ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณ ป่าทางเหนือติดชายแดนไทย เฮลิคอปเตอร์ ของฝ่ายทหารไทยบินฝ่าห่ากระสุนของทหารฝ่ายชนกลุ่มน้อยภายใต้การนำของนายพล เล่าสือมาส่ง เสือ เคน จ่าผาด และหน่วยทหารลงพื้นที่เป้าหมายจนได้ ทหารศัตรูเริ่มตีกรอบเข้ามา ทหารไทยยิงโต้ตอบพวกนั้นล้มตายไปหลายคน เสียงจ่าผาดตะโกนสั่งว่า

"บักเสือ เอ็งกับบักเคนพากำลังอ้อมไปทางนั้น ตัดกำลังมันให้ได้"

เสือรีบพากำลังทหารสองนายกับเคนวิ่งหลบหลีก

ลัดเลาะเข้าป่ารก ตีโอบทหารศัตรูและจัดการสังหารได้หลายสิบคน จากนั้น เสือกับพวกก็กลับมาสมทบกับหน่วยของตน

พอ จ่าผาดรู้ว่ายังมีทหารศัตรูหนีรอดไปได้จึงสั่งลูกน้องแบ่งกำลังออกเป็นสี่ กลุ่ม ไล่ล่ารอบๆพื้นที่เพื่อผลักดันพวกศัตรูให้ถอยกลับไป...

ใน หมู่บ้านชาวเขาซึ่งไม่ไกลจากจุดที่เสือกับหน่วยทหารอยู่ พวกชาวเขากำลังทยอยขนข้าวของอพยพออกจากหมู่บ้าน เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ การสู้รบทวี

ความรุนแรงมากขึ้น แต่แสงระวีนักข่าวสาวขาลุยกลับสะพายเป้พร้อมกล้องถ่ายรูปเดินสวนกับพวกชาวเขาเข้ามาถามหาพ่ออุ๊ย หัวหน้าหมู่บ้าน

ครู่ต่อมา แสงระวีเดินไปตามทิศทางที่ชาวเขาบอก

และได้พบกับพ่ออุ๊ย เธอพยายามขอร้องเขาช่วยพาเธอเข้าไปทำข่าวกองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อย พ่ออุ๊ยทัดทานว่า

ถ้านายพลเล่าสือรู้ว่ามีนักข่าวลอบเข้ามาทำข่าว เธออาจจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่

"ฉันไม่กลัวหรอกค่ะพ่ออุ๊ย...แค่ให้ฉันได้หลักฐาน

ว่าชนกลุ่มน้อยพวกนั้นลักลอบผลิตยาเสพติด ส่งเข้ามาขาย

ในเมืองไทย ถึงตัวจะตายแต่ข่าวไม่มีวันตาย....นะคะพ่ออุ๊ย... ถ้าเปิดโปงพวกมันได้ ลูกหลานของพวกเราจะได้ไม่ต้องตกเป็นทาสยาเสพติด"

พ่ออุ๊ยนิ่งคิด ในที่สุดทนเสียงรบเร้าของแสงระวีไม่ไหว ยอมตกปากรับคำว่าจะช่วย...

ด้านเสือกับเคนเดินลาดตระเวนเข้าไปในป่ารกครึ้มรุกคืบไปยังฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือ เคนเดินไม่ดู

ตา ม้าตาเรือเหยียบกับระเบิดที่ทหารฝ่ายศัตรูวางไว้ ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว เสือพยายามหาทางกู้ระเบิด แต่ไม่มีสมาธิพอ เพราะเคนเอาแต่โวยวาย ร้องไห้เสียงดัง"

อย่าโวยวาย...แล้วก็อย่าขยับได้ไหม...เดี๋ยวมันก็ตูมขึ้นมาหรอก" เสือเอ็ดลั่น

"ถ้ามันตูมขึ้นมา เอ็งไม่เป็นอะไรหรอก เพราะเอ็งไม่เหมือนข้า ไม่เหมือนคนอื่นเขา ระเบิดแค่นี้ไม่ระคายผิว

ด้วยซ้ำ....แต่ข้านี่สิ ไส้ไปทางโน้น...หัวไปทางนี้...ตีนไปทางนั้น" เคนชี้ไม้ชี้มือประกอบคำพูด

เสือ รำคาญมาก เอากระติบข้าวเหนียวส่งให้เคนกินเพื่อปิดปาก เคนกินข้าวเหนียวมากไปติดคอหายใจไม่ออกร้องลั่น เสือรวบเอวเพื่อนกระทุ้งแรงๆหลายครั้งข้าวเหนียวถึงหลุด แรงกระทุ้งพลอยทำให้เท้าของเคนหลุดจากเหยียบกับระเบิด เสือตกใจคว้าตัวเคนขึ้นหลังแล้ววิ่งหนีจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ใบหญ้าปลิวตามทางที่เสือวิ่งราวกับพายุพัด

ผ่านจนมาถึงหน้าผา สูง เป็นจังหวะเดียวกับเสียงระเบิดดังสนั่น ได้ยินไปถึงหูแสงระวีกับพวกชาวเขาที่กำลังบ่ายหน้าสู่ป่า คนนำทางชะงัก หน้าเครียด ไม่ยอมนำทางต่อ หันหลังกลับทันที ไม่สนใจเสียงอ้อนวอนขอร้องของแสงระวี เธอจึงตัดสินใจลุยเดี่ยว

ooooooo

ขณะ เดียวกัน ที่กรุงเทพฯ สิงห์   นายตำรวจหนุ่มเพิ่งเดินทางกลับจากดูงานในต่างประเทศรีบตรงไปบ้านแสงระวีหญิง สาวที่เขาหลงรัก เพื่อเอาของฝาก

เป็นสร้อยคอทองคำขาวมีจี้ฝังเพชรรูป นกพิราบมาให้ แต่เขากลับต้องตกใจ เมื่อรู้จากธงไทพ่อของแสงระวีว่าเธอแอบหนีไปทำข่าวพวกค้ายาเสพติดแถวชายแดน ไทย

"ที่นั่นอันตรายมาก เราจะปล่อยให้แสงระวีไปเสี่ยงไม่ได้...ผมจะไปห้ามเธอ"

"ตาม ไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะผู้กอง แสงระวีออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้คงอยู่กลางป่าแล้ว ผมติดต่อขอให้ ทหารที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ช่วยพาตัวเธอออกมาแล้ว" ธงไท สีหน้าเคร่งเครียด...

ทางฝ่ายเคนหนีรอดจากกับระเบิดมาได้ โวยวายเสือว่าทำไมไม่ใช้พลังข้าวเหนียวตั้งแต่แรก ปล่อยให้ตนเองเหยียบคากับระเบิดอยู่นานสองนาน เสือไม่อยากใช้พลังข้าวเหนียวโดยไม่จำเป็น เพราะไม่อยากให้ใครล่วงรู้ความลับนี้ เสือพูดจบ หายใจหอบเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด เคนอดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไรไป

"วันนี้ใช้พลังมากเกินไป กลัวจะช่วยเอ็งไม่ได้ เรี่ยวแรงมันเลยจะหมด"

"เออ ใช่....พาหลบแรงระเบิดมาเสียไกลขนาดนี้ แรงเอ็งเลยฮวบ แต่ไม่ต้องห่วง ข้าวเหนียวอยู่ที่ข้า จกสักปั้นเดี๋ยวแรงก็กลับมา" เคนว่าแล้วจะหยิบกระติบข้าวเหนียว แต่ตบหาทั่วตัวก็ไม่เจอ

ปรากฏว่า กระติบข้าวเหนียวนั้นตกลงไปในลำธารไหลเอื่อยๆผ่านหน้าแสงระวีที่แบกเป้ สัมภาระเดินมาตามลำพังก่อนหยุดกวาดตามองไปรอบๆบริเวณอย่างจนปัญญาไม่รู้จะไป ทางไหนต่อ พลันเธอได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคน ดีใจคิดว่าเป็นพวกชาวเขากลับมาช่วย แต่กลายเป็นทหารลิ่วล้อของนายพล

เล่าสือ

พวก นั้นนำตัวแสงระวีมายังฐานบัญชาการเพื่อให้นายพล เล่าสือสอบสวน แสงระวีพยายามยกความเป็นนักข่าวขึ้นมาอ้างเผื่อนายพลเล่าสือจะเกรงใจ แต่เขาไม่สน จังหวะนั้น ทหารของเขาเข้ามารายงานว่า ทหารไทยบุกมาถึงเขตของพวกเรา นายพลเล่าสือสั่งพวกของตนไปจัดการเหล่าทหารไทยให้สิ้นซาก...

ระหว่าง ที่เคนกับเสือซึ่งอ่อนแรงเต็มทีกำลังเดินกลับไปยังจุดนัดพบ มีเสียงปืนดังเป็นชุดมาจากทิศทางที่ตั้งฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือ เสือรีบสั่งเคนเรียกวิทยุไปถามจ่าผาดว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนเขาจะล่วงหน้าไปก่อน แล้วรวบรวมพลังวิ่งไปยังที่มาของเสียงปืนอย่างรวดเร็ว...อึดใจเดียว เสือมาถึงบริเวณจุดปะทะเห็นเพื่อนทหารไทยสามคนนอนตาย
อยู่ ส่วนทหารอีกคนหนึ่งนอนหายใจรวยริน

"บัก...เสือ...ช่วย...ช่วยจ่าผาดด้วย...จ่า....โดนพวกมันล้อม" ขาดคำทหารคนนั้นก็สิ้นใจ

สัก พัก เคนวิ่งตามมาสมทบอ้าปากจะบอกเสือเรื่องที่ได้รับรายงานทางวิทยุ แต่เสือชิงพูดก่อนว่ารู้แล้ว และมองไปทางฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือด้วยสีหน้าเอาเรื่อง...

จ่า ผาดโดนทหารศัตรูคนหนึ่งยิงเข้าที่ท้องและกำลังจะโดนยิงซ้ำ แต่เสือเข้ามาจับทหารศัตรูคนนั้นเหวี่ยงกระแทกต้นไม้ ทหารฝ่ายศัตรูที่เหลือระดมยิงปืนใส่เสือเป็นชุด ควันจากกระบอกปืนคลุ้งไปทั่วบริเวณ พอควันจาง เสือยังยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในมือทั้งสองข้างกำกระสุนปืนที่พวกนั้นยิงใส่

จากนั้น เสือดีดกระสุนในมือใส่ทหารศัตรูทีละนัดจนทรุดฮวบ พวกที่เหลือหน้าตาตื่นวิ่งหนีกระเจิงร้องลั่นว่าเสือเป็นผีป่า ทหารศัตรูอีกคนหนึ่งไม่ยอมวิ่งหนี ยกปืนจะยิงเสือลอบกัดทางด้านหลัง เคนโผล่เข้ามาพอดีเอาพานท้ายปืนกระแทกเขาสลบเหมือด เสือหันมายิ้มให้เคนอย่างขอบใจแล้วรีบตรงเข้าไปพยุงจ่าผาด พามานั่งพักใต้ต้นไม้ จ่าผาดอ้าปากจะถามเรื่องเมื่อกี้ แต่เสือขอร้องว่าอย่าเพิ่งถามอะไร

"แล้วนักข่าวที่ถูกนายพลเล่าสือจับไปล่ะ"

เสือ รับปากจ่าผาดว่าจะไปช่วยเธอเอง เคนทักท้วงว่าเสือยังไม่ได้กินข้าวเหนียว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปต่อกรกับพวกศัตรู เสนอให้รอหน่วยกำลังเสริมมาก่อน เสือไม่อยากรอ สั่งเคนให้รีบพาจ่าผาดกลับมาค่ายทหารไทย แล้วรีบตรงไปยังฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือ...

ด้านแสงระวีสู้สุด ฤทธิ์ไม่ยอมให้นายพลเล่าสือข่มเหง เตะผ่าหมากจนเขาถึงกับจุกตัวงอ เธอได้ทีวิ่งหนีออกจากเต็นท์ แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นทหารของนายพลเล่าสือพยุงคนเจ็บกลับมาที่ฐาน นายพลเล่าสือหายจุกวิ่งตามออกมาสั่งทหารจับตัวหญิงสาวไว้ แสงระวีฤทธิ์มากไม่ยอมแพ้ เลยถูกนายพลเล่าสือต่อยท้องน้อย ทรุดหมดสติ แล้วสั่งทหาร เอาตัวเธอไปไว้ในกระท่อมที่พักของเขา

ไม่นานนัก เสือตามมาช่วยแสงระวี โดยอัดยามที่เฝ้าหน้ากระท่อมสลบ เขาพยายามปลุกแสงระวีแต่เธอไม่รู้สึกตัว ทหารศัตรูตามเข้ามาจะจับ เสือรีบอุ้มแสงระวีกระโดดออกทางหน้าต่างอย่างว่องไว...

นายพลเล่าสือ ได้ฟังเรื่องเสือจากทหารซึ่งรอดชีวิตแล้ว เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครใช้มือเปล่ารับกระสุนได้ จังหวะนั้นทหารคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า มีทหารไทยบุกเข้ามาในค่าย นายพลเล่าสือกับพวกรีบวิ่งมาที่ลานกว้างกลางค่าย ตกใจเห็นพวกของตนนับสิบคนโดนเสือเล่นงานนอนร้องโอดโอย ทหารคนหนึ่งจำหน้าเสือได้

"มัน...มันนั่นแหละครับนายพล...มันไม่ใช่คน มันเป็นปิศาจ"

นาย พลเล่าสืออยากลองของ ชักปืนยิงใส่เสือเป็นชุด เสือใช้ปากงับกระสุนปืนก่อนคายทิ้งแล้วรีบอุ้มแสงระวีหายเข้าป่าไปอย่าง รวดเร็ว นายพลเล่าสือได้แต่ยืนตะลึง พวกทหารตื่นตระหนกพากันวิ่งหนี นายพลเล่าสือตั้งสติได้ คว้าคอทหารคนหนึ่งไว้ สั่งให้ออกตามล่าเสือทันที...

เสือ อุ้มแสงระวีไปจนถึงริมลำธาร เริ่มหมดแรงต้องวางหญิงสาวลง ค่อยๆคลานไปควักน้ำในลำธารขึ้นมาดื่มประทังความหิว นายพลเล่าสือกับทหารอีกคนหนึ่งตามมาทัน ยิงปืนใส่ เสือปัดกระสุนได้ แต่พลังที่เหลือน้อยทำให้มือถูกคมกระสุนเลือดไหล นายพลเล่าสือเจ็บใจที่ทำอะไรเสือไม่ได้

"ถ้าลูกปืนทำอะไรไม่ได้ งั้นลองนี่แล้วกัน" นายพลเล่าสือหันไปคว้าเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีเล็งใส่

ระหว่าง นั้น กระติบข้าวเหนียวของเคนลอยมาติดที่เท้าของเสือ เขารีบคว้ามันขึ้นมาแล้วควักข้าวเหนียวกิน ทันทีที่ข้าวเหนียวตกถึงท้อง พลังก็กลับคืนมา แสงระวีปรือตาขึ้นมอง เห็นนายพลเล่าสือกำลังจะยิงจรวดใส่ทหารไทยคนหนึ่งซึ่งเธอเห็นหน้าไม่ชัด ถึงกับร้องห้ามลั่น แต่ไม่ทัน จรวดพุ่งใส่ ทหารไทยคนนั้น

เขาคว้า จรวดไว้ได้ด้วยมือเปล่าแล้วขว้างคืนมาที่นายพลเล่าสือ เสียงตูมลั่นป่า นายพลโฉดกับทหารร่างแหลกไม่มีชิ้นดี แสงระวียังไม่ทันจะเห็นหน้าวีรบุรุษนิรนามที่ช่วยชีวิตเธอไว้ เธอก็หมดสติไปอีกครั้ง...

ที่ค่ายทหารไทย จ่าผาดคาดคั้นเคนให้บอกเรื่องของเสือ และขู่เขาว่าถ้าไม่ยอมบอกจะสั่งขังคุกขี้ไก่ ด้วยความกลัว เคนเล่าเรื่องพลังพิเศษของเสือให้จ่าผาดฟังอย่างหมดเปลือก

ooooooo

เช้า วันใหม่ ภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล แสงระวีสะดุ้งตื่นขึ้น เห็นสิงห์กับพ่อของเธอนั่งเฝ้าอยู่ ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง เธอถามหาทหารที่ช่วยชีวิตเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง ธงไทกลับบอกว่าไม่มีใคร ที่ไหนสักคน ทหารที่เขาขอความช่วยเหลือไปพบเธอนอนสลบอยู่กลางป่าเพียงลำพัง เลยพามาส่งโรงพยาบาล

"เป็นไปไม่ได้ เขาโดนพวกนั้นยิงระเบิดใส่ แต่เขากลับหยุดมันได้ด้วยมือเปล่า"

"จะมีใครที่ไหนทำแบบนั้นได้ล่ะแสงระวี" สิงห์ท้วง

แสง ระวียืนยันว่าตัวเองเห็นกับตา ธงไทคิดว่าลูกอาจได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง เลยจะเรียกหมอมาตรวจอาการอีกครั้ง แสงระวีไม่อยากมีปัญหา รู้แก่ใจดีว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ รีบตัดบท

"ไม่ต้องหรอกค่ะ แสงระวีคงจะเพ้อไปตอนสลบ...ขอนอนพักต่อก็แล้วกัน" แสงระวีนอนหันหลังให้พ่อกับสิงห์ สีหน้ายังครุ่นคิด แน่ใจว่าภาพที่ตัวเองเห็นก่อนหมดสติไม่ใช่ เรื่องเพ้อฝันแน่นอน...

ผ่าน ไปไม่นาน เสือกับเคนปลดประจำการจากทหาร เสือตั้งใจจะกลับบ้านไปหาพ่อ แม่ กับน้องสาว ทำนาทำไร่ตามประสา ส่วนเคนบ่ายหน้าไปหางานทำในกรุงเทพฯ ทั้งคู่จากกันด้วยมิตรภาพอันดี

ooooooo

ที่หมู่บ้านดอนควาย ขณะมะลิน้องสาวของเสือกำลังเดินไปโรงเรียนโดยมีดอกสร้อยเพื่อนสนิทของเธอ ตามมาถามเซ้าซี้เรื่องเสือ มะลิเหลือบเห็นศร นักเลงหัวไม้ประจำหมู่บ้านลูกชายกำนันฉ่ำกับสมุน เห่าดง และหมีควายกำลังซ้อมชายชาวนาคนหนึ่งอยู่เพราะเขาดื้อดึงไม่ยอมขายที่นาให้ กำนันฉ่ำ มะลิรีบดึงดอกสร้อย หลบหลังต้นไม้ รอจนพวกนั้นลากตัวชายชาวนาขึ้น รถกระบะขับออกไป

"เธอไปบอกพ่อฉันนะดอกสร้อย...ฉันจะตามพวกมันไป"

มะลิตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวรีบตามพวกศรโดยไม่ฟังคำทัดทานของดอกสร้อย...

ใน เวลาต่อมา เสือกลับถึงหมู่บ้านดอนควาย หลังจากแวะทักทายปลิวกับพุ่ม พ่อและแม่ของเขาแล้วเสือก็ตรงไปกราบหลวงพ่อเข้มที่วัดดอนควาย หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ให้ เขาเพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีลุงมั่นมัคนายกประจำวัดนั่งอยู่ใกล้ๆ เสือคุยกับหลวงพ่อได้ไม่กี่คำ ดอกสร้อยวิ่งหน้าตื่นร้องเอะอะเข้ามาในโบสถ์ ลุงมั่นในฐานะพ่อของดอกสร้อยเอ็ดเสียงเขียวว่าเป็นผู้หญิงทำไมไม่รู้จัก สำรวมต่อหน้าพระเจ้า

"เรื่องนั้นไว้ทีหลังเถอะพ่อ นังมะลิมันกำลังหาเหาใส่หัว ถ้าไม่รีบไปห้ามมันล่ะก็ มันเสร็จแน่"

เสือ ได้ฟังแล้วตกใจ คาดคั้นดอกสร้อยให้บอกว่าน้องสาว ของเขาไปทำอะไรมา ดอกสร้อยอารามรีบร้อนเพิ่งสังเกตเห็นเสือ ดีใจกรี๊ดสนั่น เสือต้องดุเสียงเข้ม ดอกสร้อยถึงยอมเล่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น...

ส่วน มะลิตามศรไปถึงโรงสีข้าวของกำนันฉ่ำ หวังจะช่วยชาวนาให้รอดจากการถูกบีบบังคับของกำนัน แต่เธอกลับช่วยเขาไม่ได้ แถมตัวเองยังโดนจับไว้เป็นตัวประกันเพื่อจะบังคับปลิวกับพุ่มขายที่นาของพวก เขาให้ ขณะสองพ่อลูกคู่โฉด ชั่วกำลังหัวเราะสะใจ มีเสียงดังขึ้นจากหน้าประตูโรงสีข้าว

"ถ้าใครแตะต้องน้องสาวข้า มันได้คลานเป็นหมาออกไปจากที่นี่แน่...ปล่อยน้องสาวข้าแล้วไสหัวไปให้พ้น... อย่าให้ข้าเห็นหน้าพวกเอ็งที่นี่อีก" เสือประกาศเสียงกร้าว

ศรจ้อง หน้าอริเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี หาว่าเสือกำแหงมากที่กล้าสั่งลูกกำนันอย่างตน เสือไม่สนใจ ต่อให้เป็นลูกนายกฯ ถ้ากล้ารังแกผู้หญิง เขาก็กล้ากระทืบให้จมดิน กำนันฉ่ำปล่อยลูกชายกับสองสมุนจัดการเสือตามสบาย ส่วนตัวเขาเดินลอยชายออกจากโรงสี

เห่าดงกับหมีควายตรงเข้าต่อสู้กับ เสืออุตลุด แต่เสือไวกว่าหลบหลีกหมัดของทั้งคู่ได้ แล้วอัดพวกนั้นกลับจนล้มคว่ำ ศรเจ็บใจมาก ยกมือขึ้นพนมท่องคาถาครู่หนึ่ง ก่อนตบที่รอยสักรูปหมีควายกลางอกไอ้หมีควาย แล้วหันไปตบรอยสักรูปงูเห่าที่กลางอกไอ้เห่าดง สองสมุนตัวสั่นเทาเพราะของขึ้น

ดวงตาของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ น่าเกรงขาม พร้อมกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ตรงเข้ารุมซ้อมเสือสะบักสะบอม โชคดีที่ลุงมั่นกับดอกสร้อยเข้ามาขัดจังหวะ ลุงมั่นยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ เห่าดงและหมีควายหยุดกึก ลุงมั่นสั่งให้ทุกคนถอยไป ศรไม่เกรงกลัว ขู่กลับว่าอย่ามายุ่ง เดี๋ยวจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย

"เอ็งกับลูกน้องนั่นแหละที่จะโดน ปืนนี่ลงอาคมไว้ จะให้ลูกน้องเอ็งมาลองดูก็ได้"

ลุง มั่นเล็งปืนไปที่เห่าดงกับหมีควาย ศรเหลือบเห็นอักขระลงยันต์ไว้ที่ปืน รีบเข้าไปแตะตัวสมุนทั้งสองคน พักเดียวพวกนั้นกลับเป็นปกติ แล้วชวนกันกลับ ก่อนไปศรขู่ลุงมั่นอีกว่าจุ้นจ้านอย่างนี้ สักวันต้องเจอดี ดอกสร้อยรีบเข้าไปดูเสือซึ่งนอนสลบเหมือดอย่างห่วงใย

ooooooo

ที่สำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ แสงระวีโกรธหัวฟัด

หัว เหวี่ยงที่ธงไทในฐานะหัวหน้ากอง บก. หนังสือพิมพ์ที่เธอทำงานอยู่ ไม่ยอมให้ตีพิมพ์ข่าวยาเสพติดที่เธออุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเข้าไปหาข่าว เขาอ้างว่าข่าวชิ้นนี้ไม่ผ่านการอนุมัติจากกอง บก. ทีหน้าทีหลังถ้าเธอจะทำข่าวอะไร ต้องเข้ามาขออนุมัติให้ถูกต้องเหมือนนักข่าวคนอื่นๆ

"ตอนนี้พ่อ ไม่ใช่ตำรวจอีกแล้ว เพราะฉะนั้นพ่ออย่ามาสอนในสิ่งที่พ่อทำไม่เคยสำเร็จ ไม่อย่างนั้นแม่ก็คงจะ..." แสงระวียังไม่ทันพูดจบ ธงไทเรียก "แสงระวี" เสียงดังเพื่อปราม แต่เธอไม่สนใจ เปิดประตูห้องแล้วปิดกระแทกเสียงดังปังออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ธงไทได้แต่ ส่ายหน้าหนักใจ

เสียงพ่อลูกโต้เถียงกันดังออกมาถึงสิงห์ซึ่งนั่งรอ แสงระวีอยู่หน้าห้องทำงานธงไท สิงห์รีบตามไปปลอบแสง–ระวีว่าที่ธงไททำไปทั้งหมดคงเป็นห่วงเธอ แสงระวีไม่ซาบซึ้งด้วย อารมณ์ค้างพาลโทษพ่อไปทุกเรื่องรวมทั้งเรื่องที่แม่ ของเธอต้องตายอย่างน่าเวทนา ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์ มือถือของสิงห์ดังขึ้น

"โรงพักโทร.มา พี่ขอตัวรับโทรศัพท์ก่อนนะ" สิงห์เดินเลี่ยงไปรับสายอย่างมีพิรุธ

แสงระวีรู้ทันทีว่าต้องมีคดีใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ ขอตามทำคดีไปด้วย สิงห์โกหกว่าไม่มีอะไร แค่คดีคนเมาต่อยกันเท่านั้น แล้วรีบขอตัวกลับก่อน แสงระวีทิ้งระยะให้สิงห์ล่วงหน้าไปสักพัก จึงแอบตาม...

ฝ่ายเสือถูกพามายังโบสถ์ของวัดดอนควาย หลวงพ่อเข้มจับตามเนื้อตัวเสืออยู่ครู่หนึ่ง หยิบสมุนไพรจากย่ามมาเทกรอกปากเสือ ส่วนมะลิ ดอกสร้อยกับลุงมั่นมองเสือด้วยความเป็นห่วง อึดใจ เสือรู้สึกตัวสำลักยาพรวด เห็นมะลินั่งอยู่ตรงหน้า ดีใจถามว่าเป็นอย่างไรเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

"ฉันไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะพี่...แต่ฉันนึกว่าพี่จะตายแล้วซะอีก" มะลิน้ำตาคลอเบ้า

เสือไม่ยอมตายง่ายๆ เพราะยังมีหน้าที่ต้องดูแลน้องสาวคนนี้อยู่ มะลิซึ้งใจมากโผกอดพี่ชายแน่น...ถึงแม้อาการของเสือจะดีขึ้น แต่หลวงพ่อเข้มขอกักตัวเขาไว้ในโบสถ์คืนหนึ่งก่อน วันนี้เป็นวันครบเบญจเพสของเสือพอดี ท่านอยากให้เสือสวดมนต์ นั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนากับท่านจนถึงรุ่งเช้า

"หลวงพ่อ เวลามันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เมื่อไหร่บาปกรรมที่ผมทำไว้ถึงจะชดใช้หมด"

"เอ็งคิดว่ามันเป็นเวรเป็นกรรมที่สวรรค์ลงโทษเอ็งหรือ"

"ถ้ามันไม่ใช่เวรกรรมที่ผมต้องชดใช้แล้วมันคืออะไรล่ะครับ   ผมถึงเป็นคนปกติเหมือนคนอื่นไม่ได้"   เสือนิ่งคิด พลันภาพในอดีตผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของเสือ...

12 ปีก่อน...ปลิวกับพุ่มยกเสือให้เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อเข้มด้วยความเชื่อที่ว่าหากอยู่วัดแล้วอาการเจ็บออดๆแอดๆของลูกชายจะหาย แต่อาการป่วยของเสือทุเลาเพราะกินยาหม้อของหลวงพ่อเข้ม

ในปีเดียวกัน   มีอยู่วันหนึ่งที่ดวงอาทิตย์   โลก   และดวงจันทร์จะโคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน วันนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านดอนควายรวมตัวกันกวนข้าวทิพย์เพื่อความเป็นสิริมงคล เสือในวัยสิบสามปีเดินตามกลิ่นหอมกรุ่นชวนหิวของข้าวทิพย์มาถึงโรงครัว กำลังจะขโมยข้าวทิพย์กิน แต่ลุงมั่นเข้ามาขวางไว้

"เดี๋ยวตีมือหักเลย...ของเขาเอาไว้ทำบุญ ถ้าเอ็งลักไปกินก่อน ตกนรกนะเว้ย"

"ฉันขอโทษจ้ะ เกิดมายังไม่เคยกินข้าวทิพย์เลย อยากรู้ว่ามันจะอร่อยรึเปล่า"

"ทำบุญเสร็จ เอ็งก็ได้กินเองนั่นแหละ"

"จริงนะ งั้นฉันขอชิมข้าวทิพย์กระทะนั้นนะลุง ท่าทางน่ากินกว่ากระทะอื่นตั้งเยอะ" เสือชี้ไปที่กลุ่มเด็กสาวพรหมจรรย์ซึ่งกำลังช่วยกันกวนข้าวทิพย์อย่างขะมักเขม้น โดยมีพราหมณ์สี่คนบริกรรมคาถาล้อมรอบกลุ่มเด็กสาวทั้งสี่ทิศ ลุงมั่นเขกหัวเสือดังโป๊ก ว่าประชดประชันว่าเสือตาถึง

แต่ข้าวทิพย์กระทะนั้นห้ามใครกินเด็ดขาดเพราะเป็นข้าวทิพย์พิเศษทำถวายเป็นพุทธบูชา แถมขู่ว่าถ้าเสือขืนไปแตะนรกจะกินหัว แล้วสั่งเสือให้ไปหาหลวงพ่อเข้ม เสือเดินออกจากโรงครัว แต่ไม่วายหันกลับมามองข้าวทิพย์พิเศษนั้นด้วยความสนใจ...

ใกล้ถึงเวลาสุริยุปราคาจะเต็มดวง หลวงพี่เข้มต้องเข้าฌานทำสมาธิในโบสถ์ จึงสั่งเสือให้เฝ้าหน้าประตูโบสถ์ห้ามใครเข้ามารบกวน เสือรับคำนั่งเฝ้าไปพลางลูบท้องตัวเองด้วยความหิว สักพักลุงมั่นยกข้าวทิพย์พิเศษซึ่งจัดใส่พานนำมาถวายพระประธานในโบสถ์ กลิ่นหอมของข้าวทิพย์ยิ่งทำให้เสือท้องร้องจ๊อกๆ มองตามลุงมั่นเข้าไปข้างในโบสถ์ตาไม่กะพริบ...

ทันทีที่ดวงอาทิตย์ถูกบดบังจนมืดมิดไปทั่วหมู่บ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตีเกราะเคาะไม้ไล่ราหูตามความเชื่อโบราณ จังหวะเดียวกัน ข้าวทิพย์พิเศษที่อยู่หน้าพระประธานเปล่งประกายสว่างไปทั้งโบสถ์ เสือเห็นแสงสว่างลอดประตูโบสถ์ออกมา แปลกใจ แอบแง้มประตูดู เห็นพานใส่ข้าวทิพย์ส่องแสงสีทอง ตกใจ

เสือรีบเข้าไปปลุกหลวงพ่อซึ่งนั่งเข้าฌานอยู่เพียงลำพัง แต่ท่านกลับนั่งนิ่ง ด้วยความหิวและไร้เดียงสา เสือเดินเข้าไปหยิบข้าวทิพย์กินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดเกลี้ยง ทันใดนั้นร่างของเสือก็ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา เขาร้องขอความช่วยเหลือลั่น แต่หลวงพ่อยังคงเข้าฌานนิ่ง เสือดิ้นเร่าๆทรมานอยู่กับพื้น ลุงมั่นได้ยินเสียงร้องโอดโอยรีบวิ่งเข้ามาดู เห็นเสือหมดสติไปแล้ว หลวงพ่อเข้มค่อยๆลืมตาขึ้นมอง

"หลวงพ่อ...ไอ้เสือแย่แล้ว มันขโมยกินข้าวทิพย์ หลวงพ่อช่วยมันด้วย" ลุงมั่นร้องเอะอะ...

เสือนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ในกุฏิหลวงพ่อเข้มหลายวัน แต่พอรู้สึกตัว เขาหิวจนตาลาย ตรงเข้าโรงครัว หยิบข้าวเหนียวยัดใส่ปากกินหลายกิโลๆ ราวกับอดอยากมาเป็นปี ลุงมั่นเห็นแล้วถึงกับอึ้ง

ooooooo

หลายปีผ่านไป เสือวัยแตกเนื้อหนุ่มจูงควายบุญลือไปตามคันนากลางแดดเปรี้ยง อยู่ๆบุญลือหยุดเดินดื้อๆ เสือพยายามดันก้นให้เดินต่อ แต่บุญลือยืนนิ่ง ไม่ขยับ

"เฮ้ย...ช่วยงานกันหน่อยสิวะ เดี๋ยวก็จับส่งโรงเชือดซะนี่" เสือแกล้งแหย่

บุญลือไม่เล่นด้วยพ่นลมหายใจฟืดฟาดขู่ แล้ววิ่งไล่ขวิดเสืออย่างเอาเรื่อง เสือวิ่งหนีไม่คิดชีวิตมาสุดริมคลองไม่มีทางหนีต่อ บุญลือยังวิ่งตรงเข้ามา เสือหลับหูหลับตาเงื้อหมัดสวนออกไป โดนกกหูบุญลืออย่างจัง ร่างของมันลอยละลิ่วไปตามแรงหมัด ก่อนหล่นตุ้บลงมากองกับพื้น เสือตกตะลึงกับพละกำลังของตัวเอง

ครู่ต่อมา เสือจูงบุญลือซึ่งตอนนี้ว่านอนสอนง่ายกลับบ้าน ระหว่างทาง เจอมะลิกำลังชักเย่อกับแหอยู่ริมคลอง เธอร้องเรียกพี่ชายช่วยมางมแหให้ที ไม่รู้ว่ามันไปติดอะไรใต้น้ำ เสือดำน้ำลงไปดู มะลินั่งรออยู่ริมฝั่งนานสองนาน พี่ชายหายลงไปใต้น้ำเงียบผิดปกติ ชักใจคอไม่ดี ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น

จังหวะนั้น หลวงพ่อเข้มเดินผ่านมาพอดี มะลิรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ หลวงพ่อเดินไปดูที่ริมน้ำแต่ไม่เห็นวี่แววของเสือ  มะลิน้ำตาไหลพรากคิดว่าเสือจมน้ำตาย  พลันเสือทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำ พร้อมกับปลาสวายตัวเขื่อง ชูอวดน้องสาวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

เสือเริ่มรู้แล้วว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเอง ทดลองวิ่งแข่งกับขบวนรถไฟ ปรากฏว่าเขาวิ่งเร็วเท่ารถไฟ แถมกระโดดตัวลอยข้ามรถไฟทั้งขบวนได้ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก   เท่านั้นยังไม่พอ   เสือโดนฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางหัว เสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดวิ่น   แต่ตัวเขากลับไม่เป็นอะไรแม้แต่รอยขีดข่วน

เสือเริ่มเป็นกังวลเลยขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อเข้ม ท่านพาเสือเข้าไปคุยกันเพียงลำพังในโบสถ์ พวกชาวบ้านที่ รู้เรื่องเหลือเชื่อของเสือต่างพากันมาล้อมโบสถ์พยายามเรียกร้องเสือช่วยใบ้หวยให้ เสือถามหลวงพ่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมถึงผิดปกติไม่เหมือนคนอื่น

"ผลจากการที่เอ็งลักเอาข้าวทิพย์ไปกินเมื่อตอนเด็ก"

"ลุงมั่นเคยบอกว่าผมต้องโดนเทวดาลงโทษ นี่ใช่ไหมครับ บาปกรรมที่ผมได้รับ...หลวงพ่อครับ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่อยากกลายเป็นตัวประหลาด ผมไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน หลวงพ่อช่วยผมด้วยนะครับ"

"ชีวิตเอ็งได้ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว เอ็งต้องเดินไปตามทางของเอ็ง เมื่อถึงเวลาที่สมควรเอ็งจะได้รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องการให้เอ็งแตกต่างจากคนอื่น...ไปจากที่นี่ซะ...ครบเบญจเพสเมื่อไหร่ เอ็งค่อยกลับมาหาข้า"

เสือมองตามหลวงพ่อที่ออกไปพบกับพวกชาวบ้านหน้าโบสถ์อย่างงงๆ

ooooooo

ณ เวลาปัจจุบัน เสือลืมตาขึ้นหลังจากนั่งสมาธิอยู่กับหลวงพ่อเข้มได้พักใหญ่ ถามว่าที่ท่านให้เขากลับมาตอนเบญจเพสเพราะเขาจะกลับมาเป็นคนปกติแล้วใช่ไหม

"เอ็งมีพละกำลังเรี่ยวแรงมหาศาล ว่องไวปานลมกรด มีผิวเหมือนเกราะเพชร ของมีคมใดๆก็ทำอันตรายเอ็งไม่ได้ เอ็งไม่ชอบเหรอ"

เสือไม่ชอบ ยิ่งเขาแตกต่างจากคนอื่นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกลัวตัวเองมากขึ้นเท่านั้น กลัวควบคุมพลังไม่ได้จะพลอยทำให้คนอื่นเดือดร้อน และอาจนำภัยมาสู่ตนเองกับครอบครัว

"บักเสือ เมื่อเอ็งมีสติ พลังจะอยู่กับเอ็ง ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน เอ็งจะได้คำตอบว่าทำไม และเอ็งจะใช้มันทำประโยชน์ อะไรเพื่อคนรอบข้างเอ็ง" หลวงพ่อว่าแล้วหลับตาทำสมาธิต่อ เสือสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

ในเวลาเดียวกัน แสงระวีนั่งแท็กซี่ซึ่งเคนเป็นคนขับ ตามรถของสิงห์ไปติดๆ สิงห์จับได้ว่าแสงระวีตาม รีบลงจากรถมาเล่นงานเคนพร้อมกับขอดูใบขับขี่ ขู่ว่าถ้าไม่อยากถูกยึดใบขับขี่ให้พาผู้หญิงคนนี้กลับไปส่งที่เดิม ยิ่งแสงระวีเห็นว่าสิงห์กีดกันไม่ยอมให้ตนเองตาม ยิ่งมั่นใจว่าเขาต้องไปทำคดีใหญ่แน่ๆ ส่งเงินให้เคนหนึ่งพันบาท จ้างให้ขับตามรถของสิงห์ต่อ เคนเห็นเงินก็ตาโต ไม่เกรงกลัวอะไรอีก...

เป็นจริงอย่างที่แสงระวีคาด เกิดเหตุจลาจลขึ้นในเรือนจำ ตำรวจสั่งระดมเจ้าหน้าที่เข้าล้อมเรือนจำและลำเลียงนักโทษบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บออกมา สิงห์มาถึงที่เกิดเหตุ สมทบกับจ่าเพิ่มและหมู่แย้มลูกน้องคู่ใจ จ่าเพิ่มรายงานสถานการณ์ ล่าสุดให้เจ้านายฟัง

สิงห์ตกใจเมื่อรู้ว่าหมวดโรส ตำรวจสาวสวยติดอยู่ในเรือนจำระหว่างนำตัวนักโทษคนหนึ่งมาส่ง เขาจึงเข้าไปในเรือนจำเพื่อตามหาเธอ...ด้านโรสเข้ามาอยู่ในเรือนจำท่ามกลางความวุ่นวาย เธอวิ่งตามนักโทษชายคนหนึ่ง ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ และตะโกนสั่งให้หยุด นักโทษชะงัก โรสเห็นเขาถือกุญแจห้องขังไว้ในมือ

"กุญแจห้องขังนี่...แกกำลังจะไปปล่อยใคร"

นักโทษไม่ยอมตอบ ขณะโรสกำลังจะสวมกุญแจมือนักโทษคนนั้น มีนักโทษอีกคนหนึ่งลอบมาด้านหลังจะเล่นงานเธอ แต่โรสรู้ตัวเสียก่อน จัดการนักโทษลอบกัดสลบเหมือด นักโทษที่ถือกุญแจอาศัยจังหวะนั้นหลบหนีไปได้ โรสไม่ยอมแพ้ออกตามล่าต่อ เพราะคาใจว่าเขาคิดจะปล่อยใคร

นักโทษคนนั้นรีบไปยังห้องขังเดี่ยวที่มืดทึบ ไขกุญแจห้องขังเข้าไป เห็นนักโทษชายคนหนึ่งมีโซ่ตรวนพันธนาการไว้ที่ขาและมือราวกับเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ที่กลางอกของเขามีรอยสักรูปหนุมาน

"ผมได้รับคำสั่งให้มาช่วยพี่ครับ...พี่ลิงลม...ตำรวจกำลังบุกเข้ามาแล้ว"

พอหลุดจากโซ่ตรวน ลิงลมกลับตอบแทนนักโทษที่มาช่วยด้วยการหักคอฆ่าทิ้งแล้วออกจากห้องขัง สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างสบายอารมณ์ โรสตามมาทัน สั่งลิงลมกลับเข้าห้องขังเดี๋ยวนี้ ลิงลมมองหางตาอย่างเหี้ยมๆก่อนยิ้มแสยะ โรสสั่งซ้ำอีกครั้ง  ลิงลมทำเฉย  เธอลั่นกระสุนใส่ทันที  แต่ต้องตกตะลึง เพราะลิงลมวิ่งหลบหลีกกระสุนได้อย่างว่องไว ก่อนวิ่งลับสายตาไป โรสได้แต่ยืนอึ้ง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:56 น.