ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พชรเร่งวันเวลาที่จะกลับไปจัดการกับดารัณ เพราะนับวันดารัณยิ่งหนักข้อขึ้น ประชาชนชาวมินาลินเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ถูกโกงและถูกฆ่าไม่เว้นแม้แต่ ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้

คืนนี้พชรต้องฝึกการทหารในหลักสูตรสุดท้าย ก่อนจบ ซึ่งเขาและทหารทุกคนต้องว่ายน้ำฝึกความอดทนในทะเล และจุดหมายคือธงที่ปักอยู่กลางทะเล แต่พอจะเริ่มต้นครูฝึกก็ต้องสั่งยกเลิกเพราะบรรยากาศไม่ดีเหมือนจะมีพายุ เข้า แต่พชร อยากจบหลักสูตรเร็วๆเพื่อจะได้กลับสะสางภารกิจสำคัญ

ของ ตนที่มินาลิน เขาจึงมุ่งมั่นว่ายน้ำออกไปเอาธงที่กลางทะเลคนเดียว แล้วเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่นึกถึงคำสอนของพ่อมาช่วยในยามคับขัน

พ ชรเอาธงกลับมาในสภาพที่ตัวเองอ่อนล้าเต็มที ธามจึงให้พชรนอนพักที่หอทหาร แล้วสั่งจ่าแสงจัดเวรยามดูแล พร้อมกันนี้ก็ไปบอกลำธารให้มาตรวจดูอาการของพชรที่เหมือนจะมีไข้ ลำธารกำลังจะนอนเลยหงุดหงิดหน้าหงิกมาพร้อมกล่องเครื่องมือหมอ พชรเกรงใจ บอกกับเธอหน้าเศร้าๆว่าคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะรบกวนเธอ ลำธารชะงักเล็กน้อยก่อนบอกให้เขาถอดเสื้อออกเพื่อตรวจฟังจังหวะการเต้นของ หัวใจ

การตรวจทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก พชรแทบหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ และจะสารภาพรักเธอ แต่จ่าแสงเข้ามาแทรกเสียก่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ...หลังจากนั้นในตอนดึกสงัดก็มี ชายสองคนบุกเข้ามาทำร้ายพชรถึงห้องนอน แต่ไม่สำเร็จเพราะจ่าแสงและทหารยามช่วยสกัดจนพวกมันต้องถอยหนีไป

การ มาครั้งนี้ของคนร้าย พชรเดาได้ถูกเผงว่ามันแค่จะมาสืบข่าว พอบ่ายวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นกำหนดวันเดินทางของพชรและคณะ อดิศรจึงวางแผนให้อย่างแยบยลรัดกุม ทำให้พวกราชิตที่จับจ้องสะกดรอยตามหลงกล กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกก็ต้องปะทะกับทหารของอดิศรเสียเวลาไปมาก

ขณะที่ ทหารสองฝ่ายเกิดปะทะกันหูดับตับไหม้ ราชิตโกรธมากเปลี่ยนเส้นทางไล่บี้พชรไปอย่างบ้าระห่ำ แล้วใช้ทั้งอาวุธและมือเปล่าต่อสู้กัน พชรหนีตายเข้าไปในป่า แล้วบังเอิญไปเจอลำธารที่กำลังจะไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล พชรโดดขึ้นรถลำธารแล้วจะขอเป็นคนขับเอง  ลำธารตกใจมาก ถามว่าพวกนั้นเป็นใคร แล้วมาตามฆ่าเขาทำไม พชรไม่ตอบ แต่สัญญาว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้เรารอดตาย

ลำธารยังมึนตึ้บ แต่พอเสียงปืนดังประชิดเข้ามา เธอก็เร่งความเร็วรถพรืดไปทันที พชรรีบหยิบปืนในรถยิงสกัด ราชิตกับชาครชะงักที่เห็นรถทิ้งห่าง แต่ยังไงก็จะไม่ยอมให้ พชรหนีไปได้แน่

ทางด้านธาม ภูษณะ และพาริณที่ปะทะกับสมุนของราชิต ทุกคนเพิ่งจะปลอดภัยหลังเคลียร์พื้นที่ได้ ต่างก็เป็นห่วงพชรที่ไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว พชรกับลำธารกำลังหนีตายกันสุดชีวิต พชรตัดสินใจให้ลำธารหักรถเข้าสู่ป่าแล้วข้ามสะพานที่จวนเจียนจะพังไปจนได้ แต่ของราชิตหมดสิทธิ์ เพราะสะพานพังลงทันทีที่รถลำธารข้ามพ้นไป

ธามก ลับไปยังศูนย์บัญชาการนาวิกโยธิน รายงานอดิศรว่าทางขาด พวกตนติดตามไปทันทีไม่ได้ ก็เลยต้องกลับมาเตรียมกำลังเสริม แต่ตอนนี้ภูษณะกับพาริณล่วงหน้าไปค้นหาก่อน บาจรีย์พอรู้ว่าพชรหายไปก็เป็นห่วงออกนอกหน้า อดิศรก็ได้แต่หวังว่า ทางเราจะพบพชรก่อนพวกคนร้าย

ในป่ายามเย็น พชรกับลำธารพยายามหาทางออกจากป่า พชรให้ลำธารขับไปเรื่อยๆทางทิศตะวันออกประมาณหกไมล์ จะเจอทางออกถนนสายหลัก แต่ลำธารไม่ไว้ใจ ย้อนถามเขาว่า

"นายรู้ได้ยังไง"

"ผมศึกษาเส้นทางมาแล้ว"

"ศึกษาเส้นทาง? นี่ถึงกับต้องศึกษาเส้นทางป่าแถบนี้ด้วย นายกับพวกของนายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่...ฉันถามทำไมนายไม่ตอบ"

"มีเรื่องอื่นสำคัญกว่าที่จะมาพูดเรื่องนี้"

ลำธารหยุดรถดังเอี๊ยด แล้วหันมาคาดคั้นเขาอย่างดุดัน

"คราวนี้ไม่มีเรื่องอื่นแล้ว จะบอกมาได้รึยัง"

"คุณลำธาร...เรายังไม่ปลอดภัย พวกนั้นกำลังตามเรามาแน่ๆ ออกรถต่อเดี๋ยวนี้"

"ไม่! จนกว่านายจะยอมบอกมาก่อนว่าที่ฉันต้องมาเสี่ยงตายไปกับนายด้วยเนี่ย มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่"

"ผมยังบอกคุณตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ออกรถ!"

"ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ขับ จนกว่านายจะ..."

พชรไม่ยอมเหมือนกัน เอื้อมมือไปบิดสตาร์ตเครื่องและเบียดเข้าไปจะเหยียบคันเร่ง

"นาย วิน นี่นายจะทำอะไรของนาย...ออกไปห่างๆนะ" ลำธารกรี๊ดลั่น พชรไม่สน พยายามจะขับรถต่อไปให้ได้ แต่ เครื่องเกิดสะดุดแล้วดับสนิท ลำธารลองสตาร์ตใหม่อีกที คราวนี้เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับควันลอยคลุ้งออกจากกระโปรงหน้ารถ

"สงสัยตอนหลบหนีเครื่องยนต์จะทำงานมากไป" พชรคาดเดา ขณะที่ลำธารยังนั่งเหวอคาดไม่ถึง

ooooooo

ที่ ศูนย์บัญชาการ ศิรดาหน้าตาตื่นมาบอกอดิศรว่าทางโรงพยาบาลโทร.มาบอกว่าป่านนี้ลำธารยังไม่ไป เข้าเวร เธอโทร.ติดต่อลูกเป็นสิบๆหนก็ติดต่อไม่ได้...ศิรดาเป็นห่วงลำธาร กลัวจะเกิดอะไรขึ้น เพราะ ลำธารไม่เคยเหลวไหลเรื่องงานมาก่อน อดิศรฟังแล้วยิ่งกลัดกลุ้มเพิ่มขึ้นอีก ส่วนบาจรีย์ก็พยายามโทร.หาภูษณะเป็นระยะ แต่กี่ครั้งกี่หนก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน

พชรตัดสินใจแบกลำธารขึ้น หลังแล้วเดินเท้าต่อ ทั้งที่แขนตัวเองก็บาดเจ็บ ลำธารดิ้นรนทุบตีจนแผลของเขาเลือดไหล นั่นแหละเธอถึงรู้ว่าเขาถูกยิง ไม่ใช่แผลธรรมดาอย่างที่เข้าใจตอนแรก

"มันแค่ถากๆ ผมไม่เป็นไร"

"เลือดออกขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีก แล้วนายก็ยังปล่อยให้ฉันทุบ...นายนี่มันบ้าจริงๆ มานี่ ห้ามเลือดก่อน"

ลำธาร ตัดสินใจฉีกชายเสื้อมาพันแขนห้ามเลือดให้พชร อย่างคล่องแคล่ว พลางก็บ่นว่าเวรกรรมอะไรของตน นอกจากจะแก้แค้นเขาไม่ได้ ยังต้องมารักษาให้อีก

"แล้วนี่เราจะไปไหนกันต่อ"

"ต้องหาทางติดต่อกับศูนย์บัญชาการทหารให้ได้ อย่างที่ผมบอก ไปทางทิศตะวันออกเราจะเจอเส้นทางสายหลัก"

"มา ถึงขั้นนี้แล้ว...ได้ ฉันจะยอมไปกับนาย แต่เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าไอ้พวกนั้นมันจะไม่ตามมาเก็บเราซะก่อน" ลำธารยอมสงบศึกชั่วคราว เดินตามหลังเขาไปเงียบๆ โดยระหว่างทางพชรก็เด็ดหักกิ่งไม้ที่กีดขวาง ลำธารมองแล้วทำหน้างงๆ

"เราจะทำให้พวกนั้นเข้าใจว่านี่คือทางที่เราจะไป"  พชรเฉลย ก่อนจะหันไปอีกทาง "แต่จริงๆแล้ว ที่เราจะไปคือทางนี้"

"แล้วเราต้องคอยลบรอยเท้าตัวเองตลอดทางงั้นเหรอ"

"ทำแบบนั้นตลอดไม่ได้หรอก แค่ระยะต้นๆเท่านั้น ก็คงพอถ่วงเวลาให้พวกมันตามผิดทางไปได้สักพัก ที่เหลือก็ต้องเร่งเดินทาง และไม่ประมาท"

ลำธาร พยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินตามและทำทุกอย่างตามเขาแต่โดยดี พอสักพักเห็นเขาทำสัญลักษณ์รูปเพชรไว้ที่ด้านหลังต้นไม้ เธอถามเขาทันทีว่าทำอะไร?

"ให้คนของเราตามมาถูก"

"ไปสลักไว้ด้านหลังแบบนั้นใครจะเห็น...ใช่สิ ถ้าทำไว้ด้านหน้า พวกนั้นก็จะตามมาถูก"

"คุณ ฉลาด ใช่ เราต้องสลักในที่ที่ศัตรูจะไม่สังเกต พาริณกับผมเคยตกลงกันว่าเวลาติดตามให้สังเกตที่หลังต้นไม้ขนาดกลาง คือกว้างประมาณครึ่งศอก อย่างต้นนี้"

"อ๋อ ที่แท้ก็ตกลงกับแฟนไว้นี่เอง"

พชรสะอึก อยากจะปฏิเสธ แต่ลำธารไม่สน สะบัดหน้าเดินหนีไปซะก่อน

ooooooo

ไม่ทัน จะมืด พาริณกับภูษณะก็บุกป่ามาเจอรถของลำธารซึ่งมีรอยเลือดเป็นหย่อมๆที่เบาะข้าง คนขับ   คาดว่าต้องมีคนได้รับบาดเจ็บแต่คงไม่ถึงขั้นรุนแรง   ภูษณะจำรถของลำธารได้   แปลกใจว่าทำไมรถของเธอถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่าพชรจะหนีไปกับลำธาร?

ขณะกำลังงุนงงสงสัยกันอยู่ โทรศัพท์มือถือภูษณะดังขึ้น...บาจรีย์นั่นเองที่เพียรพยายามจนสำเร็จ แต่สองพี่น้องคุยกันได้ไม่กี่ประโยคสัญญาณก็ขาดหายไป เมื่อรู้จากภูษณะว่าเจอรถของลำธาร และพชรน่าจะยังอยู่ในป่า บาจรีย์จึงแอบขึ้นรถของธามออกไปด้วย โดยมีจ่าแสงนำขบวนทหารอีกคันรถล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

เมื่อธามรู้ว่าบา จรีย์แอบขึ้นรถมาด้วย เขาทำท่าจะพาเธอกลับเพราะไม่อยากเอาไปเป็นภาระ แต่บาจรีย์ดื้อดึงไม่ยอม แถมยังโกหกว่าเธอรู้ว่าน้องสาวสุดที่รักของเขาอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ให้เธอไปด้วย เขาจะไม่มีวันเจอน้องสาวแน่ๆ

คำพูดของบาจรีย์ทำให้ธามเกิดความลังเล   แล้วในที่สุดเขาก็ยอมให้เธอไปด้วย โดยไม่ลืมที่จะแจ้งกลับไปยังอดิศรซึ่งรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน

ทาง ด้านลำธารกับพชรเริ่มอ่อนล้าหลังจากเดินบุกป่ามาตั้งแต่บ่ายยันมืด ถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ พชรให้หยุดพักค้างคืน แต่ลำธารเกี่ยงว่าจะนอนยังไง ตนคงข่มตาหลับไม่ลง ไหนยังจะต้องระวังพวกคนร้ายที่ตามล่าเขาอีก พชรจึงให้ความมั่นใจว่าเขาจะอยู่ยามเอง รับรองจะไม่ให้อันตรายมากล้ำกรายเธอได้

ฟากธามกับบาจรีย์ก็เกิดมีปาก เสียงกันขึ้นจนได้ เมื่อธามถือไฟฉายเดินวนเวียนไปทุกทิศเพื่อหารถของลำธารแล้วไม่เจอ พอเขาซักไปซักมา บาจรีย์ก็ยอมรับว่าเธอไม่รู้ตำแหน่ง รู้แต่ว่าพี่ชายของเธอเจอรถลำธาร ธามโมโหหัวเสียที่บาจรีย์ ทำให้เขาเสียเวลา ส่วนบาจรีย์ก็เริ่มเหนื่อยและง่วง จึงบอกให้เขาพาเธอกลับไปนอน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

"กลับไปนอน? กลับไปนอนที่บ้านน่ะเหรอ" พอเธอพยักหน้าทำตาใสแบ๊ว เขาเลยเขกหัวเธอดังโป๊ก

"ยัยต๊อง!... เชิญคุณไปกลับคนเดียว ไร้สาระจริงๆ ถ้าอยากนอนก็นอนตรงนี้"

"จะบ้ารึไง ใครจะไปกล้านอน"

ธาม ไม่สน โยนถุงนอนใส่เธอทันที "เลิกงอแงได้แล้ว อย่าพูดอะไรที่มันทำให้ผมรู้สึกในแง่ลบกับคุณมากไปกว่านี้เลย ที่ไหนก็นอนได้เหมือนกัน"

"นอนให้ดูก่อนสิ"

ธามเดินไปหาที่ ไม่รก แล้วล้มตัวลงนอนทันทีเลย เธอร้องลั่นว่า ถ้างูเงี้ยวเขี้ยวขอมาจะทำยังไง...ธามไม่สนใจ นอนตะแคงหันหลังให้ บาจรีย์ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดบ่นด่าไปตามเรื่อง

ooooooo

เพียง ฟ้าสาง พชรกับลำธารก็ต้องเผชิญหน้ากับราชิตและสมุนอีกสามคน ทั้งคู่วิ่งหนีไปถึงหน้าผาแล้วต้องตัดสินใจโดดลงไปเมื่อจวนตัว โชคดีไปติดอยู่ที่ชะง่อนหิน แต่แล้วลำธารก็ทำให้ตกลงไปด้วยกันจนได้โดยที่เธอไม่ตั้งใจ ลำธารถึงสลบไปพักหนึ่ง พอพชรจะประกบปากผายปอดให้ เธอกลับฟื้นลืมตาขึ้นมาทันทีเลยเกิดทุ่มเถียงกันอีกยก ก่อนที่ลำธารจะเป็นฝ่ายเดินหนีไป

ส่วนราชิตมั่นใจว่าทั้งคู่หายไปใน น้ำเบื้องล่าง แต่จะแน่ใจว่าพชรตายแล้วก็ต่อเมื่อต้องเจอศพ...ขณะเดียวกันนั้นอีกด้านของ ป่า ธามกับบาจรีย์ก็เร่งฝีเท้า พลางก็ช่วยกันทำสัญลักษณ์ไว้ตามต้นไม้ด้วย

พ ชรกับลำธารเดินตามกันไปตามลำน้ำที่คดเคี้ยว สักพักพชรก็คิดได้ว่าต้องทำแพเพื่อล่องไปตามลำน้ำ เขาจัดแจงไปตัดไม้ไผ่มาทำแพ โดยมีลำธารเฝ้ามองอย่างไม่เชื่อฝีมือว่าเขาจะทำได้ แต่ใช้เวลาไม่นานแพไม้ไผ่ที่มัดด้วยเถาวัลย์ก็สำเร็จเสร็จเรียบร้อยและใช้ งานได้จริงจนลำธารรู้สึกทึ่งจัด

หลังจากทั้งคู่ล่องแพไปตามลำน้ำได้ สักพัก พวกราชิตก็ปรากฏตัว เมื่อเห็นร่องรอยและหลักฐานเศษวัสดุที่เหลือจากการทำแพ ราชิตมั่นใจทันทีว่าพชรยังไม่ตาย และก็ไม่ยากด้วยที่พวกเขาจะติดตามไปจัดการ เพราะพชรต้องล่องแพไปตามลำน้ำนี้แน่ๆ ราชิตจึงวิทยุบอกชาครที่แยกไปค้นหาอีกด้านก่อนจะพาสมุนของตนลุยเลียบฝั่งไป โดยเร็ว

แล้วพวกราชิตก็ตามไปทันพชรกับลำธารที่กำลังหยุดพักริมฝั่ง   ทั้งคู่ตกอยู่ในอันตรายที่ใกล้แค่เอื้อมรีบช่วยกันถ่อแพออกจากฝั่งแต่ก็ไป ไม่รอด แพถูกยิงจนเถาวัลย์เส้นหนึ่งขาดกระจุย ลำธารตกใจร้องกรี๊ดตลอดเวลา ขณะที่ราชิตสะใจหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เล็งปืนไปยังคนทั้งคู่

"ฉัน อยากรู้นักว่าพวกแกจะหนีรอดได้ยังไง...เอางี้ดีกว่า ฉันจะให้พวกแกตายช้าลง ฉันจะปล่อยให้แกได้หนีอีกครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าแกต้องยอมบอกว่าศิราพัชรอยู่ที่ไหน ถ้าอยากมีโอกาสรอด บอกมา ศิราพัชรอยู่ไหน"

"อยู่นี่" ลำธารโพล่งขึ้นมาจนทุกคนมองหน้ากันอึ้งๆ ไม่เว้นแม้แต่พชรที่ไม่เข้าใจว่ายามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ลำธารยังจะมาพูด เป็นเล่นอยู่อีก

"ลำธาร คุณพูดอะไรของคุณน่ะ"

"ก็ฉันนี่ไง ศิราพัชร ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเป็นบ้าอะไรกัน แต่ฉันคือคนที่แกถามถึง ในเมื่อรู้แล้วก็ทำตามสัญญาสิ ปล่อยฉันหนีได้แล้ว"

"ขอโทษที่ฉันไม่ขำมุกตลกของพวกแก พชร...แกไม่มีวันได้กลับไปกอบกู้แผ่นดินอีกแล้ว"

"กอบกู้แผ่นดิน?" ลำธารหันขวับไปจ้องหน้าพชรเขม็ง

แต่ ไม่ทันที่เธอจะซักอะไร เสียงปืนจากฝ่ายทหารไทยที่นำโดยจ่าแสงก็ดังขึ้นลั่นป่า พวกราชิตผงะ ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่กำบังแล้วยิงต่อสู้กันราวกับสงครามก็ไม่ปาน

พ ชรฉวยโอกาสนี้รีบถ่อแพหนีไป แต่แพก็โคลงแคลงน่ากลัวเพราะถูกยิงเสียหาย โชคดีที่น้ำไม่เชี่ยวนักจึงยังประคองต่อไปได้ พอพ้นห่ากระสุนมาแล้ว ลำธารกลับโวยวายใส่พชร อย่างนึกได้ว่า

"นายรีบหนีทำไม เมื่อกี้คนที่ช่วยเราต้องเป็นพี่ธามกับจ่าแสงแน่ๆ โธ่เอ๊ย เราเกือบรอดอยู่แล้ว"

"ถ้าเราขืนอยู่ตรงนั้น เราจะเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงพรุน ถ้าผมไม่พาคุณหนี คุณตายแน่ลำธาร"

"แต่มันเป็นความผิดของนาย เราถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้อีก เพราะนายคนเดียวเลย"

"ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว นอกจากคำว่าขอโทษ"

"ฉันเอียนกับคำขอโทษของนายเต็มทีแล้ว ตอนนี้ฉันต้องรู้ว่าทำไมไอ้บ้านั่นถึงพูดเรื่องกู้แผ่นดิน ฉันไม่เข้าใจ"

พชรนิ่งเงียบ ไม่ยอมสบตาเธอ

"ตอบมาสิ...อ้อ แล้วทำไมพวกมันถึงต้องตามหาฉันด้วย"

"มันตามหาศิราพัชร ไม่ได้ตามหาคุณ"

ลำธารโมโหหยิบกระเป๋าสตางค์ดึงบัตรประชาชนออกมายื่นตรงหน้าพชร

"คุณชื่อ...ศิราพัชร" พชรตะลึงอย่างเหลือเชื่อ

"นายคิดว่าประเทศเรามีคนชื่อศิราพัชรสักกี่คนฮึ บอกฉันมาได้แล้ว มันตามหาฉันทำไม"

"ศิราพัชรที่พวกมันตามหาไม่ใช่คน"

"ไม่ใช่ คนแล้วมันเป็นอะไร สำคัญยังไง ถึงต้องยกโขยงมาฆ่านาย นายวิน นายต้องอธิบายเรื่องบ้าๆทั้งหมดให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้ ทั้งเรื่องกู้แผ่นดินบ้าบอของนายและเรื่องศิราพัชรด้วย"

"ตอนนี้คือเวลาหนี ไม่ใช่เวลาอธิบาย" พชรตัดบท แล้วหันไปถ่อแพเร็วขึ้น ลำธารทั้งงงทั้งโกรธ จ้องหน้าเขาอย่างขัดใจสุดๆ

ส่วน ทางสองฝ่ายที่ยังสาดกระสุนใส่กันไม่หยุดหย่อน ฝ่ายราชิตที่กำลังคนน้อยกว่ารู้ดีว่าสู้ต่อก็รังแต่จะพลาดท่า ราชิตจึงสั่งสมุนให้ถอยหนีไปเจอที่จุดนัดพบ โดยหลบหนีเข้าไปในป่าทึบจนพวกจ่าแสงตามไม่ทัน

"โธ่เว้ย..." จ่าแสงตะโกนอย่างเจ็บใจ

ทหารของจ่าแสงสำรวจไปรอบทิศไม่เห็นแพ แสดงว่าแพต้องล่องไปตามกระแสน้ำ จ่าแสงจึงสั่งทหารให้รีบไปดักเจอสองคนนั้นทางปลายน้ำ

ฟาก พาริณกับภูษณะที่ตามมาถูกทาง เมื่อสักครู่ได้ยินเสียงปืนปะทะกันทางทิศตะวันตกห่างจากจุดนี้ราวหนึ่งไมล์ พาริณตั้งท่าว่าเราต้องตามเสียงปืนไป ภูษณะกระชับปืนแล้วบอกว่า

"ทาง ข้างหน้าเป็นหุบเหวเดินผ่านไม่ได้  คงต้องอ้อมไป ที่สำคัญเราไม่รู้ว่าฝ่ายไหนอยู่ฝ่ายไหนรอด ศัตรูอาจอยู่รอบตัวเรา...พาริณ เธอพร้อมรบแล้วใช่มั้ย"

"ทุกเวลา" พาริณตอบหนักแน่น...แล้วทั้งคู่ก็ออกเดินทางด้วยสีหน้ามุ่งมั่นไม่ครั่นคราม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:34 น.