ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "มาริโอ้"ประกบ "มิ้น ชาลิดา" ในละครข้ามภพ "สองหัวใจนี้เพื่อเธอ"



เช้าวันใหม่ ธรรณธรเดินไปเดินมามองนาฬิกา ข้อมือ รอว่าเกวลินมาถึงหรือยัง...อรหันไปบ่นกับเพื่อนพนักงานว่าเงินเดือนขนาดนี้เกวลินจะไม่ยอมมาเชียวหรือ ไม่ทันไรก็เห็นเธอเดินเข้ามา อรรีบรายงานธรรณธร ท่าทางเขาตื่นเต้นมาก

เกวลินเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานธรรณธร

ด้วยท่าทีนิ่งๆหน้าตึงนิดๆ ดึงเก้าอี้จะนั่ง ธรรณธรโพล่งขึ้นว่ายังไม่ได้เชิญให้นั่ง เกวลินลุกยืนโกรธๆแล้วเขาก็พูดขึ้นอีกว่า

“วันนี้เราจะคุยกันดีๆนะคุณเกวลิน...นั่งสิ บ้านคุณอยู่ที่ไหน”

เกวลินมองอย่างเจ็บใจตอบห้วนๆว่าแถวถนนเพชรบุรี เขาถามอีกว่าอยู่กับใคร พ่อแม่ไปไหน มีแฟนหรือยัง เกวลินตอบทุกคำถามอย่างงงๆจนทนไม่ไหวถามสวนมันเกี่ยวกับงานตรงไหน ธรรณธรเสียงเข้มสั่งให้ตอบ เธอจึงตอบว่ายังไม่มีแฟน เขาก็ถามอีกว่าทำไม

“เรื่องของฉัน...ไม่อยากมี...”

“ไม่อยากมีหรือหาไม่ได้”

เกวลินตวัดสายตามองแล้วขำออกมา “หาดีๆไม่ได้ ก็เลยไม่อยากมี”

ธรรณธรบอกว่าสัมภาษณ์เสร็จแล้ว เดี๋ยวจะให้คนพาไปสอนงาน เกวลินทำหน้างงที่การสัมภาษณ์ของเขาไม่เห็นจะเกี่ยวกับงาน ธรรณธรยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี

เกวลินเดินเหวอออกไป

หน้าที่ของเกวลินคือเช็กสต๊อกสินค้า เธออยู่ในชุดพนักงานกำลังตั้งใจเรียนรู้งาน แต่เธอก็ทำผิดบ้างถูกบ้าง เดินสะดุดของหกคะมำคว่ำคะเมน ยืนขวางทางรถโฟล์กลิฟต์จนเกือบโดนชน ธรรณธรแอบมองอยู่ส่ายหน้าในความซุ่มซ่ามของเธอ

ช่วงพักกลางวัน เกวลินถือจานอาหารหาที่นั่ง เพื่อนพนักงานเรียกให้นั่งด้วยกัน เพื่อนอีกคนซักถามว่าเป็นญาติกับธรรณธรหรือ เขาถึงต้องมาแอบดูเวลาทำงาน เกวลินสวน

“คนบ้าอย่างนั้น ใครจะไปเป็นญาติด้วย”

“ว้าย! เธอกล้าว่าคุณธรรณอย่างนั้นได้ยังไง” เพื่อนพนักงานตบอกผาง

เกวลินบอกว่าแรงกว่านี้ตนก็ทำมาแล้ว...ไม่ทันจะตักข้าวเข้าปาก หัวหน้ามาตามบอกว่าธรรณธรให้ไปพบเดี๋ยวนี้ เกวลินหงุดหงิดเพราะหิว พอเข้ามาในห้องธรรณธรก็โวยตนกำลังจะกินข้าว นี่มันเวลาพักใช่ไหม ธรรณธรตอบนิ่งๆว่า “ฉันจะให้เธอมากินข้าวด้วย...”

เกวลินมองไปเห็นบนโต๊ะจัดอาหารไว้สวยงามถาม “ทำไมฉันจะต้องกินข้าวกับนาย”

“เพราะฉันไม่มีเพื่อนกิน”

ธรรณธรให้เกวลินเรียกตนว่าคุณธรรณไม่ใช่นาย แล้วสั่งให้เธอนั่งลงแถมบอกอีกว่าได้สั่งอาหารไทยสำหรับเธอโดยเฉพาะ เกวลินกระแทกก้นนั่งและลงมือกินอย่างรวดเร็วจนเขาขำ

“หัวเราะอะไร เห็นฉันเป็นของเล่นของนายรึไง” เกวลินพูดทั้งที่ข้าวเต็มปาก

“เปล่า เห็นเธอชอบอาหารที่ฉันสั่ง ฉันก็ดีใจ”

เกวลินยิ่งประชดตักกินทุกอย่างเพื่อให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ธรรณธรมองแหยงๆแต่พยายามทำใจรับให้ได้เพราะต้องการใกล้ชิดเธอตามที่กฤตแนะนำ...พอเกวลินกินเสร็จเงยหน้ามาเห็นธรรณธรนั่งเอนหลับก็บ่น

“คนอะไรหลับคาโต๊ะอาหาร นาย...เอ๊ย...คุณธรรณ ฉันอิ่มแล้วฉันไปละนะ” เกวลินสะกิด

ธรรณธรนอนนิ่งจนเกวลินแปลกใจต้องก้มหน้าไปดูใกล้ๆ เขาลืมตาขึ้นเธอตกใจผงะถอย ชายหนุ่มเปรยว่าไม่ได้นอนมาสองวันแล้ว และก็ลุกขึ้นจูงมือหญิงสาวไปที่โซฟา ล้มตัวลงนอนโดยไม่ปล่อยมือเธอ เกวลินงงถามเขาเป็นอะไร

“นั่งเฝ้าฉันตรงนี้นะ อย่าให้ใครเข้ามาจนกว่าฉันจะตื่น” ธรรณธรสั่งและยังกำมือเธอแน่น

เกวลินรู้สึกว่ามือเขาร้อนมากจึงใช้มืออีกข้างแตะหน้าผากเขาแล้วบอกเขาว่าเขาต้องไม่สบายแน่ เขากลับเอ็ดให้เบาๆอยากนอน เธอจึงนั่งลงกับพื้นข้างโซฟาอย่างเคืองๆ “ตานี่ท่าจะบ้า เฮ้ย...แต่ฉันต้องกลับไปทำงานต่อนะ ถ้าหัวหน้าด่า ฉันจะ
บอกว่านายกักตัวฉันไว้นะ...”

จวบจนค่ำกว่าธรรณธรจะตื่น เขาจึงขับรถมาส่งเกวลินที่บ้าน เขาขับรถเลยจึงต้องถอยหลังกลับมา เกวลินติงว่าเคยมาแล้วยังลืมอีก ธรรณธรแย้งไม่เคยมา เกวลินเถียง

“เคยมาแล้ว ตอนนั้นคุณบอกว่าคุณชื่อเมฆ แล้วคุณก็เรียกฉันว่า...คุณแก้ว”

ธรรณธรไม่อยากเชื่อ เกวลินจึงตีที่ไหล่เขาพร้อมบอกว่าเขาบาดเจ็บที่ไหล่มาด้วย ธรรณธรร้องโอ๊ยยกมือจับไหล่ เธอจึงถามว่าเชื่อหรือยังและจำได้ไหมว่าโดนใครตีมา เขาส่ายหน้า

“หน้าอย่างคุณคงจะไปกวนโอ๊ยใครเขาละมั้ง”

ธรรณธรกำชับอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ขอให้เป็นความลับระหว่างเรา เธอหัวเราะแหะๆบอกว่ามีตนกับ เพื่อนๆที่รู้ ชายหนุ่มเซ็ง “อย่าให้ใครรู้มากไปกว่านี้ละกัน แล้วถ้าฉันกลายเป็นอีกคนแล้วมาหาเธออีก ฝากดูแลด้วย แต่อย่ามารุ่มร่ามกับฉันเด็ดขาด”

“รุ่มร่าม...รุ่มร่ามยังไง...” เกวลินย้อนถาม

“ก็ห้ามให้ฉันไปนอนกับเธอ...”

“โห...ทุเรศ หลงตัวเองไปป๊ะ นึกว่าตัวเองหล่อ แล้วมีแต่สาวอยากนอนด้วยรึไง คนผีเข้าผีออกอย่างนายฉันไม่สนหรอก”

ธรรณธรหมั่นไส้ไล่ให้ลงจากรถเสียที และยังย้ำให้ไปทำงานวันพรุ่งนี้ด้วย...จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดว่าเมฆจะมาทำไมที่บ้านเก่าๆเล็กๆหลังนี้

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธรรณธรอยู่ในห้องประชุม อ่านเอกสารรายงานการยักยอกเงินของทะนงอย่างอารมณ์เสีย แชมเปญซึ่งเป็นญาติกับทะนงโดยตรงพยายามขอร้องไม่ให้เอาผิดเขาเพราะเขาก็ได้ออกจากบริษัทไปแล้ว แต่ธรรณธรไม่ยอม เรียกฝ่ายกฎหมายมาทำเรื่องดำเนินคดี

“แชมเปญแค่ไม่อยากให้นามสกุลคุณแม่ต้องเสื่อมเสีย พอเถอะค่ะธรรณ อย่าให้เรื่องนี้ต้องถึงคุณพ่อเลย เรื่องมันจะยิ่งแย่นะคะ”

สีหน้าธรรณธรเจ็บแค้นที่ทำอะไรทะนงไม่ได้ จึงโกรธไล่แชมเปญให้กลับไป เธอรู้สึกเสียหน้ามาก...ธรรณธรเข้าห้องทำงานกดโทรศัพท์บอกอรขอยาแก้ไข้และให้ตามเกวลินมาพบ

สักพัก เกวลินเดินบ่นว่าตกลงตนทำตำแหน่งอะไรกันแน่ ทำไมไม่ย้ายโต๊ะทำงานไปอยู่ที่โกดังเสียเลย พอเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา มองไปที่พื้นเห็นธรรณธรนอนสลบอยู่ก็ตกใจร้องเรียกคนเข้ามาช่วยตามหน่วยกู้ภัย อรทำหน้างงก่อนจะนึกได้ว่าต้องเรียกรถพยาบาลถึงจะถูก...

อนิมารีบตามมาที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าธรรณธรพักผ่อนน้อย ร่างกายเลยอ่อนเพลีย ตอนนี้ได้ให้น้ำเกลือกับวิตามิน จากนั้นก็กลับบ้านได้...แชมเปญมาถึงจะเข้าไปเยี่ยมธรรณธร อนิมาอยากให้พี่ชายได้พักผ่อนจึงห้าม แต่เธอก็ดึงดันเข้าไปจนได้ ปรากฏว่าธรรณธรหายไปจากห้องพักคนไข้ มีแต่สายน้ำเกลือถูกปลดวางอยู่บนเตียง สองสาวมองหน้ากันอึ้งๆ

เย็นวันเดียวกัน เกวลินกลับบ้านพรวนดินในสวนไปเม้าท์กับยุ้ยไปเรื่องของธรรณธร ยุ้ยตื่นเต้นอยากเจอตัวเขามากบอกเป็นผู้ชายที่น่าค้นหา แต่แล้วยุ้ยก็ทำหน้าประหลาดใจเอ่ยถามเกวลินว่า เมฆนี่มีหน้าตาแบบลูกครึ่งหล่อๆใช่ไหม เกวลินงงจะถามทำไม พอเห็นสายตาเพื่อนที่มองเลยตัวเองไป จึงหันมองตาม ต้องตกตะลึงเพราะเจอธรรณธรในชุดคนไข้ยืนถือดอกจำปียิ้มละมุน เดินเข้ามายื่นดอกไม้ให้พร้อมกับเรียกตนว่า...คุณแก้ว...แสดงว่าตอนนี้เขาเป็นนายเมฆ

ภาพในอดีตผุดขึ้น เมฆในชุดชาวบ้านปีนเก็บดอกจำปีลงมาให้แก้ว เธอยิ้มรับแล้วนำมาทัดหู...เกวลินสะบัดหน้ามองให้ชัดก่อนจะถาม “คุณธรรณมานี่ได้ยังไงทำไมไม่อยู่โรงพยาบาล”

ธรรณธรยังเรียกแก้ว...แม้จะงงแต่เกวลินรู้ว่าเขาเรียกตน เมื่อยุ้ยเห็นหน้าตาหล่อเหลาก็มีท่าทางตื่นเต้นบอกให้เพื่อนรับดอกไม้จากเมฆ ไม่อย่างนั้นตนจะเอาเอง เกวลินตั้งสติได้ก็อ้างขอไปล้างมือก่อน เมฆกลับเดินเข้ามาใกล้แล้วเอาดอก
จำปีทัดที่หูเกวลิน...ปู่เดินถือกล่องขนมมาเห็นโวยวายหาว่าเมฆทำอะไรเกวลิน จึงกระโดดถีบเมฆแล้วดึงเกวลินมาอยู่ข้างหลัง เธอร้องเจ็บและให้ปล่อย เมฆได้ยินเกวลินร้องจึงใช้เท้าตวัดไม้ไผ่ที่พื้นขึ้นมาควง เตือนปู่ให้ปล่อยเธอ แต่ปู่กลับกร่างเดินเข้าชี้หน้าจึงโดนเมฆหวดไปหนึ่งที ปู่โกรธไปหยิบไม้มาจะสู้ เกวลินต้องห้าม

ปู่สู้เมฆไม่ได้วิ่งหนี เกวลินเสียงกร้าวให้หยุด ยุ้ยยืนปลื้มความเป็นฮีโร่ของเมฆ หลังจากนั้นเกวลินและยุ้ยต้องช่วยกันทายารอยช้ำให้เมฆกับปู่ เมฆเห็นยุ้ยนุ่งกางเกงขาสั้นก็ติง

“เป็นผู้หญิงยิงเรือ แต่งตัวบัดสีบัดเถลิง” ยุ้ยอ้าปากค้างหาว่าใช้ภาษาประหลาด เมฆโต้ “พวกคุณพูดจาประหลาดกว่ากระผมอีก แล้วกระผมก็ไม่ได้อยากทำร้ายใครแต่นายผู้นี้มันทำคุณแก้วเจ็บ กระผมแค่จะปกป้องคุณแก้ว”

ปู่หน้าเหวอ “มันมาจากยุคไหนวะเนี่ย...”

ooooooo

แชมเปญหงุดหงิดที่ธรรณธรหายไปทั้งที่ยังป่วย พลเทพพ่อของเธอถามทำไมไม่ไปดูแลธรรณธรที่โรงพยาบาล พอรู้ว่าเขาหายตัวไปก็เอ็ดที่แชมเปญยังไม่ไปตามหา

“ลูกคุณนี่ไม่ได้เรื่องเลย ต้องให้บอกทุกอย่าง เพราะอย่างนี้สินะธรรณธรมันถึงยังไม่ยอมแต่งด้วยซะที” พลเทพหันมาบ่นกับธัญญา เธอหน้าเจื่อนไม่กล้าออกความคิดเห็น

ทางด้านเกวลิน สุมหัวปรึกษากับยุ้ยและปู่ว่าธรรณธรคงความจำเสื่อมคิดว่าตัวเองเป็นเมฆ ปู่หาว่า ผีเข้า เกวลินร้อนใจกลัวกรณ์กลับมาเจอ ไม่ทันไรทั้งสามได้กลิ่นไหม้ก็รีบวิ่งไปดู เห็นเมฆก่อกองไฟกำลังปิ้งปลาอยู่ในสวนกล้วย ก็ตกใจเข้าไปถามทำอะไร

“กระผมลงไปจับปลาในคลองมาย่างแล้วเด็ดกระถินมาเตรียมทำน้ำพริกให้คุณแก้วทาน”

ปู่โวยคิดว่าออกค่ายลูกเสือหรืออย่างไร ยุ้ยทึ่งที่เห็นเมฆใช้ขมิ้นในการดับคาวปลาอย่างคนโบราณด้วย จู่ๆเมฆก็หยิบใบพลับพลึงที่เผาแล้วกับเชือกกล้วย เอามาโปะและพันที่แผลฟกช้ำให้ปู่ เกวลินดึงยุ้ยออกมากระซิบ

“คนอาการความจำเสื่อมมันจะเป็นแบบนี้ได้ไหมยุ้ย”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ปู่โวยเมฆว่าเป็นผีหรือคนกันแน่ พลันมีเมล็ดผลไม้ลอยมาโขกหัว เขาหันมองเห็นลุงแก่ๆกำลังแทะปลาย่างของเมฆอยู่ ก็แปลกใจลุงมาจากไหนถามเมฆว่าย่างปลาไว้กี่ตัว เขาตอบว่าหลายตัว แบ่งถวายผีบ้านผีเรือนเรียบร้อย ปู่ตาเหลือกหันมองลุง แกแสยะยิ้มก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่คน จึงร้องลั่นกลัวแล้ว...กลัวแล้วอย่าทำอะไรตน ยุ้ยเอ็ดแค่เมฆคนเดียวก็แย่แล้วยังมาเล่นอีก

เกวลินพาเมฆมาที่บ้านใหญ่ เล่าเรื่องทั้งหมดให้ใหญ่และทุกคนฟังว่าเมฆคือธรรณธรเจ้านายตน เมฆนั่งพับเพียบกับพื้นเรียบร้อยจนต๋องถามว่าเจ้านายหรือคนรับใช้กันแน่ เกวลินจึงบอกว่าตอนนี้เขาเป็นเมฆ ยุ้ยเสริมว่าเกวลินก็เป็นแก้ว ใหญ่กังวลให้พากลับไปส่งบ้านดีกว่า

“ไม่ได้หรอก คุณธรรณเขาสั่งไว้ ว่าถ้าเขากลายเป็นเมฆอีกให้ฉันดูแลเขาด้วย”

ยุ้ยอาสาดูแลให้ ปู่รีบแนะนำตัวว่าเป็นแฟนเกวลิน เธอถลึงตาใส่ ต๋อง ใหญ่และแมคแนะนำตัวเองบ้าง ใหญ่บอกตนเป็นพี่อาวุโสสุด เมฆก้มลงกราบทุกคน เกวลินหน้าเจื่อนดึงให้เขาขึ้นมานั่งบนเก้าอี้พร้อมกำชับให้นั่งแบบพวกตน แล้วสอนให้นั่งห้อยขาห้ามยกขาขึ้นมา

“นายตอบคำถามฉันนะ นายรู้จักคนชื่อธรรณธรรึเปล่า” เมฆส่ายหน้า “แล้วนายรู้ตัวรึเปล่าว่านายไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาล” เกวลินซักถาม

“เวลาเจ็บไข้ กระผมก็ซดแต่ยาหม้อยาขมขอรับ”

ใหญ่เชื่อว่าเมฆถูกผีเข้า ต๋องให้ใหญ่ลองเอาพระสวมคอเมฆเป็นการพิสูจน์ว่าพระที่ห้อยอยู่นี้จริงหรือปลอม ใหญ่เกี่ยงให้แมคเข้าไปคล้องคอเมฆ ทุกคนทำท่าลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น...

สุดท้ายทุกคนย้ายมานั่งร้านเจ๊ไฝ สั่งข้าวเย็น ต๋องเหน็บใหญ่ว่าพระที่ห้อยมานานไม่ใช่ของจริง ใหญ่โวยว่าของจริงแต่ท่านมีพุทธคุณด้านเมตตา ไม่ใช่ด้านปราบภูตผี เกวลินเอือม

“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว จริงๆเขาอาจจะไม่ได้ ผีเข้าก็ได้ แต่เป็นอาการทางจิตบางอย่าง”

ปู่ว่ายิ่งน่ากลัวกว่าผีเข้า เพราะจะลุกขึ้นมาทำร้ายเธอเมื่อไหร่ก็ได้ น่าจะพาส่งบ้าน เมฆโพล่งขึ้น “กระผมไม่มีทางทำอะไรคุณแก้ว กระผมไม่ไปไหน”

“โอเค ฉันไม่ทิ้งนายหรอกถ้าฉันทิ้งนายพอนายกลับเป็นคุณธรรณ ฉันก็ถูกนายด่าน่ะสิ”

เจ๊ไฝยกอาหารมาเสิร์ฟ เกวลินตักใส่จานให้เมฆ เขาใช้มือเปิบข้าวเข้าปาก เกวลินต้องสอนให้เขาใช้ช้อนตักข้าว ท่าทางเขาพยายามที่จะตักของเข้าปาก ทำเอาทุกคนลุ้นไปด้วย

ooooooo

อนิมาร้อนอกร้อนใจอย่างมากที่ธรรณธรหายตัวไปจากโรงพยาบาล กฤตต้องปลอบให้เธอใจเย็น และบอกว่าธรรณธรเป็นเพื่อนตน ตนไม่ปล่อยให้เขาเป็นอันตรายแน่ ตอนนี้ตนพอจะรู้อาการของเขา

เพิ่มขึ้น น่าจะง่ายต่อการรักษา กฤตค่อยๆเล่าเรื่องให้อนิมาฟังเกรงจะไม่เข้าใจ

อนิมาแปลกใจมากเพราะแต่เดิมเวลาธรรณธรเปลี่ยนไปจะไม่พูดจากับใคร เรียกก็ไม่หัน กฤตบอกว่าตอนนี้เขารู้ตัวว่าเขาชื่อเมฆ พูดจามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้ อนิมายิ่งหวั่นใจคิดว่าพี่ชายอาการหนักขึ้น หรือถ้ากลายเป็นเมฆแล้วจะไม่กลับมาเป็นธรรณธรอีก กฤตย้ำอาการแบบนี้จะเป็นชั่วคราวเท่านั้น สบายใจได้

ถึงอย่างไรอนิมาก็ห่วงจะออกไปตามหา เผอิญแชมเปญมาได้ยินขอไปด้วย อนิมาอ้างให้แยกกันหาจะดีกว่า ว่าแล้วก็จูงมือกฤตไปขึ้นรถ สั่งจันทร์ไว้ว่าถ้าธรรณธรกลับมาให้โทร.แจ้ง แชมเปญหน้าเสียรีบกลับไปขึ้นรถขับออกไปเอง

ด้านธรรณธรกลับมาอยู่บ้านเกวลินเพราะไม่ยอมอยู่ที่บ้านใหญ่ ทำให้ทุกคนต้องตามมาเป็นเพื่อน ฟ้ามืดเกวลินเปิดไฟ เมฆตกใจกลัวไม่เคยเห็นไฟฟ้ามาก่อน แมคทดสอบส่งไอแพดให้ถามว่านี่คืออะไร เขาบอกว่าคือกระดาน ชนวน แมคจึงเปิดเครื่องไฟสว่างวาบ เมฆร้องลั่นหวาดกลัว ปู่กระซิบกับต๋องและใหญ่ว่าเมฆอาการหนัก ทำให้ทุกคนต้องหันมาปรึกษากันใหม่

ยุ้ยคอยดูแลเมฆด้วยความดีใจ เมฆมองพัดลมที่หมุนอย่างแปลกตา สนุกกับการทำเสียงผ่านพัดผมที่เกิดเสียงแปลกๆขึ้น สักพักเขาก็ร้องลั่นเพราะได้เอานิ้วจิ้มเข้าไปในใบพัด ยุ้ยขำไปทำแผลที่นิ้วให้เขาไปโดยติดปลาสเตอร์ยาลายการ์ตูนให้ เมฆนั่งมองนิ้วตัวเองอย่างสงสัย ไม่ทันไรเขาก็เหลือบไปเห็นรูปลั๊กไฟ เอื้อมมือจะจิ้ม ยุ้ยร้องห้ามเสียงดัง

ใหญ่ ปู่ ต๋องและแมคสรุปความเรื่องเมฆว่า ลักษณะการพูดจา การกระทำของเขาเหมือนคนโบราณ เขาอาจจะระลึกชาติได้ อาจเป็นคนรักเก่าของเกวลินมาตามหาเธอ เกวลินฟังครุ่นคิด แล้วเดินมาเรียกเมฆไปนั่งคุยจริงจัง...

เกวลินขอให้เมฆเล่าว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เขากลับย้อนว่าเธอรู้อยู่แล้ว เกวลินจึงอ้างว่าลืม ทุกคนล้อมวงฟัง

“กระผมเป็นลูกตามั่นกับยายมี เกิดเมื่อเดือน 9 ปีมะโรง ส่วนจะวันใดก็ไม่ได้จำขอรับ”

ใหญ่ถามถึงปี พ.ศ. ที่เกิด เมฆงงเกาหัวแกรกๆ ไม่รู้จัก เกวลินให้เล่าต่อ เมฆเล่าว่าพอตนอายุ 15 ก็เข้าสังกัดทหารตามพ่อเพราะตัวโตกว่าเด็กอื่น ปกติจะเข้าเกณฑ์ตอนอายุ 18-19 ปู่แทรกถามไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับแก้วเลย เมฆบอกกำลังจะเล่าว่าตนกับแก้วเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก เสียงเขาอ่อยลง...เพียงแต่ตนเป็นบ่าว ทุกคนกำลังตั้งใจฟัง พอดีมีเสียงวอแจ้งว่า มีงูหลามเข้าบ้าน ทุกคนลุกพรวดเตรียมตัวไปปฏิบัติหน้าที่ เมฆงงรีบวิ่งตามเกวลินไปด้วย

“เมฆ รออยู่ที่นี่กับฉัน เขาไปทำงานกัน” ยุ้ยดึงเมฆไว้

เมฆไม่ยอมวิ่งไปเกาะเกวลินแจ ส่งสายตาอ้อนวอนจนเธอใจอ่อนยอมให้ไปด้วย...เมฆหน้าตื่นเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขานั่งมันขับเคลื่อนได้โดยไม่มีช้างหรือม้าลาก แมคคิดว่าเมฆคงรู้จักแต่รถม้ากับรถราง เมฆบอกรู้จักแต่รถรางที่ใช้ม้าลาก หลวงเขาเพิ่งทำเสร็จ เคยเห็นยังไม่เคยได้ใช้ปู่เหน็บ หลงยุคแบบนี้เอาไปด้วยจะรอดหรือ เกวลินหันมากำชับเมฆว่าเมื่อถึงสถานที่ปฏิบัติงานให้เขารออยู่ในรถเพราะงานที่ทำมันอันตราย เขารับปาก

บ้านที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ เจ้าของบ้านเป็นหญิงวัยกลางคนยืนตัวสั่นรออยู่หน้าบ้าน หน่วยกู้ภัยของเกวลินมาถึงรีบหยิบอุปกรณ์จับงูลงจากรถ แต่พอเจ้าของบ้านเดินนำเข้าบ้าน ก็มีฝูงเป็ดวิ่งสวนออกมา เจ้าของบ้านตกใจร้องบอกว่างูหายไปแล้วให้พวกกู้ภัยช่วยจับเป็ดของตนที่หลุดมาจากสวนหลังบ้านก่อน พวกเกวลินกำลังงง หญิงสูงวัยข้างบ้านโผล่หน้ามาอย่างโมโห มีขนเป็ดติดเต็มหน้าโวยวาย “นังแอ๋ว! เป็ดแกอีกแล้ว...”

ทันใดก็มีเป็ดกระโดดใส่แกร้องกรี๊ดลั่น ใหญ่สั่งการทันที “พวกเรา...จับเป็ด!”

ทีมกู้ภัยแตกตัวไล่จับเป็ดกันอลหม่าน เป็ดวิ่งออกมาหน้าบ้าน พวกเกวลินจับกันไม่ได้สักที ธรรณธรซึ่งอยู่ในคราบเมฆเห็นเช่นนั้นก็ลงจากรถมาช่วยจับ เขาจับอย่างคล่องแคล่วได้ทีละสองตัวเอาเข้าไปเก็บในเล้า ท่ามกลางความอลหม่านของทุกคน

ระหว่างนั้น แชมเปญขับรถตามหาธรรณธร มีเป็ดกระโจนขึ้นมาบนกระจกหน้ารถ เธอตกใจเหยียบเบรกกรีดร้อง หัวโขกพวงมาลัย ด้วยความโมโหจึงเปิดกระจกรถตะโกนด่า

“ไอ้บ้า ทำไมไม่ดูแลเป็ดดีๆหา...ปล่อยออกมาเพ่นพ่านอย่างนี้ได้ยังไง เดี๋ยวรถก็ทับตายทั้งเป็ดทั้งคนหรอก” แชมเปญไม่ทันสังเกตว่าคนที่ไล่จับเป็ดคือธรรณธรเพราะมัวแต่โวยวาย เจ้าของบ้านนับเป็ดในเล้าแล้วบอกว่าหายไปหนึ่งตัว ไม่ทันไรเมฆอุ้มเป็ดเข้ามาส่งให้ เธอดีใจมาก ต๋องเปรยจับงูง่ายกว่าจับเป็ดอีกเพราะงูมันไม่มีขา ปู่เถียง

“แต่เป็ดมันไม่มีเขี้ยว งูมันมีเขี้ยวนะ...ฉันโดนมันกินไปนิ้วนึง” ปู่ชูมือเห็นนิ้วนางหายไปทุกคนตกใจ ปู่เหยียดนิ้วที่งอไว้ออกแล้วบอกอย่างขำๆว่าล้อเล่น...เจ้าของบ้านหันมาขอบใจเมฆว่าทั้งรูปหล่อแล้วยังเก่ง จับเป็ดได้เพียงคนเดียว เมฆบอกหน้าตาเฉย

“ที่บ้านท่านขุนเลี้ยงขอรับ นอกจากเป็ดแล้วยังมีไก่ ห่าน ไก่ฟ้า ไก่งวง นกเสียงเพราะๆอีกหลายสิบชนิดเลยน่ะขอรับ พวกบ่าวต้องผลัดเวรกันไปให้อาหารอย่าได้พร่อง ถ้าเผลอไผลไปจะถูกท่านโบยเอา”

เกวลินเห็นว่าเมฆจะพูดมากไปจึงตัดบทให้กลับ ปู่ล้อว่าเธอร้องเหมือนเป็ด กลับๆๆๆ...จากนั้นทุกคนมารวมตัวกันที่โถงบ้านของใหญ่ ลงมติมอบเหรียญทองให้แก่เมฆเป็นผู้ปฏิบัติงานได้ยอดเยี่ยมในคืนนี้ ใหญ่ส่งช็อกโกแลตห่อฟอยล์เป็นรูปเหรียญทองให้เกวลินเป็นผู้มอบเพราะเธอเป็นคนพาเขามา...เมฆท่าทางตื่นเต้นดีใจเห็นเป็นของมีค่ามาก จนเกวลินต้องบอก

“นี่มันขนม เราจะมอบให้กับคนที่ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดในแต่ละงาน เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่คนที่ตั้งใจทำงาน แล้ววันนี้นายก็ช่วยเราจับเป็ดด้วยความแข็งขันจนทำให้ภารกิจเราสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี...ลองชิมดูสิ”

“ของล้ำค่าแบบนี้ กระผมไม่กล้ากินหรอกขอรับ กระผมขอเก็บเป็นที่ระลึกนะขอรับ” เมฆมองขนมในมืออย่างภาคภูมิใจ

ooooooo

ค่ำนั้นแชมเปญแวะมาเที่ยวผับที่กรณ์ร้องเพลงอยู่ กรณ์สะดุดตาความสวยสง่าของเธอ พอร้องเพลงจบจึงลงมาขอนั่งร่วมโต๊ะ เธอมองอย่างเซ็งๆ ดักคอถ้าคิดจะจีบก็อย่าเลย

กรณ์ยิ้มไม่สนใจลงนั่งและยกมือสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์อย่างรู้ใจกัน ก่อนจะหันมาบอกเธอว่า

“งั้นผมก็นั่งได้ เพราะผมไม่คิดจะจีบคุณ”

แชมเปญย้ำตนมีแฟนแล้ว กรณ์สวนว่ากำลังมีปัญหากันอยู่ เธอแปลกใจทำไมเขาคิดอย่างนั้น กรณ์ตอบว่าถ้ายังรักกันดี เธอก็คงไม่มาเที่ยวคนเดียว แชมเปญย้อนว่าผู้หญิงมาเที่ยวคนเดียวไม่จำเป็นต้องมีปัญหากับแฟนเสมอไป...ทั้งสองคุยกันไปเรื่อยๆจนกรณ์เดินมาส่งแชมเปญที่รถ เขาเอ่ยถามว่าเธอเชื่อหรือยังว่าตนไม่ได้คิดจะจีบ เธอสบตาตอบยังไม่เชื่อ เขาจึงบอกต้องมาบ่อยๆ มาพิสูจน์ว่าตกลงตนจะจีบไหม แชมเปญยิ้มๆว่าถ้ามีโอกาสจะมาแล้วขึ้นรถขับไป

กรณ์มองตามอย่างหลงเสน่ห์ เพื่อนเดินมาเห็นแซว คาสโนวาวันนี้เป็นอะไรไป...

ปู่กับยุ้ยเดินมาส่งบ้านเกวลินที่บ้าน เธอบอกเมฆคืนนี้ต้องไปนอนกับปู่ แล้วอย่าหายไปไหนอีก เมฆไม่ยอมไปจะอยู่กับเกวลิน ยุ้ยชวนอย่างไรก็ไม่ยอม พอดีกรณ์ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมา เกวลินหน้าตื่นจะเอาเมฆไปซ่อนที่ไหนดี มองไปเห็นถังขยะใบโตจึงสั่งให้เขาลงไปหลบในนั้น ตอนแรกเขาอิดออดแต่พอจวนตัวจำต้องยอม

กรณ์เข้าบ้านมาเห็นทุกคนทำตัวแปลกๆ ปู่กับยุ้ยบอกว่ามาส่งเกวลินกำลังจะกลับ เกวลินรีบดึงกรณ์ให้เข้าบ้านอ้างว่าน้ำค้างแรงเดี๋ยวรถเป็นสนิม กรณ์ยิ่งงงแต่ก็ยอมเข้าบ้าน เกวลินรีบมาเคาะถังขยะเรียกเมฆแต่ไม่มีเสียงตอบ พอเปิดฝาถังเขาได้หายไปแล้ว

ทางด้านอนิมาเดินเข้าบ้านกำลังจะร้องไห้เป็นห่วงธรรณธร ไม่รู้ว่าผู้หญิงที่เขาไปอยู่ด้วยเป็นคนดีหรือไม่ กฤตคอยปลอบใจ แต่พอเข้ามาในห้องรับแขก เห็นธรรณธรเนื้อตัวมอมแมมนอนสลบอยู่บนโซฟาก็ตกใจจะเข้าไปปลุก กฤตปรามปล่อยให้เขานอน พรุ่งนี้ค่อยซักถาม

ooooooo

รุ่งเช้า ธรรณธรงัวเงียตื่น รู้สึกเหม็นตัวเองอย่างมาก อนิมาเดินเข้ามาพร้อมจันทร์และบัวลอย

รีบเข้าไปซักไซ้ว่าไปไหนมา ทำไมกลับมาสภาพแบบนี้ ธรรณธรพยายามนึกแต่นึกไม่ออก

“พี่ธรรณ! ทำไมเป็นคนแบบนี้ แล้วเมื่อวานกลับมาก็ไม่บอกใคร นิกับพี่หมอก็ตามหากันให้วุ่น ป้าจันทร์... นิสั่งไว้แล้วใช่ไหมว่าถ้าพี่ธรรณกลับมาให้โทร.บอก”

จันทร์โวยบัวลอยที่ผลัดเวรกันทำไมไม่ดูแล บัวลอยยิ้มแหะๆสารภาพเผลอหลับแล้วโบ้ยว่าธรรณธรกลับมาทำไมไม่ปลุกตน เขาสวนกลับมาอย่างไรยังไม่รู้เลย อนิมาเคืองดันพี่ชายให้ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เหม็นจะแย่ แล้วแนะนำให้หยุดงานสักวัน เขาไม่ยอมมีงานต้องเคลียร์ ป้าจันทร์บ่นว่าธรรณธรดื้อ อนิมาสวนตนดื้อกว่าเพราะตนจะจับตาดูเขาตลอด 24 ชั่วโมง

ธรรณธรเข้าห้องมามองสภาพตัวเองในกระจก เห็นร่างกายมีรอยถลอก มีปลาสเตอร์ยาปิดที่นิ้ว ล้วงกระเป๋ากางเกงเจอเหรียญช็อกโกแลตก็แปลกใจวางทิ้งที่โต๊ะแล้วเดินเข้าห้องน้ำ

พอมาถึงบริษัท อรรีบรายงานว่าแชมเปญโทร.หาสั่งว่าเขามาให้โทร.บอกด้วย ธรรณธรจึงให้บอกไปว่าตนไม่เข้าบริษัท อรรับคำงงๆ แต่ไม่ทันกาลเพราะแชมเปญโผล่มาเสียก่อน

“ธรรณคะ โกรธอะไรแชมเปญรึเปล่าคะ ทำไมคุณต้องคอยหลบหน้าแชมเปญด้วย”

ธรรณธรปัดว่างานยุ่งให้กลับไปก่อนแล้วเดินเข้าห้อง แชมเปญอายสายตาพนักงานมาก...ในขณะที่เกวลินกำลังทำงานสแกนบาร์โค้ดสินค้าอยู่ นึกขำถ้าเมฆมาเห็นเครื่องนี้จะเป็นอย่างไร แล้วคิดจะบอกเขาว่านี่คือปืนเลเซอร์ ยิงใส่ใครตายทันที คิดแล้วก็หัวเราะคิกคัก...หัวหน้าเข้ามาเอ็ด ที่นี่ที่ทำงานถ้าจะเล่นก็กลับไปเล่นที่บ้านในนี้มีแต่อันตรายเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำอย่างไร

เกวลินจ๋อย พอดีมีพนักงานมาตามให้ไปพบธรรณธร หัวหน้าเจื่อนลืมไปว่าเกวลินเป็นคนโปรดของเจ้านายรีบเชื้อเชิญให้รีบไปหาเจ้านาย เกวลินงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของหัวหน้า

ธรรณธรนั่งรออยู่พอเกวลินเปิดประตูเข้ามาหน้าตาหงุดหงิดทำนองมีอะไรอีก เขาถามเมื่อวานเขาไปหาเธอใช่ไหม เกวลินรับว่าใช่ ธรรณธรถามทันทีว่าเธอทำอะไรทำไมตัวเขาถึงเหม็น เหนื่อยหมดแรง แถมยังมีแผล...ทั้งสองไม่รู้เลยว่า อนิมากำลังแอบฟังอยู่

เกวลินบอกธรรณธรว่าไม่อยากเล่าเพราะกลัวจะไม่เชื่อหาว่าตนแต่งเรื่อง ธรรณธรบังคับให้เล่าจะพยายามเชื่อ เกวลินจึงบอก “ก็ไม่มีอะไรมาก นายก็แค่เอาเสียมไล่ฟาดคน เอานิ้วแหย่พัดลม จับปลา จับเป็ด ลงถังขยะ แค่เนียะ”

ธรรณธรโวยว่าโกหก...เกวลินทำหน้าเซ็งคิดอยู่แล้ว เขาหยิบเหรียญช็อกโกแลตออกมาถามว่านี่อะไร ทำไมมาอยู่ในกระเป๋ากางเกง เกวลินตอบว่า เหรียญรางวัลจับเป็ด

“จับเป็ด! ฉันเคยสั่งเธอแล้วใช่ไหมว่าให้ดูแลฉันให้ดี นี่เธอใช้ฉันไปจับเป็ดจับไก่ที่ไหน”

“ฉันก็ดูแลนายดีที่สุดแล้ว ไม่งั้นฉันคงปล่อยนายให้โดนพี่ชายตีกบาลแตกไปแล้วล่ะ”

“อย่านึกว่าฉันไปอยู่กับเธอแล้วจะมาพูดจาตีสนิทกับฉันได้นะช่วยเรียกฉันให้ถูกด้วย”

“ค่ะ คุณธรรณธร หมดธุระแล้วใช่ไหมคะ ฉันขอไปทำงานต่อนะคะ อ้อ...แผลนั่นน่ะคุณทำของคุณเองนะ” เกวลินชี้ไปที่สีข้างเขา

ธรรณธรถลกเสื้อดูเห็นรอยถลอก จึงถามเกวลินอีกแผลตนโดนอะไร เธอบอกว่าคงตอนที่เขาลงบ่อจับปลาดุก ธรรณธรโกรธรับไม่ได้ที่ตัวเองทำอะไรแบบนั้น อนิมาได้ฟังก็ตื่นเต้นเผลอเป่าปาก ธรรณธรได้ยินเรียกให้ออกมา อนิมาสะดุ้งเดินจ๋อยออกมาจากที่ซ่อน

ธรรณธรลากอนิมาออกมาที่จอดรถ ตำหนิแทนที่จะเอาเวลาไปสนใจเรื่องงานกลับมาวุ่นวายเรื่องของตน แค่นี้ตนก็ปวดหัวมากพอ อนิมาแย้งว่าเพราะเป็นห่วงจู่ๆเขาก็หายตัวไป ถ้าเกิดเขาหายไปได้รับอันตราย ตนจะทำอย่างไร

“แต่การที่นิเข้ามายุ่ง นิก็ช่วยอะไรพี่ไม่ได้อยู่ดี อยู่เฉยๆจะดีกว่า”

“ในเมื่อพี่ธรรณต้องการอย่างนั้น ต่อไปนิจะไม่ยุ่งด้วยอีก จะหายไปกี่วันก็จะไม่สน โกรธพี่ธรรณแล้ว” อนิมางอนเดินปึงปังกลับไป

ธรรณธรเครียดโทร.ตามกฤตให้มาเจอกันที่ร้านกาแฟ...ก่อนหน้านี้อนิมาได้โทร.ฟ้องกฤตไว้หมดแล้ว พอธรรณธรมาถึงกฤตจึงติงว่า พี่ชายหายไปทั้งคนจะไม่ให้น้องเป็นห่วงได้อย่างไร

“ฉันถึงได้นัดเจอแกวันนี้ไง ฉันไม่อยากไปโผล่ที่นั่นอีกแล้ว แกพอจะมีวิธีไหนไหม”

“ยากว่ะ เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้สาเหตุว่าแกมีปมอะไรที่ทำให้ต้องคอยไปหาเขาอยู่เรื่อย พอไม่เห็นปมมันก็แก้ไม่ได้”

ธรรณธรอ่อนใจจะไม่มีวิธีไหนเลยหรือ กฤตบอกมีวิธีหนึ่งคือขังเขาไว้...และแล้วเย็นวันนั้น ธรรณธรยอมให้กฤตขังตนไว้ในห้องที่บ้าน จันทร์กับบัวลอยเป็นห่วงหาอาหารการกินและน้ำดื่มใส่ไว้ในห้องมากมายอยู่ได้เป็นอาทิตย์ แถมย้ำถ้าอยากได้อะไรเพิ่มให้โทร. ออกมาบอก กฤตทำการล่ามโซ่ใส่กุญแจหน้าห้อง...

อนิมายืนมองต้องทำกันขนาดนี้เลยหรือ กฤตต้องกลับไปเข้าเวร สั่งอนิมาถ้ามีอะไรให้โทร.บอกทันที

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน เกวลินกลับมาบ้านพบว่าปู่กับพรรคพวกจัดงานเลี้ยงฉลองที่เธอได้งานทำ เป็นหมูกระทะที่เธออยากกินมานาน เธอดีใจกระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาน

ปู่ตกแต่งไฟกะพริบที่ต้นไม้ให้ดูครึกครื้น กรณ์ช่วยเพื่อนๆเตรียมเครื่องของแล้วขอตัวไปทำงาน เพราะคืนนี้มีร้องเพลงตั้งแต่หัวค่ำ ยุ้ยทำหน้าผิดหวังที่กรณ์ไม่ได้อยู่กินด้วย

กรณ์มาถึงผับต้องชะงักเมื่อเห็นหมวยนั่งรออยู่ ก็รีบหลบกวักมือเรียกเพื่อนนักดนตรีมาถามไถ่ เพื่อนบอกว่าเธอมานั่งรอนานแล้วบอกเอาของขวัญมาให้ กรณ์บ่นเอาอะไรมาให้อยู่เรื่อยตนทิ้งไปหลายอย่างแล้ว เพื่อนติงไม่ชอบเธอแล้วรับของเธอมาทำไม เธอก็ต้องคิดว่าชอบ

“แล้วจะให้ทำไง บอกว่าฉันเกลียดแก อย่างนี้เหรอ”

“ก็หาหญิงสักคนมาควงดิ ถ้าเขาเห็นว่ามีแฟนแล้ว เขาก็เลิกตื๊อเอง” เพื่อนแนะนำ

กรณ์คิดๆจะเอาใครแล้วนึกได้โทร.ตามยุ้ยให้มาหาที่ผับด่วน...ส่วนหมวยซึ่งนั่งรออยู่นานก็โทร.หาอนิมาเพื่อนสนิทว่าตนเอาคุกกี้มาให้กรณ์ อนิมาโวย

“หา! จะเอาไปให้เขาทำไม...จีบ! ฉันเหนื่อยกับแกจริงๆ คอยอยู่ตรงนั้นเลยนะ ฉันไม่อยากให้แกอกหักอีก เดี๋ยวฉันไปสกรีนให้” อนิมาวางสายหันไปเรียกจันทร์มาฝากดูแลธรรณธรด้วย ตนจะออกไปข้างนอกสักพัก

กรณ์รอจนยุ้ยมาถึงเล่าสิ่งที่จะขอให้ช่วย ยุ้ยดี๊ด๊าตื่นเต้นดีใจ...กรณ์ควงยุ้ยแนบชิดเดินเข้าผับผ่านหน้าหมวย ทำทีทักทาย หมวยตาค้างทำหน้าจะร้องไห้ อนิมาเดินเร็วเข้ามาถามหมวยเป็นอะไร หมวยชวนกลับบ้าน อนิมางงบังคับให้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น หมวยสะอึกสะอื้นเล่าว่ากรณ์มีแฟนแล้ว อนิมาโวยไหนบอกว่าเขาจีบเธอ แล้วจะปล่อยให้คนหลอกลวงลอยนวลได้อย่างไร

กรณ์ขึ้นร้องเพลงบนเวที อนิมาให้หมวยชี้ว่าคนไหนที่หักอกเธอ พอหมวยชี้ไปบนเวที อนิมาตกใจที่เป็นไอ้โรคจิตที่มาจูบตนคืนก่อน ยิ่งแค้นใจจะต้องแก้แค้นให้ได้ จึงให้หมวยนั่งรอที่โต๊ะ ตัวเธอเดินมายืนรอกรณ์

ลงจากเวที พอดียุ้ยปวดท้องวิ่งเข้าห้องน้ำ สาวๆห้อมล้อมหน้าเวที กรณ์ลงมายิ้มโปรยเสน่ห์ อนิมาแหวกสาวๆออกเข้ามาคล้องคอกรณ์ ยิ้มหวาน

“ถ้าวันนั้นฉันรู้ว่าคุณเป็นนักร้อง ฉันจะยอมให้คุณจูบนานกว่านั้นอีก ฉันเป็นโรคแพ้นักร้องค่ะ โดยเฉพาะนักร้องเท่ๆอย่างคุณ” อนิมาพูดไปทำมือหยุกหยิกแถวเอวกรณ์

กรณ์ยิ้มอย่างภูมิใจในตัวเอง บอกตนก็ชอบเอาชนะผู้หญิงดุๆอย่างเธอ อนิมาสวนว่าตนยอมสยบแทบเท้า แล้วย้ายมายืนข้างหลังกรณ์ ด้วยความรวดเร็วอนิมาดึงกางเกงพรวดลงไปกองที่เท้า กรณ์ตกใจจะก้มดึงกางเกงขึ้น สาวๆกรี๊ดกร๊าดถ่ายภาพกันยกใหญ่ อนิมาผลักเขาหงายไปในกลุ่มสาวๆ หัวเราะเยาะ “เสน่ห์แรงนักใช่ไหม เชิญหว่านซะให้เต็มที่เลย”

ว่าแล้วอนิมาก็เดินมาดึงหมวยให้กลับ กรณ์เข่นเขี้ยวจะเอาคืนแน่...ไม่นานกรณ์ก็วิ่งตามอนิมาออกมาหน้าผับ โวยคิดว่าจะหนีได้ง่ายๆหรือ อนิมาย้อนถามจะทำไม กรณ์บอกเรื่องครั้งก่อนตนคิดว่าจะจบไปแล้วยังตามมาราวีอีก อนิมาโต้เรื่องเดิมตนอโหสิให้ แต่นี่มันคดีใหม่ เรื่องที่มาหักอกเพื่อนตน กรณ์หันมาคุยกับหมวยว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วจะไปหักอกได้อย่างไร

“ฮึ...พูดมาได้ว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าไม่เป็นแล้วเพื่อนฉันจะร้องห่มร้องไห้ทำไม”

กรณ์ว่าหมวยคิดไปเอง หมวยอึกอักๆบอกว่าเขารับของฝากตนอย่างนี้จะไม่มีใจให้หรือ กรณ์อธิบายว่าตนทำตามมารยาทกับทุกคน อนิมาโวยแสดงว่าหว่านเสน่ห์กับผู้หญิงไปทั่ว

“แต่ถึงผมจะชอบหว่านเสน่ห์ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ถอดกางเกงผมต่อหน้าคนอื่น คุณต้องขอโทษผมเดี๋ยวนี้”

“ฉันไม่ได้รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเลย ฉันจะขอโทษทำไม” อนิมาลอยหน้าลอยตา

“ผมจะแจ้งความที่ทำให้ผมเสียชื่อเสียง”

“ไปแจ้งเลย อย่าลืมจ้างทนายความเก่งๆมาด้วยนะ” อนิมาท้าแล้วจะจูงหมวยกลับ

กรณ์โกรธกระชากอนิมาเข้ามาจูบอย่างรุนแรง เธอตกใจตัวแข็ง หมวยตกตะลึง กรณ์ปล่อยอนิมาถึงกับทรุดลงกับพื้น เขาเยาะให้จำไว้คราวหน้าอย่าริเล่นกับตน อนิมาตั้งสติได้โวยจะแจ้งความข้อหาทำอนาจาร เขาย้อนอย่าลืมจ้างทนายเก่งๆมาด้วย พูดจบก็เดินกลับเข้าผับไป หมวยปรี่มาถามอนิมาว่ารสจูบเป็นอย่างไรบ้าง อนิมาร้องกรี๊ด...

ด้านเกวลิน พวกใหญ่แปลกใจที่ยุ้ยจู่ๆก็ออกไปข้างนอก ปู่เรียกเกวลินให้มาหลังบ้าน ปู่ตั้งใจจะสารภาพรักมอบสร้อยคอเป็นของขวัญ เกวลินไม่รับอ้างไม่ชอบใส่ ให้เขาเอาไปให้ยุ้ยจะดีกว่า ทันใดมีเสียงกุกกักดังขึ้น เกวลินตกใจว่าอะไร เมฆค่อยๆโผล่ออกมา เกวลินดีใจรีบพาเขาออกมาร่วมวงกินหมูกระทะด้วยกัน ทุกคนแปลกใจที่ดูเกวลินจะร่าเริงกว่าเมื่อครู่ ปู่นั่งหน้างอ

เป็นธรรมเนียมที่พวกใหญ่จะมีการเล่นเกมตั้งโจทย์ให้บอกชื่อสิ่งของหรือสัตว์ ใครคิดไม่ออกจะถูกออกมาเต้นโชว์ ครั้งนี้เป็นโจทย์ให้บอกชื่อสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ทุกคนพยายามคิดแล้วบอกออกไป แต่พอถึงคิวเมฆ เขาคิดไม่ทันจนถูกนับ 1...2...3... โดนออกมาเต้นกลางสนาม ทุกคนปรบมือให้จังหวะ เกวลินขำเมื่อเห็นเขาเต้นท่าเหมือนควักกะปิ

ooooooo





นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:45 น.