ทั้งปึกและไมค์โวยวายให้ปล่อย ไมค์ถามสถิตย์ยุทธว่าไหนบอกว่าจะปล่อยหนูปึก สถิตย์ยุทธเล่นลิ้นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนต้องไปตกลงกับเควินสมิธเอง

ไมค์กระชากปืนออกทันทีแต่ยังช้ากว่าสถิตย์ยุทธ ไมค์ถูกยิงจนผงะ สถิตย์ยุทธซ้ำอีกนัดหนึ่งจนไมค์ล้มคว่ำ ปึกหวีดร้องสุดเสียง เควินตรงเข้าไปกระชากปึกตะคอก

“เอาทำไมไอ้ตลกคาเฟ่ ไปอยู่กับฉันดีกว่า” แล้วสั่งลูกน้องสถิตย์ยุทธ “เอาตัวเธอไป” แล้วตัวเองก็เดินตามสถิตย์ยุทธออกไป ปึกดิ้นรนร้องเรียกไมค์...ใจแทบขาด แต่ถูกลูกน้องสถิตย์ยุทธกระชากเดินผ่านร่างไมค์ออกไป

ระหว่างเดินลงบันได ปึกถีบหลังเควินจนเซ กระทุ้งท้องคนที่คุมตน พอมันหันมาก็จับมือมันเหวี่ยงลงไปแล้ววิ่งขึ้นไปหาไมค์ เควินฉุนขาดจะเอาเรื่องปึก สถิตย์ยุทธบอกให้ปล่อยเป็นหน้าที่ลูกน้องตน แล้วสั่ง

“เฮ้ย ฆ่าทิ้งเสีย!”

สถิตย์ยุทธกับเควินนั่งรถออกไป ระหว่างนั้นเควิน บอกให้เอาพระให้ตนได้แล้ว สถิตย์ยุทธพูดหน้านิ่งว่า “เมื่อไหร่คุณจ่ายเงินคุณถึงเอาไปได้ บิสสิเนสก็คือบิสสิเนส ทางที่ดีคุณรีบจ่ายเงินแล้วเอาพระออกไปจากเมืองไทยให้เร็วที่สุด”

“ผมรู้น่า...ผมจะเอาไปส่งลูกค้ามะรืนนี้”

สถิตย์ยุทธพยักหน้า เหลือบมองเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอีกครั้ง นึกถึงเงินก้อนโตที่จะได้จากงานนี้

ที่อู่ต่อเรือ...ปึกหนีขึ้นไปเห็นไมค์นอนคว่ำอยู่จึงหยิบปืนที่ข้างตัวไมค์ พอดีลูกน้องสถิตย์ยุทธตามขึ้นมา ปึกหลบหลีกและยิงต้าน แต่ยิงได้ไม่กี่นัดกระสุนก็หมด ปึกเลยขว้างปืนใส่มัน

ขณะปึกถูกพวกมันต้อนไปจนมุม มันจะยิง ปึกหลับตารอความตาย พลันเสียงปืนก็ดังขึ้นนัดหนึ่ง ลูกน้องสถิตย์ยุทธชะงักหันมอง เห็นไมค์โผเผโผล่ขึ้นมา ไมค์ยิงซ้ำเข้าไปอีกนัดจนมันล้ม ปึกโผเข้าหาไมค์ถาม “อ้ายเป็นจังได๋”

“อ้าย-ฮัก-เจ้า-เด้อ...ลาก่อน” ไมค์พูดขาดเป็นห้วงๆ แล้วหมดสติไป ปึกโผกอดไมค์ร้องไห้คร่ำครวญ

ooooooo

ไมค์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ปึกเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด เมษากับเทพมาเยี่ยม ถามปึกว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“หนูปึกไม่เป็นไรค่ะ พี่ไมค์ถูกผู้การสถิตย์ยุทธยิงเข้าที่หัวใจสองนัดค่ะ แต่โชคดีจริงๆ ไม่รู้เขาไปเอาเสื้อเกราะใครมาใส่” เทพบอกว่าของตน ชมว่าไมค์ฉลาดนึกว่าจะตายฟรีเสียแล้ว พลันไมค์ก็ขยับตัวถามว่า ผู้กองอยากให้ตนตายจริงๆหรือ ปึกดีใจโผเข้าหา “อ้ายไมค์...อ้ายไมค์ฟื้นแล้ว เจ็บตรงไหนบ้าง”

“ตรงหัวใจ” ไมค์ทำเสียงอ้อน

เทพพูดอย่างหมั่นไส้ไมค์ว่าอ้อนผู้หญิง ปรามว่าเรายังมีเรื่องต้องสะสางกัน ปึกถามว่าเรื่องอะไรหรือ

“ก็เรื่องที่นายไมค์ขโมยเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปแลกตัวเธอไง”

ไมค์อ้างว่าถ้าตนไม่ทำ ปึกก็ต้องตาย ปึกโต้ทันทีว่าตนบอกแล้วไงว่ายอมตาย บ่นว่าไมค์ไม่น่าทำแบบนี้เลย ไมค์ขอโทษแต่ที่ทำเพราะรักหนูปึก ปึกถามเทพกับเมษาว่าแล้วจะทำอย่างไรเพราะสถิตย์ยุทธกับเควินได้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปแล้ว เมษาเสนอว่าต้องรีบหาทางสกัดไม่ให้มันเอาออกนอกประเทศ

“เดี๋ยวผมจะโทร.แจ้งท่านรองอดุลย์ให้ท่านสั่งไปทาง ตม. ถ้าเจอเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงให้อายัดไว้ก่อน” เทพโทร.ทันที “ครับท่าน ผมอยากให้ท่านสั่งทาง ตม.ให้ตรวจเช็กว่าถ้ามีใครพบเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงให้อายัดไว้ก่อนได้ไหมครับ”

รองอดุลย์รับปากว่าเดี๋ยวจะโทร.สั่งไปทาง ตม.ให้ ทุกคนต่างภาวนาขอให้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงปลอดภัย

ooooooo

เช้าวันนี้ เควินสมิธอยู่ในโกดัง กำลังสั่งลูกน้องให้เร่งบรรจุเศียรพระพุทธรูปใส่ลังแล้วลำเลียงไปขึ้นรถ

“เที่ยวนี้คุณกวาดของไปเกือบหมดประเทศเลยนะ” สถิตย์ยุทธเอ่ย เควินบอกว่าทั้งหมดนี้ยังไม่ถึงร้อยล้านเลย “แต่ไปถึงต่างประเทศมันก็สองร้อยล้านแล้ว”

“ผมก็ต้องขอบคุณผู้การ ถ้าไม่ได้ผู้การเป็นคนหาให้ ผมจะทำอะไรได้”

สถิตย์ยุทธเตือนว่ายังไงก็อย่าลืมของฝากให้บ้างก็แล้วกัน เควินถามว่าอยากได้อะไรเที่ยวหน้าจะหามาให้ สถิตย์ยุทธบอกว่าไม่อยากได้อะไรนอกจากแบงก์ดอลลาร์

“ผู้การนี่หายใจเข้าออกเป็นเงินนะ จะเอาไปทำไมเยอะแยะลูกเมียก็ไม่มี”

“ก็เพราะลูกเมียไม่มีน่ะสิถึงต้องเก็บเงินไว้กินยามแก่ เอาล่ะ ผมแยกกับคุณตรงนี้เลย ขอให้คุณเดินทางปลอดภัย กลับมาค่อยกินข้าวกัน”

พอสถิตย์ยุทธนั่งรถออกจากโกดังก็สั่งวิวัฒน์ลูกน้องคนสนิทที่นั่งคู่คนขับให้ทำจดหมายส่งไปที่กรมบอกว่าตนจะลาพักร้อนสามอาทิตย์ ให้ลาตั้งแต่วันนี้เลย และให้จองตั๋วเครื่องบินไปฮาวายเที่ยวบินคืนนี้ให้สองที่แล้วโทร.บอกใบเฟิร์นให้ด้วย

สั่งแล้วสถิตย์ยุทธเอนพิงพนักยิ้มกับตัวเองพึมพำอย่างสบายใจ

“จะได้พักซะที...ฮาวาย”

ooooooo

ที่หน่วย ฉก.911 คนเดินจดหมายเอาจดหมายจาก ป.ป.ช.มาให้รองอดุลย์ เป็นมติของ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสถิตย์ยุทธข้อหาคอร์รัปชัน

ตำรวจเข้ามารายงานว่าผู้กองขั้นเทพมาขอพบ รองอดุลย์บอกให้เชิญเข้ามาเลย มาได้จังหวะพอดี พอผู้กองขั้นเทพกับผู้กองเมษาเข้ามา รองอดุลย์บอกว่า

“ผมกำลังอยากพบคุณสองคนพอดี ผมออกหมายจับสถิตย์ยุทธข้อหาพัวพันขบวนการลักลอบตัดเศียรพระ คุณสองคนนำเจ้าหน้าที่ไปจับได้เลย”

“ได้ครับท่าน ที่เราสองคนมาพบท่านก็อยากให้ท่านออกหมายจับเควินสมิธด้วยครับ”

“ผมเตรียมไว้ให้คุณแล้ว ขอให้คุณสองคนโชคดี”

ขณะทั้งสองออกมาพบไมค์กับปึกที่รออยู่ พอไมค์กับปึกรู้ว่ามีหมายจับเควินสมิธกับสถิตย์ยุทธแล้ว ต่างก็ดีใจ หมายมั่นปั้นมือจะจับให้ได้ เมษารีบโทร.เช็กหน่วยวิหคเวหาว่าเวลานี้สถิตย์ยุทธอยู่ที่ไหน จึงรู้ว่าสถิตย์ยุทธลาไปต่างประเทศสามอาทิตย์ จะออกเดินทางคืนนี้

“เราต้องรีบไปรวบตัวมันไว้ก่อน” เทพบอก เมษาให้เทพไปจับสถิตย์ยุทธ ตนจะไปรวบตัวเควินสมิธเอง ปึกถามว่าแล้วตนสองคนล่ะ เทพบอกให้ไปรอที่บ้าน ไมค์โวยว่าไม่ได้ ตนสองคนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ขอไปจับสถิตย์ยุทธด้วย ปึกขอไปจับเควินสมิธกับเมษา

เทพมองเมษาถามด้วยสายตา พอเมษาพยักหน้า ทั้งสองฝ่ายแตะมือลากันแล้วเดินแยกออกไป ต่างเตือนกันให้ระวังตัวและฝากความหวังกันและกัน

ooooooo

สถิตย์ยุทธในชุดเดินทางควงใบเฟิร์นลงจากอพาร์ตเมนต์ คนขับรถลีมูซีนยกกระเป๋าเดินทางใส่ท้ายรถขับออกไป

ผู้กองขั้นเทพนำกำลังไปถึงอพาร์ตเมนต์ที่สถิตย์ยุทธพัก จัดวางกำลัง สั่งไมค์ให้เดินขึ้นบันไดถ้าเจอสถิตย์ยุทธให้โทร.บอกตนทันที

แต่พอเข้าไปในอพาร์ตเมนต์จึงรู้จากตำรวจที่ไปเฝ้าลิฟต์ว่า ที่เคาน์เตอร์บอกว่าผู้การสถิตย์ยุทธเพิ่งออกไปไม่ถึงสิบนาที ผู้กองขั้นเทพสั่งตามไปดักที่สนามบินทันที

ส่วนเควิน พอลูกน้องแพ็กของเสร็จยกขึ้นรถ เขาสั่งให้ไปท่าเรือเลย รถเควินนำไปก่อน แต่ออกไปถึงซอยหน้าโกดังเท่านั้น ก็ถูกผู้กองเมษาขับรถปาดหน้าจนรถของเควินเบรกกะทันหันหน้าทิ่ม เควินเอ็ดลูกน้องว่าทำไมขับรถอย่างนี้ ลูกน้องมองกระจกหลังเห็นรถอีกคันมาปิดท้ายซอย คนขับรถบอกว่า ตำรวจ! เควินเหลียวมอง พอหันกลับมาก็เห็นเมษาก้าวลงจากรถพร้อมปืน มันอุทาน “ผู้กองเมษา!”

เมษาเข้าประชิดรถบอกเควินว่า “หยุดนะเควิน คุณถูกจับแล้ว” มันถามว่าจับข้อหาอะไร ปึกบอกว่าขโมยเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง เมษาสั่ง “วางอาวุธแล้วยกมือขึ้น!”

เควินเหลียวมองเห็นตำรวจถือปืนจ่อล้อมไว้หมดก็ทำท่าจะวางปืน พริบตาเดียวก็หันปืนยิงใส่เมษา ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงกันสนั่น เควินวิ่งหนีตะโกนบอกลูกน้องให้ยิงสกัดไว้ ปึกวิ่งตามไป เมษายิงลูกน้องเควินแล้ววิ่งตามปึกไป

“ยิงสกัดมันไว้นะ ถ้าฉันหนีไปได้จะให้แกล้านนึง” เควินตะโกนบอกลูกน้อง

“คุณเมตามไอ้เควินไปเลยค่ะ หนูปึกจะยิงสกัดลูกน้องมันเอง” ปึกที่ฝึกยิงปืนมาอย่างดีแล้ว ยิงลูกน้องเควินล้มหงายไปอย่างแม่นยำจนปึกทึ่งฝีมือตัวเอง

เควินจะวิ่งเข้าไปในโกดังแต่ประตูเปิดไม่ได้จึงหลบเข้ามุม ซุ่มจนเมษาเดินผ่านไปมันโผล่มาจะยิงแต่ถูกปึกยิงจากข้างหลังถูกหัวไหล่จนผงะ มันจะวิ่งหนี

เมษาก็ยิงเข้าที่ขา พอมันล้มเมษาพุ่งเข้าไปเตะปืนกระเด็น

“คุณถูกจับแล้วเควินสมิธ!”

“ใช่...ครั้งนี้แกไม่รอดแน่ อย่าหวังเลยว่าแกจะ

เอาหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปจากเมืองไทยได้” ปึกวิ่งมาสมทบเอาปืนจ่อ

ooooooo

สถิตย์ยุทธนั่งโอบกอดใบเฟิร์นมาในรถลีมูซีน เธอถามอ้อนว่าทำไมไม่ไปอังกฤษหรือฝรั่งเศส ตนไม่อยากไปฮาวาย ไม่รู้ว่ามีที่ช็อปหรือเปล่า

สถิตย์ยุทธบอกว่าตนอยากพักผ่อนเอาไว้กลับมาค่อยพาไปช็อปที่ฮ่องกงก็แล้วกัน อยู่ที่ฮาวายถ้าเบื่อก็อาจข้ามไปซานฟราน ใบเฟิร์นฉอเลาะว่าค่อยยังชั่วหน่อย

เทพเร่งสุทัศน์ให้ขับรถเร็วหน่อยเราต้องไปให้ถึงสนามบินก่อนที่สถิตย์ยุทธจะขึ้นเครื่อง

แต่ระหว่างเดินทางนั่นเอง สถิตย์ยุทธก็ได้รับโทรศัพท์จากวิวัฒน์แจ้งว่ามีข่าวว่ารองอดุลย์ออกหมายจับเขา สถิตย์ยุทธเครียดทันที สั่งคนขับรถลีมูซีน ให้รีบไปถึงแอร์พอร์ตเดี๋ยวตนจะไม่ทันขึ้นเครื่อง

ใบเฟิร์นที่เล่นไลน์อยู่ถามว่ามีอะไรหรือ

“ไม่มีอะไร” สถิตย์ยุทธตอบอย่างนั้นแต่หน้าเครียด จนเห็นได้ชัด

คนขับเร่งรถเร็วขึ้น แต่โชคไม่ดีไปติดไฟแดง สถิตย์ยุทธหงุดหงิดมาก พอใบเฟิร์นบอกให้ใจเย็นๆ ก็ถูกตวาดให้หยุดพูด

ทันใดนั้น รถของเทพเสียบเข้ามาจอดข้างรถลีมูซีน เทพกับไมค์ต่างนั่งกระวนกระวายใจที่รถมาติดไฟแดง ไมค์ภาวนาให้เราไปถึงก่อนสถิตย์ยุทธจะขึ้นเครื่อง ถามเทพว่า ถ้ามันขึ้นเครื่องไปก่อนเราตามไปจับที่เมืองนอกไม่ได้หรือ เทพบอกไม่ได้

“มิน่า ไอ้พวกโกงกินบ้านเมืองมันถึงไม่กลัวกฎหมาย เอะอะก็หนีไปหลบอยู่ต่างประเทศ” ไมค์บ่นมองไปนอกหน้าต่าง พลันก็ชะงักเมื่อเห็นสถิตย์ยุทธนั่งอยู่ในรถข้างๆนี่เอง!

เทพหันมองตามไมค์ เป็นจังหวะที่สถิตย์ยุทธหันมาพอดีเลยประสานสายตากันอย่างจัง เทพกระชากปืนออกมาสั่ง “จับมัน!” พอดีไฟเขียว สถิตย์ยุทธสั่งคนขับ ให้ออกรถเร็ว!

รถสถิตย์ยุทธพุ่งออกไปอย่างเร็ว เทพกับไมค์ รีบกระโดดขึ้นรถสั่ง “ตามมันไปเร็ว!”

ooooooo

สถิตย์ยุทธสั่งคนขับเร่งเครื่องแยกหน้าให้เลี้ยวซ้าย คนขับบอกว่าทางนั้นไม่ได้ไปแอร์พอร์ตก็ถูกเขาตวาดให้เลี้ยวซ้าย! คนขับหักเลี้ยวกะทันหันจนรถคันหลังเบรกกันสนั่น

“อย่าให้มันหนีไปได้นะ” เทพสั่งคนขับ

สถิตย์ยุทธสั่งคนขับให้เหยียบเต็มที่ คนขับถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ ก็ถูกเอาปืนจ่อขู่ให้ทำตามที่สั่งไม่งั้นตาย! พอรถไปอีกไม่นานสถิตย์ยุทธสั่งให้เลี้ยวขวาซอยหน้า เห็นรถตำรวจตามมาก็สบถ

“ไอ้บ้าเอ๊ย...มันตามมาอีก” เห็นข้างหน้ามีซอยก็สั่ง “เลี้ยวหน้าเลย” แต่พอเลี้ยวรถเข้าไปกลายเป็นซอยตัน! สถิตย์ยุทธสั่งอย่างบ้าคลั่งให้ถอย แต่รถตำรวจมาปิดปากซอยแล้ว เขาเอาปืนจ่อสั่งให้ถอยไปชนเลย คนขับจำต้องถอยไปแต่พอใกล้จะชนก็เบรกแล้ววิ่งลงจากรถชูมือไปหาตำรวจบอกว่าตนเป็นแค่คนขับรถเท่านั้น

เทพใช้โทรโข่งประกาศ “ผู้การสถิตย์ยุทธ ผมว่าคุณมอบตัวเสียดีกว่า อย่าให้ผมต้องจับตายคุณ”

ใบเฟิร์นตกใจกลัวลงจากรถจะหนี ก็ถูกสถิตย์ยุทธ ตามจับไว้เป็นตัวประกัน ขู่เทพตลอดเวลาว่าถ้าไม่เปิดทาง ให้ตนจะฆ่าผู้หญิงคนนี้ จนในที่สุดเทพต้องยอมถอย สถิตย์ยุทธจับใบเฟิร์นยัดใส่รถลีมูซีนแล้วขับหนีไป

“เอาไงผู้กอง ไม่ตามไปหรือ” ไมค์ถามมองตามรถลีมูซีนไป

“ไม่ได้ยินที่มันบอกหรือ ถ้าตามไปมันจะฆ่าผู้หญิง” แล้วเทพก็ ว.ไปที่ ฉก.911 เรียกศูนย์ให้สกัดจับ รถลีมูซีน ย้ำว่า “คนร้ายมีตัวประกันไปด้วย”

ooooooo

ที่ห้องพักคนไข้ในโรงพยาบาล เควินสมิธถูกจับใส่กุญแจมือล็อกไว้กับเตียง ที่ไหล่และขามีผ้าพันแผล เควินโวยวายลั่นห้อง ถามว่าจับตนเรื่องอะไร ตนขอพบทนาย ขู่จะฟ้องกรมตำรวจที่ทำเกินเหตุโดยเฉพาะผู้กองเมษาที่ยิงตน

เควินเอะอะโวยวาย จนเมื่อเทพเข้ามาก็ตวาดถามว่าจับตนเรื่องอะไร

“เราเจอเศียรพระพุทธรูปที่คุณกำลังจะลักลอบนำออกนอกประเทศ” เมษาแจ้งข้อหา เควินโต้ว่าของพวกนั้นถูกกฎหมาย ไมค์กับปึกโต้ว่าเศียรหลวงพ่อ

คำเกลี้ยงไม่ถูกกฎหมายแน่ เควินเอาแต่เรียกร้องขอพบทนาย เมษาบอกว่าถ้าคิดว่าผู้การสถิตย์ยุทธจะช่วยได้ละก็ คิดผิด เพราะผู้การสถิตย์ยุทธกำลังหนีตายอยู่ เควินไม่เชื่อ ไมค์เลยเปิดทีวีให้ดู เป็นข่าวแฟลชนิวส์

“บ่ายวันนี้ หน่วย ฉก.911 นำโดยร้อยตำรวจเอกขั้นเทพบุกเข้าจับกุมผู้การสถิตย์ยุทธ แต่ผู้การต่อสู้และยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจตายไปหนึ่งนาย ขณะนี้ตำรวจกำลังระดมกำลังออกติดตามตัวผู้การสถิตย์ยุทธอยู่คิดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้”

พอไมค์ปิดทีวี เทพบอกเควินว่าทางที่ดีให้เขาสารภาพว่าเขากับผู้การสถิตย์ยุทธเป็นผู้สั่งตัดเศียรพระและลักลอบนำออกไปจากเมืองไทย เควินตวาดว่าอย่ามาขู่กัน เมษาบอกว่าถ้าเขาไม่สารภาพพวกเราก็ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยให้ได้

“พวกคุณพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ”

“คุณคิดว่าผู้การสถิตย์ยุทธจะปล่อยให้คุณนอนรักษาตัวให้หายงั้นเหรอ” เทพถาม ไมค์ย้ำว่าเขาต้องตามมาฆ่าแน่ๆ

“นี่ล่ะ กรรมตามสนองแกแล้ว แกสั่งตัดเศียรพระ คราวนี้ผู้การสถิตย์ยุทธต้องมาตัดหัวแกแน่” ปึกสำทับ

เมษาชวนกลับกันดีกว่าปล่อยให้ผู้การสถิตย์ยุทธมาจัดการกันเอง เทพสั่งจ่าให้ถอนกำลังไม่ต้องให้ใครอยู่เฝ้าแล้ว ก่อนออกไปเทพหันบอกเควินอีกว่า

“คิดให้ดีก็แล้วกัน แต่อย่านานล่ะ เพราะผมไม่รู้ว่าผู้การสถิตย์ยุทธจะมาหาคุณเมื่อไหร่”

พอทุกคนออกไปหมดแล้ว เควินรำพึงกับตัวเองอย่างหวาดหวั่น

“นี่เราจะไม่มีทางรอดแล้วจริงๆหรือ?”

ooooooo

พอออกมาแล้ว ปึกถามเทพว่ามันจะยอมสารภาพไหม เทพเชื่อว่าไม่น่าเกินชั่วโมง

“แต่ถึงมันไม่สารภาพมันก็ไม่รอดอยู่ดี เพราะหลักฐานที่เราได้คราวนี้มัดตัวมันแน่นหนา” เมษาบอก

“แล้วผู้การสถิตย์ยุทธล่ะคะ เราจะไปหาตัวมันได้ที่ไหน ไม่ใช่ว่าป่านนี้มันหนีออกไปนอกประเทศแล้วล่ะ” ปึกถาม

เทพเชื่อว่าคงไม่ง่ายเพราะเราแจ้งสกัดจับไปตามหน่วยงานต่างๆแล้ว ไมค์หวังว่ามันจะไม่ฆ่าผู้หญิงที่เป็น ตัวประกัน

เทพกับเมษาได้แต่มองหน้ากันอย่างกังวล

เพียงรุ่งเช้า ก็มีข่าวและภาพรายงานสดทางทีวีว่า

“เมื่อคืนนี้เวลาตีสองตำรวจพบศพหญิงสาวชื่อใบเฟิร์นที่ถูกผู้การสถิตย์ยุทธจับเป็นตัวประกัน ถูกทิ้งอยู่ที่ริมถนนสายเอเชีย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังออกตามหาตัวผู้การสถิตย์ยุทธ เพื่อนำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดี”

ทั้งเทพ เมษา ไมค์ และปึกต่างมองทีวีอึ้ง ไมค์รำพึงสลด “ในที่สุดมันก็ฆ่าผู้หญิงจริงๆ”

“ไอ้สถิตย์ยุทธ ฉันต้องเอาตัวแกมาลงโทษให้ได้”

เมษาประกาศล้างแค้น

มือถือของเทพดังขึ้น ทุกคนหันมองใจจดจ่อ เทพกดรับ พูดไม่กี่คำก็ปิดเครื่องบอกทุกคนว่า

สายของเรารายงานมาว่า มีคนเห็นผู้การสถิตย์ยุทธ อยู่ที่บ้านหลังหนึ่งแถวปราจีนบุรี เมษาเร่งให้ไปกันเดี๋ยวนี้เลย

ooooooo

ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบยกกำลังไปปิดล้อมบ้านกลางป่าหลังนั้น พร้อมจะจู่โจมเข้าจับกุมสถิตย์ยุทธ

ขณะทุกคนซุ่มดูอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งเอาเศษอาหารออกมาทิ้ง เหลียวมองรอบบ้านอย่างระแวดระวังก่อนกลับเข้าไป ปรากฏว่าไม่ใช่สถิตย์ยุทธ ไมค์เชื่อว่า มันต้องอยู่ในบ้านแน่ เทพสั่งจู่โจมเลยเพราะขืนชักช้ามันรู้ตัวอาจมีการปะทะกัน

เทพสั่งไมค์กับปึกรออยู่ข้างนอกถ้าสถิตย์ยุทธหนีออกมาให้จับเลย จับเป็นได้ก็จะดี จากนั้นสั่ง...

“ทุกหน่วยโปรดทราบ เราจะทำการจู่โจมขอให้ทุกคนระมัดระวังผู้ต้องสงสัยมีอาวุธ”

ทุกส่วนรับทราบ แล้วส่วนหนึ่งก็คืบคลานเข้าไปเงียบกริบ เมษาส่องกล้องดูไม่เห็นใคร บอกเทพว่า “ไปได้ค่ะ”

เทพวิ่งไปถึงบ้าน พอถีบประตูเข้าไป เจอชายสองคนกระชากปืนจะสู้ เทพสั่งให้ทิ้งปืนมันกลับจะยิง เลยถูกเทพที่ถือปืนลูกซองยิงกระเด็น อีกคนวิ่งไปจะคว้าปืน

“หยุดนะ ถ้าแกขยับฉันยิงจริงๆ” เทพสั่ง มันจึงยกมือยอมแพ้ “ผู้การสถิตย์ยุทธอยู่ไหน” มันบอกว่าไม่รู้ เทพเอาปืนกระทุ้งท้องมัน “ถ้าแกไม่บอกละก็ แกจะเจ็บหนักกว่านี้นะ ผู้การสถิตย์ยุทธอยู่ไหน!” มันจึงบอกว่าหนีไปแล้ว

ระหว่างนั้น ปึกหันไปเห็นรถกระบะคันหนึ่งวิ่งผ่านไปด้านหลัง ปึกร้องบอกไมค์ว่ามันกำลังจะหนีแล้ว ไมค์กับปึกวิ่งไปขับรถของเทพตามไป ไล่ทันก็ปาดหน้ารถคันนั้น พอชายที่ขับรถลงมายกมือเหนือหัวบอกว่าตนเป็นคนเฝ้าบ้านเท่านั้น ไมค์ถามว่าผู้การสถิตย์ยุทธอยู่ไหน

“ท่านไปได้เกือบชั่วโมงแล้วครับ”

“มันคงรู้ตัวก่อนแล้ว” ปึกบอกไมค์

ที่ยอดเนินไม่ไกลจากตรงนั้นนัก สถิตย์ยุทธก้าวลงจากรถคุยโทรศัพท์กับวิวัฒน์ที่โทร.มารายงานว่า

“คนของเราถูกจับไปหมดหลังจากที่ท่านออกมาได้ไม่ถึงชั่วโมงครับ”

“ไอ้ขั้นเทพ คิดหรือว่าแกจะจับฉันได้” สถิตย์ยุทธ คำรามหลังจากปิดเครื่องแล้ว

ooooooo

กลับมาถึงหน่วย ฉก.911 เมษาเปรยๆว่าต่อไปเราคงจะหาตัวมันลำบากขึ้น ไมค์คาดว่ามันคงหนีไปชายแดนแล้ว

“ยัง ท่านรองแจ้งไปที่ด่านแล้ว ถ้ามันคิดจะออกทางชายแดนล่ะก็...มันโดนรวบตัวแน่”

เทพคาดถูก เพราะสถิตย์ยุทธขับรถไปเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในป่า พนักงานขอบัตรประชาชน สถิตย์ยุทธบอกว่าไม่ได้เอามา ถามว่าห้องคืนละเท่าไร พนักงานบอกห้าร้อย เขาเอาเงินส่งให้

“ฉันให้สองพัน จ่ายก่อนสามคืน ที่เหลือห้าร้อยให้แก”

“ได้เลยครับ งั้นผมจะลงชื่อพี่ว่าสมชายนะครับ” พนักงานกุลีกุจอจะพาไปส่งห้อง เขาบอกไม่ต้อง ให้บอกเบอร์ห้องก็พอ พนักงานส่งกุญแจให้ บอกว่าห้องสามเอ เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาห้องสุดท้าย

พอเข้าห้อง สถิตย์ยุทธรูดม่านปิด เปิดกระเป๋าเดินทาง มองแท่งระเบิดทีเอ็นทีบรรจุมาเต็มกระเป๋า มี

ปืนกลวางอยู่ข้างบน เขาหยิบระเบิดขึ้นดู คำรามในคอ

“ไอ้ขั้นเทพ มึงอยากจับกูนักใช่ไหม พรุ่งนี้กูจะเรียกมึงมาจับกูถึงที่เลย!”

พนักงานที่ได้ทิปห้าร้อยดีอกดีใจเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนอยากได้เงินบ้างถามว่าแขกจะเอาอะไรอีกไหม แล้วลิ่วไปเคาะประตู สถิตย์ยุทธคว้าปืนไปเปิดประตู พนักงานคนนั้นถามว่าต้องการเครื่องดื่ม อาหาร หรือเพื่อนคุยไหม สถิตย์ยุทธบอกไม่ต้องการ แล้วปิดประตูเอาปืนเก็บ

“เฮ้อ...เซ็งเลย กะจะได้ทิปสักห้าร้อย” พนักงานคนนั้นบ่นเซ็งๆกลับไป

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น สถิตย์ยุทธนั่งดูทีวี เห็นเทพและเมษานั่งประกบเควินให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ เขาจ้อง เขม็งพึมพำแค้น

“ไอ้เควินสมิธ ฉันนึกแล้วว่าคนอย่างแกมันเชื่อไม่ได้ เอาไว้ให้ฉันจัดการพวกไอ้ขั้นเทพเสียก่อน แกจะเป็นศพรายต่อไป”

หลังการแถลงข่าว มีประกาศจับปรากฏบนจอ เสียงนักข่าวอ่านประกาศ “ขณะนี้ทางการกำลังติดตามผู้การ สถิตย์ยุทธ หากผู้ใดพบเห็นชายคล้ายผู้ต้องสงสัยในภาพ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ด่วน มีรางวัลนำจับหนึ่งแสนบาท”

พนักงานที่รีสอร์ตดูข่าวแล้วตาโตอยากได้เงินแสนคุยกันว่า คนในทีวีเหมือนคนที่มาเข้าพักเมื่อคืน

ถามกันไปมากลับไม่แน่ใจ เลยวางแผนเข้าไปดูหน้ากันให้ชัดๆ ทำทีขอเข้าไปทำความสะอาดห้อง พอเห็นหน้าแน่ใจว่าใช่แล้ว ก็บอกว่าลืมเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมา แต่พอจะออกไป สถิตย์ยุทธเรียกไว้บอกว่า

“ฉันมีอะไรจะจ้างพวกแกหน่อย”

เทพ เมษา ไมค์ และปึกดื่มฉลองกันเล็กน้อยกับชัยชนะที่ทำให้เควินยอมรับสารภาพ คาดหมายกันว่าหลักฐานแน่นหนาขนาดนี้สถิตย์ยุทธไม่รอดแน่

ขณะนั้นเองมีสัญญาณเข้ามือถือเทพ พวกเขามองหน้ากันสงสัยว่าจะมีคนโทร.มาแจ้งเบาะแสสถิตย์ยุทธ พอเทพรับสาย ปลายสายแนะนำตัวเองว่าเป็นพนักงานอยู่ที่รีสอร์ตฟ้าใสปราจีนบุรี เห็นคนชื่อผู้การสถิตย์ยุทธมาพักอยู่ที่นี่ บอกให้รีบมาเลย

เทพซักจนแน่ใจแล้ว ถามว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน พอรู้ว่ายังอยู่ที่รีสอร์ตก็กำชับพนักงานว่า

“เอาล่ะ คุณจับตาดูเขาไว้ให้ดี ถ้าเขาออกไปจากรีสอร์ต โทร.บอกผมทันที”

พอพนักงานคนนั้นวางสายหันกลับมาก็แทบช็อกเมื่อเห็นสถิตย์ยุทธเอาปืนเก็บเสียงจ่อหัวอยู่ ครู่เดียว

สถิตย์ยุทธก็เข้าไปล้างมือในห้องน้ำ กลับมาเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเปิดประตูออกไป ทิ้งร่างพนักงานสองคนนอนตายอยู่บนเตียง

ooooooo

ผู้กองขั้นเทพ ผู้กองเมษา ไมค์และปึก นั่งรถเปิดหวอบ่ายหน้าไปยังรีสอร์ตที่ปราจีนบุรีทันที นั่งลุ้นกันไปตลอดทางว่าขอให้สถิตย์ยุทธอยู่รอเราด้วยเถิด

ฝ่ายสถิตย์ยุทธเก็บพนักงานสองคนนั้นแล้ว ออกไปขุดหลุมวางระเบิดลากสายชนวนหมุนสัญญาณต่อรีโมตในมือ

“หึ! คราวนี้พวกแกจะได้รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร!!”

พวกเทพมาถึงรีสอร์ตแล้ว จอดรถไว้ด้านหลังข้างป่าริมทาง ทีมของเทพและตำรวจสี่นายอาวุธครบมือลงจากรถ เทพจัดวางกำลังตำรวจสี่นาย ส่วนตัวเองจะเข้าไปทางด้านหน้า เตือนก่อนปฏิบัติการว่า

“ขอให้ทุกคนระวังตัวให้ดี ผู้การสถิตย์ยุทธคงไม่ให้เราจับง่ายๆ”

ปรากฏว่าสถิตย์ยุทธอยู่บนที่สูง ดูจอคอมพิวเตอร์เห็นภาพวงจรปิดบริเวณรีสอร์ตทั้งหมด จึงเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเทพทุกส่วน เขาแสยะยิ้มพึมพำ

“ยินดีต้อนรับผู้กองขั้นเทพ” แล้วหยิบรีโมตระเบิดขึ้นดู เปิดสวิตช์ สัญญาณไฟเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว

ระหว่างส่วนต่างๆย่องเข้าไปในรีสอร์ตนั้น เทพเช็กทุกส่วน ไม่มีใครเห็นสถิตย์ยุทธเลย เทพลองโทร.เข้าไปในรีสอร์ตก็ไม่มีคนรับสายเพราะพนักงานสองคนถูกฆ่าตายไปแล้ว เขาเตือนทุกคนให้ยิ่งต้องระวังตัว เทพบอกจ่าชัยกับจ่าศักดิ์ที่เข้าไปในบ้านก่อนแล้วว่าตนจะบุกเข้าไป

แล้วเทพ เมษา ไมค์ และปึก ก็ค่อยๆเดินตามกันเข้าไปอย่างระมัดระวัง

สถิตย์ยุทธจับตารอเวลาที่จะกดระเบิด ยิ่งเห็นพวกเทพก้าวใกล้หลุมระเบิด สถิตยุทธ์ก็ยิ่งสะใจ จนเทพก้าวไปเหลือเพียงเมตรเดียวจะถึงหลุมระเบิด ไมค์เห็นไฟกะพริบ ชี้ให้เทพดู วินาทีนั้น สถิตย์ยุทธกดระเบิดทันที!

“หลบ! ระเบิด!!” เทพตะโกนบอก ทั้งสี่กระโดดหลบระเบิด เทพพาทุกคนวิ่งหลบไปอีกทาง ถูกระเบิดที่สถิตย์ยุทธฝังไว้ระเบิดไล่หลังไป แต่ทุกคนก็โดดหลบได้ เทพตะโกน “หามันให้เจอ!” แล้วแยกย้ายกันออกไปคนละทาง

เทพ เมษา ไมค์ และปึก วิ่งกันไปคนละทางแต่ก็ถูกระเบิดดักไว้ โดดหลบกันอย่างเฉียดฉิว โชคดีที่ทุกคนปลอดภัย

จ่าสิทธิ์กับมานะจู่โจมเข้าไปในบ้านได้ก่อน เจอศพพนักงานสองคนนอนตายอยู่ รีบว.บอกเทพ

“ผู้กอง ในบ้านไม่มีใครครับ มีแต่ศพผู้ชายสองคน น่าจะเป็นพนักงานเฝ้ารีสอร์ตครับ”

“มันต้องอยู่ในรีสอร์ตนี้ หามันให้เจอ!” เทพสั่ง

สถิตย์ยุทธซุ่มอยู่บนที่สูง ยกปืนเอ็ม 79 ใส่กระสุนเล็งไปยังเทพกับเมษาที่กำลังเดินตามกันจะเข้าไปในบ้าน เมษากวาดตามองไปทั่ว พอมองขึ้นที่สูงเห็นสถิตย์ยุทธยกปืนเล็งลงมา เธอตะโกน

“มันอยู่ข้างบน!”

สถิตย์ยุทธยิงทันที เทพกระชากเมษาหลบไปข้างทาง แล้วพากันวิ่งหนี ปึกกับไมค์เห็นดังนั้นช่วยกันระดมยิงขึ้นไปที่สถิตย์ยุทธ ไมค์ถามเทพว่า “เอาไงผู้กอง มันอยู่สูงกว่าเรา เราไม่มีทางจับมันได้แน่”

“ถ้าเราขึ้นไม่ได้ ก็ให้มันลงมาหาเรา” เทพบอก แล้วหยิบระเบิดน้อยหน่าขว้างขึ้นไป ระเบิดกลิ้งไปที่เท้าสถิตย์ยุทธ มันตกใจกระโดดโหนรูดสลิงลงมา แต่สุดท้ายมันก็หนีไม่พ้น เทพยิงสลิงขาดสถิตย์ยุทธร่วงลงมาบนพื้นทราย แต่ยังชักปืนสั้นที่เอวยิงสู้ ถูกเทพพุ่งเข้าเตะปืนกระเด็น เมษาวิ่งเข้ามาเอาปืนจ่อทันทีประกาศ

“คุณถูกจับแล้วผู้การสถิตย์ยุทธ” เทพก็สำทับว่า คราวนี้หนีไม่รอดแน่

“ถึงฉันจะถูกพวกแกจับ แต่เรายังต้องสู้กันในศาลอีกนาน ฉันบอกพวกแกได้เลยว่า คนอย่างฉันไม่มีวันติดคุกแน่”

ไมค์หมั่นไส้จะขอตบปากสักที ถูกเทพห้าม

สถิตย์ยุทธฉวยจังหวะนั้นพุ่งเข้าคว้าตัวไมค์บิดข้อมือจนปืนลั่นขึ้นฟ้า เมษากับเทพจะยิงช่วยไมค์ สถิตย์ยุทธก็ดันตัวไมค์ออกไปกันตัวเองไว้ ซ้ำยังจับมือไมค์บิดปืนจ่อไปทางปึก เมษาโดดเข้าขวางเลยถูกยิงเข้าที่หลังคอจนผงะ สถิตย์ยุทธบิดมือไมค์จะยิงเทพอีก แต่เทพหลบทัน

สถิตย์ยุทธสะบัดไมค์ออกตบด้วยปืนคำราม

“ตายซะเถอะมึง ไอ้ไมค์โจ๊กเกอร์”

แต่สถิตย์ยุทธก็ถูกเทพยิงเสียก่อน เทพสั่งให้ทิ้งปืน แต่มันยังจะสู้ “ผมบอกให้ทิ้งปืน อย่าให้ผมต้องจับตายคุณนะ” แต่มันก็ยังจะยิง เลยถูกเทพยิงทะลุหลังผวาเฮือกตายตาค้าง

เมื่อกำจัดสถิตย์ยุทธได้แล้ว ทุกคนหันมาช่วยเมษา พอถอดเสื้อเกราะออกก็เห็นเลือดไหลชุ่มตัวเธอ เทพเขย่าตัวเรียก แต่เมษาไม่ได้สติแล้ว เขารีบอุ้มเธอออกไป ปึกร้องไห้ตามหลังด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ที่หน้าห้องไอซียูในโรงพยาบาล เทพ ปึก และไมค์ เฝ้ารอข่าวเมษาอยู่นับแต่เธอถูกเข็นเข้าไปทุกคนรออย่างกระวนกระวาย พอเห็นหมอเปิดประตูออกมาทุกคนก็ลุกพรวด หมอส่ายหน้าช้าๆ แล้วกลับเข้าไปในห้อง

ทุกคนจะตามเข้าไปแต่ถูกพยาบาลกันไว้

จนถึงกลางคืน ทุกคนจึงได้เข้าไปเยี่ยม เห็นเมษานอนอยู่บนเตียง ที่ตัวมีสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจ

“นี่คุณเมจะเป็นเจ้าหญิงนิทราไปตลอดหรือคะผู้กอง” ปึกถามร้องไห้สะอึกสะอื้น โทษตัวเองว่า “เป็นเพราะหนูปึกคนเดียว ถ้าคุณเมไม่ช่วยหนูปึก คุณเมก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้” ปึกทุบหัวตัวเองอย่างอัดอั้น จนไมค์ต้องจับมือไว้

“คุณต้องตื่นนะเม สัญญากับผมว่าคุณจะตื่นกลับมาหาผม เรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะนะเม” เทพกุมมือเมษาพร่ำวอน “คุณได้ยินใช่ไหม ผมรู้ว่าคุณได้ยินแต่คุณแกล้งผมใช่ไหม คุณกำลังแกล้งผมใช่ไหมเม”

เทพยกมือเมษาขึ้นจูบ พร่ำวอนให้เธอตื่นขึ้นมา อย่าทิ้งตนไป จนไมค์ปลอบใจว่า

“หมอบอกว่าคุณเมยังมีโอกาสฟื้นนะผู้กอง ถึงแม้จะมีแค่เปอร์เซ็นต์เดียว...” พูดแล้วไมค์ก็ร้องไห้เสียเอง

ทันใดนั้น ทุกคนเห็นน้ำตาเมษาไหล ต่างดีใจว่าเธอรับรู้ รู้สึกตัวแล้ว รีบเรียกหมอ หมอเข้ามาดูแล้วบอกว่า

“เธอยังไม่รู้สึกตัว เธอไม่ได้รับรู้ที่พวกคุณพูดหรอก มันเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายที่เธอคงเจ็บปวดจากบาดแผลมากกว่า” ปึกถามว่าเมษาจะไม่ฟื้นจริงๆหรือ “ก็อย่างที่ผมบอก จะว่าไม่ฟื้นเลยก็ไม่ใช่ แต่การที่เธอจะฟื้นขึ้นมาได้มันก็มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ ผมว่าตอนนี้มันขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่เธอทำแล้ว ถ้าให้ผมพูด ผมว่าคงมีแค่ปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยเธอได้”

หมอออกไปแล้ว ปึกโผหาเมษา เทพกุมมือเธอให้สัญญาว่า

“ไม่ว่านานแค่ไหน ผมก็จะรอคุณนะเม ได้โปรดตื่นขึ้นมาหาผมเถอะนะ” เขาประคองมือเธอขึ้นจูบแผ่วเบา...

ooooooo

หลังจากเมษาปลอดภัยแล้ว หมอจะย้ายเธอไปอยู่ห้องพักชั้นบน เทพไม่อยากให้ย้ายเกรงจะเกิดอะไรขึ้นกับเธออีก

“คุณหมอบอกว่าตอนนี้อาการโดยรวมปลอดภัยดีแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ห้องไอซียูแล้วค่ะ และต้องขอห้องไอซียูให้คนอื่นนะคะ” พยาบาลชี้แจง

“ถ้างั้นก็ได้ครับ แต่ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา เราจะช่วยเธอได้ทันใช่ไหมครับ” พยาบาลบอกว่าทัน ไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อพยาบาลออกไปแล้ว เทพแตะหน้าผากเมษาเบาๆบอกเธอว่า

“ถึงคุณจะต้องเป็นเจ้าหญิงนิทรา ผมก็จะดูแลคุณไปตลอดชีวิต ผมสัญญา...” เขาจูบมือเมษาน้ำตาซึม

วันนี้ ปึกกับไมค์จะนำเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับวัด ปึกอุ้มเศียรหลวงพ่อมาที่โรงพยาบาล เจอเทพกำลังเดินตามเตียงที่พยาบาลเข็นเมษาย้ายออกจากห้องไอซียูพอดี เทพถามว่าวันนี้จะเอาเศียรหลวงพ่อกลับวัดไม่ใช่หรือ

“กำลังจะไปแล้วล่ะ แต่หนูปึกเขาบอกอยากจะให้คุณเมได้ส่งหลวงพ่อกลับวัดด้วย” ไมค์บอก ปึกเสริมว่า

“ใช่ค่ะ เผื่อบางทีหลวงพ่อค้ำเกลี้ยงอาจจะช่วยให้คุณเมฟื้นขึ้นมา”

เทพจับมือเมษาบอกว่า “เม...หนูปึกกับไมค์กำลังจะพาเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับวัด พวกเราอยากให้เมรับรู้ด้วย” พลางจับมือเมษาประกบให้พนมวางไว้ที่เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง ปึกเองก็พนมมืออธิษฐาน

“หลวงพ่อคะ หลวงพ่อช่วยคุณเมให้หายและฟื้นกลับขึ้นมาด้วยเถอะนะคะ สาธุ”

มือเมษายังพนมอยู่ น้ำตาเธอไหลออกมา ทั้งปึก และไมค์มองหน้าเทพอย่างมีความหวัง พยาบาลขอพาคนไข้ขึ้นห้อง ไมค์กับปึกจึงลาเทพ เขาอวยพรให้เดินทางปลอดภัย พอเดินออกมา ปึกรำพึงว่าสงสารคุณเมจังเลย ไมค์ภาวนาขอให้บารมีของหลวงพ่อช่วยคุณเมด้วยเถิด...

ooooooo

ย้ายห้องแล้ว เทพไปยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง หันกลับมาบอกเมษาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง...

“เม...ผมไม่รู้ว่าคุณได้ยินผมรึเปล่า แต่ผมอยากให้คุณรู้ไว้นะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะตื่นหรือไม่ ผมก็จะรักคุณคนเดียวตลอดไป” เขาประคองมือเธอขึ้นจูบเบาๆน้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินอะไรแว่วๆ

“คุณพูดจริงหรือคะ” เสียงเมษาแผ่วเบามาก เทพคิดว่าตัวเองคิดมากจนหูฝาด แล้วก็ชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงเมษาพูดอีกว่า “คุณยังไม่ตอบฉันเลย”

เทพขยับเข้าใกล้มองอึ้งถามว่า “ผมคิดไปเองใช่ไหม ตอบผมสิว่าผมไม่ได้คิดเอง...” เมษายังนอนนิ่ง เทพร้องไห้รำพัน “ผมรักคุณนะเม ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน”

“ฉันก็รักคุณค่ะ” เมษาน้ำตาไหล เทพตะลึง อุทานตื่นเต้น “นี่คุณฟื้นแล้วจริงๆด้วย”

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เทพวิ่งไปที่ประตูตะโกนบอกหมอว่า “เธอฟื้นแล้ว...เธอฟื้นแล้ว...”

มหัศจรรย์อย่างยิ่งคือ เมื่อหมอและพยาบาลวิ่งเข้ามาดู เห็นกับตาว่าเมษายิ้มให้ทุกคน เทพถลาไปกุมมือเธอยิ้มทั้งน้ำตา เมษายิ้มให้ มองเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก...

ooooooo

ระหว่างเดินทางนำเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงกลับวัดนั้น ปึกที่นั่งเหม่อมองไปนอกรถ จู่ๆก็หันบอกไมค์ให้โทร.กลับไปหาเทพอยากรู้ว่าเมษาเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตนรู้สึกว่าเธอจะฟื้นแล้ว

ไมค์ถามว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น? ปึกบอกว่าตอนตนคิดเหม่อๆเหมือนได้ยินเสียงหลวงพ่อบอกว่าคุณเมฟื้นแล้ว เร่งให้ไมค์โทร.หาเทพเร็วๆ ไมค์ยกมือถือไม่ทันกด ก็มีสายเข้า ไมค์บอกปึกอย่างตื่นเต้นว่าผู้กองเทพโทร.มาพอดีเลย

เทพโทร.มาแจ้งข่าวดีว่าเมษารู้สึกตัวแล้ว ไม่เชื่อลองคุยกันดูแล้วยื่นมือถือให้เมษา

“ว่าไงหนูปึก” เสียงเมษาแจ่มใสเหมือนปกติ “ฝากบอกหลวงพ่อคำเกลี้ยงด้วยนะ ถ้าฉันหายดีฉันจะไปกราบท่าน” ปึกอึ้งแล้วอึ้งอีก พอวางสายจากเมษาปึกบอกไมค์ว่าไม่อยากเชื่อเลย ไมค์บอกว่าเป็นเพราะบารมีหลวงพ่อคำเกลี้ยงจริงๆ ปึกหันไปยกมือไหว้เศียรหลวงพ่อที่วางอยู่เบาะหลัง

“ขอบคุณหลวงพ่อเด้อค่ะ ที่ช่วยให้คุณเมหายจริงๆ”

ooooooo

เมื่อเมษาแข็งแรงขึ้นแล้ว เทพพาไปกราบหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่วัด เมษาเอ่ยอย่างบูชาและศรัทธาว่า

“เป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อที่ช่วยให้หนูฟื้นจากความตายมาได้...” แล้วพูดกับปึกและไมค์ว่า “ถ้าเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นกับฉัน ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ตอนที่ฉันหลับฉันไม่รู้สึกตัวไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น รู้แต่ว่ามันมืดเงียบแล้วก็หนาวมาก แต่อยู่ๆก็มีแสงสว่างเล็กๆลอด

เข้ามาในความมืด...แล้วฉันก็เห็นเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่ข้างหน้า จากนั้นฉันก็รู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ได้ยินเสียงขั้นเทพพูด”

“คงเป็นเพราะความดีและความตั้งใจของพวกเราที่ช่วยกันปกป้องไม่ให้คนชั่วมันตัดเศียรพระทำลายพุทธศาสนา” เทพเอ่ย แล้วทั้งหมดก็ก้มกราบหลวงพ่อคำเกลี้ยง

พอเดินออกมาไมค์ถามว่าคุณเมเล่าว่าผู้กองพูดอยู่ข้างหู ผู้กองพูดอะไรหรือ เทพบอกว่าอย่ารู้เลย ทำให้ไมค์ยิ่งอยากรู้ ปึกถามเมษา เมษาบอกว่าตนจำไม่ค่อยได้ ถามเทพว่าเขาพูดว่าอะไรนะ เทพทำหน้าเขิน เมษารบเร้าให้บอกตนอยากฟังอีกครั้ง

“ก็ได้...ผมบอกคุณว่า แต่งงานกับผมเถอะนะ” เมษาติงว่าเขาไม่ได้พูดประโยคนี้ เทพยืนยันว่าพูด แล้วโมเมถามว่า “ว่าไง คุณยังไม่ตอบผมเลย แต่งงานกับผมนะ”

“ค่ะ” เมษาตอบอย่างเต็มใจ เทพดึงเธอไปกอดด้วยความดีใจ

ปึกถามไมค์ว่าแล้วเราล่ะ? ไมค์คุกเข่าขอปึกแต่งงานทันที ปึกตอบเสียงดังฟังชัดว่า “ยินดีค่ะ” ไมค์ลุกขึ้นกอดปึกแน่น

หนุ่มสาวสองคู่ จูงมือกันเดินเคียงคู่ไปในยามเช้าที่แสงสีทองส่องมา ราวกับส่องทางชีวิตแก่ผู้ทำกรรมดี...

ooooooo

–อวสาน–


ละครสวยร้ายสายลับ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านสวยร้ายสายลับ ติดตามสวยร้ายสายลับ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธนิน มนูญศิลป์,อรเณศ ดีคาบาเลส 20 พ.ย. 2557 09:06 2014-11-23T00:23:11+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ