ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สิงห์สั่งจ่าเพิ่มวางกำลังตำรวจไว้โดยรอบโรงพยาบาล เผื่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะแอบมาฆ่าปิดปากพยานคนสำคัญ เตือนว่าอย่าให้เอิกเกริก สิงห์อยากให้ที่นี่ดูเหมือนไม่มีการป้องกัน เพราะไม่อยากให้ผู้คนที่มาใช้บริการพากันตกอกตกใจ จ่าเพิ่มรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที...

ขณะเสือกำลังจะออกจากบ้าน แสงระวีเดินสวนเข้ามาพร้อมกับถุงใส่ของกิน ส้มกับเคนตามเสือออกมา ส้มเห็นแสงระวีถึงกับปรี๊ดแตกตรงเข้าต่อว่าว่ามาทำไมอีก ถ้าว่างมากนักทำไมไม่ไปเขียนข่าวช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ปล่อยให้เขาถูกใส่ร้ายอยู่ได้ ไหนพูดนักพูดหนาว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา

"ใช่...ฉันอยู่ข้างเดียวกับเขา"

"งั้น จะมาเสนอหน้าอยู่ที่นี่ทำไม เขาเคยช่วยเธอมาไม่รู้กี่ครั้ง ตอนนี้แหละที่เธอจะเป็นฝ่ายช่วยเขาบ้าง เธอต้องเขียนแก้ข่าวให้เขา...ไปสิ...รีบไป นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นคนดี เขาไม่ควรถูกใส่ร้าย"

ส้มผลักแสงระวีจนเซ เสือรีบเข้าไปห้ามส้ม แสงระวีเห็นด้วยกับคำพูดส้ม เธอควรจะช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ให้ถูกเข้าใจผิด แล้วยื่นถุงของกินให้เสือ ช่วยฝากให้มะลิด้วย เธอขอตัวกลับก่อน เสือรั้งไว้อ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย แล้วดึงแสงระวีออกไป ส้มมองตามไม่พอใจ

เสือขอร้องแสงระวีให้อยู่ห่างๆนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียว ไม่เช่นนั้นจะพลอยติดร่างแหไปด้วย แสงระวีโกรธจัดด่าเขาว่าขี้ขลาดเห็นแก่ตัว ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เสียแรงที่คิดว่าเขามีอุดมการณ์ ไม่ว่าเสือจะพูดอย่างไร แสงระวียืนยันว่าจะร่วมต่อสู้กับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เสือตัดสินใจดึงเธอ มากอดไว้แน่นสารภาพว่ารักเธอมากเกินกว่าจะปล่อยให้เธอต้องไปเสี่ยงแบบนั้น เขาไม่อยากเสียเธอไป แสงระวีตกใจและสับสน

"ฉันขอบใจที่นายรักฉัน แต่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกำลังต้องการความช่วยเหลือ ฉันจึงไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะกับนาย...ขอโทษด้วยนะนายเสือ"

แสง ระวีน้ำตาคลอ ผละจากมา เสียใจที่พูดไม่ตรงกับใจ จริงๆแล้วเธอมีใจให้เสือคนเดียว แต่เพราะยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ต้องการช่วยเหลือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เธอจำเป็นต้องปฏิเสธเสือ...

ที่เซฟเฮาส์ของอำนาจ ศรหัวเสียไม่เลิกที่เสือหนีรอดไปได้ คราวนี้เขาโทษว่าเป็นเพราะอำนาจไม่ไว้ใจให้เขาจัดการเสือตั้งแต่แรก เห่าดงพูดเอาใจว่าอำนาจผิดเต็มประตูที่มองไม่เห็นความสามารถของศร

"ข้ามาที่นี่เพราะหวังจะเป็นใหญ่ ไม่ได้มาเป็นกระโถน ท้องพระโรงให้พวกเก่งแต่ปาก เก๊กท่าไปวันๆ"

"แกว่าฉันเก่งแต่ปาก เก๊กท่าไปวันๆงั้นหรือ"

ทุกคนชะงัก หันไปมองตามเสียง เห็นอำนาจยืนอยู่ เห่าดงกับหมีควายหน้าเสีย อำนาจเดินเข้ามาจ้องหน้าศรแล้วตบแก้มเบาๆ ปรามว่าถ้ากำนันฉ่ำพ่อของศรกับเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกันมาก่อน ป่านนี้ศรโดนสอยร่วงไปแล้ว ศรนึกอยากลองของ จ้องหน้าอำนาจตอบแล้วคว้าข้อมือเขาไว้
"ผมไม่ได้อยากปีนเกลียวแต่ห่วงชีวิตตัวเอง ถ้าเดินตามผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เรื่อง หมามันอาจจะกัดเอาได้"

อำนาจไม่พอใจ คว้ามือศรบ้าง อยู่ๆมือก็ร้อนจนแทบพอง ศรชักมือออกร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด   ทั้งหมดต่างพากัน

ตะลึงเมื่อเส้นเลือดทั่วตัวอำนาจโป่งนูนมีของเหลวสีดำไหลเวียนอยู่ในนั้น ศรถึงกับอึ้ง "เหล็กไหล"

อำนาจจับศรเหวี่ยงกระแทกกำแพง ศรยันตัวลุกขึ้นพุ่งเข้าประลองฝีมือด้วย แต่สู้อำนาจไม่ได้ หมัดของศรไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้า ร่างของอำนาจแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ศรแพ้หมดทางสู้   แต่แทนที่เกรงกลัวเขากลับสนใจพลังเหล็กไหลของอำนาจ

ooooooo

ตกค่ำ เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตัดสินใจมาโรงพยาบาลซึ่งพนักงานสาวที่ถูกเขายิงรักษาตัวอยู่

โรสในชุดกุหลาบแดงเข้ามาขวางไว้ เธอสืบทราบมาว่าสิงห์วางกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบรอเขาอยู่ เสือมาที่นี่เพื่อมอบตัวกับสิงห์ และจะเล่าเรื่ององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ให้ฟัง สิงห์จะต้องช่วยเขาจัดการพวกนั้นแน่ๆ

"ถ้าผู้กองสิงห์รู้เรื่อง เขาต้องเล่นเกมไล่ล่าพวกนั้นอย่างเปิดเผย   ซึ่งนั่นจะทำให้ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าพวกเรา   พวกที่มีอำนาจมากกว่าเขาจะเห็นแก่สินบนสั่งเก็บเขาโดยไม่มีใครช่วยเขาได้"

"แต่ผมไม่มีทางเลือก ผมยังต้องรับผิดชอบสิ่งที่ผมทำ และผมเชื่อว่าผู้กองสิงห์จะแก้ปัญหานี้ได้"

"คุณทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่คุณรัก ฉันก็ยอมให้คุณดึงคนที่ฉันรักมาเสี่ยงด้วยไม่ได้เหมือนกัน"

เสืออึ้งที่รู้ว่าโรสรักสิงห์ โรสตั้งการ์ดเตรียมพร้อม ขวางไม่ให้เขาเข้าไปหาสิงห์ เสือไม่มีทางเลือกนอกจากต่อสู้กับเธอ โรสต้านเสือได้ไม่กี่กระบวนท่า แต่สุดท้ายเชิงมวยโคราชของเสือก็เล่นงานโรสจนล้มคว่ำ  เสือแนะว่าถ้าเธอรักสิงห์ก็ควรจะบอกให้เขารู้  เพื่อที่เธอจะได้ปกป้องคนที่เธอรักอย่างเปิดเผย

แล้วมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล โรสได้แต่มองตามเสือ คิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี...

ด้านแสงระวีลอบเข้ามาทำข่าวพนักงานสาวที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะกำลังจะกดลิฟต์ขึ้นไปที่ห้องพักฟื้นของเธอ จ่าเพิ่มเข้ามาขัดจังหวะ พาเธอออกมาข้างนอกอาคาร ขอร้องว่าอย่าก่อเรื่องอะไรอีก ผู้กองตั้งใจกับการจับตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาก ถึงขนาดเอาอนาคตตัวเองเป็นเดิมพัน เธอควรจะเห็นใจผู้กองบ้าง

แสงระวีเหมือนจะเชื่อฟัง แต่พอจ่าเพิ่มไปพ้นสายตา เธอกลับหลบหลีกตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปในห้องพักฟื้นพนักงานสาวจนได้ แสงระวีเห็นคนเจ็บนอนหันหลังให้เข้าไปเขย่าตัวเรียก แต่พอคนเจ็บหันหน้ามากลายเป็นหมู่แย้มที่

ปลอมตัว แสงระวีงงว่านี่มันเรื่องอะไรกัน สิงห์เปิดประตูห้องเข้า มาพอดี

"แผนตะครุบตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวของพี่ไง...จ่าวิทยุมาบอกพี่ว่าให้แสงระวีไปจากที่นี่แล้ว แต่แสงระวีก็ยังดื้อไม่ไป พี่เลยบอกจ่าปล่อยให้แสงระวีขึ้นมาเพื่อที่พี่จะได้คุยกันตรงๆกับแสงระวี"

แสงระวีไม่เชื่อว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะทำร้ายคนบริสุทธิ์ ต้องมีเงื่อนงำบางอย่างเธอถึงต้องตามมาหาคำตอบ สิงห์ยืนยันว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยอมรับกับเขาเองว่ายิงพนักงานคนนั้น แสงระวีถึงกับอึ้ง สิงห์คว้ามือเธอขึ้นมาสวมกุญแจมือ แล้วพาไปอีกห้องหนึ่ง ล็อกกุญแจมืออีกข้างกับเตียงนอน แสงระวีโวยวายลั่นให้ปล่อย  สิงห์จะปล่อยเธอก็ต่อเมื่อเขาได้ตัวนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวแล้ว

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกำลังถูกใส่ร้ายป้ายสีให้เป็นโจร เพราะเขากำลังขัดขวางพวกเขี้ยวพยัคฆ์"

สิงห์เคยได้ยินชื่อนี้จากกุหลาบแดง แต่ยังไม่ทันถามอะไรอีก   จ่าเพิ่มวิทยุเข้ามารายงานว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวปรากฏตัวแล้ว ให้เขารีบลงมาข้างล่างทันที ครู่ต่อมา สิงห์มาถึงห้องโถงด้านล่าง เห็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของตำรวจ กำลังบอกจ่าเพิ่มว่าต้องการพบสิงห์

"ฉันอยู่นี่...แกมีอะไรกับฉัน...นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

"ผมต้องการมามอบตัวกับผู้กอง" นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคุกเข่า เอามือประสานไว้ที่ท้ายทอย สิงห์รวมทั้งตำรวจคนอื่นๆพากันแปลกใจ สงสัยว่าเขาจะมาไม้ไหน...

กุหลาบแดงคิดแผนขัดขวางไม่ให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเข้ามอบตัวได้แล้ว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากแสงระวี ทีแรกแสงระวีไม่ไว้วางใจ เกรงว่ากุหลาบแดงจะเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์ กุหลาบแดงพูดจาหว่านล้อมจนแสงระวีเชื่อว่าเธอเป็นพวกเดียวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว จึงยอมร่วมมือด้วย...

ในเวลาเดียวกัน หมู่แย้มเตือนสิงห์ว่าอย่าไปหลงกลนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว อยู่ๆจะมาให้จับกันง่ายๆแบบนี้อาจจะมีลูกไม้ก็ได้    นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้มาเพื่อทำร้ายใคร แค่ต้องการมามอบตัวกับสิงห์เท่านั้น

"ทำไมต้องเป็นฉัน"

"เพราะผมไว้ใจผู้กองแค่คนเดียว และมั่นใจว่าถ้าผู้กองได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผมแล้ว ผู้กองต้องเชื่อในสิ่งที่ผมจะเล่าให้ฟัง"

สิงห์ตัดสินใจทำตามที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องการ แต่เพื่อความปลอดภัย เขาสั่งหมู่แย้มค้นตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ไม่พบอาวุธใดๆ สิงห์จ่อปืนที่เอวเขาแล้วพาเข้าไปในห้องตรวจตามลำพัง  โดยมีจ่าเพิ่ม  หมู่แย้ม  กับพวกตำรวจนอกเครื่องแบบเฝ้าอยู่หน้าห้อง

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยอมรับ กับสิงห์ว่าทำผิดเรื่องยิงคนบริสุทธิ์ แต่เรื่องปล้นเพชรเขายืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้ทำ สิงห์มีหลักฐานมัดตัวเขา ถึงเวลาขึ้นศาลรับรองว่าเขาดิ้นไม่หลุดแน่

"ผมทราบครับ...ผมถึงต้องการให้ผู้กองตามสืบความจริงหลังจากที่ผมหมดอิสรภาพ"

"ถ้าแกอยากจะให้ฉันค้นหาความจริงตามที่แกอ้าง... ก่อนอื่น แกก็ต้องเปิดเผยความจริงหลังหน้ากากให้ฉันเห็นก่อนว่าแกเป็นใคร ไม่งั้นก็อย่ามาพูดเรื่องความจริงอะไรกับฉัน"

"ถ้าผู้กองอยากรู้ว่าผมเป็นใคร...ผมจะให้ผู้กองได้รู้" นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเตรียมจะถอดหน้ากาก

ทันใดนั้น   จ่าเพิ่มวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกสิงห์ว่าแสงระวีถูกกุหลาบแดงจับตัวไว้ ขู่ว่าถ้าสิงห์ไม่ออกมาพบ เธอจะทำร้ายแสงระวี สิงห์มองหน้านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอย่างเอาเรื่อง เขาปฏิเสธทันทีว่านี่ไม่ใช่แผนของเขา สิงห์ไม่เชื่อสั่งจ่าเพิ่มเฝ้าเขาไว้ จ่าเพิ่มชักปืนขึ้นเล็งไปที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกันไม่ให้ตุกติก

สิงห์มาถึงลานหน้าโรงพยาบาล  เห็นแสงระวีถูกกุหลาบแดงคุมตัวเอาไว้กลางวงล้อมของตำรวจ สิงห์สั่งกุหลาบแดงปล่อยตัวแสงระวีไป ยิ่งทำแบบนี้จะให้เขาเชื่อคำพูดของเธอกับนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวได้อย่างไร

"ถ้าผู้กองมากับฉัน ผู้กองจะได้รู้ในสิ่งที่ผู้กองอยากรู้ มากที่สุด" กุหลาบแดงคุมตัวแสงระวีหนีไป

สิงห์สั่งหมู่แย้มไปช่วยจ่าเพิ่มคุมตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เขาจะตามไปช่วยแสงระวีเองแล้วสั่งตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นายตามมา หมู่แย้มไปถึงห้องตรวจ เห็นจ่าเพิ่มนอนหมดสติเข้าไปเขย่าให้รู้สึกตัวแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น จ่าเพิ่มสะลึมสะลือ บอกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทำร้ายเขา ก่อนหลบหนีไป...

ฝ่ายกุหลาบแดงพาแสงระวีหนีมาได้สักพัก กะจะปล่อยเธอไว้แถวนี้ แสงระวีทักท้วงว่าขืนปล่อยเธอไว้แบบนี้ สิงห์คงสงสัยแน่ว่าเธออาจจะร่วมมือกับกุหลาบแดงช่วยนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียว กุหลาบแดงเห็นด้วย ขอโทษแสงระวี ก่อนชกท้องน้อยเธอถึงกับทรุดฮวบหมดสติ แล้วหนีไปทางตึกร้างที่อยู่ใกล้ๆ

อึดใจ สิงห์กับตำรวจอีก 2 นายตามมาเจอแสงระวีนอนไม่ได้สติ    สิงห์สั่งตำรวจนายหนึ่งช่วยพาแสงระวีไปส่งโรงพยาบาล    ส่วนเขากับตำรวจอีกนายไล่ตามกุหลาบแดงมาจนถึงตึกร้าง   สิงห์เหลือบเห็นกุหลาบแดงดอกหนึ่งวางอยู่ บอกตำรวจนายนั้นให้ระวังตัว พูดยังไม่ทันขาดคำลูกดอกอาบยาสลบพุ่งใส่แขนตำรวจ  ไม่นานนัก  เขาก็หลับกลางอากาศ สิงห์หลบเข้าหาที่กำลัง

"กุหลาบแดง...จะเอายังไงกับฉันก็ว่ามา แต่อย่ามาใช้วิธีลอบกัดแบบนี้"

กุหลาบแดงก้าวออกมาจากมุมมืด ชูมือขึ้นให้ดูว่าไม่มีอาวุธ แก้ตัวว่าที่ต้องทำแบบนี้เพราะต้องการคุยกับเขาตามลำพังโดยไม่มีใครมารบกวน สิงห์เอือมระอากับคำพูดเจ้าเล่ห์ของเธอและนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเต็มที เขาจะไม่ยอมหลงกลอีกแล้ว สิงห์เล็งปืนใส่กุหลาบแดง แต่เธอไม่หวั่นเกรง กลับเดินเข้าหาเขา...

ขณะเดียวกัน จ่าเพิ่ม หมู่แย้ม กับพวกตำรวจยังกระจายกำลังกันค้นหานักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปตามมุมต่างๆรอบโรงพยาบาล เสือหลบอยู่หลังรถพยาบาลมองดูเหตุการณ์อยู่ ระหว่างนั้นแสงระวีซึ่งหมดสติถูกพาเข้ามา จ่าเพิ่มรีบเข้ามาดูอาการ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าถูกกุหลาบแดงทำร้าย จ่าเพิ่มสั่งตำรวจนายนั้นพาเธอไปหาหมอ แล้วคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้เธอด้วย

เสือหรือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมองแสงระวีอย่างห่วงใย คิดจะตามไปดู แต่ธงไทจับบ่าเอาไว้ บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง แสงระวีไม่เป็นอะไรมาก กุหลาบแดงแค่ต้องทำให้พวกตำรวจเชื่อว่าแสงระวีไม่รู้ไม่เห็นอะไรกับพวกเรา ธงไทพาเสือมาที่รถของเขา เสือไม่เข้าใจว่าธงไททำแบบนี้ทำไม เขาไม่มีพลังอะไรจะช่วยธงไท

"แต่การมอบตัวกับผู้กองสิงห์ไม่ใช่ทางออกของเรื่องนี้"

"กุหลาบแดงบอกผมแล้ว แต่ผมก็ยังมองไม่เห็นใครที่จะไว้ใจได้เท่าผู้กองสิงห์"

ธงไทเห็นด้วย แต่ถ้าสิงห์เปิดฉากตามล่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์อย่างเปิดเผย ภัยอาจถึงตัวเขา เรื่องนี้เสือก็รู้แล้วเช่นกัน เขาถึงจะขอร้องสิงห์ให้สืบเรื่องนี้ในทางลับ แต่กุหลาบแดงมาพังแผนการของเขาเสียก่อน

"แผนของคุณไม่สำเร็จหรอกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ถ้าจะให้ผู้กองสิงห์ตามสืบพวกเขี้ยวพยัคฆ์โดยที่เขาไม่เอาเรื่องนี้เข้ากระบวนการของตำรวจ    คุณต้องพึ่งการตัดสินใจของ กุหลาบแดง"

เสืองงไม่เข้าใจ ธงไทเล่าว่ากุหลาบแดงตัดสินใจทำตามที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแนะนำ

ooooooo

กุหลาบแดงเห็นว่าถ้าสิงห์ยังคงจ้องปืนใส่เธอแบบนี้ คงพูดคุยอะไรกันไม่รู้เรื่อง เพราะสิงห์คอยจะจ้องจับเธอใส่กุญแจมือท่าเดียว กุหลาบแดงรอทีเผลอ ปัดปืน ในมือสิงห์กระเด็น สิงห์กับกุหลาบแดงเปิดฉากแลกหมัดกันอย่างดุเดือด สองคนรุกไล่กันไปจนใกล้ขอบตึก กุหลาบแดงเสียหลักเซจะตกตึก สิงห์คว้ามือเธอไว้

"คุณช่วยฉันทำไม"

"เพราะเธอยังตายไม่ได้ เธอยังมีคดีที่ต้องไปรับโทษ และฉันก็ต้องเป็นคนดึงหน้ากากของเธอเอง"

"เสียใจค่ะผู้กอง...คุณทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก"

สิงห์นิ่วหน้า   ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเพราะโดนลูกดอกอาบยาสลบยิงใส่ สิงห์ดึงลูกดอกทิ้ง ซวนเซเพราะฤทธิ์ยา กุหลาบแดงค่อยๆถอดหน้ากากออก สิงห์ไม่อยากเชื่อสายตาว่ากุหลาบแดงคือโรสที่ตายไปแล้ว

"ฉันจำเป็นต้องตายเพื่อจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป    รอวันได้แก้แค้นพวกที่หลอกใช้ฉันแล้วฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม... พวก...เขี้ยวพยัคฆ์" โรสเห็นสิงห์ใกล้จะหมดสติ รีบเข้าไปประคอง "ฉันดีใจนะคะที่ผู้กองได้รู้ว่าฉันยังอยู่ แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผู้กองได้พบฉัน เพราะจากนี้ไป เราต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง เมื่อไหร่ที่ผู้กองค้นหาความจริงของพวกเขี้ยวพยัคฆ์เจอ ผู้กองจะเข้าใจฉันและรู้ว่าฉันทำอย่างนี้เพราะอะไร"

สิงห์มองโรสที่โอบกอดเขาไว้ แววตาที่เธอมองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความรัก   สิงห์หมดสติในที่สุด   โรสดึงเขามา กอดแนบอก กระซิบข้างหูว่า "เพราะฉันอยากให้ผู้กองรู้ว่า...ฉันรักผู้กองค่ะ"

ธงไทกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเดินเข้ามาหาโรส ในมือธงไทถือปืนยิงลูกดอกมาด้วย จากนั้นทั้งสามคนตรงไปบ้านของลมใต้ปีก นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีโอกาสได้คุยกับโรสตามลำพัง โรสดีใจที่ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของเขา พอได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้คนที่เรารักได้รับรู้เหมือนเธอยกภูเขาออกจากอก

"คุณก็คงรู้สึกไม่ต่างจากฉัน อยากให้แสงระวีรู้ว่านักสู้

พันธุ์ข้าวเหนียวคือคนคนเดียวกับนายเสือ"

เสือแปลกใจที่โรสรู้ว่าเขาเป็นใคร โรสรู้เรื่องนี้มาสักพักแล้ว ธงไทให้เธอเฝ้าจับตาดูเขาตลอด เพราะสงสัยว่าทำไมแสงระวีถึงเป็นคนเดียวที่ติดต่อกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ จังหวะนั้น ธงไทตามเข้ามาสมทบ

"แต่แสงระวียังไม่รู้เรื่องนี้ เพราะอีกไม่นานภารกิจสุดท้ายระหว่างผมกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์จะต้องเกิดขึ้น ถ้าผมต้องเป็นอะไรไป ผมอยากมั่นใจว่าจะมีคนช่วยดูแลเธอต่อจากผม"

โรสเห็นว่าทั้งคู่มีเรื่องต้องคุยกันเลยปลีกตัวออกมา เสืออดสงสัยในคำพูดของธงไทไม่ได้ ถามว่าไม่ต้องการให้เขาร่วมมือด้วยแล้วหรือ ธงไทยังต้องการเสืออยู่ ถึงปล่อยให้เขาเปิดเผยตัวกับสิงห์ไม่ได้  โรสเลยต้องใช้ตัวเองเป็นทางเลือกแทน และเราก็หวังว่าสิงห์จะเลือกมาอยู่ฝั่งเดียวกับเรา

"ถ้าพลังผมกลับคืนมา พวกคุณไม่ต้องเหนื่อยแน่"

"ผมเชื่อว่าคนดีๆอย่างคุณ สวรรค์คงไม่ทอดทิ้ง แต่อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้ ผมอยากขอให้คุณรักษาตัวไว้ ถ้าเราทำงานไม่สำเร็จ ก็เหลือแค่คุณกับแสงระวีเท่านั้นที่เป็นความหวัง...ไม่ว่าจะเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหรือนายเสือ...ผมก็ดีใจที่ทั้งสองคนรักลูกสาวผมเหมือนที่ผมรัก ผมฝากแสงระวีด้วยนะ"

เสือพยักหน้ารับคำด้วยความเต็มใจ

ooooooo

กว่าสิงห์จะฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบก็ตอนสายของอีกวัน ยังไม่ทันที่เขาจะลุกจากเตียง มีคำสั่งด่วนจากท่านรองฯให้ไปพบที่กองปราบฯ สิงห์โดนตำหนิอย่างแรงที่ทำงานพลาดปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหนีรอดไปได้ แถมอำนาจซึ่งอยู่ที่นั่นด้วย ยังมาหักหน้าด้วยการนำสร้อยเพชรควีนส์ไดมอนด์ที่ถูกขโมยมาให้ดู

"ผู้กองสิงห์คงแปลกใจที่มันกลับมาอยู่ในมือผมได้ อย่างไร...เมื่อวานนี้ คนของคุณฮัสซันพบว่ามีการนำเพชรเม็ดนี้ออกขายในตลาดมืด คุณฮัสซันต้องการได้คืนจึงทุ่มเงินไปอีกมหาศาลเพื่อซื้อคืน"

"แต่ถึงเจ้าของเขาจะได้ของสำคัญของเขาคืนกลับมา แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะจบ แต่ตรงกันข้ามนี่คือการตอกย้ำให้รู้ว่าพวกเราไม่มีน้ำยาจัดการกับโจรกระจอกแค่คนเดียว" ท่านรองฯ เสียงเข้ม

"ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ด้วยความที่ผมสนิทสนมกับคุณฮัสซัน ผมจึงขอร้องไม่ให้เขาเปิดเผยเรื่องนี้ แต่เขาก็ร้องขอมาว่าอยากให้ตำรวจไทยจับตัวคนร้ายมาให้ได้ ผมจึงต้องมาพูดกับผู้กองโดยตรงว่าผู้กองคงไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหน้าอีก"

สิงห์มองสร้อยเพชรแล้วมองสบตาอำนาจอย่างครุ่นคิด...

จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเห็นสิงห์กลับออกมาจากห้องท่านรองฯอย่างหัวเสีย  รู้ทันทีว่าสิงห์คงโดนเล่นงานมาอย่างหนัก ทั้งคู่เจ็บแค้นแทนเจ้านาย   ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อจับคนร้าย แต่กลับถูกต่อว่าอย่างไม่ยุติธรรม  สิงห์ได้ยินจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มคุยกันแล้วฉุกคิดถึงเรื่องของโรส  เขาเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ...

ด้านศรเจ็บใจที่เสือยังไม่ถูกกำจัดเสียที ทนรอต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจจัดการเสือด้วยวิธีของเขาเอง...

แสงระวีอ่านพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ที่ลงโจมตีนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว รู้สึกหงุดหงิดที่เขาถูกใส่ร้าย คิดหาทางช่วยให้เขาพ้นมลทิน เธอตัดสินใจขับรถตรงไปหามะลิที่บ้านพักของส้ม อยากรู้ข้อมูลว่าพวกที่จับมะลิไปอยู่ที่ไหน แค่ได้ยินมะลิก็ผวาแล้ว แสงระวีขอร้องมะลิลองทบทวนดูว่าจำอะไรได้บ้าง

มะลิพยายามคิด แต่คิดไม่ออก เห็นแต่ภาพปีศาจตามมาหลอกหลอน เธอกลัวจนต้องโผกอดแสงระวีร้องไห้โฮ แสงระวีรู้สึกผิด ขอโทษที่ทำให้มะลิต้องมารื้อฟื้นความทรงจำที่เจ็บปวด

"มะลิต่างหากที่ต้องขอโทษคุณแสงระวี มะลิอยากช่วยแต่มะลิจำอะไรไม่ได้เลย"

แสงระวีโอบกอดมะลิไว้ด้วยความเป็นห่วง แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้เบาะแสอะไร...

เสือเพิ่งกลับถึงบ้าน พอรู้ว่าแสงระวีอยู่ในห้องกับมะลิ ดีใจจะเข้าไปหา ส้มขวางไว้ ทำสำออยจะเป็นลม เสือหลงกล รีบเข้าไปประคองพาไปนั่ง แสงระวีออกจากห้องมะลิ เห็นเสือหันมามอง แสงระวีหลบสายตาเกรงเขาจับได้ว่ามาหาข้อมูลเพื่อช่วยเหลือนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียว ขอตัวกลับก่อนแล้วออกไปอย่างรีบร้อน เสือมองตามแปลกใจ แสงระวีเจอเคนที่เพิ่งเดินเข้ามา เธอนึกอะไรขึ้นมาได้

"เคน...ตอนที่มีคนเจอมะลิ...เขาเจอที่ไหนเหรอ"

เคนแม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็บอกแสงระวีถึงสถานที่ที่บักจ่อยเจอมะลิ ไม่นานนัก แสงระวีก็มายืนอยู่ริมถนนที่มีคนพบตัวมะลิ มองสำรวจไปรอบๆ เห็นมีกล้องวงจรปิด

อยู่ที่เสาไฟ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาพนักงานของสำนักพิมพ์

ฟ้าใหม่ สั่งให้ติดต่อจราจรกลางขอภาพวงจรปิดย้อนหลัง

พอธงไททราบเรื่องนึกสงสัยว่าแสงระวีกำลังสืบหาข้อมูลอะไรกันแน่ รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล

ooooooo

ในเวลาต่อมา สิงห์ จ่าเพิ่ม กับหมู่แย้มเข้ามาในบ้านของโรส สิงห์รื้อค้นทั่วบ้าน จนไปพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีใครอยู่ หมู่แย้มตั้งข้อสังเกตว่าต้องมีคนอยู่ที่นี่   พอรู้ว่าพวกเรามาเลยหนี จ่าเพิ่มอาสาจะไปตามให้  สิงห์บอกว่าไม่ต้องไป  เขารู้แล้วว่าคนคนนั้นคือหมวดรสรินหรือโรสเจ้าของบ้าน หลังนี้

"ผู้กองมามุกไหนครับเนี่ย หมวดรสรินตายไปแล้วไม่ใช่

เหรอครับ" หมู่แย้มพูดไปพลางขนลุกซู่ไปด้วย

จ่าเพิ่มหน้าตื่น คิดว่าเป็นผีหมวดรสริน สิงห์บอกว่าไม่ใช่ผีที่ไหน เป็นหมวดรสรินจริงๆ เขาเจอเธอมาแล้ว เธอยังไม่ตาย แต่มีความจำเป็นต้องแกล้งตายเพื่อภารกิจของกุหลาบแดงที่พวกเรากำลังหาข้อมูล อยู่ สิงห์ค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์

ที่เปิดทิ้งไว้ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มยังงงๆ

"จ่าครับ...หมายความว่าหมวดรสรินกับกุหลาบแดงเป็นคนคนเดียวกันเหรอ"

"ถ้าผู้กองมั่นใจอย่างนั้นก็คงใช่...มิน่าล่ะ ถึงได้ดูคุ้นๆ"

สิงห์ค้นจนเจอไฟล์หนึ่งในคอมพิวเตอร์ ปรากฏภาพของอำนาจขึ้นพร้อมกับข้อมูลส่วนตัวและแผนผังเครือข่ายสายงานใน องค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ โดยรูปของอำนาจอยู่หัวแถวเหมือนเป็นหัวหน้าใหญ่ ตามมาด้วยรูปของกำนันฉ่ำ ศร ลิงลม และสมุนคนอื่นๆ หมู่แย้มถามสิงห์ว่าพวกนี้เป็นใครกัน

"หมวดรสรินบอกกับผมว่า เป็นพวกที่หลอกใช้เธอแล้วพยายามฆ่าเธออย่างโหดเหี้ยม"

จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความสนใจ...ส่วนที่ระเบียงนอก ห้องซึ่งสิงห์กับลูกน้องอยู่ โรสในชุดกุหลาบแดงแอบซุ่มมองเข้ามา พอใจที่สิงห์ได้ข้อมูลตามแผนที่เธอวางไว้

"ที่เหลือ ฉันฝากด้วยนะคะผู้กอง" โรสว่าแล้วกระโดดลงจากระเบียง

สิงห์ได้ยินเสียง รีบวิ่งออกมาดูแต่ไม่เจอใคร หมู่แย้มติงว่าข้อมูลพวกนี้เราจะเชื่อถือได้หรือ ในเมื่อกุหลาบแดงเป็นพวกเดียวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว สิงห์ว่าถ้าอยากรู้ต้องรอพิสูจน์...

แสงระวียังเตร่ไปเตร่มาแถวจุดที่พบตัวมะลิ ตอนที่ธงไทโทร.มาถามว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ แสงระวียังบอกอะไรกับพ่อตอนนี้ไม่ได้ ขอให้เธอได้เบาะแสมากกว่านี้ก่อน ธงไทรู้ทันทีว่าลูกกำลังสืบอะไรบางอย่างที่อันตราย ขอร้องให้หยุดสืบเดี๋ยวนี้ แสงระวีดื้อดึงไม่ฟัง

"ถ้าลูกสืบเจอว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ลูกก็จะช่วยเรียกความยุติธรรมคืนให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ค่ะ" แสงระวีพูดยังไม่ทันขาดคำ รถตู้ของศรขับมาจอดใกล้ๆ หมีควายไม่พูดพล่ามตรงเข้าต่อยท้องเธอแล้วลากตัวขึ้นรถ ธงไทใจคอ ไม่ดี อยู่ๆแสงระวีก็เงียบเสียงไป...

มะลินั่งไม่ติดเป็นห่วงแสงระวี ตัดสินใจบอกเสือเรื่องที่แสงระวีมาถามหาที่กบดานของพวกกำนันฉ่ำจากเธอ เสือตกใจและไม่สบายใจที่แสงระวีคิดจะสืบเรื่องพวกเขี้ยวพยัคฆ์ด้วยตัวเอง รีบคว้ามอเตอร์ไซค์จะออกตามหาแสงระวี ส้มขวางไว้

ไม่ยอมให้เขาเอาชีวิตไปเสี่ยงกับแสงระวีเด็ดขาด แล้วกอดแขนเสือไว้แน่น

"พี่เสือ...ฉันรักพี่...ฉันไม่ยอมให้พี่ไป...ฉันไม่ยอม"

"พี่ขอบใจที่ส้มรักพี่ แต่หัวใจของพี่ได้ยกให้คุณแสง–ระวีไปหมดแล้ว" เสือแกะมือส้มออก ขับมอเตอร์ไซค์ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ส้มน้ำตาอาบแก้มด้วยความเสียใจ...

ครู่ต่อมา เสือมาถึงบริเวณเดียวกับที่แสงระวีมา เห็นรถของเธอจอดอยู่ข้างทาง แต่ไม่เห็นเจ้าของ พบแต่มือถือของเธอตกอยู่ จังหวะนั้นเสียงมือถือของแสงระวีดังขึ้น เสือกดรับสาย  เสียงศรบอกเสือให้รีบมายังจุดนัดพบ  ถ้ามาช้า  เขาไม่รับประกันว่าจะทนเก็บอารมณ์อยากชื่นชมคนสวยได้นานแค่ไหน

"ไอ้ศร...เอ็งห้ามแตะต้องคุณแสงระวีนะเว้ย" เสือไม่รอช้า บึ่งมอเตอร์ไซค์ไปที่นั่นทันที...

ด้านโรสมาหาธงไทที่บ้านของลมใต้ปีกเพื่อรายงานความคืบหน้าเรื่องของสิงห์ เอะใจที่บ้านดูเงียบผิดปกติ เธอเดินมาถึงโต๊ะกลางห้องโถง เห็นกระดาษโน้ตแปะอยู่ มีข้อความเขียนไว้ว่า

"แสงระวีตกอยู่ในอันตราย ผมต้องไปช่วยเธอ ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผม ขอให้คุณดำเนินการตามแผนการของเราเหมือนเดิม" โรสอ่านข้อความแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ คิดหาทางช่วย

หลังจากได้ข้อมูลของโรสแล้ว สิงห์สะกดรอยตามอำนาจซึ่งกำลังออกจากโรงแรมของเขา   พร้อมด้วยสมุนคุ้มกันมายังรถที่จอดหน้าโรงแรม  สมุนอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามารายงานว่า  เมื่อสักครู่เราตรวจเจอระเบิดแสวงเครื่องซุกอยู่ใต้ท้องรถ  แล้วแนะให้อำนาจรีบไปจากที่นี่ อ้างว่าไม่ปลอดภัย

รถเก๋งคันใหญ่ขับเข้ามาจอดตรงหน้า สมุนรีบเปิดประตูให้อำนาจเข้าไปนั่ง สมุนอีกสองคนตามประกบแจ พอสิงห์รู้

สาเหตุที่อำนาจเปลี่ยนรถกะทันหันจากจ่าเพิ่มกับหมู่แย้ม สั่งให้ตามรถอำนาจทันที

รถของอำนาจแล่นมาได้สักระยะ คนขับรถรอจังหวะที่สมุนคุ้มกันจะหยิบโทรศัพท์ให้อำนาจ หันมาใช้ปืนเก็บเสียงยิงสมุนทั้งสองคนตายคาที่ อำนาจผงะ ตกใจ เงยหน้ามองคนขับรถ เผยให้เห็นว่าเป็นธงไท...

เสือมาถึงจุดนัดพบ  ยังไม่ทันตั้งตัว หมีควายโผล่มาจากด้านหลัง  ถีบเสือกระเด็นไปทางเห่าดงที่ยืนยิ้มเหี้ยมรออยู่   สองสมุนรุมอัดเสือไม่ยั้ง   เพราะสืบทราบมาว่าเสือไม่มีพลังข้าวเหนียวอีกแล้ว  เสือตั้งท่าด้วยเชิงมวยโคราช  เห่าดงประมาทเลยโดนหมัดเขวี้ยงควายของเสือเข้าไปเต็มท้องล้มกลิ้งไม่เป็นท่า

หมีควายกระโจนใส่เสือ ประเคนทั้งเข่า เขย่าทั้งแข้งไม่ยั้ง เสือล้มกลิ้งล้มหาย หมีควายตามเข้ามาด้านหลัง รัดเสือไว้แน่นซึ่งเป็นท่าไม้ตายของหมีควาย เสือร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด


แสงระวีถูกจับมัดไว้ในโบกี้รถไฟเก่าๆ ไม่ห่างจากจุดที่เสือกำลังต่อสู้  ได้ยินเสือร้อง  เธอพยายามดิ้นรนจะออกไปช่วย แต่ไร้ประโยชน์   เธอต่อรองกับศรว่าจะให้ทำอะไรก็ได้   ขออย่างเดียวอย่าฆ่าเสือ

"งั้นถ้าฉันจะบอกให้คนสวยยอมเป็นเมียฉันตอนนี้เลย คนสวยจะยอมอย่างง่ายๆหรือเปล่า"

แสงระวียอมทำทุกอย่างถ้าเขาไม่ฆ่าเสือ ศรแก้มัดเธอ ด้วยสีหน้าหื่นสุดๆ บอกว่าเรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วง เขาไม่ได้สั่งสมุนให้ฆ่าเสือ แค่เล่นงานให้หายแค้นเท่านั้นแล้วค่อยพาตัวไป แสงระวีเจ็บใจที่โดนหลอกเงื้อมือจะตบหน้าศรแต่เขาคว้ามือเธอไว้ แสงระวีสงสัยว่าพวกศรต้องการตัวเสือไปทำอะไร

"บักเสือมันมีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น เลยมีคนอยากได้ตัวมัน"

แสงระวีงงว่าเรื่องอะไร ศรหัวเราะชอบใจที่แสงระวียังไม่รู้เรื่องนี้ เอาไว้เธอถามจากเสือเองแล้วกัน แต่ต้องหลังจากที่เราสองคนเล่นสนุกเป็นผัวเมียกันก่อน  ศรปลดกระดุมเสื้อตัวเอง  รุกไล่เข้าหาหญิงสาว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:22 น.