ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เสือพาแสงระวีมานั่งที่แคร่ ช่วยดูข้อเท้าให้ ซักถามว่าค่ำมืดแล้วออกมาทำอะไร แสงระวีโกหกว่าอยากเข้าห้องน้ำ เสือว่าทีหลังให้เรียกเขา เขาจะพาไป แสงระวีร้อง เอะอะว่าเธอเป็นผู้หญิง จะลุกเข้าห้องน้ำแต่ละทีต้องตามเขาให้ไปนั่งเฝ้าคงจะดูไม่เหมาะ

"อ้าว...ตกลงเป็นผู้หญิงเหรอครับ ผมนึกว่าคุณเป็นทอม"

แสงระวีโกรธ ด่าเสือว่าไอ้บ้าปากเสีย ลุกพรวดจะทุบเขาแต่ขาเจ็บเลยเซเสียหลัก เสือรีบเข้ามาประคองใบหน้าเกือบชิดกัน  ทั้งคู่มองสบตากันนิ่งเหมือนต้องมนตร์ 

แสงระวีได้สติรีบดันตัวออกห่าง

"ผม...ผมขอโทษ ผมแค่ล้อเล่น เห็นคุณมีนิสัยแบบผู้ชาย ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ"

"หยุดว่าฉันซะที นายก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันนักหรอก ไปพูดเป็นมะนาวไม่มีน้ำกับผู้หญิงแบบนั้น รู้ไหมว่าทำให้ผู้หญิงเสียใจมากแค่ไหน ถ้าดอกสร้อยคิดสั้นฆ่าตัวตาย ขึ้นมานายจะ ทำอย่างไร"

เสือเลยจับได้ว่าแสงระวีแอบฟังเขาคุยกับดอกสร้อย แสงระวีแก้ตัวว่าไม่ได้แอบฟัง แต่บังเอิญได้ยิน เสือไม่เคยคิดอะไรกับดอกสร้อย ครั้นจะโกหกเพื่อให้ดอก

สร้อยสบายใจก็จะเป็นการผิดศีล แสงระวีด่าเสือว่าซื่อบื้อสุดๆ ถ้าเขายังเป็นแบบนี้ฟันธงได้เลยว่าชาตินี้ไม่มีวันได้แต่งงาน

"คุณว่าผมคนเดียวไม่ได้หรอก อย่างคุณ...ชาตินี้ก็ไม่มีทางได้แต่งงานมีลูกเต้ากับเขาหรอก เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนอยากมีเมียนิสัยแบบคุณ" เสือย้อน

แสงระวีคุยข่มว่าถ้าเธอแต่งงานเมื่อไหร่จะเอาการ์ดเชิญมาให้เขาเป็นคนแรก เสือไม่วายแหย่อีกว่ากว่าจะถึงวันนั้น เขาคงแก่เหนียงยานแล้ว แสงระวียัวะ สะบัดหน้า เดินเข้าบ้าน ขณะที่เสือหัวเราะชอบใจ

ooooooo

ได้เวลาที่แสงระวีจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เสือสังหรณ์ใจว่ากำนันฉ่ำกับลูกชายต้องหาทางขัดขวางไม่ให้ แสงระวีนำหลักฐานเล่นงานพวกตนกลับไปด้วย เสือจึง วางแผนให้มะลิลอบไปส่งแสงระวีที่ท่ารถทัวร์ ส่วนเขาจะขับรถกระบะของแสงระวีทำทีมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ

แสงระวีไม่ค่อยเห็นด้วยที่เสือต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อให้เธอกับหลักฐานกลับ กรุงเทพฯอย่างปลอดภัย แต่ถ้าเสือเห็นว่าจำเป็น เธอก็ไม่ขัด...เหตุการณ์เป็นจริงอย่างเสือคาด

ศรกับเห่าดงฝังกับระเบิดไว้ใต้ถนนขาออกจากหมู่บ้านดอนควาย  พอรถของแสงระวีแล่นมาถึง  ศรกดรีโมตฯทันที

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว รถของแสงระวีโดนระเบิดเต็มๆไฟลุกท่วมทั้งคัน ควันโขมง ศรออกจากที่ซ่อนมาดูผลงานของตัวเอง พร้อมกับเห่าดง

"เละแบบนี้ไม่เหลือซากแน่ครับลูกพี่"

"อโหสินะจ๊ะคนสวย แล้วจะทำบุญกรวดน้ำไปให้" ศรมองเปลวเพลิงแล้วนึกเสียดาย เขาน่าจะจัดการเผด็จศึกแสงระวี ตั้งแต่ตอนที่จับตัวไปขังไว้ที่โรงนา...

พักใหญ่ๆ  เคนมายืนดูซากที่เคยเป็นรถกระบะของแสงระวีด้วยความเป็นห่วง พยายามกวาดตามองหาเพื่อนแต่ไม่เจอ ใจคอไม่ดีคิดว่าเพื่อนโดนระเบิดเละไม่ เหลือซาก เสือเดินหมดเรี่ยวแรงออกมาจากพุ่มไม้ในสภาพเสื้อผ้าไหม้ไฟ หน้าตามอมแมม เคนโล่งอกที่เพื่อนปลอดภัยรีบเอาข้าวเหนียวให้เสือกินฟื้นพลัง...

กว่าแสงระวีจะถึงกรุงเทพฯก็มืดค่ำแล้ว สิงห์ช่วยหิ้วเป้ สัมภาระเข้ามาในบ้าน ถามเซ้าซี้ว่าเมื่อไหร่เธอถึงจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านดอนควาย อยู่ๆเธอก็ขาด

การติดต่อกับเขา โทร.กลับก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ แสงระวีอ้างว่าเพิ่งมาถึง ขอพัก ครู่หนึ่งก่อน ธงไทตามเข้ามาต่อว่าลูกสาว

"ทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงแล้วยังจะให้เขามานั่งใจเย็นได้อีกเหรอ ผู้กองเขาเป็นห่วงลูกมากจนงานการแทบจะไม่ได้ทำ กลัวว่าลูกจะไปหาเรื่องเดือดร้อนอะไรอีก"

แสงระวีไม่ได้ไปหาเรื่องเดือดร้อนแต่ไปทำงานต่างหาก ธงไทต่อว่าว่างานที่เธอยกมาอ้างมันอยู่นอกเหนือคำสั่งของเขา จะทำอะไรน่าจะปรึกษากันก่อน แสงระวี เถียงคำไม่ตกฟากว่าถ้าปรึกษาก่อนพ่อก็คงไม่ยอมให้เธอเข้าไปยุ่ง สิงห์รู้ทันว่างานที่เธอว่าต้องเป็นเรื่องอันตราย

"ค่ะ ถ้าเรานิ่งดูดายไม่เปิดเผยเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้ตัว อนาคตข้างหน้าลูกหลานของเราอาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของประเทศนี้" แสงระวีสีหน้าจริงจัง ทั้งธงไทและสิงห์ ต่างพากันแปลกใจ...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านของลมใต้ปีกซึ่งเป็นบ้านไม้เก่าๆซ่อนตัวอยู่ในดงต้นไม้น้อยใหญ่ย่าน ชานเมืองบริเวณโดยรอบดูวังเวงและลึกลับ โรสแอบปีนรั้วลวดหนามเข้ามา อย่างระมัดระวัง บรรยากาศดูไม่น่าไว้ใจ เธอจึงหยิบปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

ภายในบ้านดูรกร้างเหมือนไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน มีเศษกระดาษเกลื่อนพื้น โรสไล่ดูเอกสารพวกนั้น ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวข้องกับลมใต้ปีก มีเงาของใครบางคนซ่อนตัว อยู่หลังตู้เอกสาร โรสขยับเข้าไปใกล้

"ฉันเป็นตำรวจ คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำอะไรคุณ ฉันแค่ต้องการสอบถามอะไรบางอย่างจากคุณ"

ชายคนหนึ่งโผล่ออกมา โรสยังไม่ทันจะพูดอะไร ชายอีกคนหนึ่งด้านหลังทุบต้นคอเธอจนหมดสติ

ooooooo

โรสถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ในห้องที่ปิดทึบ ภายในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ใครบางคนซึ่งสวมแหวนหัวโตมีรูปเขี้ยวพยัคฆ์ พยักพเยิดให้สมุนสองคนที่เล่นงานเธอเข้าไปแก้ มัดให้ พอได้โอกาสโรสแกล้งหมดสติ ลุกขึ้นเล่นงานคนหนึ่งสลบเหมือด แล้วแย่งปืนของอีกคนมาจ่อหัวเขาไว้

"พวกแกเป็นใคร จับฉันมาทำไม...ใครส่งพวกแกให้สะกดรอยตามฉัน"

"ไม่มีใครสะกดรอยตามหมวดรสรินหรอกครับ เราเป็นพวกเดียวกัน เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ขณะเรากำลังปฏิบัติหน้าที่ เราเลยจำเป็นต้องลงมือกับหมวดเพื่อ ป้องกันตัว...นี่บัตรประจำตัวหมวด แล้วก็...ปืนของหมวด ผมจำเป็นต้องรู้ว่า หมวดเป็นใคร"

อำนาจเอาข้าวของของเธอวางไว้บนโต๊ะ ค่อยๆถอยออกมาพร้อมกับชูมือแสดงตัวว่าไม่มีอาวุธ โรสผลักสมุนของเขาพ้นทางเข้าไปหยิบปืนกับบัตรตัวเองคืนตรวจดูปืนพบว่าทุก อย่างปกติดีจึงค่อยวางใจ

"คุณเป็นใครกันแน่"

"ผม...พันเอกพิเศษ อำนาจ หัวหน้าหน่วยเขี้ยวพยัคฆ์"

สมุนของอำนาจเปิดแขนเสื้อโชว์รอยสักรูปเสือคาบดาบที่ท้องแขน โรสไม่เคยได้ยินชื่อหน่วยนี้มาก่อน ถามหาต้นสังกัดของหน่วย อำนาจแต่งเรื่องว่าหน่วยงานของ เขาเป็นหน่วยพิเศษถูกตั้งขึ้นมาอย่างลับๆ มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้าย สังกัดโดยตรงกับท่านรองฯ โรสสงสัยว่าหน่วยของเขามาทำอะไรในบ้านลม ใต้ปีก อำนาจโกหกว่าลมใต้ปีกเป็นผู้ก่อการร้ายที่ทางเราต้องการตัว

"เราตามสืบเรื่องของลมใต้ปีกมานานแล้ว เขาเป็นคอลัมนิสต์หัวรุนแรงที่ไม่ได้เขียนวิพากษ์วิจารณ์โจมตีการทำงานของ รัฐบาลอย่างเดียว แต่เขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายหลายๆครั้งที่ทำให้มีผู้ บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก"

"ฉันจะเชื่อได้อย่างไรว่าที่ผู้พันเล่ามาเป็นความจริง"

อำนาจหันไปพยักหน้าให้สมุนเอาแฟ้มเอกสารมาให้โรสดู "เท่าที่เราสืบมาได้ล่าสุด เร็วๆนี้ลมใต้ปีกมีแผนจะก่อวินาศกรรมขึ้นในกรุงเทพฯย่านชุมชน แต่เรายังไม่รู้ว่า
เมื่อไหร่และที่ไหน"

โรสพลิกแฟ้มอ่านอย่างสนใจ  อำนาจเห็นว่าอาจใช้ประโยชน์ จากความสามารถของผู้หมวดสาว จึงพูดหว่านล้อมล่อหลอกเธอให้เข้าพวก โรสยังไม่ปักใจเชื่อนักขอ ตรวจสอบข้อมูลพวกนี้เพื่อความแน่ใจ อำนาจเลยทิ้งนามบัตรไว้ให้เผื่อเธอเปลี่ยนใจ

ooooooo

แสงระวีหงุดหงิดอารมณ์บูด เดินบ่นกับสิงห์มาตามทางเดินในสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ว่าพ่อของเธอไม่ยอมตีพิมพ์ เรื่องที่เธอเขียนเกี่ยวกับการกว้านซื้อที่นาในประเทศ
ไทยของต่างชาติ ท่านอ้างว่าหลักฐานที่เธอได้ มายังไม่มีนํ้าหนักพอจะสาวไปถึงตัวการใหญ่ แสงระวี ฮึดฮัดไม่เชื่อ สิงห์อธิบายว่า

"เราจะจัดการกับพวกนั้นในข้อหารับจ้างถือหุ้นให้ต่างชาติได้ก็จริง แต่จะได้ประกันตัวออกไปทำใหม่อีก ถ้าไม่รอบคอบ สู้ยังไงเราก็ไม่ชนะ"

แสงระวีไม่อยากฟัง ในเมื่อเธอรับปากพวกชาวบ้านแล้ว เธอจะไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่ เดินออกไปอย่างไม่พอใจ สิงห์ได้แต่ มองตามเธอ ธงไทเดินเข้ามาจับบ่าสิงห์ บอก ให้ปล่อยไปก่อน รอเธอใจเย็นกว่านี้แล้วเราค่อยคุยกับเธอใหม่ สิงห์พยักหน้ารับคำ...

ด้านโรสให้เพื่อนของเธอซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลตรวจสอบประวัติของ อำนาจแล้ว ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ ดูแล้วน่าจะไว้ใจได้ แถมบ่ายนั้นยังมีข่าวว่าเกิดเหตุไฟไหม้ ห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางกรุง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายเหมือนที่อำนาจเคยให้ข้อมูลไว้  โรสเลยปักใจเชื่อว่านี่เป็นการก่อการร้ายของลมใต้ปีกรีบโทร.แจ้ง
อำนาจว่าเธอเข้าพวกกับเขาด้วย  อำนาจวางสายยิ้มเจ้าเล่ห์...

ในเวลาเดียวกัน ที่หมู่บ้านดอนควาย เสือคอยชะเง้อมองไปหน้าบ้านเป็นระยะๆเหมือนรอใครบางคน เคนแซวว่าแสงระวี เพิ่งจากไปแค่ไม่กี่วัน  ชะเง้อมองหาจนคอ ยืดคอยาวแล้ว  เสือรู้สึกตัวรีบพูดกลบเกลื่อน

"ข้าไม่ได้คิดถึงคุณแสงระวีอย่างที่เอ็งคิดนะเว้ย ข้าแค่อยากรู้ข่าวจากเขาเท่านั้น"

จังหวะนั้น ดอกสร้อยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา โดยมีมะลิซ้อนท้ายกลับจากเรียนหนังสือ เสือถามข่าวของแสงระวีทันที ดอกสร้อยหมั่นไส้ แขวะว่าป่านนี้แม่นั่นคงจะลืมไปแล้วว่าเคยมาที่นี่ มะลิเถียงแทนว่าคนอย่างแสงระวี รับปากใครแล้วไม่มีวันลืมแน่ๆ และที่ยังไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับไหนตีพิมพ์ข่าวเปิดโปงกำนันฉ่ำ คงเป็นเพราะ
แสงระวีต้องรอตรวจหลักฐานให้แน่นหนากว่านี้ก่อน  เสือไม่ค่อยชอบใจนัก

"แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ถ้าเกิดกำนันฉ่ำรู้ว่าแสงระวียังอยู่ชีวิตของพวกเราต้องตกอยู่ในอันตรายแน่"

"ไม่หรอกจ้ะพี่เสือ...คุณแสงระวีเป็นห่วงพวกเรา เธอไม่ทอดทิ้งพวกเราแน่"

เสือเซ็งมากเดินเลี่ยงออกมา มะลิเดินตามพยายามขอร้องให้เขาเข้าใจความจำเป็นของแสงระวี พลันเสือได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังขึ้นไกปืน หันขวับไปทางดงไม้ที่อยู่ลิบๆ เห่าดงกำลังเล็งปืนยาวติดลำกล้องมาที่เสือ พอศูนย์หน้าตรงกับบากศูนย์หลัง เขาลั่นไกทันที กระสุนพุ่งตรงมายังเสือกับมะลิ

เสืออาศัยความว่องไวคว้าตัวมะลิหลบลูกกระสุน แต่ ไม่พ้น กระสุนเฉียดแขนมะลิเลือดไหลอาบ เสือประคองน้องสาวหลบหลังต้นไม้ เคนกับดอกสร้อยได้ยินเสียงปืนรีบวิ่งมาดู เสือฝากมะลิไว้กับเคน แล้ววิ่งไปยังทิศทางที่กระสุนยิงมา แต่ไม่พบใครนอกจากปลอกกระสุนตกอยู่กับกระดาษโน้ตเขียนติดไว้กับต้นไม้ว่า

"นี่แค่คำเตือนสำหรับพวกที่คิดต่อต้านกำนัน อีก 3 วันนับจากนี้ ถ้าไม่ย้ายออกไปจากดอนควาย พวกแกจะได้นอนโลงศพออกไปพร้อมกันทั้งครอบครัว"

เสือขยำกระดาษโน้ตทิ้งอย่างโกรธแค้น หยิบปลอก กระสุนขึ้นมามองแล้ววิ่งกลับบ้าน เล่าเรื่องโดนขู่ฆ่าให้เคนฟัง เคนแนะให้ไปแจ้งตำรวจ เสือไม่เห็นด้วย ถ้าพวกมันรู้ว่าเราแจ้งตำรวจ พวกมันจะบุกมาทันที เขาไม่อยากเอาชีวิตพ่อแม่ และน้องมาเสี่ยง เขาต้องหาทางทำอะไรบางอย่าง...

ฝ่ายแสงระวีบ่นกับสิงห์ว่าขืนธงไทยังรีๆรอๆไม่ยอมตีพิมพ์เรื่องของเธอ ชาวบ้านที่ร่วมมือกับเธอต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ ยิ่งตอนนี้เธอติดต่อกับเขาไม่ได้เธอยิ่งเป็นห่วงเขามาก สิงห์สงสัยว่าเขาคนนั้นเป็นใคร

"เขาชื่อเสือค่ะ เป็นชาวนาคนสุดท้ายของหมู่บ้านดอนควายที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้กับอิทธิพลโดยไม่กลัวแม้แต่ความตาย" แววตาของแสงระวีเต็มไปด้วยความชื่นชมจนสิงห์รู้สึกได้

"ท่าทางแสงระวีสนิทกับเขามาก"

"ถึงเราจะรู้จักกันไม่นาน แต่เราก็ต่อสู้มาด้วยกัน แสงระวีรับรองได้เลยว่าเขาเป็นคนดีที่เหลืออยู่น้อยในสังคม...แสงระวีคิดอะไรออกแล้วค่ะพี่สิงห์ ยังมีลมใต้ปีกอีกคนที่มีอุดมการณ์ เดียวกับแสงระวี ถ้าแสงระวีเอาข้อมูลให้เขารับรองว่าเขาต้องช่วยได้แน่"

สิงห์เห็นคล้อยตาม แต่ติดตรงที่ว่าเขายังแกะลอย

ลมใต้ปีกไม่ได้ คนเดียวที่รู้ว่าลมใต้ปีกเป็นใครอยู่ที่ไหนเห็นจะมีก็แต่พ่อของแสงระวีเท่านั้น

ooooooo

ที่บ้านของธงไท โรสในชุดไอ้โม่งลอบเข้ามา

ค้นหาข้อมูลของลมใต้ปีกในห้องทำงานของธงไท แต่ยัง ไม่ทันได้ข้อมูลอะไร ธงไทกลับเข้ามาเสียก่อน โรสหนี ทางบันไดไม่ได้ ตัดสินใจปีนหน้าต่างห้องทำงาน ธงไท

วิ่งถือปืนตามเข้ามา ตะโกนลั่น "หยุดอยู่ตรงนั้น"

โรสไม่รอช้ากระโดดลงไปยังพื้นเบื้องล่างแล้ววิ่งไปที่กำแพงบ้าน ธงไทยิงปืนใส่ไอ้โม่งหลายนัด โรสปีนกำแพงวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ธงไทวิ่งตามมาถึงบริเวณนั้น เห็นรอยเลือดหยดตามพื้นแต่ไม่พบไอ้โม่ง รู้สึกสังหรณ์ใจรีบเข้าไปหยิบหลอดแก้วมาเก็บตัวอย่างเลือดเอาไว้...โรสกลับเซฟเฮ้าส์ ของอำนาจอย่างอ่อนแรง อำนาจหงุดหงิดมากที่รู้ว่าเธอไม่ได้ ข้อมูลอะไรจากบ้านธงไทแถมยังถูกธงไทยิงได้รับบาดเจ็บ...

ไม่นานนัก สิงห์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายมาตรวจหาหลักฐานที่บ้านของธงไท แต่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายก็ไม่มี ทั้งๆที่ข้าวของในบ้านถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย จ่าเพิ่มถึงกับออกปากว่าน่าแปลกมาก สัญญาณกันขโมยบ้านนี้ก็มี แต่ถามจากบ้านติดกัน กลับไม่มีใครได้ยินเสียงสัญญาณดัง

"บางทีคนร้ายอาจจะไม่ได้มุ่งที่ทรัพย์สิน แต่มุ่งที่ตัวบุคคล...ตอนที่คุณอาพบคนร้าย คุณอายิงโดนมันหรือเปล่าครับ เพราะถ้าพบรอยเลือด บางทีเราอาจจะเก็บไว้เป็นหลักฐานพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ว่าเป็นใคร"

ธงไทนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง โกหกว่าไม่โดน สิงห์เตือนแสงระวีกับธงไทระวังตัวเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าเป้าหมายของคนร้ายจะเป็นแสงระวีหรือธงไทกันแน่ แต่จะให้จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มมาช่วยกันเฝ้าจนกว่าทางเราจะได้หลักฐานอะไรเพิ่มเติมพอจะสาวไปถึงคนร้าย...ด้านธงไทหลบเข้าห้องทำงานตนเอง ปิดประตูล็อกกลอนล้วงเอาหลอดตัวอย่างเลือดของคนร้ายมาดู แล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์

"สันติเหรอ นี่อั๊วเองนะ ธงไท...สบายดี ไม่ได้เจอกัน ซะนาน ก็เกือบ 10 ปีได้ ว่าแต่ตอนนี้ลื้อยังอยู่กองพิสูจน์หลักฐานหรือเปล่า อั๊วมีเรื่องอยากรบกวนลื้อหน่อย ลื้อพอจะตรวจดีเอ็นเอ หาตัวบุคคลให้ได้ไหม"

ตลอดเวลานั้น ธงไทถูกจับจ้องด้วยกล้องสอดแนมซึ่งโรสซ่อนไว้บนชั้นหนังสือ ภาพทั้งหมดถูกส่งมายังจอโน้ตบุ๊กตรงหน้าอำนาจกับโรส อำนาจตำหนิโรสว่าไม่น่าทำพลาดทิ้งรอยเลือดไว้ ถ้าธงไทตรวจพบว่าเธอเป็นใคร อาจสาวมาถึงหน่วยเขี้ยวพยัคฆ์ หน่วยของเราจะถูกเปิดเผยสถานะไม่ได้เด็ดขาด

"ค่ะผู้พัน...ฉันจะพยายามทุกอย่างเพื่อป้องกันเรื่องนี้เอง"

อำนาจหวังว่าเธอจะไม่ทำพลาดอีก โรสพยักหน้ารับคำ ก่อนเดินออกไป...

หลังจากตำรวจยกกำลังกลับไปหมด แสงระวีเดินมาส่งสิงห์หน้าบ้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล บ่นกับสิงห์ว่าถ้าคนร้ายบุกเข้ามาเพราะเรื่องที่เธอกำลังทำ นั่นก็หมายความว่าทุกคนที่หมู่บ้านดอนควายกำลังตกอยู่ในอันตราย โดยที่เธอไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ สิงห์ขอร้องว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น

"แสงระวีต้องคิดค่ะ เพราะแสงระวีเป็นความหวังของพวกเขา"

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน หลังจากกำนันฉ่ำถูกอำนาจตำหนิอย่างรุนแรงที่ปล่อยแสงระวีให้รอดชีวิตกลับ กรุงเทพฯพร้อมหลักฐาน  เขาหันไปโวยใส่ศรอีกทอดที่ดันคุยโม้ว่าระเบิดนังนั่นไม่เหลือซากไปแล้ว

"ฉันจัดการไปแล้วจริงๆนะพ่อ มันเละคาตาฉันจริงๆ ฉันจะไปโกหกพ่อทำไม"

"งั้นแกก็โดนพวกมันหลอกแล้ว คนที่โดนระเบิดตายในรถไม่ใช่นังนักข่าวนั่น"

ศรเถียงไม่ออก ระหว่างนั้นเห่าดงวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า ไอ้เสือบุกมาถึงที่นี่แล้ว...

หน้าโรงสีข้าวของกำนันฉ่ำ  หมีควายกับสมุนของกำนันฉ่ำ อีก 8 คน พร้อมอาวุธครบมือยืนล้อมกรอบเสือไว้ โดยที่กำนันฉ่ำ ศร   กับเห่าดงยืนดูห่างๆ  เสือแค่อยากคุยกับกำนันฉ่ำเท่านั้น ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป แทนที่หมีควายจะถอย กลับสั่งสมุนให้ลุย เสืออัดพวกนั้นคว่ำเกือบหมดเหลือหมีควายกับสมุนอีกสองคน

หมีควายเล่นเครื่องทุ่นแรง คว้าปืนขึ้นมายิงเสือไม่ยั้ง เสือไม่หลบ ใช้มือเปล่าปัดกระสุนปืนออกไปได้หมด หมีควาย ถึงกับอึ้ง สมุนยิงกระสุนใส่เสือจนหมดแมกกาซีน

เสือยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน พอคลายมือออกกระสุนที่ถูกยิงใส่ร่วงลงพื้น สมุนกลัวลนลานพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เหลือหมีควายคนเดียว

"บักเสือ...เอ็งมีของดีอะไรวะ"

เสือไม่ตอบ เดินผ่านหมีควายอย่างไม่สนใจ หมีควายคว้าไหล่เสือไว้ เสือศอกกลับอัดสลบคาที่ แล้วลากหมีควายมาโยนกองกับพื้นหน้ากำนันฉ่ำอย่างท้าทาย ศรขยับจะเข้าหาเสือ กำนันฉ่ำรั้งไว้

"เดี๋ยว...มันกล้ามาเหยียบถึงที่นี่ แสดงว่ามันพร้อมที่มาตาย ปล่อยให้มันพูดสั่งลาธุระของมันมาก่อน...มีอะไรก็รีบๆพูดมาซะบักเสือ"

"ฉันมีของจะเอามาคืน" เสือหยิบหัวกระสุนที่แงะออกจากต้นไม้ขึ้นมาชูให้กำนันฉ่ำเห็น "กระสุนนัดนี้กำนันสั่งลูกชายไปยิงขู่ฉันกับน้องสาว"

"แล้วไงวะ เอ็งจะเอามาคืนเหรอ...ฮึ เก็บไว้ดูต่างหน้าเถอะวะนัดละไม่กี่บาท พวกข้ามีอีกเพียบ"

"ของที่ลืมทิ้งไว้ยังไงก็ต้องคืนเจ้าของ" เสือพูดขาดคำ ใช้นิ้วดีดหัวกระสุนใส่ศร หัวกระสุนพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับยิงด้วยปืนกำลังสูง ศรยืนตะลึง ขณะลูกกระสุนกำลังจะถึงตัวศร ลิงลมยื่นมือเข้ามาคว้าไว้ได้ ก่อนจะโยนลงพื้น

"อย่าเพิ่งลืมข้าสิวะ บักเสือ ชาตินี้ถ้าข้าไม่ได้ส่งเอ็งไปอยู่ในหลุมกับไอ้จ่าล่ะก็ ข้าไม่ยอมตายเด็ดขาด"

ลิงลมตั้งท่าเตรียมพร้อมลุย ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่น กำนันฉ่ำตกใจ หันไปมองทางต้นเสียงเห็นโรงสีข้าว ตัวเองโดนระเบิด ประตูกับผนังรอบๆพังกระจุย

เคนวิ่งเข้ามาพร้อมกับเป้สัมภาระ หยิบระเบิดออกมาโยนใส่โรงสีของกำนันฉ่ำไม่หยุด พวกกำนันฉ่ำพากันวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

"อ้าว...หลบทำไมล่ะกำนัน ของฝากกำนันฉันยังเหลืออีกเพียบ"

"นี่เป็นคำตอบจากฉัน กำนันไม่มีทางไล่ฉันออกไปจากดอนควาย" เสือประกาศก้อง

เคนโยนระเบิดทำเองใส่รถกระบะของกำนันฉ่ำจนระเบิดไฟไหม้ลุกโชน กำนันฉ่ำก้มหัวหลบเศษเหล็กที่ปลิวว่อน พอลุกขึ้นมาอีกที เสือกับเคนหายตัวไปแล้ว กำนันฉ่ำขบกรามแน่น แค้นใจมาก...

พอหลวงพ่อเข้มรู้เรื่องเสือบุกไปอาละวาดที่โรงสีข้าวของกำนันฉ่ำ สั่งลุงมั่นไปตามตัวเสือมาพบที่วัดดอนควายทันที หลวงพ่อเข้มเอากล่องไม้เก่าๆฝุ่นจับเขรอะยื่นให้เสือ เสือเปิดดู เห็นมีปืนสั้นสองกระบอก   ปืนเก่าเหมือนผ่านการใช้งานมาหลายสิบปี เสือถามว่าปืนของใคร หลวงพ่อไม่ตอบ ลุงมั่นตอบคำถามแทน

"ตามมา...หลวงพ่อกับข้าจะพาเอ็งไปหาเจ้าของปืน"

ลุงมั่นกับหลวงพ่อเข้มพาเสือไปป่าช้าหลังวัด เดินมาถึงหน้าหลุมศพเก่าๆ หลวงพ่อเข้มเดินไปดึงต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมป้ายชื่อหลุมศพออก เผยให้เห็นชื่อ "เชิด วงศ์จั่น"

"เมื่อสัก 40 กว่าปีที่แล้ว แถบทุ่งดอนควายไม่มีใครไม่รู้จักเสือเชิด จอมโจรที่ดักปล้นจี้ชาวบ้าน หลายสิบชีวิตต้องสังเวยคมกระสุนจากปืนของเสือเชิดเพราะความผยองคิดว่าตัวเอง เป็นอภิมหาโจรใครก็ฆ่าไม่ได้"

"แต่สุดท้ายเสือเชิดก็ต้องโดนทางการไล่จับอย่างหนักเพราะความผิดที่ก่อเอา ไว้ เสือเชิดไม่กล้ากลับไปหาลูก เมีย พ่อแม่ ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไปทางไหนก็ไม่มีใครเอาโดดเดี่ยวและโดนจับในที่สุด"

"เสือเชิดชดใช้กรรมอยู่ในคุกจนพ้นโทษออกมา แต่เมื่อกลับมาที่ดอนควาย ศัตรูที่เคยไปก่อกรรมทำเข็ญกับเขาเอาไว้ ลงขันกันจ้างคนมายิงเสือเชิด...เสือเชิดถูกยิงตรงนี้ บาปกรรมที่ทำมาทั้งหมดในชีวิต เสือเชิดได้เห็นเป็นภาพตรงหน้า พยายามจะ ขออโหสิกรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวร  แต่ก็ไม่มีใครอโหสิกรรมให้ มีแต่สมเพชที่เสือเชิดต้องมาพบจุดจบแบบนี้" หลวงพ่อเข้ม เดินไปหน้าหลุมฝังศพเสือเชิด

"หลวงพ่อเป็นคนฝังศพเสือเชิดด้วยตัวเอง ปืนนั่นก็เป็นปืนของเสือเชิดทิ้งไว้ก่อนตาย" ลุงมั่นเสริม

หลวงพ่อเข้มให้เสือลองยิงปืนของเสือเชิด แต่กลับยิงไม่ออก เสือแปลกใจมาก ลองยิงอีกครั้ง ปืนก็ไม่ทำงาน ลุงมั่นขอลองยิงบ้าง ปืนกลับทำงานได้ไม่มีปัญหา เสืองุนงงว่าทำไมปืนถึงใช้ได้ หลวงพ่ออธิบายว่าปืนของเสือเชิดไม่ได้ใช้แค่มือลั่นไก แต่ต้องใช้ใจประกอบด้วย เสือยิ่งงงหนัก

"เวลานี้ใจของเอ็งมีแต่โทสะและโมหะ คิดแต่จะทำลายล้างศัตรูให้พบแต่หายนะปืนมันถึงไม่ทำงาน...เสือ...ข้าเล่า เรื่องเสือเชิดให้เอ็งฟัง เพราะเอ็งเลือกเดินทางต่อสู้ที่ถูกมาตลอด อย่าให้โทสะมาฉุดให้เอ็งเดินผิดทางเหมือนอย่าง...ที่เคยเกิดขึ้นกับเสือ เชิด"

หลวงพ่อเข้มเลิกจีวรที่คลุมไหล่ขึ้น เผยให้เห็นรอยกระสุนตรงหน้าอก แม้เวลาจะล่วงเลยมานานแต่รอยแผลเป็นยังชัดเจน เสือถึงบางอ้อทันทีว่าหลวงพ่อเข้มก็คือเสือเชิด หลวงพ่อสั่งลุงมั่นฝังกล่องปืนของเสือเชิดไว้ในหลุมศพนั่นด้วย เสือหน้าสลด เพิ่งเข้าใจคำสอนของหลวงพ่อ

ooooooo

รุ่งขึ้น มะลิโทรศัพท์คุยกับแสงระวีจากตู้โทรศัพท์ สาธารณะในวิทยาลัยที่เธอเรียน แสงระวีวานมะลิช่วยบอกเสือทีว่าเธอกำลังพยายามเดินหน้าช่วยเขาอยู่ แต่ติดปัญหาเรื่องหลักฐานที่ได้มาเลยทำให้ชักช้า มะลิรับปากจะพูดให้ พลันสายตาเธอเหลือบไปเห็นเห่าดงกับสมุนแอบซุ่มมองเธออยู่

"คุณแสงระวีคะ มะลิต้องวางสายแล้ว แค่นี้นะคะ"

มะลิวางสาย เดินออกจากตู้โทรศัพท์ เห่าดงกับสมุนรีบตาม มะลิเร่งฝีเท้าเพื่อหนีให้พ้น เห็นทางเลี้ยวข้างหน้า เธอวิ่งหลบ มีมือใครบางคนจับไหล่เธอไว้ มะลิตกใจร้องเสียงหลง พอเห็นว่าเป็นเสือดีใจโผเข้ากอดฟ้องว่าสมุนกำนันฉ่ำไล่ตามเธอมา เสือโผล่หน้าออกไปดู แต่ไม่เจอใคร

"แต่มะลิเห็นจริงๆนะพี่เสือ มันตามมะลิมาตลอดเลย" มะลิกลัวตัวสั่น

"ไม่เป็นอะไรนะมะลิ พี่คอยตามปกป้องมะลิอยู่ใครก็ทำอะไรน้องไม่ได้" เสือดึงน้องมากอดปลอบใจ...

ด้านเห่าดงรีบกลับไปรายงานกำนันฉ่ำว่าเล่นงานมะลิไม่ได้ เพราะเสือคอยตามประกบน้องสาวแจ ศรเชื่อว่าเสือคนเดียวไม่สามารถช่วยพ่อแม่กับน้องสาวพร้อมกันได้

ดังนั้น พวกเราควรจะเล่นงานพวกมันให้ตายยกครัวทีเดียวเลย ลิงลมเห็นด้วย กำนันฉ่ำสั่งให้จัดการตามนั้นทันที...

ขณะเดียวกัน ทันทีที่ธงไทมาถึงสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ แสงระวีปรี่เข้าไปทวงถามเรื่องหลักฐานที่ธงไทส่งไปให้ทางการตรวจสอบว่าไปถึง ไหนแล้ว ธงไทดึงแสงระวีไปคุยที่มุมปลอดคน บอกว่าข้อมูลที่ส่งไปทางนั้นแจ้งกลับมาว่าเป็นหลักฐานปลอม แสงระวีว่าเป็นไปไม่ได้ หลักฐานนั้นเธอได้มาจากบ้านกำนันฉ่ำจริงๆ

"พ่อรู้ แต่ตอนนี้เราพึ่งหลักฐานพวกนั้นไม่ได้แล้ว พ่อว่าต้องมีคนพยายามที่จะปิดเรื่องนี้ไม่ให้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา คนที่มีอำนาจและมีเงินมากพอที่จะทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปิดปากเงียบได้"

แสงระวียอมไม่ได้ พรุ่งนี้เธอจะเปิดโปงพวกกำนันฉ่ำให้หมด คนชั่วจะต้องได้รับการลงโทษ แสงระวีหุนหันออกไป ธงไทมองตามด้วยความเป็นห่วง ไม่ทันสังเกตเห็นสมุนของอำนาจคนหนึ่งซึ่งปลอมตัวเป็นพนักงานสำนักพิมพ์แอบ ซุ่มดูสองพ่อลูกคุยกัน รีบโทร.รายงานเรื่องนี้กับอำนาจ

"ตกลงมันยังไม่ยอมเลิกจุ้นจ้านกับเรื่องนี้อีกงั้นเหรอ...

นังเด็กเมื่อวานซืน ถ้าปากมันสว่างมากนัก ก็จัดการให้พูดอะไรไม่ได้อีก" อำนาจสั่งเสียงเฉียบ ก่อนวางสาย...

ดึกแล้ว แสงระวียังขะมักเขม้นเขียนบทความอยู่ที่โต๊ะทำงานเพียงลำพัง เธออยากทำงานให้เสร็จคืนนี้ จะได้ทันตีพิมพ์ ธงไทเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก โทร.ตามสิงห์ให้มาอยู่เป็นเพื่อน สมุนของอำนาจที่ปลอมตัวเป็นพนักงานสำนักพิมพ์รอจนธงไทขึ้นรถขับออกไป ใช้ปืนเก็บเสียงสังหาร รปภ.เฝ้าตึกลากไปแอบไว้หลังเคาน์เตอร์หน้าลิฟต์ หยิบพวงกุญแจจากเอว รปภ.จัดการล็อกประตูทางเข้าตึกหยิบหมวกไอ้โม่งมาสวม กดเรียกลิฟต์ขึ้นไปหาแสงระวี บังเอิญเธอเข้าห้องน้ำ ไอ้โม่งก๊อบปี้ข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งบทความเปิดโปงกำนันฉ่ำในคอมพิวเตอร์ของ แสงระวีลงธัมบ์ไดรฟ์ แล้วปล่อยไวรัสใส่คอมพิวเตอร์ของทั้งสำนักพิมพ์

ข้อมูลทุกอย่างถูกลบเกลี้ยง พอแสงระวีออกจากห้องน้ำโดนเขาฟาดต้นคอสลบเหมือด...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เสือกำลังนั่งบรรเลงพิณอยู่บนแคร่หน้าบ้าน  มะลิยื่นผ้าขาวม้าผืนหนึ่งให้เขา ถามว่าจำผ้าผืนนี้ได้ไหม เสือจำได้ดีว่าเขาใช้ผ้าขาวม้าผืนนี้ทำเปลให้เธอนอนตั้งแต่เธอยังแบเบาะ พอเธอเริ่มหัดเดินเขาก็ใช้ผ้าผืนเดียวกัน ทำเป็นชิงช้าให้เธอนั่ง จนเธอติดผ้าผืนนี้ ขาดเมื่อไหร่นอนไม่หลับ

"ตอนนี้มะลิโตแล้ว มะลิก็เลยเอาผ้าของพี่มาเย็บใหม่ ซักสะอาดเรี่ยมเหมือนของใหม่เลย...ตอนที่พี่เสือไปเป็นทหาร เวลาที่มะลิคิดถึงพี่ มะลิจะเอาผ้าผืนนี้มากอดจะได้หายคิดถึง แต่ตอนนี้พี่เสืออยู่กับมะลิแล้ว มะลิก็ไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าผืนนี้อีก พี่เสือเอาคืนไปเถอะ"

"ถ้ามะลิชอบก็เก็บเอาไว้เถอะ"

"ไม่เอาหรอก...มีพี่เสืออยู่ใกล้ๆแบบนี้ มะลิชื่นใจกว่าเยอะ" มะลิว่าแล้วโผกอดแขนพี่ชายออดอ้อนราวกับเป็นเด็กๆ เสือมองน้องสาวอย่างเอ็นดู รับผ้าขาวม้ามาพาดคอไว้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:17 น.