ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แสงระวีแอบมาหามะลิที่บ้านแต่เช้า เห็นเสือเดินลงมาจากบันไดบ้าน เธอถอยกรูด อารามรีบร้อนหัวโขกกับขื่อบ้านถึงกับร้องลั่น เสือได้ยินเสียงร้องหันไปมองเห็นหลังแสงระวีไวๆรีบเดินตาม แสงระวีเดินกุมหัว ร้องโอดโอยมาหน้าคอกควาย เสือตามมาจับแขนเธอไว้ ขู่ว่าเอาตัวไปส่งตำรวจฐานบุกรุกบ้านของเขา

"ปล่อยฉันนะ นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้"

"ไปนอนเล่นในตะรางสักคืน จะได้เข็ดเลิกจุ้นจ้านกับชีวิตคนอื่น"

แสงระวีโกรธจัด คว้ามือเสือมากัดจมเขี้ยว แต่เขายืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สม แสงระวีกัดแรงขึ้นอีก เสือยังเฉย หญิงสาวเป็นฝ่ายเจ็บปากเสียเอง เห็นไม่เข้าทีเริ่มถอยหนี เสือเดินเข้าหาหน้าตาเอาเรื่อง แสงระวีจวนตัวคว้าไม้แถวนั้น หลับหูหลับตาฟาดใส่ แต่ต้องอึ้งเพราะไม้หักสะบั้นโดยไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อย

หญิงสาวโยนไม้ทิ้ง วิ่งไปซ่อนตัวในกองฟาง เสือรู้ทันลากตัวเธอออกมา แล้วกอดรัดจากด้านหลังพร้อมกับยกเธอจนตัวลอย แสงระวีดิ้นรนสั่งให้ปล่อย เมือกอดแน่นไม่ยอมปล่อย หญิงสาวต้องขอยอมแพ้สัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่สนใจเรื่องของเขาอีก

"จำไว้นะว่าคุณพูดอะไรไว้ ปกติผมไม่ชอบเป็นเสือดุถ้าไม่ถูกยั่วโมโหก่อน"

เสือปล่อยมือ แสงระวีหล่นก้นกระแทกพื้นร้องเสียงหลง พยักหน้าอย่างว่าง่าย เสือมองเธออีกครั้งก่อนจากไป แสงระวีมองตามเจ็บใจ ด่าไล่หลังว่าไอ้บ้า คนอย่างเธอไม่เคยกลัวอะไรอย่ามาขู่ให้ยาก...

สายวันเดียวกันเสือกับเคนพากันไปถวายเพลที่วัดดอนควาย ระหว่างฟังพระให้ศีลให้พร ดอกสร้อยซึ่งนั่งอยู่กับมะลิส่ง ตาหวานไปทางเสือตลอดเวลา เคนซึ่งนั่งข้างเสือเข้าใจผิดคิดว่าดอกสร้อยปิ๊งตนเองสะกิดเสือให้ดู เสือหันไปมอง ดอกสร้อยคิดว่าเขามองเธอ ดีใจส่งยิ้มหวานให้

"เห็นไหมๆๆ นั่นไง ยิ้มหวานให้ข้าจนจะนั่งไม่ติดแล้ว" เคนมั่วนิ่ม หน้าไม่อาย

เสือปรามเพื่อนให้สำรวม เกรงใจพระเจ้าบ้าง หลังจากพระสวดจบ เสือเข้าไปคุยกับหลวงพ่อเข้ม ส่วนเคนปรี่เข้ามาแนะนำตัวเองกับดอกสร้อย แถมทำท่าหล่อสุดฤทธิ์ ดอกสร้อย เบ้ปากเดินหนีเคนตามติดคอยพูดมุกตลกฝืดๆให้ฟัง ดอกสร้อยทนไม่ไหวด่ากราดไม่ไว้หน้า เคนสะดุ้งเฮือก

"อุ้ย...ทำไมน้องดอกสร้อยใจร้ายกับพี่จัง เมื่อกี้บนศาลา น้องดอกสร้อยยังส่งสายตาปิ๊งๆให้พี่"

"บ้า...ฉันไม่ได้ส่งตาหวานให้แก ฉันส่งให้พี่เสือต่างหาก" ดอกสร้อยเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

เคนเซ็งจัด หันไปเตะก้อนหินระบายอารมณ์ ก้อนหินเจ้ากรรมกระเด็นไปทางศรกับเห่าดง และหมีควายที่เดินสวนมา หมีควายคว้าก้อนหินไว้ได้ทัน ก่อนจะโดนหน้าศร ศรมองหน้าเคนอย่างเอาเรื่อง...

ด้านเสือ ลุงมั่นกับหลวงพ่อเข้มเดินมาหยุดคุยกันบริเวณที่รกครึ้มหลังวัด หลวงพ่อบอกเสือว่าที่ตรงนี้ท่านตั้งใจจะสร้างโรงเรียนให้พวกเด็กๆในหมู่บ้าน เสืออาสาจะช่วยอย่างสุดความสามารถ ระหว่างนั้นกำนันฉ่ำเดินวางก้ามมาขอร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างโรงเรียนด้วย อวดว่าจะสร้างให้ใหญ่โตกว่าในตัวอำเภอ

"อาตมาขอบใจกำนันมาก แต่อาตมาอยากสร้างโรงเรียน เล็กๆ เริ่มจากสอนเด็กๆในหมู่บ้านให้มีความรู้ไว้ใช้พัฒนาที่ดินทำกินของตัวเอง จะได้อยู่อย่างยั่งยืน"

"ไม่เสียรู้พวกนายทุน" เสือพูดเสริม ก่อนจะพากันเดินออกไป กำนันมองตามเสือสีหน้าเกลียดชัง...

ทางฝ่ายเคนโดนเห่าดงกับหมีควายรุมอัดจนล้มลุก คลุกคลาน อยู่ๆเคนตะโกนเสียงดังว่าช้างกูอยู่ไหน พวกศรชะงัก มองหน้ากันงงๆ เคนอาศัยจังหวะนั้นโกยแน่บ เห่าดงกับหมีควายไล่ตาม ส่วนศรแยกไปหากำนันฉ่ำ เคนหนีไม่พ้นโดนเห่าดงจับตัวไว้ได้ ก่อนที่เคนจะโดนสหบาทาอีกครั้ง จ่าผาดเข้ามาขวาง

หมีควายกับเห่าดงไม่พอใจ หันไปเล่นงานจ่าผาดแทน จ่าผาดมีฝีมือดีกว่า อัดคนชั่วทั้งสองจนล้มกลิ้งล้มหงาย แต่แล้วจ่าผาดกลับทรุดฮวบเพราะอาการป่วย ไอออกมาเป็นเลือด เห่าดงกับหมีควายได้ทีย่างสามขุมเข้าหาทั้งคู่ จังหวะนั้น เสือตามเข้ามาช่วยพอดี ข่มขู่จนเห่าดงกับหมีความยอมล่าถอย แล้วรีบเข้ามาประคองจ่าผาดซึ่งท่าทางอ่อนเพลีย พาไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ในเวลาต่อมา  เสือกับเคนพาจ่าผาดมาถึงโรงพยาบาล  จ่าผาดค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น  เสือกับเคนถอนใจโล่งอก เคนเป็นห่วงจ่าผาดมากคิดว่าจะไม่รอดเสียอีก

"ข้ายังตายไม่ได้ เพราะข้ายังมีธุระกับบักเสือ"

เสือติงว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ให้หมอรักษามะเร็งของจ่าผาดก่อนดีกว่า  จ่าผาดไม่ยอม  อ้างว่าเวลาแกเหลือแค่ สามเดือนเท่านั้น    ขอร้องเสือให้รับปากว่าจะช่วยสืบทอดเชิงมวยโคราชจากแก   อย่าให้ต้องสาบสูญไปพร้อมกับชีวิตของแก เสือนิ่งคิดมองจ่าผาดอยู่อึดใจก่อนตัดสินใจรับปากจะช่วย

"ขอบใจเอ็งมากบักเสือ...ขอบใจเอ็งมาก งั้นเอ็งก็รีบพาข้าออกจากโรงพยาบาล ข้าต้องสอนเชิงมวยให้เอ็งสำเร็จ ก่อนที่มันจะหาข้าเจอ" จ่าผาดสีหน้ามุ่งมั่น ส่วนเสือกับเคนมองหน้ากันงงๆ...

ศรโกรธจัดเมื่อรู้เรื่องเสือจากหมีควายกับเห่าดง บ่นกับกำนันฉ่ำผู้เป็นพ่อว่า เสือชักจะเกะกะขวางทางพวกเรามากขึ้นทุกวัน แนะให้ยิงทิ้ง เพราะถ้าเสือตาย พ่อแม่ของเสือจะได้ขายที่นาให้พวกเรา  กำนันฉ่ำไม่เห็นด้วย  ถ้าเสือเป็นอะไรไปตอนนี้ เกรงตำรวจจะเข้ามายุ่ง กลับจะเพิ่มปัญหาให้พวกเรา

"แต่เก็บมันไว้ยิ่งเกะกะลูกตาฉันนะพ่อ"

"ใจเย็นๆ อะไรที่มันเป็นอุปสรรคของเรา ก็เท่ากับเป็นอุปสรรคของเขาด้วย"

ศรสงสัยว่าพ่อพูดถึงใคร กำนันฉ่ำไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์...บ่ายวันเดียวกัน กำนันฉ่ำมีนัดกับอำนาจและฮัสซันชาวต่างชาติผู้หลงใหลในรสชาติของข้าวไทย และเป็นผู้มีอิทธิพล ระดับโลก อีกทั้งยังเป็นคนอยู่เบื้องหลังการกว้านซื้อที่นาของชาวนาในประเทศไทย...

ภายในห้องอาหารของโรงแรมหรู อำนาจเอาข้าวเหนียวหุงร้อนๆมาให้ฮัสซันชิม ฮัสซันกินแล้วถึงกับหัวเราะอย่างมีความสุข ชมไม่หยุดว่าข้าวพันธุ์อะไร ทำไมถึงได้อร่อยราวกับเป็นข้าวของพระเจ้า

"ข้าวเหนียวพันธุ์ดอนควายครับท่าน" กำนันฉ่ำที่เพิ่งมาถึงพร้อมกับลูกชายตอบคำถามแทนอำนาจ

ฮัสซันหันไปถามอำนาจว่านี่ใคร อำนาจแนะนำว่ากำนันฉ่ำกับศร เป็นคนของพวกเราที่ใช้ออกหน้ากว้านซื้อที่นาให้ กำนันฉ่ำค่อมหัวทำความเคารพฮัสซัน ศรรีบทำตาม

"ผู้พันอำนาจบอกผมว่าผลงานของคุณเป็นที่น่าพอใจ ผมหวังว่าอีกไม่นานที่นาปลูกข้าวในเมืองไทยจะเป็นของผมทั้งหมด"

"แน่นอนครับท่าน    ถ้าข้อตกลงของท่านกับผมยังเหมือนเดิม"

"ฮึๆๆ...โลกกำลังร้อนขึ้นทุกวัน ทุกประเทศต่างมีปัญหาเรื่องผลผลิต แต่ประเทศไทยกลับยังอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารของโลกได้ในอนาคต ผมจะผลักดันให้ผู้พันอำนาจเป็นผู้นำของประเทศนี้ และข้าวเหนียวดอนควายก็จะเป็นแหล่งอาหารของประชากรโลก"

อำนาจกับกำนันฉ่ำพากันกระหยิ่มยิ้มย่อง ขณะฮัสซันปั้นข้าวเหนียวใส่ปากเคี้ยวอย่างมีความสุข...

สักพัก กำนันฉ่ำกับศรขอตัวกลับ ศรตัดพ้อพ่อที่ไม่เคยบอกเรื่องฮัสซัน กำนันฉ่ำอ้างว่าถ้ามีคนรู้เยอะเกิดใครหลุดปากอาจจะเสียแผนได้ ศรยังตื่นเต้นไม่หายที่ฮัสซันจะให้พวกเราคุมถิ่นอีสานทั้งหมดถ้าแผนสำเร็จ อำนาจตามออกมาสมทบกับสองพ่อลูกโดยมีลิงลมตามติด ต่อว่าว่าเมื่อไหร่จะจัดการกว้านซื้อที่ดินได้หมด กำนันฉ่ำกำลังพยายามจะจัดการพวกที่ขวางทางเราอยู่
แต่มันเป็นคนมีฝีมือ เลยจัดการลำบาก

"ฉันไม่สนว่าจะง่ายหรือยาก ถ้าคนของแกทำไม่ได้ ฉันจะให้คนของฉันไปจัดการ" อำนาจหันไปทางลิงลม "...ฉันไว้ใจแกจัดการให้เรียบร้อยด้วย" อำนาจมองลิงลมที่พยักหน้ารับคำด้วยความพอใจ

ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล เสือกับเคนพาจ่าผาดมาให้หลวงพ่อเข้มช่วยตรวจดูอาการป่วย  หลวงพ่อเข้มจับตามเนื้อตัวจ่าผาด แล้วลุกไปต้มยาสมุนไพรมาให้กิน  เคนเข้าใจว่าท่านต้มยารักษามะเร็งให้หลวงพ่อปฏิเสธว่าไม่ใช่ ยานี้แค่ช่วยให้ร่างกายของจ่าผาดมีเรี่ยวแรงพอจะฝึกเสือให้เรียนมวยโคราช สำเร็จ

"ผมขอบคุณหลวงพ่อมากครับ บักเสือเป็นความหวังเดียวของผม ผมต้องทำให้สำเร็จ"

"บักเสือไม่ได้เป็นความหวังเดียวของโยมจ่าหรอก ในเวลาข้างหน้าบักเสือจะเป็นความหวังเดียวของทุกคนบนผืนดินนี้" หลวงพ่อเข้มมองสบตาจ่าผาดราวกับรู้ว่าในอนาคต เสือจะช่วยเหลือโลกได้อย่างไร...

หลังจากกินยาของหลวงพ่อเข้มแล้ว จ่าผาดฝึกวิชาให้เสือทันที แกสอนหมัดเขวี้ยงควายให้เสือเป็นบทเรียนแรก มีข้อแม้ว่าอาจารย์กับลูกศิษย์จะต้องต่อสู้กันจริงๆถึงจะฝึกได้ เสือเกรงจะพลั้งมือทำร้ายจ่าผาด แต่จ่าผาดยืนยันคำเดิม เสือประมาทเกินไปวิ่งเข้าใส่จ่าผาดโดยไม่ระวัง

จ่าผาดเหวี่ยงหมัดเขวี้ยงควายเข้ากลางอกเสือเต็มๆ ถึงกับกระเด็นไปตกท้องนา แถมกระอักเลือดเพราะช้ำใน เคนรีบเข้าไปพยุงเสือมาส่งบ้านแล้วรีบกลับไปหาจ่าผาด หลวงพ่อเข้มเหมือนจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เตรียมยาหม้อให้มะลิต้มรอ จังหวะที่มะลิกำลังตักยาหม้อจะเอาไปให้เสือซึ่งนอนรออยู่หน้าบ้าน
แสงระวีลอบเข้ามาหามะลิในครัวเพื่อทวงถามเรื่องที่เคยขอร้องมะลิเมื่อวัน ก่อน มะลิยังไม่ทันตอบอะไร เสือตะโกนทวงยาหม้อดังมาจากหน้าบ้าน มะลิเกรงพี่ชายจะจับได้ว่าแสงระวีมาหา

"เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะ คืนนี้มะลิจะไปหาคุณ...จะช่วยคุณเอง"

ooooooo

ภายในห้องทำงานของสิงห์ สิงห์กำลังนั่งเหม่อมองกล่องสร้อยคอจี้รูปนกพิราบที่เขาซื้อมาฝากแสงระวี ตอนที่จ่าเพิ่งเข้ามารายงานว่า  สายของเราแจ้งมาว่าพบตัวผู้ต้องหาที่เรากำลังตามตัวเจอแล้ว  สิงห์สั่งจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเตรียมตัวไปยังสถานอาบอบนวดที่สายแจ้งมา

จากนั้นไม่นาน สิงห์ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มในชุดพลเรือนปะปนเข้ามากับพวกนักท่องราตรีในสถานอาบอบ นวด สิงห์มองไปยังทางเข้าพบเป้าหมายเป็นผู้ต้องหาชายวัยประมาณ 30 ปลายๆ กำลังเดินเข้ามา สิงห์สั่งลูกน้องทั้งสองคนตามประกบอย่าให้คลาดสายตา

ผู้ต้องหาเลือกสาวสวยที่อยู่ในตู้ แล้วพากันหายเข้าไปด้านหลังซึ่งจัดเป็นห้องนวดส่วนตัว จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีบสะกดรอยตาม สิงห์เดินสำรวจไปรอบๆสถานที่ เพื่อดูทางหนีทีไล่เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พลันสายตาเขาเหลือบเห็นสาวสวยในชุดเซ็กซี่คนหนึ่งนั่งคลอเคลียอยู่กับเสี่ย อ้วนฉุแถวโซนที่นั่งวีไอพี เธอช่างคุ้นตามาก เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆ จำได้ว่าเป็นหมวดรสรินหรือโรสนั่นเอง...

ด้านโรสโปรยเสน่ห์ใส่เสี่ย จนเขาตกหลุมพรางยอมให้เธอเปิดห้องนวดรอ โรสส่งตาหวานก่อนลุกเดินไปด้านหลัง เสี่ยยิ้มมองตามชอบใจ แต่ลูกน้องของเขาที่มาด้วยกลับเข้ามาเตือนให้ระวังผู้หญิงคนนี้

"คิดมากน่า สวยอึ๋มขนาดนั้น"

"ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะครับเสี่ย ตอนนี้ตำรวจมันยิ่งจ้องเล่นงานเสี่ยอยู่" ลูกน้องว่าแล้วเอาปืนยื่นให้เสี่ยรับปืน มาเหน็บไว้หลังเอว ก่อนเดินออกไป สิงห์ซุ่มดูอยู่เห็นท่าไม่ดี นึกเป็นห่วงหมวดสาวขึ้นมาทันที...

โรสเปลี่ยนใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ แต่ข้างในนุ่งกางเกงขาสั้นกับเสื้อสายเดี่ยว และเพื่อความปลอดภัยเธอซ่อนปืนพกไว้ใต้หมอนบนเตียงนอน จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น โรสคิดว่าเป็นเสี่ย ตะโกนบอกให้เข้ามาได้ แต่พอเธอหันไปมอง คนที่เข้ามาในห้องไม่ใช่เสี่ยแต่เป็นสิงห์ เธอสงสัยว่าเขามาทำอะไรที่นี่ สิงห์มาตามจับผู้ต้องหา แล้วย้อนถามโรสว่ามาทำอะไร

พอสิงห์รู้ว่าเสี่ยอ้วนฉุเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่โรสจะต้องพาตัวกลับไป สอบสวน เขาถามหาทีมสนับสนุนของเธอ ปรากฏว่าไม่มี เธอทำงานคนเดียว อ้างว่าถ้ามากันมากพวกนั้นจะจับพิรุธได้

"คุณจะบ้าเหรอหมวด  ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างคุณเนี่ยนะ...คุณไม่มีทางลากตัวเสี่ยนั่นฝ่าลูกน้องมันออกไปได้ หรอก" สิงห์ร้องเอะอะ

"อย่าดูถูกฉันนะผู้กอง แล้วก็อย่าเห็นว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆด้วย"

โรสโกรธเดินเข้ามาประจันหน้ากับสิงห์ ทำให้เขาต้องจ้องมองเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โรสเขินจัด รีบดึงเสื้อมาคลุมตัว ระหว่างนั้น เสียงเสี่ยเรียกโรสดังมาจากหน้าห้อง ทั้งคู่ชะงัก โรสตั้งสติได้บอกสิงห์รีบออกไปก่อน สิงห์หันรีหันขวางไม่รู้ไปทางไหน โรสเดินไปที่ประตูห้องเพื่อประวิงเวลาให้สิงห์หาที่ซ่อน

"เดี๋ยวนะคะเสี่ย น้ำยังไม่เต็มอ่างเลย"

"ไม่เป็นไรจ้ะ...เสี่ยอาบน้ำมาแล้ว เสี่ยเข้าไปเลยนะ"

สิงห์พุ่งลงอ่างอาบน้ำ ใช้ฟองสบู่บังตัวเองจนมิด เป็นจังหวะเดียวกับเสี่ยเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นโรสนั่งอยู่บนเตียงส่งยิ้ม หวานเย้ายวนมาให้ เสี่ยมองไปรอบๆห้องอย่างจับผิด ถามว่าเมื่อกี้เหมือนได้ยินโรสกำลังคุยกับใครอยู่ โรสแก้ตัวว่าคุยโทรศัพท์กับเพื่อน เสี่ยไม่ซักอะไรอีก หันไปเห็นฟองสบู่ฟูฟ่องเต็มอ่าง เกิดเปลี่ยนใจชักชวนโรสอาบน้ำด้วยกัน โรสหน้าตื่นร้องห้ามเสียงหลงตามไปดึงเสี่ยมาที่เตียง

"โรสว่าเสียเวลาค่ะ ให้โรสนวดเสี่ยดีกว่าค่ะ มานะคะ... นะคะ"

สิงห์ค่อยๆแหวกฟองสบู่ในอ่างน้ำแอบมอง เห็นโรสใช้มารยาหญิงยั่วยวนดึงความสนใจเสี่ย ถ่วงเวลาให้สิงห์หลบออกไป สิงห์ยังไม่ทันจะหนี เสี่ยเกิดอารมณ์เสียก่อนดึงตัวโรสมากอด จับกดลงกับเตียงหมายจะปล้ำ โรสขัดขืนดิ้นหนี พยายามจะคว้าปืนใต้หมอน เสี่ยรู้ทันปัดปืนทิ้งแล้วชักปืนจากเอวจ่อโรส

"นึกแล้วเชียวว่าแกต้องเป็นตำรวจปลอมตัวมา"

จังหวะที่เสี่ยจะเหนี่ยวไกปืน สิงห์ปราดเข้ามาทุบต้นคอเขาอย่างแรงจนสลบเหมือด โรสถึงกับเป่าปากโล่งอกแทนที่จะขอบคุณสิงห์ที่ช่วยชีวิตเธอไว้ กลับต่อว่าต่อขานว่าเขาเข้ามาขัดขวางการทำงานของเธอ และคุยโม้ว่าตัวเองกำลังจะจัดการเสี่ยได้อยู่แล้ว สิงห์ส่ายหน้าไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย

"แล้วคุณจะเอายังไง คุณจะแบกไอ้อ้วนเนี่ยออกไปโดยไม่ให้ลูกน้องมันรู้ได้ยังไง" สิงห์เห็นโรสนิ่งไป "ให้ผมช่วยแล้วกัน ลูกน้องผมอยู่ที่นี่จะให้มาช่วยพาออกไป ส่วนคุณก็ล่อลูกน้องมันไปทางอื่น"

โรสอิดออด แต่ในที่สุดยอมทำตามแผนของสิงห์ เธอเปลี่ยนเป็นชุดทะมัดทะแมง หลอกล่อลูกน้องเสี่ยให้วิ่งตามออกไปทางประตูหน้า เปิดทางให้สิงห์พาเสี่ยซึ่งหมดสติออกประตูด้านหลัง จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรออยู่ที่รถพร้อมกับผู้ต้องหาตามหมายจับ เห็นสิงห์พยุงใครบางคนเข้ามา จ่าเพิ่มอ้าปากจะถามแต่ไม่ทัน

"อย่าเพิ่งถามอะไร...จ่าเอาตัวผู้ต้องหาไปไว้ที่กองบัญชาการฯก่อน ผมต้องตามไปช่วยหมวดโรส" สิงห์ผลุนผลันออกไปทันที จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรับตัวเสี่ยไว้ มองตามผู้กองหนุ่มอย่างงงๆ...

ด้านโรสวิ่งหนีลูกน้องเสี่ยเข้ามาในตรอกเปลี่ยว ลูกน้องเสี่ยคนหนึ่งยิงปืนใส่ กระสุนเฉี่ยวแขนโรสจนเสียหลักล้มลงลูกน้องอีกคนปรี่เข้ามาล็อกตัวเธอไว้ ตะคอกถามว่าเสี่ยอยู่ไหน โรสไม่ตอบ ลูกน้องเสี่ยบีบแผลที่แขนจนเลือดไหลโชก โรสร้องลั่น กัดฟันดิ้นหนีจากถูกล็อกตัว อัดลูกน้องเสี่ยฟุบไปคนหนึ่ง

ขณะที่โรสกำลังโดนลูกน้องเสี่ยอีกคนเล่นใกล้หมดสติ สิงห์ตามมาช่วยเธอไว้ได้ จัดการใส่กุญแจมือสองคนร้าย แล้วอุ้มร่างที่หมดสภาพของโรสรีบไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ในเวลาเดียวกันที่หมู่บ้านดอนควาย มะลิกำลังจะออกไปพบแสงระวีตามนัด เสือร้องทักว่าจะไปไหน มะลิโกหกว่าไปหาดอกสร้อย เสือเห็นว่ามืดค่ำอาสาจะไปส่ง เธอปฏิเสธว่าไม่ต้อง คว้าจักรยานถีบออกไปอย่างรวดเร็ว เสือมองตาม สงสัยกับท่าทีลุกลี้ลุกลนของน้องสาว

ครู่ต่อมา มะลิมาถึงบังกะโลที่พักของแสงระวี นักข่าวสาว ขอร้องมะลิช่วยพาไปที่ไร่ของกำนันฉ่ำ เธอจะเข้าไปสืบหาข้อมูล มะลิไม่เห็นด้วยเพราะเสี่ยงเกินไป แสงระวีเกลี้ยกล่อมจนมะลิยอมพาเธอซ้อนท้ายจักรยานมาส่งริมรั้วไร่กำนันฉ่ำ แล้วบอกมะลิกลับไปเสียก่อนเดี๋ยวเสือจะเป็นห่วง  มะลิไม่สบายใจ ที่แสงระวีจะลอบเข้าไปที่นั่นเพียงลำพัง อาสาจะไปเป็นเพื่อน แสงระวีร้องห้าม

"งั้น...มะลิรออยู่แถวนี้ ให้แน่ใจว่าคุณแสงระวีจะไม่เป็นอันตราย"

แสงระวียิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะปีนรั้วเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว มะลิอดเป็นห่วงไม่ได้...

ใต้ถุนบ้านกำนันฉ่ำ บนเวทีมวยซึ่งใช้เป็นสถานที่ประลองกำลัง  เห่าดงทนฟังลิงลมคุยโม้โอ้อวดต่อไปไม่ไหว  ขอกำนันฉ่ำประลองฝีมือกับลิงลมให้รู้กันไปเลยว่าใครแน่กว่ากัน โดยมีเดิมพันว่าฝ่ายไหนแพ้จะต้องยอมเป็นลูกน้องของอีกฝ่ายหนึ่ง ทันทีที่กำนันฉ่ำอนุญาต เห่าดงกับลิงลมปราดเข้าหากัน

นกกระจอกยังไม่ทันจะกินน้ำ เห่าดงโดนศอกกลับของลิงลมถึงกับล้มทั้งยืน ลิงลมหันไปมองหมีควายอย่างท้าทาย หมีควายเคืองจัด ขยับจะขึ้นเวที ศรเข้าไปจับบ่ารั้งไว้

"เดี๋ยว...ของแบบนี้มันต้องทดสอบว่าเจ๋งจริงหรือว่าฟลุก"

ศรพนมมือท่องคาถา ตบไปที่รอยสักบนอกของหมีควาย ถึงศรจะร่ายมนตร์เพิ่มพละกำลังให้หมีควายแต่ก็สู้ลิงลมไม่ได้ ถูกลิงลมปราบด้วยเชิงมวยหนุมานถวายแหวนน็อกคาเวที กำนันฉ่ำยิ้มพอใจ ลิงลมชนะพนันจึงขอหมีควายกับเห่าดงให้เป็นลูกน้องของตน กำนันฉ่ำพยักหน้า

"อยากได้อะไรก็บอกพวกมัน แต่ส่วนลูกชายข้าจะเป็นคนสั่งงาน เอ็งต้องทำงานให้เขา"

ลิงลมมองศรอย่างปรามาส เห็นท่าทางไม่มีอะไร ศรไม่พอใจเดินมาจ้องหน้าลิงลม อยู่ๆลิงลมรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตรึงไว้กับที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ ศรร่ายมนตร์ใส่ลิงลมซ้ำ คราวนี้ลิงลมปวดแสบปวดร้อนกลางอกเหมือนโดนไฟเผา ดิ้นพราดๆกับพื้น กำนันฉ่ำรีบเข้าไปปรามลูกชายว่าพอได้แล้ว ทันทีที่ศรหยุดท่องคาถาอาการเจ็บปวดของลิงลมก็หายเป็นปลิดทิ้ง ศรยิ้มหยันมองลิงลมก่อนเดินออกไปพร้อมพ่อ...

ฝ่ายแสงระวีเดินลัดเลาะเข้ามาใกล้ตัวบ้าน เห็นกำนันฉ่ำกับศรเดินคุยกันอยู่ รีบตามไปแอบฟัง กำนันฉ่ำบ่นกับลูกชายอย่างไม่สบายใจว่ามีนักข่าวมาป้วนเปี้ยนในหมู่บ้านสืบหาข้อมูลเพื่อเปิดโปงแผนการของพวกเรา พยายามเกลี้ยกล่อมเสือให้ช่วย ศรจะสั่งลิงลมไปจัดการฆ่าเสือยกครัวจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว

"เฮ้ย...อย่าให้มันกระโตกกระตากไป มีนักข่าวอยู่ด้วยแบบนี้ เดือดร้อนขึ้นมาข้าไม่ไหวจะเคลียร์...เอาอย่างนี้ ถ้าจะจัดการกับคนอย่างไอ้เสือให้มันยอม ต้องลากให้มันมาเล่นกันซึ่งๆหน้า"

แสงระวีขยับเข้าไปใกล้อีกนิด หวังจะได้ยินกำนันฉ่ำพูดชัดๆ แต่ดันไปเหยียบกิ่งไม้เสียงดัง ศรรีบเดินไปดู แต่ไม่เจออะไร หญิงสาวหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด รีบบ่ายหน้ากลับไปยังที่ที่มะลิรออยู่ ศรเข้าขวางหน้า ถามเธอว่าเป็นใครและเข้ามาทำอะไรในไร่ของเขา

แสงระวีตกใจกลัว อึกๆอักๆพูดไม่ออก ศรเห็นกล้องถ่ายรูปที่คล้องคอหญิงสาวพอจะเดาออกว่าเธอต้องเป็นนักข่าวที่พ่อพูดถึง เดินเข้าหาอย่างมุ่งร้าย แสงระวีตื่นตระหนก ถอยกรูดจนไปติดพุ่มไม้

"ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ คุณนักข่าวคนสวย แต่การที่คุณแอบเข้ามาในที่ของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ผมจำเป็นต้องคุมตัวคุณเอาไว้สอบสวนเป็นการส่วนตัว"

แสงระวีจวนตัว หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมากดแฟลชใส่หน้าศรถึงกับตาพร่าไปชั่วครู่ หญิงสาวได้โอกาสวิ่งหายไปในความมืด ไม่นานนัก เธอปีนกำแพงรั้วไร่กำนันฉ่ำออกมา ละล่ำ

ละลักบอกมะลิให้รีบหนี พวกกำนันฉ่ำรู้ตัวแล้ว ส่วนเธอจะล่อพวกมันไปทางอื่น

มะลิรีๆรอๆไม่ยอมหนีคนเดียว แสงระวีต้องไล่ซ้ำ

มะลิถึงรีบถีบจักรยานหนี แสงระวีหันไปเห็นศรขับรถกระบะออกมาจากบ้านตรงเข้าหา แสงระวีรีบวิ่งหนีไปอีกทาง...

เสือจับได้ว่ามะลิไม่ได้ไปหาดอกสร้อย เพราะเคนเพิ่งกลับจากกินข้าวเย็นกับลุงมั่นและจ่าผาด บอกว่าไม่เจอมะลิที่นั่น ขณะเสือกำลังสงสัยว่าน้องสาวหายไปไหน มะลิวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเรื่องแสงระวี...

แสงระวีวิ่งหนีมาตามทางในไร่อ้อยของชาวบ้าน แสงไฟจากไฟฉายของศรไล่ตามใกล้เข้ามาทุกที หญิงสาวหันรีหันขวางไม่รู้จะหนีไปทางไหน ทันใดนั้น เสือเข้ามารวบเธอจากด้านหลัง พร้อมกับปิดปากเธอไว้สั่งไม่ให้ส่งเสียง แล้วพากันหลบเข้าไปในดงอ้อย พ้นสายตาของศร

"หาเรื่องอีกแล้วนะคุณ"

แสงระวีต่อว่าว่ายุ่งอะไรด้วยไม่ได้ขอร้องให้ช่วยสักหน่อย แถมดื้อไม่ยอมรับว่าตัวเองเกือบหนีไม่รอด เสือโมโห เดินหนี เสียงศรตะโกนข่มขู่ใกล้เข้ามา หญิงสาวหน้าตื่นรีบวิ่งตามเสือ ขอร้องให้รอเธอด้วย เสือหยุดเดินหันมาเหน็บว่าตกลงยอมให้เขาช่วยแล้วใช่ไหม แสงระวีจนแต้ม จำใจยอมรับความช่วยเหลือ

"คุณต้องทำตามวิธีผม...ถ้าอยากรอด หันหน้าไปทางนั้น" เสือชี้มือไปด้านหลังหญิงสาว

แสงระวีไม่ค่อยแน่ใจนักแต่ก็ยอมทำตาม เสือใช้สันมือทุบต้นคอหญิงสาวสลบเสมือด แล้วอุ้มเธอวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุพัด ศรตามหามาถึงตรงนั้น แต่ไม่เจอใคร...ครู่ต่อมา เสืออุ้มแสงระวีมาวางที่แคร่หน้าบ้าน เคนกับมะลิรีบวิ่งดู มะลิตกใจถามว่าแสงระวีเป็นอะไรไป

"แค่เป็นลมไม่มีอะไรหรอก  มะลิไปเตรียมห้องไว้  คืนนี้ ให้เขาพักที่บ้านเราไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"

มะลิรับคำ จะเดินขึ้นบ้าน เสือเรียกไว้ บอกว่าเรื่องนี้เขาต้องลงโทษเธอด้วย มะลิพยักหน้ารับรู้รีบขึ้นไปเตรียมห้องตามคำสั่งของพี่ชาย

ooooooo

สิงห์มาเยี่ยมโรสที่โรงพยาบาลตอนสายของวันรุ่งขึ้น  เจอผู้ช่วยพยาบาลกำลังเก็บเตียงอยู่  เขาถามว่าโรสไปไหน  ได้ความว่าเธอขออนุญาตหมอกลับ ไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว สิงห์รีบตามหมวดสาวจอมอึดมาถึงโกดังริมน้ำ เห็นเธอกับลูกน้องตำรวจอีกสองนายพาตัวพ่อค้ายาเสพติดคนหนึ่งออกมาจากโกดัง

"พาตัวกลับไปขังไว้ที่หน่วยก่อน ฉันจะเข้าไปสอบปากคำเอง"

ลูกน้องเห็นอาการผู้หมวดสาวไม่ค่อยดี แนะให้กลับไปพักผ่อนก่อน แต่เธอไม่ยอม อ้างว่าตอนนี้หัวหน้าใหญ่โดนเรารวบตัว แก๊งของเขากำลังระส่ำ เป็นโอกาสดีที่เราจะได้

ล้างบางพวกที่เหลือ ลูกน้องรับคำรีบพาตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตำรวจขับออกไป โรสเจ็บแผลที่แขนซึ่งสวมแจ๊กเกตทับอยู่ เริ่มหน้าซีดเดินเซ

สิงห์ปราดเข้ามาประคองเธอไว้ ว่าประชดว่า "นึกว่าตัวเองเป็นโรโบค็อปเหรอหมวด ถ้าคุณเป็นแบบนี้ตอนจับผู้ร้าย คุณมีแต่ตายกับตายนะ"

ผู้หมวดสาวโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไร  ดันตัวห่างจากสิงห์จะเดินหนี  แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวทำท่าจะล้ม  สิงห์เข้าไปพยุงไว้ทัน เปิดเสื้อแจ๊กเกตดูแผลที่แขนของโรส เห็นเลือดไหลซึมออกมา นิ่วหน้าอย่างเป็นกังวล

"บ้านผมอยู่ใกล้ๆนี่เอง ผมจะพาคุณกลับไปทำแผล แล้วคุณก็ต้องกินยาแก้ปวด พักสักชั่วโมง ไม่อย่างนั้นผมจะพาคุณกลับไปโรงพยาบาล"

โรสเถียงไม่ออกยอมให้สิงห์พาไปโดยดี ไม่นานนัก สิงห์ ประคองโรสเข้ามาในบ้าน ช่วยทำแผลให้ หญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวไปกับความเอื้ออาทรและมีน้ำใจของเขา จังหวะนั้น โทรศัพท์

มือถือของสิงห์ดังขึ้น สิงห์ขอตัว เดินเลี่ยงไปที่โต๊ะทำงาน เปิดจอโน้ตบุ๊กขึ้นมาไล่ดูข้อมูลที่จ่าเพิ่มส่งมาให้  บ่นอุบที่ไม่มีอะไรคืบหน้า

โรสเดินตามเข้ามาเสนอตัวว่ามีอะไรจะให้เธอช่วยบ้างไหม  เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาเคยช่วยเธอไว้  คุยว่าถ้าเกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูลแล้วเธอถนัดมาก  สิงห์นิ่งคิดครู่หนึ่ง บอกว่าเขาอยากรู้ว่าคอลัมนิสต์ลมใต้ปีกเป็นใคร  โรสรับปากว่าจะลองสืบให้...

ในเวลาเดียวกัน แสงระวีรู้สึกตัวตื่นขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของมะลิ เห็นดอกสร้อยยืนกอดอกมองเธอด้วยความหมั่นไส้ แสงระวีถามว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แทนที่ดอกสร้อยจะตอบคำถามกลับต่อว่าเธอที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เสือ และออกปากไล่ให้รีบๆไปจากที่นี่ แถมเข้ามาฉุดแขนแสงระวีลุกขึ้น  มะลิเข้ามาเห็นพอดีห้ามดอกสร้อยไม่ให้ไล่แสงระวีไปไหนทั้งนั้น

"มะลิ...ฉันจะบอกให้นะ ฉันไม่ได้อยู่ๆก็เข้ามาไล่ยัยนี่เอง แต่พี่เสือเป็นคนบอกให้ฉันมาไล่"

ดอกสร้อยหน้าหงิก ปรายตามองแสงระวีอย่างขุ่นเคือง สะบัดหน้าเดินกระทืบเท้าออกไป มะลิถอนใจ เหนื่อยใจกับเพื่อนตัวดี แสงระวีขอโทษมะลิที่ทำให้พลอยเดือดร้อนไปด้วย

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแสงระวีปลอดภัยมะลิก็สบายใจ แต่พี่เสือให้ดอกสร้อยมาไล่คุณ คงเพราะเป็นห่วงที่พวกนั้นรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร พี่เสือเลยไม่อยากให้คุณอยู่ต่อ" มะลิแก้ตัวแทนพี่ชาย

"ฉันเข้าใจ   แล้วพี่ชายของเธออยู่ที่ไหน   ฉันอยากคุยกับเขา"...

ด้านเสือไปฝึกเพลงมวยกับจ่าผาดที่ลานวัดดอนควาย โดยมีเคนกับหลวงพ่อเข้มเฝ้าดูห่างๆ เสือสู้จ่าผาดไม่ได้โดนอัดล้มลุกคลุกคลาน เคนแนะให้ใช้พลังข้าวเหนียวไม้ตายของเสือต่อสู้กับจ่าผาด เสือไม่ยอม อ้างว่าต้องการเรียนรู้วิชาจากจ่าผาดด้วยฝีมือของตัวเอง แล้วตรงเข้าประจันหน้ากับจ่าผาดอีกครั้ง

"ถ้าเอ็งไม่ใช้หมัดเขวี้ยงควายที่ข้าสอนเอ็งไป เอ็งไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอกบักเสือ"

เสือเกรงจะทำร้ายจ่าผาดเลยไม่ยอมใช้ โดนจ่าผาดเล่นงานสะบักสะบอม สุดท้ายเขาตัดสินใจใช้หมัดเขวี้ยงควายที่จ่าผาดสอน ต่อยเข้าเต็มอก จ่าผาดถึงกับกระเด็นกลิ้งไปหลายตลบ เสือตกใจรีบวิ่งไปดู จ่าผาดไม่เป็นอะไรมาก ตบบ่าเสือ ยิ้มดีใจ ในที่สุดความตั้งใจถ่ายทอดเชิงมวยโคราชให้เสือก็สำเร็จ

"สัญญานะบักเสือ ว่าเอ็งจะอนุรักษ์เชิงมวยของข้าเอาไว้ให้ลูกให้หลาน"

เสือก้มกราบเท้าของจ่าผาด สัญญาว่าจะรักษาสิ่งนี้ไว้และจะใช้มันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:13 น.