ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าขึ้นลำธารจะมาถามหาผ้าเช็ดหน้า ผืนโปรดจากนายวิน เพราะค่อนข้างแน่ใจว่าตนน่าจะทำตกไว้ เมื่อคืนตอนคุยกับเขา แต่ยังไม่ทันได้เจอพชรหรือวิน ก็เกือบจะโดนมีดบินของพาริณเข้า...
สองสาวเกิดปะทะและทุ่มเถียงกันไปมา กระทั่งพชรต้องเข้ามาห้าม และตำหนิพาริณที่คิดมากเกินไปไม่ไว้ใจแม้แต่เจ้าของบ้านอย่างลำธาร

ถึง แม้พชรจะเป็นกลางไม่เข้าข้างคนของเขา แต่ลำธารก็ยังขุ่นเคืองใจอยู่ดี จะไม่ยอมให้เขาประคบรอยช้ำที่แขนของ เธอที่เกิดจากน้ำมือพาริณ แต่พชรยืนยันขอรับผิดชอบโดยรวบรัดอุ้มเธอขึ้น
ไปยังเรือนพักของเขา แล้วเอาลูกประคบมาประคบรอยช้ำบนแขนของเธออย่างนุ่มนวล แต่ไม่วายบ่นว่า เธออุตส่าห์เป็นถึงนักเรียนแพทย์ แต่กลับไม่ดูแลตัวเอง ลำธารโกรธจี๊ดขึ้นมาจะผละออกห่าง

แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ แถมยังเอ่ยปากขอโทษอย่างจริงจังว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่อง แย่ๆกับเธอเลยจริงๆ

พา ริณซึ่งหลงรักพชรแอบมองสองคนใกล้ชิดกันด้วยความแสลงใจเป็นที่สุด แล้วหันหลังกลับออกไป จึงไม่ทันเห็นอาการขึงขังไม่เป็นมิตรของลำธารที่มีต่อพชรในอีกอึดใจต่อมา

"นาย ไม่ต้องมาแกล้งทำดีกับฉันเลยนะ คิดว่าตบหัวแล้วลูบหลังแล้วฉันจะให้อภัยนายเหรอ ฝันไปเถอะ" พูดจบลำธารก็ลุกขึ้นผลุนผลันหนีไปทันที พชรได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ

เมื่อ ลำธารกลับมาฟ้องพี่ชายว่าถูกผู้อาศัยทำร้ายร่างกาย ธามโมโหขึ้นมาทันทีจะไปเล่นงานพาริณกับวิน แต่อดิศรก้าวมาขวางเสียก่อน สองพี่น้องช่วยกันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ พ่อฟัง และโชว์
แขนลำธารที่ยังเป็นรอยช้ำไม่หาย อดิศรกลับบอกลูกๆว่า พ่อเพิ่งคุยกับวินมา เขาบอกพ่อแล้วว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน

"เขาทำน้องเจ็บขนาดนี้นะพ่อ" ธามโพล่งขึ้น

"ยัย ลำธารซ้อมเทควันโดเป็นรอยมากกว่านี้ ไม่เห็นแกเคยโวยวาย แล้วเราน่ะ จู่ๆไปย่องเข้าบ้านเขา ทำไมไม่ขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน พ่อให้เขาพักอยู่ที่เรือนหลังสวนนั่น ก็ถือเป็นที่ของเขา ไม่
ใช่ว่าใครก็มีสิทธิ์เข้าไปยุ่มย่ามได้ เข้าใจมั้ย"

"แต่ว่าที่นี่มันบ้านเรา..."

"ไม่ มีต่งมีแต่อะไรทั้งนั้น ตั้งแต่นี้ไป เราต้องให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของพวกเขา อย่าให้พ่อต้องมาพูดซ้ำอีก" อดิศรทิ้งท้ายหนักแน่นแล้วผละไป ทิ้งให้ลูกสาวลูกชาย มองหน้ากัน
อึ้งๆ เหวอๆ ไม่อยากจะเชื่อ

แล้ว สองพี่น้องก็ทนอยู่เฉยไม่ได้เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องให้อภิสิทธิ์กับ ผู้อาศัยขนาดนั้น จนพวกเรากลายเป็นหมาหัวเน่า สองพี่น้องวางแผนจะล้างแค้นวินกับพาริณให้ได้ โดยธามเสนอตัว
เป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง

ผู้กองธามให้จ่าแสงซึ่งเป็น ครูฝึกการทหารของพชรทำการกลั่นแกล้งพชรในระหว่างฝึกร่วมกับพลทหารแห่งหน่วย นาวิกโยธิน พชรถูกจ่าแสงติวเข้มมากกว่าทุกคน แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแรง
ของพชร แม้จะถูกฝึกโหดขนาดไหน ก็ไม่ทำให้เขาถอดใจไปง่ายๆ ฝ่ายลำธารที่เฝ้าสังเกตการณ์ พอเห็นพี่ชายรวมหัวกับจ่าแสงแกล้งฝึกวิชาการทหารทั้งในและนอกหลักสูตรให้พชร ด้วยวิธี
โหดๆ ก็เริ่มจะใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างเหมือนกัน กลัวว่าเขาจะโดนเล่นงานหนักถึงตาย

ขณะที่พชรลี้ภัยมาอยู่ประเทศไทย ส่วนที่มินาลิน ดารัณ ซึ่งตั้งตัวเป็นผู้นำคนใหม่ก็ยังไม่นิ่งนอนใจ คิดจะขุดรากถอนโคน ผู้นำคนเก่าให้สิ้นซาก โดยเฉพาะลูกกับเมียของวาสินที่หนีไปได้ เมื่อรู้
เบาะแสว่าสองแม่ลูกไปอยู่ที่ไหน จึงสั่งราชิตให้ตามไป จัดการ โดยราชิตได้ดึงเอาทหารฝีมือดีอีกคนคือชาครมาร่วมทีมตามล่าด้วย

ทา งมาดิสร์ผู้นำรัฐมินทุ เมื่อรู้ระแคะระคายว่าดารัณยังไม่หยุดตามล่าพชร เขาตัดสินใจส่งภูษณะไปคุ้มกันช่วยเหลือพชรที่ประเทศไทย บาจรีย์ซึ่งอยากอยู่ใกล้ชิดพชรแอบตามขึ้นรถมาด้วยโดย
ที่ภูษณะไม่รู้ จนมาเกือบครึ่งทางถึงรู้ว่าน้องสาวอยู่ในรถ แต่น้องสาวก็วิงวอนและหยิบยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง ทำให้ภูษณะต้องปล่อยเลยตามเลย แล้วส่งข่าวไปบอกพ่อเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อสองพี่น้องมา ถึงบ้านอดิศร...ด้วยความดีใจบาจรีย์ โผเข้ากอดพชรและเกือบจะเรียกชื่อของเขาออกมา ดีเสียว่า ภูษณะชิงเรียก "วิน" ขึ้นมาเสียก่อน บาจรีย์เลยนึกได้เรียกพี่วินอย่างสนิทสนม

อดิศรมา ต้อนรับแขกทั้งสอง โดยมีลำธารตามหลังมาด้วย พอเห็นบาจรีย์เกาะกอดแขนวินและพูดจาหวานๆใส่ ลำธารก็ชักสีหน้าหมั่นไส้ แล้วจะถามพ่อว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่อดิศรตัดบทว่า

เรื่องของผู้ใหญ่ ให้เธอกลับ เข้าบ้านไปก่อน พ่อมีธุระต้องทำ

ลำธารหน้างอไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าหือกับพ่อ ได้แต่แอบบ่นพึมพำว่า หมอนี่เอาอีกแล้ว ชอบทำให้เราเป็นส่วนเกินตลอดเลย...

อดิศร พาพชร ภูษณะ และบาจรีย์ไปคุยในห้องทำงาน ภูษณะบอกว่าสายของตนรายงานมาว่าดารัณรู้ข่าวเรื่องที่รัชทายาท มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แล้ว ท่านพ่อจึงมอบหมายให้ตนนำกำลังบางส่วนมา
ช่วยคุ้มกัน โดยคนของตนจะกระจายกำลังแฝงตัวกันอยู่รอบๆ หากมีความจำเป็น อดิศรกับพชรสามารถส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือได้ทันที

พชรขอบใจภูษณะที่ตามมาช่วย แต่สำหรับบาจรีย์ตามมาอย่างนี้ท่านลุงไม่เป็นห่วงแย่หรือ ภูษณะหันมองน้องสาว ด้วยสีหน้าเอือมๆ ก่อนบอก

"ความจริงท่านพ่อไม่ได้อนุญาตให้บาจรีย์มาด้วย แต่ยัยเด็กดื้อนี่แหละที่แอบหนีตามมาเอง"

"ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็น้องเป็นห่วงพี่วินนี่"

"ห่วงหรือหวงกันแน่ฮึ"

"แหม น้องก็ต้องมาดูให้แน่ใจสิคะ ว่าพี่วินมาอยู่ที่นี่ จะไม่มีผู้หญิงคนไหนมาเกาะแกะ" บาจรีย์พูดหน้าตาเฉย แต่ภูษณะกับพชรชะงัก แล้วมองหน้ากันอย่างเอือมๆ เซ็งๆ

ตกกลางคืน ลำธารลงมานั่งเล่นที่สวนหย่อม แล้วก็เจอกับพชรอีกจนได้ แต่พอเขาเห็นเธอ ชายหนุ่มก็ทำท่าจะหันหลังกลับ

"เดี๋ยวก่อน จะรีบไปไหน"

"เปล่า ผมรู้สึกว่าคุณคงกำลังคิดอะไรเพลินๆเลยไม่อยากรบกวน"

"สายไปซะแล้วล่ะที่เพิ่งจะมาเกรงใจ รู้ไว้ด้วยว่านายน่ะ รบกวนฉันตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่แล้ว"

"ผมขอโทษ แต่ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ"

"ช่าง เถอะ ไหนๆพ่อก็ให้นายมาอยู่แล้วนี่ ฉันบ่นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก จะว่าไป นายนี่ก็เนื้อหอมใช้ได้เลยนะ ตั้งแต่มาเห็นมีผู้หญิงมาเกาะแกะสองคนแล้ว ไหนจะยัยสาวมีดบิน ไหนจะคุณหนู
เสียงแปดหลอด นี่ถ้าเป็นผู้หญิงคงต้องบอกว่าหัวกระไดไม่แห้งล่ะมั้ง"

"หัวกระไดอะไร" พชรถามอย่างงงๆ ลำธารชะงัก รู้สึกเหมือนโดนกวนประสาท

"นี่นายไม่รู้หรือว่าแกล้งโง่กันแน่ หนังสือน่ะไม่ได้เรียนรึไง หัวกระไดไม่แห้ง แค่นี้ก็ไม่รู้จัก"

"ผมไม่ได้แกล้งโง่ แต่ผมไม่รู้จริงๆ"

"งั้น เหรอ ได้ งั้นฉันจะบอกให้เอาบุญ หัวกระไดไม่แห้ง คือชื่อหัวปืนรบชนิดนึง เอาไว้ตอนนายฝึกนายก็รู้เองแหละ" ว่าแล้วเธอก็เดินยิ้มๆออกไป เปรยเบาๆกับตัวเองว่า "ตาบ๊องเอ๊ย"

ส่วนพชรไม่เข้าใจจริงๆ เดินท่องชื่อปืนประหลาดๆนี้ กลับเข้าบ้านพักของตนไป จนวันรุ่งขึ้นได้เข้าสนามฝึก เขาจึงคิด จะหาคำตอบให้กระจ่าง

จ่าแสงเดินเข้ามายืนหน้าแถวทหารในชุดพรางรัดกุม แล้วประกาศก้อง

"วัน นี้เราจะไต่ระดับความเข้มข้นของการฝึกให้ยากขึ้นไปอีก ด้วยการฝึกหลบหนีข้าศึก ในการฝึกครูจะให้ทุกคน จับคู่กันแล้วพาทุกคนไปทิ้งยังจุดเริ่มต้นโดยไม่ให้รู้ว่าคือที่ไหน จากนั้นจะมีการ
สมมติเหตุการณ์ว่าทุกคนจะต้องหนีข้าศึกเพื่อกลับมายังฐานทัพ ของตัวเองให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด"

ทันใดนั้นเอง ธามเดินเข้ามาในชุดพราง ไม่ติดยศ ทำเอา จ่าแสงชะงักแปลกใจ

"อ้าว ทำไมผู้กองถึงมาชุดนี้ล่ะครับ"

"ผมจะขอเข้าร่วมฝึกด้วย" ว่าแล้วธามก็เรียกรหัสของพชรทันที พชรจึงก้าวออกมาจากแถวหนึ่งก้าว

"เนื่องจาก ความสามารถของนายยังจัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐาน ฉันจึงอาสาที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้นายในการฝึกครั้งนี้ นายจะมีปัญหา อะไรมั้ย"

"ไม่มีครับผม"

"ดี...ถ้างั้นเริ่มฝึกได้" ธามบอกผ่านจ่าแสง แล้วหันมาจ้องหน้าวินหรือพชร ทั้งคู่ต่างหยั่งเชิงกันและกันสุดๆ

อดิศรใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูการฝึกของพชรและทหาร ภูษณะกับบาจรีย์ก็สนใจร่วมสังเกตการณ์ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะบาจรีย์ดูจะสนใจนายวินเป็นพิเศษ ทำให้ลำธารแอบหมั่นไส้เธอยิ่ง
ขึ้น

ธามจับคู่ฝึกกับพชร ระหว่างตระเวนไปในป่านอกหน่วยนาวิกโยธินนี่เอง พชรถือโอกาสให้ธามอธิบายลักษณะปืนรบที่เรียกว่าหัวกระไดไม่แห้ง ธามได้ฟังก็ชะงักกึก

"นายว่าอะไรนะ"

"ผมได้ยินมาว่ามีหัวปืนรบที่มีชื่อว่าหัวกระไดไม่แห้ง ผมอยากรู้ว่ามันมีลักษณะยังไง"

"นี่ถ้าตอนนี้นายกับฉันอยู่ที่หน่วย ฉันคงสั่งลงโทษนายไปแล้ว ฉันจะบอกให้นะว่าการฝึกหลบหนีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทุกตารางนิ้วล้วนแต่มีอันตรายทั้งนั้น เพราะฉะนั้น อย่ารบกวนสมาธิฉันเด็ด
ขาด" ธามด่าพชรด้วยความรำคาญแล้วเดินนำลิ่วไป พชรสีหน้ายังงงๆไม่หาย ไม่เข้าใจตัวเองพูดอะไรผิด

อีกพัก ธามกับพชรและพลทหารอีกจำนวนหนึ่งก็มาเจอจุดโจมตีที่ครูฝึกจัดทหารให้ซุ่ม อยู่เป็นระยะ แต่การโจมตีนี้กลับกลายเป็นมีกระสุนปืนจริงยิงเข้าใส่ทหารจนเลือดทะลัก พชรรู้สึกไม่ชอบ
มาพากล ยิ่งเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์

มินาลินที่แขนทหารที่ถูกยิงสวนล้มตายก็รู้ทันทีว่าอันตรายกำลังมาเยือนตนเอง จึงรีบบอกกับธามว่า

"ผู้กอง...เราไม่ควรอยู่ด้วยกัน ถ้าคุณแยกกับผม คุณอาจจะรอดตายก็ได้"

"พูดอะไรของนายวะวิน ถ้าแยกกับฉัน นายนั่นแหละจะตาย เออ แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าพวกมันตามนาย ไม่ได้ตามฉัน"

"เอาเป็นว่า เชื่อผมดูซักครั้งก็แล้วกัน" พชรตัดบทแล้ววิ่งออกไปเลย ธามตกใจและลังเลว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี

ฝ่าย จ่าแสง เมื่อรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทหารที่กลับมาส่งข่าวก็แตกตื่นไม่น้อย พอดีอดิศรเข้ามาสอบถามการฝึก จึงรู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น ทั้งอดิศร ภูษณะ และบาจรีย์ ไม่เว้นแม้แต่ ลำธารก็อยากจะไปช่วยธามและพชร  แต่อดิศรไม่ยอมให้ ผู้หญิงไป เพราะมันอันตรายมาก

"แต่พ่อคะ ให้ลำธารไปด้วยเถอะค่ะ ลำธารเป็นหมอ เผื่อใครเป็นอะไร"

"เชื่อ พ่อนะลำธาร ในป่ามันอันตรายเกินไป ลูกอยู่รอธามกับวินที่นี่ดีกว่า" พูดจบอดิศรก็สตาร์ตรถขับออกไปทันที ลำธารครุ่นคิดก่อนจะวิ่งออกไป บาจรีย์ร้องถามว่าจะไปไหนเธอก็ไม่ตอบ บาจรีย์จึงตัดสินใจวิ่งตามเธอไป

ooooooo

รา ชิตกับชาครนำกำลังทหารกลุ่มหนึ่งตามล่าพชรไม่ลดละ ขณะที่พชรจวนตัว ธามเข้ามาช่วยได้ทัน แต่แล้วทั้งคู่ก็ถูกพวกราชิตควบคุมตัวจนได้ ราชิตต้องการ "ศิราพัชร" อัญมณีประจำตำแหน่งผู้นำแคว้นไปให้ดารัณ แต่คาดคั้นพชรยังไงก็ไม่ได้คำตอบ ระหว่างนี้เองมีดบินของพาริณก็พุ่งเข้ามาปักอกทหารของราชิตล้มตาย ราชิตและสมุนจึงตื่นตัวและตามจับตัวพาริณมารวมกับพชรและธาม

ทั้งสาม คนยังดิ้นรนต่อสู้จนได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะพชรที่เสี่ยงชีวิตรับคมมีดแทนธาม พชรถูกราชิตแทงเข้าที่ท้อง แต่ก่อนที่ราชิตจะซ้ำอีก คณะของอดิศรก็ตามมาช่วยทัน ทำให้ราชิตกับชาครต้องล่าถอยไป เพราะกำลังทหารที่มาด้วยตายหมด ส่วนทหารของอดิศรก็ล้มตายไปจำนวนหนึ่งเหมือนกัน

ลำธารข้องใจสุดๆกับ เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น เธออยากรู้ว่าทำไมถึงมีคนตามฆ่านายวิน แล้วนายวินกับพวกของเขาเป็นใคร แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบกับเธอ แม้แต่พ่อของเธอเอง

เมื่อพากันกลับมาถึงบ้านตามคำสั่งของอดิศร ธามซึ้งน้ำใจของวินที่ช่วยชีวิตเขาไว้ จึงเอ่ยปากขอเป็นเพื่อนกับเขา จากนั้นก็กล่อมวินให้พูดความจริงว่าเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมทหารพวกนั้นถึงเรียกเขาว่าพชร

พชรชะงักไปอย่างคิดหนัก แล้วตัดสินใจจะบอกความจริง ก็พอดีอดิศรเข้ามาขัดจังหวะ บอกให้วินไปพักผ่อนเพราะบาดเจ็บมาก...เมื่อพชรเดินเข้าเรือนไปแล้ว อดิศรทำท่าจะเดินหนี แต่ถูกธามขวางไว้และคาดคั้นจริงจังจนอดิศรไม่อาจเลี่ยงได้อีก แต่อดิศรก็ขอสัญญากับธามด้วยว่า ถ้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้วลูกจะไม่บอกใครอีกเด็ดขาด ธามจึงรับปากด้วยเกียรติของชายชาติทหารเมื่อรู้ความจริงว่าพชรเป็น ใครมาจากไหน ธามถึงกับอึ้งงันไปทันที จากนั้นเขารีบไปบอกลำธารให้ไปทำแผลให้วิน เพราะนายนั่นบาดเจ็บมากกว่าพี่

"จะบ้าเหรอ น้องไม่ชอบนายวิน นายนั่นทำให้พี่ธามเกือบตายนะ"

"แต่วินเจ็บเพราะช่วยชีวิตพี่ ลำธารไปทำแผลให้เขาเถอะ"

"ถึงวินจะช่วยชีวิตพี่ แต่เขาเป็นตัวการทำให้ทหารของเราตายตั้งหลายคนนะพี่ธาม"

"พ่อ บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับวินเลย ลำธารอย่าสงสัยเรื่องนี้อีก ไปทำแผลให้วินได้แล้ว" ธามตัดบทเสียงแข็งจนลำธารไม่กล้าดึงดันดื้อรั้นอีก ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดถืออุปกรณ์ทำแผลออกไปทางเรือนรับรอง

บาจรี ย์เองก็ห่วงพชรมาก เธอจัดแจงจะไปดูแลเขา แต่ธามตาไวรีบเดินตามไปดักเธอไว้ตรงศาลาก่อนถึงเรือนรับรอง ฝ่ายลำธารพอเข้าไปในเรือนรับรองก็เจอพาริณกำลังจะทำแผลถูกแทงที่ท้องให้พชร เห็นดังนี้เธอเลยจะกลับ แต่พชรไม่ยอมเพราะอยากผูกมิตรกับเธอใจจะขาด

ลำธาร ยังขุ่นเคืองใจที่พวกเขาทำให้คนของพ่อเธอล้มตายไปหลายคน จึงเปิดฉากต่อว่าและตำหนิพชรไปหลายคำ ทำให้พาริณไม่พอใจถึงกับชี้หน้ากำราบลำธารให้พูดจาระวังปาก ลำธารมีหรือจะยอมลงให้ สองคนจึงทุ่มเถียงกันเสียงดัง จนภูษณะต้องเข้ามาขวาง พชรเห็นท่าไม่ดีรีบแยกพาริณให้ไปทำแผลให้ภูษณะ ตนกับลำธารมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกัน พาริณไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าขัดขืนคำสั่งพชร...หลังจากสองคนนั้นผละไปแล้ว พชรก็อ้อนลำธารให้ทำแผลที่ท้อง ลำธารลงมืออย่างกระแทกกระทั้นไม่เต็มใจ แถมยังเย็บแผลสดๆให้เขา ทั้งที่ยาชาก็มีแต่ไม่ใช้

ด้านบาจรีย์ที่ถูก ธามทัดทานขัดขวางไม่ให้ไปหาพชร เพราะมีคนไปทำแผลให้พชรแล้ว บาจรีย์รู้สึกไม่พอใจและไม่ชอบหน้านายคนนี้ซะจริง แต่ก็หนีเขาไม่พ้น เพราะท่าทางเขาดุดันเอาจริงจนเธอไม่กล้าหือมากนัก แต่พอมีโอกาสพยศกลั่นแกล้งเขาได้ เธอก็ไม่รีรอที่จะลงมือ

หลังจากทำ แผลให้พชรเสร็จแล้ว ลำธารหยิบซองยาแก้อักเสบออกมาส่งให้เขา ก่อนจะทวงบุญคุณให้เขาตอบแทนเธอด้วยการพูดความจริงเรื่องตัวตนของเขาว่าเป็น ใคร แล้วคนที่ตามฆ่าเขาต้องการอะไร

"ขอบคุณมากที่ช่วยทำแผล ผมขอตัวไปนอน" พชรรวบรัดแล้วลุกขึ้นทันที ลำธารไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เดินมาดักหน้าเขาไว้

"นายต้องบอก นายทำให้ฉัน พ่อ พี่ธาม จ่าแสง ทหารทุกคนต้องเดือดร้อนไปกับนายด้วย บอกความจริงฉันมา"

"คุณ ลำธาร...นับแต่นี้ ผมจะไม่ให้ใครต้องมาเสี่ยงตายเพราะผมอีก ขอให้คุณสบายใจได้" พชรกล่าวจริงจังแล้วเดินหนีเข้าห้องปิดประตูทันที ทิ้งลำธารยืนอึ้ง กำมือแน่นอย่างไม่มีวันยอม

"นายวิน ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายเป็นใคร!"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:56 น.