ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แสงระวีลุกขึ้นแต่งตัวไปทำงานแต่เช้า ธงไทเห็นลูกสาวเข้ามาในสำนักพิมพ์รีบเดินไปทักท้วงว่ามาทำอะไรที่นี่ เพิ่งจะหายป่วยทำไมไม่นอนพักอยู่บ้าน แสงระวีแค่อยากถามข่าวของหมู่บ้านดอนควายที่เธอทำค้างไว้ ธงไทบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ลมใต้ปีกรับปากเขาแล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ต่อเอง

"แสงระวีอยากคุยกับเขาค่ะ ถ้าแสงระวีได้ช่วยเขาบ้าง ทุกอย่างอาจจะง่ายขึ้น"

"อย่าดีกว่าลูก ลมใต้ปีกทำงานคนเดียว เขาไม่อยากเปิดเผยตัวให้ใครรู้"

แสงระวีตื๊อจะขอเจอลมใต้ปีกให้ได้ ธงไทไม่อนุญาตอ้างว่ารับปากเขาไว้แล้ว ยิ่งธงไทกีดกันเธอมากเท่าไร เธอยิ่ง

แปลกใจสงสัยว่าทำไมลมใต้ปีกถึงได้ทำตัวลึกลับมากขนาดนี้...

ในเวลาเดียวกัน เสือต้องประหลาดใจอย่างมาก เมื่อพบว่าหญิงสาวใจดีซึ่งพาเขามาค้างคืนด้วยบังเอิญเป็นเพื่อนสนิทเคน ชื่อส้ม และยังเป็นคนคนเดียวกับที่เคนให้เขามาขอความช่วยเหลือ ส้มเล่าว่าเมื่อคืนเธอเจอกระดาษที่เคนจดชื่อกับที่อยู่ของเธอหล่นจากกระเป๋าเสื้อของชายหนุ่ม ถึงได้รู้ว่าเขาเป็นเพื่อนเคน

"พี่เองก็ไม่รู้จักถนนหนทางในกรุงเทพฯเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่าจุดใต้ตำตอ"

"ว่าแต่พี่ชายยังไม่บอกส้มเลยว่าพี่ชายชื่ออะไร"

"เรียกพี่ว่าเสือก็ได้ครับ....เอ่อ...ส้ม...พี่ยืมโทรศัพท์ได้ไหม" เสือบอกอย่างเกรงใจ...

ทันทีที่เคนรู้ข่าวจากเสือ รีบมาบอกมะลิว่าเสือปลอดภัยแล้ว ตอนนี้พักอยู่กับเพื่อนของเขา ลุงมั่นถามด้วยความเป็นห่วงว่าเพื่อนของเคนคนนี้ไว้ใจได้แน่หรือ เคนรับรองว่าไว้ใจได้ ดอกสร้อยเอะใจถามว่าเพื่อนที่ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ได้ความว่าเป็นผู้หญิง ดอกสร้อยโวยวายลั่น ต่อว่าเคนว่าทำไมไม่ส่ง เสือไปอยู่กับเพื่อนผู้ชาย ลุงมั่นปรามดอกสร้อยว่าหยุดโวยวาย ได้แล้ว ดอกสร้อยถึงหุบปากได้...

ครู่ต่อมา ลุงมั่นแจ้งข่าวของเสือให้หลวงพ่อเข้มทราบและยังบอกอีกว่าเสือจะรอให้ตำรวจซาๆเรื่องตามหาตัวเขาแล้ว เขาถึงจะกลับมาบ้านดอนควายเพื่อแก้ข้อกล่าวหา

"ชะตาชีวิตของบักเสือถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้ มันต้องอดทนถึงจะผ่านพ้นไปได้"

"บักเสือมันบักอึดอยู่แล้วหลวงพ่อก็ทราบ แล้วไหนมันยังมีพลังข้าวเหนียวอีก ผมมั่นใจเมื่อมันพร้อมมันต้องกลับมา แล้วพวกกำนันฉ่ำก็ต้องได้รับกรรมที่ทำเอาไว้"

ลุงมั่นมัวแต่ฝอย ไม่ทันสังเกตเห็นเห่าดงกับหมีควายซุ่มดูอยู่ ได้ยินที่ลุงมั่นคุยกับหลวงพ่อเข้มเรื่องเสือกับพลังข้าวเหนียว ทั้งคู่ตาวาวด้วยความสนใจ แล้วรอจังหวะปลอดคน ลักพาตัวลุงมั่นกับดอกสร้อยไปกักขังไว้ที่โรงนาของกำนันฉ่ำ เพื่อให้เจ้านายพวกตนซักถามเรื่องพลังข้าวเหนียว

ooooooo

แสงระวีนั่งกินข้าวกลางวันอยู่กับสิงห์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง สิงห์ยิ้มขำที่แสงระวีกินอาหารเลอะแก้มแต่ไม่รู้ตัว หยิบกระดาษทิชชูเช็ดแก้มให้

"เป็นนักข่าวขาลุยไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่กินสปาเกตตีแค่นี้ยังไม่รู้จักระวังเลย"

"ขอบคุณค่ะพี่สิงห์ แต่ไม่ต้องมากระแนะกระแหนแสงระวีเลย ก็แสงระวีกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นี่"

สิงห์แกล้งโกรธ   ตัดพ้อต่อว่าว่านานๆทีเธอถึงจะมากินข้าวกับเขาสักครั้ง ยังจะมัวคิดถึงเรื่องงานอีก แสงระวีเห็นสิงห์เงียบไป รีบขอโทษ อ้างว่าตอนนี้ที่สำนักพิมพ์มีเรื่องยุ่งๆ เธอเลยอดคิดถึงเรื่องงานไม่ได้ สิงห์ทำไม่รู้ไม่ชี้เขี่ยอาหารในจานไปเรื่อยๆ แสงระวีง้องอนจนสิงห์หลุดขำ

"ดีใจจัง ไม่ชอบเลยเวลาพี่สิงห์ไม่พูดด้วยเนี่ย มีพี่ชายที่น่ารักกับเขาสักคนแล้ว ถ้าไม่พูดด้วยแสงระวีเซ็งแย่" แสงระวีพูดอย่างจริงใจ โดยไม่รู้ว่าทำให้สิงห์น้อยใจกับคำว่าพี่ชาย

จังหวะนั้น เสียงมือถือของแสงระวีดังขึ้น แสงระวีขอตัวไปรับสาย รีบเดินออกไปนอกร้าน คุยกับทางสำนักพิมพ์ คุยธุระเสร็จกำลังจะกลับเข้าร้าน เหลือบเห็นเสือสวมแว่นดำ

ยืนลับๆล่อๆอยู่แถวโรงรับจำนำ แสงระวีทั้งดีใจทั้งแปลกใจปนกัน ส้มเดินออกจากโรงรับจำนำเข้ามาหาเสือ แล้วพากันเดินออกไป

แสงระวีจะข้ามถนนตาม แต่สิงห์เข้ามาจับแขนไว้ ถามว่ามีอะไร พอรู้ว่าแสงระวีเห็นเสือ สิงห์รีบกวาดตามองไปยังทิศทางที่หญิงสาวบอก โดยไม่เห็นว่าสมุนของอำนาจแอบเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของทั้งคู่อยู่ตลอด พอแสงระวีกับสิงห์ ข้ามถนน สมุนของอำนาจรีบสะกดรอยตาม...

เสือกับส้มพากันเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าที่แผงขายของในตลาดนัด ส้มเลือกเสื้อให้เสือหนึ่งตัว ควักเงินจะจ่าย เสือจับมือไว้ขอจ่ายเอง ส้มไม่ยอม อ้างว่าจะซื้อเสื้อให้เขาเพื่อตอบแทนเรื่องเมื่อคืน

"ส้มมีน้ำใจกับพี่ พี่ดีใจแต่อย่าให้พี่ทำให้ส้มลำบากกว่านี้เลย ส้มเองก็เพิ่งเอาสร้อยคอไปจำนำมาไม่ใช่หรือ" เสือเห็นส้มเงียบไปไม่อยากทำลายน้ำใจใคร เลยซื้อเสื้อคืนให้เธอหนึ่งตัว ส้มประทับใจเขามาก...

ด้านแสงระวีกับสิงห์ตามเสือมาถึงหน้าตลาดนัด เห็นผู้คนเดินกันขวักไขว่ ตัดสินใจแยกกันตามหา แสงระวีเดินหา

ไม่กี่ก้าวเจอเสือมากับหญิงสาวสวยคนหนึ่งดูสนิทสนม ทั้งคู่ ต่างชะงัก เสือยังเคืองแสงระวีไม่หาย รีบพาส้มเดินแหวกผู้คนออกไป แสงระวีรีบเดินตาม เสือพาส้มมาถึงท้ายซอยที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน

"ส้มกลับบ้านไปก่อนนะ พี่ไม่อยากให้ส้มเดือดร้อนไปกับพี่ด้วย"

ส้มอ้าปากจะค้าน เสือขอร้องให้รีบไป สัญญาว่าจะตามไปทีหลัง ส้มเดินพ้นไปสักพัก แสงระวีตามเสือทัน ขอร้องว่าอย่าเพิ่งไปไหนฟังเธอพูดก่อน เสือไม่อยากฟังคำแก้ตัวจะเดินหนี แสงระวีเข้ามาขวาง

"คุณอย่ามาเสียเวลากับผมเลยดีกว่า ตอนนี้ผมไม่ใช่ บักเสือคนเดิมที่คุณเคยรู้จักแล้ว"

"ฉันรู้เรื่องที่นายโดนตามล่าตัวแล้ว ฉันไม่เชื่อว่านายจะเป็นอย่างที่โดนกล่าวหา ฉันรู้จักนาย นักสู้อย่างนายไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นแน่" แสงระวีเห็นเสือนิ่งไป ขยับเข้ามาใกล้ "นายไม่ควรจะหนีแบบนี้อีก ทางที่ดีนายควรจะมอบตัวกับตำรวจ แล้วฉันจะหาทางช่วยพิสูจน์ว่านายบริสุทธิ์"

เสือไม่เชื่อลมปากของเธออีกแล้ว ครั้งก่อนเธอก็ให้สัญญาแบบนี้แต่ก็เหลว แสงระวีขอร้องให้ฟังเธออธิบายก่อน เสือเกือบจะยอมให้แสงระวีพูด แต่สิงห์โผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนพร้อมกับปืนในมือ

"ระวังนะแสงระวี อย่าเข้าไปใกล้เขา"

เสือเข้าใจผิดคิดว่าแสงระวีร่วมมือกับตำรวจ มองเธออย่างผิดหวังก่อนจะวิ่งหนี  สิงห์วิ่งไล่ตามติด  แสงระวีตะโกนไล่หลังว่าอย่าทำอะไรเสือ สิงห์ไล่ตามเสือมาถึงทางตันแถวใต้ทางด่วนแต่ไม่เห็นใคร  เสือโผล่ออกมาจากเสาตอม่อ  ขอร้องสิงห์ให้ทิ้งปืน  สิงห์วางปืน  พูดจาหว่านล้อมเสือให้มอบตัวเพื่อสู้คดี

ทันใดนั้น สมุนของอำนาจที่แอบตามมา พร้อมปืนยาวติดลำกล้อง ลั่นกระสุนเข้ากลางอกเสืออย่างแม่นยำ เสือยังไม่ทันได้ใช้พลังข้าวเหนียว กระสุนเลยเจาะเข้าเนื้อ เลือดสดๆไหลนองถึงกับทรุดฮวบ สิงห์หันมองตามวิถีกระสุน คว้าปืน ระดมยิงใส่ไปทิศทางนั้นไม่ยั้ง สมุนเผ่นขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว

สิงห์หันกลับมาอีกที เสือหายตัวไปแล้ว พบแต่กองเลือดจำนวนมาก แสงระวีวิ่งตามมาสมทบยืนมองกองเลือดแล้วใจเสีย สิงห์โทรศัพท์หาจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มให้ช่วยเช็กตามโรงพยาบาลว่ามีใครบาดเจ็บจากกระสุนปืนเข้ามารักษาบ้าง แต่ก็คว้าน้ำเหลว แสงระวีเกรงว่าเสืออาจจะไม่ไปโรงพยาบาล

"พี่เห็นกับตานะแสงระวี นายเสือถูกยิงเข้าจุดสำคัญ ถ้าไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล...เขาตายแน่..."

ผ่านไปไม่นาน เสือพาร่างโชกเลือดเดินโซเซกลับถึงบ้านพักของส้ม ส้มจะพาเสือไปโรงพยาบาล เสือปฏิเสธว่าไม่ต้องเดี๋ยวก็หายเอง ส้มงง โดนยิงบาดเจ็บขนาดนี้จะหายเองได้อย่างไร เสือขอให้ส้มรับปากว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ส้มยิ่งงงหนัก ไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร แต่ก็รับปาก

เสือเอามือข้างหนึ่งยันผนังห้องไว้ ส่วนมืออีกข้างแตะที่แผลโดนยิง อึดใจ หัวกระสุนหลุดออกจากอกหล่นมาอยู่ในมือ เสือทิ้งหัวกระสุนที่ชุ่มไปด้วยเลือดลงพื้น ส้มมึนตึบ ไม่รู้ว่าเสือทำได้อย่างไร

ooooooo

หลังจากสมุนรายงานอำนาจว่าฆ่าเสือได้แล้ว อำนาจแจ้งข่าวดีนี้กับกำนันฉ่ำผ่านทางกล้องเว็บแคมฯ หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำนันฉ่ำถามย้ำว่าคนของเขาเห็นเสือตายกับตาตัวเองหรือเปล่า

"เปล่า...แต่คนของฉันมั่นใจว่ามันต้องตายแน่"

"ด้วยความเคารพครับผู้พัน ผู้พันยังไม่รู้จักบักเสือดีเท่ากับที่พวกเราเจอ ถ้าบักเสือไม่หยุดหายใจตรงหน้าพวกเรา เราไม่มีทางเชื่อว่ามันตาย" ลิงลมพูดสีหน้าจริงจัง

กำนันฉ่ำเห็นอำนาจทำหน้างงๆ ช่วยยืนยันอีกแรงว่าเสือมีพลังข้าวเหนียวที่ทำให้เขาแข็งแกร่งเหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่า อำนาจหาว่าพวกกำนันฉ่ำทำงานไม่สำเร็จ เลยแต่งนิยายมาหลอกเขา ลิงลมย้ำว่าเสือมีพลังข้าวเหนียวจริงๆ พวกเราถึงทำอะไรเสือไม่ได้ อำนาจตาวาวด้วยความสนใจ

จากนั้น กำนันฉ่ำกับลิงลมกลับมายังโรงนาที่ซึ่งลุงมั่นโดนซ้อมหน้าจนตาบวมช้ำ แต่ก็ยังไม่ยอมเปิดปากบอกเรื่องพลังข้าวเหนียวของเสือ กำนันฉ่ำเห็นว่าซ้อมให้ตายลุงมั่นคงไม่ยอมพูด จึงใช้ไม้เด็ด ให้ศรซึ่งตอนนี้ใส่หน้ากากสีดำคาดปิดใบหน้าส่วนที่เสียโฉม เอาตัวดอกสร้อยที่ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวเข้ามา

ลุงมั่นถึงกับหน้าเสีย "อย่า...อย่าทำอะไรลูกข้า"

"จะฆ่าลูกเอ็ง หรือปล่อยให้มันโตต่อไป มันอยู่ที่แก ไม่ใช่อยู่ที่ข้าเว้ย ไอ้มั่น" กำนันฉ่ำหัวเราะสะใจ...

หลวงพ่อเข้มเป็นกังวลที่รู้จากเคนว่าลุงมั่นกับลูกสาวหายตัวไปตั้งแต่บ่าย ค่ำมืดแล้วยังหาตัวไม่เจอ เคนจะออกตามหาทั้งคู่อีกครั้ง กราบหลวงพ่อแล้วลุกออกไปจากโบสถ์ สักพัก ศรกับลิงลมเข้ามาในโบสถ์

"ไอ้มั่นมันบอกผมหมดแล้วว่าทำไมบักเสือมันถึงได้มี พลังพิเศษเหนือคนอื่น"

"งั้นพวกเอ็งมีจุดประสงค์อะไรถึงต้องมาหาข้า"

ศรพูดจาหว่านล้อมหลวงพ่อเข้มว่าถ้าชาวนาทุกคนอึดได้เหมือนเสือ ทำนาได้ 24 ชั่วโมงไม่ต้องหลับต้องนอนประเทศไทยคงจะกลายเป็นประเทศมหาอำนาจในเวลาไม่เกิน 5 ปี ลิงลมพูดเสริมว่า ในเมื่อหลวงพ่อทำให้เสือมีพลังได้ ก็ต้องทำให้พวกเรามีพลังแบบนั้นได้เหมือนกัน

"ถ้าจะมากันเพราะเรื่องนี้ก็กลับไปเถอะ ข้าช่วยพวกเอ็งไม่ได้หรอก" หลวงพ่อเข้มขยับจะเดินออกไป

ศรขวางไว้ "หลวงพ่อตอบคำถามพวกผมผิดแล้ว เพราะผมต้องการคำตอบคำเดียวว่า...ได้"

"แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่ได้ล่ะ พวกเอ็งจะทำร้ายผ้าเหลืองงั้นเหรอ"

ลิงลมพามะลิเข้ามา ศรไม่ได้คิดจะทำร้ายหลวงพ่อแต่ถ้าไม่ทำตามที่เขาต้องการ เขาจะฆ่ามะลิ หลวงพ่อขอร้องให้ปล่อยมะลิไป อย่าทำบาปทำกรรมอีกเลย ลิงลมรำคาญไม่อยากฟังพระเทศน์ ผลักมะลิล้มลงกับพื้น ชักปืนเล็งใส่ มะลิกลัวตัวสั่น หลวงพ่อเข้มกลับหลับตานิ่ง ลิงลมลั่นไกทันที แต่ปืนด้านยิงไม่ออกหยิบปืนกระบอกอื่นมายิงก็ด้านเหมือนกันหมด ศรสั่งให้พอได้แล้ว หลวงพ่อเข้มค่อยๆลืมตาขึ้น

ศรเข้าใจแล้วว่าทำไมเสือถึงได้ศรัทธาหลวงพ่อ แต่ ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงไม่ยอมทำให้เขามีพลังแบบเสือ หลวงพ่อ ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ทำให้เสือมีพลัง   แต่สวรรค์มีตาเห็นว่าโลกนี้มีคนก่อกรรมทำชั่วมากมายจึงมอบพลังแห่งกรรมดีให้เสือ ศรจะท้าทายอำนาจสวรรค์ให้หลวงพ่อดู แล้วลากตัวมะลิออกไป...

ขณะเดียวกัน เสือสะดุ้งสุดตัวตกใจตื่น ตกใจเรียกมะลิลั่น เขาฝันร้ายเห็นมะลิตกอยู่ในอันตราย ส้มได้ยินเสียงรีบวิ่งมาดู เสือถามว่าเคนติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ส้มส่ายหน้าเหลือบเห็นที่อกของเสือไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แปลกใจสงสัยว่าเขาทำได้อย่างไร เสือว่าส้มอย่ารู้ดีกว่า ยิ่งรู้น้อยเธอก็จะยิ่งปลอดภัย

"ก็ได้จ้ะ ถ้าพี่เสือไม่ยอมบอกส้มตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ส้มอยากให้พี่รู้เอาไว้ว่าชีวิตส้มไม่ได้สวยหรู ส้มเองก็ผ่านเรื่องร้ายๆอะไรมามากจนพี่คิดไม่ถึงเหมือนกัน...ส่วนที่พี่ถามเรื่องพี่เคน ส้มพยายามติดต่อไปแล้ว เพราะจะบอกเรื่องพี่บาดเจ็บ แต่ติดต่อพี่เคนไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า"

เสือฟังแล้วใจคอไม่ดี สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับน้องสาว...

เคนเจอลุงมั่นกับดอกสร้อยที่ป่ารกข้างถนนเข้าหมู่บ้าน ลุงมั่นถูกซ้อมอย่างหนัก แต่ดอกสร้อยไม่เป็นอะไรเอาแต่ร้องไห้ เป็นห่วงพ่อ ลุงมั่นในสภาพใกล้หมดสติบอกเคนให้รีบกลับไปช่วยหลวงพ่อเข้ม เคนพาลุงมั่นไปส่งอนามัย แล้วรีบกลับไปหาหลวงพ่อเข้มด้วยความเป็นห่วง เห็นหลวงพ่อไม่เป็นอะไรก็สบายใจ หลวงพ่อถามว่าลุงมั่นปลอดภัยหรือเปล่า เคนบอกว่าลุงมั่นปลอดภัยแล้ว ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่อนามัย

"บักเคน...เอ็งต้องไปหาบักเสือ ไปช่วยมันเรื่องมะลิ"

เคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับมะลิ หลวงพ่อเข้มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟัง

ooooooo

หนึ่งวันเต็มๆแล้วที่ไม่มีข่าวคืบหน้าเรื่องเสือ จ่าเพิ่มเช็กตามคลินิกแถวนั้น ไม่มีที่ไหนรับตัวเสือไว้ สักแห่ง สิงห์ว่าถ้าเสือตายก็ต้องเจอศพ แต่ไม่มีใคร

พบศพของเขาเช่นกัน แสงระวีงงว่าเสือหายไปไหน

"ตอนที่แสงระวีพบนายเสือ จำได้ไหมว่านายเสืออยู่

กับใคร บางทีเราอาจจะตามหาเขาจากคนที่เขาอยู่ด้วยก็ได้"

แสงระวีนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน จำหน้าหญิงสาวที่มากับเสือได้ แต่กลับโกหกว่าจำไม่ได้ จ่าเพิ่มแนะแสงระวีให้ไปหาเจ้าหน้าที่เพื่อลองสเกตช์ภาพผู้หญิงคนนั้นเผื่อจะได้ อะไรบ้าง แสงระวีพยักหน้าแต่ในใจกลับกังวลอะไรบางอย่าง...

สายวันเดียวกัน เคนเดินทางมาถึงบ้านเช่าของส้ม เล่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นให้เสือฟัง เสือทุบกำแพงบ้านเจ็บใจตัวเอง ที่ไม่จัดการพวกกำนันฉ่ำให้สิ้นซากตั้งแต่ตอนนั้น เคนคิดจะไปช่วยมะลิที่บ้านกำนันฉ่ำ แต่พอไปถึงที่นั่นกลับไม่เจอใคร ลองถามคนแถวนั้นดู ได้ความว่าพวกกำนันฉ่ำย้ายเข้ากรุงเทพฯกันหมด

"พวกมันเข้ามาทำอะไรที่นี่"

"บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับพวกที่หนุนหลังพวกมัน อยู่ก็ได้ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น มะลิก็อาจจะเข้ามาพร้อมกับพวกมัน"

เสือจะหาทางช่วยมะลิออกมาให้ได้ เคนเตือนว่าพวกที่หนุนหลังกำนันฉ่ำเป็นพวกเส้นใหญ่ในสภา    เสือไม่สนใจว่าพวกนั้นจะใหญ่มาจากไหน ถ้ากล้ารังแกผู้หญิงตัวเล็กๆเขาจะเหยียบให้จมดิน...

ขณะเดียวกัน บนถนนเส้นหนึ่งในกรุงเทพฯ มะลิถูกเห่าดงกับหมีควายคุมตัวมาในรถตู้ เห่าดงรำคาญที่มะลิพูดไม่หยุด สั่งให้หุบปาก มะลิไม่สนใจ กลับขู่ว่าถ้าเสือรู้ว่า เขาจับตัวเธอมา เสือต้องตามล่าเขาแน่

"เอ๊ะนั่งนี่...ผีเจาะปากให้พูดเหรอไงวะ ถ้าไม่เงียบ ข้าจะตบให้เลือดกบปากเลย"

"ก็เอาสิ จะได้รู้ว่าพวกแกมันเก่งแต่ตบผู้หญิง ให้สู้กับผู้ชายไม่ได้เรื่องมีแต่แพ้"

เห่าดงเหลืออด เงื้อมือจะตบ หมีควายคว้ามือเขาไว้ เตือนให้ใจเย็นๆ ถ้ารำคาญมากก็ให้หาผ้ามาปิดปากเธอไว้ แล้วหยิบผ้ามาจัดการตามที่พูด อยู่ๆรถตู้เครื่องยนต์ดับไปเฉยๆ คนขับเบนรถเข้าจอดข้างทาง   หมีควายลงไปช่วยคนขับรถดูเครื่องยนต์ว่าเป็นอะไรไป เห่าดงได้ทีหันไปบีบปากมะลิแก้แค้น

มะลิเจ็บจนน้ำตาร่วง หมีควายกลับเข้ามาในรถเห็นมะลิร้องไห้ ต่อว่าเห่าดงว่าเรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ แล้วสั่งให้ลงไปช่วยกันดูรถ จะได้รีบพามะลิไปส่งเจ้านาย ระหว่างที่เห่าดงกับหมีควายกำลังง่วนอยู่กับการซ่อมเครื่องยนต์ มะลิได้ทีวิ่งหนี  พวกนั้นหันมาเห็นรีบไล่ตาม...

ฝ่ายแสงระวีบอกรูปพรรณสัณฐานของผู้หญิงที่เดินอยู่กับเสือให้ช่างสเกตช์ภาพของตำรวจ แต่ภาพสเกตช์กลับออกมาเป็นคนละคนกับส้ม จ่าเพิ่มถามว่าแน่ใจหรือเปล่าว่าเป็นคนคนเดียวกัน แสงระวีกลับตอบว่าเหมือนมาก แต่ถ้าได้เจอตัวจริงๆอาจจะช่วยยืนยันได้มากกว่านี้ สิงห์สั่งจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มออกตามหาตัวผู้หญิงตามภาพสเกตช์มาให้แสงระวีชี้ตัวอีกที...

มะลิมาเจอสังกะสีข้างทางใช้มันเฉือนเชือกมัดมือจนเชือกขาด แล้ววิ่งหนีต่อ จนมาเจอตู้โทรศัพท์สาธารณะ เธอรีบเข้าไปในตู้ ควานหาเศษเหรียญหย่อนลงในเครื่องแล้วกดเบอร์

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน แสงระวีเดินออกจากโรงรับจำนำ ที่เธอเห็นหญิงสาวสวยกับเสือมาใช้บริการ ด้วยสีหน้าสุดเซ็ง ไม่ว่าเธอจะถามอะไรเถ้าแก่โรงรับจำนำไม่ยอมให้ความร่วมมือ จังหวะนั้น เสียงมือถือของเธอดังขึ้น แสงระวีรับสาย   ได้ยินเสียงมะลิละล่ำละลักขอความช่วยเหลือ ตกใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"พวกกำนันฉ่ำจับมะลิมากรุงเทพฯค่ะ มะลิหนีพวกมันมาได้แต่ไม่รู้จะโทร.หาใครจำได้แต่เบอร์ของคุณแสงระวีคนเดียว มะลิไม่กล้าไปหาตำรวจเดี๋ยวจะทำให้พี่เสือเดือดร้อน คุณแสงระวีต้องช่วยมะลินะคะ"

"แต่ฉันไม่รู้ว่ามะลิอยู่ที่ไหน มะลิลองดูดีๆว่าแถวนั้นมีจุดสังเกตอะไรที่เห็นชัดบ้าง"

มะลิมองไปเห็นป้ายชื่อถนนอยู่ไกลๆรีบบอกแสงระวีทันที แสงระวีอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น สั่งมะลิให้ซ่อนตัวก่อน เดี๋ยวเธอจะไปหา...แสงระวีไปถึงตัวมะลิได้ทันก่อนเห่าดงกับหมีควายจะตามมาเจอ สองสาวหนีไปซ่อนตัวในโกดังร้างริมน้ำ มะลิบ่นว่าอยากเจอเสือมาก ป่านนี้เขาคงเป็นห่วงเธอจนไม่เป็นอันทำอะไร

"แล้วมะลิรู้หรือเปล่าว่าเสืออยู่ที่ไหน ฉันจะได้พาไป"

"มะลิไม่ทราบค่ะ พี่เคนหาที่อยู่ที่ปลอดภัยให้ ถ้าจะตามพี่เสือ ต้องติดต่อพี่เคน"

แสงระวีซักว่าเคนคนขับรถแท็กซี่ใช่ไหม มะลิพยักหน้า แสงระวีรับปากว่าจะพามะลิไปพบเสือ มะลิดีใจโผกอดเธอแน่น ทันใดนั้น เห่าดงกับหมีควายเปิดประตูโกดังเข้ามา แสงระวี ดันลังไม้ขวางทางแล้วคว้าข้อมือมะลิวิ่งหนีไปทางประตูด้านหลัง เห่าดงเกรงจะวิ่งตามไม่ทัน ชักปืนยิงขู่ให้สองสาวหยุด

กระสุนพลาดถูกท้องมะลิเลือดไหลนองไปต่อไม่ไหว บอกแสงระวีให้หนีไปไม่ต้องห่วงเธอ แสงระวีไม่ยอมหนีคนเดียว มะลิดึงมือแสงระวีมากุมไว้ ขอร้องว่าถ้าแสงระวีไม่หนี เสือจะไม่มีวันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แสงระวีอ้าปากจะค้าน มะลิชิงพูดก่อน

"มะลิรู้ตัวว่ามะลิต้องไม่รอดแน่ๆ รับปากมะลินะคะว่า คุณต้องตามหาพี่เสือให้พบ มะลิมีเรื่องอยากให้คุณไปบอกพี่เสือ" มะลิหายใจรวยรินอ่อนแรงเต็มที

เสียงเห่าดงตะโกนขู่สองสาวดังใกล้เข้ามาทุกที แสงระวี รับปากทั้งน้ำตาว่าจะทำตามที่มะลิขอร้อง แล้วมุดรั้วตาข่ายออกมานอกโกดัง แต่ยังไม่ไปไหน แอบซุ่มมองไปยังมะลิที่นอนนิ่งจมกองเลือด    หมีควายเห็นสภาพหญิงสาวถึงกับหน้าตาตื่น  ร้องเอะอะว่าเห่าดงฆ่ามะลิ ถ้าเจ้านายรู้เข้าต้องเป็นเรื่องแน่ๆ

"เอ็งอย่าเพิ่งโวยวายสิวะ ยังเหลือนังนักข่าวนั่นอีกคน ข้าจะไปตามมันมา"

แสงระวีเห็นเห่าดงยังไม่เลิกตามล่าตัวเธอ รีบเช็ดน้ำตาวิ่งหนี หมีควายยืนมองมะลิที่นอนแน่นิ่ง สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง คว้าข้อมือหญิงสาวขึ้นมาจับชีพจร ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความประหลาดใจ...

ธงไทถึงกับบ่นอุบเมื่อได้ฟังสิงห์เล่าว่าเสือหนีการจับกุมมาที่กรุงเทพฯ และแสงระวียังดื้อดึงไม่ยอมวางมือจากเรื่องของเสือ หลังคุยธุระกับธงไทอีกครู่หนึ่ง สิงห์ก็ขอตัวกลับ ธงไทเดินมาส่งสิงห์หน้าบ้าน สิงห์รู้สึกผิดสังเกต บอกธงไททำเป็นคุยกับเขาไปเรื่อยๆ อย่ามีพิรุธ ธงไทพยักหน้ารับรู้ สิงห์ถามว่าเห็นรถคันสีดำที่จอดเยื้องหน้าบ้านธงไทไหม เขาสังเกตเห็นจอดติดเครื่องไม่ขยับไปไหน ตั้งแต่เขามาถึงแล้ว

ธงไทชำเลืองมองแวบหนึ่ง "ใช่ครับผู้กอง รถคันนี้ผมเห็นป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านผมมาหลายวันแล้ว"

สิงห์บอกธงไทเข้าบ้านไปก่อน เดี๋ยวเขาจะไปดูเอง สิงห์ แอบย่องเข้ามาทางท้ายรถ แต่โรสรู้ตัวก่อนเปิดกระจกรถยื่นมือออกมายิงใส่ สิงห์กระโจนหลบ แล้วยิงโต้กลับ โรสรีบขับรถหนี สิงห์ไล่ตาม ระดมยิงใส่เป็นชุด กระสุนถูกกระจกข้างคนขับแตก ถึงจะมืดแต่ไฟถนนก็พอจะทำให้เขาเห็นหน้าโรสชัดเจน

สิงห์ถึงกับอึ้ง ตัดสินใจไม่บอกเรื่องโรสกับธงไท ได้แต่ รับปากจะตามสืบเรื่องนี้ให้ ธงไทสังเกตเห็นสิงห์ท่าทางแปลกๆไป แต่ไม่กล้าถาม

ooooooo

วันถัดมา สันติเพื่อนของธงไทส่งเอกสารมาให้ ที่บ้าน ธงไทรีบแกะซอง อ่านเอกสารข้างในอย่างสนใจ ก่อนจะผงะไปเล็กน้อย คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาสันติ เพื่อขอคำยืนยันข้อมูลที่ส่งมาให้เขาอีกครั้ง สันติยืนยันการตรวจดีเอ็นเอตัวอย่างเลือดที่ธงไทส่งไป ว่าเป็นของผู้หมวดรสริน...

เสือทนรอข่าวมะลิจากเพื่อนแท็กซี่ของเคนไม่ไหว จะออกไปตามหาเธอด้วยตัวเอง ส้มเข้ามาห้ามเตือนว่าขืนสุ่มสี่ สุ่มห้าออกไป มีหวังเจอตำรวจก่อนเจอน้องสาว หรือไม่ก็เจอ พวกกำนันฉ่ำลอบทำร้ายเอาอีก

"ไม่มีใครทำอะไรพี่ได้หรอกส้ม"

ส้มรู้แล้วว่าเสือเป็นคนพิเศษ แต่เธอไม่อยากให้เขาต้องไปเสี่ยงอันตราย ขอร้องให้รอเคนที่นี่ก่อน...

แสงระวีสืบหาตามอู่เช่ารถแท็กซี่จนเจอเคนในที่สุด แต่เคนไม่ยอมบอกว่าเสืออยู่ที่ไหน พูดอยู่แค่สองคำว่าไม่รู้ แสงระวีไม่มีทางเลือกตัดสินใจบอกเคนว่าเธอเพิ่งเจอกับมะลิ มีของที่มะลิฝากให้เสือด้วย เคนจำใจพาแสงระวีไปยังบ้านพักของส้ม ครู่ต่อมา แสงระวีมายืนประจันหน้ากับเสือ

ส้มไม่ไว้ใจแสงระวี เกรงจะพาตำรวจมาจับเสืออีก รีบดึงเสือออกมา แล้วยืนขวางหน้าแสงระวีด้วยท่าทางเอาเรื่อง เสือขอร้องส้มให้หยุดได้แล้ว หันไปถามแสงระวีว่ารู้เรื่องมะลิด้วยหรือ แสงระวีมีข่าวของมะลิมาบอก มีข้อแม้ว่าเสือต้องคุยกับเธอเพียงลำพัง ส้มเตือนเสือว่าอย่าได้คิดไว้ใจผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด

เคนเห็นไม่เข้าทีรีบดึงส้มออกไป ทิ้งเสือกับแสงระวีอยู่กันตามลำพัง...แสงระวีไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ เสือเอะใจจับไหล่แสงระวีเขย่าอย่างแรง  ถามว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับมะลิใช่ไหม  แสงระวีปล่อยโฮอย่างอัดอั้นบอกเสือว่ามะลิ ตายแล้ว  เสือหัวใจแทบสลาย  รับไม่ได้ว่าน้องสาวตาย  หาว่า แสงระวีโกหก

"มะลิตายแล้วจริงๆ ฉันอยู่กับมะลิเป็นคนสุดท้ายตอนที่มะลิขอร้องให้ฉันเอาของสิ่งนี้มาให้นาย" แสงระวียื่น ภาพถ่ายของมะลิกับเสือให้ เสือมองภาพตรงหน้า นิ่งงัน แสงระวี สงสารเขาจับใจ เข้ามาจับมือเขาไว้

"มะลิพยายามหนีจากพวกนั้น แต่ไม่รู้จะตามหานายได้ที่ไหน เลยตามให้ฉันไปช่วย ฉันขอโทษนะนายเสือ ฉันพยายามช่วยมะลิแล้ว ฉันอยากจะเป็นคนที่เจ็บอยู่ตรงนั้น แล้ว ให้มะลิเป็นคนกลับมาหานาย"

เสือดึงมือแสงระวีออก จะเดินจากไป แสงระวีคิดว่าเขาโกรธที่เธอช่วยมะลิไม่ได้ ขอร้องให้พูดอะไรกับเธอสักคำจะด่าจะว่าก็ได้แต่อย่าเดินหนี เสือหันมาถามว่าก่อนตายมะลิเจ็บมากไหม แสงระวีส่ายหน้า

"มะลิบอกฉันก่อนจากไปว่า มะลิรักพี่ชายมากที่สุดในโลก"

เสือน้ำตาคลอ "ผมขอบคุณคุณมากที่อยู่กับมะลิจนนาที สุดท้าย" แล้วเดินจากไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:40 น.