ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในเวลาต่อมา เสือพาแสงระวีมานั่งพักบริเวณอู่จอดโบกี้รถไฟเก่าๆ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าเป็นแผนของส้มที่อยากแกล้งให้เธอโกรธ แสงระวีปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา แล้วจะโกรธทำไม ถ้าเขาคิดจะอยู่กินฉันสามีภรรยากับส้ม ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ

"แต่ท่าทางคุณดูเหมือนโกรธ ไม่งั้นคงไม่ขับรถเหม่อจนคิดว่าตัวเองขับรถชนคน"

เสือ ยั่วจนแสงระวีโกรธ เดินหนีไปพลางบ่นไปพลาง เธอเดินเรื่อยเปื่อยมาเจออันธพาลวัยรุ่นสามคนกำลังเสพยากันอยู่ พวกนั้นเห็นแสงระวีเป็นเหยื่ออันโอชะ ปรี่เข้าหาหมายจะปลุกปล้ำ แต่เสือเข้ามาขวางได้ทัน จัดการวัยรุ่นคนหนึ่งจนล้มฟุบ วัยรุ่นอีกคนหนึ่งเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีเอาตัวรอด

เหลือวัยรุ่นคน สุดท้ายซึ่งคุมตัวแสงระวีไว้ ชักปืนเหน็บเอวออกมาจะยิงเสือ แสงระวีจับบิดข้อมือ จนปืนตกพื้น เตะปืนกระเด็นไปพ้นระยะ แล้วจับวัยรุ่นกดลงกับพื้นอย่าง

เอาเรื่อง เสือขอร้องเธอให้ปล่อยเขาไป แสงระวีมองวัยรุ่นคนนั้นอย่างครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี พลันสายตาของเธอเหลือบไปเห็น รอยสักรูปเขี้ยวพยัคฆ์ที่ต้นแขนของเขา รู้สึกคุ้นตาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เผลอคลายมือออก วัยรุ่นได้ทีรีบลุกขึ้นยืน

"รีบไปได้แล้ว แล้วทีหลังก็อย่าทำตัวเกเร สงสารพ่อแม่ที่บ้านบ้าง"

วัย รุ่นไม่รอเสือไล่ซ้ำ รีบวิ่งหนี แสงระวีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะนึกได้ "รอยสักนั่น...สัญลักษณ์แบบนั้นฉันเคยเห็นมาก่อน ต้องใช่แน่ๆ มันเป็นแบบเดียวกับของคนที่ฆ่าแม่ฉัน... ฉันต้องตามเด็กคนนั้นไป"

แสง ระวีรีบตามวัยรุ่นคนนั้นไปที่ถนน เห็นเขาซิ่งมอเตอร์ไซค์ออกไป แสงระวีจะตามแต่ไม่ทัน หันมาจะขอความช่วยเหลือจากเสือ แต่เขาไม่อยู่ตรงนั้น...ครู่ต่อมา วัยรุ่นคนนั้นกลับมายังแหล่งมั่วสุ่มวัยรุ่นใต้ทางด่วน รีบเข้าไปบอกลูกพี่ขาใหญ่เจ้าถิ่นว่าพวกตนถูกเล่นงานสะบักสะบอมหนีกันไปคนละ ทิศละทาง

"เฮ้ย...แก๊งไหนมันกล้ามาหักหน้าฉันวะไม่รู้เหรอไงว่าใครเป็นลูกพี่แก"

"ไม่ใช่แก๊งไหนครับพี่ ท่าทางเหมือนพวกมาจากต่างจังหวัด แต่ฝีมือมันสุดยอดเลย"

ลูกพี่ กระชากคอเสื้อวัยรุ่นเข้ามาตะคอกใส่หน้า หาว่าโดนไอ้บ้านนอกที่ไหนยำมาแล้วยังมีหน้าไปชมมันอีก ถามว่าไอ้บ้านนอกนั่นอยู่ที่ไหน เขาจะได้ตามไปจัดการ ทันใดนั้น เสียงเสือดังแทรกเข้ามา

"ข้าอยู่นี่"

ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นเสือยืนจ้องอยู่ วัยรุ่นหน้าตาตื่นบอกลูกพี่ว่าไอ้คนนี้คือคนที่อัดพวกตนคว่ำลูกพี่สั่งสมุน ในสังกัดรุมกระทืบเสือ แก๊งสตรีทบอลล์หยุดกิจกรรมทุกอย่างกรูเข้าหาเสือ ใช้ไม้เบสบอลซึ่งปลายตอกตะปูคล้ายหนามทุเรียนเป็นอาวุธ ดาหน้าเข้าฟาดเสืออุตลุด เสือหลบหลีกอย่างว่องไว แล้วใช้ทั้งกำปั้นทั้งเท้าอัดโต้กลับ พวกนั้นล้มคว่ำไปตามๆกัน

ลูกพี่ หันไปสั่งสมุนแก๊งฮิปฮอปจัดการเสือ พวกนั้นเปิดเพลงลั่น ทำให้เสือเสียสมาธิ จับทางต่อสู้ของพวกฮิปฮอปไม่ถูก โดนรุมเตะล้มกลิ้งล้มหงาย เลือดกบปาก เสือลุกขึ้นได้

ตั้งการ์ดด้วยเชิงมวยโคราช แต่เสียงเพลงจากเครื่องเสียงของพวกนั้นทำให้เสือเสียศูนย์ เขาคว้าก้อนหินปาใส่เครื่องเสียงพัง

พอ ไม่มีเสียงเพลง พวกฮิปฮอปเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดนเชิงมวยโคราชของเสืออัด หลับกลางอากาศเสือใช้พลังไปเยอะเริ่มหมดแรง แต่พยายามฝืน เพราะลูกพี่กับพรรคพวกที่เหลือยังไม่ยอมรามือง่ายๆ

"ไอ้บ้านนอก...ฝีมือใช้ได้นี่หว่า แต่ยังไม่ดีพอจะให้ช่วยให้รอดไปจากที่นี่"

พวก ที่เหลือต่างกรูเข้าใส่เสือ พร้อมกับมีดสปาร์ตา เสือตั้งการ์ด ฮึดสู้เฮือกสุดท้าย...ขณะเดียวกัน แสงระวีขับรถตามหาวัยรุ่นที่มีรอยสักจนเจอรถมอเตอร์ไซค์ของเขาจอดอยู่ เธอเบนรถเข้าไปจอดเทียบแล้วออกตระเวนหาบริเวณใต้ทางด่วน...

เสือเข้า ตะลุมบอนกับพวกสมุนอย่างดุเดือด อัดพวกนั้นหมดสภาพเหลือตัวต่อตัวกับลูกพี่ ถึงแม้เสือใกล้หมดแรงข้าวเหนียวเต็มทีแต่พยายามยืนหยัด ตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายรับมือ ลูกพี่เห็นเสือหมดแรง ย่ามใจใส่สนับมือแล้วพุ่งเข้าหา เสือต่อยสวนเปรี้ยงเดียวเข้าเต็มอก ลูกพี่กระเด็นไปกองกับพื้น สิ้นฤทธิ์

วัยรุ่นที่มีรอยสักเขี้ยว พยัคฆ์ เห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีเอาตัวรอด เสือจะตามแต่เข่าอ่อนหมดแรงเสียก่อน  วัยรุ่นวิ่งเตลิดมา  เจอแสงระวี ถึงกับหน้าซีด ยกมือไหว้ปลกๆขอร้องอย่าทำร้ายตนเลย จะให้ทำอะไรยอมทุกอย่าง   แสงระวีแค่อยากรู้เรื่องรอยสักรูปเขี้ยวพยัคฆ์ที่ต้นแขนเขาเท่านั้น

"ผม ไม่รู้หรอกครับว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์เป็นใคร แต่ตอนนี้ พวกแก๊งมาเฟียใหญ่ๆทั่วประเทศ กำลังรวมตัวเป็นกลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์ ถ้าใครเข้าร่วมด้วย มันจะกวาดล้างมาเฟียนอกคอกให้หมด"

แสงระวีซักอีก ว่าพวกนั้นรวมตัวกันเพื่ออะไร แล้วใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม วัยรุ่นยืนยันว่าตัวเขารู้แค่นั้นจริงๆ แสงระวีดูท่าแล้วไม่น่าจะโกหก จังหวะนั้น เสือเดินเป๋เข้ามาหา แสงระวีเห็นเสือได้รับบาดเจ็บรีบเข้าไปประคอง วัยรุ่นสบโอกาสวิ่งหนี แสงระวีได้ข้อมูลจากเขาแล้วเลยไม่คิดจะตาม รีบพยุงเสือไปที่รถของเธอ...

สิงห์ จ่าเพิ่ม กับหมู่แย้มนั่งรออย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สิงห์เจ็บใจมากที่พวกนั้นกล้าวางยาโรสทั้งที่เขาเฝ้าอยู่หน้าห้องพักฟื้น และที่สำคัญทางเรายังไม่รู้เลยว่าพวกนั้นเป็นใคร สิงห์เหลือบเห็นหมอเดินหน้าเครียดออกมาจากห้องฉุกเฉิน ปรี่เข้าไปถามว่าโรสเป็นอย่างไรบ้าง หมอส่ายหน้า

"ผมเสียใจด้วยครับผู้กอง   ผมพยายามสุดความสามารถแล้ว"

สิงห์ ถึงกับอึ้ง ผลุนผลันเข้าห้องฉุกเฉิน เห็นร่างไร้ วิญญาณของโรสนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขาจับมือเธอมากุมไว้ สัญญาว่าความตายของเธอจะไม่เสียเปล่าแน่นอน แล้วเดินหน้าเศร้าออกไป หมอมองตามจนสิงห์ไปพ้นแล้ว สักพัก ธงไทเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ถามว่าเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

"คิดว่านะ...เพราะดูผู้กองไม่ได้ผิดสังเกตอะไร คิดว่าหมวดรสรินตายแล้ว"

ธง ไทอยากรู้อาการของโรส หมอว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ธงไทขอบใจเพื่อนมาก ย้ำว่าจากนี้ต่อไป หมอต้องบอกทุกคนว่าโรสตายจากโลกนี้ไปแล้ว

ooooooo

ภายในบ้าน พักของส้ม แสงระวีมองตามเคนที่พยุงเสือเข้าห้องนอนอย่างสงสัย แปลกใจว่าเสืออาการสะบักสะบอมขนาดนี้ แทนที่เสือจะไปหาหมอ กลับบอกเธอให้พามาหาเคน แสงระวีเดินไปด้อมๆมองๆที่ประตูห้องด้วยความอยากรู้ เอาหูแนบข้างฝาแอบฟัง แต่ยังไม่ทันได้ยินอะไร ส้มเข้ามาขัดจังหวะ

"มา ทำอะไรอยู่นี่ไม่ทราบยะ ยัยนักข่าว" ส้มดึงแขนแสงระวีออกมา "คิดว่าเป็นนักข่าวแล้วจะเที่ยวซอกแซก สอดรู้สอดเห็นในบ้านคนอื่นเขาได้เหรอยะ"

แสงระวีแก้ตัวว่าไม่ได้ สอดรู้สอดเห็น แต่เป็นห่วงอาการของเสือ ส้มไม่เชื่อ เพราะเห็นอยู่ทนโท่ว่าเธอกำลังแอบฟังเสือกับเคน แสงระวีไม่เข้าใจว่าทำไมส้มถึงจ้องหาเรื่องเธอนัก

"เพราะเธอมันตัวซวยไง พี่เสืออยู่ใกล้เธอทีไร เป็นต้องเจอแต่เรื่องซวยๆ"

เสือ หายเป็นปกติทันทีที่ได้กินข้าวเหนียว ได้ยินเสียงส้มต่อว่าต่อขานแสงระวีฉอดๆ รีบออกจากห้องมาปรามให้หยุดว่าแสงระวีเพื่อนของเขาได้แล้ว ส้มทั้งน้อยใจทั้งเจ็บใจ ที่เสือเข้าข้างแสงระวี สะบัดหน้างอนตุปัดตุป่องออกไป เสือจะตามไปง้อ แต่เคนอาสาจะไปคุยกับเธอเอง ส่วนเสืออยู่คุยกับแสงระวีดีกว่า

แสงระวีเห็นอาการเสือดีขึ้นกว่า เมื่อกี้มาก ถามว่าหายแล้วหรือ เสือโกหกว่ายังเจ็บอยู่นิดหน่อย บังเอิญเคนมียาดี ผีบอก กินเข้าไปเดี๋ยวเดียว เรี่ยวแรงก็กลับมาเหมือนเดิม แสงระวีมองอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ถ้าเสือไม่เป็นอะไรแล้วเธอขอตัวกลับก่อน เสือคว้าแขนเธอไว้ ท้วงว่าเธอยังไม่ได้บอกเรื่องรอยสักนั่นเลย

"เรื่อง นั้นไม่เกี่ยวกับนาย ไม่ใช่เรื่องที่นายควรต้องรู้ เอาเป็นว่าเรื่องวันนี้ฉันขอบใจนาย แต่นายต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าเที่ยวไปมีเรื่องกับใครอีก เพราะนายยังมีคดีติดตัวอยู่...เข้าใจไหม"

เสือ พยักหน้ารับคำ มองตามแสงระวีไปจนลับสายตา แล้วเดินไปหาส้มที่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ส้มเห็นเสือเดินเข้ามา งอนเบือนหน้าหนี เสือขอโทษที่ต่อว่าเธอแบบนั้น แต่ถ้าเธอไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกเขาก็จะไป ส้มรีบเข้ามาดึงแขนเขาไว้อย่างหวงแหน เธอไม่ได้บอกว่าไม่อยากเห็นหน้าเขาสักหน่อย

"ส้มน้อยใจต่างหาก ส้มไม่ได้อยากเป็นนังมารร้าย เที่ยวแว้ดๆ ทำเสียงแหลมใส่คนอื่น แต่ที่ส้มทำเพราะส้มเป็นห่วงพี่เสือ ไม่อยากให้พี่เสือต้องเจอแต่เรื่องเดือดร้อนเพราะผู้หญิงคนนั้น...ถ้าคุณแสง ระวีรู้ว่าภายใต้หน้ากากของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นใคร เขาต้องหาผลประโยชน์จากพี่แน่"

เสือไม่เชื่อว่าแสงระวีจะเป็นคนแบบนั้น แต่ส้มพูดยุแยง ปั่นหัวจนเขาชักจะคิดคล้อยตาม...

ตก ค่ำวันเดียวกัน ที่บ้านแสงระวี ธงไทตกใจเมื่อรู้ว่าแสงระวีรู้เรื่ององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์มากกว่าที่เขาคาดคิด แต่พอเขารู้ว่าแสงระวีรู้เรื่องนี้จากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ธงไทพยายามพูดให้เธอไขว้เขว

"ลูกไปเอาคำพูดของคนที่แต่งตัวแปลกๆใส่หน้ากาก ปกปิดตัวเองมาคิดเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไร"

"สิ่ง ที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวพูดมาเป็นเรื่องจริงนะคะคุณพ่อ แสงระวีไปเจอข้อมูลที่ยืนยันมาแล้ว บ้านเมืองของเราตอนนี้กำลังอยู่ในอันตรายจากกลุ่มก่อการร้ายที่เรียกตัวเอง ว่าเขี้ยวพยัคฆ์ และแสงระวีก็เชื่อด้วยว่าคนพวกนี้คือฆาตกรที่ฆ่าแม่"

ธงไทชะงัก "แสงระวี...ลูกเอาอะไรมาพูด คดีของแม่มันจบไปแล้ว"

"ไม่ ค่ะ แสงระวีไม่เคยเชื่อ ภาพวันที่พวกมันฆ่าแม่ แสงระวียังจำได้ติดตา คนที่ฆ่าแม่ไม่ใช่โจร แต่เป็นคนที่มาจากพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เราต้องหาทางเปิดโปงพวกมันนะคะคุณพ่อ"

ธงไทอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าสิ่ง ที่ลูกรู้มาอาจนำภัยมาถึงชีวิตมาสู่เธอ คิดหาทางออก จังหวะนั้น หมอเพื่อนของธงไทโทร.มาตามตัวเขาด่วน ธงไทวางสายแล้ว ขอตัวไปทำธุระ แสงระวีทวงถามเรื่องที่คุยค้างไว้ ธงไทอ้างว่าข้อมูลที่เธอได้มาเป็นข้อมูลใหม่ เขาต้องขอเวลาเช็กความถูกต้องก่อน ตอนนี้เธออย่าเพิ่งทำอะไร

ระหว่าง ธงไทกำลังเดินมาที่รถ เจอสิงห์พอดี สิงห์มีธุระสำคัญจะคุยด้วย ขอถามแค่สองสามข้อเท่านั้น ธงไทเห็นว่าไม่ใช้เวลานานเลยอนุญาต สิงห์เอารูปของหมวดโรสให้ดู พร้อมกับบอกประวัติคร่าวๆของเธอแล้วถามว่าเคยเจอเธอบ้างไหม ธงไทส่ายหน้าแทนคำตอบ

"แต่ผมสืบทราบมาว่าตำรวจคนนี้เคยมาสอดแนมที่ นี่ ถ้าคุณอาว่าไม่เคยรู้จักเธอแล้วเธอต้องการอะไรจากคุณอา...ผมอยากให้คุณอาบอก ผมให้หมดว่าคุณอากำลังมีปัญหาอยู่กับใครกันแน่ ผมจะได้ตามจับพวกมันมาลงโทษ"

ธง ไทยืนยันว่าบอกสิงห์หมดทุกอย่างแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าใครกันที่คิดปองร้ายเขา แล้วรีบตัดบทขอตัวไปทำธุระ สิงห์มองตามธงไทขับรถออกไป  ก่อนหันไปมองในบ้าน  นึกถึงแสงระวีขึ้นมา...

ขณะ เดียวกัน ภายในบ้านของแสงระวี เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวลอบเข้ามาพบแสงระวีที่ห้องของเธอ เขาได้ยินข่าวมาว่าเธอได้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์แล้ว แสงระวีอาสาจะช่วยเขาเปิดโปงพวกนั้นอีกแรง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เธอไม่ยอมปล่อยให้เขาจัดการเพียงลำพังคนเดียวแน่

"คุณคิดว่าคนอย่างผมแก้ไขเรื่องใหญ่แบบนั้นไม่ได้ หรือว่า...คุณอยากได้ชื่อเสียงจากการทำข่าวนี้"

แสง ระวีไม่พอใจที่เขากล่าวหาเธอ ทั้งคู่เลยโต้เถียงกันไปมา พลันเสียงสิงห์เคาะประตูห้องเรียกแสงระวีดังขึ้น ทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอตั้งหลักได้ แสงระวีเปิดประตูห้องออกมา ตีหน้าตาย

"อ้าว พี่สิงห์เองเหรอคะ นึกว่าใคร แสงระวีกำลังล้างหน้าอยู่ในห้องน้ำเลยไม่ได้ยิน"

"พี่มาคุยธุระกับคุณอา เห็นแสงระวีอยู่บ้านคนเดียว เลยเป็นห่วง"

แสง ระวีขอบคุณที่สิงห์เป็นห่วง เดี๋ยวเธอจะเข้านอนแล้ว คงไม่มีอะไร สิงห์รู้ตัวว่าเธอไล่ทางอ้อม ถึงจะสงสัยท่าทางของหญิงสาว แต่ก็ยอมเดินจากมา แสงระวีปิดประตูห้องแล้วหันมามองนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่ยื่นปืนให้ ขอท้าพิสูจน์กับเธอว่า ลำพังเขาคนเดียวสามารถจัดการพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้ แสงระวีรับคำท้า...

สิงห์เดินมาที่รถของตัวเอง ยังคาใจกับท่าทางน่าสงสัยของแสงระวี ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง แต่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น สิงห์เอะใจรีบวิ่งไปดูที่ริมรั้ว เห็นแสงระวี ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว สิงห์วิ่งขึ้นรถขับตามแต่ไม่ทัน รีบโทร.หาจ่าเพิ่มบอกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ลักพาตัวแสงระวีไป เขากำลังตามอยู่ แต่คลาดกัน สั่งจ่าเพิ่มรีบติดต่อขอดูกล้องจราจรให้เขาด้วย

ooooooo

ไม่ นานนัก ธงไทมาถึงบ้านลมใต้ปีก เห็นโรสซึ่งรู้สึกตัวแล้ว กำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง โรสรู้จากหมอแล้วว่าตอนนี้เธอคือคนที่ตายไปแล้ว ธงไทจำเป็นต้องทำ ไม่อย่างนั้นอำนาจไม่มีวันหยุดไล่ล่าเธอ

"ฉันเข้าใจและต้องขอบคุณมากที่ช่วยฉันเอาไว้ แต่ ผู้กองสิงห์เป็นคนที่เราไว้ใจได้นะคะ"

เรื่อง นั้นธงไทรู้แก่ใจดี แต่เขายอมให้สิงห์รู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะสิงห์เป็นพวกชอบทำตามกติกา ยิ่งถ้าเขารู้เรื่องเขี้ยวพยัคฆ์ เขาไม่มีทางยอมร่วมมือกับเราทำเรื่องนอกเหนือกฎหมายแน่นอน สิงห์ต้องดึงเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งหนึ่งในพวกนั้นอาจเป็นคนของอำนาจเรื่องนี้แม้แต่ลูกสาวของธงไทก็รู้ไม่ ได้

"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ จากนี้ไปจะไม่มีตัวตนของหมวดรสรินอยู่บนโลกนี้"

ธงไทสร้างตัวตนให้โรสใหม่โดยใช้ชื่อรหัสว่า "กุหลาบแดง..."

ที่ โกดังริมน้ำ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวส่งปืนให้แสงระวีถือ แล้วจับปลายกระบอกปืนชี้มาที่ตัวเองบอกเธอให้ยิง เพื่อจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเขาคงกระพันยิงฟันไม่เข้า แสงระวีไม่เชื่อ จึงไม่กล้ายิง ส่งปืนคืนให้เขา

"แต่ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมก็ปล่อยให้คุณเสี่ยงอันตรายจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์คนเดียวไม่ได้เหมือนกัน"

"แต่ฉันทำได้ ต่อให้ต้องเอาชีวิตแลก ฉันก็ยอม เพราะคนพวกนั้นเป็นคนที่ฆ่าแม่ฉัน"

เสือตกตะลึง คาดไม่ถึง จังหวะนั้นสิงห์ตามเข้ามาเห็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวถือปืนอยู่ ตะโกนสั่งให้ทิ้งปืนแล้วยอม

มอบตัว  แสงระวีขอร้องสิงห์อย่าทำร้ายเขา  สิงห์ไม่คิดจะทำร้ายใคร  แต่เขาต้องวางปืนก่อน  เสือไม่ทิ้งปืน  กลับลั่นกระสุนไปทางสิงห์  หวังให้เขายิงตอบโต้  สิงห์ยิงใส่เสือทันทีตามสัญชาตญาณ สามนัดซ้อน

เสือ ไม่หลบ คว้ากระสุนของสิงห์ไว้ในมือ แสงระวีตกใจคิดว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวโดนยิง แต่เขากลับแบมือออก ปล่อยหัวกระสุนร่วงลงพื้น แสงระวีกับสิงห์ต่างงุนงงว่าเขาทำได้อย่างไร

"ในเมื่อผู้กองสู้ผมไม่ได้ ก็อย่ามาขวางทางผม เพราะผมไม่อยากเป็นศัตรูกับผู้กอง"

สอง หนุ่มยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทันใดนั้น มีเสียงของจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มนำกำลังตำรวจเข้ามา สิงห์กับแสงระวีหันไปมองตามเสียง พอหันกลับมาอีกครั้ง นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหายตัวไปแล้ว

"พี่ว่าแสงระวีกับพี่มีเรื่องต้องคุยกันยาวแล้ว" สิงห์เข้ามาจับแขนแสงระวีไว้แน่น สีหน้าจริงจัง

ครู่ ต่อมา สิงห์พาแสงระวีมาสอบปากคำที่ห้องสอบสวนภายในกองปราบฯ แสงระวีโวยลั่นว่าสิงห์ไม่มีสิทธิ์มาจับเธอ เพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด สิงห์ถามคาดคั้นให้แสงระวีบอกว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นใคร แสงระวียืนยันหนักแน่นว่าไม่รู้ ที่ได้เจอกับเขาก็เพราะเขาเป็นฝ่ายมาหาเธอเอง เธอไม่เคยติดต่อไป

"พี่ต้องการตัวเขามาสอบปากคำ ถ้าเขายืนยันว่าตัวเองมีเจตนาบริสุทธิ์ พี่ก็จะปล่อยเขา"

"แสง ระวีคงช่วยพี่ไม่ได้ เพราะเขาคงไม่เดินออกมาหาแสงระวีแล้วให้พี่จับ แสงระวีบอกพี่หมดแล้ว ทีนี้พี่จะปล่อยแสงระวีกลับบ้านได้หรือยังคะ"

สิงห์จำใจปล่อยแสงระวี รู้ดีว่าถ้าลองเธอเชื่อว่าทำถูกต้องแล้ว ต่อให้เค้นเท่าไร เธอก็ไม่มีวันปริปาก

ooooooo

พอ ส้มรู้ว่าเพิ่งกลับจากไปหาแสงระวี ก็ไม่พอใจที่เคยเตือนเขาแล้วไม่รู้จักจำว่าแสงระวีเห็นเขาเป็นแค่ข่าวขายได้ เท่านั้น เสือเถียงว่าไม่จริง  เขารู้แล้วว่า

แสงระวีมีอุดมการณ์ เหมือนกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเราสองคนต้องเสียคนที่ตัวเองรักไปอย่างไร้ ความยุติธรรมเหมือนกัน เขาอยากให้ส้มเข้าใจแสงระวีเสียใหม่

"เพราะจากนี้ไป พี่ต้องร่วมมือกับคุณแสงระวี เพื่อจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์"

ส้มยิ้มรับคำ แต่ลึกๆข้างในทั้งน้อยใจทั้งเจ็บใจที่เสือมักจะพูดเข้าข้างแสงระวีเสมอ...

ทาง ด้านแสงระวีนั่งดูภาพถ่ายของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่เธอเก็บไว้ใน คอมพิวเตอร์ นึกสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ ยิ่งดูยิ่งคุ้นตา แล้วภาพของเสือก็ผ่านเข้ามาในความคิดของเธอ แต่พอนึกย้อนไปถึงตอนที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสามารถรับกระสุนปืนของสิงห์ ได้ แสงระวีสลัดความคิดนั้นทิ้ง

"เฮ้อ...ซื่อๆอย่างนายเสือ คงทำอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอก"

ooooooo

เสือ เดินตามแผนกำจัดมาเฟียในสังกัดองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ทันที โดยเริ่มจากบริษัทปล่อยสินเชื่อบุคคลรายย่อยที่ชื่อ "ไชโย เงินด่วน" ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อบังหน้าขบวนการเงินกู้นอกระบบ เคนทำทีเข้าไปสอบถามเงื่อนไขการกู้เงินกับพนักงานเพื่อสืบหาข้อมูล ได้ความว่าดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน เขาถึงกับร้องเอะอะ

"ดอกโหดแบบนี้ พี่ว่าพี่ไม่เอาดีกว่า"

เคน ทำท่าจะลุกออกไป แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ที่คุมเชิงอยู่ในนั้นจับกดให้นั่งลง พนักงานเอาเอกสารกู้เงินวางตรงหน้าเคนแล้วสั่งให้เซ็น ขู่ว่าถ้ามาแล้วไม่กู้ก็เดินออกไปไม่ได้ เคนจำใจเซ็น   ก่อนจะเหลือบเห็นที่ต้นแขนของชายฉกรรจ์พวกนั้นมีรอยสักเขี้ยวพยัคฆ์อยู่

ครู่ ต่อมา เคนเดินหน้าบอกบุญไม่รับออกมายังซอยข้างบริษัท เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวถามว่าได้เรื่องอะไรบ้าง เคนบ่นอุบว่าโดนพวกนั้นบังคับให้กู้เงินดอกเบี้ยมหาโหด คนจนไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคนต้องโดนพวกนั้นปล้นกันหน้าด้านๆ  ถ้าใครไม่ใช้หนี้มันก็จะให้นักเลงไปทำร้าย

"ไม่ต่างจากที่ข้าเคยถูกกระทำที่ดอนควาย ข้าจะกวาดล้างพวกมันให้หมด"

เสือ สายตากร้าวมองไปทางบริษัท ไชโย เงินด่วน จากนั้น เขาก็เข้าไปลุยในบริษัท อัดพวกชายฉกรรจ์สลบเหมือด จับโยนมาออกนอกบริษัททีละคน แล้วขึ้นไปหาหัวหน้าแก๊งเงินกู้ดอกโหด พวกลูกสมุนที่รายล้อมหัวหน้าแก๊งชักปืนขู่เสือ แต่เขาไม่สะทกสะท้าน...

ณ สำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ ขณะแสงระวีกำลังเล่าให้ธงไทฟังว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีแผนการจะต่อต้าน องค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ เขาจะใช้พลังพิเศษอยู่ยงคงกระพันเป็นอาวุธต่อต้านพวกนั้น ธงไทฟังอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก จังหวะนั้น นักข่าวในสำนักพิมพ์เข้ามาแจ้งว่า มีข่าวด่วนของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวในทีวี

แสงระวีรีบเปิดทีวีเห็น นักข่าวคนหนึ่งกำลังรายงานสดใกล้ๆอาคารบริษัท ไชโย เงินด่วน มีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวออกมาจากตัวอาคาร บรรดาไทยมุงพากันถอยห่างจากที่เกิดเหตุกันวุ่นวาย

"นี่คือผู้อยู่ใน เหตุการณ์ที่เห็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวบุกเข้าไปในอาคารที่กำลังมีการ ต่อสู้กันอยู่ค่ะ...พี่ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอีกที เกิดอะไรขึ้นในนั้นคะ" นักข่าวสาวหันไปสัมภาษณ์เคน

"คือ...ผมเป็นคนหนึ่งที่กำลังตกเป็น เหยื่อของแก๊งเงินกู้นอกระบบ ผมกำลังโดนพวกนักเลงในนั้นทำร้าย แล้วอยู่ๆนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็โผล่เข้ามาช่วยผมครับ...เขาไม่ได้มาช่วย ผมคนเดียว แต่เขากำลังช่วยทุกคนที่ต้องถูกพวกคนเลวๆปล้นกันหน้าด้านๆ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นฮีโร่ที่จะมาช่วยพวกเราครับ"

ระหว่างนั้น กล้องแพนไปจับภาพนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวบนดาดฟ้าของบริษัท กำลังโปรยเงินจำนวนมากจากกระเป๋าใส่เงินของแก๊งเงินกู้นอกระบบ ผู้คนต่างเฮโลเก็บเงินที่ปลิวว่อนไปทั่ว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอาศัยจังหวะชุลมุน ขี่มอเตอร์ไซค์ ซุปเปอร์ถึกคู่ใจหนีไป

ด้านธงไทปิดทีวีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แสงระวีย้ำให้พ่อของเธอเห็นว่า นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเก่งจริงอย่างที่เธออวดสรรพคุณ เธอคิดว่าตอนนี้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคงเริ่มแผนการรับมือกับองค์กรเขี้ยว พยัคฆ์แล้ว ธงไทฟังอย่างสนใจ...

เสือปล่อยให้หัวหน้าแก๊งเงินกู้นอกระบบในสภาพบอบช้ำเอาคำพูดของเขากลับไปบอก อำนาจว่า ถ้าคิดจะทำให้แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟ อำนาจจะต้องข้ามศพนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปก่อน อำนาจยัวะจัดที่หัวหน้าแก๊งมีสมุนรายล้อมมากมายกลับปล่อยให้ไอ้บ้าที่ไหนก็ ไม่รู้กำแหงมาข่มขู่เขา

"ไอ้นั่นมันไม่ใช่คน พวกเราพยายามจะฆ่ามันแล้ว แต่ทั้งมีดทั้งปืนทำอะไรมันไม่ได้เลย"

กำนันฉ่ำถามว่าไอ้หมอนั่นมีวิชาอยู่ยงคงกระพันด้วยหรือ หัวหน้าแก๊งพยักหน้า ลิงลมชักสนใจขึ้นมา หัวหน้าแก๊งเงินกู้ทำให้งานขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ต้องสะดุด โทษที่ได้รับคือตาย อำนาจจ่อยิงเขาอย่างไร้ความปรานี แล้วทวงถามกำนันฉ่ำว่าให้ไปสืบเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตั้งนานแล้วแต่ ทำไมยังไม่ได้เรื่อง

"พวกเรากำลังพยายามอยู่ครับผู้พัน"

"แต่ยังพยายามไม่พอ รีบๆหาทางกำจัดไอ้แมลงหวี่ตัวนี้ให้พ้นหูพ้นตาฉัน เข้าใจไหม"

กำนันฉ่ำรับคำ มองตามอำนาจที่เดินหัวเสียออกไปอย่างเซ็งๆ ลิงลมตั้งข้อสังเกตว่า พลังพิเศษของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่หัวหน้าแก๊งพูดถึงคล้ายกับของเสือมาก เขาคิดว่าน่าจะเป็นคนคนเดียวกัน...

ในเวลาต่อมา กำนันฉ่ำกับลิงลมแวะมาดูอาการของมะลิซึ่งนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ในเซฟเฮาส์ ของอำนาจ โดยมีเห่าดงนั่งเฝ้าไม่ห่าง กำนันฉ่ำถามเห่าดงว่าอาการของมะลิเป็นอย่างไรบ้าง

"หมอเพิ่งมาดูให้เมื่อกี้นี้ เห็นว่ายังเหมือนเดิม ไม่รู้จะรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อไหร่"

กำนันฉ่ำมองดูมะลิแล้วหันไปพูดกับลิงลมว่าถ้าเป็นอย่างที่ลิงลมสงสัย เขาคงต้องบอกให้หมอหาทางทำให้มะลิรู้สึกตัวเสียที กำนันฉ่ำไม่เห็นลูกชายอยู่แถวนั้น ถามเห่าดงว่าศรหายหัวไปไหน ให้ไปสืบเรื่องของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยังไม่เห็นกลับมารายงานความคืบหน้า ได้ความว่าตอนนี้ศรไปฝึกวิชาอยู่...

ด้านศรกำลังคร่ำเคร่งฝึกวิชาอยู่ในโบสถ์ร้างท่ามกลางคืนเดือนมืด มีศพ 5 ศพรายล้อมรอบตัวเขา ที่ข้อมือของศพมีสายสิญจน์โยงมารวมกันที่หัวกะโหลกลงอักขระขอมโบราณ ศรนั่งท่องคาถาอยู่อึดใจ เหล่าซากศพถูกปลุกให้กลายเป็นผีดิบกระหายเลือด ผีดิบตัวหนึ่งพุ่งกัดศรจมเขี้ยว

ศรฝืนความเจ็บปวดท่องคาถาพึมพำ ผีดิบกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ถอยกรูดไปรวมกับผีดิบตัวอื่น ศรค่อยๆลืมตาขึ้นมองพวกผีดิบอย่างไม่หวั่นเกรงเพราะเขาฝึกวิชาจนกล้าแข็ง แล้วหันไปหยิบปืนลูกซองลงอาคมสาดกระสุนใส่พวกผีดิบ ฆ่าทีละตัวๆจนหมด ศรยิ้มสะใจ ตะโกนลั่น "ข้าคือหนึ่งในแผ่นดิน"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:46 น.