ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้ดารัณจะตั้งตนขึ้นเป็นผู้นำแคว้นคนใหม่ แต่ราษฎรมินาลินจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ให้การยอมรับ พวกเขายังต้องการรัชทายาทมาดำรงตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ กบฏอย่างดารัณ พอมีราษฎรลุกฮือต่อต้าน ดารัณก็ยิงทิ้งทีละคนอย่างโหดเหี้ยม

ยิ่งพอ รู้ว่าราชิตกับชาครเด็ดหัวพชรไม่สำเร็จเพราะมีคนอื่นเข้ามาช่วย  ดารัณโกรธมาก  ก่อนจะจัดส่งคนของตน ไปช่วยพวกราชิต และย้ำว่ายังไงก็ต้องฆ่าพชรให้จงได้ ถ้าไม่ สำเร็จ ราชิตก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบมินาลินอีก

ต่อมาเมื่อพชรทราบข่าวความ เคลื่อนไหวที่มินาลินจากสายของพาริณ พชรเดือดดาลที่ดารัณฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะพวกเขาไม่ยอมก้มหัวรับ การปกครองของดารัณ ซึ่งพาริณมั่นใจว่า ถ้าดารัณยังครองแผ่นดิน ประชาชนมินาลินต้องล้มตายไม่จบสิ้นแน่

"เมื่อรู้แบบนี้ ท่านต้องกลับไปกู้ชาติกลับคืนแล้วนะ" พาริณสรุป

"ฉันอยากกลับไปกู้แผ่นดินมินาลินทุกวินาที แต่เรายังไม่พร้อม ขืนดันทุรังไปโอกาสแพ้มีสูง"

"เราต้องชนะสิ ที่มินาลินยังมีกองกำลังใต้ดินสนับสนุนเราอยู่"

ภูษณ ะกับบาจรีย์ก้าวเข้าร่วมวงสนทนา ภูษณะบอกว่าทหารของมินทุทุกคนพร้อมร่วมรบกับพชร เราจะกลับไปวางแผนการรบที่มินทุตอนนี้ก็ได้ ถ้าพชรต้องการ บาจรีย์เห็นด้วยกับพี่ชาย เธอย้ำว่า ตอนนี้หมดเวลาลี้ภัย ได้เวลากู้แผ่นดินแล้ว แต่ท่าทีพชรยังครุ่นคิดหนัก

"ทุกคนฟังฉันให้ ดี แม้ว่าฉันต้องตายเพื่อปกป้องมินาลิน ก็ไม่คิดเสียดายชีวิต แต่ถ้าเราแพ้ดารัณ คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือประชาชนชาวมินาลิน"
ธามซึ่ง แอบฟังอยู่แต่แรก แต่ทำเนียนเดินเข้ามาเหมือนไม่ได้ยินว่าทั้งหมดพูดคุยกันเรื่องอะไร เขาแกล้งทักทุกคนว่าอยู่กันครบทีมเลย คุยเรื่องอะไรกัน ขอแจมด้วยคน

"ไม่มีอะไรนี่ คุณมีเรื่องธุระอะไรเหรอธาม จะตามวินไปฝึกเหรอ" ภูษณะรีบกลบเกลื่อน

"มี ธุระกับวินหน่อยน่ะ ขอยืมตัวแป๊บนะ" ว่าแล้วธามก็กอดคอพชรที่ยังงงๆเดินออกไปหน้าตาเฉย ภูษณะ บาจรีย์ และพาริณเหลียวมองตามไปอย่างสงสัยใคร่รู้

ธามกอดคอพชรออกมามุมหนึ่ง แล้วบอกให้รู้ว่าตนรู้ความจริงหมดแล้วว่าพชรคือเจ้าชายแห่งมินาลินที่มาฝึก วิชาทหารเพื่อกลับไปกู้บัลลังก์กลับคืน

"ท่านอดิศรเล่าเรื่องของฉันให้นายฟังหมดแล้วงั้นเหรอ" พชรถามย้ำอย่างประหลาดใจ

"ใช่ ทุกเรื่องและละเอียดยิบ แต่สบายใจได้เลยว่าจะฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องราวของนาย เออ แล้วหม่อมฉันต้องพูดราชาศัพท์กับพระองค์มั้ย"

"ไม่ต้อง"

"นี่ วิน ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดีว่าการที่นายจะไปกู้แผ่นดินกลับคืน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพร้อมในการศึกสงคราม ผู้ที่มีความพร้อมที่สุดก็กำชัยชนะตั้งแต่ยังไม่ได้รบ ฉันรู้ว่านายรักชาติ แต่อย่าวู่วาม...วิน ฉันไม่มีวันทิ้งนาย ฉันกับพ่อและหน่วยนาวิกจะฝึกให้นายเป็นเจ้าชายยอดนักรบเอง"

ธามพูด เสียยืดยาว แล้วตบไหล่พชรก่อนจากไป ทิ้งให้พชรยืนครุ่นคิดว่าจะรีบไปรบดี หรือจะอยู่ฝึกให้พร้อมรบก่อน ขณะเขายืนคิดลังเลก็เหลือบไปเห็นลำธารถือจานผลไม้ เดินตรงมาหา แถมยังยิ้มพิมพ์ใจ ไม่บึ้งตึงเหมือนแต่ก่อน ทำเอาพชรเป็นงงว่าเจ้าหล่อนคิดจะมาไม้ไหนกันแน่...ลำธารได้ยินเสียงบ่นพึมพำ ของเขาก็รีบออกตัวว่า

"ฮื้อ...ไม้เม้ยอะไร คิดมากน่า ฉันก็แค่รู้สึกว่าเราไม่ค่อยลงรอยกันนิดหน่อย"

"มากเลยล่ะครับ"

"ฉัน มาคิดๆดู เป็นฉันเองที่มีอคติกับนาย ทั้งๆที่นายก็เป็นแขกของพ่อ จริงๆแล้วก็เหมือนแขกของฉัน ฉันสัญญานะ ต่อไปนี้ฉันจะทำตัวน่ารักๆกับนาย"

"แน่นะ"

"อืม...ถ้าไม่เชื่อนะ ฉันป้อนผลไม้นายก็ยังได้" ลำธารยืนยันคำพูดด้วยการป้อนผลไม้ให้เขา พชรยิ้มในความน่ารักของเธอ แล้วตัดสินใจอ้าปากชิมผลไม้หวานๆ พาริณแอบมองมาจากมุมหนึ่งด้วยแววตาเจ็บช้ำ ก่อนที่เธอจะเดินจากไปอย่างทนไม่ไหว โดยไม่ทันเห็นว่าที่แท้ลำธารก็แกล้งตีหน้าซื่อตาใสเพื่อล้วงความลับของพชร ต่างหาก

"เออนี่ ไหนๆเราก็จะเป็นเพื่อนกันแล้ว ฉันยังไม่รู้จักนายดีพอเลย เล่าเรื่องนายให้ฉันฟังมั่งสิ"

"กะแล้วว่าแกล้งทำดีเพื่อหลอกถาม" พชรลุกขึ้นเดินหนีทันที ลำธารเหวอที่อุตส่าห์ทำดีแต่ดันไม่ได้ผล

"นายวิน ฉันต้องง้างปากนายให้พูดความจริงให้ได้ คอยดู" ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็เดินตามไปดักหน้าเขาไว้ พอเขาถามว่าคราวนี้จะมาไม้ไหนอีก เธอตอบผลัวะว่า "ไม้ตาย" พร้อมกับชักปืนออกมาเล็งไปที่เขาอย่างดุดัน "ฉันจะถามนายเป็นครั้งสุดท้าย นายวิน...นายเป็นใคร"

แทนที่พชรจะกลัวปืนในมือลำธาร เขากลับเดินเข้าหา แล้วจับข้อมือเธอแน่นจ่อปลายกระบอกปืนตรงหัวใจของเขา ลำธารตกใจถึงร้องลั่นเพราะกลัวปืนจะลั่นโป้งป้างขึ้นมา

"อ้าว...ตกลงคุณไม่ได้อยากยิงผมจริงๆหรอกเหรอ"

"ไอ้คนบ้า ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อย" เธอจะดึงมือออก แต่เขาไม่ยอมปล่อย "โธ่เว้ย ปล่อยสิ ไม่กลัวโป้งป้างไส้แตกรึไง"

พชรยิ้มชอบใจที่ได้แกล้งลำธารคืนบ้าง แถมแกล้งแรงเสียด้วย ทำปืนลั่นเหมือนตัวเองถูกยิง เล่นเอาลำธารแตกตื่นตกใจปากคอสั่นเป็นห่วงกลัวเขาจะตาย แต่พอเห็นเขาทำหน้าเป็นยิ้มแป้น ถึงรู้ว่าถูกหลอกเข้าแล้ว

"นายวิน...นายแกล้งฉันแล้วยังมีหน้ามายิ้มสะใจอีกเหรอ"

"เปล่าครับ ผมยิ้มเพราะดีใจ อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้เกลียดผมจริงๆ"

ลำธารโมโหทุบตีเขาอย่างแรง ทั้งประกาศชัดว่าเธอเกลียดเขา แต่พชรไม่เชื่อ จับมือสองข้างของเธอไว้ แล้วโน้มตัวเข้าใกล้ สบตากันนิ่งนานในระยะประชิด จนลำธารเขินทำตัวไม่ถูก ทันใดนั้นเอง บาจรีย์กับพาริณก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา หลังจากได้ยินเสียงปืนดังเมื่อสักครู่ พอเห็นใบหน้าสองคนแนบชิดเหมือนจูบกัน บาจรีย์แทบคลั่ง ตะเบ็งเสียงถามทั้งคู่ว่าทำอะไรกัน?

ลำธารสะบัดมือออกจากพชรแล้วยืนยันกับสองสาวว่าเราไม่ได้ทำอะไร และตนก็ไม่ได้พิศวาสอะไรหมอนี่เลยด้วย พาริณมองพชรด้วยสายตาตำหนิและผิดหวังก่อนจะเดินจากไป ส่วนลำธารแยกไปอีกทาง คงเหลือแต่บาจรีย์ที่ยังคาดคั้นอยากรู้ความจริงจากพชร

บาจรีย์เดินตามพชรทุกฝีก้าว ขนาดภูษณะเห็นแล้วยังรำคาญแทน ตำหนิน้องสาวว่าทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ พลันสายตาทุกคู่ของทุกคนก็ไปหยุดที่พาริณซึ่งหอบสัมภาระออกมา พาริณจะกลับมินาลิน เพราะเธอรอให้พชรพร้อมรบไม่ไหวแล้ว

"ลำพังเธอคนเดียวจะทำอะไรได้" พชรเสียงดัง

"ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย คุณลืมไปรึเปล่าว่าฉันต่อสู้เพื่อคุณ...ท่านภูษณะ เจ้าหญิงบาจรีย์ ทหารฝ่ายมินทุก็ยืนหยัดเคียงข้างคุณ แทนที่คุณจะมุ่งไปที่การกู้ชาติบ้านเมือง แต่กลับเสียสมาธิกับเรื่องผู้หญิง"

"เป็นครั้งแรกที่น้องเห็นด้วยกับพาริณ...พี่พชร พี่คิดอะไรกับลำธารรึเปล่า" บาจรีย์แทงใจดำจนพชรชะงัก ภูษณะจึงย้ำว่า

"พชร...ถ้าที่นี่ทำให้หัวใจนายไม่ได้มุ่งไปที่การรบ  ที่นี่ อาจไม่เหมาะกับนาย"

"ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าเวลานี้ฉันควรจะกลับไปรบเพื่อชาติ ฉันก็จะเชื่อ"

"ท่านพชร ท่านยังกลับไม่ได้ เตรียมตัวออกไปฝึกรบได้แล้ว" อดิศรส่งเสียงและก้าวเข้ามายืนตรงหน้าทุกคน แล้วย้ำหนักแน่นอีกครั้งกับทุกคนที่เหลือ หลังจากพชรผละออกไปแล้ว

"หน้าที่ของผมคือฝึกท่านพชรให้เป็นนักรบ  หน้าที่การตัดสินใจในการอยู่หรือไปของท่านพชรขึ้นอยู่กับผมคนเดียวเท่านั้น"

"แต่มินาลินใกล้ลุกเป็นไฟแล้ว" พาริณแย้ง

"ผมจะฝึกให้พชรพร้อมที่จะไปดับไฟ นับแต่นี้ไปเราไม่ควรเร่งเวลารบ ในขณะที่พชรยังแกร่งไม่พอ และในฐานะของผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินแห่งราชอาณาจักรไทย ขอให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของผม"

ทั้งสามคนอ่อนลง ยอมเชื่อฟังการตัดสินใจของอดิศรในที่สุด...แล้วการฝึกหนักของพชรก็เริ่มขึ้น ในเย็นนี้ทันทีเลย โดยมีอดิศรเฝ้าสังเกตการณ์อย่างพอใจ ส่วนผู้กองธามกับจ่าแสงในฐานะครูฝึกก็ติวเข้มจนพชรเหนื่อยหอบแทบขาดใจ แล้วยังปล่อยให้พชรลากสังขารจากสนามฝึกกลับบ้านคนเดียว โชคดีที่ลำธารมาเห็นเข้า จึงช่วยเขาด้วยจรรยาบรรณแพทย์ แล้วยังให้วิตามินหลายอย่างไว้กินด้วย ยังความซาบซึ้งแก่พชรเป็นที่สุด เพราะเดิมทีเขาก็รู้สึกดีๆกับเธออยู่แล้ว

เมื่ออยู่คนเดียวในห้องพัก พชรนึกย้อนเหตุการณ์ต่างๆที่ได้ใกล้ชิดลำธาร ก่อนตัดสินใจหยิบสร้อยจี้รูปหัวใจที่สลักด้านหลังไว้ว่ารักเท่าชีวิตออกจาก ถุงกำมะหยี่ที่เนตราให้มา

"ผมเจอผู้หญิงที่จะเก็บรักษาสร้อยเส้นนี้แล้วครับแม่" พชรพึมพำขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสุขใจ

แล้วเช้าวันใหม่ พชรพยายามเข้าใกล้ลำธารขณะเธอออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง แต่แล้วบาจรีย์ก็เข้ามาแทรก ซ้ำยังหาเรื่องลำธารเพราะความหึงหวงพชร ทำให้ลำธารโมโหตอบโต้ไปอย่างดุเดือด บาจรีย์โกรธจัดเผลอเผยตัวตนความเป็นเจ้าหญิงออกมา ดีที่ธามอยู่ในเหตุการณ์รีบแก้ไขสถานการณ์เพราะกลัวลำธารจะสงสัย
ธามรู้ความจริงทุกอย่างอยู่แล้ว เขารีบดึงบาจรีย์ออกไปก่อนที่ความลับของพชรจะถูกเปิดเผยไปด้วย บาจรีย์ฮึดฮัดโวยวายแล้วกระแทกเข่าเข้าเป้าของธามจนหน้าเขียว ขณะที่ลำธารก็ยังมองตามบาจรีย์ออกฤทธิ์อย่างงงๆไม่หาย พอหันกลับจ้องหน้าพชร เขาก็ส่ายหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ลำธารวิ่งไปนั่งพักเหนื่อยที่ขอบสนาม พชรตามเอาน้ำดื่มมาให้ แต่เธอจะลุกเดินหนีไปอีก

"เดี๋ยวสิ คุณจะไม่ญาติดีกับผมบ้างเลยรึไง"

"ทำไมฉันต้องดีกับนายด้วยล่ะ ในเมื่อฉันยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของนายเลย และที่สำคัญ นายน่ะมันตัวปัญหา คนอื่นๆต้องมาเดือดร้อนเพราะนาย เลิกตอแยฉันได้แล้ว รีบไปฝึกทหารซะสิ ไปเลยไป นายนี่มันน่ารำคาญได้อีกนะเนี่ย"

พูดจบ ลำธารเดินหันหลังหนีไปชนเข้ากับช่อกุหลาบสีแดงสดของหมอธีรัช ที่ตั้งใจเอามามอบให้เธอ พชรเห็นชายหนุ่มทำท่าหวานซึ้งใส่ลำธารก็จ้องตาไม่กะพริบ ยิ่งพอเห็นสองคนทักทายกันอย่างสนิทสนม แถมคำพูดของฝ่ายชายก็ดูรักใคร่ฝ่ายหญิงจนเดาได้ไม่ยากว่าเขาคิดยังไง พชรถึงกับคอตกเดินจากไปอย่างคนใจสลาย

พอถึงเวลาเข้าสนามฝึก พชรยังอดคิดเรื่องลำธารกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นไม่ได้ คิดมากถึงกับไม่มีสมาธิฝึก ทำให้พลาดบ่อยครั้งจนเป็นที่แปลกใจของธามและจ่าแสง

ตกเย็นที่บ้าน อดิศรจัดปาร์ตี้วันเกิดให้ลำธาร ธามไม่ยอมให้บาจรีย์แต่งตัวสวยเกินหน้าเกินตาเจ้าของงาน จึงบังคับเคี่ยวเข็ญให้ลำธารเปลี่ยนชุดใหม่ที่สวยที่สุดออกมาประชัน แต่กลายเป็นว่าลำธารที่สวยกว่าเริดกว่าก็จริง แต่กลับซุ่มซ่ามเดินสะดุดชายกระโปรงเกือบหน้าคะมำ ถ้าธีรัชไม่เข้ามาประคองเธอไว้ทัน

พชรมองภาพสองคนแนบชิดกันอย่างหมด อารมณ์ที่จะร่วมงาน แต่เขาก็ปลีกตัวออกมาไม่ได้เพราะต้องรักษามารยาท ยืนร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ลำธารจนจบลง จากนั้นอดิศรกับศิรดาก็มอบเค้กให้ลูกสาวเป่า ตามด้วยธามมอบของขวัญ ส่วนธีรัชให้ทั้งของขวัญและดอกไม้ ธามสังเกตเห็นสีหน้าพชรที่มองธีรัชกับลำธารแล้วพอจะเดาออกว่ารู้สึกอย่างไร และก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมวันนี้พชรถึงไม่มีสมาธิในการฝึกซ้อม

บา จรีย์ที่เขม่นลำธารไม่หายก็ยิ่งหมั่นไส้เมื่อเห็นลำธารได้รับการเอาอกเอาใจ จากชายหนุ่ม เลยพูดประชดขึ้นมาไม่ดังนัก แต่ธามก็พอจะได้ยิน จึงเดินตามไปเอาเรื่องขณะบาจรีย์ไปตักอาหาร สองคนเกิดทุ่มเถียงกันจนกลายเป็นสงครามย่อยๆ เพราะธามแกล้งเอาผ้าพันคอของเธอมาเช็ดน้ำที่เธอทำหกใส่เป้ากางเกงของเขา พอเห็นเธอโกรธร้องกรี๊ดๆ เขาก็แอบหัวเราะสะใจที่แกล้งเธอได้

จา กนั้นธามแยกไปหาพชรที่มุมหนึ่ง พูดรู้ทันว่าพชรทนเห็นภาพบาดตาบาดใจไม่ได้เลยหลบมาอยู่ตรงนี้ พชรนิ่งไม่ปฏิเสธ เท่ากับเป็นการยอมรับ ธามจึงรุกต่อไปขอให้พชรรวบรวมความกล้าเอาของขวัญไปให้ลำธารเพราะอุตส่าห์ เตรียมใส่กล่องมาอย่างดี

พชรทำตามที่ธามแนะนำ แถมยังได้รับการปูทางจากธาม อย่างดีด้วยการนำพาลำธารมายังจุดที่เขาวางกล่องของขวัญเอาไว้ แล้วธามก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว   โดยที่พชรยังคงซุ่มแอบดูลำธารเปิดกล่องหยิบสร้อยของเขาออกมาด้วยสีหน้า ประหลาดใจสุดๆ

"รักเท่าชีวิต" ลำธารอ่านข้อความที่สลักไว้ด้านหลังจี้รูปหัวใจ พลางเหลียวมองไปรอบๆอย่างสงสัยว่าใครกันเอาของแบบนี้มาให้เธอ

"ผมทำให้คุณได้แค่นี้...ขอโทษด้วย" พชรพึมพำกับตัวเองหน้าเศร้า...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“แอริน-ยุกตะทัต” เข้าตาแฟนละคร ถูกจริต บทปากไว ใจกล้า ยืน 1 เพื่อนนางเอก

“แอริน-ยุกตะทัต” เข้าตาแฟนละคร ถูกจริต บทปากไว ใจกล้า ยืน 1 เพื่อนนางเอก
12 พ.ค. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:15 น.