ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทันทีที่เสือรู้สึกตัว ถามว่าแสงระวีปลอดภัยหรือเปล่า พอรู้จากมะลิว่ายังไม่มีใครช่วยเธอกลับมา เสือเป็นห่วงมากฝืนสังขารจะออกไปตาม โรสทักท้วงว่า

ตอนนี้พลังของเสือแทบไม่เหลือแล้ว

"ผมไม่เป็นอะไร แค่ได้กินข้าวเหนียว พลังผมก็กลับคืนมาแล้ว"

มะลิไม่อยากให้เสือเสียแรงเปล่าเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์เอาตัวแสงระวีไปไว้ที่ไหน   เสือร้อนใจขอร้องสิงห์ช่วยสืบหารังของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้ สิงห์รับปากว่าจะพยายามสุดความสามารถ โรสอาสาช่วยสิงห์อีกแรง ส่วนมะลิรีบเข้าครัวไปหุงหาข้าวเหนียวมาให้พี่ชายกินเพื่อฟื้นฟูพลัง...

ขณะเดียวกัน แสงระวีสะดุ้งตื่นเมื่อมีคนมาลูบตามเนื้อตัว เห็นผู้ชายหน้าตาท่าทางไม่น่าไว้ใจอยู่ตรงหน้า เธอถอยกรูด ถามว่าที่นี่ที่ไหน

"สวรรค์น้อยๆของไอ้พวกบ้ากาม หรือเรียกง่ายๆว่า ซ่องไงจ๊ะ"

"ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"

"พี่ก็ซื้อตัวน้องสาวมาจากผู้พันอำนาจน่ะสิจ๊ะ...หน้าตาผิวพรรณแบบนี้รับรอง เป็นดาราดาวรุ่งของที่นี่แน่ๆ" แมงดาไม่พูดเปล่า เอามือจับแก้มแสงระวีไปด้วย หญิงสาวไม่พอใจปัดมือออก แล้วตบหน้าเขาอย่างแรงจนหน้าหัน แมงดาโกรธตบหน้าเธอตอบ

"อย่ามาทำพยศใส่นะเว้ย อยู่ที่นี่ถ้าแกไม่ยอมทำตามที่สั่ง ก็มีทางเลือกแค่สองอย่างตายกับขายตัว เลือกเอา" แมงดาชี้หน้าข่มขู่ ก่อนจะทิ้งแสงระวีให้อยู่ในห้องคนเดียวอย่างหวาดผวา

ooooooo

รุ่งเช้าพลังของเสือก็กลับคืนมาเหมือนเดิม มะลิหยิบหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเข้ามาให้   เสือมองหน้ากากด้วยสีหน้าเป็นกังวล

"บักเคนเป็นอย่างไรบ้าง"

"ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลอาการไม่ได้หนักมาก พี่เสือจ๊ะ ฉันได้ยินพี่พูดกับผู้กองว่านอกจากพวกกำนันฉ่ำกับผู้พันอำนาจแล้ว ยังมีพวกที่มีฝีมือดีเข้ามาช่วยพวกมันอีกด้วยเหรอ"

เสือพยักหน้ารับคำ บ่นอย่างหนักใจว่าหมัดเขวี้ยงควายที่เขาพยายามฝึกมาอย่างหนักใช้กับพวกนั้น ไม่ได้เลย มะลิตกใจเพราะถ้าจริงอย่างเสือว่า แล้วเราจะช่วยแสงระวีได้อย่างไร เสือเชื่อมั่นว่าต้องช่วยได้ พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคือพลังของความดี ย่อมเอาชนะได้ทุกอย่าง ระหว่างนั้น สิงห์กับโรสเข้ามาบอกข่าวดีว่าได้เบาะแสรังของพวกเขี้ยวพยัคฆ์แล้ว...

ในเวลาต่อมา ที่เซฟเฮาส์ของอำนาจ แม็กนั่มตบหน้ากำนันฉ่ำซึ่งถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ให้รู้สึกตัว กำนันฉ่ำมองมรกตกับแม็กนั่มอย่างงงๆ ถามว่าทั้งคู่เป็นใคร มรกตแนะนำตัวเองกับแม็กนั่มให้กำนันฉ่ำรู้จัก กำนันฉ่ำสงสัยว่าทั้งสองคนมาช่วยชีวิตเขาเพื่อจุดประสงค์อะไร

"ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรเลยดีกว่า เอาเป็นว่าบุญคุณต้องทดแทน กำนันเป็นหนี้ชีวิตฉันแล้ว จากนี้ไปกำนันต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง"

"แล้วลูกชายฉันล่ะ"

"กำนันสบายใจได้ นายศรกับลูกน้องทั้งหมดยังไม่ตาย... ว่าไงคะกำนันจะรับปากหรือเปล่า"

กำนันฉ่ำยอมรับสภาพ รู้ดีว่าถ้าขัดขืนมีหวังโดนมรกตกับแม็กนั่มฆ่าตายแน่...ส่วนที่ด้านหน้าเซฟ เฮาส์ของอำนาจ เสือ โรส สิงห์และพวกแยกย้ายกำลังกันเข้าจู่โจม เสือแยกไปด้านหลัง โรสกับสิงห์จะบุกเข้าทางประตูหน้า ส่วนจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรอคุมเชิงอยู่ข้างนอก...

มรกตและแม็กนั่มพากำนันฉ่ำมาพบหมีควายกับเห่าดงซึ่งถูกมัดไว้อีกห้อง กำนันฉ่ำวิตกกังวลเมื่อรู้ว่ามรกตส่งศรไปอยู่ในความควบคุมของอำนาจ ป่านนี้อำนาจอาจจะฆ่าศรตายไปแล้ว

"ใจเย็นค่ะ ฉันมีข้อตกลงไว้กับผู้พันอำนาจ นายศรยังมีประโยชน์สำหรับเราอยู่...ส่วนสองคนนี้ ฉันกับเพื่อนร่วมงาน

ของฉันต้องการทดสอบอะไรบางอย่างกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว... และก็ได้เวลาที่กำนันจะทำตามที่บอกฉันเอาไว้เมื่อกี้นี้โดยไม่มีข้อแม้แล้ว" มรกตพากำนันฉ่ำแยกออกไปอีกทางหนึ่ง

ส่วนแม็กนั่มเอาเข็มฉีดยาซึ่งข้างในมีสารสีเขียวสำหรับกระตุ้นพลังกล้าม เนื้อมาฉีดให้กับหมีควายและเห่าดง ที่หมดสติคออ่อนคอพับอยู่บนเก้าอี้ ชั่วครู่ ทั้งสองคนสั่นพั่บๆ ตัวเกร็งร้องอย่างทรมาน สิ้นเสียงร้องเห่าดงกับหมีควายรับรู้ ได้ถึงพลังกล้ามเนื้อที่เพิ่มขีดความสามารถมากขึ้นหลายสิบเท่า...

จากนั้นไม่นาน มรกตในชุดดำสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้ามาดักรอเสืออยู่อีกมุมหนึ่งของเซฟเฮา ส์ เสือตะคอกถามว่าเอาแสงระวีไปไว้ที่ไหน มรกตยืนนิ่งไม่ตอบ เสือตั้งท่าเชิงมวยโคราชอย่างเอาเรื่อง

"ฉันไม่ชอบทำร้ายผู้หญิงอย่าบังคับให้ฉันทำ"

มรกตขว้างมีดใส่เสือแทนคำตอบ เสือใช้มือเปล่ารับมีดได้อย่างง่ายดายแล้วขว้างกลับไปหาเจ้าของก่อนที่มีดจะ ถึงตัวมรกต แม็กนั่มโผล่เข้าคว้ามีดไว้ได้ มรกตชิ่งหลบออกไปทิ้งแม็กนั่มให้จัดการเสือ...

สิงห์กับโรสจัดการสมุนสองคนซึ่งเฝ้าทางเข้าเรียบร้อยกำลังจะเดินขึ้นไปบน ชั้นสอง เจอเห่าดงกับหมีควายโดดเข้ามาขวาง สิงห์สังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของทั้งคู่ เตือนโรสให้ระวังตัว เป็นจริงอย่างสิงห์ว่า   เห่าดงกับหมีควายมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว ไม่ว่าสิงห์กับโรสจะเตะต่อยศอกเข่าใส่ ทั้งคู่ไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย สิงห์กับโรสถูกเห่าดงกับหมีควายรุกไล่จนมุม

"ผมจะรั้งพวกมันเอาไว้เอง คุณรีบหนีไปซะ"

"ไม่ค่ะผู้กอง ฉันจะสู้เคียงข้างคุณ"

ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้น ทุกคนต่างหยุดกึก หันไปเห็นกำนันฉ่ำยืนถือปืนเล็งไปทางเห่าดงกับหมีควาย เตรียมพร้อมจะยิงใส่ เห่าดงกับหมีควายเหลียวมองหน้ากันก่อนพากันล่าถอยออกไป...

ฝ่ายเสือต่อสู้กับแม็กนั่มอย่างดุเดือด   เสือเป็นฝ่ายเสียเปรียบสู้ความแข็งแกร่งของแม็กนั่มไม่ได้ ตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายแล้วปล่อยพลังออกไป แรงอัดอากาศกระแทกใส่แม็กนั่มเต็มแรง แต่เขากลับยืนเฉย เสือลองเป็นครั้งที่สอง โดยเพิ่มพลังให้มากขึ้นกว่าเดิม กลับทำได้แค่ดันแม็กนั่มถอยไปครึ่งก้าว

"เป็นไปไม่ได้"

เสือเอาจริงตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายอีกครั้ง คราวนี้แม็กนั่มเลียนแบบท่าไม้ตายของเสือทุกอย่าง ทั้งคู่ปล่อยพลังหมัดออกมาพร้อมกัน พลังหมัดของแม็กนั่มรุนแรงกว่าเสือมาก เสือโดนพลังหมัดเขวี้ยงควายที่ตัวเองมั่นใจกระแทกใส่กระเด็นแทบสิ้น เรี่ยวแรง แม็กนั่มยิ้มสะใจก่อนผละจากไป...

ด้านสิงห์กับโรสมองกำนันฉ่ำอย่างแปลกใจสงสัยว่ามาช่วยเหลือพวกตนทำไม กำนันฉ่ำโยนปืนทิ้งปลดกระดุมเสื้อออก สิงห์กับโรสพากันตกตะลึง เสือเพิ่งวิ่งเข้ามาด้านหลังกำนันฉ่ำ คำรามลั่น

"ไอ้กำนันฉ่ำ...ถอยมาห่างๆพวกฉันเดี๋ยวนี้"

พอกำนันฉ่ำหันมาให้เห็นเต็มตัว เสือถึงกับผงะเพราะที่ตัวกำนันฉ่ำมีระเบิดเวลาผูกติดเอาไว้ ตั้งเวลาถอยหลังไว้ 20 นาที กำนันฉ่ำหน้าเครียดร้องขอให้พวกเสือช่วย โรสไม่ไว้ใจเกรงว่าจะเป็นแผนของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ สิงห์ตั้งข้อแม้ว่าถ้ากำนันฉ่ำอยากให้ช่วยจะต้องบอกมาก่อนว่าเอาแสงระวีไป ไว้ที่ไหน

"ฉันไม่รู้จริงๆ ตอนนี้ไอ้ผู้พันอำนาจมันพยายามกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง มันเลยพยายามจัดการกับทุกคนที่รู้เรื่องของมัน"

"ถ้าแกบอกไม่ได้ว่าแสงระวีอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องช่วยแก"

"ข้าขอร้องเถอะบักเสือ ข้าจะยอมรับผิดทุกอย่าง เอ็งจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาหลบอยู่ใต้หน้ากากอีกต่อไป ให้ข้าได้ช่วยเอ็งเถอะ...ขอร้องล่ะ"

ทุกคนมองเสือที่นิ่งเงียบไป ในที่สุดเสือตัดสินใจจะช่วยกำนันฉ่ำโดยอ้างว่าไม่ต้องการปล่อยให้คนเลวอย่าง กำนันฉ่ำตายง่ายๆโดยไม่ชดใช้กรรมที่ก่อไว้ แล้วเข้าไปดูระเบิดที่ผูกติดตัวกำนันฉ่ำ

"ข้า...ขอโทษนะบักเสือ ข้านับถือน้ำใจเอ็งว่าเอ็งคือนักสู้ตัวจริง"

สิงห์เข้าไปช่วยดูอีกแรง "นายเอาระเบิดออกไปเลยไม่ได้หรอกนายเสือ ถ้าถอดไม่ถูกวิธี วงจรมันจะสั่งให้ระเบิดตรงนี้เลย...ให้ฉันจัดการเองดีกว่า" สิงห์หน้าเครียดเมื่อเห็นเวลาเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ

ooooooo

แสงระวีพยายามหาทางหนีออกจากห้องคุมขัง แต่ห้องถูกล็อกจากด้านนอกอย่างแน่นหนา หัวเสียเดินมากระแทกตัวลงนั่งบนเตียง จังหวะนั้นประตูห้องเปิดออก ป๋านักเที่ยวคนหนึ่งเข้ามาในห้องมองแสงระวีด้วยสีหน้าหื่น

"สวยจริงๆสมกับที่จ่ายไปหนัก ขาวอวบแบบนี้ ป๋าชอบจริงๆ"

แสงระวีด่าไม่เลี้ยงจนป๋านักเที่ยวไม่พอใจจะเข้ามาเอาเรื่อง แสงระวีคว้าแจกันทุ่มใส่ จับแขนเขาบิดกดตัวลงกับเตียง ทุบต้นคอจนสลบแล้วค้นเอามือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา เธอพยายาม โทร.ออกแต่ในห้องไม่มีสัญญาณ เลยต้องลอบออกมาหาสัญญาณนอกห้องจนเจอ พอมะลิรับสายแสงระวีละล่ำละลัก

"มะลิ...นายเสืออยู่ไหน บอกให้เขามาช่วยพี่ที"

มะลิแปลกใจว่าเสือกับสิงห์ไปตามหาแสงระวีที่รังของพวกเขี้ยวพยัคฆ์แล้วทำไม ถึงไม่เจอกัน แสงระวีไม่ได้ถูกขังไว้ที่นั่น และเธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองถูกกักขังที่ไหน รู้แต่ว่าถูกอำนาจเอาตัวมาขายให้พวกแมงดา

"พี่แสงระวีต้องหาทางรู้ให้ได้ว่าพี่อยู่ที่ไหน ไม่อย่างนั้นพี่เสือคงตามหาพี่ไม่เจอ"

แสงระวีเดินหาจนเจอหน้าต่างที่เปิดออกไปเห็นภายนอกอาคาร พอรู้ว่าเป็นที่ไหนรีบบอกมะลิ พวกแมงดารู้ว่าแสงระวีหนีออกจากห้องตามมาเจอพอดี

"พวกมันรู้แล้วว่าพี่พยายามจะหนี บอกนายเสือตามหาพี่ให้พบให้ได้นะมะลิ ช่วยพี่ด้วยนะมะลิ"

แสงระวีว่าแล้วทิ้งมือถือวิ่งหนี แต่ไม่พ้น แมงดาเห็นฤทธิ์มาก ชกท้องเธอจนสลบเหมือดแล้วหิ้วปีกไปรวมไว้กับพวกสาวๆที่ได้มาใหม่ มะลิเป็นห่วงที่แสงระวีเงียบเสียงไป พยายามโทร.ติดต่อสิงห์ แต่สิงห์มัวแต่วุ่นอยู่กับระเบิดเลยไม่รับสาย มะลิโทร.หลายครั้งจนอ่อนใจ ตัดสินใจออกไปช่วยแสงระวีด้วยตัวเอง...

แสงระวีถูกพาเข้ามาในห้องขังสาวๆซึ่งถูกบังคับให้มาขายตัว แมงดาขู่ว่าถ้าใครคิดขัดขืนจะเป็นเหมือนนังคนนี้ สาวๆต่างร้องไห้ระงมด้วยความหวาดกลัว หญิงสาวคนหนึ่งรอจนพวกแมงดาปิดประตูห้องขังแล้วจึงขยับเข้ามาใกล้ๆแสงระวี เผยให้เห็นว่าหญิงคนนั้นคือมรกตปลอมตัวมา เธอพยายามปลุกแสงระวีให้รู้สึกตัว แต่แสงระวียังคงนอนนิ่ง มรกตหันไปขอยาดมจากสาวๆคนอื่นเอามาอังจมูกแสงระวีไว้...

สิงห์จดๆจ้องๆระเบิดบนตัวกำนันฉ่ำอยู่อึดใจ ก่อนหันมาบอกโรสช่วยพาหมู่แย้มกับจ่าเพิ่มออกไปจากที่นี่ โรสไม่เห็นด้วยกับสิงห์ที่เสียเวลาไปช่วยคนเลวๆอย่างกำนันฉ่ำ

"ปล่อยให้ผมจัดการเองดีกว่าครับผู้กอง"

"นายพูดถูกแล้วนายเสือ เรามีหน้าที่รักษาความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเราต้องให้คนเลวได้ถูกตัดสิน คนอื่นจะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง แล้วนายจะได้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์"

สิงห์ดึงสายไฟเส้นหนึ่งออก แล้วค่อยๆถอดเสื้อที่มีระเบิดติดอยู่ออกจากตัวกำนันฉ่ำได้สำเร็จ แต่ระเบิดยังไม่หยุดทำงาน เสืออาสาจะใช้พลังข้าวเหนียวจัดการระเบิดเอง คว้าระเบิดจากมือสิงห์ แล้วใช้พลังข้าวเหนียววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พอถึงหน้าเซฟเฮาส์ เสือเหวี่ยงระเบิดออกไปสุดแรง

ในพริบตานั้น เกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เสือถึงกับถอนใจโล่งออก ไม่นานนักสิงห์กับโรสคุมตัวกำนันฉ่ำออกมาหน้าบ้าน กำนันฉ่ำขอบใจเสือที่ช่วยชีวิตตนไว้ จึงตอบแทนด้วยการบอกเสือว่าเขาได้ยินพวกอำนาจคุยกันว่าเอาแสงระวีไปขายซ่อง แต่เขาไม่รู้ว่าซ่องไหน เสือจนใจไม่รู้จะไปตามหาแสงระวีที่ไหน...

ครู่ต่อมา เสือ สิงห์ กับโรสกลับมาถึงบ้านของลมใต้ปีก เห็นโน้ตที่มะลิทิ้งไว้ "ฉันได้ที่อยู่ของพี่แสงระวีมา แต่ติดต่อพี่ไม่ได้ ขอโทษจ้ะพี่เสือ ฉันจำเป็นต้องไปช่วยคุณแสงระวีก่อนที่จะสายเกินไป"

เสือหน้าเครียดขึ้นมาทันที สิงห์จะแจ้งตำรวจท้องที่ให้ไปช่วยแสงระวี เสือเกรงจะไม่ทันการ จะใช้พลังข้าวเหนียวไปช่วยเธอเอง เสือว่าแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็วปานพายุพัด สิงห์กับโรสเลยตามไม่ทัน

"ผู้กอง ข้อมูลที่มะลิได้มาตรงกับที่กำนันฉ่ำบอกทุกอย่าง แสดงว่ากำนันฉ่ำไม่ได้โกหกเรา"

สิงห์ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนอย่างกำนันฉ่ำจะเปลี่ยนใจมาช่วยพวกเรา

ooooooo

มรกตเอายาดมอังจมูกแสงระวีพักใหญ่กว่าจะได้สติ มรกตเตือนว่าไม่กี่อึดใจพวกแมงดาคงจะกลับมาอีก  เราต้องรีบทำอะไรสักอย่าง  สาวๆต่างพากันหวาดกลัว  แสงระวีปลอบทุกคนให้คลายกังวลว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวรู้เรื่องที่นี่แล้ว  เขาต้องมาช่วยพวกเราออกไปได้แน่ๆ ทำให้หญิงสาวทุกคนมีความหวัง...

ขณะเดียวกัน มะลิมาถึงหน้าซ่องที่แสงระวีถูกเอาตัวมาขาย ยืนรีๆรอๆสักพัก หยิบปืนออกมากระชับไว้ในมือ ตัดสินใจลุยเดี่ยวเข้าไปช่วยแสงระวี บังเอิญเจอแมงดาหัวหน้าซ่อง มะลิเอาปืนจ่อบังคับเขาให้พาไปยังห้องที่กักขังพี่สาวของเธอ แมงดาสงสัยว่าเด็กสาวคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นี่

"ไม่ต้องพูดมากพาฉันไปหาพี่สาวฉัน อีกไม่นานตำรวจก็จะมาถึงที่นี่ พวกแกต้องโดนจับเข้าคุกแน่ๆ"

แมงดาเจ้าเล่ห์พามะลิไปห้องว่างเปล่าห้องหนึ่ง มะลิโกรธที่โดนหลอก เหนี่ยวไกยิงแมงดา แต่ปืนยิงไม่ออก ยิงซ้ำ อีกครั้งก็ยิงไม่ออก แมงดาสบโอกาสแย่งปืนไปจากมือมะลิแล้วตบหน้าเธออย่างแรง

"ปืนเนี่ย...มันต้องปลดเซฟก่อนนะนังหนูมันถึงจะยิงออก" แมงดาหยิบวิทยุขึ้นมาแจ้งเหล่าสมุนว่าตำรวจกำลังมาที่นี่  รีบแจ้งพวกลูกค้าของเราให้หลบไปก่อน  แล้วสั่งสมุนทุกคน ให้เตรียมรับมือตำรวจ...

ครู่ต่อมา มะลิถูกพามาขังร่วมกับแสงระวี มะลิดีใจที่เห็นแสงระวีจะวิ่งเข้าไปหา  แมงดากระชากตัวไว้  มะลิขู่ว่าอีกไม่นานตำรวจจะมาถึงที่นี่แล้ว  ถ้าไม่ยอมมอบตัวแต่โดยดี จะมีโทษหนัก

"ถ้าข้ากลัวตำรวจ ข้าคงไม่มาทำอาชีพนี้หรอกเว้ย ก่อนตำรวจจะมาฉันจะพาพวกแกไปที่อื่น ส่วนนังเด็กคนนี้ ฉันจะเชือดไก่ให้ลิงดู ทีหลังจะได้ไม่แส่หาเรื่อง" แมงดาชักปืนจะยิงมะลิ

มรกตร้องห้าม เสนอตัวยอมทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ขอแค่อย่าทำร้ายเด็กสาวคนนี้ แสงระวีอึ้งคาดไม่ถึงว่ามรกตจะมีน้ำใจมากขนาดนี้ แมงดาตกลงใจจะเก็บมะลิเอาไว้คอยรับแขกดีกว่าจะยิงทิ้งให้เสียของ  ตะโกนสั่งสมุนเอาตัวสาวๆไปขึ้นรถตู้ ซึ่งจอดด้านหลังซ่อง  พวกสาวๆต่างทยอยขึ้นรถตู้  โดยมีแสงระวี มะลิ  กับมรกตรั้งท้าย  มรกตหันมากระซิบกับสองสาวว่า  พอเธอให้สัญญาณ  ทั้งสองคนต้องรีบวิ่งหนีทันที

"ฉันจะหาเรื่องถ่วงเวลาพวกมันให้ พวกเธอจะได้มีโอกาสรอด"

"อย่าทำอย่างนี้เลย มันเสี่ยงอันตรายเกินไป" แสงระวี ขอร้อง

"ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ถึงฉันจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ ชีวิตฉันก็ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่พวกเธอสองคนยังมีคนที่เป็นห่วงรออยู่" มรกตพูดจบ แกล้งร้องโอดโอย เอามือกุมท้อง แมงดาไม่เชื่อเข้ามาจิกหัวลากเธอขึ้นรถ มรกตได้ทีกัดมือแมงดาอย่างแรง ยื้อแย่งปืนจากเขา แล้วตะโกนบอกแสงระวีกับมะลิให้รีบหนี

สองสาวไม่รอช้าโกยอ้าว อึดใจเดียว มีเสียงปืนดังขึ้น สองสาวหันไปเห็นมรกตถูกยิงทรุดลงไปกองกับพื้น แสงระวี จะกลับไปช่วย แต่ถูกแมงดายิงปืนใส่ มะลิรีบคว้ามือแสงระวีวิ่งหนีโดยมีแมงดาไล่ตาม...

ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าซ่อง เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว จัดการเหล่าสมุนของแมงดาที่มาดักหน้าล้อมหลังจนราบคาบ พลันมีเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากแสงระวี เสือใช้พลังพิเศษรีบวิ่งตามเสียงไปทันที...

ฝ่ายแสงระวีกับมะลิวิ่งหนีขึ้นไปบนดาดฟ้า แมงดาไล่ตามทันลั่นกระสุนใส่  แสงระวีเอาตัวบังมะลิไว้  ก่อนลูกกระสุนจะถึงตัวแสงระวี เสือเข้ามาขวาง กระสุนโดนเข้าเต็มอก แต่ไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้าของเขา แมงดาหน้าเสียจะวิ่งหนี เสือปล่อยพลังหมัดเขวี้ยงควายเข้าใส่เต็มๆ แมงดากระเด็น กระแทกพื้นสลบเหมือด แสงระวีโผกอดเสือด้วยความดีใจ เสือโล่งใจที่สองสาวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

"แต่ผู้หญิงคนที่ช่วยพวกเรา...เราต้องช่วยเธอนะ อย่าให้เธอตาย"

แสงระวีรีบพาเสือมาหามรกตซึ่งนอนเลือดอาบหายใจรวยริน เสือขอบคุณหญิงสาวแปลกหน้าที่ช่วยชีวิตแสงระวีกับมะลิ ก่อนอุ้มเธอพาส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

ooooooo

สิงห์กับโรสถูกเรียกตัวให้มาพบท่านผู้การฯที่กองปราบฯแต่เช้า

"รายงานที่พวกคุณเขียนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ ทางผู้ใหญ่ได้พิจารณาแล้ว ถือว่านี่คือผลงานชิ้นสำคัญที่ผมต้องชื่นชมพวกคุณ" ท่านผู้การฯพูดพลางหยิบตราตำรวจและปืนคืนให้

ทั้งสองคนกล่าวขอบคุณพร้อมกับทำความเคารพ สิงห์รายงานเพิ่มเติมว่าเรื่องที่เราสองคนทำยังไม่จบแค่นี้ องค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ได้รับเงินสนับสนุนจากฮัสซันก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าหลังจากฮัสซันตายแล้ว พวกนั้นจะล่มสลายไปด้วย ผู้พันอำนาจยังมีชีวิตอยู่ และพวกเราเชื่อว่าเขาต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ๆ

"แต่พวกคุณได้ตัวกำนันฉ่ำมาแล้ว น่าจะสืบตามหาผู้พันอำนาจได้ไม่ยาก"

"เรื่องนั้นเรายังไม่แน่ใจว่ากำนันฉ่ำจะรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนค่ะ เพราะสมาชิกในองค์กรนี้ยังมีอีกจำนวนมาก และแทรกซึมมีอิทธิพลอยู่ในทุกวงการ พวกเราเกรงว่ากำนันฉ่ำอาจจะถูกฆ่าตัดตอน"

ผู้การฯมอบอำนาจให้สิงห์กับโรสดูแลคดีนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าพวกนั้นจะแทรกซึมอยู่ที่ไหนทั้งคู่ต้องเอาตัวมาลงโทษให้ได้ สิงห์กับโรสลุกขึ้นทำความเคารพแล้วรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที ครู่ต่อมา สิงห์กับโรสมาถึงหน้าห้องสอบสวน จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีบเข้ามาแสดงความยินดีที่ทั้งสองคนได้กลับเข้ารับ ราชการตำรวจอีกครั้ง หมู่แย้มเย้าว่าถ้าจะให้ดีกว่านี้ทั้งสองคนน่าจะได้เลื่อนยศ

"ถ้าทำงานแล้วคิดแต่หวังตำแหน่งล่ะก็ ผมกับหมวดโรสคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงขนาดนี้ได้หรอกหมู่"

"ครับผมผู้กอง แต่ว่าทำงานเหนื่อยมาตั้งเยอะ เสี่ยงตายมาก็แยะ พวกผมก็อยากจะเห็นผู้กองกับหมวดมีความสุขจู้ฮูกกรูกับเขาบ้าง" หมู่แย้มหันมาหัวเราะคิกคักกับจ่าเพิ่ม

แต่สิงห์กลับทำขรึม ปรามว่างานยังไม่ทันจบอย่าเพิ่งสนุก แล้วเปิดประตูห้องสอบสวนเข้าไป โรสมองตามสิงห์น้อยใจตงิดๆ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มพยายามพูดกระเซ้าโรสให้รู้สึกดีขึ้น แต่กลับโดนเธอเล่นงาน

"พอได้แล้วค่ะ หมู่...จ่า...ฉันกับผู้กองไม่ใช่เพื่อนเล่น พวกคุณ" โรสเดินตามสิงห์เข้าห้องสอบสวน

จากนั้น สิงห์กับโรสลงมือสอบปากคำกำนันฉ่ำ โรสสั่งกำนันฉ่ำให้มอบรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ทั้งหมด กำนันฉ่ำอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อเดียว สิงห์ไม่เชื่อเข้าไปกระชากคอเสื้อ ขู่ตะคอกว่าถ้าขืนมัวแต่เตะถ่วง เขาจะส่งกำนันฉ่ำกลับไปให้พวกอำนาจจัดการ

"แต่ต่อให้ผมพูดอะไรไปตอนนี้ พวกคุณก็ปกป้องชีวิตผมไม่ได้หรอก พวกที่ร่วมองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ ไม่ใช่คนที่พวกคุณจะไปแตะได้หรอก" กำนันฉ่ำแกะมือสิงห์ออก นั่งหน้าเครียดไม่ เปิดปากพูดอะไรอีก โรสกับสิงห์มองสบตากันหนักใจ กำนันฉ่ำปรายตามองทั้งคู่แล้วแอบยิ้มร้าย ฉุกคิดถึงสิ่งที่เขาคุยกับมรกตก่อนหน้าพวกสิงห์จะบุกเข้าไปทลายเซฟเฮาส์ของ อำนาจ

ตอนนั้นมรกตสั่งเขาให้ยอมจำนนให้สิงห์จับตัว กำนันฉ่ำ ค้านว่าขืนทำอย่างนั้น เขาก็ต้องติดคุกหัวโตแน่นอน มรกตกลับบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทันทีที่เขาถูกจับตัวเขาก็จะมีค่าสำหรับพวกสิงห์

"เธอต้องการจะให้ฉันทำอะไรกันแน่"

"เป้าหมายของกำนันฉ่ำอยู่ที่การจัดการฆ่าผู้กองสิงห์และหมวดโรส"

"แล้วไอ้ยักษ์แม็กนั่มนั่นล่ะ มันถูกส่งมาเพื่อจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวใช่ไหม"

มรกตพยักหน้าแทนคำตอบ กลุ่มของเธอมีเป้าหมายอยู่ที่พลังพิเศษของเสือ กำนันฉ่ำอยากรู้ว่าแม็กนั่มมีดีอะไรถึงต้านทานพลังของนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวได้ มรกตอธิบายว่า

"แม็กนั่นถูกพัฒนาขีดความสามารถให้เกินมนุษย์จากการทดลองลับทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้เป็นอาวุธในสนามรบ...

ภายใต้สมองของมนุษย์ทุกคนมีขุมพลังที่ซุกซ่อนอยู่แต่ถูกกักเก็บเอาไว้ ก็เหมือนกับเวลาที่ตกใจมากๆ แล้วสามารถแบกของหนักออกมาได้โดยไม่รู้ตัว" มรกตหยุดครู่หนึ่ง ก่อนอธิบายต่อ

"พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคือพลังที่สวรรค์ส่งมาให้เขาแข็งแกร่งภายใต้ เงื่อนไขจำกัด แต่พลังของแม็กนั่มคือพลังที่เกินขีดความสามารถของมนุษย์ที่แม้แต่พระเจ้า ยังหวาดกลัวจนต้องซ่อนมันเอาไว้...เป้าหมายของพวกเราคือการกำจัดนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว เพราะคนที่แข็งแกร่งที่สุดมีได้ เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น"

ooooooo

สายวันเดียวกัน มรกตรู้สึกตัวตื่น พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล มีแสงระวีกับมะลินั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง มรกตขยับจะลุกขึ้น แต่แสงระวีห้ามไว้ หมอเพิ่งผ่าตัดเธอเสร็จไม่นานเดี๋ยวจะเจ็บแผลเปล่าๆ พอมรกตรู้ว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวพาเธอมาส่งหมอ เลยอยากจะขอบคุณเขา

"เขาไม่อยู่ มีภารกิจที่ต้องไปทำ แต่เขาฝากขอบคุณเธอมาด้วยนะที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยพวกเรา"

มรกตทำทีถามว่าแสงระวีกับมะลิรู้จักกับนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวด้วยหรือ สองสาวพยักหน้ารับคำพร้อมกัน มรกตยิ้มเศร้าเล่นบทน้อยใจในโชคชะตาที่ตัวเองไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง ที่ไหน  เลยไม่มีใครมาช่วยเธอให้พ้นจากซ่องนั้น ไม่เหมือนสองสาวที่มีนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคอยเป็นห่วงเป็นใย

"เธอไม่ต้องห่วงนะ ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทอดทิ้งเด็ดขาด" แสงระวีจับมือมรกตปลอบใจ

"เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วเธอจะมาไว้ใจฉันได้ยังไง"

แสงระวีกับมะลิแนะนำตัวเองให้มรกตรู้จัก ส่วนมรกตก็แนะนำตัวเธอเช่นกัน แสงระวีสรุปว่าแค่นี้ก็เพียงพอทำให้เรารู้จักกันแล้ว เพราะฉะนั้นให้ถือเสียว่าเราเป็นเพื่อนกัน

"และเพื่อนย่อมช่วยเหลือเพื่อนเวลาที่เพื่อนต้องการความช่วยเหลือใช่ไหม"

มรกตยิ้มให้แสงระวีและมะลิ แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้นกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้...

เสือนั่งทำสมาธิอยู่บริเวณสวนร่มรื่นของบ้านลมใต้ปีก พยายามรวบรวมจิตให้นิ่ง แต่สมาธิกลับแตกซ่านเมื่อฉุกคิดถึงฉากการต่อสู้ครั้งล่าสุดระหว่างตัวเอ งกับแม็กนั่ม ที่แม็กนั่มเลียนแบบท่าไม้ตาย หมัดเขวี้ยงควายของเขาและเล่นงานเขาพ่ายแพ้ เสือสลัดความคิดนั้นทิ้ง ลุกขึ้นยืนตั้งท่าเชิงมวยโคราชสีหน้ามุ่งมั่น คำพูดของหลวงพ่อเข้มผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของเสือ

"จำคำของหลวงพ่อให้ดีนะบักเสือ เอ็งจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิม จงอย่าท้อถอยและละความพยายามเด็ดขาด เพราะหายนะครั้งใหญ่หลวงกำลังรอให้เอ็งไปจัดการแก้ไข"

ทีแรกเสือยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องมุมานะฝึกฝนวิชา แต่ถึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เสือรวบรวมพลังปล่อยหมัดเขวี้ยงควายออกไป จังหวะนั้น เคนเดินไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้ามา ยังดีที่กระโจนหลบได้ทัน แรงอัดเฉียดเคนหวุดหวิด กระแทกกระถางต้นไม้ใกล้ๆแตกกระจาย...

พอเคนได้ฟังเหตุผลว่าทำไมเสือต้องฝึกวิชาอย่างมุ่งมั่น เอาเป็นเอาตาย ถึงกับร้องเฮ้ย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้นจะรับมือหมัดเขวี้ยงควายของเสือได้อย่างไม่สะทกสะท้าน และเคนยังตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อฝรั่งคนนั้นรับมือเสือได้สบายๆ แล้วทำไมถึงไม่ฆ่าเสือทิ้ง

"ข้าไม่รู้ว่าทำไม รู้แต่ว่าถ้าพวกมันคิดจะสร้างหายนะให้ เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ พวกมันจะต้องเสียใจที่ปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่" เสือสีหน้าหนักแน่นเอาจริงเอาจัง...

ศรถูกมัดติดกับเก้าอี้หลับคออ่อนคอพับอยู่บนลานกลางบาร์ของอำนาจ อำนาจเข้าไปใกล้ๆพนมมือท่องคาถา แล้ววางมือไว้บนหน้าผากศร สักพักเหล็กไหลในตัวศรค่อยๆไหลผ่านมือเข้าไปอยู่ในตัวอำนาจจนหมด เส้นเลือดทั่วตัวอำนาจปูดโปนเป็นสีดำดูน่าเกรงขาม ลิงลมมองสะใจ

"ในที่สุดผู้พันก็กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง แล้วไอ้ศรล่ะครับ จะให้ผมจัดการมันอย่างไร"

"พ่อมันทำตัวมีประโยชน์กับแผนการของเรา จะฆ่ามันทิ้งก็น่าเสียดาย ลองทดสอบมันดูแล้วกันว่ามันเหมาะที่จะทำงานกับเราต่อได้ไหม" อำนาจแสยะยิ้มมองศรซึ่งยังนอนหมดสติ

ooooooo

แสงระวีชวนมะลิมาเยี่ยมมรกตอีกครั้ง แต่พบว่า เธอกลับไปแล้ว ฝากจดหมายถึงแสงระวีไว้กับพยาบาล แสงระวีอ่านข้อความในจดหมายของมรกตให้มะลิฟังไปพร้อมๆกัน

"ฉันต้องขอบคุณคุณแสงระวีมากที่ช่วยเหลือฉันอย่างดี และดีใจที่พวกคุณเรียกฉันว่าเพื่อน แต่ฉันคงรบกวนคุณมากไม่ได้เพราะฉันไม่ใช่คนดี ชีวิตฉันยังมีอีกหลายแง่มุมที่พวกคุณ ไม่ควรจะต้องมาเสี่ยงเพื่อฉัน"

แสงระวีอ่านจดหมายจบ หันมามองหน้ามะลิ รู้สึกสงสารมรกตจับใจ...

แม็กนั่มพามรกตเข้ามาในห้องลับห้องหนึ่งภายในบาร์ ของอำนาจ เห็นเห่าดงกับหมีควายถูกล่ามโซ่เอาไว้อย่างหนาแน่น ทั้งสองคนอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งควบคุมสติตัวเองไม่ได้ มรกตถามแม็กนั่มว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนี้ แม็กนั่มยังไม่ทันจะตอบอะไร อำนาจชิงตอบคำถามแทนแม็กนั่ม

"ผมว่าน่าจะเป็นเพราะผลข้างเคียงจากการใช้ยากระตุ้น ของพวกคุณ...การทดลองเรื่องยากระตุ้นพลังอันไร้ขีดจำกัดจากจิตใต้สำนึกของ พวกคุณน่าทึ่งมาก แต่นี่ก็แสดงให้เห็นว่า มันยังมีข้อบกพร่องอยู่"

"แต่พวกเราทดลองกับแม็กนั่มแล้ว ไม่มีความผิดพลาด อะไรเกิดขึ้น"

อำนาจสบช่อง แนะนำมรกตให้รายงานเรื่องนี้กลับไปให้ องค์กรของพวกเธอรู้ว่า ยากระตุ้นใช้ไม่ได้ผลที่นี่ มรกตมองหมีควายกับเห่าดงสีหน้าครุ่นคิด ก่อนสั่งแม็กนั่มกำจัดพวกนี้ทิ้ง อำนาจร้องขอไว้เนื่องจากเห็นว่ายังใช้ประโยชน์จากทั้งคู่ได้ มรกตขัดขึ้นว่าจะทำอะไรได้ในเมื่อไม่เกิน 24 ชั่วโมง คนคู่นี้ ต้องตายอยู่ดี

"พวกคุณมีแผนการจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยังไงผมไม่เคยไปขวางทาง คราวนี้ผมก็แค่อยากจะใช้วิธีบริหาร ทรัพยากรที่มีอยู่ให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นเอง" อำนาจ ยิ้มอย่างมีเลศนัย...

จากนั้น อำนาจกลับมายังลานกว้างกลางบาร์ สั่งลิงลมให้เอาน้ำสาดหน้าศร ปลุกให้ได้สติ ศรลืมตามองอำนาจกับลิงลม ฮึดฮัดจะเอาเรื่องอำนาจที่ฆ่าพ่อของเขา หลับตาท่องคาถาเรียกพลังเหล็กไหล แต่กลับต้องตกใจที่พลังเหล่านั้นหายไป อำนาจเรียกคืนพลังเหล็กไหลจากศรหมดแล้ว และที่สำคัญกำนันฉ่ำพ่อของศรก็ยังมีชีวิตอยู่ ศรงงว่าทำไมพ่อของเขาถึงยังไม่ตายทั้งๆที่เขากำจัดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ไม่ได้

"ผู้พันยังใจดีกับพ่อเอ็ง ยอมให้มีชีวิตรอดแล้วมาทำงาน ให้ต่อ แต่สำหรับเอ็ง มันต้องพิสูจน์ก่อนว่าควรจะเลี้ยงไว้อีกไหม" ลิงลมพูดจบ เข้าไปแก้มัดศร

ทันใดนั้น เห่าดงกับหมีควายก้าวเข้ามาพร้อมกับคำราม เสียงลงคอไร้สติจะควบคุมตัวเอง ศรแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น กับลูกน้องตัวเอง เห่าดงกับหมีควายปรี่เข้าเล่นงานศรอย่างไม่ทันจะตั้งตัว...

ทันทีที่แสงระวีได้ฟังเคนเล่าเรื่องความวิตกกังวลของเสือ เธอเข้ามาปลอบเสือไม่ให้คิดมาก พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ไม่น่าจะมีใครมาล้มได้ง่ายๆ ถึงพวกเขี้ยวพยัคฆ์จะมีคนมีฝีมือ มาร่วมมือด้วยก็ตาม แต่สิงห์กับโรสกำลังขยายผลการสืบสวนเพื่อกวาดล้างพวกที่ให้การร่วมมือ สนับสนุนองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ แล้ว ยิ่งเสือได้รู้ว่าแสงระวีจะสานต่องานของลมใต้ปีกเพื่อช่วยเขาอีกแรง กลับยิ่งทำให้เขาลำบากใจมากขึ้น...

ด้านศรถูกลูกน้องตัวเองเล่นงานอย่างหนัก ศรพยายามใช้คาถาปลุกรอยสักของทั้งคู่แต่ไร้ผล เพราะพวกนั้นไม่รู้ว่าตัวเอง เป็นใคร อำนาจปรามาสศรว่าถ้าสู้ลูกน้องตัวเองไม่ได้ก็ไม่สมควรจะอยู่ให้อับอายขาย หน้าไปถึงพ่อของศรเอง ศรอยากรู้ว่าอำนาจทำอะไรเห่าดงกับหมีควายถึงไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นใคร

"นี่แหละ...พลังที่สามารถเอาชนะนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้...แต่ถ้าเอ็งต้อง มาตายเพราะฝีมือลูกน้องตัวเอง เอ็งก็ไม่มีทางได้รู้หรอกไอ้ศร"

ด้วยความอยากรู้ ศรรวบรวมกำลังทั้งหมดฆ่าเห่าดง ตายคาที่ แต่หมีควายมีพลังมากกว่าเห่าดงหลายเท่า ศรจึงโดนล็อกด้านหลังบีบด้วยแรงมหาศาลถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน

"ช่วย...ด้วย...ข้ายังไม่อยากตาย...ข้ายอมทุกอย่าง ข้าจะไม่หักหลังผู้พันอีก...ข้า...ข้าสาบาน"

อำนาจหันไปพยักพเยิดให้ลิงลมเอาปืนยิงยาสลบมายิ่งใส่ต้นคอหมีควาย ทรุดฮวบหมดสติ อำนาจเข้ามากระชากคอเสื้อศร ขู่ว่าถ้าคิดทรยศหักหลังเขาอีก คราวนี้เขาจะฆ่าศรพร้อมกับกำนันฉ่ำอย่างไม่รีรอแล้วผลักศรจนล้ม ลิงลมถามอำนาจว่าจะให้ทำอย่างไรกับหมีควาย

"อีกไม่กี่ชั่วโมงมันก็ต้องตายเพราะผลข้างเคียงของยากระตุ้น ปล่อยมันไป...ใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด" อำนาจสีหน้าเหี้ยมเกรียม ขณะที่ลิงลมพยักหน้าเข้าใจ...

มะลิขอร้องให้โรสกับสิงห์ช่วยค้นหาข้อมูลของมรกตให้ หลังจากได้รูปพรรณสัณฐานของมรกตแล้ว โรสค้นหาจากฐานข้อมูลของตำรวจจากคอมพิวเตอร์ พบว่ามรกตคนนี้ตายไปแล้ว มะลิตกใจ จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อมรกตช่วยเธอกับแสงระวีไว้ สิงห์แปลกใจรีบเข้ามาช่วยตรวจข้อมูล

"ผู้หญิงคนนี้ตายไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ระบุสาเหตุว่าประสบอุบัติเหตุระหว่างหนีการจับกุม"

"เขาเป็นอาชญากรเหรอคะ"

โรสตรวจข้อมูลอีกรอบ ปรากฏว่ามรกตหนีการประกันตัวเพราะต้องคดีสงสัยว่าฆ่าคนตาย มะลิไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ที่คนดีๆที่ช่วยชีวิตเธอจะมีคดีฆ่าคนตายติดตัว โรสอาสาจะสืบเรื่องนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง จังหวะนั้น เคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกสิงห์ให้ช่วยไประงับเหตุทะเลาะกันระหว่างแสงระวีกับเสือ...

เสือกับแสงระวีกำลังเถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่งเสียงลั่นไปทั้งสวน เสือพยายามห้ามแสงระวีไม่ให้สานต่องานพ่อของเธอในฐานะลมใต้ปีกแต่แสงระวีไม่ยอม สิงห์ขอร้องให้ทั้งคู่ใจเย็นๆ ถามว่ามีเรื่องอะไร ทำไมต้องทะเลาะกันด้วย มะลิกับโรสตามเข้ามาสมทบ รอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ แสงระวีโกรธไม่ยอมพูดอะไร เสือฟ้องว่าแสงระวีต้องการสานต่องานของธงไท มะลิรีบบอกทันทีว่าเห็นด้วยกับแสงระวี

"มะลิ...แต่พี่ไม่เห็นด้วย"

แสงระวีไม่อยากต่อปากต่อคำอะไรอีก หันไปยืนยันกับสิงห์ว่า เรื่องนี้ใครก็ห้ามเธอไม่ได้ เพราะนี่คือสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำให้การตายของพ่อไม่ไร้ความหมาย แสงระวีว่าแล้วเดินหัวเสียออกไป เสือจะตามแต่โรสรั้งไว้ ขอร้องว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร ตอนนี้ต่างคนต่างร้อนด้วยกันทั้งคู่จะพาลทะเลาะกันไปใหญ่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอกับสิงห์จัดการเอง สิงห์กับโรสรีบตามแสงระวี ทิ้งสองพี่น้องให้คุยกันเอง

"พี่เสือก็...คุณแสงระวีเขาตั้งใจจะช่วยพี่นะ"

เสือทำหน้าดุใส่น้องสาว ต่อว่าว่าทำไมไม่รู้จักเข้าข้างพี่ชายตัวเองบ้าง รู้หรือไม่ว่าที่เขาห้ามแสงระวีเพราะไม่ต้องการให้เธอต้องมาเสี่ยงอันตราย มะลิอ้างว่าเมื่อก่อนเธอก็เคยห่วงเสือที่ต้องกลับมาเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอีกเพราะเกรงพี่ชายจะได้รับอันตราย แต่ตอนนี้เธอไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว

"ตอนที่มะลิกับพี่แสงระวีตกอยู่ในอันตรายแล้วรอให้พี่เสือมาช่วย เราสองคนกลัวมากเลยจ้ะพี่ ถ้าพี่มาช้าอีกนิดเดียว เราคงถูกจับไปไม่ได้เจอหน้าพี่อีก"

"พี่ไม่มีทางปล่อยน้องสาวกับคนรักของพี่ให้ไปตกระกำลำบากหรอก...มะลิก็รู้"

"จ้ะ มะลิรู้...พี่แสงระวีก็รู้ สิ่งที่พี่แสงระวีฝันเอาไว้ก็เหมือนกับที่พี่เสือฝันเหมือนกัน คือการได้เห็นบ้านเมืองสงบสุขไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะได้ไม่ต้องออกมาปรากฏตัว เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ...พี่เสือจ๊ะ ทั้งมะลิและพี่แสงระวี เรารอดมาได้เพราะผู้หญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเอาไว้ เราจึงตั้งใจไว้ว่า เราจะไม่ยอมปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องเหนื่อยคนเดียวอีกต่อไป"

เสือเข้าใจแล้วว่าน้องสาวกับคนรักของเขาคิดอย่างไร แต่เขาก็ยังยืนยันขอเหนื่อยคนเดียวดีกว่าจะต้องมาเสียใจทีหลังที่ช่วยคนที่เขารักไม่ได้ เคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเสือว่าได้ข่าวจากพวกแท็กซี่ว่ามีคนเจอหมีควายกำลังอาละวาดอยู่...

ทางฝ่ายแสงระวีอธิบายให้โรสกับสิงห์ฟังว่าทำไมเธอถึงอยากมีส่วนร่วมในการช่วยเสือ เพราะเธอไม่อยากเป็นภาระให้เขาต้องคอยมาเป็นห่วง ลำพังนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีคนรอความช่วยเหลือล้นมืออยู่แล้ว

"น้องไม่อยากอยู่เฉย ถ้าน้องใช้วิธีการเดียวกับที่พ่อเคยทำ คือการเปิดโปงขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์แล้วจัดการพวกมันให้

สิ้นซากด้วยกฎหมาย น้องก็จะช่วยนายเสือได้" แสงระวีสีหน้ามุ่งมั่น สิงห์อดหวั่นใจไม่ได้

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ลานจอดรถหน้าบ้านลมใต้ปีก เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวขึ้นคร่อมซุปเปอร์ถึกมอเตอร์ไซค์คู่ใจเตรียมออกปฏิบัติการ สิงห์ตามออกมาพร้อมกับโรส บอกกับเสือว่าจ่าเพิ่มเพิ่งโทร.มารายงานว่ากำนันฉ่ำยอมเปิดปากพูดแล้ว อยากให้เขากับโรสรีบมาสอบปากคำด่วน

"ผู้กองไม่ต้องห่วงหรอกครับ...รีบไปจัดการธุระของผู้กองเถอะ ไอ้หมีควายคนเดียวผมรับมือได้"

โรสเตือนเสือว่านี่อาจเป็นแผนล่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้ออกไป ถึงแม้จะเป็นแผนของพวกเขี้ยวพยัคฆ์เสือก็ไม่กลัว ก่อนจะไปเสือเห็นแสงระวีออกมายืนมอง ทั้งคู่มองสบตากันอย่างอึดอัดใจ จากนั้น แสงระวีเดินสะบัดเข้าบ้าน มะลิตามมาขอโทษ แทนพี่ชายที่ทำให้หงุดหงิด แสงระวีเข้าใจนิสัยของเสือดีว่าเหมือนกับเธอที่ดื้อรั้นไม่ฟังใคร มะลิแซวว่ามิน่าทำไมทั้งคู่ถึงรักกัน แสงระวียิ้มเขินตีแขนมะลิเบาๆ

"เรื่องที่เราคุยกัน พี่แสงระวีไม่ต้องห่วงไปหรอก ถ้าเราจัดการทุกอย่างได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เดี๋ยวพี่เสือเขาก็ยอมเราเอง" มะลิมองแสงระวีราวกับรู้กัน

เคนเข้ามาเลียบๆเคียงๆถามว่ากำลังทำอะไรกัน มะลิหันไปเอ็ดว่าอย่ายุ่ง แล้วรีบดึงแสงระวีออกมาคุยกันห่างๆไม่ให้เคนได้ยิน บอกแสงระวีว่าเธอได้ยินเสือสั่งเคนให้คอยจับตาดูเราสองคนไว้ แต่เธอได้ประวัติมรกตมาแล้ว ถ้าเราสลัดเคนไม่หลุด เราคงไปตามหามรกตไม่ได้แน่ แสงระวีสีหน้าครุ่นคิดหาทางหนี...

ไม่นานนัก เสือมาถึงโรงน้ำแข็ง เห็นหมีควายกำลังอาละวาดไล่ฆ่าคนงานเป็นว่าเล่น เสือเข้าไปขวาง ทั้งสองคนตรงเข้าต่อสู้กันดุเดือด เสือรับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลที่หมีควายมี แต่เขากลับดูเหมือนคนไร้สติควบคุมตัวเองไม่ได้ เสือใช้เชิงมวยโคราชเล่นงานหมีควายกระเด็นใส่กองน้ำแข็ง นอนแน่นิ่งไปพักเดียว ก็ลุกพรวดขึ้นมาอาการบ้าคลั่งมากกว่าเดิม แถมมีเลือดไหลออกจากจมูกและตาตลอดเวลา เสือตกใจ

"ไอ้หมีควาย...แกเป็นอะไร"

หมีควายไม่ตอบย่างสามขุมเข้าหา เสือตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายหมัดเขวี้ยงควายจัดการ หมีควายถูกพลังหมัดอัดจนกระอักเลือด แต่ยังลุกขึ้นเดินเข้าหาเสืออย่างไม่กลัวตาย เสือปล่อยหมัดเขวี้ยงควายใส่หมีควายอีกครั้ง หมีควายในสภาพใกล้ตาย สติวูบสุดท้ายกลับคืนมา ร้องขอความช่วยเหลือลั่น

"เอ็งเป็นอะไร...ใครทำอะไรเอ็งแบบนี้" เสือถามด้วยความสงสาร

"พวก...พวกไอ้...แม็กนั่ม...ช่วยให้ข้าหายจากทรมานด้วย...บักเสือ" หมีควายทรุดฮวบ

อาการแพ้สารกระตุ้นอย่างรุนแรงทำให้หมีความร้องตะโกนขึ้นอย่างเสียสติอีกครั้ง พุ่งเข้าหาเสือ เสือตัดสินใจปล่อยท่าไม้ตายจัดการหมีควายขั้นเด็ดขาด ในที่สุด หมีควายก็ตาย ศรโผล่มาด้านหลังเสือ ยิงปืนลูกซองใส่ เสือเบี่ยงตัวหลบ ได้เฉียดฉิว ศรได้ทีรีบวิ่งหนี เสือแปลกใจที่เห็นศรอีกครั้ง...

ขณะเดียวกัน ที่ห้องสอบสวนภายในกองปราบฯ สิงห์รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลเมื่อรู้ว่ากำนันฉ่ำยอมเปิดปากหลังจากทนายมาขอเข้าพบ ลางสังหรณ์ของสิงห์เป็นจริง ทนายความขอให้สิงห์ดำเนินการกันกำนันฉ่ำไว้เป็นพยานในคดีและต่อรองให้ได้รับความคุ้มครองอีกต่างหาก สิงห์เจ็บใจเข้าไปกระชากคอเสื้อกำนันฉ่ำ

"คนผิดยังไงก็ต้องได้รับโทษ จะมาหัวหมออยู่เหนือกฎหมายไม่ได้"

ทนายรีบเข้ามาขวาง "หยุดนะครับผู้กอง...สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่คือการคุกคามเสรีภาพของลูกความผม ซึ่งตอนนี้เขายังเป็นแค่...ผู้ต้องสงสัย ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา"

"ผู้กองจะมาหาว่าผมหัวหมอไม่ได้ ถ้าคนผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมายงั้นทำไมผู้กองถึงปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวลอยนวลอยู่ได้ล่ะ ในเมื่อก็ทำผิดกฎหมายเหมือนกัน" กำนันฉ่ำยิ้มกวนสุดๆ

สิงห์เหลืออด ปราดเข้าไปชกหน้ากำนันฉ่ำซ้ำๆหลายหมัด ทนายตะโกนห้ามลั่น แถมขู่ว่าถ้าไม่หยุดซ้อมลูกความของเขา เขาจะเล่นงานสิงห์จนต้องออกจากราชการอีกครั้ง เสียงเอะอะโวยวายดังไปถึงหน้าห้องสอบสวน จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มตกใจ รีบเข้ามาดู โรสเห็นท่าไม่ดีวานจ่าเพิ่มช่วยพาผู้กองสิงห์ออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกก่อน กำนันฉ่ำซึ่งปากแตกยับเยินมองตามสิงห์ ยิ้มสะใจ...

ทางด้านเสือตามศรเข้าไปด้านในโรงน้ำแข็ง ศรดักรออยู่แล้ว เปิดฉากยิงกระหน่ำใส่ไม่ยั้ง เสือพุ่งหลบแต่ไม่พ้นกระสุนโดนไหล่อย่างจัง เลือดไหลอาบ ตะโกนถามว่าพวกที่ช่วยศรเป็นใครมาจากไหนกัน

"อีกไม่นาน เอ็งได้รู้จักพวกมันแน่ พลังของเอ็งมันมีขีดจำกัดโดนกระสุนลงอาคมเอ็งยังเจ็บเลย พวกมันถึงได้ส่งข้ากับไอ้หมีควายมาเพื่อให้เอ็งรู้ตัวว่าต่อให้เอ็งพยายามสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางสู้กับพวกมันได้"

"คนอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสู้ไม่เคยถอย แม้จะต้องตาย"

"เอ็งได้ตายสมใจอยากแน่ แต่ก่อนตายเอ็งต้องเจ็บปวดกับคนรอบๆตัวที่ต้องตายไปต่อหน้าต่อตา เพราะความอยากเป็นฮีโร่ของเอ็ง" ศรลั่นไกใส่เสืออีกเป็นชุด เสือม้วนตัวหลบแล้วลุกขึ้นง้างหมัดจะเล่นงานศร แต่เขาหายตัวไปแล้ว เสือกวาดตามองหาอย่างเจ็บใจ...

สิงห์ยังหงุดหงิดอารมณ์ค้าง โรสปลอบให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งวู่วาม เดี๋ยวจะกลายเป็นเข้าทางพวกนั้น สิงห์จะไม่ยอมให้กำนันฉ่ำได้สิทธิ์คุ้มครองพยานเด็ดขาดเพราะเท่ากับกำนันฉ่ำไม่ต้องรับผิดอะไรเลย เมื่อก่อนสิงห์เคยยึดมั่นในกฎเกณฑ์ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสังคมถึงต้องการนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

"แต่ผู้กองจะออกไปสู้ข้างถนนอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้ พวกเราจำเป็นต้องมีคนอย่างผู้กองไว้ปกป้องพวกเรา...ไว้ใจฉันเถอะค่ะ ผู้กอง ฉันจะหาทางให้เอง" โรสมองสิงห์อย่างมีแผนอะไรบางอย่าง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 09:16 น.