ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มะลิเอาประวัติของมรกตที่ได้จากโรสให้แสงระวีดู แสงระวีเชื่อเหมือนมะลิว่ามรกตไม่น่าจะเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย   สองสาวจึงตกลงใจจะสืบหา ความจริงและช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้มรกต เผื่อเสืออาจจะยอมรับพวกเธอขึ้นมาบ้างว่า   การต่อสู้ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของเสือคนเดียว

"แต่เราจะทำอย่างไรคะ ในเมื่อ...พี่เสือยังให้พี่เคนเฝ้าเราอยู่แบบนี้"

มะลิมองออกไปเห็นเคนนั่งอ่านหนังสือ หัวเราะคิกคักเฝ้าอยู่ข้างนอก แสงระวีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกระซิบบอกแผนกับมะลิ จากนั้นมะลิเดินออกมาหาเคน โกหกว่าดอกสร้อยโทรศัพท์ มาหา แล้วชี้ให้เคนไปรับโทรศัพท์ที่อยู่ห้องถัดไป เคนหลงเชื่อเดินยิ้มหน้าบานเข้าไป กว่าจะรู้ว่าถูกหลอก แสงระวีก็จัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนาขังเคนไว้ในนั้นเรียบร้อย...

ศรกลับมารายงานอำนาจว่าข่าวที่อำนาจต้องการให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวรู้ เขาจัดการให้เรียบร้อยแล้ว อำนาจชมว่าศรทำงานดีอย่างนี้ แสดงว่ากลับเนื้อกลับตัวยอมเป็นลูกน้องที่ว่านอนสอนง่ายของเขาแล้ว

"ครับผู้พัน...ตอนนี้ผมต้องการเห็นแค่ไอ้บักเสือถูกกำจัดอย่างอื่นผมไม่สน อีกแล้ว" ศรก้มหัวให้อำนาจอย่างยอมสยบ ก่อนจะหันไปมองมรกตกับแม็กนั่ม มรกตเดินเข้ามาจับบ่าศร

"นายทำงานได้ดีมาก สมกับที่ฉันไว้ใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องพ่อของนาย ทุกอย่างกำลังไปได้ดี"

มรกตยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนผละจากไป ศรมองตามรู้สึกได้ว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ธรรมดาเลย...

ด้านเคนยืนหอบเหนื่อยหลังจากปีนหนีออกจากห้องที่ถูกแสงระวีขังไว้ บ่นอุบว่าถ้าเสือรู้เรื่องนี้เขาต้องซวยแน่ๆ เสือขับซุปเปอร์ถึกกลับมาถึงพอดี เดินอ่อนแรงเข้ามา เคนยังไม่ทันจะอ้าปากสารภาพ เสือเซจะล้ม เคนรีบเข้าไปประคองถึงได้เห็นว่าเพื่อนได้รับบาดเจ็บ เสือร้องขอข้าวเหนียวกินเพิ่มพลัง

"ข้าเตรียมไว้ให้แล้ว เอ็งกินข้าวเหนียวเรียกพลังก่อน เดี๋ยวข้าจะจัดการทำแผลให้ รีบไปเร็ว เสี่ยว"

ooooooo

แสงระวีกับมะลิกว่าจะเดินหาบ่อนซึ่งเป็นที่อยู่ของมรกตตามข้อมูลที่ได้จาก โรสเจอก็ถึงเวลามืดค่ำแล้ว มะลิมองไปรอบๆสีหน้าเป็นกังวล ทั้งสองสาวพยายามกวาดตามองหามรกตท่ามกลางพวกนักพนันที่กำลังเล่นการพนันกัน หน้าดำคร่ำเคร่ง นักเลงคุมบ่อนเข้ามาขวางหน้าทั้งคู่

"มาทำอะไรกันที่นี่จ๊ะน้องสาว ท่าทางไม่ใช่ขาประจำนี่"

แสงระวีมาหาเพื่อนชื่อมรกต นักเลงทำทีนิ่งคิด บอกว่ารู้จัก แล้วหลอกพาทั้งคู่เข้าไปด้านใน เด็กหนุ่มชื่อทองปลิวมองตามมะลิอย่างสนใจ แต่นักเลงคุมบ่อนอีกคนหนึ่งเข้ามาตบบ่าเขาเบนความสนใจ ก่อนจะดึงคอเสื้อทองปลิวลากออกไปข้างนอก...

แสงระวีกับมะลิถูกพาไปพบกับหัวหน้านักเลงซึ่งคุมเชิงอยู่ด้านใน ลูกพี่สั่งสมุนให้ค้นกระเป๋าถือของแสงระวีดูว่าทั้งคู่เป็นใครมาจากไหน เป็นสายให้ตำรวจหรือเปล่า สมุนค้นเจอบัตรนักข่าว รีบรายงานลูกพี่ทันที แสงระวียอมรับว่าเป็นนักข่าวจริง แต่ไม่ได้มาทำข่าว เธอมาตามหาเพื่อน ลูกพี่ไม่เชื่อ ตรงเข้าตบหน้าแสงระวีฉาดใหญ่จนหน้าหัน

"ลากมันสองคนออกไปจัดการข้างนอก...อย่าให้ลูกค้าแตกตื่น"

สมุนล็อกตัวหญิงสาวทั้งสองคนออกไป แสงระวีมองนักพนันที่กำลังเล่นพนันอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วนึกขึ้นได้ หันบอกมะลิให้เตรียมตัว แล้วตะโกนขึ้นสุดเสียงว่า "ตำรวจมา" เท่านั้นเอง วงพนันแตกฮือ นักพนันวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต แสงระวีอาศัยจังหวะชุลมุนผลักพวกสมุนล้มระเนระนาด มะลิยืนตะลึง

"รีบหนีไปมะลิ...ไม่ต้องห่วงพี่"

มะลิตั้งสติได้รีบวิ่งหนี แสงระวีล่อพวกสมุนให้ตามไปอีกทาง...ขณะเดียวกัน ในตรอกเปลี่ยวไม่ไกลจากบ่อน ทองปลิวถูกนักเลงหนึ่งในสองคนผลักกระแทกผนังอย่างแรง ก่อนเตะท้องเด็กหนุ่มเบาะๆโทษฐานตามมาทวงเงินไม่เลือกเวล่ำเวลา ทองปลิวคลำท้องป้อยๆชักฉุนขึ้นมาบ้าง

"ฉันขอดีๆแล้ว...ถ้าพี่ไม่ให้ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"

"ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเอ็งไม่สมควรโตแล้ว สมควรตายตั้งแต่ยังเด็กแบบนี้แหละ"

นักเลงพยักพเยิดให้เพื่อนอีกคนชักมีดสปริงเข้าจัดการจ้วงแทงไปที่ท้องเด็ก หนุ่ม ทองปลิวกลับยิ้มกวน ถามว่าแน่ใจหรือว่าแทงถูก นักเลงคนนั้นชะงักมองมือตัวเองแล้วต้องตกใจ เพราะมีดพกหายไป แต่กลับไปอยู่ในมือทองปลิวแทน ทองปลิวเล่นงานเจ้าของมีดพกด้วยท่าจระเข้ฟาดหางหงายท้องตึง สลบไสล กวักมือเรียกนักเลงอีกคนที่เหลือให้เข้ามาอย่างท้าทาย...

แสงระวีถูกลูกพี่นักเลงวิ่งไล่จับ เธอสู้สุดฤทธิ์คว้าของใกล้มือขว้างใส่ไม่ยั้ง ไม่ว่าแสงระวีจะเอาแจกันหรือเก้าอี้ฟาด ลูกพี่ไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้า หญิงสาวถอยกรูดหน้าเสีย ไม่เหลืออะไรแถวนั้นให้ปาใส่ นอกจากถาดแบบที่ตลกคาเฟ่ใช้ แสงระวีจวนตัวเอาถาดมาถือไว้เป็นอาวุธขู่ไม่ให้เข้ามา ลูกพี่ขำกลิ้ง

"ฮ่าๆๆ...ไม่ใช่ตลกคาเฟ่นะเว้ย...จะได้เอาถาดมาตีหัว"

ลูกพี่ปราดเข้ามา แสงระวีหลับหูหลับตาฟาดเปรี้ยง ก่อนจะค่อยๆหรี่ตามอง เห็นลูกพี่ยืนหน้าเขียวหน้าแดง คาดไม่ถึงว่าถาดเบาๆแบบนี้จะเอาอยู่ พอเธอก้มมองถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้เจ็บหัว แต่เจ็บเพราะโดนมรกตเตะผ่าหมาก ลูกพี่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มรกตคว้าข้อมือแสงระวีวิ่งหนี...

นักเลงปราดเข้าไปจะเอาเรื่อง ทองปลิวพยายามพูดดีด้วย ขอเงินที่พวกนั้นยึดไปคืนแล้วสัญญาว่าจะไม่มารบกวนอีก นักเลงไม่พอใจที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนหยาม ชักปืนเล็งไปที่ทองปลิว แต่ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก ทองปลิวเข้าไปฉกปืนออกจากมือนักเลงมาได้หน้าตาเฉย นักเลงถึงกับอึ้ง

"ชื่อฉันก็บอกอยู่แล้ว ขนาดทองยังปลิวได้ มือฉันมันเบาที่สุดแล้ว"

ทองปลิวว่าแล้วฟาดแข้งเปรี้ยงเข้าก้านคอ นักเลงร่วงตามเท้า ทองปลิวเข้าไปค้นหากระเป๋าเงิน มะลิวิ่งหน้าตื่นร้องตะโกนให้คนช่วยเข้ามาเห็นพอดี เบรกตัวโก่ง ตกใจ คิดว่าหนีเสือปะจระเข้ เพราะเห็นเด็กหนุ่มกำลังขโมยเงินคนที่นอนสลบอยู่ ทองปลิวจะอธิบายแต่ไม่ทัน มะลิหันหลังเผ่นแน่บ


โชคร้ายนักเลงจากบ่อนตามมาทัน ชกเข้าที่ท้องน้อยจนมะลิหมดสติ ทองปลิววิ่งตามมาขอร้องนักเลงให้ปล่อยหญิงสาวไป นักเลงชี้หน้าทองปลิวอย่างเอาเรื่อง

"อย่าอยากเป็นฮีโร่ไปหน่อยเลยไอ้น้อง เดี๋ยวจะตายก่อนทันโต"

นักเลงชักปืนจะยิง ทองปลิวไวกว่าปาก้อนอิฐในมือเข้าหน้าเขาเต็มๆ สลบเหมือด แล้วปรี่เข้าไปเขย่ามะลิให้รู้สึกตัว แต่หญิงสาวนอนนิ่ง ทองปลิวไม่รู้จะทำอย่างไร ตัดสินใจอุ้มเธอกลับบ้าน

ooooooo

หลังจากพลังข้าวเหนียวกลับคืนมา เสือเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เคนฟัง เคนนึกไม่ถึงว่าศรจะรอดตายแถมกลับมาเล่นงานเสือได้อีก เสือยังได้รู้มาอีกว่าคนที่ต้านหมัดเขวี้ยงควายของเขาได้ชื่อแม็กนั่ม คิดว่าน่าจะเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์เช่นกัน   คำเตือนของหลวงพ่อเข้มที่พูดถึงหายนะครั้งใหญ่ คงหมายถึงพวกนี้แน่ๆ

"งั้น...คราวนี้เอ็งลำบากแน่ จะเอาชนะไอ้ยักษ์แม็กนั่มนั่นยังยาก...แล้วไหนจะต้องหยุดแผนการร้ายของพวกมันอีก"

"มันต้องมีทางออกสิวะบักเคน ไม่อย่างนั้นหลวงพ่อคงไม่เตือนให้ข้ามุมานะฝึกฝนหรอก...เออ...แล้วคุณแสงระ วีกับมะลิล่ะ...เอ็งจับตาดูไว้รึเปล่า"

เคนหน้าเจื่อน รีบหลบสายตา บ่นขมุบขมิบกับตัวเอง "ถ้ารู้ว่าหนีหายไปมีหวังฆ่าเราตายแน่"

"บักเคน...อยู่ไกลเป็นร้อยเมตรข้ายังได้ยินเสียงเข็มตกเลย...แล้วเอ็งบ่นต่อ หน้าข้า...คิดว่าข้าจะไม่ได้ยินหรือวะ... คุณแสงระวีกับมะลิหายไปไหน" เสือตะคอกเสียงดัง เคนได้แต่ หน้าจ๋อย...

แสงระวีกับมรกตตามหามะลิจนทั่วบริเวณก็ไม่เจอ ในบ่อนก็ไม่เหลือใครแล้วเพราะถูกตำรวจจับตัวไปหมด แสงระวีจนใจไม่รู้จะไปตามหามะลิที่ไหน ชวนมรกตกลับบ้านลมใต้ปีก ด้วยกัน...

เสือไม่พอใจมากที่เห็นแสงระวีกลับมาโดยไม่มีมะลิมาด้วย แสงระวีน้ำตาซึมรู้ตัวว่าทำผิด ขอโทษเสือสัญญาว่า ถ้าตามหามะลิไม่เจอเธอจะไม่มาให้เขาเห็นหน้าอีก แล้วขยับจะออกจากบ้าน มรกตเข้ามาขัด

"อย่าเพิ่งไปค่ะคุณแสงระวี...คุณเสือ ถ้าคุณอยากจะโทษเธอ คุณโทษฉันดีกว่า ฉันเป็นต้นเหตุให้มะลิกับคุณแสงระวีต้องออกไปทำเรื่องเสี่ยงอันตราย"

เคนกระซิบถามเสือว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มรกตแนะนำตัวเองให้เคนรู้จัก เสือถามมรกตว่าไปทำอะไรที่บ่อน แสงระวีกับมะลิถึงได้ตามไปที่นั่น ทีแรกมรกตทำเป็นอึกอักไม่อยากพูดถึง แต่สุดท้ายก็บอกว่าไปที่บ่อนเพราะต้องการไปตามหาคนที่ยัดเยียดข้อหาฆาตกรให้ เธอ แสงระวีตกใจที่มรกตพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

"ฉันไม่อยากให้คุณกับมะลิมาข้องแวะกับฉัน แต่คุณก็คงไปสืบเรื่องของฉันมาจนรู้"

"ค่ะ...ฉันกับมะลิอยากช่วยคุณ เราเลยไปตามหาคุณ"

"คุณมีบุญคุณกับน้องสาวผม ปัญหาของคุณผมจะหาทางช่วยให้ทีหลัง แต่ตอนนี้ผมต้องไปตามหาน้องสาวผมก่อน" เสือเดินยังไม่ทันพ้นประตูบ้าน แสงระวีขอไปด้วย เสือหันขวับมามองสีหน้าไม่พอใจ "พอเถอะ...อย่าทำให้ผมลำบากใจมากไปกว่านี้เลย" เสือผละจากไปอย่างเย็นชา ทำเอาแสงระวีอึ้งพูดไม่ออก

"บักเสือมันกำลังห่วงน้องสาว มันไม่ได้คิดจะว่าคุณหรอกครับ" เคนพยายามปลอบ

แต่แสงระวีไม่รู้สึกดีขึ้น ขณะที่มรกตเห็นแสงระวีกับเสือมีปัญหากัน ลอบยิ้มพอใจ

ooooooo

ที่บ้านเช่าของทองปลิวภายในชุมชนแออัด มะลินอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง ทองปลิวนั่งเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง ครูเขี้ยวกลับเข้ามาเห็นทองปลิวกับเด็กสาวหน้าตาสะสวยนอนอยู่บนเตียงก็ตกใจ เล่นงานทองปลิวว่าไปพาลูกสาวใครมา ทองปลิวยังไม่ทันจะตอบอะไร ครูเขี้ยวเห็นเด็กสาวนอนนิ่ง ด่าลั่น

"หนอย...ไอ้เวร...นี่ถึงกับมอมยาเขาด้วยเหรอ ข้านึกว่าข้าจะดัดสันดานเอ็งให้เป็นคนดีได้แล้วซะอีก"

"ฟังฉันก่อนครู...ฉันเปล่านะ"

"เห็นอยู่ทนโท่เอ็งยังมาบอกว่าเปล่าอีกเหรอ สงสัยข้ายังเอาเลือดชั่วออกจากกบาลเอ็งไม่หมด คืนนี้ข้าจะเจาะกะโหลกเอามาเททิ้งให้เกลี้ยง"

ทองปลิวไม่รอช้า วิ่งหนีออกมายังลานหน้าบ้านซึ่งเป็นที่สำหรับซ้อมมวย ครูเขี้ยวไล่ตามมาติดๆตะโกนว่าอย่าหนี ทองปลิวไม่ฟัง วิ่งหนีไปแอบหลังกระสอบทราย ครูเขี้ยวตามเข้าไปเตะกระหน่ำใส่กระสอบทราย ลูกเตะของแกรุนแรงมากจนทองปลิวที่หลบหลังกระสอบทรายกระเด็นล้มกลิ้งล้มหงาย

"นี่ขนาดมีกระสอบทรายนะเนี่ย ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆ ฉันหักกลางแน่เลยครู"

"ก็ถ้าเอ็งตั้งใจซ้อมมากกว่านี้เอ็งรับมือเชิงมวยพญาไฟของข้าได้แน่ แต่นี่เอ็งมัวแต่เอาเวลาไปทำเรื่องชั่วๆ เอ็งถึงฝึกได้ไม่ถึงไหนไง"

ทองปลิวอธิบายให้ครูเขี้ยวฟังว่าไม่ได้รู้จักอะไรกับเธอคนนี้มาก่อน เจอเธอกำลังถูกพวกในบ่อนไล่ตาม เลยเข้าไปช่วยเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้านอยู่ที่ไหนจึงไม่รู้จะทำอย่างไร ครูเขี้ยวจะเชื่ออยู่แล้ว ถ้ามะลิไม่โผล่เข้ามาเห็นหน้าทองปลิวพร้อมกับร้องโวยวายว่า "ไอ้หัวขโมย" ก่อนเป็นลมหมดสติไปอีกครั้งเสียก่อน ทองปลิวจะเข้าไปช่วยหญิงสาว ครูเขี้ยวดึงคอเสื้อไว้ สั่งให้อธิบายทุกอย่างมาเดี๋ยวนี้...

ภายในบ้านของโรส สิงห์คีย์ข้อมูลทุกอย่างของกำนันฉ่ำเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรส เผื่อว่าเขาถูกสั่งพักงาน เธอจะได้สานต่องานนี้แทนได้เลย โรสอาสาจะหาทางจัดการให้กำนันฉ่ำร่วมมือกับเราโดยไม่มีเงื่อนไขเอง สิงห์จับมือโรสไว้อย่างเป็นห่วง

"อย่าเลยโรส เราไม่รู้ว่าพวกที่กำนันฉ่ำกำลังปกป้องมีอยู่มากแค่ไหน และแทรกซึมอยู่ที่ไหนบ้าง พวกมันอาจจะมีอิทธิพลมากกว่าที่เราคิด ถ้าคุณไม่ระวัง คุณอาจจะโดนเก็บเมื่อไหร่ก็ได้"

"แต่ฉันเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉันไม่เคยกลัวที่จะตายอีก"

สิงห์เชยคางเธอให้หันมาอย่างทะนุถนอม "โรส ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก เพราะผมคงทำใจไม่ได้ถ้าต้องเสียคุณไป" สิงห์ค่อยๆบรรจงจูบฝีปากโรสเบาๆ แล้วขอตัวกลับก่อน โรสนิ่งไปอึดใจ

"เอ่อ...ผู้กองคะ...ผู้กองจะค้างที่นี่ก็ได้นะคะ"

สิงห์ยิ้มให้ "คุณพักผ่อนเถอะ...เสร็จคดีนี้แล้ว เราน่าจะลาพักร้อนแล้วไปเที่ยวกันสักอาทิตย์"

"ค่ะ...ฉันจะรอ" โรสยิ้มตอบ มองตามสิงห์ที่เดินจากไป พอกลับมาที่โต๊ะทำงาน   โรสถึงได้รู้ว่าสิงห์ลืมมือถือไว้   รีบวิ่ง ตามหน้าบ้าน เห็นสิงห์กำลังไขกุญแจประตูรถ เสียงเรียกของโรสทำให้สิงห์ชะงัก เดินกลับมาหา ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว   รถของสิงห์ระเบิดเป็นจุณ   โรสโดนแรงกระแทกล้มลง

ooooooo

รุ่งขึ้น แสงระวีแทบช็อกเมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งจากโรสว่าสิงห์ถูกลอบวางระเบิดได้รับ บาดเจ็บ กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แสงระวีบอกมรกตแล้วรีบไปเยี่ยมสิงห์ พอเคนรู้ข่าวเรื่องสิงห์ก็ร้อนใจ เพราะเสือก็ไม่อยู่ออกไปตามหามะลิ แถมติดต่อไม่ได้ มรกตอาสาจะช่วยเหลือ

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมจะลองหาทางติดต่อบักเสือก่อน"

มรกตมองเคนที่เดินกระวนกระวายใจออกไปด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์...ไม่นาน แสงระวีมาถึงโรงพยาบาลเห็นสิงห์นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง โดยมีโรสนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง อาการภายนอกของสิงห์ไม่มีอะไรหนักหนา แต่หมอเป็นห่วงเรื่องที่เขาได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง ต้องรอผลสแกนก่อนถึงจะวินิจฉัยอาการได้

จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเข้ามารายงานโรสว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ซากรถของสิงห์เพิ่งส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจ แต่เท่าที่รู้มาระเบิดที่พวกมันใช้มีอานุภาพร้ายแรงมาก ถ้าโรสไม่เรียกสิงห์เอาไว้ เขาคงเละเป็นโจ๊กแน่ จ่าเพิ่มตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีที่ผู้กอง กำลังเร่งสะสางอยู่

"จ่าหมายถึงคดีไล่ล่าพวกร่วมขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในสังคมเหรอคะ"

จ่าเพิ่มหันมาพยักหน้ากับแสงระวี โรสเจ็บใจมาก คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับกำนันฉ่ำ ฮึดฮัดลุกออกจากห้องพักไปเอาเรื่อง แสงระวีรีบตามมาห้าม เตือนว่าอย่าเพิ่งใจร้อน พวกนั้นกำลังจับตาดูเราอยู่ เธอคิดว่าเป้าหมายคนต่อไปของพวกนั้นน่าจะเป็นโรส และถ้าโรสเป็นอะไรไปอีกคน พวกเราจะไม่เหลือใครที่คอยขวางพวกนั้น โรสใจเย็นลงเป็นจังหวะเดียวกับหมอเข้ามารายงานเรื่องผลสแกนสมองของสิงห์...

ในเวลาเดียวกัน เสือเอาภาพถ่ายของมะลิเดินถามชาวบ้านไปทั่วบริเวณใกล้ๆบ่อนจนได้ความว่ามะลิ อยู่ที่บ้านเช่าของคนชื่อเขี้ยว เสือรีบตามไปที่นั่นทันที...

ฝ่ายมะลิรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นชายคนหนึ่งท่าทางน่าเกรงขามนั่งมองอยู่ใกล้ๆ ตกใจลุกพรวดขึ้นร้องโวยวายลั่น

ครูเขี้ยวอธิบายว่าตัวเขาไม่ใช่คนร้าย และที่เธออยู่ที่บ้านของเขาก็เพราะเธอสลบไม่รู้สึกตัวเขาเลยไม่รู้จะถามหา บ้านของเธอได้อย่างไร ส่วนที่เธอเห็นทองปลิวปล้นทำร้ายคนอื่นก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด

ทองปลิวยื่นหน้ามีรอยช้ำเป็นจ้ำๆเข้ามาทักทาย "สวัสดีครับคนสวย"

ครูเขี้ยวรำคาญเลยเขกหัวเขาหนึ่งที ปรามว่ายังเล่นไม่เลิกอีก ทองปลิวทำหน้าทะเล้นยิ้มให้หญิงสาวแต่มะลิไม่เล่นด้วยเชิดหน้าใส่ สักพัก ครูเขี้ยวพามะลิมากินข้าวที่โต๊ะตรงลานหน้าบ้าน กินเสร็จแล้วเขาจะพาเธอไปส่งบ้าน ทองปลิวกุลีกุจอตักข้าวให้มะลิ ครูเขี้ยวตั้งแกงจืดไว้ในครัว ขอตัวเข้าไปตักมาให้ ทองปลิวยิ้มให้มะลิอีกแต่หญิงสาวดูท่าไม่ค่อยอยากจะเป็นมิตรด้วย

"ท่าทางเธอยังกลัวฉันอยู่เลย ครูฉันก็เล่าให้ฟังแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่ใช่ขโมย ฉันแค่ไปทวงเงินที่พวกนั้น มันโกงฉันไปแค่นั้นเอง"

"แต่ฉันเห็นนายเล่นงานพวกนั้น"

"ก็ฉันฝึกมวยจากครูมาก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์สิ ไม่อย่างนั้นช่วยเธอได้ยังไง จริงไหม"

มะลิยังดูไม่ไว้วางใจเขาอยู่ดี ทองปลิวเลยลุกขึ้นเต้นฟุตเวิร์ก ชกลมโชว์ มะลิไม่สนใจ ลุกขึ้นไปดูภาพถ่ายที่ติดตามเสา เห็นภาพของครูเขี้ยวชกได้เข็มขัดแชมป์มามากมาย ทองปลิวเห็นหญิงสาวไม่ใส่ใจยิ่งโชว์ท่ายาก แต่เต้นไปเต้นมา

กลับสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำไปทางมะลิ ก่อนล้มทับ ทั้งคู่สบตากันนิ่ง เสือโผล่เข้ามาจากไหนไม่รู้ เห็นทองปลิวคร่อมอยู่บนตัวน้องสาว ชักสีหน้าไม่พอใจ เข้าไปจะเอาเรื่อง...

เคนเดินไปเดินมาหงุดหงิดงุ่นง่านไม่รู้จะไปตามหาเสือที่ไหน อีกทั้งเรื่องมะลิก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าแถมสิงห์ก็มาเจ็บตัวอีก เคนกลับเข้ามาในห้องรับแขกไม่เห็นมรกต เอะใจ เดินตามหาพบว่าเธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่างอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของลมใต้ปีก เคนร้องถามว่าทำอะไร มรกตชะงัก

"เอ่อ...คือ ฉันอยู่ว่างๆไม่รู้จะช่วยทำอะไรก็เลยเข้ามาช่วยทำความสะอาดให้"

"แต่ห้องนี้ใช้ได้เฉพาะคุณแสงระวีเท่านั้นนะ"

มรกตแก้ตัวว่าไม่รู้ แค่อยากจะช่วยเท่านั้น แล้วรีบออกจากห้อง เคนมองตามอย่างระแวงสงสัย มรกตเดินหลบพ้นสายตาเคนมาได้ อำนาจโทร.เข้ามือถือของเธอพอดี ถามว่าติดตั้งโปรแกรมเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของลมใต้ปีกให้ส่งข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขาเรียบร้อยหรือยัง มรกตรายงานว่าเรียบร้อยดี

"ทำงานได้ดีมาก แต่แน่ใจนะว่าพวกมันจะไม่ผิดสังเกตว่าได้เปิดประตูต้อนรับศัตรูให้เข้าไปอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน"

"ฉันถูกฝึกให้ทำงานเป็นสายลับสองหน้ามา ยังไงมันก็ไล่ตามฉันไม่ทันแน่ แต่ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรขึ้น ฉันก็มีวิธีจัดการกับคนที่มันสงสัยฉันได้ค่ะ" มรกตวางสาย สีหน้าร้ายกาจ...

เสือกระชากทองปลิวออกจากตัวมะลิแล้วตามเข้าไปซ้ำ ทองปลิวพอมีฝีมือต้านหมัดของเสือแล้วโต้กลับได้ เสือผงะถอยหลัง มะลิรีบเข้ามาห้าม เสือไม่ฟัง ตั้งเชิงมวยโคราชจะเล่นงาน ครูเขี้ยวออกจากครัวเห็นเชิงมวยของเสือ หยุดมองแปลกใจ เสือเล่นงานทองปลิวล้มลง ตามเข้าไปจับกดกับพื้น ครูเขี้ยวเห็นศิษย์เอกเสียท่ารีบเข้ามาห้าม ทองปลิวฉวยโอกาสศอกกลับใส่เสือ ก่อนจะวิ่งมาหลบหลังครู

"ครู...ฝืมือไอ้หมอนั่นน่ากลัวเป็นบ้า เชิงมวยของมันก็แปลกรับมือเชิงมวยของครูได้หมดทุกท่า ฉันทำอะไรมันไม่ได้เลย" ทองปลิวฟ้องเป็นชุด ครูเขี้ยวบอกว่าทองปลิวสู้ชายคนนี้ไม่ได้หรอก   เพราะเชิงมวยที่เขาใช้คือเชิงมวยโคราช เสือแปลกใจอดถามไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้จักเชิงมวยของตน

"ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ยังใช้เป็นด้วย" ครูเขี้ยวว่าแล้ว ตั้งท่าเชิงมวยโคราชให้ดู แถมเป็นท่าเตรียมใช้หมัดเขวี้ยงควาย เสือถึงกับตะลึง สงสัยว่าคนพวกนี้เป็นใครกันแน่ ถามมะลิว่ารู้จักคนพวกนี้ได้อย่างไร

"พวกนี้เขาไม่ใช่คนเลวหรอกพี่เสือ เขาช่วยมะลิเอาไว้"

"ข้าชื่อเขี้ยว ส่วนไอ้หนุ่มนี่ชื่อทองปลิว เป็นศิษย์ข้าเอง"

เสือขอโทษที่เข้าใจผิด แล้วยื่นมือขอจับมือกับทองปลิว เด็กหนุ่มยิ้มให้จับมือตอบแล้วหันไปส่งยิ้มหวานให้มะลิ เสือหวงน้องสาวแกล้งบีบมือแรงๆ ทองปลิวถึงกับร้องโอ๊ย รีบชักมือกลับ เสือไม่ชอบใจนัก ขอตัวพามะลิกลับบ้าน ครูเขี้ยวรั้งไว้ ถามว่าใครเป็นคนสอนเชิงมวยโคราชให้เสือ

"ครูฉันตายไปแล้ว" เสือพูดแค่นั้น แล้วพามะลิจากมา ครูเขี้ยวมองตามเสืออย่างสนใจ

ooooooo

พอสิงห์ได้สติ จัดแจงจะลุกจากเตียงกลับไปทำงานที่ยังค้างไว้ โรสกับแสงระวีปราดเข้ามาห้าม แต่ยังไม่ทันถึงตัว สิงห์มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ร้องโอดโอยเอามือกุมหัว โรสเข้าไปกอดเขาไว้น้ำตาซึม

"ผู้กองต้องฟังฉัน...ตอนนี้ผู้กองไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว"

สิงห์ดิ้นทุรนทุรายปวดหัวแทบระเบิด แสงระวีรีบตามหมอมาดูอาการ หมอเข้ามาฉีดยาระงับปวดให้ สักพักสิงห์ถึงคลายปวดลง แต่ยังดูอ่อนเพลียมาก ถามแสงระวีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

"หมอตรวจพบสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ในสมองของพี่สิงห์ค่ะ"

"ที่ผ่าไม่ได้ เพราะสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ในจุดที่อันตรายเกินกว่าจะผ่าตัดได้ค่ะ โอกาสที่เสี่ยงผ่าแล้วผู้กองจะรอดมีแค่ไม่ถึง 20%" โรสพูดเสริม

"แล้วถ้าปล่อยไว้ ผู้กองจะไม่ตายเหรอครับ" หมู่แย้มพูดเรื่อยเปื่อยไม่ทันคิด แต่พอคิดได้รีบขอโทษ

โรสกุมมือสิงห์ไว้ปลอบว่า ถ้ายังไม่ผ่าตัดสิงห์ก็ยังเป็นปกติเพียงแต่ต้องทนทรมานกับอาการปวดหัวเป็นระยะๆ เธอสัญญาว่าจะพยายามหาหมอเก่งๆมารักษาเขาให้ได้

"ไม่ต้องห่วงผมหรอกโรส ผมทนเจ็บได้ คุณไม่ควรมาเสียเวลาอยู่กับผม หน้าที่ของคุณคือการตามล่าตัวพวกร่วมขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์มาลงโทษ" สิงห์พูดยังไม่ทันขาดคำ อาการเจ็บปวดรุมเร้าขึ้นมาอีก เกร็งไปทั้งตัว โรสพลอยเจ็บปวดไปกับเขาด้วย...

จากนั้นไม่นาน โรสกับจ่าเพิ่มกลับไปที่กองปราบฯ ลากตัวกำนันฉ่ำออกจากห้องคุมขังพามาที่ห้องสอบสวน กำนันฉ่ำขู่ลั่นว่าถ้าคิดจะทำอะไรตนเรื่องใหญ่แน่ วงการตำรวจได้ฉาวโฉ่จนกู่ไม่กลับ จ่าเพิ่มโกรธเงื้อหมัดจะชกหน้า โรสห้ามไว้ เดินเข้ามายืนตรงหน้ากำนันฉ่ำอย่างเอาเรื่อง

"ฉันเพิ่งรู้จุดประสงค์ที่แกยอมให้พวกเราจับตัวมาแล้ว... แกยอมเป็นหนอนบ่อนไส้บอกความเคลื่อนไหวของเราให้พวกแกรู้"

กำนันฉ่ำหาว่าโรสใส่ความ ที่เขายอมให้จับเพราะสำนึกผิดแล้วต่างหาก แต่หน้าตาของกำนันฉ่ำไม่ได้เป็นอย่างที่ปากพูดกลับยิ้มยั่ว จ่าเพิ่มเหลืออดเข้ามากระชากคอกำนันฉ่ำ ตวาดใส่ว่าอย่านึกว่าพวกตนจะไม่รู้ว่าเขาเป็นคนคอยบอกความเคลื่อนไหวให้พรรคพวกรู้ ทำให้สิงห์ถูกลอบวางระเบิด

"หา!...อะไรนะครับ ผู้กองสิงห์โดนวางระเบิดเหรอครับเนี่ย แล้วเป็นยังไงบ้าง...ตายหรือเปล่า"

กำนันฉ่ำยิ้มสะใจ จ่าเพิ่มจะเข้าไปชกหน้า แต่หมู่แย้มเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เตือนให้พากำนันฉ่ำกลับห้องขัง ทนายของกำนันฉ่ำรู้แล้วว่าพวกเราพาลูกความเขามาสอบปากคำโดยไม่ได้รับอนุญาต โรสเจ็บใจมากที่ทำอะไรไม่ได้ สั่งจ่าเพิ่มให้นำตัวกำนันฉ่ำกลับไปไว้ที่เดิม...ครู่ต่อมา ทนายรีบตามมายังห้องคุมขังถามกำนันฉ่ำว่าจะเอาเรื่องพวกโรสไหม กำนันฉ่ำยิ้ม บอกให้ใจเย็นๆ ตนไม่ได้เป็นอะไรมาก

"พวกมันกำลังคลั่งก็ปล่อยให้มันคลั่งกันไป ยังไงผมก็ยังต้องใช้พวกมันให้เป็นประโยชน์ ปกป้องพวกใหญ่ๆโตๆที่สนับสนุนขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์"

"ผมจะไปพบกับผู้พันอำนาจ กำนันมีข่าวอะไรที่จะฝากไปบอกไหม"

"ช่วยแจ้งผู้พันด้วยว่าผู้กองสิงห์ยังดวงแข็ง แต่ก็สาหัสเอาเรื่องอยู่ คิดว่าน่าจะขัดขวางงานของผู้พันไม่ได้ไปพักใหญ่" กำนันฉ่ำยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

แสงระวีกลับถึงบ้านอย่างใจคอไม่ดี มรกตเข้ามาจับมือเธอไว้ ปลอบว่าหมอสมัยนี้เก่ง คงจะมีทางช่วยสิงห์ ให้หายได้ แสงระวีขอบใจมรกตที่เป็นเพื่อนช่วยปลอบใจยามที่เธอต้องการ

"ฉันควรจะดีใจมากกว่าที่เธอยอมรับคนอย่างฉันเป็นเพื่อน แล้วยังให้ที่พักอาศัยกับฉันอีก"

"เพราะเธอเป็นคนดีไง" แสงระวียิ้มให้มรกตอย่างจริงใจ เคนมองมรกตอย่างสงสัย มรกตเห็นแววตาที่เคนมองมา ทำกลบ เกลื่อนฝืนยิ้มให้ แต่เคนกลับมองนิ่งเฉย...

พอได้โอกาสอยู่ลำพังกับแสงระวี เคนทักท้วงว่าพวกเราเพิ่งรู้จักมรกตไม่นาน แสงระวีไม่น่าชวนให้มาพักที่นี่ มันเสี่ยงเกินไปที่คนนอกจะรู้เรื่องฐานปฏิบัติการที่เป็นความลับของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว

"เขายอมเสี่ยงชีวิตช่วยฉันไว้นะนายเคน แล้วเขาก็เป็นเหยื่อที่ถูกใส่ร้ายให้กลายเป็นคนผิดเหมือนอย่างนายเสือ ฉันว่าเขาก็เหมือนพวกเรา...อย่าคิดมาก...ถ้าเกิดอะไรขึ้น ฉันรับผิดชอบเอง"

เคนรู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลเรื่องผู้หญิงคนนี้ ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นมรกตแอบฟังอยู่...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน เสือเล่นงานมะลิที่ดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของเขาที่ห้ามไม่ให้ออกไปหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว มะลิอยากช่วยแบ่งเบาภาระเพราะรู้ดีว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีแต่คนรอให้ไปช่วยเหลือ

"งั้นเหรอ...แล้วทำไมสุดท้ายคนที่ต้องรอความช่วยเหลือกลายเป็นมะลิเองล่ะ

มะลินิ่งเงียบเถียงไม่ออก แสงระวีได้ยินเสียงเอะอะตามมาดู เห็นมะลิกลับมาปลอดภัยดีใจเข้าไปกอด ขอโทษมะลิที่ระแวดระวังไม่พอเลยทำให้เราสองคนคลาดกัน

"ถ้าพี่ไม่เสี่ยงทำแบบนั้น เราคงไม่รอด แล้วได้เจอคุณมรกตหรือเปล่าคะ"

แสงระวีพยักหน้าบอกว่ามรกตมาอยู่กับพวกเราที่นี่แล้ว มะลิดีใจแต่เสือไม่พอใจ ดึงมะลิออกมาแล้ว

"พอได้แล้ว...คุณหาเรื่องเดือดร้อนให้น้องสาวผม ผมยังต้องคุยกับคุณอีกยาวนะคุณแสงระวี"

มะลิเหลืออดตำหนิเสือที่พูดจาหยาบคาย บิดเบือนความหวังดีของคนอื่นเป็นการหาเรื่องเดือดร้อน

"ไม่เป็นไรหรอกมะลิ พี่ชายเธอพูดถูกแล้ว ฉันควรต้องขอโทษเขา...ฉันขอโทษนะนายเสือ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้มะลิไปเจอเรื่องอันตรายอะไรอีกแล้ว"

"คุณรับปากผมแล้วนะ ถ้ายังมีเหตุการณ์แบบนี้อีก ผมจะพามะลิกลับดอนควาย"

มะลิน้อยใจผลักเสือพ้นทางแล้ววิ่งเข้าบ้าน   แสงระวี

มองเสืออย่างน้อยใจเช่นกัน ก่อนวิ่งตามมะลิ

ooooooo

สิงห์มองขวดยาแก้ปวดชนิดแรงที่หมอเพิ่งเอามาให้อย่างมีความหวัง ถามหมอว่าระหว่างนี้เขาก็กลับไปทำงานได้แล้วใช่ไหม หมอยังไม่อนุญาตให้ ออกจากโรงพยาบาลจนกว่าทางโรงพยาบาลจะติดต่อศัลยแพทย์ที่สามารถผ่าเอาเศษโลหะออกจากหัวเขาได้เสียก่อน สิงห์เถียงว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก

"อย่าเสี่ยงเลยครับ คุณก็รู้ว่าเวลาที่อาการปวดกำเริบ มันทรมานคุณมากแค่ไหน พักผ่อนเยอะๆดีกว่า"

หมอทิ้งสิงห์ให้อยู่เพียงลำพังในห้องพักฟื้น สิงห์มองยาขวดนั้นบ่นพึมพำว่านี่เขาต้องกลายเป็นคนไร้ความสามารถไปแล้วหรือ

"ไม่หรอกครับ สักวันหนึ่ง ผมเชื่อว่าผู้กองจะต้องกลับมาเป็นผู้กองสิงห์คนเดิม"

สิงห์หันไปเห็นเสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเข้ามาทางระเบียงห้อง จากนั้น สองหนุ่มชวนกันขึ้นมาคุยบนดาดฟ้าโรงพยาบาล สิงห์อิจฉาที่เสือมีพลังพิเศษเหนือกว่าคนธรรมดา ไม่ต้องห่วงเรื่องบาดเจ็บ เสือไม่อยากให้สิงห์อิจฉาอะไรเขา เพราะกว่าที่จะได้พลังพิเศษนี้มาเสือต้องแลกกับความสูญเสียมากมาย

"ชีวิตฉันก็ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมทุกอย่างหรอก...เหตุผลที่ฉันเลือกเส้นทางการเป็นตำรวจก็ไม่ต่างจากที่นายมาเป็นนักสู้ข้างถนนหรอก" สิงห์หวนนึกถึงอดีตอันปวดร้าวเมื่อครั้งที่เขายังเป็นแค่เด็กอายุ 10 ขวบ

วันนั้น พ่อของสิงห์ถูกมือปืนในคราบคนขับแท็กซี่ฆ่าตายต่อหน้า เขาหนีรอดมาได้ เพราะแม่เข้ามาขวางทางปืนไว้ สิงห์ตื่นจากภวังค์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า

"คนที่ฆ่าพ่อแม่ของฉันเป็นพวกแก๊งมาเฟียที่พ่อพยายามปิดคดีพวกมัน มันเคยส่งคนมาเจรจาให้พ่อล้มคดี แต่พ่อปฏิเสธ มันเลยส่งมือปืนมาฆ่า"

"ที่ผู้กองเลือกเส้นทางตำรวจเพราะผู้กองต้องการสานต่อ งานของพ่อผู้กอง"

สิงห์พยักหน้า เล่าอีกว่าตอนนั้นเขากลายเป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติที่ไหนกล้ารับเลี้ยงเพราะกลัวพวกมาเฟีย โชคดีที่ธงไทซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ ช่วยเลี้ยงดูเขาอย่างดีและส่งเสียให้เขาได้เป็นตำรวจ

"แล้วพวกมาเฟียที่ทำให้ผู้กองต้องเป็นกำพร้าล่ะ"

"นั่นคืองานแรกที่ฉันทำหลังได้รับบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ" สิงห์พาเสือย้อนไปถึงอดีตอีกครั้ง

วันที่ตำรวจมือใหม่อย่างสิงห์ไล่ล่ามือปืนที่ฆ่าพ่อแม่ ของเขาเข้ามาในตรอก สิงห์ล่อให้มือปืนยิงจนกระสุนหมด แล้วจึงออกมาจัดการ ทีแรกสิงห์คิดจะฆ่ามันทิ้ง แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจยิงขาทั้งสองข้างของมือปืนพิการเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต แล้วจึงจับมันใส่กุญแจมือ   จากนั้น   สิงห์รายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

เขาโดนลงโทษอยู่พักหนึ่งก่อนจะได้โอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง ตั้งแต่นั้นมาเขาสาบานกับตัวเองว่าจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎกติกา   เสือว่าสิงห์ทำถูกต้องแล้วที่ยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อ

"แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่พอ...เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันตอนนี้ คงเป็นกรรมที่ฉันต้องรับเอาไว้"

"ไม่หรอกครับ...พวกเราจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาผู้กอง"

"ขอบใจ...แต่ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆว่าถ้าตอนนั้นฉันมีพลังเหมือนอย่างนาย บางทีฉันอาจจะช่วยพ่อแม่ได้ พวกคนเลวจะได้ไม่ออกมาเดินเพ่นพ่านตามถนนให้เกลื่อนแบบนี้"

เสือตบบ่าสิงห์ "ผู้กองคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม...เราจะต่อสู้ด้วยกันครับ"

พลันเคนเข้ามาแจ้งเสือว่า เกิดเรื่องอีกแล้ว เสือขอตัวแล้วเดินออกไปพร้อมเคน สิงห์มองตามทั้งคู่อยู่ๆก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างหนัก หยิบยาที่หมอเพิ่งให้ยัดใส่ปากนึกเจ็บใจตัวเองที่ต้องมาเป็นแบบนี้...

ขณะที่ ดร.ปฐมพงษ์กำลังนั่งแท็กซี่ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ คนขับรถแท็กซี่กระแทกเบรกอย่างแรง เนื่องจากมีไอ้โม่งสองคนมายืนขวางถนน สองไอ้โม่งปราดเข้ามาชักปืนขู่ดึงตัวปฐมพงษ์ออกจากรถ ผลักให้คุกเข่ากับพื้น ปฐมพงษ์ถามว่าต้องการอะไร ถ้าอยากได้เงินให้ค้นในกระเป๋ากางเกง

"ฉันไม่อยากได้เงิน...แก ดร.ปฐมพงษ์ แกต้องไปกับพวกเรา"

ปฐมพงษ์อ้างว่าเข้าใจผิดแล้ว เขาไม่ใช่ ดร.ปฐมพงษ์ ศรหันไปพยักหน้าให้ลิงลมจัดการฆ่าคนขับแท็กซี่ แล้วเอารูปถ่าย ที่ปฐมพงษ์ถ่ายกับมรกตและแม็กนั่มออกมาให้ดู ปฐมพงษ์จนต่อหลักฐานเถียงไม่ออก ศรใช้ด้ามปืนตบหน้าปฐมพงษ์สลบเหมือด ก่อนลากไปขึ้นรถตัวเอง...

หลังจากนั้นไม่นาน นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับเคนมาถึงที่เกิดเหตุ เคนเล่าว่าตุ๊ที่เป็นคนขับรถแท็กซี่คันนี้แจ้งเข้าศูนย์ฯว่ารับผู้โดยสารจากสนามบิน แต่อยู่ๆตุ๊ก็ขาดการติดต่อ พรรคพวกเห็นผิดสังเกตเลยตามมาดูพบกลายเป็นศพไปแล้ว เสือตรวจสภาพที่เกิดเหตุแล้ว สรุปว่าน่าจะเป็นการลักพาตัว ผู้โดยสารมากกว่าจะเป็นการปล้น   ถามเคนว่ามีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผู้โดยสารคนนี้บ้าง

"เวลารับผู้โดยสาร ไอ้ตุ๊มันจะบอกจุดหมายที่จะไปส่งผู้โดยสารไว้ที่ศูนย์ทุกครั้ง"

เสือพยักหน้ารับรู้ ถ้าอย่างนั้นเราต้องไปสืบจากที่นั่นก่อน เคนรีบติดต่อกลับไปที่ศูนย์แท็กซี่ทันที...

ฝ่ายศรกับลิงลมมาที่คอนโดฯที่พักของปฐมพงษ์  ตรงเข้ารื้อค้นข้าวของในห้องและกระเป๋าเดินทางของปฐมพงษ์กระจุย กระจาย แต่ไม่เจอของที่ต้องการ ศรบอกลิงลมให้เอาน้ำสาดหน้าปลุกปฐมพงษ์ซึ่งถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ขึ้นมา ลิงลมถามหาข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองดัดแปลงพันธุกรรมสร้างมนุษย์พันธุ์ ใหม่ที่ปฐมพงษ์ใช้ทดลองกับแม็กนั่ม ปฐมพงษ์ปฏิเสธว่าไม่มี ข้อมูลแบบนั้น ศรเจ็บใจที่เขาปากแข็ง ชกท้องเขาเต็มๆ

"ไม่ต้องกลัวว่าพวกเราจะเบื่อรอ เพราะเรามีเวลาทั้งคืนที่จะบันเทิงกับด็อกเตอร์" ลิงลมหัวเราะสะใจ

ส่วนที่ชั้นล่างคอนโดฯ เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว กับเคนตกใจที่เห็น รปภ.นอนตายอยู่ เคนเข้าไปจับตัว ศพยังอุ่นๆ แสดงว่าเพิ่งถูกฆ่าไม่นาน เสือสังหรณ์ใจว่านี่ต้องไม่ใช่การลักพาตัว ธรรมดาแน่  เคนคาดว่าพวกคนร้ายยังอยู่ที่นี่  แต่ในคอนโดฯ แห่งนี้มีห้องเป็นร้อยๆห้อง พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าห้องไหน

"ไม่ยากหรอก ตรวจดูจากกล้องวงจรปิดของที่นี่ก็ได้"

เคนกับเสือรีบเข้าไปในห้อง  รปภ.  เสือชะงักรู้สึกเหมือน มีคนเดินตามมาด้านหลัง  หันขวับไปมองแต่ไม่เจอใคร  เสือนิ่วหน้าก่อนจะเดินตามเคน  มรกตโผล่ออกมาจากมุมมืด  ค่อยๆสะกดรอยตามเสือไปอีกที...

ขณะที่ศรกับลิงลมกำลังซ้อมปฐมพงษ์เพื่อเค้นเอาข้อมูลสำคัญ มรกตโทรศัพท์เข้ามือถือของศร แจ้งว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ให้ศรรีบพาปฐมพงษ์ออกจากห้องพักทันที ศรบอกลิงลมพาปฐมพงษ์หลบออกไปก่อน ส่วนเขาจะไปจัดการเสือเอง

ooooooo

หลังจากตรวจกล้องวงจรปิด เสือพบภาพไอ้โม่งสองคนพาตัวชายคนหนึ่งขึ้นไปยังชั้นที่ 12 ห้อง 1204 จึงชวนเคนกดลิฟต์ไปยังชั้นดังกล่าว  ลิฟต์ยังไม่ทันมาถึง เสือได้ยินเสียงมีดแหวกอากาศพุ่งตรงมาหา รีบดึง เคนหลบ ใช้มือคว้ามีดสั้นไว้ได้ จำได้ทันทีว่ามีดเล่มนี้ เหมือนมีดของมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์

"ว่าแล้วเชียวว่ากลิ่นมันตุๆ  เอ็งรีบขึ้นไปจัดการพวกข้างบน เดี๋ยวข้าจะล่อไอ้มือสังหารนี่ออกไปเอง"

"อย่าดีกว่าบักเคน มันเสี่ยงเกินไป"

"ไม่ต้องห่วง ยอดมนุษย์กะปอมเหล็กรู้จักหนีเอาตัวรอดเมื่อยามจำเป็นเว้ย...เอ็งรีบไปเถอะ"

เคนเอามีดของมือสังหารมาถือไว้ ผลักเสือเข้าลิฟต์ซึ่งเปิดออกพอดีแล้วรีบวิ่งไปอีกทาง สักพักลิฟต์พาเสือมาถึงชั้นที่ 12 เจอศรกับลิงลมกำลังพาปฐมพงษ์หนี ลิงลมเอาตัวปฐมพงษ์ แยกไปอีกด้าน ส่วนศรปรี่เข้าหาเสือ ชักปืนลูกซองลงอาคมออกมายิงใส่ เสือพุ่งหลบ หันมาอีกทีศรหายไปแล้ว

เสือตามล่าศรอย่างไม่ลดละ ศรบรรจุกระสุนรอ พอเสือโผล่เข้ามาเขาระดมยิงใส่ไม่ยั้ง เสือโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด ศรต้องบรรจุลูกกระสุนใหม่เปิดช่องให้เสือลอบเข้ามาด้านหลัง กระชากคอเสื้อศรเข้ามา

"พวกเอ็งคิดจะทำเรื่องชั่วๆอะไรอีก...บอกข้ามา... ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งเอ็งให้ไปอยู่ในคุกกับพ่อเอ็ง"

"ระวังตัวหน่อยบักเสือ...พวกข้าไม่ได้มีแค่ที่เห็นเว้ย" ศรหัวเราะลั่น เบนความสนใจเสือ

แม็กนั่มโผล่มาด้านหลังกระชากเสือตัวปลิว เหวี่ยงกระเด็นเหมือนโยนตุ๊กตาเด็กเล่น แม็กนั่มทักทายเสือด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทแล้วตั้งเชิงมวยรอสู้...

มรกตในชุดดำสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ลอบตามเคนออกมาหน้าคอนโดฯ เคนดักรออยู่แล้วชักมีดสั้นเล่มนั้นคืนเจ้าของ มรกตไวเป็นปรอทเบี่ยงตัวรับมีดไว้ด้วยมือเปล่า เคนเห็นท่าไม่ดีชิ่งหนี...

อีกมุมหนึ่งของคอนโดฯ  ลิงลมพาปฐมพงษ์มาทางบันไดหนีไฟ  ปฐมพงษ์แกล้งหกล้มรอจังหวะลิงลมเข้ามาช่วยพยุง  ใช้หัวโขกเข้าเต็มหน้า  ลิงลมไม่ทันระวังตัวถึงกับผงะ ปฐมพงษ์ถีบลิงลมซ้ำกลิ้งหลุนๆเป็นลูกขนุนลงไปตามขั้นบันไดก่อนจะวิ่งหนี  กว่าลิงลมจะตั้งหลักได้ปฐมพงษ์หายตัวไปแล้ว...

มรกตไล่ล่าเคนมาติดๆ แต่พอพ้นมุมตึกกลับไม่เจอใคร ทันใดนั้น แสงไฟใหญ่จากรถแท็กซี่ส่องเข้าเต็มสองตา มรกตต้องยกมือขึ้นบัง เคนได้ทีเหยียบคันเร่งรถพุ่งใส่อย่างรวดเร็ว มรกตถอยกรูดก่อนหันหลังวิ่งหนี เคนไล่บี้จนทัน เฉี่ยวหญิงสาวกระเด็นล้มกลิ้ง รีบจอดรถลงมาดูผลงาน

"แค่นี้ก็เรียบร้อย...ขอดูหน่อยเถอะวะว่าหน้าตาเป็นยังไง"

เคนยังไม่ทันจะถึงตัวมือสังหารสาว ลิงลมโผล่ออกมายิงใส่เคนเป็นชุด เคนวิ่งหน้าตั้งกลับไปขึ้นรถรีบขับหนี ลิงลมปราดเข้ามาช่วยพยุงมรกตให้ลุกขึ้น เธอกลับปัดมือเขาออกไม่ต้องการความช่วยเหลือ  ก้มดูข้อศอกตัวเองถึงได้เห็นว่าเป็นแผลถลอก ลิงลมเห็นมรกตได้รับบาดเจ็บจะช่วยดู

"ไม่ต้องยุ่ง...ด็อกเตอร์ปฐมพงษ์ล่ะ"

ลิงลมอ้อมแอ้มตอบว่าไม่อยู่ หนีไปแล้ว มรกตโกรธ ถลึงตามองลิงลมแทบจะกินเลือดกินเนื้อ...

ขณะเดียวกัน เสือยังคงต่อสู้กับแม็กนั่มอย่างดุเดือด คราวนี้เสือรับมือแม็กนั่มได้ไม่ยาก แถมโต้กลับจนฝรั่งล่ำบึ้กถึงกับเซถลา ศรงงว่าทำไมเสือถึงสู้แม็กนั่มได้

"จะบอกให้นะไอ้ศร ขึ้นชื่อว่าเป็นนักสู้แล้ว ต้องเดินหน้าอย่างเดียวห้ามถอยหลังลงคลอง"

เสือตั้งสมาธิมุ่งมั่นกับการต่อสู้ ตั้งท่าเตรียมปล่อยหมัดเขวี้ยงควาย รวมพลังทั้งหมดในตัวให้มาอยู่ที่หมัด เหวี่ยงออกไป สุดแรง อานุภาพของหมัดครั้งนี้รุนแรงมาก แม็กนั่มรับแรงกระแทกเข้าไปเต็มที่กระเด็นกระแทกข้างฝาจนผนังแตกร้าว ก่อนจะทรุดฮวบแน่นิ่ง เสือแทบสิ้นเรี่ยวแรง เข่าอ่อน ศรตะลึง

"บักเสือ...เอ็งนี่มันทนทายาดจริงๆ แต่ท่าทางเอ็งจะใช้พลังหมัดเขวี้ยงควายเมื่อกี้ไปจนหมด แถวนี้ไม่มีข้าวเหนียว ให้เอ็งเติมพลังซะด้วย มีแต่หมัดข้านี่แหละที่จะแจกให้เอ็งแทน" ศรปราดเข้าชกเสือไม่ยั้ง

ทันใดนั้น มีเสียงแม็กนั่มตะโกนสั่งให้หยุด ศรชะงัก หันไปเห็นแม็กนั่มค่อยๆยันตัวลุกขึ้น ในมือของเขามีหลอดฉีดยา ที่เต็มไปด้วยสารกระตุ้นพลัง  ฉีดยาเข้าคอตัวเองจนหมดหลอด ตัวเริ่มเกร็ง   ก่อนพลังมหาศาลจะเพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด  ปรี่เข้าประเคนหมัดใส่เสือไม่ยั้ง จังหวะนั้น  ครูเขี้ยวโผล่มายืนด้านหลังศร  ตั้งท่าด้วยเชิงมวยพญาไฟ  ศรหันมองงงๆ

"เชิงมวยอะไรของแกวะไอ้แก่ จะเข้าโลงอยู่แล้ว อย่ามา สอดไม่เข้าเรื่อง"

ศรเดินเข้าหาชายแก่หมายจะเล่นงาน แต่ครูเขี้ยวใช้ เชิงมวยพญาไฟสยบศร แม็กนั่มหันมาเห็นก็สนใจ ปล่อยเสือที่สิ้นเรี่ยวแรง แล้วพุ่งใส่ชายแก่แทน ครูเขี้ยวสบโอกาสหยิบระเบิดควันโยนใส่แม็กนั่ม ควันฟุ้งกระจายไปทั่ว พอควันจางจึงได้เห็นว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับชายแก่หายตัวไปแล้ว...

มรกตกลับถึงบ้านของลมใต้ปีกในสภาพได้รับบาดเจ็บที่แขน แต่เพื่อเป็นการอำพรางเธอแต่งเรื่องว่า  บังเอิญได้ข่าวคนที่ใส่ร้ายเธอกำลังเสพสุขอยู่ เธอทนไม่ได้จึงออกไปตามหา เพราะอยากยุติเรื่องเลวร้ายที่ทำลายชีวิตของเธอ  และเธอจะได้ ไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอีก แสงระวีกับมะลิฟังอย่างสนใจ

"ฉันนึกว่าฉันจะจัดการมันได้ด้วยตัวเอง แต่ฉันมันโง่ ผู้หญิงตัวคนเดียวจะไปจัดการกับคนที่มันชั่วมันเลวขนาดนั้นได้อย่างไร" มรกตตีบทแตกกระจุย เล่าไปร้องไห้ไปเป็นเผาเต่า

มะลิอดสงสารไม่ได้ แนะว่าทีหน้าทีหลังถ้ามรกตอยากจัดการกับคนชั่วให้บอก เธอจะให้เสือจัดการให้ เรื่อง ช่วยเหลือคนอื่นเป็นหน้าที่ที่เขาทำบ่อยๆอยู่แล้ว มรกตถามมะลิว่าหมายความว่าอย่างไร

"ก็พี่เสือเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวน่ะสิจ๊ะ"  มะลิว่าแล้ว ชะงัก เผลอพูดความลับของพี่ชาย

มรกตทำเป็นแปลกใจทั้งๆที่รู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว แสงระวีปลอบมะลิว่าไม่ต้องเป็นกังวล   มรกตอยู่กับพวกเราที่นี่ ไม่วันใดก็วันหนึ่งเธอต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี

"ฉันรู้ว่าพวกเธอไว้ใจฉัน แต่การบอกความลับที่สำคัญอย่างนี้ให้ฉันรู้ ฉันกลัวว่าคนอื่นจะไม่พอใจแล้วเข้าใจฉันผิดได้"

"เธอหมายถึงใครเหรอ มรกต"

"นายเคน...ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไหร่"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:56 น.